Masukแม้ปากจะเอ่ยขอ แต่เพลิงก็ยังคงยืนนิ่งอยู่ที่หน้าประตู ไม่กล้าแม้แต่จะก้าวล้ำเส้นเขตแดนเข้าไปในตัวบ้านของพี่ชายโดยพลการ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาภายใต้ตระกูลชัยสวัสดิ์ กฎเหล็กข้อหนึ่งที่พี่น้องทุกคนยึดถือมาตลอดคือการให้เกียรติและเคารพพื้นที่ส่วนตัว ของกันและกันอย่างเคร่งครัด ไม่มีใครกล้าก้าวก่าย ไม่มีใครกล้าซักไซ้ไล่เลียงเรื่องส่วนตัว หากเจ้าตัวไม่ยอมเป็นคนเอ่ยปากเล่ามันออกมาด้วยตัวเองพายุยืนจ้องหน้าน้องชายชั่วขณะ ดวงตาคมกริบพิจารณาสีหน้าที่เต็มไปด้วยความเคร่งเครียดและร่องรอยความเหนื่อยล้าของเพลิงอย่างเงียบ ๆ เมื่อเห็นว่าสภาพจิตใจของน้องชายดูย่ำแย่เกินกว่าจะปล่อยให้ยืนเคว้งอยู่หน้าประตู พายุจึงผ่อนลมหายใจออกมาเบา ๆ ยอมละมือจากการกอดอก แล้วพยักเพยิดหน้าเป็นเชิงอนุญาต“เข้ามาสิ...” พายุเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ “ยืนบื้ออยู่ตรงนั้นเดี๋ยวก็เป็นลมเป็นแล้งไปซะก่อน เดินเข้ามาในบ้านได้แล้ว”เพลิงพยักหน้ารับน้อย ๆ ก่อนจะก้าวเท้ายาว ๆ เดินล่วงล้ำเข้ามาในอาณาเขตส่วนตัวของพี่ชาย ทว่าบรรยากาศกดดันภายในบ้านหลังนี้ กลับไม่ได้ทำให้ความร้อนรุ่มในอกของเพลิงเย็นลงเลยแม้แต่น้อย... กลับกัน มันกำลังรอเวลาที่จะปะทุออกมา
ผู้เป็นพ่อลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เดินอ้อมโต๊ะทำงานมาหยุดยืนอยู่ด้านข้าง พร้อมกับวางมือลงบนบ่ากว้างของเพลิง ออกแรงบีบเบา ๆ เพื่อส่งผ่านแรงกดดันและเป้าหมายอันยิ่งใหญ่“โครงการบ้านจัดสรรหมื่นล้านที่เจสสิก้ากำลังภาคภูมิใจ... ตอนนี้ทีมตรวจสอบและซัพพลายเออร์ฝั่งเราเข้าไปแทรกซึมเรียบร้อยแล้ว วัสดุก่อสร้างกำลังจะมีปัญหา เอกสารสำคัญอยู่ในกำมือเรา แค่แกตกลงที่จะเข้าร่วมแผนการนี้อย่างเต็มตัว... เราจะใช้สถานะสามีของแกนี่แหละ เป็นมีดเล่มสุดท้ายที่จ้วงแทงหัวใจตระกูลราเชลให้พังพินาศคามือ!”ราเมศวร์จ้องหน้าลูกชายด้วยแววตาดุดลเปี่ยมด้วยความคาดหวัง รอคอยคำตอบที่จะเป็นจุดเริ่มต้นของการล้างแค้นอันยาวนาน“หมายความว่ายังไงครับอาป๊า...” เพลิงทวนคำด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ร่างสูงชะงักค้างไปชั่วขณะ ดวงตาคู่คมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกตะลึงระคนไม่เชื่อหูตัวเอง เมื่อจู่ ๆ ความลับที่เขาพยายามปกปิดมาตลอดสามเดือน กลับถูกผู้เป็นพ่อเอ่ยปากพูดออกมาอย่างง่ายดายราเมศวร์แค่นหัวเราะในลำคอเบา ๆ ชายวัยกลางคนปรายตามองลูกชายด้วยแววตานิ่งสนิทไร้ซึ่งความปรานี“แกคิดว่าเรื่องการแต่งงานกำมะลอระหว่างแกกับแม่หนูเจสสิก้า... ป๊าไม่ร
ในมุมมองของคุณมณฑา การที่เพลิงทำตัวระยำตำบอน แอบไปติดต่อผู้หญิงอื่นและทิ้งลูกสาวเธอให้อับอายกลางงานสังคม มันไม่ใช่เรื่องแย่เสียทีเดียว... แต่มันคือ ‘โอกาสทอง’ต่างหาก! โอกาสที่เธอเฝ้ารอมานาน ในการกำจัดลูกเขยจอมปลอม ที่มีทั้งเบื้องหลังตระกูลเน่าเฟะและคอยเป็นตัวถ่วงความเจริญของลูกสาว ให้หลุดพ้นออกไปจากชีวิตของเจสสิก้าได้อย่างชอบธรรม โดยที่ตระกูลราเชลไม่ต้องเสียชื่อเสียงแม้แต่น้อย!คุณมณฑาหันกลับมามองลูกสาวที่กำลังยืนตัวสั่นด้วยความโกรธ มือเรียวของเจสสิก้ากำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ผู้เป็นแม่จึงค่อย ๆ ยกมือขึ้นแตะไหล่ลูกสาวเบา ๆ แววตาทอประกายความเหี้ยมเกรียมและเด็ดเดี่ยวบรรยากาศภายในห้องรับรองส่วนตัวหลังเวทีงานแถลงข่าวคุกรุ่นไปด้วยความตึงเครียด ราวกับมีมวลอากาศร้อนระอุแผ่ซ่านอยู่รอบตัว หลังเหตุการณ์อับอายที่เฌอเบลล์จงใจทิ้งระเบิดลูกใหญ่ไว้ เจสสิก้าก็ปลีกตัวเดินเลี่ยงเข้ามาด้านใน ทว่ายังไม่ทันจะได้สงบสติอารมณ์ ผู้เป็นแม่อย่าง คุณมณฑาก็ก้าวตามเข้ามาติด ๆ ด้วยสีหน้าบึ้งตึงและแววตาที่เต็มไปด้วยความขัดเคืองใจ“แกเห็นหรือยังล่ะยัยเจส?!” คุณมณฑาเปิดฉากขึ้นทันที น้ำเสียงแข็งกร้าวและเต็มไปด้วยคว
สำหรับมณฑาแล้ว... ต่อให้เธอจะไม่ค่อยชอบขี้หน้าลูกเขยอย่างเพลิงสักเท่าไหร่ แต่ศักดิ์ศรีและความเหนือกว่าของตระกูลราเชล ไม่มีวันยอมให้เด็กกะโปโลอย่างเฌอเบลล์มาเหยียบย่ำศักดิ์ศรีตบหน้าลูกสาวตัวเองเด็ดขาด!“ขอบใจมากนะจ๊ะสำหรับคำอวยพร...แล้วก็... ขอบคุณเรื่องดอกไม้ด้วยนะจ๊ะ ถึงแม้ว่ารสนิยมบางอย่างมันจะดู พยายาม มากเกินไปหน่อยก็เถอะ” คุณมณฑายกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตา น้ำเสียงทุ้มเรียบแฝงความเย่อหยิ่งและคมกริบราวกับใบมีดอาบน้ำผึ้งมัทนาชะงักรอยยิ้มค้างทันที สีหน้าเริ่มเจื่อนลงเล็กน้อยเมื่อโดนพี่สาวสาดคำพูดแทงใจดำ แต่มณฑายังไม่ยอมหยุดแค่นั้น ผู้เป็นแม่หันไปโอบไหล่ลูกสาวสุดที่รัก พร้อมกับเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยเพื่อประกาศศักดาให้ทุกคนในบริเวณนั้นได้ยินชัด ๆ“แน่นอนอยู่แล้วล่ะจ๊ะมัทนา... ลูกสาวของพี่คนนี้ทั้งสวย ทั้งเก่ง ทั้งร่ำรวย และเพียบพร้อมไปด้วยความสามารถระดับท็อปของวงการ ผู้หญิงหน้าไหนในสังคมนี้ก็ไม่มีวันก้าวขึ้นมาเทียบเคียงหรือทาบรัศมีได้หรอก” มณฑาจงใจเน้นเสียงคำว่า 'ไม่มีวันเทียบได้' พร้อมกับกวาดสายตามองเฌอเบลล์ตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยหางตา“อีกอย่าง... คนเราน่ะนะ ถ้าพื้นฐานจิตใจ
แสงไฟแฟลชยังคงสาดส่องระยิบระยับ เสียงปรบมือแสดงความยินดีดังเกรียวกราวไปทั่วห้องจัดเลี้ยงหรูหรา เมื่อการแถลงข่าวเปิดตัวโครงการบ้านจัดสรรหมื่นล้านดำเนินมาถึงช่วงท้าย ทว่าท่ามกลางบรรยากาศชื่นมื่นนั้น... ร่างสูงของเพลิงที่ควรจะยืนเคียงข้างภรรยากลับหายลับไปจากสายตาอย่างกะทันหัน เจสสิก้าขมวดคิ้วมุ่นด้วยความแปลกใจ เธอกวาดสายตามองหาร่างของสามีในนามไปทั่วบริเวณ แต่ก็ไร้วี่แวว ไม่มีแม้แต่คำบอกกล่าวหรือเสียงกระซิบลาใด ๆ ทั้งสิ้น จู่ ๆ เขาก็เดินหายออกไปจากงานดื้อ ๆ ทิ้งให้เธอยืนรับหน้าแขกเหรื่อและสื่อมวลชนตามลำพังในจังหวะที่หญิงสาวกำลังยืนหน้าตึงด้วยความหงุดหงิด คุณมณฑาผู้เป็นแม่ก็ถือโอกาสเดินเข้ามาประชิดตัว สีหน้าของผู้เป็นแม่เต็มไปด้วยความไม่พอใจอย่างปิดไม่มิด ดวงตาคมกริบมองตามทิศทางที่เพลิงเพิ่งเดินหายออกไป“เห็นหรือยังยัยเจส? ผัวแกมันไว้ใจได้ที่ไหนล่ะ! ทำตัวลับ ๆ ล่อ ๆ เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย นึกจะมาก็มา นึกจะหายหัวไปก็หายโดยไม่แม้แต่จะขออนุญาตแกสักคำ” คุณมณฑาเอ่ยเสียงต่ำลอดไรฟันด้วยความหมั่นไส้ระคนระแวงเจสสิก้าเม้มริมฝีปากแน่น ความรู้สึกหงุดหงิดในอกเริ่มทวีความรุนแรงขึ้น เมื่อนึกถึงท่าทีเย็นชาแ
“ก็งานมันบังคับนี่ครับ... ผมต้องทำหน้าที่สามีที่ดีให้สมกับเงินที่พี่จ้างมาหน่อย” เพลิงกระซับวงแขนที่โอบเอวเธอให้แน่นขึ้น ดวงตาคู่คมพราวระยับด้วยความกวนประสาทที่เธอไม่ได้เห็นมานานในจังหวะที่ทั้งคู่กำลังยืนยิ้มแย้มหยอกล้อกันอย่างแนบเนียนต่อหน้าสื่อ ร่างของ คุณมณฑา ผู้เป็นแม่ยายก็ก้าวเข้ามาประชิดตัวด้วยใบหน้าบึ้งตึง ดวงตาคมปลาบกวาดมองลูกเขยตัวดีตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความหมั่นไส้ระคนชิงชังเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว“ทำตัวเป็นปาท่องโก๋ติดกันแจเชียวนะ นายเพลิง! เจสสิก้ากล้าพานายมางานเปิดตัวยิ่งใหญ่แบบนี้ด้วยเหรอ... สร้างภาพเก่งนักนะแกน่ะ!” คุณมณฑาเอ่ยเสียงลอดไรฟันด้วยความไม่สบอารมณ์ พลางส่งค้อนวงใหญ่ให้เพลิงไม่ได้สะดุ้งสะเทือนกับคำเหน็บแนมนั้นเลยแม้แต่น้อย ชายหนุ่มกลับระบายยิ้มกว้าง แสร้งทำเป็นตีหน้าซื่อตาใสแล้วขยับเข้าไปคลอเคลียเจสสิก้าให้หนักข้อขึ้นไปอีกต่อหน้าแม่ยาย“โถ คุณแม่ครับ... จะให้ผมทำตัวห่างเหินกับภรรยาสุดที่รักได้ยังไงล่ะครับ ก็เจสสิก้าทั้งสวยทั้งเก่งขนาดนี้ ผมรักและหลงจนแทบจะถอนตัวไม่ขึ้นแล้วจริงไหมครับที่รัก?” พูดจบเพลิงก็หันไปส่งสายตาหวานเชื่อมใส่เจสสิก้า จนหญิงสาวถึงกับทำตัวไม่ถู







