สามีร้ายเกี้ยวรัก

สามีร้ายเกี้ยวรัก

last updateTerakhir Diperbarui : 2026-01-17
Bahasa: Thai
goodnovel18goodnovel
Belum ada penilaian
36Bab
2.0KDibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

เพราะเข้าใจผิด เหมันต์จึงได้ทิ้งคนรักอย่างปารวตีไปโดยปราศจากคำอธิบาย ทั้งสองเดินคนละเส้นทางและไม่คาดคิดว่าจะมีโอกาสได้พบกันอีก จนกระทั่งวันที่เธอจูงลูกแฝดเข้ามาสมัครงานในฟาร์มไข่มุกของเขา

Lihat lebih banyak

Bab 1

ตอนที่ 1

เหมันต์หรือหมอกนักศึกษาหนุ่มรูปหล่อพ่อรวยรู้สึกเจ็บปวดถึงขั้วหัวใจเมื่อภาพตรงหน้าตอนนี้คือภาพของคนรักอย่างปารวตีและเพื่อนรักอย่างเอกภพที่กำลังเดินออเซาะกันอย่างสนิทสนมแถมยังขึ้นไปยังห้องพักที่เป็นพื้นที่ลับหูลับตาผู้คนพร้อมกันอีก มือหนากำแน่นด้วยความโกรธอย่างถึงขีดสุดแต่ก็เลือกที่จะไม่แสดงตัวตนและยังคงเฝ้าดูคนที่ไว้ใจทั้งสองที่หักหลังอย่างเลือดเย็นจนลับสายตา

ร่างสูงโปร่งชาไปทั้งตัว หัวใจรู้สึกเหมือนแหลกสลาย ชายหนุ่มเลือกที่จะกลับขึ้นรถที่จอดอยู่หน้าคอนโดมิเนียมที่บิดาซื้อเอาไว้ให้อย่างเงียบเชียบแทนที่จะตามขึ้นไปดูชายโฉดหญิงชั่วที่ทำร้ายหัวใจเขา เขาไม่อยากที่จะขึ้นไปเห็นภาพที่ไม่อยากเห็นเพราะกลัวว่าจะระงับโทสะไม่อยู่จนพลั้งมือทำร้ายใครให้เป็นมลทินติดตัว และในที่สุดการรอคอยของเขาก็สิ้นสุดลงเมื่อเอกภพเดินยิ้มร่าเดินตรงไปที่รถของตัวเองโดยไม่ทันสังเกตเห็นเขาด้วยซ้ำ

                “หมอก จะเก็บข้าวของไปไหน” ชายหนุ่มเดินกลับเข้าไปในห้องของเขาและเธออย่างใจเย็นและไร้ซึ่งการแสดงออกสีหน้าหรือคำพูดใดทันทีที่ก้าวเท้าเข้ามาในห้อง มีเพียงการกระทำเท่านั้นที่ทำให้คนรักอย่างปารวตีต้องแปลกใจ เสียงหวานที่สั่นเครือเอ่ยถามขณะที่น้ำตายังคงไหลรินไม่ขาด มือเรียวบางเกาะเกี่ยวแขนแข็งแรงที่เอาแต่ตั้งหน้าตั้งตายัดเสื้อผ้าและข้าวของทุกอย่างลงในกระเป๋าเดินทางด้วยอารมณ์ที่ยากจะคาดเดา

                “หมอกตอบป่านมาก่อนสิ หมอกจะเก็บของไปไหน” ปารวตีในชุดนิสิตยังคงยื้อยุดอยู่กับอีกคนไม่ยอมปล่อย หญิงสาวรู้สึกสับสนไปหมดที่คนรักอย่างเหมันต์หรือหมอกเก็บข้าวของอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ทั้งๆ ที่เธอกำลังจะบอกเรื่องสำคัญกับเขาแท้ๆ

                “ก็กำลังหลีกทางให้ป่านกับไอ้เอกมันได้สมหวังไง” ชายหนุ่มที่กำลังโกรธหันมาตอบด้วยน้ำเสียงเกลียดชังราวกับว่าไม่เคยรักกันเลยแม้แต่น้อยหนำซ้ำยังสลัดมือบอบบางที่กำลังขอร้องนั้นอย่างไม่ใยดีอีก

                “เดี๋ยวสิ นี่มันเรื่องอะไรกัน แล้วเอกมาเกี่ยวอะไรด้วย” หญิงสาวตาโตขึ้นมาทันทีเมื่อเหมันต์เอ่ยชื่อของเอกเพื่อนสนิทของชายหนุ่มที่เพิ่งอาสามาส่งเธอถึงที่ห้องพักเมื่อครู่ มือเล็กยังคงดึงกันที่จะยื้อเขาเอาไว้ และหญิงสาวรู้ได้ทันทีว่าเขากำลังเข้าใจเธอผิดอย่างร้ายแรง

                “บนหัวหมอกมีเขาอยู่หรือไงป่าน หรือว่าหมอกดูโง่มากในสายตาป่านถึงได้แอบพาไอ้เอกขึ้นมาพลอดรักกันถึงบนห้อง” นิสิตหนุ่มปีสุดท้ายต่อว่าต่อขานหญิงสาวที่กำลังจะเป็นอดีตคนรักอีกทั้งยังแกะมือบางที่เกาะกุมท่อนแขนนั้นไปอย่างไร้เยื่อใย

                “ไม่ใช่นะหมอก หมอกกำลังเข้าใจป่านผิดนะ เรื่องของป่านกับเอกมันไม่มีอะไรจริงๆ ป่านมีหมอกแค่คนเดียวจริงๆ นะ” ปารวตีอธิบายทั้งน้ำตา ร่างบอบบางรีบปราดเข้าไปขวางประตูทางออกเอาไว้หวังจะยื้ออีกฝ่ายให้ฟังคำอธิบาย

                “เก็บเอาไว้บอกคนอื่นเถอะป่าน หมอกเห็นทุกอย่างหมดแล้ว ถ้าไม่มีอะไรทำไมต้องพากันขึ้นมาบนห้อง แล้วยังจะท่าทางออเซาะนั่นอีก ถึงหมอกจะรักป่านอยู่ตอนนี้แต่หมอกก็ไม่ได้หลงป่านจนยอมให้เขามันมากดหัวหมอกเอาไว้หรอกนะ เรื่องของเราจบลงเท่านี้เถอะ” ชายหนุ่มถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะส่งสายตาบีบคั้นให้หญิงสาวยอมหลีกทางแต่โดยดี เพราะถึงอย่างไรเขาก็ไม่อยากใช้กำลังกับผู้หญิงโดยเฉพาะกับปารวตี

                ดวงตาคมกริบที่บีบคั้นและตัดพ้อของเหมันต์ที่มีต่อเธอนั้นทำให้เรี่ยวแรงทั้งหมดที่รวบรวมมาได้หมดสิ้นลงเพียงพริบตา ร่างบางยินยอมเปิดทางให้คนรักที่ยืนกรานว่าจะลาจากไปอย่างไม่มีเงื่อนไขแม้หัวใจจะเจ็บปวดสักเพียงใดก็ตาม

                “หมอกขอให้ป่านกับไอ้เอกมีความสุขกันมากๆ นะ” ชายหนุ่มหันกลับมามองอดีตคนรักอีกครั้งพร้อมกับคำอวยพรที่แสนจะฝืนหัวใจและรอยยิ้มที่แสนเศร้าก่อนจะเดินจากไปพร้อมกับกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ ทิ้งให้ปารวตีในชุดนิสิตยังคงยืนมองแผ่นหลังกว้างของเขาไปจนลับสายตาพร้อมกับน้ำตาที่ไหลอาบแก้มลงมาอย่างไม่ยอมหยุด

“พ่อเขาทิ้งเราไปแล้วนะลูก แม่ขอโทษที่ไม่ได้บอกพ่อว่ามีหนูอยู่ในนี้นะคะแต่ว่าแม่สัญญานะ ว่าแม่จะดูแลหนูให้ดีที่สุด” หญิงสาวกลับเข้ามาในห้องพัก บานประตูปิดลงอย่างแนบสนิทและเงียบเชียบมีแต่เสียงสะอื้นจนตัวโยนของปารวตีที่เจ็บปวดจากการถูกตัดความสัมพันธ์โดยที่อีกฝ่ายนั้นยังคงเข้าใจผิดอยู่อย่างนั้น ความจริงแล้วระหว่างเธอกับเอกภพไม่ได้มีอะไรเกินเลยไปอย่างที่เหมันต์เข้าใจ เขาแค่บังเอิญมาพบเธอเข้าในขณะที่เธอรู้สึกเวียนศีรษะจากการแพ้ท้องจึงได้อาสาขึ้นมาส่งเพราะเป็นห่วงก็เท่านั้น แต่ไม่คาดคิดเลยว่าภาพเพียงแค่ไม่กี่นาทีจะทำลายความรักที่เธอและเขามีร่วมกันมาตลอดสี่ปีได้อย่างง่ายดาย แม้จะเสียใจมากแค่ไหนกับความรักที่พังทลายแต่ปารวตีก็รีบปาดน้ำตาพวกนั้นทิ้งไปราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นเพราะตอนนี้เธอไม่ได้เป็นแค่นักศึกษาอีกต่อไปแล้ว เธอกำลังจะเรียนจบในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้านี้และที่สำคัญที่สุดคือเธอกำลังจะกลายเป็นแม่คนแล้ว ถึงตอนนี้จะยังคิดไม่ออกว่าจะกลับบ้านไปบอกพ่อแม่อย่างไรเรื่องตั้งท้องทั้งที่ยังเรียนไม่จบและไม่รู้ว่าพ่อแม่จะรับเรื่องนี้ได้มากแค่ไหนแต่สิ่งหนึ่งที่เธอยืนยันว่าจะเกิดขึ้นคือเธอจะต้องคลอดเด็กคนนี้ออกมาให้ได้เพราะชีวิตน้อยๆ นี้เกิดจากความรักของเธอและเหมันต์แม้ว่านับจากวันนี้ไปมันจะเหลือเพียงแค่ความรักที่เธอมีให้เหมันต์ก็ตาม

                ทางด้านเหมันต์เองก็รู้สึกเหมือนโลกถล่มเมื่อได้รู้ว่าคนรักที่เขาหมายมาดจะแต่งงานด้วยหลังจากเรียนจบทรยศความรักที่เขามีให้และผู้ชายคนนั้นก็ไม่ใช่คนอื่นคนไกลแต่กลับเป็นเพื่อนสนิทของเขาที่วิ่งเล่นและเติบโตมาด้วยกันอย่างเอกภพ เขารู้สึกเหมือนชีวิตหมดสิ้นทุกอย่างเหลือเพียงอีกแค่ไม่สัปดาห์เขาก็จะเรียนจบแล้วแต่นั่นไม่ใช่เรื่องที่เขาคิดถึง แต่กลับเป็นความรู้สึกเสียศูนย์ที่ซัดเข้ามาในหัวใจมากกว่า แผนการที่เขาตั้งใจเซอร์ไพร์สขอปารวตีแต่งงานพังไม่เป็นท่าเมื่อความรักจบลง หัวใจที่เขาเคยมอบให้ผู้หญิงที่เป็นทุกอย่างลงกลอนปิดตายในทันที เขาจะไม่มีวันรู้สึกโง่ๆ อย่างนี้กับผู้หญิงคนไหนอีกแล้ว

                หลังจากเรียนจบปารวตีเก็บข้าวของทั้งหมดของตัวเองกลับบ้านพร้อมกับส่งคืนกุญแจห้องพักให้เจ้าของทางไปรษณีย์ หญิงสาวหอบเอาหัวใจที่บอบช้ำกลับมาที่บ้านพร้อมกับลูกน้อยในครรภ์ แม้จะบอกกับตัวเองว่าต้องเข้มแข็งเพื่อลูก แต่กระนั้นความจริงแล้วการกระทำมันไม่ได้ง่ายเหมือนวาจาเลยซักนิด

                หญิงสาวเอาแต่นั่งเหม่อลอยปล่อยความคิดล่องลอยไปตามใจปรารถนา ไม่แยแสโลกรอบตัวจนมารดาอย่างอุมาเริ่มสงสัย

                “เป็นอะไรหรือเปล่าลูก ตั้งแต่เรียนจบแม่ไม่เห็นหนูร่าเริงเหมือนเดิมเลย หรือว่าอกหัก” มือที่เหี่ยวย่นตามกาลเวลาลูบเรือนผมสีดำขลับของลูกสาวคนเดียวอย่างเมตตาและห่วงใย

                เพียงได้ยินเสียงที่นุ่มนวลของมารดาไม่กี่คำน้ำตาที่สะกดกลั้นเอาไว้ก็พังลงมาอาบสองแก้มสีระเรื่ออย่างห้ามไม่อยู่ เธอเพิ่งได้รู้ว่าคนที่รักเธอเสมออยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่เซนติเมตร แต่เธอกลับทำให้คนที่รักและหวังดีกับเธอนั้นต้องผิดหวัง

                “แม่คะ ป่านมีเรื่องจะบอก ถ้าป่านบอกแม่แล้วแม่ยกโทษให้ป่านด้วยนะคะ” ร่างบางหันกลับมาสวมกอดมารดาทั้งที่ตัวสั่นเทาจากการร้องไห้

                “แม่สัญญาว่าจะยกโทษให้ป่าน ไม่ว่าเรื่องนั้นมันจะเป็นเรื่องอะไร” สัญชาตญาณของแม่รับรู้ได้ว่ากำลังจะได้ยินเรื่องไม่น่าจะเข้าทีจากลูกสาวที่เป็นดังดวงใจ

                “แม่ ป่านท้อง!!”

                “ไม่เป็นไรนะลูก ไม่เป็นไร ลืมเรื่องที่ไม่สบายใจนั่นไปซะ แม่ผิดหวังที่หนูไม่รักตัวเอง แต่แม่ก็ดีใจที่หนูบอกกับแม่ตรงๆ ไม่ต้องห่วงนะลูกถึงหลานจะไม่มีพ่อหรือพ่อของหลานจะไม่รับผิดชอบอะไรก็ไม่เป็นไร เราสามคนช่วยกันเลี้ยงให้เขาเติบโตได้นะลูก ไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้นเพราะแม่อยู่ข้างหนูเสมอ”

                ยิ่งได้ฟังคำพูดของมารดาอย่างอุมามันยิ่งทำให้น้ำตาของปารวตีไหลบ่าลงมาไม่ขาด ร่างบอบบางสะอื้นในอ้อมกอดแห่งความปรารถนาดีของมารดาอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุด

                “แม่อย่าเพิ่งบอกพ่อนะคะ ป่านจะเป็นคนบอกกับพ่อเอง”

                คำวอนของลูกสาวทำให้อุมาเริ่มวิตกเพราะสามีอย่างศิวะที่แสนจะหัวโบราณต้องมีปฏิกิริยาที่ทำให้ลูกสาวคนเดียวบอบช้ำมากกว่านี้แน่

                “ป่านทำผิด ป่านรั้นคำสอนของพ่อ ทำตัวเป็นของแจกฟรีจนทำให้พ่อแม่อับอายแล้วก็ผิดหวัง ป่านต้องบอกพ่อด้วยตัวเองค่ะ อย่างน้อยพ่อก็ได้ฟังเรื่องนี้จากปากของป่านเอง” เพราะคำสอนของบิดาที่พร่ำสอนเสมอว่าคนเราเมื่อกล้าทำผิดก็ต้องกล้ายอมรับผิด เธอจึงเลือกที่จะทำอย่างที่บิดาได้คอยบอกอยู่เสมอแม้จะรู้ดีว่าผลลัพธ์จะออกมาเป็นอย่างไรก็ตาม

                ปารวตีรวบรวมความกล้าสารภาพความจริงที่แสนอัปยศกับบิดาอย่างศิวะด้วยตัวเองทั้งน้ำตา ร่างบางสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวแต่ทว่าผลลัพธ์ที่เธอและมารดาคาดการณ์ไว้กลับผิดคาดเพราะนอกจากศิวะจะไม่ลงโทษหรือเฆี่ยนตีใดๆ อย่างที่ได้คิดเอาไว้ แต่กลับเป็นเพียงวาจาไม่กี่คำที่เจ็บปวดใจเสียยิ่งกว่าการถูกเฆี่ยนตีไม่รู้กี่เท่า

                “พ่อผิดหวังในตัวป่านมาก”

                เพียงแค่ไม่กี่คำพูดของศิวะประหารหัวใจดวงน้อยอย่างเลือดเย็นเพราะสายตาและน้ำเสียงของผู้เป็นบิดานั้นสั่นเครือแสดงความผิดหวังออกมาอย่างชัดเจน ตอกย้ำความเจ็บปวดของหญิงสาวด้วยการที่ผู้ให้กำเนิดเดินขึ้นไปชั้นบนของตัวบ้านอย่างไม่แยแส นับตั้งแต่วันนั้นก็ไม่มีถ้อยคำหรือเสียงใดๆ ออกมาจากปากศิวะอีก จนทำให้ปารวตีนั้นยิ่งรู้สึกผิดมากขึ้นเป็นเท่าทวีจนแทบจะกินไม่ได้นอนไม่หลับ แต่ยังดีที่อุมานั้นยังคงดูแลเอาใจใส่และเป็นกำลังใจให้หญิงสาวฝ่าฟันอุปสรรคไปพร้อมกับลูกน้อยได้อย่างตลอดรอดฝั่งพร้อมกับเอกภพที่คอยเข้านอกออกในแวะเวียนมาเยี่ยมเยียนให้กำลังใจในฐานะเพื่อนที่ดีอยู่เสมอ เพราะเขายังติดค้างที่ทำให้เธอต้องประสบชะตากรรมที่แสนเศร้าครั้งนี้

                จนกระทั่งถึงวันที่ศิวะเป็นกังวลมากที่สุด วันที่ลูกสาวคนเดียวถูกเข็นเข้าไปในห้องผ่าตัดอย่างฉุกเฉินกลางดึก ชายวัยเกือบหกสิบเดินวนไปเวียนมาหน้าห้องผ่าตัดอย่างร้อนใจ สายตาจดจ่ออยู่กับการรอคอยใครบางคนจนไม่อาจละสายตา จนเวลาผ่านไปเกือบสามชั่วโมง ร่างบางที่ดูอ่อนเพลียก็ถูกเข็นออกมาจากห้องพักฟื้น พร้อมกับทารกน้อยชายหญิงน่าตาน่าชังที่ส่งเสียงร้องกระจองอแงอยู่ในอ้อมกอดของหญิงสาว

                “ไม่เป็นไรแล้วนะลูก” ศิวะรีบปราดเข้าไปลูบศีรษะของลูกสาวอย่างโล่งใจพร้อมกับหยาดน้ำตาที่เต็มไปด้วยความดีใจราวกับยกภูเขาออกจากอก

                หัวใจดวงน้อยที่เหมือนจะโรยราพองโตเหมือนได้ยาวิเศษทันทีที่ได้ยินคำพูดของบิดาในรอบหลายเดือน ดวงตากลมโตเปล่งประกาย น้ำตาใสๆ ไหลลงมาด้วยความดีใจที่บิดาที่รักเธอมากที่สุดกว่าผู้ชายคนไหนยอมปลดแอกเธอออกจากความรู้สึกผิดที่ติดค้างในใจแล้ว

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya
Tidak ada komentar
36 Bab
ตอนที่ 1
เหมันต์หรือหมอกนักศึกษาหนุ่มรูปหล่อพ่อรวยรู้สึกเจ็บปวดถึงขั้วหัวใจเมื่อภาพตรงหน้าตอนนี้คือภาพของคนรักอย่างปารวตีและเพื่อนรักอย่างเอกภพที่กำลังเดินออเซาะกันอย่างสนิทสนมแถมยังขึ้นไปยังห้องพักที่เป็นพื้นที่ลับหูลับตาผู้คนพร้อมกันอีก มือหนากำแน่นด้วยความโกรธอย่างถึงขีดสุดแต่ก็เลือกที่จะไม่แสดงตัวตนและยังคงเฝ้าดูคนที่ไว้ใจทั้งสองที่หักหลังอย่างเลือดเย็นจนลับสายตาร่างสูงโปร่งชาไปทั้งตัว หัวใจรู้สึกเหมือนแหลกสลาย ชายหนุ่มเลือกที่จะกลับขึ้นรถที่จอดอยู่หน้าคอนโดมิเนียมที่บิดาซื้อเอาไว้ให้อย่างเงียบเชียบแทนที่จะตามขึ้นไปดูชายโฉดหญิงชั่วที่ทำร้ายหัวใจเขา เขาไม่อยากที่จะขึ้นไปเห็นภาพที่ไม่อยากเห็นเพราะกลัวว่าจะระงับโทสะไม่อยู่จนพลั้งมือทำร้ายใครให้เป็นมลทินติดตัว และในที่สุดการรอคอยของเขาก็สิ้นสุดลงเมื่อเอกภพเดินยิ้มร่าเดินตรงไปที่รถของตัวเองโดยไม่ทันสังเกตเห็นเขาด้วยซ้ำ “หมอก จะเก็บข้าวของไปไหน” ชายหนุ่มเดินกลับเข้าไปในห้องของเขาและเธออย่างใจเย็นและไร้ซึ่งการแสดงออกสีหน้าหรือคำพูดใดทันทีที่ก้าวเท้าเข้ามาในห้อง มีเพียงการกระทำเท่านั้นที่ทำให้คนรักอย่างปารวตีต้องแปลกใจ เสียงหวานที
Baca selengkapnya
ตอนที่ 2
ทางด้านเหมันต์ก็เอาแต่สำมะเลเทเมาตั้งแต่วันแรกที่เดินทางมาถึงบ้านจนถึงวันนี้ก็ยังคงกอดขวดเหล้าฟุบหลับคาโต๊ะอยู่เหมือนเดิมเป็นเวลากว่าสัปดาห์ จนคนในครอบครัวเริ่มเป็นห่วงโดยเฉพาะพี่ชายทั้งสองคนอย่างตะวันฉายและสินสมุทรจนพาลเกลียดผู้หญิงที่หักอกน้องชายอย่างปารวตีทั้งที่ยังไม่เคยได้พบหน้า เขารู้เพียงแต่ว่าน้องชายคนเล็กถูกเพื่อนที่ไว้ใจอย่างเอกภพและผู้หญิงที่รักอย่างปารวตีหักหลังแม้ว่าเอกภพจะใช้ความพยายามมากมายแค่ไหนที่จะอธิบายเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้เหมันต์ได้รู้ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินแก้ แต่ทว่ามันกลับเป็นเพียงแค่ความต้องการเท่านั้นเพราะชายหนุ่มกลายเป็นบุคคลต้องห้ามสำหรับภักดีดำรงไปเสียแล้ว “ไอ้หมอก พอแล้ว กินจนตับแข็งหมดแล้วมั้ง” ร้อยตำรวจเอกตะวันฉายปรามน้องชายที่เมาเละเทะอยู่บนพื้นบ้านพร้อมกับก้มลงไปดึงขวดเหล้าในมือ “ยุ่งน่าพี่ตะวัน ไปทำการทำงานสิ หมอกอยากลืม อยากลืมผู้หญิงเลวๆ กับเพื่อนชั่วๆ ไปซะ” “เลิกกินไอ้หมอก แกกินเข้าไปก็แค่เมามันไม่ทำให้แกลืมเขาได้หรอก” “ปล่อยมันนอนแอ้งแม้งเป็นหมาอยู่ตรงนั้นแหละ แกไปทำงานได้แล้วเรื่
Baca selengkapnya
ตอนที่ 3
"สบายดีเหรอ ป่าน" เอกภพที่มารอรับปารวตีและหลานๆ เอ่ยทักทายพร้อมกับย่อตัวลงกอดเด็กฝาแฝดที่หน้าตาบ่งบอกชัดเจนว่าเป็นลูกหลานบ้านภักดีดำรงแน่นอน"สบายดีค่ะ ลุงเอก" เด็กหญิงตอบคำถามเจื้อยแจ้ว"ขอบคุณมากนะเอกที่คอยช่วยเหลือเรามาตลอด รวมถึงเรื่องงานด้วย ถ้าไม่ได้เอกเราก็คงไม่รู้จะทำยังไงดี" ปารวตีเอ่ยอย่างซาบซึ้งเพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาเพื่อนอย่างเขาคอยดูแลเอาใจใส่เธอด้วยไมตรีที่ดีมาตลอดหลายปี"เรื่องเล็กน่า ถ้าเทียบกับเรื่องที่เราเคยทำให้ป่านกับเด็กๆ ต้องลำบาก อีกอย่างถ้าไม่ได้ป่านคอยช่วยเรากับเจ้าอ้น ไม่รู้ว่าป่านนี้จะเป็นยังไง" เอกภพเอ่ยอย่างรู้สึกผิดถ้าไม่ใช่เพราะเขาที่ทำให้เหมันต์เข้าใจผิดป่านนี้เด็กๆ กับปารวตีคงจะมีรอยยิ้มที่สดใสกว่านี้แน่ๆ"ลุงเอกครับ เรนอยากเล่นน้ำทะเลแล้วครับ" ยังไม่ทันได้พูดคุยอะไรกันต่อเด็กชายตัวน้อยก็ขัดจังหวะขึ้นมาเสียก่อน"ไปสิครับ แต่ว่าเราต้องไปที่ทำงานแม่ป่านก่อนนะครับ" คนเป็นแม่อธิบายให้เด็กชายวัยสามขวบฟัง"ครับ"ทางด้านเหมันต์หลังจากเรียนจบเขาก็เลือกกลับมาช่วยกิจการที่บ้านโดยส่วนที่เขาได้รับผิดชอบคือส่วนของรีสอร์ทที่มารดาเป็นผู้ริเริ่มทำเอาไว้แม้ว่าในวันนี้ม
Baca selengkapnya
ตอนที่ 4
"หมอก!! ป่านอาจจะขอมากไปแต่ว่าป่านอยากจะได้ที่นอนหลังใหม่ แล้วก็อีกอย่างขอเริ่มงานอาทิตย์หน้าได้หรือเปล่า ป่านยังต้องจัดการเรื่องที่พักกับโรงเรียนของเด็กๆ อีก" เมื่ออยู่กันแค่สองคนหญิงสาวก็เรียกเขาด้วยสรรพนามที่เคยเรียกทันที"อย่ามาเรียกอย่างสนิทสนมนะป่าน ตอนนี้ผมเป็นเจ้านาย ป่านเป็นแค่ลูกน้อง""ขอโทษค่ะ ที่ดิฉันบังอาจทำตัวสนิทสนมกับคุณให้เคือง แต่ว่าเรื่องที่ดิฉันขอไปนั้นคุณเหมันต์ว่ายังไงคะ" หญิงสาวถึงกับเสียงอ่อยเมื่ออีกคนแสดงความห่างเหินชัดเจนแม้แต่ความเป็นเพื่อนเขาก็ไม่เหลือไว้ให้"วันนี้คงไม่ได้ งานผมยุ่ง แต่พรุ่งนี้ผมจะจัดการให้ ส่วนเรื่องเริ่มงานก็เป็นไปตามที่คุณขอ เพราะเห็นว่ามีลูกเล็กหรอกนะถึงหยวนให้ได้" เจ้านายหนุ่มวางมาดยโสเสียจนน่าหมั่นไส้"ขอบคุณนะคะ แต่ว่าเรื่องที่นอนคงรอไม่ได้ ดิฉันกลัวว่าลูกจะไม่สบายรบกวนคุณเหมันต์ช่วยคืนโทรศัพท์ให้ดิฉันด้วยค่ะ" ฝ่ามือบางยื่นไปเพื่อรับของของตัวเองคืนเหมันต์หยิบโทรศัพท์คืนให้หญิงสาวอย่างลังเลเมื่อเห็นว่ามันทั้งเก่าและเต็มไปด้วยรอยแตกมากมายจนไม่น่าจะใช้การได้อีก"ทำไมไม่ซื้อใหม่ซะ ดูสภาพแล้วอ
Baca selengkapnya
ตอนที่ 5
ปารวตีเฝ้าเช็ดตัวให้ลูกชายจนเปลี่ยนน้ำไปหลายกะละมังแต่เหมวิชก็ไม่มีทีท่าว่าไข้จะลดลงเลยแม้แต่น้อย แถมยังโยเยเพราะไม่สบายตัวอีกยิ่งทำให้คนเป็นแม่อย่างเธอเสียใจนักที่พาลูกมาที่นี่"แม่ป่าน ร้อนๆ" ลูกชายคว้ามือบอบบางของคุณแม่เข้าไปกอดทั้งที่ยังหลับตา ทำให้หญิงสาวสงสารลูกเหลือเกิน นี่แค่วันแรกยังป่วยขนาดนี้ ถ้าเกิดคนน้องเจ็บไข้ขึ้นมาอีกคนเธอคงจะลำบากไม่น้อย ถ้าพ่อกับแม่ของเธออยู่ที่นี่ด้วยก็คงจะดีอย่างน้อยก็เป็นที่พึ่งทางใจให้เธอได้"พี่เรน อดทนหน่อยนะลูกเดี๋ยวลุงเอกก็มาแล้ว" คุณแม่ยังสาวเอ่ยปลอบโยนพลางเช็ดตัวลดไข้ให้อย่างไม่ขาด"ร้อน แม่ป่าน ร้อน" พูดจบเด็กชายก็ร้องงอแงขึ้นมาทันทีจากความร้อนที่ไม่ยอมลดลงจนทำให้ไม่สามรถนอนหลับต่อไปได้ "ป่าน ลูกเป็นยังไงบ้าง" เหมันต์เปิดประตูเข้ามาด้วยความร้อนใจ ภาพตรงหน้าทำให้เขารู้สึกปวดหนึบหัวใจอย่างบอกไม่ถูก ภาพที่ปารวตีอุ้มเด็กชายกล่อมเอาไว้บนตักส่วนมืออีกข้างนั้นก็คอยพัดวีให้ลูกสาวอย่างไม่รู้จักเหนื่อย วินาทีนั้นเขารู้ได้ทันทีว่าปารวตีเก่งและเข้มแข็งแค่ไหน ต่างกับเขาที่ทำตัวเป็นคนอ่อนแอแถมยังเป็นพ่อที่ไม่ได
Baca selengkapnya
ตอนที่ 6
เช้าวันต่อมาดูเหมือนว่าน้องรุ้งกับพี่เรนจะหายจากพิษไข้เป็นปลิดทิ้งเพราะต่างก็ตื่นขึ้นมารับแสงอาทิตย์และลมทะเลกันแต่เช้าด้วยความร่าเริงและตื่นเต้นราวกับว่าไม่เคยเจ็บป่วยเสียอย่างนั้น"อย่าเพิ่งออกไปตากแดดสิคะ เดี๋ยวไม่สบายต้องกินยากันอีกนะ" คุณแม่คนสวยรีบร้องห้ามเมื่อเห็นว่าเด็กๆ อยากจะออกไปท้าความร้อนจากดวงอาทิตย์ไม่ยอมกลับเข้ามาในบ้านพัก"ค่ะ/ครับ" เด็กจอมซนเชื่อฟังคำของมารดาอย่างว่าง่ายเพราะยังเข็ดหลาบกับรสชาติของยาที่ได้กินเข้าไปเมื่อคืนไม่หายเมื่อเข้ามาในบ้านสองพี่น้องก็นั่งล้อมคนตัวโตที่นอนหลับเหงื่อท่วมไม่รู้เรื่องอยู่บนที่นอนด้วยความสงสัยใคร่รู้"แม่ป่านคะ คุณลุงคนเมื่อวานมาทำอะไรที่บ้านเราคะ""พี่เรนไม่ชอบคุณลุงคนนี้เลยครับ" เมื่อคนพี่เอ่ยว่าไม่ชอบขี้หน้าเจ้านายของแม่คนน้องก็พยักหน้าหงึกๆ เป็นเชิงเห็นพ้องต้องกัน"ไม่เอานะเด็กๆ ต้องขอบคุณคุณลุงนะลูกที่เมื่อวานพาพี่เรนไปหาหมอ""น้องรุ้งว่าคุณลุงหน้าเหมือนพี่เรนนะ" เด็กหญิงช่างพูดก้มมองคุณลุงที่นอนหลับตาพริ้มพลางใช้ดวงตากลมสวยสำรวจใบหน้าของเขาจนถ้วนทั่วก่อนจะเงยหน้าไปทางพี่ชายฝา
Baca selengkapnya
ตอนที่ 7
 ร่างกายบอบบางถูกคนตัวโตกว่าจับรวบเอาไว้ในอ้อมกอดที่แสนแน่นหนาไม่ต่างจากปราการเหล็กที่กักขังนักโทษ เธออยากจะโวยวายและดิ้นรนให้พ้นนักแต่รู้ตัวอีกทีแผ่นหลังก็วางแนบลงไปบนที่นอนนุ่มเสียแล้ว แล้วอย่างนี้เธอจะมีโอกาสรอดเงื้อมมือเขาหรือฝ่ามือหยาบกร้านตามสภาพบุรุษเริ่มป่ายปีนตามไหล่มนลาดของอีกคนอย่างชำนิชำนาญค่อยๆ ปลดชุดนอนสายเดี่ยวสีฟ้าอ่อนให้ร่วงหล่นไปตามเรียวแขนบอบบางอย่างอ้อยอิ่งปลดปล่อยให้ผิวนุ่มนิ่มพ้นจากพันธนาการของอาภรณ์อย่างลื่นไหลให้อกอิ่มคู่สวยเบียดเสียดอยู่กับแผงอกที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อของเขาอย่างจง ใจ"ปล่อยนะคนขี้โกง" หญิงสาวต่อว่าต่อขานคนตรงหน้าทันทีที่ริมฝีปากถูกคลายผนึกที่แสนหวานจากเขา ใบหน้าสวยหวานแดงก่ำด้วยความเขินอายไม่อยากจะเชื่อตัวเองเลยว่าช่วงขณะหนึ่งนั้นเธอหลงใหลไปกับรสจุมพิตของเขาอย่างง่ายดายเหมือนเมื่อก่อนไม่มีผิด"บอก...ว่า...ให้...ปล่อย"ลมหายใจเริ่มติดขัดเมื่อพ่อของลูกให้ริมฝีปากที่ร้ายกาจของเขาสำรวจเรือนร่างของเธออย่างไม่ขออนุญาต ลมหายใจร้อนแผ่ลงบนผิวเนียนสวยรับรู้ถึงความอุ่นจากริมฝีปากหยักสีสุขภาพดีของเหมันต์อย่างแจ่มแจ้ง ตอ
Baca selengkapnya
ตอนที่ 8
เมื่อกลับมาถึงบ้านคุณพ่อลูกสองก็ได้แต่นอนแกร่วอยู่บนโซฟาห้องรับแขกของบ้านภักดีดำรงเหมือนหมดสิ้นซึ่งความหวังในชีวิต"เป็นอะไรไอ้หมอก นอนซมเชียวหรือว่าไม่สบาย แล้วเมื่ื่อคืนแกหายหัวไปไหนไม่กลับบ้าน" นายตำรวจรูปหล่อพี่ชายคนโตของบ้านเอ่ยถามขณะเดินลงมาจากห้องนอน"พี่ตะวัน ไม่ทำการทำงานหรือไงเดี๋ยวเขาก็ไล่ออกหรอก สายป่านนี้เพิ่งจะตื่น" น้องชายคนสุดท้องกรอกตาไปมาอย่างไม่สบอารมณ์"นี่ๆ ไม่ต้องมาย้อน แกยังไม่ได้บอกเลยว่าหายหัวไปไหนมา""ไปหาป่านมา""ป่าน?? ใช่ผู้หญิงที่ทำให้แกซมซานกลับบ้านมาเมื่อสามปีก่อนน่ะหรือ" ร้อยตำรวจเอกตะวันฉายรีบจ้ำเท้าเดินเข้ามายืนอยู่ต่อหน้าน้องชายและเอ่ยถามอย่างใคร่รู้"อืม" เสียงทุ้มเอ่ยตอบอย่างรำคาญใจเพราะหากว่าเรื่องนี้ถึงหูตะวันฉายเมื่อไหร่ไม่นานเกินรอพี่ชายคนกลางอย่างสินสมุทรแน่"จะไปหาเขาทำไมวะ เขาหักหลังแกได้ถึงขนาดนั้น" พี่ชายคนโตยังรู้สึกเคืองผู้หญิงที่ไม่รู้จักหน้าคร่าตาคนนี้ไม่หายเมื่อเธอกลายเป็นต้นเหตุให้น้องชายคนเล็กของบ้านถึงกับไม่เอาการเอางานอะไรจนเกือบจะเรียกได้ว่าตรอมใจตั้งไม่รู้กี่เดือนกว่าที่เหมันต์
Baca selengkapnya
ตอนที่ 9
คำตอบของปารวตีที่อยู่ปลายสายยิ่งทำให้พ่อของลูกหัวใจห่อเหี่ยวเข้าไปใหญ่เมื่อหญิงสาวไม่อนุญาตให้ใครพาลูกของเธอไปไหนหรือไปพบใครทั้งนั้นหากคนนั้นไม่ใช่เอกภพ คำตอบที่ชัดเจนและเย็นชาของหญิงสาวไม่รู้เลยว่าทำให้พ่อของลูกเริ่มรู้สึกไม่เป็นมิตรกับเพื่อนอย่างเอกภพเสียแล้วหรือจะเรียกให้ถูกก็คือตอนนี้เขาชักกลัวแล้วว่าเอกภพจะกลายเป็นคนที่อยู่ในใจของเธอแทนที่เขา“เฮ้ย!! ซวยแล้วไอ้หมอก ป่านโทรเข้ามาหาฉันว่ะ งานนี้ไม่น่าจะโอเคเท่าไหร่” เอกภพร้องเสียงหลงทันทีที่ปารวตีโทรเข้ามาหาเขาทันทีที่เหมันต์และเธอจบการสนทนา สัญชาตญาณของสองหนุ่มรู้ได้ทันทีว่าเกิดเรื่องแน่ๆ“รับสิไอ้เอก แกจะรออะไร” เหมันต์กระชากเสียงตอบเพื่อนอย่างหงุดหงิดเอกภพที่ยืนจ้องโทรศัพท์อยู่นานรีบกดรับทันทีก่อนจะค่อยๆ กรอกเสียงอ่อยๆ ลงไปในการเริ่มต้นสนทนากับ ปารวตี“เอก อย่าให้หมอกเข้ามายุ่งกับลูกเรา เราไม่อยากให้เขาและครอบครัวเขาเข้ามาวุ่นวายแค่เพราะเพิ่งจะรู้ว่าตัวเองมีลูก แล้วจำเป็นต้องรับผิดชอบเพราะว่าตัวเองได้ชื่อว่าเป็นพ่อ”“ใจเย็นก่อนนะป่าน เราว่าไอ้หมอกมันก็รักลูกไม่ต่างไปจากป่านหรอก ถ้าตอนนั้นมันรู้ว่าป่านท้องมันไม่ทิ้งป่านแน่ๆ” เอก
Baca selengkapnya
ตอนที่ 10
ทั้งหมดถูกสั่งแกมบังคับให้เข้าไปในบ้าน แม้ว่าปารวตีจะไม่เต็มใจก็จำต้องยินยอมทำตามที่ราเมศต้องการเพราะหากว่าไม่ได้รับความเมตตาจากราเมศเธอคงจะไม่ได้ลูกคืนแน่บรรยากาศในห้องโถงเงียบเสียจนแทบจะได้ยินเสียงลมหายใจของตัวเอง อีกทั้งความน่าอึดอัดยังคืบคลานเข้ามาปกคลุมทั่วบริเวณเป็นการซ้ำเติมอีกราเมศนั่งลงบนโซฟาหนังสีพื้นด้วยท่าทางเคร่งขรึมพร้อมกับหญิงสาวและลูกเล็กทั้งสองที่นอนหลับไม่รู้เรื่องอยู่ไม่ห่างออกไปนัก ส่วนลูกชายทั้งสามคนนั้นนั่งเรียงลำดับกันเหมือนทุกครั้งที่ทำผิดอยู่ตรงหน้าบิดา โดยที่ไม่มีใครกล้าที่จะสู้สายตาของผู้เป็นพ่อที่กวาดมองลูกชายทีละคนมากนัก“เจ้าหมอก รู้ใช่ไหมว่าตัวเองทำผิด” เสียงทุ้มของผู้เป็นใหญ่ในบ้านเอ่ยถามลูกชายคนเล็ก“ครับ” ชายหนุ่มเองก็ตอบคำถามอย่างหนักแน่น“แล้วคิดพิสดารอะไรถึงทำอย่างนั้น” คำถามต่อมาของบิดาทำให้ลูกคนเล็กเริ่มหันมองพี่ชายที่อยู่ข้างๆ“ไม่ต้องหันไปมองพี่ๆ แกเลย เรื่องนี้ไม่มีใครช่วยได้หรอก แกก่อเรื่องเอง เรียนผูกมันก็ต้องเรียนแก้ด้วยตัวเองสิ”“ก็พี
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status