Se connecterชาติภพก่อน เหวินจื้อฮุ่ย หลงผิด มองคู่หมั้นตาบอดเป็นเพียงคนไร้ค่า ทอดทิ้งเขาอย่างไร้ไยดี กลับไปฝากชีวิตไว้ในมือ ชายต่ำช้าที่หลอกใช้เธอเพื่อผลประโยชน์ จนกระทั่งต้องเผชิญชะตากรรมอันโหดร้าย ถูกพาไปขายดุจคนไร้ค่า ราคาของความโง่งมนั้นเจ็บปวดแสนสาหัส กว่าจะรู้ตัวก็สายเกินไปเสียแล้ว
Voir plus“กรี๊ด!...ช่วยฉันด้วย” เหวินจื้อฮุ่ยกรีดร้องออกมาจนสุดเสียง ดวงตาเรียวเบิกขยายขึ้น ร่างเพรียวบางค่อย ๆ กลิ้งลงจากเขา
“เหวินจื้อฮุ่ย!...อดทนไว้” เธอมองใบหน้าที่ตื่นตกใจ ของชายตาบอดที่ได้ชื่อว่าเป็นคู่หมั้น เขาพยายามจะคว้ามือเธอที่ยื่นออกไป ทว่าปลายนิ้วที่เกือบจะสัมผัสกันได้ ก็พลันหลุดออกจากกัน
ปัง! กระสุนลูกหนึ่งเจาะเข้าที่ต้นแขนของไป๋เว่ยเจิน คู่หมั้นตาบอดของเธอค่อย ๆ ทรุดลงกับพื้น พร้อมกับร่างของเธอที่ตกกระแทกลงไปด้านล่าง ใบหูคล้ายจะได้ยินเสียงกะโหลกศีรษะที่แตกดังโพละ!
ภาพทุกอย่างดับมืดราวกับรัตติกาลที่ไร้ขอบเขต วิญญาณสีขาวเรืองแสงหลุดออกจากร่าง เธอนั่งยอง ๆ ใช้มือจิ้มไปที่ร่างกายของตนเอง ทว่านิ้วเธอไม่อาจสัมผัสกับกายหยาบที่นอนเบิกตาโพลงได้เลย
“ไม่จริง!...อึก...อึก...ฉันจะตายได้ยังไง ฮื้อ ๆ ม่ายย ฉันไม่อยากตาย ฮื้อ”
เหวินจื้อฮุ่ยร้องไห้ออกมาอย่างสุดเสียง ความเสียใจ ความผิดหวัง ใบหน้าพี่ใหญ่ ลอยเด่นในความคิด ดวงตาเรียวปิดลงช้า ๆ ในใจอึดอัดจนเจ็บไปหมด
“พี่คะ หนูฉันทำผิดไปแล้วค่ะ หนูไม่น่าหลงเชื่อถังโม่เฉินเลย มันหลอกหนูมาขาย! ไอ้ชั่วนั่น มันต้องไม่ตายดีแน่ ๆ หนูควรจะเชื่อพี่มากกว่านี้”
หากเธอยอมเชื่อพี่ชายเธอ หากเธอยอมเชื่อไป๋เว่ยเจินคู่หมั้น เธอคงไม่ถูกหลอกมาขายแบบนี้
ในขณะที่กำลังร้องไห้เสียใจอยู่นั้น เธอก็ได้ยินเสียงเรียกจากทางด้านหลัง
“อาฮุ่ย” เสียงเรียกที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว น้ำเสียงแหบแห้งที่ฟังดูเจ็บปวดอย่างสุดหัวใจ ลากร่างกายที่ชุ่มไปด้วยเลือดไถลลงจากเขา เดินลากขามาอย่างยากลำบาก
“ไป๋เว่ยเจิน! พี่เห็นฉันเหรอคะ” เหวินจื้อฮุ่ยลุกขึ้นหันไปมองด้วยความดีใจ กำลังวิ่งเข้าไปหา ทว่าร่างกำยำก็เดินผ่านทะลุร่างโปร่งแสงของเธอไป หญิงสาวเบิกตามองด้วยดวงตาสั่นพร่า
เขาเดินไปคุกเข่าที่พื้น รั้งตัวหญิงสาวขึ้นมากอด
“อาฮุ่ยทำไมเธอถึงได้โง่ขนาดนี้ เธอรู้ไหมความโง่ของเธอมันส่งผลกระทบต่อใครบ้าง อาเจิ้งพี่ชายที่รักที่สุด เพราะออกตามหาเธอไม่ได้หลับนอน ตอนนี้ถูกรถชนไม่ได้สติแล้วเป็นตายเท่ากัน พ่อของเธอก็ไม่แม้แต่จะสนใจ ในขณะที่พวกเธอสองพี่น้องคนหนึ่งตาย อีกคนไม่ได้สติ แต่พ่อเธอกลับไปจัดงานวันเกิดให้กับลูกชายที่เกิดจากแม่เลี้ยง! อาฮุ่ยน้องที่เธอรัก อยากให้เธอตายรู้บ้างไหม” เสียงแหบพร่าตะโกนใส่หน้า ถึงแม้จะรู้ว่าเธอจะไม่ได้ยิน
เหวินจื้อฮุ่ยเบิกตาขึ้น ใบหน้าหวานส่ายไปมา ไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน พ่อเธอแต่งงานใหม่ก็จริง แต่น้าถังลี่ฮวาก็รักเธอเหมือนลูก น้องชายก็รักเธอมาก ทำไม!...ไม่จริงใช่ไหม
“อาฮุ่ยเธอเกลียดฉัน เกลียดเพราะฉันมีตาข้างเดียว แต่เธอรู้ไหม ว่าคนตาบอดอย่างฉันทำอะไรเพื่อเธอบ้าง” ไป๋เว่ยเจินหยิบขวดอะไรบางอย่างออกมาจากกางเกง เขาเปิดฝาเทมันลงคอ
“นายน้อยจับตัวถังโม่เฉินและพวกได้หมดแล้วครับ”
“ตัดแขน ตัดขา กรีดหน้ามัน แล้วค่อยฆ่าพวกมันให้หมด!” เสียงเหี้ยมเอ่ยออกมา พร้อมกับแขนที่กอดกระชับร่างเพรียวบางเอาไว้แน่น
“ครับ!”
เสียงฝีเท้าของเหล่าลูกน้องที่เดินออกไป ก่อนจะมีเสียงกรีดร้องโหยหวนดังขึ้นมา ถังโม่เฉินหลานชายถังลี่ฮวา พวกมันวางแผนหลอกเธอมาขาย! สกุลเหิว
“อาฮุ่ยชีวิตนี้ เธอตอบแทนความโง่ด้วยชีวิตไปแล้ว หากชาติหน้ามีจริง ขอให้เธอฉลาดกว่านี้สักหน่อย อย่าหลงคำหวานที่ไม่จริงใจของผู้อื่นอีก เธอไม่รักฉันก็ไม่เป็นไร ฉันได้แต่รักเธอก็พอแล้ว...อึก!”
“ไป๋เว่ยเจิน นายเป็นอะไร” เหวินจื้อฮุ่ยถลาเข้ามาคุกเข่าตรงข้าง ๆ เธอยื่นมือออกไป หมายจะเช็ดเลือดที่ริมฝีปากของชายหนุ่ม ทว่าก็ไม่อาจเช็ดได้
“เว่ยเจิน ทำไม...นาย”
“เธอเป็นคนขี้กลัวขนาดนี้ ฉันจะปล่อยให้เธอไปปรโลกคนเดียวได้ยังไง อาฮุ่ยถึงจะเดินจับมือเธอไม่ได้ แต่ฉันจะปกป้องเธอ ชาติหน้าเธอรักฉันบ้างได้ไหม...”
ไม่มีเสียงหลุดออกมาจากปากของไป๋เว่ยเจินอีก มีเพียงร่างสองร่างที่นอนกอดกัน พร้อมกับลมหายใจที่แผ่วเบาของชายหนุ่ม
“เว่ยเจิน! นายบ้าไปแล้วเหรอตายเพื่อคนอย่างฉัน มันคุ้มแล้วเหรอ! ฮื้อ...สวรรค์ฉันเหวินจื้อฮุ่ยทำผิด ก็ลงโทษฉันคนเดียว ทำไมต้องพรากชีวิตพี่ชายฉัน ทำไมต้องพรากชีวิตไป๋เว่ยเจินไปด้วย ฮื้อ ๆ ขอโทษฉันขอโทษ เกอเกอหนูขอโทษ พี่เว่ยเจินฉันขอโทษ”
ร่างโปร่งแสงคุกเข่ากรีดร้องลั่นป่า สายลมวูบหนึ่งพัดปลิวทุกอย่างให้หายไปในพริบตา ความมืดมิดพลันสว่างจ้า
เฮือก!...
ร่างเพรียวบางสะดุ้งตื่นขึ้นมา ไฟสีขาวนวลส่องสว่างจนแสบตา เธอหยีตามองไปรอบ ๆ ใบหน้าที่คุ้นเคยเฝ้าข้างเตียง
“พี่สาว ฮื้อ ๆ พี่อย่าทำให้ผมตกใจได้ไหม”
“จื้อฮุ่ยตื่นแล้ว แม่ตกใจหมดแล้ว เจ๋อหยูน้องชายของลูกร้องไห้จนตาบวมดูสิ” เหวินจื้อฮุ่ยมองแม่เลี้ยงที่ดันแผ่นหลังเหวินเจ๋อหยูเข้ามาใกล้ด้วยดวงตาทุ้มลึก
“อ้อจริงสิอาโม่เฉินเองก็นั่งเฝ้าไม่ได้หลับ นี่ออกไปซื้อน้ำ ทุกคนเป็นห่วงลูกมากนะ ดีใจจังที่ลูกกลับมา”
ใช่!...ดีใจจังที่เธอกลับมา และกลับมาคราวนี้ทั้งน้องรัก แม่เลี้ยง พ่อแท้ ๆ แฟนหนุ่มสุดที่รัก เธอจะตอบแทนให้เป็นอย่างดี รอรับความรักจากเธอเอาไว้ได้เลย!
ริมฝีปากขาวซีดเหยียดยิ้มออกมา พร้อมกับเอนตัวลงไปนอนหลับตาอีกครั้ง
‘ฉันกลับมาแล้ว ปีนป่ายจากขุมนรกมาเพื่อพวกแกโดยเฉพาะ!’
ตอนที่ 21 เงื่อนงำการตายของหลี่เหมยหลิงเหวินจื้อฮุ่ยนั่งอยู่หน้าชามข้าวต้มร้อน ๆ กลิ่นหอมกรุ่นลอยเตะจมูก เธอค่อย ๆ ตักข้าวเข้าปากอย่างช้า ๆ วันนี้เป็นวันเปิดเรียนวันแรกที่มหาวิทยาลัยฟู่ตั้น หากบอกว่าไม่ตื่นเต้นก็คงจะเป็นการโกหก เพราะยิ่งใกล้เปิดเทอมมากเท่าไร เธอก็แทบจะนอนไม่หลับ เช่นเดียวกับเมื่อคืนนี้ เธอลุกขึ้นมาจัดเสื้อผ้ารอตั้งแต่เย็น ชาติที่แล้วเธอสอบเข้าฟู่ตั้นไม่ได้ เพราะเธอเอาแต่วิ่งตามถังโม่เฉินนั่น“ว้าวนักศึกษาใหม่ พร้อมที่จะไปเรียนหรือยังครับ”“พร้อมแล้วค่ะ พี่คะเดี๋ยวแวะไปรับเสี่ยวหลันด้วยได้ไหมคะ เธอจะย้ายมาอยู่หอพักหญิงที่มหา’ลัยน่ะ ดีที่เธอสอบชิงทุนได้” ตอนแรกเหวินจื้อฮุ่ยก็คิดว่า หากเธอสอบชิงทุนฟู่ตั้นไม่ได้ ก็จะแอบใช้เส้นให้ทุนของเฉินหลิงหยกหลี่กรุ๊ปแทน ทว่าสหายของเธอก็สอบได้“ได้สิ พี่เห็นคะแนนเด็กคนนี้แล้ว ติดหนึ่งในห้าของฟู่ตั้น เก่งมากเลย ถ้าเธอยังรักษาคะแนนได้ดีแบบนี้ พี่ว่าจะทาบทามให้มาเป็นนักออกแบบที่เฉินหลิงหยกหลี่กรุ๊ป”“ได้สิคะ หนูก็อยากมีพนักงานเก่ง ๆ เอาไว้หนูทาบทามให้นะคะ”เหวินเจิ้งหงและเหวินจื้อฮุ่ยเดินออกมาจากห้องกินข้าวเล็กที่อยู่ด้านหลัง ทว่าเมื่
ตอนที่ 20 นักศึกษาใหม่เหวินจื้อฮุ่ยนั่งวาดรูปเครื่องประดับลงในสมุด เธอกำลังคิดจะออกแบบของขวัญวันเกิดให้กับพี่ชายของเธอ หญิงสาวลากดินสอลงไปจนเกิดรูป ทว่าเมื่อเงยหน้าขึ้น ก็เห็นคนบางคนนั่งก้มหน้าอ่านเอกสารสีหน้าเย็นชา เธอรีบหยิบกระดาษวาดเดินไปหา คล้ายหาเรื่องง้อ“พี่คะดูให้ฉันหน่อย พี่ว่าจี้อันนี้สวยไหมคะ ฉันออกแบบเองเลยนะ ใกล้จะถึงวันเกิดพี่ชายแล้ว พี่คิดจะให้อะไรเขาคะ”“ยังไม่ได้คิด” เขารับกระดาษแผ่นนั้นมาดู“สวยดี” และเขาไม่ได้เยินยอ เธอออกแบบจี้หยกออกมาได้สวยจริง ๆในกระดาษมีรูปสองอัน คล้ายเป็นด้านหน้าและด้านหลังของจี้ รูปทรงกลมลวดลายอ่อนช้อย ด้านหนึ่งเป็นรูป นกอินทรีกางปีกอย่างสง่างาม อีกด้านเป็นลาย ก้อนเมฆมงคลรายล้อมด้วยอักษรจีนโบราณที่สลักชื่อของเธอกับพี่ชายลงไป“ฉันอยากให้มันเป็นสัญลักษณ์ของความผูกพันและคำขอบคุณที่พี่ชายมีให้ฉันมาทั้งชีวิต เราเหลือกันแค่สองคนพี่น้องแล้ว”“แล้วผมล่ะ” ไป๋เว่ยเจินอยากจะตบปากตัวเองจริง ๆ เขาหลุดออกมาจนได้ในขณะที่ชายหนุ่มกำลังปั้นหน้าไม่ถูก แต่หญิงสาวกลับยิ้มกว้าง พลางดันเก้าอี้เขาให้ขยับ จากนั้นก็สอดตัวเองนั่งลงบนตักแกร่ง เธอยกมือโอบกอดรอบลำคอ“ผ
ตอนที่ 19 เตะปากหมา“พี่ว่าพ่อฉันดูเหมือนจะอยู่ไม่เป็นสุขหรือเปล่าคะ” ไป๋เว่ยเจินหันไปมองเหวินฉู่กวงที่นั่งอ่านหนังสือไปพลาง เปิดโทรทัศน์ท้องถิ่นไปพลาง“อืม” ไม่มีคำพูดอื่นหลุดออกมา นอกจากคำว่าอืมเหวินจื้อฮุ่ยกลอกตาขึ้น จากนั้นก็ชูแขนขึ้นรอให้คู่หมั้นหนุ่มเดินมาช้อนตัวเธอขึ้นอุ้มเหมือนเช่นทุกครั้ง แน่นอนว่าเรื่องนี้ไป๋เว่ยเจินไม่มีทางทำให้เธอผิดหวัง เขาอุ้มเธอขึ้นมา พลางก้าวขาเดินไปข้างนอก“พี่จื้อฮุ่ยพี่จะทำตัวไร้ยางอายไปถึงไหน” ทว่าเมื่อออกมาถึงหน้าบ้าน ก็เจอเข้ากับผีหิวโซอีกสองตัว เหวินจื้อฮุ่ยถอนหายใจออกมามองหน้าน้องชายต่างแม่ ที่ตอนนี้ไม่แม้แต่จะแสดงละครต่อหน้าเธอแล้ว หากเป็นเมื่อก่อนเจ้าสุนัขตัวน้อยนี่จะต้องวิ่งกระดิกหางมาชมเธอ และร้องขอสิ่งของราคาแพง เพื่อไปโอ้อวดสหาย ทว่าตั้งแต่ที่เธอฉีกหน้าถังลี่ฮวา ว่าต่อไปจะไม่เรียกแม่อีกแล้ว เจ้าหมาน้อยเหวินเจ๋อหยูก็ทั้งด่า และแอบทำร้ายเธออยู่เป็นประจำ“อาหยูอย่าว่าอาฮุ่ยแบบนั้น อาฮุ่ยก็แค่ถูกคนชั่วหลอกลวงเท่านั้น” เหวินเจ๋อหยูเลิกแสดงละคร แต่อีกคนกลับอยากเป็นพระเอกละครอย่างเหนียวแน่น“อาฮุ่ยเป็นอะไรหรือเปล่า ทำไมต้องให้สหายไป๋อุ้มด้วยล่
ตอนที่ 18 รถหยกถูกปล้นประตูห้องทำงานประธานเหวินถูกกระชากเปิดออก พร้อมกับร่างกำยำที่ปิดตาหนึ่งข้างเดินเข้ามา“อาเว่ยนายรู้จักการเคาะประตูก่อนไหม” น้ำเสียงขุ่นนั้นแฝงความเหนื่อยล้าและกังวลใจ เขาเงยหน้าขึ้นจากกองเอกสาร สายตามองไปยังเพื่อนสนิทที่บุกเข้ามา“เอาไว้ก่อน” นอกจากจะไม่นำพาแล้ว ไป๋เว่ยเจินยังเดินตรงมานั่งที่เก้าอี้หน้าโต๊ะทำงาน เขาหยิบรูปถ่ายขนาดเล็กหลายใบจากซองกระดาษ แล้ววางลงบนโต๊ะทำงานอย่างไม่รีบร้อน ภาพเหล่านั้นเป็น ภาพจากกล้องโพลารอยด์ มุมที่ถ่ายได้ มองก็รู้ว่าแอบถ่ายมาขบวนขนส่งหยกจากพม่าที่ถูกปล้นอย่างอุกอาจ ซึ่งเป็นภารกิจที่บริษัทรักษาความปลอดภัย ไป๋เจียเป่าอันกรุ๊ปของเขา ได้รับการว่าจ้างจากเหวินเจิ้งหงให้คุ้มกันขบวน“คนของฉันทำงานพลาด” เขายอมรับเสียงเรียบ ค่าเสียหายจากการคุ้มกัน ต้องชดเชยด้วยเงินจำนวนมากทว่าเมื่อภาพถ่ายอีกใบถูกดันไปข้างหน้า เหวินเจิ้งหงก็ถอนหายใจออกมา“อาเว่ยนายว่าฉันควรทำอย่างไรดี ฉันยังทำทุกอย่างไม่ดีอีกเหรอ”“นายทำดีแล้ว แต่คนบางคนไม่รู้จักพอ”เหวินเจิ้งหงหยิบรูปถ่ายที่ถูกสหายสนิทดันมาตรงหน้า ภาพถ่ายเห็นแค่ด้านข้าง แต่แค่นั้นก็เพียงพอแล้ว เหวินฉู่











