LOGINเธอแอบหลงรักพี่ชายคนสนิทลูกเพื่อนแม่ของตัวเองตั้งแต่อายุ 15 ปี จนกระทั่งวันหนึ่งเขาพาแฟนมาให้เธอรู้จักพร้อมบอกข่าวดีว่าเขากำลังจะแต่งงาน
View Moreอคิราห์ในวัยสิบห้าปีมองตามร่างเล็กที่วิ่งออกไป ทำไมเขาจะมองไม่ออกว่าอัญรินชอบเขามากกว่าพี่ชายและดูเหมือนว่าเจ้าตัวคงยังไม่รู้ เพราะแม้อายุของเราจะห่างกันแค่สามปี ซ้ำยังเติบโตมาด้วยกันอีกต่างหาก อาจจะทำให้อัญรินคิดว่าทุกวันนี้เธอเพียงแค่ติดพี่ชายข้างไร่แบบเขา ถึงกระนั้นเขาก็ไม่ได้รู้สึกรังเกียจเลยที่อีกคนมอบความรักให้ เขาดีใจด้วยซ้ำไป แต่เพราะว่าอัญรินยังเด็ก ทั้งเขาและเธอยังต้องเติบโตอีกเยอะ เขาไม่อยากให้อีกคนยึดติดมากเกินหากว่าวันหนึ่งต้องแยกย้ายกันไปจมอยู่กับความคิดของตัวเองสักพักหนึ่ง แล้วค่อยลุกขึ้นไปเข้าห้องน้ำเพราะไม่อยากให้ร่างเล็กต้องยืนรอนาน ใช้เวลาไม่นานเท่าไหร่ อคิราห์ก็จัดการธุระส่วนตัวของตัวเองเสร็จเรียบร้อย ก่อนจะเปิดประตูห้องนอนออกแล้วก็พบอัญริน เขาจึงได้เอ่ยเสียงอ่อน“เราลงไปข้างล่างกัน”“จ้ะพี่คิน”ร่างเล็กรีบเดินเข้ามาขนาบข้างกับร่างสูงด้วยรอยยิ้มหวานเหมือนเดิม อคิราห์เหลือบมองเล็กน้อยก่อนจะยกมือขึ้นลูบศีรษะของคนตัวเล็กกว่า แววตาฉายแววบางอย่างออกมาวูบหนึ่งแล้วก็หายไป“ลงมากันแล้วเหรอลูก น้องอัญทานข้าวเช้ามาหรือยังคะ” เพลงพิณทักขึ้นเมื่อเห็นเด็กทั้งสองเดินลงมาด้านล่า
เด็กสาวตัวเล็กหน้าตาจิ้มลิ้ม ปากนิดจมูกน้อย ผมยาวจนถึงกลางหลังอยู่ในชุดเสื้อยืดกางเกงขายาวกำลังปั่นจักรยานไปตามทางจาก ไร่หิรัญโชคทรัพย์ เพื่อไป ฟาร์มอาคเนย์ ที่อยู่ติดกันพร้อมกับหอบหิ้วผลไม้มากมายไปฝาก ‘พี่ชายข้างไร่’ เหมือนอย่างเคยอัญริน หิรัญโชคทรัพย์ ลูกสาวคนเดียวของพันแสงกับหนูอัยย์ ซ้ำยังเป็นลูกสาวที่พ่อหวงมาก มากชนิดที่ว่าพันแสงแทบจะกันผู้ชายทุกคนที่มาเข้าใกล้ลูกสาวไม่ว่าคนนั้นจะอายุเท่าไหร่ พันแสงก็ไม่สน โดยเฉพาะลูกชายของเพื่อนสนิทอย่างอาคเนย์ พันแสงถึงกลับสั่งห้ามไม่ให้ไอ้เนย์พาลูกมันมาหาเขาที่ไร่เลยละเรื่องราวทั้งหมดมันเริ่มในตอนที่น้องอัญอายุได้แค่สองเดือนกว่า วันนั้นเพลงพิณพาลูกชายอย่างน้องคินหรือ ‘อคิราห์’ มาเยี่ยมที่บ้าน เด็กชายวัยสามขวบจ้องตากลมแป๋วของเด็กตัวเล็กที่นอนดุ๊กดิ๊กอยู่ในเบาะสำหรับเด็กทารก เจ้าตัวลองยื่นนิ้วชี้เข้าไปใกล้หวังจะจิ้มแก้มกลม แต่แล้วก็ถูกจับเอาไว้พร้อมกำแน่น ปากเล็กแย้มยิ้มโชว์เหงือกแดงของตัวเองให้ดู ทันใดนั้นเส้นด้ายสีแดงก็ปรากฎขึ้นจากปลายนิ้วก้อยของเด็กสองเดือนก่อนจะลากมาพันกับปลายนิ้วก้อยของเด็กวัยสามขวบจนเจ้าตัวสงสัยจึงกระตุกชายเสื้อผู้เป็นแม
ร่างสูงจอดรถพลางวาดขายาวลงจากรถคันโปรด ถอดหมวกกันน็อกออกสะบัดผมสีควันบุหรี่เล็กน้อยก่อนจะเสยขึ้นอย่างลวก ๆ เหล่าเพื่อนพ้องต่างวิ่งเข้ามาหาด้วยความดีใจ ต่างจากคู่แข่งอย่างการันต์ที่เดินเข้ามาหาด้วยสีหน้าโกรธเคือง“มึงขี้โกงไอ้พันไมล์!!” ผลักไหล่หนาอย่างฉุนเฉียว จ้องเขม็งอีกฝ่ายตาไม่กะพริบ“เฮ้ย ๆ แพ้แล้วอย่าพาลไอ้รันต์” ขุนพลเพื่อนสนิทในกลุ่มของพันไมล์เข้ามาผลักไหล่การันต์ให้ออกห่างเมื่ออีกฝ่ายทำท่าจะต่อยเพื่อนของเขา“กูก็บอกแล้วว่าคนอย่างมึง ไม่มีวันชนะกูได้ถ้ามึงไม่พยายามฝึกฝนตัวเองให้มากกว่านี้ แล้วอย่าคิดว่ากูไม่รู้ว่าครั้งนี้มึงใช้วิธีสกปรกอย่างยิงเลเซอร์เข้าตากูตอนเข้าโค้ง” พันไมล์เดินเข้าไปหาการันต์ ดวงตาคมกริบเข้มขึ้นจ้องหน้าอีกฝ่ายพลางยกยิ้มมุมปาก “หวังว่าครั้งหน้ามึงจะเป็นมืออาชีพพอไม่ใช้วิธีแบบคนขี้แพ้ ส่วนแฟนสาวของมึง กูขอรับไปก่อนแล้วกัน”ร่างสูงโปร่งพูดจบก็เดินกระแทกไหล่การันต์ไปคว้าข้อมือหญิงสาวที่นั่งอยู่บนอัฒจันทร์ลงมาทันทีแล้วเดินผ่านหน้าการันต์ไปจนอีกฝ่ายได้แต่กำมือแน่น ความโกรธเกรี้ยวปรากฏชัดบนใบหน้า มองตามหลังทั้งสองเขม็งก่อนจะตะโกนร้องออกมาเสียงดัง หมวกกันน็อกในมื
สนามแข่งรถแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ เวลาใกล้จะเที่ยงคืน เสียงเครื่องยนต์ดังกระหึ่มก้องไปทั่วบริเวณ คลาคล่ำไปด้วยหนุ่มสาวมากหน้าหลายตา แต่ละคนมีเทสในการแต่งตัวที่ดีเยี่ยมเป็นจุดดึงดูดสายตาได้ดี โดยเฉพาะร่างสูงโปร่ง ใบหน้าหล่อเหลา ผมสีควันบุหรี่ นัยน์ตาคมกริบสีน้ำตาล จมูกโด่งเป็นสันคม อีกทั้งยังเจาะหูด้วยตุ้มหูไม้กางเขนที่ติ่งหูข้างซ้ายยิ่งเสริมให้ พันไมล์ ดูดีมากยิ่งขึ้น“ไอ้เวรการันต์มันนัดกูมา แล้วมันหายหัวไปไหนแล้วล่ะ” น้ำเสียงทุ้มเข้มถามขึ้นหลังเดินเข้ามาด้านในห้องหนึ่งของสนามแข่งรถ ร่างสูงหยุดยืนประจันหน้ากับเหล่าวัยรุ่นกลุ่มหนึ่ง“มึงรอก่อนได้ไหมล่ะ ลูกพี่รันต์ของกูกำลังไปเอาของพนันมาอยู่” ชายหนุ่มคนหนึ่งที่คาดว่าน่าจะเป็นลูกน้องของการันต์บอกกับพันไมล์ “ว่าแต่มึงเถอะ ไหนเงินพนันห้าแสน”“หึ” แค่นหัวเราะในลำคอหนึ่งทีก่อนจะล้วงเอาเช็คเงินสดจากกางเกงยีนของตัวเอง บนเช็คเขียนตัวเลขไว้ถึงแปดแสนบาททำเอาลูกน้องของการันต์ตาเบิกโพลงด้วยความตกใจ จนกระทั่งมีคนเข้ามาใหม่อีกสองคน คนหนึ่งเป็นผู้ชาย อีกคนเป็นผู้หญิง“กูนึกว่ามึงจะขี้คลาดไม่กล้ามาแล้วเสียอีก ไอ้พันไมล์”“กูไม่ใช่มึงที่แข่งแพ้ไปหลายรอบ แ











