LOGINจากชายไม่หล่อไม่รวยสู่การพัฒนาตัวเองให้มาอยู่แถวหน้าของหนุ่มฮอตในหมู่ที่อวยกันเองอย่างเป็นระบบ นิยายสี่ภาคสี่คู่ในตีมผู้หญิงอายุ 35 มึงยังจะเอาอีกเหรอ ว่าด้วยเรื่องชายแท้สี่คนสี่แบบสี่สไตล์ที่เข้ามาสู่วงจรการโค้ชชิ่งพัฒนาตนเองจากที่จีบสาวไม่เป็นคนไม่หล่อไม่รวยสู่การมาอยู่แถวหน้าของหนุ่มฮอตในหมู่ที่อวยกันเองอย่างเป็นระบบ จากแก๊งหลังห้องโง่ เซ่อ อ้วน ดำ สู่หนุ่ม หล่อ หรู ร้าย ฮอต
View Moreจากชายไม่หล่อไม่รวยสู่การมาอยู่แถวหน้าของหนุ่มฮอตในหมู่ที่อวยกันเองอย่างเป็นระบบ
นิยายแบ่งเป็นสี่ภาคสี่คู่ในตีม ผู้หญิงอายุ 35 มึงยังจะเอาอีกเหรอ ว่าด้วยเรื่องชายแท้สี่คนสี่แบบสี่สไตล์ที่เข้ามาสู่วงจรการโค้ชชิ่งพัฒนาตนเองจากที่จีบสาวไม่เป็นไม่หล่อไม่รวยสู่การมาอยู่แถวหน้าของหนุ่มฮอตในหมู่ที่อวยกันเองอย่างเป็นระบบ จากแก๊งหลังห้องโง่ เซ่อ อ้วน ดำ สู่หนุ่ม หล่อ หรู ร้าย ฮอต ชายแทร่คนแรก นายอภินันทนาการ สานรัก ชื่อเล่นชื่อ เอ้ อายุ 24 ปีสูง180 หนัก 65 อดีตหนุ่มโง่เง่าเจ้าของสถิติติด 0 มากที่สุดตอนมัธยมและซ้ำชั้นมาแล้วสองปีซ้อน แม้จะจบมหาลัยมาด้วยเกรดเฉลี่ยที่ฉิวเฉียดร่วงแต่ปัจจุบันทำงานเป็นหนุ่มออฟฟิศบริษัทใหญ่ในเครือ RPG Corporation บริษัทเครื่องดื่มชั้นนำของประเทศ แต่เป็นพนักงานทั่วไปที่ใครจะเรียกใช้ก็ได้ ปัจจุบันเป็นหนุ่มหล่อเหลาแต่งตัวดีมีเทสช่างเลือกแม้เงินเดือนจะไม่สูงเท่ารสนิยมก็ตาม ปะทะ นางสาวสุขาวดี ศรีสยามโสภา ชื่อเล่น ศรี อายุ 35 ปี สูง 168 หนัก 46 สถาณภาพหย่าร้าง ปัจจุบันทำงานในบริษัท RPG Corporation เป็นประธานบริษัทอดีตภรรยาคนโตของลูกชายเจ้าของบริษัท แต่งงานเพราะการคุมถุงชนสาวสังคมแซ่บๆ ปากจัดใช้ชีวิตแบบชีวิตนี้เป็นของเราใช้ซะ เกลียดพวกชายแท้ที่ผันตัวจากลูซเซอร์มาเป็นพวกประสาทแดกในสังคมสมัยใหม่ที่คิดว่าผู้ชายเป็นใหญ่กว่าผู้หญิงเสมอ . . แสงไฟสีส้มสลัวจากหน้าจอมือถือสว่างวาบขึ้นในความเงียบ แสงสะท้อนกระทบกับใบหน้าของชายหนุ่ม ที่กำลังตั้งหน้าตั้งตามองหน้าจอด้วยแววตาตื่นเต้นฮึกเหิมราวกับเจอแสงสว่างแห่งปัญญา เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังของกูรูสอนชายแท้ชื่อดัง กำลังพ่นวาทกรรมดุเดือดผ่านไลฟ์สดด้วยท่าทีเย่อหยิ่งมั่นใจ “ไอ้นี่พิมพ์มาถามว่าเธออายุ 35 ผมจะจีบยังไงให้ติดครับ..ห่า นี่กูโค้ชชิ่งมึงมาตั้งนานมึงถามอะไรแบบนี้” เขานั่งตัวเกร็งตั้งใจฟังทุกคำสอน “มึงดูพี่ ดูแฟนพี่อายุห่างกันสิบปีสาวสวยเด็ก นี่สิที่ชายแท้คู่ควร!” โค้ชหนุ่มในจอทำหน้าเหยียดหยาม “แต่มึงจะเอาผู้หญิงอายุ 35... เอามาทำแม่เร๊อะ ผู้หญิงอายุ 35 มึงยังจะเอาอีกเหรอ? ผู้หญิงแก่แล้วจะเอามาทำมะเขืออะไร!” ชายหนุ่มพยักหน้ารับหงึกๆ ตามคำสอนทุกกระเบียดนิ้ว “ถ้าพวกมึงอุตส่าห์พัฒนาตัวเองอย่างยากลำบากจนหล่อ เท่ ดูดีขึ้นมาได้ แล้วเสือกจะไปจีบคนอายุ 35 มึงจะพัฒนาตัวเองไปทำแมวน้ำอะไรวะ?” ปากหยักเหยียดยิ้มตามองศาที่คิดว่าหล่อที่สุด เพราะโค้ชสอนมาว่าชายทุกคนมีมุมที่หล่อเหี้ยๆ จงใช้แค่มุมนั้นให้ชิน มันดูดีขึ้นจริงๆ “ถ้าจะเอาแก่ขนาดนั้น ไม่ต้องพัฒนาอะไรก็หาได้ เหม็นกลิ่นแก่จะตายห่า!” คนในคลาสสอนชายแท้พากันพิมพ์ข้อความเห็นด้วยไหล เสียงในไลฟ์ยังคงก้องกังวานด้วยความมั่นหน้าสุดขีด “พวกมึงจำไว้นะ เราเหนื่อยกันแทบตายเพื่ออัปเกรดตัวเองทั้งที ของที่พวกมึงคู่ควรคือความสดใหม่สดใสหอมกรุ่นเหมือนเด็กสาวๆ อายุยี่สิบต้นๆ เท่านั้น” เขาจ้องหน้าจอตาไม่กะพริบ “มึงดูหน้าตาจิ้มลิ้ม น่ารักน่าเอ็นดูสิมองตอนไหนก็กระชุ่มกระชวย เดินควงแล้วส่งเสริมบารมีสุดๆ พาไปไหนก็มีแต่คนอิจฉา นี่ไงเครื่องหมายของการประสบความสำเร็จ” โค้ชกางแขนออกกว้าง “ดูหล่อ ดูรวย มีบ้านมีรถมีแฟนสวย คุณค่าของผู้ชายมันอยู่ตรงนี้ สาวสวยที่ยอมสยบให้เรานี่แหละถึงจะคุ้มค่าเหนื่อยกับแรงที่ลงไป พวกมึงต้องยกระดับตัวเองให้ได้แบบนั้นเข้าใจไหม!” นิ้วเรียวดีดกดยืนยันส่งดาวเปย์ให้โค้ชตัวอวบสวมทองกับนาฬิกาดูหรูหราทันที ในหัวของหนุ่มไทยหลายคนวาดฝันถึงอะไรแบบนั้นเป็นเรื่องปกติ โดยเฉพาะเรื่องผู้หญิง ผู้หญิงอายุเกิน 35 ปีแก่เกินไป..ควงคนแก่มันไม่คูล . .ภายในห้องทำงานส่วนตัวของประธานสาว ประตูกลอนถูกลงไว้อย่างแน่นหนา บรรยากาศด้านในเย็นเฉียบจากแอร์ที่เปิดแข่งกับความหัวร้อนของเจ้าของห้อง ศรีเดินจ้ำอ้าวกระแทกส้นเท้าเข้ามาทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้หนังตัวใหญ่ สีหน้ายังคงบึ้งตึงและคุกรุ่นไปด้วยความโกรธ ในขณะเดียวกัน ศรเดินตามเข้ามาเงียบ ๆ ร่างเล็กไม่ได้มีท่าทีตื่นตระหนกหรือตกใจอะไรสักนิด เธอเดินตรงไปยังมุมชงกาแฟประจำห้องทันที ภาพลักษณ์ภายนอกของศรอาจจะดูเป็นสาวน้อยแบ๊ว ๆ น่ารักน่าเอ็นดูเหมือนเด็กฝึกงาน แต่รสนิยมจริง ๆ ของเธอสวนทางกับหน้าตาลิบลับ ศรไม่เคยชอบของหวานหรือเครื่องดื่มใส่นมน้ำตาล ของโปรดของเธอคือกาแฟดำเข้มข้นไม่ใส่น้ำตาลสักหยดเพื่อปลุกความตื่นตัว ครืดดดด~ ผงกาแฟคั่วบดอยู่ข้างใน กลิ่นหอมกรุ่นของคาเฟอีนลอยแตะจมูก ผิดกับพี่สาวภายนอกดูเป็นประธานสาวจอมโหด เด็ดขาด และน่าเกรงขาม แต่ศรีชอบของหวาน โดยเฉพาะชาไข่มุกและขนมหวาน ศรเหลือบมองพี่สาวที่กำลังนั่งกอดอกหน้าหงิก ก่อนจะตัดสินใจหยิบแก้วชาไข่มุกพลาสติกใส แก้วเดียวกับที่เอ้เพิ่งซื้อมาฝากที่ถือติดมือเข้ามาด้วย วางแปะลงบนโต๊ะตรงหน้าพี่สาวโดยไม่ต้องเอ่ยถามสักคำ ศรีชะงักไปนิด ดวง
ว้อด.. เดอะ.. ฟัคคคค!! แสงไฟนีออนสาดส่องลงมากระทบกับกองเอกสารและแฟ้มงานตั้งสูงท่วมหัวจนแทบจะกลบมิดร่างสูงของเอ้ที่นั่งหลังจอโต๊ะทำงานในห้องผู้จัดการทั่วไป มือหนาที่เคยจับปากกาเซ็นอนุมัติอย่างมั่นอกมั่นใจ ตอนนี้กลับชะงักค้าง..ไม่รู้จะหยิบอันไหนก่อนดี หมือนมันจะถล่มลงมาทับตายได้ทุกเมื่อถ้าไปแตะต้องไอ้กองกระดาษตรงหน้า "นี่งานรายวัน...หรืองานรายปีวะเนี่ย"มือหนาพลิกเปิดแฟ้มบัญชีหนาเตอะ เล่มแล้วเล่มเล่า รายงานยอดขาย งบประมาณไตรมาส และโปรเจกต์มหาศาลที่ถูกกองสุมไว้ราวกับภูเขาเลากา "ให้ตายสิ..นี่กองเอกสารหรือกองทรายวะเนี่ย เยอะจัด!!" เอ้สบถออกมาเสียงดังลั่นห้อง มือข้างหนึ่งขยี้กลุ่มผมปาดเจลจนยุ่งเหยิง นัยน์ตาคมกริบเบิกกว้างด้วยความตะลึงเมื่อกวาดสายตาไปดูรายการที่เหลืออยู่ อย่าว่าแต่จะไปกินข้าวเย็นกับเลขาฯ สาวตามที่ลั่นวาจาไว้เลย ต่อให้ใช้เวลาทำงานหามรุ่งหามค่ำติดต่อกันสิบวันสิบคืน งานกองนี้ก็ไม่มีทางเสร็จทันหรอก!Rrrrrr โทรศัพท์มือถือวางอยู่บนโต๊ะแผดเสียงร้องดังขึ้นมาในเวลาเลิกงานดังลอดออกมาขัดจังหวะความเครียดพอดิบพอดี"ว่าไง""เลิกงานแล้วไปไหนกันดี""ไม่ต้องโทรหากูเดือนนึ
เอ้ส่งเสียงนุ่มทุ้มชวนฝัน พลางเลื่อนแก้วชาไข่มุกเข้าไปใกล้ศรมากขึ้นอีกนิด ดวงตาคมกริบมองสำรวจใบหน้าจิ้มลิ้มด้วยความเอ็นดูระคนอยากหยอกเย้า "พอดีพี่ผ่านร้านข้างล่างสีหวานสวยของชาทำให้นึกถึงใบหน้าหวานๆ ของน้อวก็เลยซื้อมาฝากดื่มแล้วจะได้ชื่นใจหายเหนื่อยไงคะ" ศรเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยมองแก้วชาไข่มุกสลับกับใบหน้าหล่อเหลาที่่พยายามส่งสายตาหวานเชื่อมมาให้ ภายใต้ใบหน้าใสซื่ออินโนเซนต์และรอยยิ้มพิมพ์ใจที่แย้มกว้างจนแก้มปรินั้น สมองอันฉลาดเป็นกรดของเลขานุการสาวกลับกำลังแล่นฉิวด้วยความเจ้าเล่ห์เต็มพิกัด หึ... เด็กนี่... มาทำท่าทางกรุ้มกริ่มใส่แบบนี้... คงยังไม่รู้สินะว่าสวยสังหารเป็นยังไง ศรคิดในใจอย่างนึกสนุก รอยยิ้มสดใสบริสุทธิ์ผุดขึ้นบนใบหน้าจนดูไร้พิษภัยราวกับกระต่ายน้อยในทุ่งลาเวนเดอร์ "อุ้ย~ขอบคุณมากเลยนะคะผู้จัดการ ใจดีจังค่ะ" ศรเอ่ยด้วยน้ำเสียงหวานเชื่อม ก้มหน้าลงเล็กน้อยทำท่าเขินอายตามบทบาทเด็กสาวใสซื่อ ก่อนจะแกล้งทำเป็นจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ ทว่าจังหวะที่เธอยืนขึ้นเต็มความสูงและขยับตัวเข้าใกล้โต๊ะเพื่อรับแก้วชา ร่างระหงที่ซ่อนรูปอยู่ใต้ชุดทำงานเนื้อบางก็ขยับเข้าหาเอ้ในร
ติ๊ง! เสียงจากลิฟต์โดยสารดังขึ้นพร้อมบานประตูสเตนเลสสีเงินเลื่อนเปิดออกช้า ๆ ร่างสูงของเอ้ที่ก้าวขาโซเซออกมาเล็กน้อย ฤทธิ์แอลกอฮอล์จากการฉลองตำแหน่งผู้จัดการทั่วไปคนใหม่ทำให้มึนตึ้บมือข้างหนึ่งยกขึ้นเสยผมสีเข้มที่ปรกหน้าผากลวก ๆ ดวงตาคมกริบหรี่ลงโฟกัสภาพตรงหน้า ร่างหนายืนปักหลักอยู่หน้าลิฟต์ ห่างจากห้องพักค่อนข้างไกลโข มือข้างที่ว่างกำลังควานหาคีย์์การ์์ดในกระเป๋ากางเกงสแลคอย่างทุลักทุเล "อยู่ไหนวะ.." ติ๊ดๆๆๆ "หนูถึงห้องแล้วค่ะไม่ต้องห่วงเดี๋ยวหนูจัดการเอง.." ทว่า จังหวะนั้นเองสายตาที่พร่ามัวกลับสะดุดเข้ากับร่างเล็กปุ๊กปิ๊กของใครบางคนที่กำลังยืนทาบคีย์การ์ดหน้าห้องฝั่งตรงข้าม "เอ๊ะ..นั่นมัน?" เอ้ชะงักฝีเท้าที่กำลังจะก้าวเดินมองร่างของหญิงสาวตัวเล็กจิ๋วในชุดเดรสผ้าฝ้ายสีครีมอ่อนละมุนสะดุดใจ เส้นผมสีดำสนิทตัดทรงหน้าม้าหนานุ่มรับกับหน้าผากมน ดวงตากลมโตบ้องแบ๋ว เรือนร่างบอบบางไซส์มินิที่สูงแค่ไหล่ ริมฝีปากอิ่มจิ้มลิ้มน่ารักน่าเอ็นดูแบบเด็กสาวสไตล์ญี่ปุ่น ให้ตายสิ... เอ้กะพริบตาปริบ ๆ ไล่ความมึนเมาออกจากหัว สมองที่แล่นช้าลงเพราะแอลกอฮอล์เริ่มประมวลผลชัดเจนขึ้นเรื่อย