Share

สีชมพูชูชัน

last update publish date: 2026-09-19 22:16:45

จนกระทั่งคืนวันเพ็ญสิบห้าค่ำ...

พระจันทร์เต็มดวงลอยเด่นสาดแสงสีเงินยวบยาบทะลุม่านไม้ลงมายังสระบัวหลวง ผืนน้ำนิ่งสนิทสะท้อนเงาจันทร์กระจ่างดั่งกระจกเงาบานยักษ์

หาญนั่งเหยียดกายอยู่ริมตลิ่ง บนแผงอกเปลือยเปล่าตึงแน่นมีเพียงรอยแผลเป็นจางๆ ข้างกายมีบุษย์ในชุดสไบแพรบางเบานั่งเคียงชิด กลิ่นดอกจำปาหอมจรุงใจโชยมาตามสายลมชื้น ผสมผสานกับกลิ่นเนื้อสาวอันเย้ายวน ชวนให้เลือดลมในกายของชายหนุ่มเดือดพล่านขึ้นมาอย่างไม่อาจควบคุม

“บุษย์...” เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าเอ่ยทำลายความเงียบงัน

“จ๊ะพี่?”

“ถ้าพี่ชวนเอ็งออกไปจากดงอาถรรพ์นี่ ไปสร้างเรือนอยู่กินกันบนแผ่นดินใหญ่... เอ็งจะยอมไปกับพี่หรือไม่?”

รอยยิ้มหวานหยดย้อยบนใบหน้างามพลันอ่อนจางลง ดวงตากวางคู่งามทอดมองไปยังผืนน้ำสีนิลของสระบัวหลวง แววตาหม่นแสงลงคล้ายซ่อนความลับอันหนักอึ้งไว้จนล้นอก

“ข้าไปไม่ได้ดอก...”

“เพราะเหตุใด?”

บุษย์นิ่งเงียบไปนาน นานจนได้ยินเพียงเสียงยอดหญ้าเสียดสีกันไปมาตามแรงลมราตรี กว่าหล่อนจะหันกลับมาสบตาเขาอีกครั้ง นัยน์ตาคู่นั้นก็เปี่ยมล้นไปด้วยรอยโศกเศร้าลึกล้ำ

“สักวันหนึ่ง... พี่หาญจะรู้เอง”

หาญจ้องมองดวงหน้าสะคราญอย่างแสนรัก แทนที่จะซักไซ้ไล่เลียงให้มากความ ฝ่ามือหนาหยาบกร้านกลับเอื้อมไปกอบกุมมือนุ่มนิ่มไว้แน่น ถ่ายทอดไออุ่นส่งผ่านไปถึงหัวใจของหล่อน

“ถ้าเช่นนั้น พี่จะไม่บังคับเอ็ง”

บุษย์เงยหน้าขึ้นมองเขา ริมฝีปากอิ่มสั่นระริกด้วยความตื้นตันระคนหวั่นไหว “พี่หาญ...”

“ว่าอย่างไรแม่คุณ?”

“ไม่มีอันใดแล้วจ้ะ...”

หญิงสาวส่ายหน้าน้อยๆ ก่อนจะทิ้งตัวเอนศีรษะลงซบกับแผงอกแกร่งและลาดไหล่หนาอย่างลืมตัว หาญนิ่งงันไปชั่วครู่ ลมหายใจสะดุดกึก ก่อนจะค่อยๆ วาดวงแขนกำยำโอบรัดร่างระหงเข้ามาแนบอก

คราวนี้บุษย์ไม่ได้มีท่าทีขัดขืนหรือเหนียมอาย ความร้อนผ่าวและกลิ่นสาบชายชาตรีจากอกกว้างทำให้หล่อนรู้สึกปลอดภัยอย่างประหลาด ราวกับตลอดหลายปีที่เคว้งคว้าง หล่อนเพิ่งได้พบที่พักพิงหัวใจเป็นครั้งแรก

พ่อหมอหนุ่มก้มลงจุมพิตหน้าผากขาวเนียนแผ่วเบา บุษย์หลับตาพริ้มรับสัมผัส ทว่าเมื่อหล่อนลืมตาขึ้นช้อนมอง สองสายตาก็ประสานกันแนบแน่นจนเกิดประกายไฟสวาทลุกวาบ

ไม่มีคำพูดใดจำเป็นต้องเอื้อนเอ่ยอีกต่อไป หาญโน้มใบหน้าคมคายลงมาบดจูบกลีบปากอิ่มอย่างช้าๆ รสสัมผัสแรกช่างนุ่มนวลราวกับคำขออนุญาต และเมื่อบุษย์เผยอริมฝีปากต้อนรับโดยไม่ถอยหนี เพลิงตัณหาที่สะสมมาเนิ่นนานก็ระเบิดขึ้นทันควัน

หาญประคองดวงหน้างามไว้ในอุ้งมือสาก ลูบไล้พวงแก้มนวลอย่างทะนุถนอมและหิวกระหาย ก่อนจะกระซิบเสียงพร่าชิดริมหูของหล่อน

“บุษย์...”

“จ๊ะ...” หญิงสาวขานรับเสียงแผ่ว นัยน์ตาฉ่ำวาวสั่นระริก

“พี่จะไม่คาดคั้นว่าเอ็งเป็นใคร หรือซ่อนความลับอันใดไว้ในดงป่าแห่งนี้... พี่จะรอจนกว่าเอ็งพร้อมจะบอกพี่เอง”

หยาดน้ำใสเอ่อรื้นคลอดวงตากวางคู่งาม หัวใจดวงน้อยของบุษย์บีบรัดด้วยความเจ็บปวดระคนตื้นตัน

“หากวันใดที่พี่หาญรู้ความจริง... พี่อาจจะนึกกลัวหรือรังเกียจจนไม่อยากอยู่ร่วมเรือนกับข้าอีกต่อไป”

วงแขนแกร่งของชายหนุ่มตระกองกอดรัดร่างบางแน่นเข้า จนแทบจะหลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกัน ทว่าแววตากลับลุกโชนไปด้วยความร้อนรุ่มอันตราย

“เรื่องนั้นปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพี่เถิด... ตอนนี้ พี่รู้เพียงอย่างเดียวว่า พี่รักเอ็งจนแทบคลั่งตายอยู่รอมร่อแล้วแม่คุณ”

น้ำเสียงเด็ดขาดที่เจือความดุดันเป็นสัญญาณเตือนที่ชัดเจน บุษย์รู้ซึ้งทันทีว่าสิ่งใดกำลังจะเกิดขึ้นกับหล่อน ลมหายใจร้อนจัดเป่ารดลงบนผิวหน้าขาวผ่อง ดวงตากลมโตสะท้อนความตื่นตระหนกและยั่วยวนโดยที่หญิงสาวไม่รู้ตัว นั่นยิ่งกระชากสัญชาตญาณดิบของชายฉกรรจ์ให้ขาดสะบั้น

หาญโน้มกายลงจูบบดขยี้ริมฝีปากอิ่มอย่างหิวกระหาย ปลายลิ้นสากร้อนซุกซอน แทรกลึกเข้าไปกวาดต้อนน้ำหวานในโพรงปากชื้นฉ่ำอย่างดุดัน ลิ้นหนาเกี่ยวกระหวัดเรียวลิ้นอ่อนนุ่ม ขบเม้มดูดดึงอย่างตะกรุมตะกราม จนหญิงสาวแทบสำลักความเสียวซ่าน หายใจหายคอแทบไม่ทัน

เสียงครางหวานอู้อี้ประท้วงอยู่ในลำคอ สองมือน้อยพยายามผลักไส ทว่าฝ่ามือหนาหยาบกร้านกลับเลื่อนขึ้นไปกุมกระชับท้ายทอยของหล่อนไว้แน่น บังคับให้แม่กวางสาวต้องแหงนเงยใบหน้ารับการจู่โจมตามแต่ใจเขาจะปรารถนา

ปากและลิ้นสอดประสานดูดดื่มกันและกันอย่างบ้าคลั่ง เสียงจ๊วบจ๊าบชุ่มฉ่ำดังก้องคลอไปกับกระแสลมรัญจวน หยาดน้ำลายสีใสเป็นประกายระยับทะลักล้นมุมปาก รินไหลเป็นทางยาว เลอะเลื้อยผ่านลำคอขาวผ่องที่หอมกรุ่น ปลุกเร้าให้พ่อหมอหนุ่มอยากจะกลืนกินเนื้อนวลตรงหน้าให้แหลกยับคามือ

ผ้าแถบและผืนซิ่นถูกกระชากปลดเปลื้องหลุดลอยราวกล้วยปอกเปลือก ชั่วพริบตาร่างขาวผ่องดุจเนื้อหยวกก็เปลือยเปล่าท้าทายแสงจันทร์เพ็ญ

ความงามสะพรั่งยั่วกามของหญิงสาวทำเอาหาญอดรนทนไม่ไหว ความกระหายอยากครอบครองแล่นพล่านจนแทบคลั่ง ตราบใดที่คว้าแม่เนื้ออุ่นเอาไว้ได้ เสือหนุ่มย่อมไม่ปล่อยให้เหยื่อสาวหลุดรอดเงื้อมมือไปได้เแม้แต่คืบเดียว

หาญโน้มตัวลงจูบฟัดเนื้อนวลจนหนำใจ วงแขนแข็งแกร่งดั่งคีมเหล็กกักขังแม่กวางน้อยให้ศิโรราบอยู่ใต้อำนาจ เขามองดูร่างงามที่นอนระทดระทวยหมดทางสู้ด้วยสายตากลัดมัน จดจ้องทรวงอกกลมโตอวบสล้างที่กระเพื่อมไหวรัวเร็วตามแรงหอบสะท้าน และยอดปทุมถันสีชมพูระเรื่อที่ชูชันท้าลมเย็นอย่างเชิญชวน

ก่อนจะเลื่อนสายตาหื่นกระหายลงต่ำ ผ่านเอวคอดกิ่วและแผ่นท้องน้อยราบเรียบ สู่เนินเนื้ออวบอูมขาวผ่องกึ่งกลางกายสาว ที่บัดนี้ฉ่ำเยิ้มไปด้วยหยาดน้ำหวานเหนียวข้นไหลรินหยดย้อยอาบเรียวขาเสลา ชวนให้คนมองทนไม่ไหวจนต้องเอื้อมมือไปจัดการ

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • สาปรักบุษบัน   นิ้วพี่คงเอาไม่อยู่แล้ว

    “อ๊ะ...!”บุษย์สะดุ้งโหยงแอ่นตัวขึ้นสุดเหยียด ใบหน้างามแดงก่ำเมื่อปลายนิ้วหนาบดขยี้ลงบนติ่งเกสรอวบ ก่อนจะคลี่แหวกสองแคมขาวนวลให้แบะอ้าออกจากกัน ความรู้สึกที่โดนชายหนุ่มแตะต้องตรงนั้น ทำให้ช่องทางคับแคบขมิบตอดรัวระริก ด้วยความเสียวซ่านทรมานปานใจจะขาด“พี่หาญ...”เสียงหวานครางครวญแผ่วเบา เรียวขาขาวผ่องสั่นสะท้านอ้ากว้าง ราวกับจะอ้อนวอนให้เขาช่วยเติมเต็มความว่างเปล่าอันร้อนรุ่ม คันยุบยิบทว่ายังไม่ทันที่หล่อนจะได้เอื้อนเอ่ยสิ่งใด ปากหยักและปลายลิ้นร้อนสากก็โฉบลงปาดเลียร่องสวาทที่เผยออ้า ตวัดชอนไชดูดกลืนน้ำหวานฉ่ำเยิ้มอย่างตะกรุมตะกราม จนธารน้ำรักสีใสแตกซ่าน พุ่งกระจายเปรอะเปื้อนเต็มใบหน้าหล่อเหลาแม้ว่าร่างบางจะดิ้นเร่าทุรนทุรายจนสติแทบแตกกระเจิง แต่ชายหนุ่มก็ยิ่งย่ามใจไม่ยอมหยุดรังแก ปากหนาอ้าครอบดูดดึงเม็ดละมุดอวบอิ่ม รัวลิ้นสะกิดยอดเกสรจนเนื้อสาวบวมเป่งแดงก่ำ ฝ่ามือหยาบกร้านบีบเค้นแก้มก้นแน่นหนั่นของหล่อนอย่างเมามัน ก่อนจะเลื่อนขึ้นมากอบกุมสองเต้าอวบอัดคัดตึง นวดขยำเคล้นคลึงจนเนื้อนุ่มหยุ่นยวบทะลักล้น“พี่หาญ... พี่หาญจ๋า...” หญิงสาวร้องครางเสียงหวาน สองมือเรียวบางสอดขยุ้มเส้นผมดกหนาข

  • สาปรักบุษบัน   สีชมพูชูชัน

    จนกระทั่งคืนวันเพ็ญสิบห้าค่ำ...พระจันทร์เต็มดวงลอยเด่นสาดแสงสีเงินยวบยาบทะลุม่านไม้ลงมายังสระบัวหลวง ผืนน้ำนิ่งสนิทสะท้อนเงาจันทร์กระจ่างดั่งกระจกเงาบานยักษ์หาญนั่งเหยียดกายอยู่ริมตลิ่ง บนแผงอกเปลือยเปล่าตึงแน่นมีเพียงรอยแผลเป็นจางๆ ข้างกายมีบุษย์ในชุดสไบแพรบางเบานั่งเคียงชิด กลิ่นดอกจำปาหอมจรุงใจโชยมาตามสายลมชื้น ผสมผสานกับกลิ่นเนื้อสาวอันเย้ายวน ชวนให้เลือดลมในกายของชายหนุ่มเดือดพล่านขึ้นมาอย่างไม่อาจควบคุม“บุษย์...” เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าเอ่ยทำลายความเงียบงัน“จ๊ะพี่?”“ถ้าพี่ชวนเอ็งออกไปจากดงอาถรรพ์นี่ ไปสร้างเรือนอยู่กินกันบนแผ่นดินใหญ่... เอ็งจะยอมไปกับพี่หรือไม่?”รอยยิ้มหวานหยดย้อยบนใบหน้างามพลันอ่อนจางลง ดวงตากวางคู่งามทอดมองไปยังผืนน้ำสีนิลของสระบัวหลวง แววตาหม่นแสงลงคล้ายซ่อนความลับอันหนักอึ้งไว้จนล้นอก“ข้าไปไม่ได้ดอก...”“เพราะเหตุใด?”บุษย์นิ่งเงียบไปนาน นานจนได้ยินเพียงเสียงยอดหญ้าเสียดสีกันไปมาตามแรงลมราตรี กว่าหล่อนจะหันกลับมาสบตาเขาอีกครั้ง นัยน์ตาคู่นั้นก็เปี่ยมล้นไปด้วยรอยโศกเศร้าลึกล้ำ“สักวันหนึ่ง... พี่หาญจะรู้เอง”หาญจ้องมองดวงหน้าสะคราญอย่างแสนรัก แทนที่จะซักไ

  • สาปรักบุษบัน   รักจนยอมตายแทนได้

    “โกรธพี่รึแม่คุณ...”หาญกระซิบเสียงพร่าต่ำ ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดกกหูขาวผ่อง นัยน์ตาคมกริบกวาดมองริมฝีปากอิ่มที่กำลังเม้มแน่นด้วยความกระหายอยากครอบครอง“พี่แค่ร้อนวิชา อยากรีบหาย... จะได้มีแรงกอดเอ็งให้หนำใจเสียที”“คนบ้า! เลือดยังไหลไม่หยุด ยังจะมาพูดจาลามก”บุษย์คว้าหมับเข้าที่ข้อมือหนา แม้เรือนร่างของหล่อนจะบอบบางกว่าเขามาก ทว่าคราวนี้หญิงสาวกลับออกแรงฉุดกระชากอย่างไม่เกรงใจ“ขึ้นเรือน!” เสียงหวานสะบัดห้วน แววตาวาวโรจน์ราวกับแม่เสือ“บุษย์... พี่เดินเองได้” ชายหนุ่มยิ้มกริ่ม ยอมก้าวตามแรงดึงทั้งที่ร่างสูงใหญ่กว่าหล่อนเป็นเท่าตัว“ก็เดินสิ! แต่ถ้าแผลปริเลือดทะลักออกมาอีก ข้าจะเอาไม้เรียวฟาดเสียให้เข็ด”หาญหัวเราะหึในลำคออย่างชอบใจ“เป็นห่วงพี่หรือแม่คุณ?”“ข้ารำคาญต่างหาก”“รำคาญจนขอบตาแดงก่ำ เหมือนคนจะร้องไห้เชียวหรือ?”หญิงสาวชะงักงัน กัดริมฝีปากอิ่มแน่น “ใครร้อง”“ตาเอ็งแดงก่ำจนปิดไม่มิด”“เพราะข้าโมโหพี่หาญน่ะสิ”“อ้อ...” หาญลากเสียงยาวในลำคอ นัยน์ตาคมพราวระยับ ปล่อยให้ร่างนุ่มนิ่มลากจูงขึ้นเรือนไปแต่โดยดี“นั่งลง” หล่อนสั่งเสียงเขียว ผลักแผงอกตึงให้นั่งลงบนตั่งไม้“พี่ไม่ได้เป็น

  • สาปรักบุษบัน   ยิ้มแห้งเอาใจ

    ทว่าหาญมีสัญชาตญาณนักสู้ที่ว่องไวกว่าไอ้เศรษฐีร่างท้วมที่วันๆ เอาแต่นอนเสวยสุขบนฟูกนวมหลายขุมนักก่อนที่นิ้วสั่นระริกของขุนเรืองจะทันได้เหนี่ยวไก หาญก็เบี่ยงกายหลบพ้นวิถีกระสุนพร้อมสืบเท้าพุ่งเข้าประชิด มือแกร่งปานคีมเหล็กคว้าข้อมือขุนเรืองแล้วบิดหักกระชากลงล่าง เสียงกระดูกข้อมือลั่นเป๊าะจนปืนร่วงหล่น ก่อนที่หมัดขวาของพ่อหมอหนุ่มจะซัดตูมเข้ายอดอกจนขุนเรืองจุกแอ้กล้มทั้งยืน"ไอ้เศษสวะ... สันดานชั่วช้าเยี่ยงมึง อยู่ไปก็หนักแผ่นดิน!"คราวนี้ขุนเรืองสิ้นท่าหมดทางสู้ แข้งขาสั่นพั่บๆ ปัสสาวะราดรดกางเกงแพรเนื้อดีจนเปียกโชก กลิ่นคาวเยี่ยวคละคลุ้ง มันละล่ำละลักทรุดตัวลงก้มกราบแทบเท้าหาญปลกๆ สองมือพนมไหว้งกๆ หน้าผากโขกดินจนเลือดซิบ"พ่อหาญ! อย่าฆ่ากูเลยนะพ่อ กูยอมแล้ว! มึงอยากได้ทองคำกี่หีบกูจะยกให้หมด... ทรัพย์สมบัติที่บ้านกูมีเป็นร้อยชั่ง กูจะเอามากองให้ตรงนี้ อย่าเอาชีวิตกูเลยนะพ่อคุณ!"หาญยันกายลุกขึ้นยืนตระหง่าน แววตาดุดันเย็นเยียบปานพญายมราชผู้ไร้ความปรานี ร่างสูงใหญ่ก้าวสามขุมเข้าประชิดตัวไอ้คนชั่วช้าที่ไร้สัจจะ"เงินทองของมึง... จงเอาไปใช้ในนรกเถิด"สิ้นเสียงห้าวห้วน ฝ่าเท้าหนักหน่วงปาน

  • สาปรักบุษบัน   หนึ่งรุมสาม

    "ปล่อยมือโสโครกของมึงออกจากตัวหล่อน... เดี๋ยวนี้!"เสียงห้าวห้วนทรงอำนาจดั่งลั่นเหมือนฟ้าผ่าเปรี้ยงลงกลางวง ดังก้องกังวานออกมาจากแนวพงชัฏเบื้องล่างพวกสารเลวทั้งสามหันขวับไปมองเป็นตาเดียว ภาพที่ปรากฏคือร่างสูงใหญ่กำยำของหาญ ยืนตระหง่านท้าทายแสงจันทร์ ไหล่กว้างข้างหนึ่งพาดคันธนูไม้มะค่าขนาดเขื่อง ด้านหลังสะพายซากกวางป่าที่เพิ่งล่ามาสดๆใบหน้าคมคายชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อไคลจากไอแดดลม ทว่านัยน์ตาคมกริบคู่นั้นกลับเย็นเยียบดุดันและกระหายเลือด จ้องเขม็งมาราวกับจะควักตับไตไส้พุงของพวกมันออกมาสับเป็นชิ้นๆ แม้แต่พรานดำผู้เจนจัดในไสยเวทมนตร์ดำยังถึงกับสะท้านเยือก วาบขึ้นมาตามกระดูกสันหลังจนขนหัวลุกชัน"ไอ้หาญ!"พรานดำตะคอกเสียงหลง ละล่ำละลักจำหน้าจอมขมังเวทหนุ่มได้ทันควัน "เอ็ง... เอ็งยังไม่ตาย ยังเสือกกบดานอยู่ที่นี่อีกรึ!""ข้าเตือนพวกเอ็งแล้วมิใช่รึ... ว่าอย่าได้เสนอหน้ากลับเข้ามาเหยียบที่นี่อีก" น้ำเสียงของหาญราบเรียบ ทว่าแฝงรังสีอำมหิตรุนแรงจนบรรยากาศรอบข้างหนาวเหน็บปานน้ำแข็งขุนเรืองผู้ถือดีว่าตนมีพวกมากกว่าและพกอาวุธปืนผาหน้าไม้มาครบมือ แค่นหัวเราะเย้ยหยัน"ฮ่าๆๆ ไอ้หมอผีกระจอกเนื้อตัวมอมแม

  • สาปรักบุษบัน   คนร้ายกว่าผี

    เปรี้ยง !เสียงปืนดังขึ้นจากชายป่า ฝูงนกแตกฮือกระพือปีกบินขึ้นสู่ท้องฟ้า ตามด้วยเสียงหัวเราะอย่างย่ามใจของชายฉกรรจ์ต่างถิ่นคณะนักล่าสมบัติกลุ่มใหม่เดินทางมาถึงหมู่บ้านเกาะกช คราวนี้ขนกำลังคนมามากกว่าเดิม และเตรียมอาวุธมาพร้อมสรรพผู้นำขบวนคือ ขุนเรือง เศรษฐีหนุ่มร่างท้วมผู้มั่งคั่งจนแทบไม่เคยต้องเดินด้วยเท้าตนเอง เขาสวมเสื้อผ้าแพรพรรณเนื้อดีเกินกว่าจะเหยียบย่างเข้าพงชัฏ มีสายสร้อยทองคำเส้นโตคล้องคอปานโซ่ล่ามช้างแกว่งไกวอยู่บนอก ปากก็คอยกำชับสั่งลูกสมุนซ้ำๆซากๆ มุ่งมั่นจะขุดกรุสมบัติโบราณขึ้นมาครอบครองให้เกลี้ยงแผ่นดินข้างกายคือ พรานดำ พรานป่าผู้เหี้ยมเกรียมและเจนจัดในเชิงไสยดำ คอยสอดส่ายสายตาระแวดระวังภัย ขณะที่ ไอ้แมน สมุนหนุ่มเลือดร้อนจอมห่าม ถือปืนยาวเดินอาดๆ ตามหลังมาติดๆ"พวกชาวบ้านมันลือกันหนาหู ว่าที่นี่มีผีหวงสมบัติเฮี้ยนนักนะนาย" ไอ้แมนเอ่ยปากพลางหัวเราะร่าเย้ยหยันฟ้าดินพรานดำถ่มน้ำลายเหนียวลงพื้น “ผีสางหรือคนเป็น ถ้ามีของดีฝังอยู่ใต้ตีนกู กูจะขุดมันขึ้นมาให้เหี้ยน!”ขุนเรืองหัวเราะร่วนอย่างสบอารมณ์ หารู้ไม่ว่าบนคาคบไม้สูงตระหง่านเหนือกระหม่อม มีสายตาคมกริบดุจนางเสือสมิงคู

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status