Share

บทที่ 4 คำสัญญา

last update Tanggal publikasi: 2024-12-04 12:20:16

บทที่ 4

คำสัญญา

           

            เมื่องานเลี้ยงเลิกราทุกคนต่างพากันแยกย้ายกลับจวน เหตุการณ์ในวันนี้นั้นทำให้ภายในรถม้าตระกูลหยางที่กำลังเดินทางกลับรู้สึกกังวลและอึดอัดใจ หยางหมิงนั้นรักฮูหยินเอกจ้าวอ้ายฉิงมาก แม้ว่านางจะจากไปได้หลายปีแล้ว แต่เขาก็ไม่เคยคิดจะยกใครขึ้นมาแทนที่จ้าวอ้ายฉิงเลย บุตรชายหญิงที่เกิดจากจ้าวอ้ายฉิงเขาก็รักมากกว่าบุตรธิดาที่เกิดจากเสิ่นอี๋นั่วผู้เป็นภรรยารองของเขาเสียอีก

            สิ่งใดที่บอกว่าดีเขาล้วนสรรหามามอบให้หยางเฟยเทียนกับหยางซูมี่ก่อนเสมอ แต่นี่ฮ่องเต้กลับทรงมอบสมรสพระราชทานให้หยางซูมี่แต่งเข้าจวนชินอ๋อง ตัวเขาในฐานะที่เป็นขุนนางผู้เป็นข้ารองบาทจะกล้าเอ่ยปากปฏิเสธได้อย่างไรกัน แค่คิดว่าบุตรสาวของเขาจะต้องออกเรือนไป ใจของเขาก็พลันรู้สึกหนักอึ้งขึ้นมา

            “ท่านพ่ออย่าเพิ่งคิดมากเลยขอรับ การสมรสในครั้งนี้ของมี่เอ๋อร์อาจจะผลดีกับตัวนางก็เป็นได้”

หยางเฟยเทียนเอ่ยปลอบผู้เป็นบิดา แม้เขาจะรู้สึกว่าการแต่งงานครั้งนี้เหมือนกับฮ่องเต้ทรงกำลังบีบคั้นตระกูลหยางก็ตามที แต่ว่าที่น้องเขยผู้เป็นถึงชินอ๋องนั้นเป็นคนที่อุปนิสัยใช้ได้เลยทีเดียว แม้ใบหน้าจะเงียบขรึมเย็นชาไปบ้าง แต่ก็ถือว่าพอจะวางใจฝากชีวิตน้องสาวของเขาให้ชินอ๋องดูแลได้

            “อาจจะจริงตามที่เจ้าว่า พ่อคิดว่านับตั้งแต่ที่มี่เอ๋อร์โดนปฏิเสธงานหมั้นในครั้งนั้น จนทำให้มี่เอ๋อร์คิดสั้นกระโดดน้ำหวังปลิดชีพตนเองแต่รอดกลับมาได้ หลังจากมี่เอ๋อร์ฟื้นขึ้นมา นางก็ดูโตขึ้นจนพ่อใจหาย คิดไม่ถึงว่าผ่านมาเพียงแค่สามปี มี่เอ๋อร์จะต้องออกเรือนเสียแล้ว”

หยางหมิงเอ่ยพลางถอนหายใจ เขานั้นยังรู้สึกว่าบุตรสาวของเขายังเด็กเกินไป ยังไม่อยากจะรีบร้อนให้นางออกเรือนเลย

            “ท่านพ่อโปรดวางใจขอรับ มี่เอ๋อร์นั้นมีจวนตระกูลหยางและตระกูลจ้าวคอยหนุนหลัง หากมี่เอ๋อร์โดนรังแก ข้าผู้เป็นพี่ชายจะทวงคืนความยุติธรรมให้เอง”

            ภายในรถม้าอีกคันกลับเต็มไปด้วยบรรยากาศเงียบสงบ หยางซูมี่นั่งหลับตาพร้อมกับนึกไว้อาลัยในชะตาชีวิตของตนเอง เดิมทีนั้นเธอคือไผ่หลิว สาวลูกครึ่งไทยจีนอาศัยอยู่กับคุณตาที่ประเทศไทยตั้งแต่สามขวบ หลังจากที่พ่อแม่ของเธอประสบอุบัติเหตุทางเครื่องบินขณะที่กำลังเดินทางมาประเทศจีน เธออยู่กับคุณตามาตั้งแต่เด็กจนอายุได้ 18 ปี คุณตาก็มาเสียไปอีกคนชีวิตของเธอจึงเคว้งคว้างเป็นอย่างมาก ยังดีที่เธอมีเพื่อนรักอย่างบัวชมพูที่คอยให้กำลังใจและช่วยเหลือเธอเสมอมา

            หลังจากเรียนจบปริญญาตรีคณะจิตวิทยา เธอก็ได้ทำงานที่เป็นนักจิตวิทยากับโรงพยาบาลชื่อดังแห่งหนึ่งของเมืองไทย เธอใช้ชีวิตเรียบง่ายเพียงแค่ 25 ปี กลับต้องมาถูกรถชนตายฟื้นขึ้นมาอีกทีก็มาอยู่ในร่างของหยางซูมี่ ที่น่าแปลกคือเธอกับหยางซูมี่มีใบหน้าที่เหมือนกันอย่างกับคนเดียวกัน เธอจึงสันนิษฐานว่าเธอกับหยางซูมี่อาจจะเป็นคนคนเดียวกัน เพียงแค่อยู่คนละยุคเท่านั้น แต่กว่าที่เธอจะปรับตัวได้  และอาศัยอยู่ในร่างนี้ประหนึ่งว่าเธอนั้นคือ หยางซูมี่จริงๆนั้นก็ใช้เวลานานพอสมควร

            เธอคิดเสมอว่าที่เธอได้มาอยู่ในร่างของหยางซูมี่นั้น คงจะเป็นเพราะสวรรค์เมตตาให้เธอได้กลับมาใช้ชีวิตอีกครั้ง เธอเองก็จะขอใช้ชีวิตนี้ให้คุ้มค่าที่สุด แต่ก็มีเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึงคือเธอกลับต้องมาโดนคลุมถุงชนให้แต่งงาน นี่สวรรค์กำลังเล่นตลกกับชีวิตของเธอมากเกินไปหรือไม่

            “พี่หญิงใหญ่ช่างวาสนาดียิ่งนักนะเจ้าคะ ตัวข้านั้นจะมีวาสนาดั่งเช่นพี่หญิงใหญ่บ้างหรือไม่กันนะ”

หยางเจียลี่เอ่ยทำลายความเงียบ นัยน์ตาทอประกายความอิจฉาออกมาอย่างไม่ปิดบัง

            “หากน้องรองอยากวาสนาดีเช่นข้าก็จงทำตัวให้สมกับที่เป็นบุตรีของท่านพ่อ แล้วก็เก็บปากสงบคำ และแววตาริษยาของเจ้าด้วย”

หยางซูมี่เอ่ยอย่างไม่รักษาน้ำใจหยางเจียลี่อีกต่อไป น้องรองต่างแม่ผู้นี้นางไม่อยากจะมานั่งปั้นหน้าพูดดีด้วยอีกต่อไปแล้ว

            “เจ้า!!”

หยางเจียลี่ถลึงตาโตมองหยางซูมี่ด้วยความไม่พอใจแต่มิอาจจะทำอะไรนางได้

            เมื่อรถม้าจอดสนิทเจินเจินก็เข้ามาประคองหยางซูมี่ให้เดินลงมาจากรถม้า ทั้งสองตรงกลับไปที่เรือนไผ่หลิวทันที หยางซูมี่นั้นอยากจะรีบอาบน้ำแล้วเข้านอนแล้ว งานเลี้ยงในพระราชวังกินพลังงานชีวิตของนางเสียจริงๆ

            “ซินซินเจ้ารีบไปเตรียมน้ำให้คุณหนู ข้าจะไปช่วยคุณหนูเปลี่ยนชุด”

            “ทำไมวันนี้คุณหนูดูอารมณ์ไม่ดีเลยเล่า”

ซินซินเป็นคนช่างสังเกต นางเห็นว่าคุณหนูนั้นหลังจากกลับมาคิ้วเรียวกลับขมวดกันเป็นปม นัยน์ตาก็ทอประกายเหนื่อยล้าออกมาให้เห็น ไม่รู้ว่าภายในงานเลี้ยงเกิดเรื่องใดขึ้นหรือไม่ เพราะวันนี้นางไม่ได้ติดตามไปด้วย เจินเจินได้แต่ขบกัดริมฝีปากของตนเองอย่างเคร่งเครียดก่อนจะกระซิบบอกความแก่ซินซิน

            เมื่ออาบน้ำเสร็จเรียบร้อยแล้วหยางซูมี่อยู่ในชุดนอนสีขาวโปร่งบาง นางปีนขึ้นไปบนเตียงนอนนุ่มเพื่อเตรียมตัวเข้านอน แล้วไล่สาวใช้ทั้งสองให้ออกไปนอนยังห้องด้านข้างแทน นางไม่ชมชอบให้มีคนมานอนเฝ้าด้วยคุ้นชินกับการนอนคนเดียวมากกว่าเหมือนตอนที่ยังเป็นไผ่หลิว

            คืนนี้พระจันทร์เต็มดวงในห้องของโฉมงามมีเพียงแสงสว่างจากดวงจันทร์ที่สาดแสงเข้ามา พอเห็นเป็นเงารางเลือนเท่านั้น จู่ๆก็มีผู้บุกรุกแอบปีนเข้ามาทางหน้าต่างห้อง เจ้าของเงาดำก้าวย่างด้วยฝีเท้าแผ่วเบาขยับเข้าไปนั่งบนโต๊ะข้างเตียง เฝ้ามองหยางซูมี่ที่กำลังนอนหลับตาพริ้มอย่างมีความสุขอยู่บนเตียง

            ผู้บุกรุกนั้นแท้จริงก็คือเซี่ยเหวินหรง คืนนี้ที่เขาลอบเข้ามาเพราะอยากจะมาพบหน้ากับว่าที่พระชายาของเขาเสียก่อน ไม่คิดว่านางจะนอนเร็วถึงเพียงนี้ ขณะที่กำลังจะแอบออกไปนั้น เสียงหวานได้เอ่ยเรียกไว้

            “เหตุใดชินอ๋องต้องแอบปีนหน้าต่างลอบเข้ามาในห้องนอนของหม่อมฉันด้วยเพคะ กระทำตัวดั่งเช่นโจรเด็ดบุปผา”

หยางซูมี่ลืมตาขึ้นมามองผู้ที่บุกรุกห้องนอนของนาง จากนั้นลุกขึ้นนั่งทั้งยังไม่ลืมเอาผ้าห่มมาห่อตัวไว้

            "เสียมารยาทต่อคุณหนูหยางแล้ว เปิ่นหวางเพียงอยากมาสนทนากับเจ้าเพียงเท่านั้น"

หึ สนทนาอันใดในยามมืดค่ำ ทั้งยังแอบเข้ามาในห้องสตรี บุรุษหน้าไม่อาย หยางซูมี่ลอบก่นด่าภายในใจ

"ชินอ๋องเกรงใจเกินไปแล้ว มีเรื่องเร่งด่วนอันใดหรือเพคะ ถึงขนาดที่ชินอ๋องเซี่ยเหวินหรงทรงรอให้เช้าก่อนไม่ได้ แล้วค่อยเดินเข้ามาทางประตูหน้าจวนไม่ได้เลยหรือเพคะ"

ฝีปากของคุณหนูใหญ่ไม่อาจดูแคลนได้เลย ใครบอกกันว่าคุณหนูหยางซูมี่มีดีเพียงรูปโฉม สติปัญญาขลาดเขลา ศาสตร์ทั้งสี่ไม่อาจสู้ คุณหนูหม่า และคุณหนูจ้าวโฉมสะคราญอันดับหนึ่งและสองได้เลยกัน แค่ประโยคเดียวก็ตอกกลับชินอ๋องอย่างเขาให้แสบๆ คันๆ

"เปิ่นหวางมีคำถามหนึ่งข้อ หายเจ้าตอบเสร็จ เปิ่นหวางก็จะจากไปทันที เจ้าเต็มใจที่จะแต่งเป็นหวางเฟยของเปิ่นหวางหรือไม่"

ดวงตาคู่คมสบกับนัยน์ตากลมโตอย่างรอคอยคำตอบ

"บัญชาจากฝ่าบาท หม่อมฉันไม่อาจปฏิเสธได้เพคะ"

คำตอบจากโฉมงามทำให้คิ้วคมขมวดกัน บรรยากาศแฝงความอึดอัดเล็กน้อย

"เจ้าจงตอบอย่างใจคิด คำตอบของเจ้าเปิ่นหวางขอให้สัตย์ว่าจะไม่มีผลใดๆ ทั้งสิ้น เปิ่นหวางเพียงแค่อยากรู้ความคิดของเจ้า"

โฉมงามถอนหายใจอย่างผ่อนคลายเล็กน้อย หากเขาอยากได้คำตอบจริงๆ นางก็จะตอบให้ แล้วอย่ามาโกรธทีหลังแล้วกัน

"หากตอบด้วยเหตุผล การแต่งงานนับเป็นวาสนาของหม่อมฉันและตระกูลหยาง การเกี่ยวดองกับเชื้อพระวงศ์นับเป็นเกียรติอย่างยิ่งแก่วงศ์ตระกูล แต่ถ้าถามใจของหม่อมฉัน หม่อมฉันขอตอบว่าไม่ต้องการแต่งงานเพคะ ไม่ว่าบุรุษใดในใต้หล้า หม่อมฉันก็ไม่อยากแต่งทั้งนั้น"

จบคำยิ่งทำให้บรรยากาศคล้ายกับเย็นยะเยือกขึ้นมากกว่าเดิม

"เพราะเหตุใด เจ้าไม่ชอบบุรุษหรือ"

ร่างสูงเอ่ยถามอย่างสงสัย หรือนางจะชมชอบสตรีด้วยกันเอง

"เซี่ยเหวินหรง!! "

หยางซูมี่ตกใจจนเผลอเรียกชื่ออีกฝ่ายอย่างไม่เกรงกลัวอาญา

"ข้าหยางซูมี่ เป็นบุตรีของท่านเสนาบดีหยางหมิงกับจ้าวอ้ายฉิง ไม่ได้มีความคิดดั่งเช่นท่านว่า ข้าเพียงไม่ปรารถนาจะใช้สามีร่วมกับหญิงใด หากต้องใช้สามีร่วมกัน ข้าขออยู่เป็นสาวเทื้อเสียยังจะดีกว่า"

ด้วยอารมณ์โกรธทำให้หยางซูมี่เผลอใช้คำสามัญกับชินอ๋อง นางโกรธที่เขาคิดว่านางเป็นสตรีที่ชอบสตรีด้วยกันเอง ถึงแม้ยุคที่นางจากมาจะเปิดเสรีเรื่องความรักไม่แบ่งแยกเพศ แต่สำหรับยุคนี้แล้วไม่ใช่

เซี่ยเหวินหรงยืนอึ้ง จากนั้นก็ปล่อยเสียงหัวเราะออกมา เหมือนคำพูดของนางเป็นเรื่องตลก ในแผ่นดินนี้บุรุษที่มีภรรยาเพียงหนึ่งคนเห็นจะมีแต่ชาวบ้านที่ยากจน ด้วยธรรมเนียมการที่บุรุษมีภรรยาหลายคน และมีลูกหลานมาก ย่อมแสดงถึงความมั่งคั่งร่ำรวย และความเจริญรุ่งเรืองของตระกูล การที่นางกล่าวเช่นนี้ช่างผิดธรรมเนียมยิ่งนัก

"ขำอันใดกันเพคะ หม่อมฉันรู้ว่าที่หม่อมฉันพูดออกไปนั้นอาจจะผิดธรรมเนียม แต่ที่หม่อมฉันพูดเช่นนี้ เพราะการที่ในจวนนั้นมีภรรยา และบุตรธิดาหลายคนนั้น ล้วนทำให้ก่อปัญหาทั้งสิ้น ทั้งการอิจฉาริษยา การแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกัน เลวร้ายสุดคือการลอบสังหารกัน เรื่องนี้พระองค์น่าจะเข้าใจดีนะเพคะ"

หยางซูมี่อธิบายด้วยน้ำเสียงจริงจัง นัยน์ตากลมโตสบกับตาคมของอีกฝ่ายอย่างไม่ถอย

"เป็นเปิ่นหวางที่เข้าใจเจ้าผิดไป เจ้าสบายใจได้ในจวนของเปิ่นหวาง จะมีเจ้าเป็นนายหญิงแต่เพียงผู้เดียว"

เซี่ยเหวินหรงให้สัตย์กับหยางซูมี่อย่างจริงจัง

คำพูดของเขาเปรียบดั่งหินผา หยางซูมี่มองคนพูดพลันรู้สึกใจเต้นแรง ใบหน้าร้อนผ่าว นางไม่คิดว่าบุรุษผู้นี้จะพูดเช่นนี้ออกมา ใจหนึ่งก็ดีใจ แต่อีกใจก็ยังอดสงสัยไม่ได้ เขาเป็นถึงชินอ๋องการจะแต่งพระชายารอง และอนุเข้ามานั้นง่ายมาก แต่การไม่แต่งใครเข้ามา เขาจะทำได้จริงหรือ การแต่งงานของเชื้อพระวงศ์ล้วนเป็นการแต่งงานการเมืองทั้งสิ้น

"หม่อมฉันจะจดจำเอาไว้เพคะ"

หยางซูมี่พูดเพียงแค่นั้น ก่อนจะล้มตัวลงนอนเอาผ้าห่มคลุมมิดทั้งตัว เซี่ยเหวินหรงเพียงยกยิ้ม แล้วทะยานตัวออกไปจากห้องทันที

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • สามี ท่านหย่ากับข้าเถอะ   ตอนพิเศษ 4 (ตอนปลาย)

    ตอนพิเศษ 4 (ตอนปลาย) “คุณหนูกู่เกรงใจเกินไปแล้ว ในฐานะตัวแทนของฝ่าบาทพวกข้าต้องมาร่วมยินดีอยู่แล้ว”หยางซูมี่เดินเข้างานไปเลย ไม่ได้สนใจสตรีนางนี้มากนัก ทำเพียงเหมือนกับว่านางไม่คู่ควรที่จะให้พระชายาเช่นนางต้องมาเสวนาด้วย กู่เจียอีได้แต่ลอบกำมือแน่น คอยดูเถอะวันนี้ข้าจะเหยียบหน้าจมให้จมดิน และจะกลายมาเป็นพระชายาของชินอ๋องให้จงได้“เจ้าอยากเล่นกับนางหรือไม่” เซี่ยเหวินหรงหันมาเอ่ยถามภรรยาคนงาม“ให้บทเรียนกับนางเบาๆ ก็พอเจ้าค่ะ” หยางซูมี่หันมายิ้มเจ้าเล่ห์ใส่พระสวามีงานเลี้ยงในจวนเจ้าเมืองวันนี้ กลับพบว่าขณะที่ทั้งหมดกำลังสนุกสนานกันภายในงานเลี้ยงนั้น กลับพบว่าคุณหนูกู่เจียอีผลัดตกลงไปในสระน้ำ แต่โชคดีที่มีคุณชายท่านหนึ่งช่วยเอาไว้ได้ แต่เพราะตอนเปียกน้ำทำให้ทั้งสองได้แนบชิดกัน และด้วยอาภรณ์ของกู่เจียอีนั้นที่เป็นสีขาว ทำให้มองเห็นเรือนร่างของนาง จนมองเห็นไปถึงเอี๊ยมตัวใน และคุณชายผู้นี้ก็ได้แตะต้องนางไปแล้วแม้ว่าจะไม่ได้ตั้งใจก็ตาม ด้วยเหตุนี้ในหนึ่งเดือนต่อมาจึงได้เกิดงานมงคลขึ้นกู่เจียอีได้แต่งเข้าไปเป็นฮูหยินรอง เน

  • สามี ท่านหย่ากับข้าเถอะ   ตอนพิเศษ 4 (ตอนต้น)

    ตอนพิเศษ 4 (ตอนต้น) หลังจากงานแต่งผ่านไปได้หนึ่งเดือน คนในตระกูลหยางนำโดยท่านเสนาบดีหยางหมิงได้เดินทางกลับเมืองหลวง พวกเขานั้นได้จากเมืองหลวงมานานมากแล้ว สมควรต้องไปจัดการงานที่ค้างคาเอาไว้ แม้จะเสียดายที่หยางซูมี่กับเซี่ยเหวินหรงไม่ได้กลับไปด้วยก็ตาม“ท่านพ่อเดินทางกลับดีๆ นะเจ้าคะ อีก 3 เดือนลูกจะกลับเมืองหลวงพร้อมท่านอ๋องเจ้าค่ะ”“ดูแลตัวเองดีๆ ด้วยมี่เอ๋อร์ ข้าน้อยขอฝากบุตรสาวด้วยพ่ะย่ะค่ะ” ประโยคท้ายหยางหมิงหันไปเอ่ยกับเซี่ยเหวินหรง“ท่านพ่อตาอย่าได้เป็นห่วง มี่เอ๋อร์อยู่กับข้าย่อมต้องปลอดภัย”เซี่ยเหวินหรงให้คำมั่น ทั้งสองยืนส่งจนขบวนรถม้าเคลื่อนตัวห่างไปเรื่อยๆ“พี่ต้องกลับไปยังจวนเจ้าเมืองเพื่อพบหน้ากับเจ้าเมืองคนใหม่ เจ้าอยู่ที่นี่ดีๆ แล้วพี่จะรีบกลับมา” เซี่ยเหวินหรงลูบหัวหยางซูมี่ด้วยความเอ็นดู“เจ้าค่ะท่านพี่”หยางซูมี่พยักหน้ารับ แล้วเขย่งปลายเท้ายื่นหน้าไปจูบแก้มสาก จนใบหูของเขาขึ้นสีแดงก่ำ“รีบกลับมานะเจ้าคะ ข้าจะรออาบน้ำพร้อมกับท่านพี่”หยางซูมี่ขยิบตาใส่เซี่ยเหวินหรง

  • สามี ท่านหย่ากับข้าเถอะ   ตอนพิเศษ 3 (ตอนปลาย)

    ตอนพิเศษ 3 (ตอนปลาย) เซี่ยเหวินหรงเองก็รีบปลดอาภรณ์ของเขาออกเช่นกัน ร่างกายสูงใหญ่ไร้อาภรณ์ปกปิดกาย มองเห็นกล้ามหน้าท้องหนั่นแน่นที่เป็นลอนสวยอย่างคนที่ออกกำลังกาย ตรงกึ่งกลางเห็นแท่งหยกที่เริ่มจะขยายตัวอวดความศักดิ์ดาของตน หยางซูมี่ลอบกลืนน้ำลายเมื่อเห็นแท่งหยกของเขาหยางซูมี่เนื้อตัวแดงก่ำด้วยความเขินอาย แม้จะเคยร่วมรักกับเขามาหลายครั้ง แต่นางกับเขาก็ห่างหายกันไป 2 ปีกว่า นางจึงรู้สึกประหม่ามากนัก แต่เพราะไม่อยากจะให้เขารู้ว่านางนั้นเขินอายมากเพียงใด จึงทำใจกล้าเงยหน้ามองร่างสูง ยกยิ้มอ่อนหวานแล้วเอื้อมมือไปปลดสายผูกเอี๊ยมออก ทำให้ปราการชิ้นสุดท้ายหลุดร่วงลงมา มองเห็นก้อนเต้าหู้อวบอิ่มสองก้อนและเม็ดทับทิมสีชมพูระเรื่อเซี่ยเหวินหรงไม่อาจจะอดใจได้อีกต่อไป เขาช้อนร่างบางของหยางซูมี่อุ้มลงไปในถังอาบน้ำด้วยกัน เขานั่งพิงขอบอ่างให้หยางซูมี่นั่งบนตักแกร่ง มือข้างหนึ่งบีบสะโพกกลมกลึง อีกข้างก็ยื่นไปข้างหน้ากอบกุมก้อนเต้าหู้บีบคลึงอย่างอ่อนโยน นิ้วชี้เขี่ยเม็ดทับทิมสีชมพูจนตั้งช่อชูชันขึ้นมา“อ๊าาาา ท่านพี่”เซี่ยเหวินหรงจับร่างบางหั

  • สามี ท่านหย่ากับข้าเถอะ   ตอนพิเศษ 3 (ตอนต้น)

    ตอนพิเศษ 3 (ตอนต้น) ขบวนเจ้าบ่าวนำโดยชินอ๋องเซี่ยเหวินหรง พระองค์ขี่อาชาโลหิตสีขาวนำขบวนสินสอดมากกว่า 100 หีบ โดยมีทหารของกองทัพพยัคฆ์ทมิฬคอยดูแล แม้ว่าหยางซูมี่จะเอ่ยว่าต้องการจัดงานแต่งงานแบบเรียบง่ายแต่เมื่อฮ่องเต้เซี่ยเฟยหลงทรงทราบก็รีบส่งม้าเร็วนำราชโองการสมรสพระราชทานมามอบให้ ทั้งยังระบุว่าชินอ๋องจะมีหยางซูมี่เป็นพระชายาแต่เพียงผู้เดียวจวบจนทั้งคู่สิ้นอายุขัยข่าวการแต่งงานครั้งที่สองของทั้งคู่แพร่สะพัดไปทั่วแคว้นเซี่ย บางคนต่างก็ยินดีที่ทั้งสองกลับมาใช้ชีวิตร่วมกัน แต่บางคนก็ค่อนขอดที่ทั้งสองเลิกรากันไปแล้วแต่ยังกลับมาแต่งงานกันอีกครั้ง ไม่ว่าผู้คนจะพูดกันอย่างไร แต่เจ้าบ่าวเจ้าสาวก็หาได้สนใจไม่ เพราะทั้งคู่ได้ตกลงใจที่จะกลับมาใช้ชีวิตร่วมกันอีกครั้ง คำพูดของผู้อื่นหาได้สลักสำคัญกับพวกเขาทั้งสองคนไม่เซี่ยเหวินหรงขี่ม้ามาหยุดที่หน้าประตูบ้านพักของหยางซูมี่ เมื่อเขาเดินเข้าไปยังห้องโถงหลักก็พบว่าหยางซูมี่นั้นยืนรอเขาอยู่ก่อนแล้ว วันนี้นางสวมชุดสีแดงมงคลปักลายหงส์สยายปีก และมีผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวสีแดงสวมทับเอาไว้ที่ศีรษะ ทำให้เขาไม่

  • สามี ท่านหย่ากับข้าเถอะ   ตอนพิเศษ 2

    ตอนพิเศษ 2 ริมชายหาดแห่งหมู่บ้านผิงอัน มีสตรีร่างบอบบาง กับบุรุษร่างสูงใหญ่นั่งอิงแอบกันอยู่ใต้ต้นมะพร้าว สายตาทั้งคู่ทอดมองออกไปยังน้ำทะเลใสสีเขียวมรกต หาดทรายสีขาวละเอียด ลมทะเลพัดมาเป็นระยะๆ คล้ายกับกำลังปลอบประโลมคนทั้งคู่ ทั้งสองปล่อยให้จิตใจได้ซึมซับกับธรรมชาติที่สวยงามนี้“เจ้ามาที่นี่ตั้งแต่เมื่อใด” เซี่ยเหวินหรงหันมาเอ่ยถามในสิ่งที่เขาสงสัย“ข้ามาถึงเมื่อสามวันก่อนเจ้าค่ะ ข้าตั้งใจมาทำให้ท่านแปลกใจเล่น” หยางซูมี่เอ่ยพลางหัวเราะ นัยน์ตาพราวระยับดั่งดวงดารา“รู้หรือไม่ว่าทำข้าเป็นห่วง ตอนที่ข้ารู้ว่าเจ้าหายตัวไป”เซี่ยเหวินหรงเอื้อมมือไปบีบจมูกโด่งรั้นอย่างมันเขี้ยว“ข้าเจ็บนะเหวินหรง”หยางซูมี่หันมาดุเขาอย่างไม่จริงจังนัก เซี่ยเหวินหรงเอื้อมมือไปกอบกุมที่มือขาวบางอย่างทะนุถนอม“ข้าไม่คิดว่าจะได้เจอเจ้าเร็วถึงเพียงนี้ ที่นี่มีเรื่องให้ข้าจัดการมากมายนัก ข้ายังคิดว่าอย่างเร็วก็คงอีกสักปีสองปีถึงจะกลับไปหาเจ้าที่เมืองหลวงได้”“ข้ารู้ว่าท่านทำงานหนักมากเพียงได ดูสิชินอ๋องผู้สง่างามกลายร่

  • สามี ท่านหย่ากับข้าเถอะ   ตอนพิเศษ 1

    ตอนพิเศษ 1 2 ปีต่อมาชายแดนใต้ของแคว้นเซี่ยที่ติดกับทะเล เมื่อ 2 ปีก่อนมีการค้าเกลือเถื่อนเกิดขึ้น เซี่ยเหวินหลินที่ได้ออกมาจัดการนั้น กลับจัดการแบบปล่อยผ่าน อนึ่งเพราะมีผลประโยชน์ร่วมกับพ่อค้าที่ค้าเกลือเถื่อนแต่หลังจากที่ชินอ๋องเซี่ยเหวินหรงจัดการปราบปรามกบฏได้หมดสิ้น จึงได้ทูลขอฮ่องเต้เซี่ยเฟยหลงมาปราบปรามการค้าเกลือเถื่อน และมาจัดระบบการปกครองใหม่ของชายแดนใต้ ซึ่งฮ่องเต้ก็ได้ออกพระราชโองการมอบอำนาจทุกอย่างให้ชินอ๋องเป็นผู้จัดการทั้งหมดตลอดเวลากว่าสองปีที่ผ่านมานี้เซี่ยเหวินหรงออกรบไปปราบปรามโจรสลัดทั้งในน่านน้ำ และบนเรือ โจรสลัดนั้นชอบขึ้นมาดักปล้นฆ่าชาวบ้านที่อาศัยอยู่ริมชายฝั่ง แต่หลังจากที่ชินอ๋องมาโจรสลัดก็หนีหายไปหมดด้วยหวาดเกรงชินอ๋องนอกจากจะปราบโจรสลัดแล้ว เซี่ยเหวินหรงยังต้องเข้ามาปราบปรามพ่อค้าเกลือเถื่อน และยังต้องมาจัดระเบียบเมืองหนานผิงใหม่ ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าเจ้าเมืองหนานผิงปกครองเมืองชายแดนใต้อย่างไร้ความยุติธรรม กดขี่ข่มเหงชาวเมืองหนานผิง ทหารประจำเมืองก็ชอบรีดไถจากชาวบ้าน เรียกร้องค่าคุ้มครอง หากครอบค

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status