เข้าสู่ระบบปารวตีเฝ้าเช็ดตัวให้ลูกชายจนเปลี่ยนน้ำไปหลายกะละมังแต่เหมวิชก็ไม่มีทีท่าว่าไข้จะลดลงเลยแม้แต่น้อย แถมยังโยเยเพราะไม่สบายตัวอีกยิ่งทำให้คนเป็นแม่อย่างเธอเสียใจนักที่พาลูกมาที่นี่
"แม่ป่าน ร้อนๆ" ลูกชายคว้ามือบอบบางของคุณแม่เข้าไปกอดทั้งที่ยังหลับตา ทำให้หญิงสาวสงสารลูกเหลือเกิน นี่แค่วันแรกยังป่วยขนาดนี้ ถ้าเกิดคนน้องเจ็บไข้ขึ้นมาอีกคนเธอคงจะลำบากไม่น้อย ถ้าพ่อกับแม่ของเธออยู่ที่นี่ด้วยก็คงจะดีอย่างน้อยก็เป็นที่พึ่งทางใจให้เธอได้
"พี่เรน อดทนหน่อยนะลูกเดี๋ยวลุงเอกก็มาแล้ว" คุณแม่ยังสาวเอ่ยปลอบโยนพลางเช็ดตัวลดไข้ให้อย่างไม่ขาด
"ร้อน แม่ป่าน ร้อน" พูดจบเด็กชายก็ร้องงอแงขึ้นมาทันทีจากความร้อนที่ไม่ยอมลดลงจนทำให้ไม่สามรถนอนหลับต่อไปได้
"ป่าน ลูกเป็นยังไงบ้าง" เหมันต์เปิดประตูเข้ามาด้วยความร้อนใจ ภาพตรงหน้าทำให้เขารู้สึกปวดหนึบหัวใจอย่างบอกไม่ถูก ภาพที่ปารวตีอุ้มเด็กชายกล่อมเอาไว้บนตักส่วนมืออีกข้างนั้นก็คอยพัดวีให้ลูกสาวอย่างไม่รู้จักเหนื่อย วินาทีนั้นเขารู้ได้ทันทีว่าปารวตีเก่งและเข้มแข็งแค่ไหน ต่างกับเขาที่ทำตัวเป็นคนอ่อนแอแถมยังเป็นพ่อที่ไม่ได้เรื่องอีกต่างหาก
"ทำไมถึงเป็นคุณ!!"
"เรื่องนั้นมันไม่สำคัญหรอกน่า เรนตัวร้อนมากไม่ใช่หรือไง รีบพาไปหาหมอดีกว่า"
"ไม่ต้อง เดี๋ยวดิฉันอุ้มลูกเองค่ะ" หญิงสาวเอ่ยห้ามทันทีที่พ่อของลูกเข้ามาใกล้ลูกสาวอย่างน้องรุ้ง ทำให้คนเป็นพ่อเองก็ถึงกับทำอะไรไม่ถูก
"ส่งเรนมาป่าน หมอกอุ้มลูกเอง ป่านอุ้มน้องรุ้งเถอะ ตัวใหญ่แบบนี้ป่านอุ้มสองคนไม่ไหวหรอก"
ชายหนุ่มมองดูร่างบอบบางของเมียตัวน้อยที่พยายามจะอุ้มลูกแฝดทั้งสองคนเอาไว้ในอ้อมกอดแม้ว่าเขาจะอยากเข้าไปช่วยเหลือสักเพียงใดแต่แม่ของลูกยังคงยืนกรานจะทำความต้องการของตัวเองจนเขาอ่อนใจเหลือเกินไม่คิดเลยว่าหญิงสาวจะดื้อดึงอย่างนี้ ท้ายที่สุดเขาก็ทนดูไม่ไหวจนต้องแย่งลูกชายไปอุ้มจนได้แม้ว่าคน เป็นแม่จะหน้างอคอหักก็ตาม
"ดิฉันขอนั่งข้างหลังนะคะ"
"เอาสิ" คนเป็นเจ้านายยอมตามใจอย่างง่ายดายเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายนั้นต้องดูแลลูกสองคนไปพร้อมกัน
ระหว่างทางเหมันต์รู้สึกเจ็บใจเหลือเกินที่ปล่อยให้ลูกเดินตากแดดร้อนมากถึงขนาดนั้นจนไข้ขึ้น ถ้าเขาลดทิฐิลงอีกนิดยอมอุ้มเหมวิชเดินไปด้วย ป่านนี้ลูกชายเขาคงไม่ต้องโยเยอย่างที่เป็นอยู่ตอนนี้แน่
"ไม่ต้องไปโรงพยาบาลเอกชนหรอกค่ะ เรนเป็นแค่ไข้ธรรมดาได้ยาลดไข้เดี๋ยวก็ดีขึ้น"
"หมอกมีเงินจ่ายหรอกน่า ไม่ต้องห่วง"
"แต่ดิฉันไม่มีค่ะ ลูกของดิฉันไม่สบายดิฉันไม่กล้าไปรบกวนคุณเหมันต์หรอกค่ะ"
"ป่าน มันไม่ใช่เวลาที่จะมาทิฐิเยอะใส่กันนะ ก็เห็นกันอยู่ว่าลูกตัวร้อนขนาดนั้นจะเอาชนะไปทำไม" คุณพ่อวัยหนุ่มโวยวายอย่างหัวเสียนี่เธอตั้งใจสร้างกำแพงกั้นเขากับเธอจริงๆ หรือ
เมื่อได้ยินเสียงลูกชายร้องงอแงด้วยความไม่สบายตัวก็ทำให้คนเป็นแม่อย่างปารวตียอมแพ้แต่โดยดีเพราะอย่างที่เหมันต์พูดว่ามันไม่ใช่เวลาที่จะมาเอาชนะหรือตั้งแง่ใส่กันเลย
เมื่อถึงโรงพยาบาลทั้งปารวตีและเหมันต์ต่างก็พากันโล่งใจที่เด็กชายเหมวิชไม่ได้เป็นอะไรมากไปกว่าไข้หวัดธรรมดา หมอจึงให้ยามารับประทานและอนุญาตให้กลับบ้านได้
"แม่ป่าน ทำไมพี่เรนไม่สบายล่ะคะ" เด็กหญิงที่ตื่นขึ้นมาขณะรอคุณหมอเอ่ยถามเมื่อทราบจากผู้เป็นแม่ว่าอีกครึ่งหนึ่งของเธอไม่สบายจนต้องมาหาคุณลุงหมอ
"พี่เรนไม่เป็นอะไรมากค่ะ เดี๋ยวเราจะได้กลับบ้านกันแล้ว" พูดยังไม่ทันขาดคำเด็กหญิงก็ตรงเข้าสวมกอดพี่ชายอย่างห่วงใย
"โอ๋ๆ นะ พี่เรน"
ปารวตีเห็นภาพพวกนี้จนชินตาแต่อีกคนที่ไม่เคยได้มีโอกาสเห็นตื้นตันใจเหลือเกินที่สองพี่น้องรักใคร่กันดี หากว่าพี่ชายฝาแฝดของเขาไม่เสียชีวิตไปตั้งแต่ยังเป็นทารกเขาคงจะได้มีภาพอย่างนี้บ้าง ถึงจะมีพี่ชายอีกสองคนอย่างตะวันฉายและสินสมุทรแต่ก็ยังรู้สึกถึงพี่ชายฝาแฝดที่จากโลกนี้ไปอยู่ตลอดเหมือนมีสายใยเชื่อมถึงกันอย่างไรอย่างนั้น เขาอยากย้อนเวลากลับไปเหลือเกินภาพที่ลูกๆ เติบโตมาตลอดสามปีเขาพลาดมันไปทั้งหมดอีกทั้งยังไม่สามารถเรียกมันคืนมาได้อีก
"น้องรุ้งคิดถึงคุณตาคุณยายค่ะ" เด็กหญิงผมเปียดูหงอยลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อกลับขึ้นรถ เด็กหญิงเริ่มรู้สึกไม่สนุกแล้วที่จะต้องไกลจากบ้านคุณตาคุณยาย จนคนเป็นพ่อเริ่มใจคอไม่ดี กลัวว่าปารวตีจะหอบลูกกลับกรุงเทพไปเสียพรุ่งนี้
"แต่แม่ป่านต้องทำงานที่นี่นะคะ ถ้าเกิดว่าเรากลับไปหาคุณตาคุณยายแม่ป่านก็จะไม่ได้ทำงานนะลูก หรือถ้าน้องรุ้งกับพี่เรนไปอยู่กับคุณตาคุณยายแม่ป่านก็ต้องเหงาอยู่คนเดียวสิคะ น้องรุ้งไม่สงสารแม่ป่านเหรอ"
"ไม่ไปก็ได้ค่ะ อยู่กับแม่ป่านดีกว่า" เด็กหญิงซบลงที่อกมารดาที่พี่ชายฝาแฝดของเธออยู่ห่างไปเพียงเล็กน้อยจนหน้าผากของเด็กทั้งสองแตะกันโดยที่ปารวตีไม่ทันได้ระวัง
ตกค่ำปารวตีแทบจะหัวหมุนเพราะลูกแฝดของเธอเกิดไข้ขึ้นเหมือนกันทั้งพี่ทั้งน้อง ต่างร้องโยเยกันลั่นยังดีที่เธอได้ขอให้คุณหมอจ่ายยาลดไข้สำหรับเหมภัสด้วยจึงไม่มีปัญหาเรื่องหยูกยา แต่ที่มีปัญหาคือเด็กๆ กินยายากเสียนี่กระไร ทั้งขู่ทั้งปลอบเสียทุกครั้งตั้งแต่เล็ก แต่ครั้งนี้มันยากเกินไปสำหรับเธอที่ต้องคอยปราบลูกเล็กที่ไม่สบายพร้อมกันสองคนแถมยังไม่ยอมห่างกันอีก
"ไม่กินๆๆๆๆ" ทั้งพี่ทั้งน้องปัดช้อนยาจากแม่จนหกเลอะเทอะไปหมด แต่ก็ยังไม่มีใครยอมกินยา ยังดีที่ลูกๆ ยังยอมให้เธอแปะแผ่นเจลลดไข้เอาไว้ช่วยบรรเทาความร้อนจากพิษไข้
"นิดเดียวนะพี่เรน" คนเป็นแม่หลอกล่อลูกชายแต่เจ้าตัวแสบกลับปัดยาทิ้งเป็นครั้งที่สาม หญิงสาวจึงต้องหันไปหลอกล่อคนเป็นน้องแทน
"นิดเดียวนะน้องรุ้ง"
"ไม่เอาค่ะ" พูดไม่พูดเปล่าเด็กหญิงยังออกอาการเหมือนพี่ชายเธอไม่มีผิด
"กินยาแล้วจะได้หายไวๆ นะคะ" คุณแม่ยังสาวหมดหนทางที่จะป้อนยาแต่ก็ไม่อาจตามใจได้เพราะอยาก ให้เหมวิชและเหมภัสสร่างไข้ ไม่อย่างนั้นเธอคงไม่มีกระจิตกระใจทำอะไรทั้งนั้น
"พ่อมาแล้วครับ" เหมันต์ถือวิสาสะเข้ามาในห้องพักของสามแม่ลูกพร้อมกับกระเป๋าเสื้อผ้าที่พร้อมจะมาเฝ้าไข้ลูกแฝดของตัวเองโดยไม่ถามความเห็นของคนเป็นแม่
“วันนี้เราสามคนแม่ลูกรบกวนคุณมามากพอแล้วค่ะ เชิญคุณกลับไปเถอะ เรื่องนี้ดิฉันจัดการเองได้” หญิงสาวได้ยินว่าเขาแทนตัวเองว่าพ่อเต็มสองรูหู แต่กลับไม่ดีใจเลยแม้แต่นิดเดียว ทั้งหมดที่เขาทำไปมันก็แค่เพราะความรับผิดชอบเท่านั้น
“อย่าดื้อได้ไหมป่าน ถ้าจัดการได้แล้วทำไมยาถึงได้หกเต็มพื้นอย่างนั้น เรื่องของเราเอาไว้ทีหลังตอนนี้เรื่องของลูกสำคัญกว่า”
“ก็ได้”
แม้จะไม่เต็มใจนักแต่ปารวตีก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเขาทำให้เธอโล่งอกที่อย่างน้อยก็มีคนช่วยรับมือลูกชายลูกสาวแล้ว ถึงจะรู้สึกว่าเขาไม่มีประโยชน์อะไรเลยก็ตาม
"ป่านมีอะไรให้หมอกช่วยบ้าง" น้ำเสียงร้อนรนของเขาทำให้หญิงสาวรู้ได้ทันทีว่าเขาเองก็เป็นห่วงลูกไม่น้อยไปกว่าเธอ
"คุณเหมันต์ช่วยจับเรนเอาไว้หน่อยได้ไหมคะ" แม้จะเคืองเรื่องสรรพนามแต่มันก็ไม่ได้ทำให้เขามีเวลามาเถียงเรื่องไร้สาระกับเธอตอนนี้
ยักษ์ปักหลั่นตรงเข้ามาอุ้มร่างกะทัดรัดของลูกชายเอาไว้ก่อนจะจัดการกอดเอาไว้อย่างแน่นหนาเพื่อให้คนเป็นแม่อย่างปารวตีป้อนยาได้ถนัดถนี่แต่ก็ใช่ว่าจะง่ายดายขึ้น เพราะทั้งเด็กหญิงเด็กชายต่างก็พากันบ้วนยาออกเป็นว่าเล่น จนแม่อย่างปารวตีต้องจัดการขั้นเด็ดขาดกับทั้งคู่
คุณพ่อมือใหม่ได้เรียนรู้ว่าการป้อนยาลูกไม่ง่ายอย่างที่คิดทั้งดิ้นทั้งร้องจนเขาหวั่นใจ กลัวว่าลูกจะสำลักจนป่วยหนักกว่าเดิมแต่ด้วยความใจแข็งของแม่อย่างปารวตีทำให้การกินยาของเด็กๆ ผ่านไปได้แม้จะขลุกขลักก็ตาม
"ขอบคุณสำหรับวันนี้นะคะ เรนรุ้งหลับกันแล้ว ดิฉันไม่รบกวนคุณจะดีกว่า" คุณแม่ลูกสองหันมาหาเจ้านายหนุ่มพร้อมกับส่งกระเป๋าเป้ของเขาคืนเจ้าของ
"ไม่ได้รบกวนอะไรเลยป่าน หมอกเป็นพ่อก็ต้องช่วยป่านดูแลลูกสิ อีกอย่างวันนี้ลูกน่าจะต้องเช็ดตัวกันทั้งคืนให้หมอกช่วยดีกว่า ป่านจะได้พักบ้าง" คนตัวโตเสียงอ่อยเมื่อถูกไล่อย่างซึ่งหน้าขนาดนี้ เธอคงจะโกรธและเกลียดเขามาก แต่จะทำอย่างได้ในเมื่อเขาเองที่ผลักให้เธอเกลียดเขา
"ไม่เป็นไรค่ะ แค่เช็ดตัวเองดิฉันทำได้ แล้วอีกอย่างนี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่เด็กๆ ป่วย แค่นี้สบายค่ะ ถ้ากินยาได้ทุกอย่างก็ไม่น่ามีอะไรต้องห่วงแล้ว"
"จะไล่กันไปถึงไหนป่าน หมอกรู้ว่าที่ผ่านมาหมอกผิดที่คิดไปเองไม่ยอมฟังอะไรจนปล่อยให้ป่านต้องลำบากเลี้ยงลูกเองคนเดียว แต่ว่าตอนนี้หมอกรู้แล้วลูกของเราน่ารักขนาดไหน หมอกอยากชดเชยให้ป่านกับลูก ป่านจะให้หมอกทำหน้าที่พ่อกับสามีที่ดีไม่ได้เลยหรือไง"
"แค่หน้าที่พ่อเท่านั้นหมอก เรื่องระหว่างเรามีแค่ธุระของลูกเท่านั้น หมอกไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบในหน้าที่ของสามี แค่หน้าที่พ่อก็พอ" หญิงสาวตัดบททันควัน ไม่ใช่ว่าไม่รักเขา สำหรับเธอเขายังคงอยู่ในใจเสมอแต่เป็นเพราะแผลใจในอดีตที่เขาไม่เชื่อใจเธอต่างหากที่ทำให้เธอกลัว กลัวว่าวันหนึ่งจะเกิดเหตุการณ์นั้นขึ้นอีก เธอ ไม่อยากเจ็บซ้ำสอง
"ก็ได้ อย่างน้อยป่านก็ยอมให้หมอกเข้าใกล้"
คนตัวโตไม่ค่อยพอใจนักที่ไม่ได้ดั่งใจแต่ก็ถือว่ายังดีที่คืนนี้เขาไม่ต้องใช้แผนสองออกไปกางเต็นท์นอนตากน้ำค้างข้างนอก ถึงจะไม่ได้นอนกอดแม่ของลูกแต่ได้นอนกอดลูกก็ยังดีเผื่อว่าซักวันแม่ของลูกจะใจอ่อนยอมให้พ่อได้กอดบ้าง
“เรื่องอะไรหรือ” แม่ของลูกเอ่ยถามอย่างสงสัย“เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ซะด้วย เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน เด็กๆ วันนี้ไปนอนที่บ้านคุณปู่ก่อนนะครับ” พ่อของลูกหันไปบอกลูกๆ หน้าตาเฉย ปล่อยให้หญิงสาวได้แต่งงงวยว่าระหว่างเขาและเธอนั้นมีเรื่องใหญ่โตอะไรกัน“ทำไมหล่ะครับพ่อหมอก เรนอยากนอนที่บ้านเรานี่ครับ” ลูกชายถามเสียงเจื้อยแจ้ว“แค่คืนเดียวครับพ่อหมอกกับแม่ป่านสัญญาว่าพรุ่งนี้จะไปรับพี่เรนกับน้องรุ้งแต่เช้าเลย ตกลงไหมครับ”“ก็ได้ครับ” แม้สีหน้าจะไม่สดใสเท่าใดนักแต่ทว่าเด็กชายก็รับข้อเสนอของบิดาแต่โดยดีและแน่นอนว่าคู่แฝดที่ติดกันอย่างเหมภัสก็ตอบตกลงด้วยเช่นกันหลังจากส่งลูกฝาแฝดไปไว้กับราเมศแล้วความเงียบก็โรยตัวเข้ามาปกคลุมภายในเรือนพยับหมอกจนน่าอึดอัด“ป่าน ไปเดินเล่นข้างนอกกันไหม” ร่างสูงโปร่งตรงเข้ามาสวมกอดร่างบางจากด้านหลังศีรษะหนักเกยอยู่บนบ่าเล็กอย่างออดอ้อน“อืม เอาสิ”สิ้นคำตอบรับร่างสูงก็จูงมือหญิงสาวเดินออกไปตามเส้นทางที่ปูไปด้วยทรายสีข
เจ้าของรีสอร์ทอยากจะกลับบ้านไปหาลูกเมียเสียเหลือเกิน แต่ติดตรงที่ว่าเขามีธุระที่สำคัญกว่าต้องไปจัดการให้เรียบร้อยร่างสูงโปร่งเดินตรงเข้ามาหาพนักงานต้อนรับสาวและนายช่างอย่างนวดีและสันต์ที่กำลังพูดคุยหยอกล้อกันอย่างมีชีวิตชีวาด้วยท่าทางสบายๆ“คุยอะไรกันอยู่อย่างงั้นหรือ ท่าทางน่าจะสนุกนะ”ประโยคทักทายของเจ้านายทำเอาลูกน้องทั้งสองคนเปลี่ยนสีหน้าแทบจะทันทีราวกับว่าทำความผิดร้ายแรงเอาไว้และแน่นอนว่าความสนุกสนานนั้นก็หายไปด้วยเช่นกัน“คุณป่านเป็นอย่างไรบ้างครับ” นายช่างหนุ่มเป็นฝ่ายเอ่ยถามก่อนอย่างสุภาพ ถึงแม้จะรู้คำตอบดีอยู่แล้วก็ตามแต่ชายหนุ่มเองก็รู้ดีเช่นกันว่าการปรากฏตัวของเจ้านายหนุ่มในครั้งนี้มีเรื่องอื่นแอบแฝงด้วย“ก็หายดีแล้วหล่ะ ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงแล้ว ว่าแต่นายเถอะแผลที่แขนเป็นยังไงบ้างหล่ะใกล้จะหายดีหรือยัง”“ดีขึ้นมากแล้วครับอีกสองสามวันก็น่าจะหายดี” สันต์ตอบคำถามอย่างราบเรียบไร้พิรุธ“แล้วข้าวฟ่างหล่ะ เป็นยังไงบ้าง”เมื่อถามจากนายช่างประจำรีสอร์ทกลับไม่ได้ควา
เหมันต์และปารวตีมาส่งเด็กๆ เอาไว้ที่บ้านของราเมศตามสัญญา และที่นั่นหนุ่มๆ บ้านภักดีดำรงต่างกรูกันเข้ามาถามไถ่เธอด้วยความเป็นห่วงเป็นใยจนน้องเล็กสุดท้องอย่างพ่อของลูกต้องรีบเข้ามาปรามเพราะพวกพี่ๆ ชักจะเข้าใกล้ตัวผู้หญิงของเขามากเกินความจำเป็นแล้ว“ไม่เจ็บตรงไหนแน่ๆ นะน้องป่านรอยช้ำเยอะขนาดนี้” ร้อยเอกตะวันฉายเอ่ยพร้อมกับมือหนาที่ไล่จับไปตามแขนเรียวบางน่าทะนุถนอมของหญิงสาวไร้ซึ่งความคิดเชิงชู้สาว“เจ็บนิดหน่อยค่ะ แค่ช้ำๆ พรุ่งนี้ก็น่าจะหายดีแล้ว” หญิงสาวตอบอย่างสุภาพ แต่พ่อของลูกเธอนี่สิดูจะต้องอบรมมารยาทกันใหม่ เพราะขณะที่พี่ชายคนโตอย่างตะวันฉายวางมือบนตัวเธอมือของเหมันต์ก็คอยแต่จะปัดออกราวกับเด็กหวงของเล่น“พี่ว่าป่านน่าจะไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลนะ อย่างน้อยได้ใบรับรองแพทย์มาประกอบการแจ้งความเอาไว้ก็ยังดี ถึงจะไม่สะเทือนไอ้เสี่ยอำนาจกับลูกชายมันเท่าไหร่แต่พี่ว่าแจ้งความไว้จะปลอดภัยกับตัวป่านเองมากกว่า” สินสมุทรเอ่ยด้วยความเป็นห่วงเขารู้ดีว่าอิทธิพลของเสี่ยอำนาจที่มีมากกว่าครึ่งค่อนเมืองนั้นพอที่จะทำให้เรื่องนี้กลายเป็นเพียงเร
เสียงปืนที่ดังก้องทำให้ทั้งสามที่พยายามติดตามร่องรอยของกนิกและปารวตีรีบวิ่งไปยังทิศทางของเสียงอย่างร้อนใจ ร่างสูงโปร่งของเหมันต์รีบรุดไปก่อนใครเพื่อน ในหัวใจที่เคยแกร่งกล้าดังหินผาภาวนาให้เธอยังคงมีชีวิตอยู่ ขอเพียงเธอยังมีลมหายใจเท่านั้น“ป่าน!!!” ร่างสูงรีบถลาเข้าไปโอบกอดร่างบางที่นั่งรอคอยความหวังในความมืดมิดอย่างรวดเร็ว ความกลัวในหัวใจแกร่งมลายหายไปสิ้น เขาไม่ต้องการรู้ว่าทำไมเธอถึงตกอยู่ในสภาพนี้ เขาไม่ต้องการล้างแค้นอะไรใดๆ ทั้งนั้นขอเพียงมีเธออยู่ตรงนี้เขาพร้อมจะทิ้งโทสะในใจได้อย่างง่ายดาย“เจ็บตรงไหนไหม เป็นอะไรมากหรือเปล่า บอกหมอกมาสิป่าน”พ่อของลูกรู้ได้เลยว่าอาการของเจ็บเจียนตายมันเป็นอย่างไร เพราะนอกจากเสียงสะอื้นที่แสนจะน่าสงสารแล้วก็ไม่มีคำพูดใดๆ หลุดออกจากปากของผู้หญิงที่เขารักอีก ทางด้านนวดีและสันต์ที่ตามาสมทบก็ได้แต่มองหญิงสาวตัวสั่นเทาด้วยความรู้สึกยากที่จะอธิบาย สภาพของผู้จัดการรีสอร์ทในตอนนี้มันทำให้ทุกอย่างด
เหมันต์เดินกลับมาถึงเรือนพยับหมอกก็พบปารวตีกำลังนั่งรออยู่ด้วยสีหน้าที่ไม่สู้ดีนัก ราวกับว่ากำลังหนักใจเรื่องอะไรบางอย่าง“มีอะไรหรือเปล่าป่าน หน้าตาไม่ดีเลย” ร่างสูงทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ แม่ของลูกด้วยความเป็นห่วง“หรือว่าลูกๆ ไม่สบาย” น้ำเสียงของคุณพ่อยังหนุ่มดูร้อนรนขึ้นมาทันที“ลูกสบายดี หมอก วันนี้คุณเจนเธอมาหาป่านที่นี่” เสียงเรียบของหญิงสาวทำเอาชายหนุ่มรู้สึกเหมือนกำลังถูกพิพากษา“คุณเจนเขามาหาป่านทำไมในเมื่อไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกันซักหน่อย หรือว่าเขามาใส่ร้ายอะไรหมอกให้ป่านฟัง ป่านอย่าไปเชื่อนะ หมอกรักแค่ป่าน มีแค่ป่านคนเดียวผู้หญิงคนอื่นหมอกไม่เคยชายตามองเลยจริงๆ” คนตัวโตรีบอธิบายพัลวันเพราะกลัวว่ามัคคุเทศก์สาวจะเข้ามาป่วนครอบครัวเขาด้วยอีกคน“ไม่ใช่เรื่องนั้นหรอกน่า แต่ป่านว่าเรื่องมันน่าจะใหญ่กว่านั้นอีกนะ” น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความหนักหน่วงใจทำให้คนตัวโตพลอยใจคอไม่ดีไปด้วย“เรื่องอะไรกันแน่ป่าน”“เรื่องที่หมอกกำลังเจอยู่นี้แหละ” คำตอบที่ได้ฟังจา
แม้ว่าหญิงสาวจะส่งเสียงแทบไม่เป็นคำก็ไม่ได้ทำให้คนเอาแต่ใจยอมหยุด มือหนายังคงหยอกเอินอยู่กับส่วนเว้าส่วนโค้งของร่างกายสตรีเพศอย่างเพลิดเพลินฝากฝังความเป็นเจ้าของไว้บนผิวเนียนละเอียดเอาไว้เสียแทบทุกตารางนิ้วจนร่างกายอ้อนแอ้นบิดเร่าๆ เพื่อให้หลุดพ้นจากความทรมานที่แสนวาบหวามนี้ แต่กระนั้นชายหนุ่มกลับยิ่งได้ใจเมื่อเหยื่อที่แสนหวานของเขากำลังร้องขอให้เขาปลดปล่อยให้พ้นจากความทรมานนี้“หมอก.....” นัยน์ตาหวานฉ่ำจ้องมองคนตรงหน้าอย่างอ้อนวอน มือเรียวบางเกาะเกี่ยวไหล่กว้างให้ขยับเข้ามาใกล้เหมือนว่าไม่ต้องการใครอื่นนอกจากเขาเมื่อถูกเสียงหวานจากความงามเบื้องหน้าเชิญชวนอย่างนี้มีหรือที่ชายหนุ่มจะปฏิเสธได้ลง ปารวตีรู้สึกเหมือนถูกแรงดึงดูดที่ทรงพลังเข้ามากระทำต่อร่างกายบอบบางนี้เมื่อร่างกายที่ไร้เครื่องห่อหุ้มถูกร่างกายกำยำที่เปลือยเปล่ามอบความอบอุ่นให้จนร้อนระอุจนแทบหลอมละลายชายหนุ่มหญิงสาวผสานเข้าเป็นหนึ่งเดียวกันอย่างนิ่มนวลแต่กลับสร้างความร้อนแรงได้อย่างไม่น่าเชื่อ เตียงนอนนุ่มถูกเปลี่ยนเป็นสนามรักที่ร้อนจนแทบจะลุกเป็นไฟ ความทรมานที่แสนหวานที่หญิงสาวปรารถนาให้







