Mag-log inคอนโด
เมื่อทั้งสองคนเข้ามาในคอนโด เฟรนด์ที่ยืนอยู่ข้างคนตัวสูงหันบอกกับเขาไป "เฟรนด์ขอแยกห้องนอนกับพี่ภวินทร์นะคะ" "เราเป็นผัวเมียกันแล้วนะเฟรนด์ จะให้แยกห้องนอนกันได้ยังไง" "อย่ามาพูดคำว่าผัวเมียกับเฟรน์นะ เพราะเฟรนด์ไม่ได้ต้องการพี่มาเป็นสามีตั้งแต่แรก เพราะฉะนั้นอย่าพูดคำนั้นออกมาเด็ดขาด เพราะเฟรนด์รู้สึกกระดากหูค่ะ" "แล้วจะให้พี่พูดว่ายังไงล่ะ ก็ในเมื่อความเป็นจริงเราเป็นผัวเมียกันแล้ว ขาดแต่พฤตินัยเท่านั้นแหละ" "หยุดพูดได้แล้วค่ะพี่ภวินทร์ เพราะเฟรนด์ไม่อยากฟังคำพูดที่ไร้สาระของพี่ และอย่าพูดคำว่าผัวเมียให้เฟรนด์ได้ยินอีก" "ก็ได้ พี่จะพยายามก็แล้วกันนะ" "เฟรนด์จะแยกห้องนอนกับพี่นะคะ" "แต่พี่อยากนอนกับเธอ พี่อยากนอนกอดเมี... เอ่อ...พี่อยากนอนกอดเธอ" "แต่เฟรนด์ไม่อยากนอนกับพี่ และเฟรนด์ก็ไม่อยากให้พี่มาแตะเนื้อต้องตัวเฟรนด์ค่ะ" "ขยะแขยงพี่ถึงขนาดนั้นเลยเหรอ" "ในเมื่อรู้อยู่แก่ใจอยู่แล้ว พี่ภวินทร์ยังอยากจะนอนกับเฟรนด์อีกเหรอคะ" "ถ้าเธอรังเกียจพี่นัก งั้นเราแยกห้องนอนกันสักพักก็ได้" "ไม่ใช่สักพักค่ะ แต่เราจะแยกห้องนอนกันตลอดไป จนกว่าจะถึงวันหย่าของเรา" "พี่ไม่หย่า" "แต่เฟรนด์จะหย่า เพราะเฟรนด์ไม่ได้รักพี่ และจะไม่มีวันรักด้วย" "..." เขานิ่งไป พลางรู้สึกจุกอยู่ในคอและเจ็บแปลบที่อกข้างซ้าย เมื่อได้ยินน้ำคำของเธอที่เอ่ยออกมาอย่างหนักแน่น โดยมีแววตาจริงจังอย่างเห็นได้ชัด เฟรนด์ที่เห็นเขานิ่งไปจึงคิดได้ว่าเธอคงพูดตรงและแรงเกินไป แต่จะให้ทำยังไงได้ ก็ในเมื่อเธอไม่ได้รักเขาจริงๆนี่ เสียใจก็เสียใจไปสิ อยากจะแต่งงานกับเธอเองทำไม ทั้งที่เขาจะปฏิเสธก็ได้ แต่เขาไม่ยอมทำเอง ในเมื่อเขาเลือกที่จะทำให้เธอหมดอิสรภาพได้ งั้นเธอก็จะทำให้เขาเจ็บปวดกับสิ่งที่เขาเลือกได้เหมือนกัน ภวินทร์เก็บอาการเสียใจอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงปกติ "เพื่อความสบายใจของเธอ เธอจะนอนอีกห้องก็ได้ พี่จะไม่บังคับเธอ เธอจะทำอะไรก็ทำได้ตามสบายเลย" พูดจบ เขาก็ก้าวเท้าเดินเข้าห้องนอนไป ปล่อยให้เฟรนด์มองตามแผ่นหลังกว้างที่เข้าไปในห้องนอน ก่อนที่เธอจะไปเปิดประตูห้องนอนที่ติดกับห้องของเขาแล้วเข้าห้องไป ภวินทร์กับเฟรนด์ใช้เวลาอยู่ในห้องนอนของตัวเองหลายชั่วโมงจนกระทั่งตอนเย็น ทั้งคู่จึงออกจากห้องนอนมาพร้อมกัน ภวินทร์ที่เห็นคนตัวเล็กเปิดประตูห้องนอนออกมาจึงเอ่ยถามออกไป "หิวข้าวเหรอ" "ค่ะ" เธอตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉย "จะออกไปกินข้างนอกหรือจะสั่งมากินที่นี่" "สั่งมากินที่นี่ก็ได้ค่ะ" "งั้นเดี๋ยวพี่โทรสั่งให้นะ" "ค่ะ" รับคำเสร็จ หญิงสาวก็เดินไปหย่อนสะโพกนั่งลงบนโซฟากลางห้องโถงกว้าง ก่อนที่ชายหนุ่มจะกดโทรสั่งอาหาร โดยที่ไม่ต้องถามว่าเธอจะกินอะไร เพราะเขารู้ว่าเธอชอบอะไร และไม่ชอบอะไร เมื่ออาหารมาส่ง เขาก็ลงไปเอาแล้วจัดการใส่จานนำมาวางบนโต๊ะจนเสร็จสรรพ จากนั้นเขาจึงไปเรียกเธอที่นั่งอยู่ในห้องโถง "ไปกินข้าวสิเฟรนด์ พี่จัดเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว" ว่าแล้ว ร่างเล็กก็ลุกออกจากโซฟาแล้วเดินไปหย่อนสะโพกนั่ง และจัดการกับอาหารบนโต๊ะไปพร้อมกัน จนกระทั่งทานเสร็จ เฟรนด์จึงเก็บจานบนโต๊ะเพื่อจะเอาไปไว้ในครัว ทว่า... "เดี๋ยวพี่จัดการเอง เธอจะไปทำอะไรก็ไปทำเถอะ" "ไม่ได้หรอกค่ะ เฟรนด์จะเก็บจานไปล้างเอง เฟรนด์จะให้ผู้ชายทำได้ยังไง" "พี่ทำได้ทั้งนั้นแหละ ถ้าทำให้เฟรนด์อยู่กับพี่แล้วสบายใจ พี่ก็ยอมทั้งนั้น" "ให้เฟรนด์ช่วยนะคะพี่ภวินทร์ เฟรนด์รู้สึกไม่ดีเลยที่เอาเปรียบให้พี่ภวินทร์ทำอยู่คนเดียว" "พี่ไม่คิดว่าเธอเอาเปรียบพี่หรอกเฟรนด์ เธออย่าคิดมากเลยนะ" "เอางั้นก็ได้ค่ะ แต่คราวหน้าพี่ภวินทร์อย่าห้ามเฟรนด์นะคะ" "อืม เธอไปนั่งเถอะ พี่อยากจะทำหน้าที่สามีให้ดีที่สุด ถึงแม้ว่าเธอไม่ต้องการให้พี่เป็นสามีก็ตาม" "..." เฟรนด์ชะงักนิ่งไปกับคำพูดของเขา แต่เธอไม่ได้ใส่ใจที่เขาพูดออกมาแบบนั้น ก็ในเมื่อเธอบอกเขาก่อนแล้วนี่ว่าเธอไม่ได้ต้องการเขามาเป็นสามีตั้งแต่แรก แต่เขายังดึงดันเอง อยากจะน้อยใจก็น้อยใจไปสิ ก่อนที่เธอจะผละออกไปจากตรงนั้นแล้วเข้าห้องนอนไป ภวินทร์มองตามหญิงสาวที่เดินเข้าห้องนอนไป พลางคิดในใจว่าเธอคงไม่แคร์ความรู้สึกของเขาเลยสินะ ถึงได้นิ่งเย็นชากับเขาแบบนั้น แต่เขาไม่คิดจะถือสาเธอหรอก เธอคงโกรธเขามากที่อยู่ๆต้องกลายมาเป็นเมียของเขา ถึงจะแค่นิตินัยก็ตาม ชายหนุ่มจัดการเก็บจานบนโต๊ะและเอาเข้าไปล้างในครัวจนเสร็จเรียบร้อยแล้วออกมาสามเดือนต่อมา งานมงคลสมรสของภวินทร์กับเฟรนด์ได้จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ที่โรงแรมหรูแห่งหนึ่งเมื่อหนึ่งเดือนก่อน ทั้งคู่ได้จดทะเบียนสมรสกันอีกครั้งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยการจดทะเบียนสมรสกันครั้งนี้ได้จดในวันงาน ซึ่งมีนักข่าวจากหลายสำนักมาทำข่าวกัน และตอนนี้ทั้งคู่ก็ย้ายมาอยู่เรือนหอหลังใหม่มีราคาหลายสิบล้านบาท ตอนนี้อายุครรภ์ของเฟรนด์ครบสี่เดือนแล้ว เริ่มมีหน้าท้องนูนๆออกมาให้เห็นแล้ว ว่าที่คุณพ่อก็เห่อลูกที่ยังอยู่ในท้องไม่เบา ไม่ใช่เห่อแต่ลูกอย่างเดียว แต่เห่อแม่ของลูกด้วย "จุ๊บ" เสียงจุ๊บหน้าท้องนูนๆของว่าที่คุณพ่อที่ตอนนี้กำลังนั่งคุกเข่าอยู่บนพื้น และแม่ของลูกก็นั่งอยู่บนโซฟา โดยมือหนาลูบหน้าท้องของเธอไปมาเบาๆ และมืออีกข้างก็กอดเอวของเธอ "ช่วงนี้เฟรนด์ไม่ค่อยแพ้ท้องแล้วใช่ไหม" ใบหน้าหล่อแหงนหน้าถามยังเจ้าของใบหน้าสวยที่นั่งอยู่ "ไม่แพ้แล้วค่ะ ช่วงนี้กินได้เยอะขึ้น" เจ้าของเสียงใสระบายยิ้มหวานก้มลงตอบยังใบหน้าหล่อที่นั่งคุกเข่าอยู่บนพื้นสวมกอดเอวของเธออยู่ "วันนี้พี่อยากพาเธอไปหาของอร่อยๆกินกัน เธอจะไปไหม" "ไปค่ะ วันนี้เฟรนด์อยากกินไอติมอยู่พอดี" "อย่ากินของหวานเยอะนะครับคุณแม
สามวันต่อมา เป็นเวลาสามวันแล้วที่ภวินทร์ไม่เข้าบริษัท เพราะใจคอยแต่ห่วงหาหวังให้เธอกลับมา เขาโทรหาเธอทุกวัน แต่ก็โทรไม่ติด ทั้งส่งข้อความทางไลน์เผื่อว่าเธอจะเปิดอ่าน แต่แล้วก็ไร้วี่แวว ตอนนี้จิตใจของเขาไม่อยู่กับร่องกับรอยเลย เพราะในสมองของเขาคิดแต่เรื่องของเฟรนด์ แต่แล้วอยู่ๆเหมือนมีอะไรมาดลใจทำให้เขาคิดได้ว่า... "หรือว่าเฟรนด์จะกลับบ้าน" เรียวปากหนาพึมพำออกมาพลางในใจรู้สึกมีความหวังขึ้นมา หลังจากที่กลุ้มใจมาแล้วสามวันสามคืน เขาลืมคิดถึงข้อนี้ไปเลย เหมือนกับเส้นผมบังภูเขา ไม่ได้คิดไปว่าเฟรนด์จะกลับบ้าน เนื่องจากเขาคิดเพียงแต่ว่าเธอจะหนีเขาไปไกลจนเขาหาไม่เจอ ทันใดนั้นเขาจึงกดโทรหาผู้เป็นแม่ทันที ตู๊ด~ 'ว่าไงภวินทร์' 'เฟรนด์กลับไปบ้านหรือเปล่าครับ' 'ไม่รู้สิ ตอนนี้แม่ไม่ได้อยู่บ้าน' 'ตอนนี้แม่อยู่ไหน' 'แม่มาปฏิบัติธรรมกับเพื่อนที่ต่างจังหวัดสามสี่วันแล้ว' 'อ๋อครับ' 'ลูกมีปัญหาอะไรกับเฟรนด์หรือเปล่า' 'มีนิดหน่อยครับ' 'มีเรื่องอะไรกันล่ะลูก' 'ผมทำให้เฟรนด์น้อยใจครับ เฟรนด์ก็เลยกลับบ้านโดยไม่บอกผม' 'อ๋อ' 'งั้นแค่นี้นะครับแม่' จากนั้น นิ้วเรียวก็กดวางสายแล้วรีบแต่งตัวออกไปจ
เมื่อเขาออกจากห้องนอนไปแล้ว เฟรนด์ก็หลับต่อไปอีกสองชั่วโมง เมื่อตื่นขึ้นมาเธอก็ลุกไปเข้าห้องน้ำอย่างโซซัดโซเซ เพราะทั้งมึนหัวและทั้งคลื่นไส้ เธอนึกภาวนาอยู่ในใจว่าขออย่าให้แพ้ท้องตอนที่เขาอยู่ทีเถอะขอร้อง ทว่ามันก็ไม่ได้ผล ทันทีที่เห็นอ่างล้างหน้าเธอก็โก่งคออาเจียนทันที "อุ๊บ อ๊วก" ร่างสูงที่เข้าห้องนอนมาเมื่อไม่เห็นคนตัวเล็กนอนอยู่บนเตียงจึงมาดูในห้องน้ำ เมื่อเห็นว่าเธออาเจียนอยู่ พลันมือหนาก็เลื่อนไปลูบแผ่นหลังของเธอเบาๆ และอีกมือรวบผมของเธอเอามาไว้ด้านหลัง เฟรนด์ที่เห็นดังนั้นจึงตกใจเกือบช็อกเมื่อเขามาเห็นตอนเธออาเจียนแบบนี้ ก่อนจะจัดการบ้วนปากแล้วค่อยๆทรงตัวหันมาพูดกับเขา "ออกไปเถอะ เฟรนด์จะอาบน้ำ" "ไปหาหมอนะ" เขาพูดอย่างเป็นห่วงและกังวลเป็นอย่างมากเมื่อเห็นว่าใบหน้าของเธอซีดมาก "ไม่" "อย่าดื้อได้ไหมเฟรนด์" "ไม่ไป" "ไม่ไปก็ไม่ไป งั้นพี่ออกไปรอข้างนอกนะ" เขาไม่อยากฝืนใจเธอ "..." พยักหน้า จากนั้นเขาจึงออกไปพร้อมกับมีสีหน้าหนักใจไม่น้อยที่เห็นอาการของเธอและเธอยังไม่ยอมไปโรงพยาบาลอีก หลังจากที่เธออาบน้ำเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ออกมาจึงเห็นว่าคนตัวสูงนั่งอยู่บนเตียงนอน โดยหันห
เฟรนด์ที่ตอนนี้รู้สึกพะอืดพะอม แต่ก็ต้องอดกลั้นเอาไว้ไม่อยากอาเจียนให้เขาเห็น ทว่ามันไม่สามารถที่จะทำได้ตามที่ใจคิดเมื่อความแปรปรวนของร่างกายนั้นไม่สามารถที่จะต้านทานเอาไว้ได้ หญิงสาวรีบลุกออกจากเตียงนอนแล้วเข้าห้องน้ำไปอย่างรวดเร็วพร้อมกับล็อกประตูและเปิดก๊อกให้น้ำไหลเพื่อกลบเสียงอาเจียนของเธอ ซ่า! ซ่า! ชายหนุ่มที่เห็นคนตัวเล็กรีบลุกไปจากเตียงนอนเขาก็ลุกตามไปด้วยอย่างร้อนรน "แค่ก แค่ก อ๊วก" เธอโก่งคออาเจียนออกมาจนหน้าดำหน้าแดงในอ่างล้างหน้า ซึ่งเสียงน้ำที่เธอเปิดก็อกทิ้งไว้นั้นทำให้กลบเสียงได้เป็นอย่างดี แม้กระทั่งเสียงของเขาที่เคาะประตูเรียกอยู่ข้างนอกเธอก็ไม่ค่อยได้ยิน แล้วเขาจะได้ยินเสียงที่เธออาเจียนได้ยังไง ก๊อก! ก๊อก! "เฟรนด์เป็นอะไรหรือเปล่า เปิดประตูให้พี่หน่อย" เขาตะโกนเรียกหญิงสาวด้วยอาการตกใจที่อยู่ๆเธอก็ลุกพรวดพราดวิ่งเข้าห้องน้ำมา ชายหนุ่มเคาะประตูรัวๆด้วยความรู้สึกร้อนรน เขาเรียกคนตัวเล็กที่อยู่ข้างในด้วยหัวใจเป็นห่วงไม่น้อย จนกระทั่งเธอเปิดประตูออกมา มือหนาจึงดึงเธอเข้าไปกอดแนบอกอย่างห่วงใย หมับ! "เธอเป็นอะไรบอกพี่ได้ไหมเฟรนด์ อย่าเงียบแบบนี้สิ รู้ไหมว่าพี่เครี
วันต่อมา ตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา เฟรนด์รู้สึกคลางแคลงใจเรื่องเขากับอิงดาวว่ามันเป็นยังไง เธอยังคงสงสัยว่าเขาทั้งสองคนกลับมาคบกันอีกหรือเปล่าหลังจากที่หย่ากับเธอแล้ว การไปทำงานและกลับจากทำงานพร้อมกันของเขากับอิงดาวทำให้เธอรู้สึกเคลือบแคลงใจมาตลอด วันนี้เธอจึงอยากจะถามเขาให้รู้กันไปเลย เธอก็อยากรู้เหมือนกันว่าความสัมพันธ์ของพวกเขาเป็นอะไรกันแน่ เพราะเท่าที่เธอสังเกตดูเขาจะเอาอกเอาใจอิงดาวเหมือนกับเป็นคู่รักยังไงยังงั้น ติ๊ด แกร็ก เสียงสแกนคีย์การ์ดดังขึ้นพร้อมกับประตูบานใหญ่ที่เปิดเข้ามาโดยคนตัวสูงที่กลับมาจากทำงาน เฟรนด์ที่วันนี้รู้สึกคลื่นไส้จึงกลับจากที่ทำงานก่อนเวลา แล้วนั่งรอชายหนุ่มอยู่ในห้องโถง เมื่อเห็นว่าเขาเปิดประตูเข้ามา ริมฝีปากสวยจึงคลี่ยิ้มบางๆให้เขา ทว่าสีหน้าของเขาเรียบเฉยเหมือนเดิม เมื่อเห็นเช่นนั้นเธอจึงตัดสินใจแน่วแน่ว่าไม่ควรบอกเรื่องท้องกับเขา "ทำไมวันนี้ถึงกลับมาเร็วล่ะ" เขาถามเธอที่นั่งอยู่ พลางนึกแปลกใจว่าทำไมวันนี้เธอจึงกลับมาก่อนเขา ปกติเขาจะกลับมาก่อนเธอทุกวัน "เฟรนด์รู้สึกปวดหัวค่ะก็เลยขอกลับก่อนเวลา" "ไม่สบายหรือเปล่า" เมื่อได้ยินที่เธอบอกเขาก็รู้สึกเป
เมื่อทั้งสามเข้ามาภายในงาน เพื่อนของพิมพ์ภรณ์ที่เป็นแม่ของฝ่ายเจ้าสาวก็เอ่ยทักทายขึ้นด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส ชวนกันคุยนั่นคุยนี่ตามประสาเพื่อนที่เคยเรียนคณะเดียวกัน จนกระทั่งแม่เจ้าสาวหันไปเห็นเฟรนด์ที่ยืนข้างลูกชายของเพื่อนอดไม่ได้จึงเอ่ยถามขึ้น "สาวสวยที่มากับเธอใครเหรอ" "ลูกสะใภ้ฉันเองแหละ" "ลูกสะใภ้เธอสวยและน่ารักมากเลยนะ เหมาะสมกับลูกชายเธอราวกับกิ่งทองใบหยกแน่ะ" แม่เจ้าสาวเอ่ยปากชมเฟรนด์ โดยเฟรนด์ที่ได้ยินจึงระบายยิ้มหวานออกมา "ขอบใจเธอมากนะที่ชมลูกสะใภ้ฉัน งั้นฉันเข้าไปในงานก่อนนะ" "ตามสบายเลยนะ" แม่เจ้าสาวเอ่ยตามหลังคนทั้งสามที่เดินเข้าไปภายในงาน ในขณะที่ทั้งสามเดินไปยังโต๊ะที่ว่างอยู่ ภวินทร์ที่ตอนนี้รู้สึกหัวร้อนเป็นอย่างมากเมื่อเห็นว่าพวกผู้ชายที่นั่งอยู่ในงานมองมายังคนตัวเล็กอย่างไม่วางตา แล้วแถมยังยิ้มมองเธอตาเป็นมันอีก เมื่อเห็นสายตาของผู้ชายหลายคนที่มองมายังเธอ เขารู้สึกอยากจะพาเธอกลับเสียให้ได้เพราะไม่อยากให้ผู้ชายพวกนั้นมองเธอ ดังนั้นเขาจึงทำได้เพียงเอาร่างของตัวเองบังร่างเล็กไว้จนกระทั่งไปถึงโต๊ะที่ว่างและจัดการให้เธอนั่ง เขาจึงค่อยโล่งใจขึ้นมาหน่อย สามชั่วโม
หลังจากที่ภวินทร์จัดเตรียมอาหารบนโต๊ะเรียบร้อยแล้วก็เปิดประตูเข้าห้องนอนไป จึงเห็นว่าเธอนอนอยู่ พลางคิดในใจว่าเธอคงจะน้อยใจที่เขาพูดเมื่อกี้ "ออกไปกินข้าว" ชายหนุ่มมายืนอยู่ข้างเตียงที่ร่างเล็กนอนตะแคงอยู่แล้วเอ่ยออกไป "เฟรนด์ไม่ค่อยหิวค่ะ" เธอแหงนหน้าขึ้นตอบร่างสูงที่ยืนอยู่ข้างเตียง "ฉันไม่เชื
หลังจากที่เฟรนด์เก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าเรียบร้อยแล้วก็ออกจากห้องนอนมา จึงเห็นว่าเขานั่งอยู่บนโซฟาก้มมองหน้าจอโทรศัพท์อยู่ เมื่อเห็นดังนั้นเธอจึงก้าวไปหายังร่างสูงที่นั่งอยู่ ก่อนเรียวปากชมพูจะเอ่ยออกไป "พี่ภวินทร์คะ เฟรนด์เก็บเสื้อผ้าเสร็จแล้วค่ะ" "อืม" ดวงตาคมละจากหน้าจอโทรศัพท์แล้วเงยหน้าขึ้นไปร
เขาก้มหน้าลงไปยังกลางกายสาวแล้วแลบลิ้นออกมาสัมผัสกับเนินรักสีชมพูอ่อน ลิ้นหนาค่อยๆแหวกสองกลีบสวยที่ยังปิดเรียบสนิทให้แยกออกจากกัน ก่อนที่ปลายลิ้นชื้นจะตวัดขึ้นลงไปในร่องกลีบสีสวยอย่างนุ่มนวล แผล่บ! แผล่บ! แผล่บ! "อ๊า ซี้ด" แค่ลิ้นนุ่มสัมผัสลงมาแค่เพียงนิดเดียวเท่านั้น เธอก็รู้สึกวาบหวามไปทั่วทุกอ
เฟรนด์กลับมาถึงคอนโดด้วยจิตใจห่อเหี่ยวไม่เหมือนกับวันก่อนๆที่เขายังอยู่กับเธอ ตลอดสิบปีที่ผ่านมาเธอจะเห็นหน้าเขาทุกวัน ได้คุยกับเขาทุกวัน แต่นับจากนี้ต่อไปเธอคงไม่ได้เจอเขาทุกวันอีกแล้ว ไม่ได้คุยกับเขาทุกวันอีกแล้ว ตอนนี้เธอรู้สึกอ้างว้างโดดเดี่ยว มองไปรอบกายพลันรู้สึกเคว้งคว้าง ความเปล่าเปลี่ยวเข







