Mag-log in"เธอไม่สามารถที่จะปฏิเสธเรื่องการแต่งงานกับพี่ได้หรอกเฟรนด์ ทำใจยอมรับซะเถอะ"
view moreภวินทร์ อายุ 30 ปี
เขาอยู่กับแม่ตั้งแต่อายุ18 ปี เพราะพ่อเสียชีวิตจากโรคประจำตัว เป็นเจ้าของกิจการนำเข้ารถหรูที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ เฟรนด์ อายุ 23 ปี เธอมาอยู่บ้านของเขาตั้งแต่เพิ่งเรียนจบป.6 จนกระทั่งแม่ของเธอเสียชีวิตตอนเธอเรียนจบม.6 พอดี แต่แม่ของเขาให้เธออยู่ต่อ และส่งให้เธอเรียนจนจบ . . . . ตัวอย่างนิยาย "แม่อยากให้ลูกแต่งงานกับเฟรนด์" "..." "ลูกจะแต่งงานกับเฟรนด์ได้ไหม" "ผมจะแต่งงานกับเฟรนด์ครับแม่" . . . . "แต่งงานกับพี่แล้วมันจะตายหรือไงเฟรนด์" "ค่ะ" เธอตอบด้วยสีหน้านิ่ง "เธอรังเกียจพี่ถึงขนาดนั้นเลยเหรอ" "แต่ก่อนเฟรนด์ไม่เคยรังเกียจพี่ แต่ตอนนี้เฟรนด์เกลียดพี่ เกลียดพี่ที่ไม่ปฏิเสธการแต่งงาน ถ้าพี่ปฏิเสธว่าจะไม่แต่งงานกับเฟรนด์ คุณท่านก็ไม่ว่าอะไรหรอกค่ะ" . . . . "เธออยากให้พี่หย่าให้ใช่ไหม" "ใช่ค่ะ เฟรนด์อยากได้อิสรภาพที่หายไปหกเดือนได้กลับคืนมาอีกครั้ง" "ตกลง พรุ่งนี้พี่จะไปหย่าให้เธอ เพื่อคืนอิสรภาพให้เธอ" "ขอบคุณนะคะพี่ภวินทร์ที่เข้าใจเฟรนด์" . . . . "เฟรนด์อยากให้พี่กลับไปอยู่กับเฟรนด์เหมือนเดิมค่ะ " "ถ้าเธอทำให้ฉันพอใจ ไม่แน่ฉันอาจจะกลับไปอยู่กับเธออีกก็ได้" "เฟรนด์จะต้องทำยังไงเหรอคะ" "ฉันยังไม่เคยได้เธอเลย เพราะฉะนั้นฉันจะลองเอาเธอเล่นๆดูก่อน ถ้าเธอทำให้ฉันพอใจ ฉันจะกลับไปอยู่กับเธอ และฉันจะพิสูจน์วันนี้เลย" . . . . "เธอมีประโยชน์เฉพาะตอนที่ฉันต้องการเซ็กส์เท่านั้นแหละ" . . . . . . . . . . . . . . หลายปีก่อน หลังจากที่งานศพของนารีสาวใช้ในวัยสี่สิบห้าปีเสร็จสิ้นลงไป พิมภรณ์ที่นั่งอยู่ในห้องโถงใหญ่เอ่ยกับเด็กสาววัยสิบแปดปีที่เป็นลูกสาวเพียงคนเดียวของนารีผู้ที่เสียชีวิตเมื่อห้าวันก่อนด้วยอาการช็อกและสิ้นลมไปอย่างกะทันหัน "ถึงแม้ว่าแม่ของเธอจะไม่อยู่แล้ว แต่เธอสามารถอยู่ที่นี่ได้นะ ฉันจะส่งเธอเข้าเรียนมหาวิทยาลัยเอง" พิมภรณ์บอกกับเด็กสาววัยสิบแปดปีที่เพิ่งเรียนจบมอหกมาหมาดๆ "ขอบคุณค่ะคุณท่านที่เมตตาเฟรนด์" เด็กสาวใบหน้าใสที่นั่งอยู่บนพื้นก้มหัวยกมือไหว้พิมภรณ์ด้วยความนอบน้อม "เธอสามารถอยู่ที่นี่ได้เหมือนเดิมนะเฟรนด์ ไม่ต้องออกไปอยู่ที่ไหนหรอก เพราะเธอก็ไม่มีญาติเลยนี่ ใช่ไหม" "ใช่ค่ะคุณท่าน" "งั้นก็ไปพักผ่อนเถอะ เพราะเธอเหนื่อยกับงานศพแม่เธอมาหลายวันแล้ว" "งั้นเฟรนด์ขออนุญาตกลับห้องนะคะคุณท่าน" "ไปเถอะ" ว่าแล้ว ร่างเล็กก็ลุกแล้วเดินออกไปจากบ้านของพิมพ์ภรณ์ ก่อนจะสาวเท้าไปยังห้องพักขนาดสี่คูณหกฟุตที่มีไว้สำหรับให้คนใช้อยู่ และเธอกับแม่ก็อาศัยมาเป็นเวลาหกปีแล้ว แต่นับจากนี้ต่อไปเธอจะต้องอยู่ในห้องนั้นคนเดียว เมื่อหกปีก่อน ตอนนั้นเฟรนด์เพิ่งเรียนจบชั้นป.6ใหม่ๆ และเป็นจังหวะที่แม่เธอกำลังตกงานพอดี ดังนั้นแม่เธอจึงตระเวนหางานใหม่ จึงมาเห็นว่าที่นี่รับสมัครคนรับใช้ แม่ของเธอจึงรีบสมัครเลย และพิมพ์ภรณ์ก็รับแม่ของเธอเข้ามาทำงานทันที เพราะรู้สึกสงสารสองแม่ลูกคู่นี้จับใจที่ต้องพาลูกสาวเที่ยวหางาน ในระหว่างที่เฟรนด์ยังเรียนมหาวิทยาลัยอยู่นั้น เฟรนด์จะช่วยทำงานบ้านในวันที่เธอไม่มีเรียน หรือถ้าวันไหนกลับจากมหาวิทยาลัยเร็วเธอก็จะมาช่วยงานเสมอ เธอรู้สึกซาบซึ้งในบุญคุณที่พิมพ์ภรณ์มีบุญคุณกับเธอ ให้เงินเธอใช้รวมไปถึงเสื้อผ้าและของใช้ต่างๆ พิมพ์ภรณ์จะเป็นคนซื้อให้ทั้งหมด เฟรนด์อยู่โดยไม่ได้ขัดสนอะไรเลย นั่นจึงทำให้เธอรู้สึกสำนึกในบุญคุณของคุณท่านมาก จนกระทั่งวันหนึ่งเธอพูดกับพิมภรณ์ว่า "เฟรนด์จะอยู่ตอบแทนบุญคุณของคุณท่านตลอดไปค่ะ คุณท่านต้องการให้เฟรนด์ทำอะไร คุณท่านก็บอกเฟรนด์ได้ทุกเมื่อเลยนะคะ" "เอาไว้ถ้าถึงเวลาเมื่อไหร่ ฉันจะบอกเธอเองนะ ว่าเธอจะตอบแทนฉันยังไง" พิมพ์ภรณ์พูดไปอย่างนั้น แต่ในใจไม่ได้ต้องการให้เด็กสาวต้องมาตอบแทน เพราะนางไม่ใช่คนที่ชอบทวงบุญคุณคน ช่วยแล้วช่วยเลย ไม่ได้คิดอะไรมาก ปัจจุบัน ร้านอาหารหรูแห่งหนึ่ง "ทานให้เต็มที่เลยนะอิง ไม่ต้องเกรงใจพี่" ภวินทร์ที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามอิงดาวเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้มละไม "ค่ะพี่ภวินทร์" เรียวปากบางตอบกลับด้วยรอยยิ้มบางๆ "ทานข้าวเสร็จแล้ว อิงอยากจะไปไหนต่อหรือเปล่า" "อิงแล้วแต่พี่ภวินทร์เลยค่ะ" "ก็ได้ครับ งั้นพอทานข้าวเสร็จเดี๋ยวเราไปซื้อของกันนะอิง" "ได้ค่ะพี่ภวินทร์" "งั้นทานข้าวต่อเถอะ แล้วจะได้ไปซื้อของกัน" พูดจบ ทั้งสองก็รับประทานอาหารต่อ เสร็จแล้วจึงออกจากร้านอาหารไปขึ้นรถหรูของภวินทร์และขับออกไป ร้านเครื่องประดับ ภวินทร์พาอิงดาวมายังร้านขายเครื่องประดับที่แม่ของเขาจะเป็นลูกค้าประจำอยู่ที่นี่ "อิงอยากได้อะไรก็เลือกเลยนะ ไม่ต้องเกรงใจพี่" "อิงเลือกไม่ถูกค่ะ พี่ภวินทร์ช่วยอิงเลือกหน่อยสิคะ" ภวินทร์ทำท่าครุ่นคิดแล้วเอ่ยออกไป "สร้อยข้อมือเป็นไง" "เอาสร้อยข้อมือก็ได้ค่ะ" ว่าแล้ว ภวินทร์ก็บอกกับพนักงาน "ขอดูสร้อยข้อมือเส้นนั้นหน่อยครับ" "ได้ค่ะคุณภวินทร์" รับคำเสร็จ พนักงานสาวก็หยิบสร้อยข้อมือฝังเพชรออกมา ภวินทร์หยิบมาแล้วหันถามอิงดาวที่ยืนอยู่ข้างๆ "เส้นนี้อิงชอบไหม" "ชอบค่ะ สวยมากเลยค่ะพี่ภวินทร์" อิงดาวเอ่ยออกไปด้วยสีหน้าพึงพอใจ "งั้นเดี๋ยวพี่ใส่ให้นะ" จากนั้น อิงดาวก็ยื่นมือให้คนตัวสูงได้สวมสร้อยข้อมือ ก่อนเรียวปากเล็กจะเอ่ยบอกไป "อิงชอบเส้นนี้ค่ะพี่ภวินทร์" "อิงไม่ลองดูเส้นอื่นก่อนเหรอ เผื่อจะมีที่สวยกว่านี้" เรียวปากหยักสวยถามเพื่อความแน่ใจ "อิงชอบเส้นนี้แล้วค่ะพี่ภวินทร์" "ตกลงเอาเส้นนี้ใช่ไหมครับ" "เอาเส้นนี้ค่ะ" "ตกลง" พูดจบ ร่างสูงก็หยิบบัตรแบล็กการ์ดออกมาจากกระเป๋าสตางค์แบรนด์หรูยื่นให้พนักงานไปจัดการ ก่อนที่ภวินทร์กับอิงดาวจะออกจากร้านไปสามเดือนต่อมา งานมงคลสมรสของภวินทร์กับเฟรนด์ได้จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ที่โรงแรมหรูแห่งหนึ่งเมื่อหนึ่งเดือนก่อน ทั้งคู่ได้จดทะเบียนสมรสกันอีกครั้งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยการจดทะเบียนสมรสกันครั้งนี้ได้จดในวันงาน ซึ่งมีนักข่าวจากหลายสำนักมาทำข่าวกัน และตอนนี้ทั้งคู่ก็ย้ายมาอยู่เรือนหอหลังใหม่มีราคาหลายสิบล้านบาท ตอนนี้อายุครรภ์ของเฟรนด์ครบสี่เดือนแล้ว เริ่มมีหน้าท้องนูนๆออกมาให้เห็นแล้ว ว่าที่คุณพ่อก็เห่อลูกที่ยังอยู่ในท้องไม่เบา ไม่ใช่เห่อแต่ลูกอย่างเดียว แต่เห่อแม่ของลูกด้วย "จุ๊บ" เสียงจุ๊บหน้าท้องนูนๆของว่าที่คุณพ่อที่ตอนนี้กำลังนั่งคุกเข่าอยู่บนพื้น และแม่ของลูกก็นั่งอยู่บนโซฟา โดยมือหนาลูบหน้าท้องของเธอไปมาเบาๆ และมืออีกข้างก็กอดเอวของเธอ "ช่วงนี้เฟรนด์ไม่ค่อยแพ้ท้องแล้วใช่ไหม" ใบหน้าหล่อแหงนหน้าถามยังเจ้าของใบหน้าสวยที่นั่งอยู่ "ไม่แพ้แล้วค่ะ ช่วงนี้กินได้เยอะขึ้น" เจ้าของเสียงใสระบายยิ้มหวานก้มลงตอบยังใบหน้าหล่อที่นั่งคุกเข่าอยู่บนพื้นสวมกอดเอวของเธออยู่ "วันนี้พี่อยากพาเธอไปหาของอร่อยๆกินกัน เธอจะไปไหม" "ไปค่ะ วันนี้เฟรนด์อยากกินไอติมอยู่พอดี" "อย่ากินของหวานเยอะนะครับคุณแม
สามวันต่อมา เป็นเวลาสามวันแล้วที่ภวินทร์ไม่เข้าบริษัท เพราะใจคอยแต่ห่วงหาหวังให้เธอกลับมา เขาโทรหาเธอทุกวัน แต่ก็โทรไม่ติด ทั้งส่งข้อความทางไลน์เผื่อว่าเธอจะเปิดอ่าน แต่แล้วก็ไร้วี่แวว ตอนนี้จิตใจของเขาไม่อยู่กับร่องกับรอยเลย เพราะในสมองของเขาคิดแต่เรื่องของเฟรนด์ แต่แล้วอยู่ๆเหมือนมีอะไรมาดลใจทำให้เขาคิดได้ว่า... "หรือว่าเฟรนด์จะกลับบ้าน" เรียวปากหนาพึมพำออกมาพลางในใจรู้สึกมีความหวังขึ้นมา หลังจากที่กลุ้มใจมาแล้วสามวันสามคืน เขาลืมคิดถึงข้อนี้ไปเลย เหมือนกับเส้นผมบังภูเขา ไม่ได้คิดไปว่าเฟรนด์จะกลับบ้าน เนื่องจากเขาคิดเพียงแต่ว่าเธอจะหนีเขาไปไกลจนเขาหาไม่เจอ ทันใดนั้นเขาจึงกดโทรหาผู้เป็นแม่ทันที ตู๊ด~ 'ว่าไงภวินทร์' 'เฟรนด์กลับไปบ้านหรือเปล่าครับ' 'ไม่รู้สิ ตอนนี้แม่ไม่ได้อยู่บ้าน' 'ตอนนี้แม่อยู่ไหน' 'แม่มาปฏิบัติธรรมกับเพื่อนที่ต่างจังหวัดสามสี่วันแล้ว' 'อ๋อครับ' 'ลูกมีปัญหาอะไรกับเฟรนด์หรือเปล่า' 'มีนิดหน่อยครับ' 'มีเรื่องอะไรกันล่ะลูก' 'ผมทำให้เฟรนด์น้อยใจครับ เฟรนด์ก็เลยกลับบ้านโดยไม่บอกผม' 'อ๋อ' 'งั้นแค่นี้นะครับแม่' จากนั้น นิ้วเรียวก็กดวางสายแล้วรีบแต่งตัวออกไปจ
เมื่อเขาออกจากห้องนอนไปแล้ว เฟรนด์ก็หลับต่อไปอีกสองชั่วโมง เมื่อตื่นขึ้นมาเธอก็ลุกไปเข้าห้องน้ำอย่างโซซัดโซเซ เพราะทั้งมึนหัวและทั้งคลื่นไส้ เธอนึกภาวนาอยู่ในใจว่าขออย่าให้แพ้ท้องตอนที่เขาอยู่ทีเถอะขอร้อง ทว่ามันก็ไม่ได้ผล ทันทีที่เห็นอ่างล้างหน้าเธอก็โก่งคออาเจียนทันที "อุ๊บ อ๊วก" ร่างสูงที่เข้าห้องนอนมาเมื่อไม่เห็นคนตัวเล็กนอนอยู่บนเตียงจึงมาดูในห้องน้ำ เมื่อเห็นว่าเธออาเจียนอยู่ พลันมือหนาก็เลื่อนไปลูบแผ่นหลังของเธอเบาๆ และอีกมือรวบผมของเธอเอามาไว้ด้านหลัง เฟรนด์ที่เห็นดังนั้นจึงตกใจเกือบช็อกเมื่อเขามาเห็นตอนเธออาเจียนแบบนี้ ก่อนจะจัดการบ้วนปากแล้วค่อยๆทรงตัวหันมาพูดกับเขา "ออกไปเถอะ เฟรนด์จะอาบน้ำ" "ไปหาหมอนะ" เขาพูดอย่างเป็นห่วงและกังวลเป็นอย่างมากเมื่อเห็นว่าใบหน้าของเธอซีดมาก "ไม่" "อย่าดื้อได้ไหมเฟรนด์" "ไม่ไป" "ไม่ไปก็ไม่ไป งั้นพี่ออกไปรอข้างนอกนะ" เขาไม่อยากฝืนใจเธอ "..." พยักหน้า จากนั้นเขาจึงออกไปพร้อมกับมีสีหน้าหนักใจไม่น้อยที่เห็นอาการของเธอและเธอยังไม่ยอมไปโรงพยาบาลอีก หลังจากที่เธออาบน้ำเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ออกมาจึงเห็นว่าคนตัวสูงนั่งอยู่บนเตียงนอน โดยหันห
เฟรนด์ที่ตอนนี้รู้สึกพะอืดพะอม แต่ก็ต้องอดกลั้นเอาไว้ไม่อยากอาเจียนให้เขาเห็น ทว่ามันไม่สามารถที่จะทำได้ตามที่ใจคิดเมื่อความแปรปรวนของร่างกายนั้นไม่สามารถที่จะต้านทานเอาไว้ได้ หญิงสาวรีบลุกออกจากเตียงนอนแล้วเข้าห้องน้ำไปอย่างรวดเร็วพร้อมกับล็อกประตูและเปิดก๊อกให้น้ำไหลเพื่อกลบเสียงอาเจียนของเธอ ซ่า! ซ่า! ชายหนุ่มที่เห็นคนตัวเล็กรีบลุกไปจากเตียงนอนเขาก็ลุกตามไปด้วยอย่างร้อนรน "แค่ก แค่ก อ๊วก" เธอโก่งคออาเจียนออกมาจนหน้าดำหน้าแดงในอ่างล้างหน้า ซึ่งเสียงน้ำที่เธอเปิดก็อกทิ้งไว้นั้นทำให้กลบเสียงได้เป็นอย่างดี แม้กระทั่งเสียงของเขาที่เคาะประตูเรียกอยู่ข้างนอกเธอก็ไม่ค่อยได้ยิน แล้วเขาจะได้ยินเสียงที่เธออาเจียนได้ยังไง ก๊อก! ก๊อก! "เฟรนด์เป็นอะไรหรือเปล่า เปิดประตูให้พี่หน่อย" เขาตะโกนเรียกหญิงสาวด้วยอาการตกใจที่อยู่ๆเธอก็ลุกพรวดพราดวิ่งเข้าห้องน้ำมา ชายหนุ่มเคาะประตูรัวๆด้วยความรู้สึกร้อนรน เขาเรียกคนตัวเล็กที่อยู่ข้างในด้วยหัวใจเป็นห่วงไม่น้อย จนกระทั่งเธอเปิดประตูออกมา มือหนาจึงดึงเธอเข้าไปกอดแนบอกอย่างห่วงใย หมับ! "เธอเป็นอะไรบอกพี่ได้ไหมเฟรนด์ อย่าเงียบแบบนี้สิ รู้ไหมว่าพี่เครี