FAZER LOGINทุกคนรับประทานอาหารพร้อมหน้าพร้อมตาในตอนเย็น นิรินแอบเหลือบมองคนที่นั่งอยู่ตรงข้ามกับเธอ เขามีสีหน้าเรียบเฉยไม่ใคร่จะอยากคุยกับญาติคนอื่นๆ นัก จะว่าเขาถือตัวก็ใช่หรือจะว่าเขาไม่ถือตัวก็ใช่อีก เพราะต่างคนต่างมีชีวิตเป็นของตัวเอง ไม่ได้สนิทชิดเชื้อกันมากมายนอกจากรุ่นบิดาของเธอที่ค่อนข้างสนิทกันพอสมควร อีกอย่างคนมีปมในใจอย่างนรราชก็ไม่อยากสุงสิงกับใคร เมื่อใครถาม เขาก็ตอบบ้างไม่ตอบบ้าง เรียกว่าถามคำตอบคำ จึงไม่มีใครกล้าเซ้าซี้กับเขานัก
นิรินเดินตามคุณย่าทวดเข้าห้องนอนต้อยๆ เธอไม่เปิดโอกาสให้คนที่จ้องจะรังแกทำอะไรได้อีก
“นอนกับคนแก่เบื่อไหมลูก” คุณย่าทวดเอ่ยถามอย่างเอ็นดู นิรินกำลังตบฟูกนอนเนื้อนุ่มอยู่ข้างๆ เตียงของท่านอย่างยินดีปรีดา
“ไม่เลยค่ะคุณท่าน เนยต้องขอบคุณมากๆ ที่คุณท่านชวนมานอนด้วยกันแบบนี้นะคะ”
“ขอบคุณทำไมเหรอจ๊ะ” ท่านขมวดคิ้วเข้าหากันด้วยสีหน้าสงสัย นิรินจึงรีบพูดกลบเกลื่อน
“ก็เนยจะได้มาดูแลคุณท่านก่อนนอนยังไงล่ะคะ”
“ปากหวานเสียจริงแม่คุณ นอนเถอะจ้ะ พรุ่งนี้ฉันอยากจะตื่นใส่บาตรแต่เช้า” ท่านพูดอย่างเอ็นดู
“พรุ่งนี้เนยจะรีบตื่นมาทำอาหารถวายพระนะคะ”
“ดีจ้ะ ทำบุญทำทานเอาไว้ ชีวิตจะได้เจริญรุ่งเรือง” ท่านพูดยังไม่ทันขาดคำ ยังไม่ได้ล้มตัวลงนอนเสียด้วยซ้ำ เสียงเคาะประตูห้องก็ดังขึ้น
ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...
“ใครกันล่ะนั่น”
“ผมเองครับคุณย่า” เสียงคุ้นเคยนั้นทำให้เจ้าของห้องถึงกับอมยิ้ม แต่คนที่นั่งอยู่บนฟูกนอนถึงกับสะดุ้งสุดตัว
“แม่เนยไปเปิดประตูให้ลุงเขาหน่อยสิ” คำสั่งของหญิงชราทำให้เธอต้องลุกไปเปิดประตูให้นรราชอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
นิรินเปิดประตูให้นรราชอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก เผลอมองสบตาเขาก่อนจะก้มงุดหลีกทางให้คนตัวสูงเดินเข้ามาในห้อง
“อะไรกันราช หอบผ้าหอบผ่อนมาทำไมกันล่ะนั่น” หญิงชราที่นั่งอยู่บนเตียงเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“ผมคิดถึงคุณย่าน่ะครับ คืนนี้เลยอยากจะมานอนด้วย” เขายิ้มประจบ ทำเอาหญิงชราต้องยิ้มกว้างแทบจะทันที
“ปากหวานเชียว แม่เนยมานอนกับย่าแล้วนะ”
“เขานอนได้ แล้วผมนอนไม่ได้เหรอครับ” คนตัวโตที่อายุปาเข้าไปสี่สิบสองแล้วทำท่างอแงกับญาติผู้ใหญ่ที่เหลืออยู่เพียงคนเดียวของตนเอง นิรินได้แต่กะพริบตาปริบๆ เธอไม่กล้ามองหน้าเขาหรอก
“นอนได้สิ เอาเถอะๆ นอนกันหลายคนจะได้ไม่เหงา” หญิงชราตอบอย่างใจดี
“งั้นผมนอนตรงนี้แล้วกันครับ” คนที่หอบฟูกนอนเข้ามา ซึ่งเขาอุตส่าห์ให้แม่บ้านสูงวัยจัดหาให้ รีบปูที่นอนลงไปใกล้ๆ ฟูกนอนของเด็กสาว กลิ่นกายหอมกรุ่นของเธอลอยอบอวลไปทั่วห้อง ทำให้เขาต้องเผลอสูดลมหายใจเข้าปอดแรงๆ
“เราจะไปนอนเบียดแม่เนยตรงนั้นทำไม มองแล้วไม่งาม ขยับไปนอนอีกฝั่งสิ” หญิงชราทำเสียงดุหลานชาย
“ไม่งามอะไรกันครับ ลุงกับหลานนอนด้วยกัน”
“แม่เนยไม่ใช่เด็กตัวเล็กๆ เหมือนแต่ก่อนแล้วนะ แม่เนยโตเป็นสาวแล้ว” ประโยคนั้นของหญิงชราทำให้นิรินนึกถึงตอนเด็กๆ เธอตามบิดามากราบคุณย่าทวดทำให้ต้องเจอเข้ากับคนหน้ายักษ์อย่างนรราชหลายครั้ง เขาชอบทำหน้าบึ้งใส่เหมือนอารมณ์บูดอยู่ตลอดเวลา เธอเลยชอบหลบอยู่ด้านหลังของบิดาเวลาเจอเขา
นรราชจำต้องหอบฟูกนอนของตัวเองไปปูนอนอีกฝั่งหนึ่งของเตียงอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก นิรินนั่งอยู่บนฟูกนอนของตัวเองด้วยหัวใจเต้นแรง จะขอคุณย่าทวดออกไปนอนที่อื่นในเวลานี้ก็คงไม่ดีแน่
“อยากคุยอะไรกับย่าเหรอราชหรือเราจะมีเมีย” คนเป็นย่าเอ่ยถามขณะนั่งพิงไปกับพนักหัวเตียง หันไปสนทนากับหลานชาย หลานและเหลนมานอนด้วยแบบนี้ ท่านเลยยังไม่ง่วง อยากหาเรื่องคุยจนกว่าจะง่วง
“เปล่าครับ”
“อายุปูนนี้แล้ว คนอื่นเขามีลูกกันเป็นโขยงแล้วนะราช เราจะครองตัวเป็นโสดไปถึงไหนกัน” หญิงชราบ่นเบาๆ เข้าใจว่าหลานชายยังรักปักใจกับมุกดา มารดาของนิรินไม่จืดจาง จึงไม่อยากมีหญิงอื่นและครองตัวเป็นโสดเรื่อยมา
แต่มุกดาแต่งงานกับสุทธิศักดิ์ แถมยังมีลูกเต้าไปแล้วด้วย ที่สำคัญก็คือเธอได้จากไปนานหลายปีมากแล้ว ท่านจึงอยากให้หลานชายลองพิจารณาผู้หญิงคนอื่นดูบ้าง ผู้หญิงไม่ได้มีคนเดียวในโลก คนที่นิสัยดี เป็นคนดีก็ยังมีอีกมาก เคยแนะนำให้ก็ไม่เอา ไม่สนใจท่าเดียว ท่านล่ะหนักใจนักกับเรื่องนี้
“มีลูกกวนตัว มีเมียกวนใจจะตายไปครับคุณย่า”
“ย่าไม่พูดกับเราแล้ว” หญิงชราค้อนหลานชาย ก่อนจะหันไปคุยกับ เด็กสาวที่นั่งฟังตาปริบๆ อยู่อีกฟากของเตียง
“นอนเถอะแม่เนย พรุ่งนี้ต้องตื่นมาทำกับข้าวใส่บาตรอีกไม่ใช่รึ”
“ค่ะคุณท่าน” คนรับคำนั่งพับเพียบเรียบร้อยก่อนจะสวดมนต์และก้มลงกราบก่อนจะทิ้งตัวลงนอน เธอเผลอพลิกตัวตะแคงไปยังด้านที่นรราชนอนอยู่ เขาจ้องมองเธอตาไม่กะพริบ ก่อนจะตาโตเมื่ออ่านปากที่เขาพูดแต่ไม่มีเสียง
นรราชมองเธอเหมือนเธอเป็นทุกอย่างที่เขาไม่เคยรู้ว่าตัวเองต้องการ“เนยนี่แหละครับ… ทำให้ที่นี่เป็นบ้านจริง ๆ”เธอหน้าแดงแต่ก็พิงไหล่เขาเบา ๆในอ้อมแขนอีกด้านลูกสองคนกลับหลับสนิทอย่างปลอดภัยพี่น้ำกอดตุ๊กตาหมีน้องหลับบนอกแม่อย่างสงบเสียงหายใจเบา ๆ ของเด็กทั้งสองทำให้ค่ำคืนนี้สมบูรณ์แบบที่สุดและครอบครัวนี้ก็ปิดวันด้วยความรักอบอุ่นอีกหนึ่งวันในบ้านที่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและหัวใจที่เติบโตไปพร้อมกันทุกวันเช้าของวันนี้สดใสเป็นพิเศษเหมือนทั้งบ้านรู้ว่าวันนี้จะมีเรื่องดีเกิดขึ้นนิรินวางลูกชายลงบนพรมตามกิจวัตรวันนี้เขาดูตั้งใจเป็นพิเศษ มือเล็ก ๆ กำของเล่นแน่นตาใสเป็นประกายเหมือนพร้อมจะทำอะไรใหม่ ๆหนูน้ำวิ่งมาอย่างรวดเร็วถือหมอนพิงเล็ก ๆ ไว้ในมือ“คุณแม่คะ!! วันนี้หนูน้ำจะให้น้องนั่งค่ะ!! หนูน้ำเตรียมหมอนแล้วค่ะ!”นรราชที่เดินตามลูกสาวมาทำหน้าใจหายวาบทันที“เดี๋ยวก่อนครับลูก นั่งเลยไม่ได้ครับ! เดี๋ยวล้ม!”หนูน้ำทำตาโต“หนูน้ำจะรองค่ะคุณพ่อ! น้องไม่ล้มค่ะ!”นิรินหัวเราะนุ่ม ๆ“ไม่เป็นไรค่ะ ให้เขาลองนั่งทรงตัวดูค่ะ เราคอยประคองนะคะ”นรราชถอนหายใจแต่พอเห็นนิรินยิ้ม เขาก็ยอมเงียบและย
เขายกมือขึ้นเอื้อมช้า ๆและจับนิ้วพี่น้ำก่อนหนูน้ำกรี๊ดเสียงดีใจ“เย้!!!! น้องจับนิ้วหนูน้ำค่ะ!!!! หนูน้ำได้คะแนนค่ะ!!!!!”นรราชอ้าปากค้าง“เดี๋ยวสิครับ… พ่อก็ยื่นให้ก่อนนะครับ…”นิรินหัวเราะจนไหล่สั่น“ลูกเลือกพี่สาวค่ะลุงราช”น้องชายบีบนิ้วพี่น้ำเบา ๆทำเสียง “อ๊ะอือ”เหมือนกำลังหัวเราะแบบพอใจสุด ๆหนูน้ำทำหน้าฟินสุดชีวิต“คุณแม่คะ น้องรักหนูน้ำที่สุดค่ะ!!!”นรราชยอมรับสภาพยิ้มมุมปาก“ครับ… พี่สาวชนะไปก่อนแล้ววันนี้…”หลังจากจับนิ้วพี่น้ำจนพอใจน้องชายก็หันไปมองนิ้วของพ่อเอื้อมอีกครั้งแล้วจับนิ้วของนรราชแน่น ๆ เช่นกันนรราชตาโตก่อนจะยิ้มกว้างจนหุบไม่ได้“เนยครับ เขาจับนิ้วผมแล้วครับเขาจับจริง ๆ ครับ!”หนูน้ำมองแล้วพูดแบบยอมรับ“ก็ได้ค่ะ… น้องรักคุณพ่อด้วยค่ะ”นิรินยิ้มหวาน“เขารักทุกคนค่ะลูก”น้องชายจับนิ้วของพ่อไว้สักครู่ก่อนจะปล่อย แล้วเอื้อมไปจับนิ้วของแม่ไม่แน่นเท่าที่จับของพี่น้ำแต่จับไว้นานกว่าและนิ้วเล็ก ๆ ลูบเบา ๆ เหมือนรู้ว่าใครคือความอบอุ่นที่สุดของเขานิรินใจเต้นเบา ๆก้มลงหอมมือเขา“ค่ะลูก… แม่อยู่ตรงนี้ค่ะ”นรราชมองภาพนี้ด้วยสายตาที่อ่อนโยนที่สุดเหมือนหัวใจจ
“อา…แม่”เงียบไปหนึ่งวินาทีก่อนบ้านจะปะทุขึ้นเป็นเสียงดังสนั่นเหมือนงานฉลองปีใหม่หนูน้ำ: “น้องพูดค่ะ!!!”นรราช: “เขาพูดว่าอะไรครับเนย ได้ยินไหมครับ”นิรินมือสั่นเล็กน้อยหัวใจเต้นแรงจนแทบหลุดออกมาเธอยิ้มกว้าง และดวงตาคลอไปด้วยน้ำใส ๆ“เขาเรียกแม่ค่ะ…ลุงราชคะ เขาเรียกแม่ค่ะ…”นรราชนิ่งไปมองลูกชายด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรักล้นจนเอ่อช้า ๆ เขาเอื้อมมือไปจับหลังมือเล็ก ๆ ของลูก“ลูกครับ… ลูกเรียกแม่แล้วครับ…”หนูน้ำตีมือดีใจกระโดดบนพื้น“น้องรักคุณแม่มากที่สุดค่ะ!!”นิรินหัวเราะทั้งน้ำตาก้มลงหอมแก้มลูกชายซ้ำแล้วซ้ำอีก“ลูกคะ… ขอบคุณนะคะ…”น้องชายยิ้มกว้างตาเป็นประกายใสเหมือนเข้าใจความดีใจของทุกคนหลังเก็บของเล่นหลังอาหารเย็นหลังอาบน้ำให้เด็กทั้งสองเสร็จห้องนั่งเล่นเงียบลง เหลือเพียงเสียงลมพัดเบา ๆ ผ่านหน้าต่างนรราชเดินเข้ามานั่งข้างภรรยาลูกทั้งสองนั่งเล่นด้วยกันบนพรมเขาก้มลงกระซิบเสียงทุ้มเบาและจริงใจที่สุด“เนยครับ… ตอนเขาเรียก ‘แม่’ นะครับผมมีความสุขมากกว่าที่คิดไว้เยอะเลยครับ”นิรินเงยหน้ามองรอยยิ้มอบอุ่นจนหัวใจลุงราชแทบละลาย“ลุงราชคะ… เขาเรียกได้เพราะคุณคอยอยู่ข้าง
นิรินพิงไหล่สามีน้ำเสียงเธอนุ่มเหมือนผ้าห่มอุ่น“ระหว่างที่เขาพลิกตัวได้วันนี้นะคะ เนยเห็นเลยค่ะว่า ลูกจะเติบโตไปพร้อมกับครอบครัวที่รักเขามากที่สุด”นรราชกอดทั้งสามคนแน่นขึ้นแล้วพูดเสียงเบาที่มีแต่ความจริงใจ“เพราะเนยนี่แหละครับ ที่ทำให้บ้านนี้เป็นบ้าน”นิรินใจสั่นเบา ๆแต่ยิ้มตอบอย่างรักมากหนูน้ำจดประโยคนี้ลงสมุดทันทีทั้งที่ไม่รู้ว่าหมายความว่าอะไรทั้งหมดแต่รู้ว่ามันคือประโยคสำคัญและขณะที่ทุกคนกำลังหัวเราะเบา ๆน้องชายที่เพิ่งพลิกตัวได้วันนี้ก็ยิ้มกว้างอีกครั้งเหมือนประกาศว่า“ผมมีความสุขที่สุดเลยครับ”และทั้งบ้านก็ยิ้มตามเต็มไปด้วยความรักที่มากขึ้นกว่าเดิมอีกหนึ่งวันเช้าวันนี้ท้องฟ้าสีใสแสงแดดอ่อน ๆ ส่องเข้ามาในห้องนั่งเล่นนิรินวางลูกชายลงบนเบาะนุ่มตามปกติเด็กน้อยนอนหงาย มือปัดไปมาเหมือนกำลังจับอากาศวันนี้เขาดูจะกระตือรือร้นเป็นพิเศษส่งเสียง “อะอือแอะ” ไม่หยุดขาเล็ก ๆ ดีดไปมาเหมือนกำลังตื่นเต้นกับอะไรบางอย่างหนูน้ำที่ถือถังของเล่นวิ่งเข้ามามาพร้อมพลังเต็มร้อยเหมือนเช่นทุกวัน“คุณแม่คะ! วันนี้หนูน้ำจะสอนน้องเล่นของเล่นค่ะ!!”นิรินหัวเราะเบา ๆ“วันนี้น้องน่าจะอยากลอง
“พร้อมทำอะไรคะลูก”หนูน้ำยืนเท้าเอวอย่างภาคภูมิใจ“พร้อมสอนน้องนอนคว่ำค่ะ!! หนูน้ำเป็นครูค่ะวันนี้!”นรราชที่เดินตามลูกสาวเข้ามาในชุดลำลองพอได้ยินคำว่า นอนคว่ำเขารีบขยับเข้ามาใกล้แบบสายตากังวลมากกว่าปกติ“เนยครับ… ลูกพร้อมหรือยังครับ นอนคว่ำจะเหนื่อยนี่ครับ”นิรินหัวเราะ“ไม่ต้องกังวลขนาดนั้นค่ะ เขาโตพอแล้วค่ะลุงราช”นรราชยังคงทำหน้าเคร่งเหมือนกำลังคุมหน่วยกู้ภัยพิเศษมากกว่าฝึกทารกหนูน้ำหยิบตุ๊กตาหมีตัวเล็ก ๆ มาถือแล้ววางนอนคว่ำข้างน้องชายพูดเสียงหวานเหมือนคุณครูในอนุบาล“น้องคะ ดูพี่น้ำนะคะ นี่ค่ะ… แบบนี้ค่ะ!”เธอใช้มือดันตัวตุ๊กตาหมีให้ชูหน้าโชว์ท่าง่าย ๆ แต่เต็มไปด้วยความตั้งใจนอนคว่ำ ชันคอ มองหน้าน้องชายเหลือบมองตาโตแล้วส่งเสียง “อือ” เหมือนพยายามเลียนแบบนิรินยิ้มอุ่น“ลูกคงอยากลองค่ะ”หนูน้ำดีใจจนเกือบกระโดด“คุณแม่คะ!! น้องจะทำค่ะ!!”นรราชย่อตัวลงอย่างจริงจัง“ระวังนะครับลูก ไม่ต้องรีบนะครับ…”หนูน้ำหันมา“คุณพ่อคะ… หนูน้ำเป็นครูค่ะ ไม่ต้องห่วงค่ะ!”นรราชพูดเบา ๆ“ครับ… ครูน้ำ”น้องชายขยับแขนยกตัวขึ้นทีละนิด…ทีละนิด…นิรินเอามือประคองด้านข้างนรราชอยู่ด้านหน้า เผื่อ
นรราชแทบทำแก้วกาแฟตก“จริงเหรอครับ ทำอีกครับลูก! หัวเราะอีกครับ!!”หนูน้ำกระโดดเหมือนคนได้เหรียญทอง“น้องหัวเราะค่ะ!!! น้องหัวเราะค่ะ!!!”นิรินหัวใจเต้นแรงยิ้มกว้างจนหน้านุ่มไปหมดเธอจูบหน้าผากลูกซ้ำ“ลูกคะ… นี่คือเสียงหัวเราะของลูกจริง ๆ ค่ะ”หนูน้ำหันไปเขียนสมุด“เสียงหัวเราะแรก ให้คุณแม่ค่ะ”นรราชอ้าปาก“เนยได้เหรอครับ”หนูน้ำพยักหน้า“ค่ะ! เพราะน้องหัวเราะตอนคุณแม่ยิ้มค่ะ!”นรราชทำหน้าเหมือนเสียตำแหน่งผู้ประกาศข่าวแห่งปี“แต่พ่อก็พยายามนะครับ…”นิรินหัวเราะแล้ววางหัวบนไหล่สามี“อย่าเสียใจนะคะ”เขาทำหน้าอ่อนลงทันทียื่นมือมากอดเอวภรรยาแล้วกระซิบเบา ๆ“ฉันไม่ได้เสียใจหรอก ฉันแค่ดีใจที่ลูกมีความสุขเวลาอยู่กับเนย”นิรินหน้าแดงแรง แต่ยิ้มหวานจนหัวใจลุงราชเต้นแรงกว่าเสียงหัวเราะของลูกเสียอีกหนูน้ำที่มองอยู่พูดขึ้นด้วยความมั่นใจที่สุดในโลก“ไม่เป็นไรค่ะคุณพ่อ! เดี๋ยวน้องหัวเราะให้คุณพ่อวันหลังค่ะ!”นรราชหัวเราะในลำคอ“พ่อหวังแบบนั้นครับ”เขามองลูกชายที่ตอนนี้กำลังยกมือขึ้นโบกไปมาเหมือนกำลังดีใจในแบบของทารกเย็นวันนั้น ทั้งบ้านนั่งดูสมุด “พัฒนาการของน้อง” ที่หนูน้ำจัดทำนิรินอุ้มลูกชา







