ログインเธอแอบหลงรักพี่ชายคนสนิทลูกเพื่อนแม่ของตัวเองตั้งแต่อายุ 15 ปี จนกระทั่งวันหนึ่งเขาพาแฟนมาให้เธอรู้จักพร้อมบอกข่าวดีว่าเขากำลังจะแต่งงาน
もっと見るปี 255x
ไร่หิรัญโชคทรัพย์
ไร่ผลไม้ขนาดใหญ่ที่สุดในจังหวัดเชียงราย เป็นไร่ที่ทำการส่งออกผลไม้ปีละหลายร้อยตันซึ่งสร้างรายได้ให้อย่างมหาศาลและยังสามารถสร้างรายได้ให้จังหวัดจากการเปิดพื้นที่ให้นักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศเข้ามาเยี่ยมชม มีทั้งไร่ส้ม ไร่สตรอว์เบอร์รี ไร่องุ่น ฯลฯ รวมถึงไร่ชาที่กินพื้นที่ทั้งหมดกว่าพันไร่ ไม่ว่าจะมองไปทางไหน ทั้งหมดนั้นล้วนเป็นของ 'พ่อเลี้ยงพันแสง' ที่ผู้คนในพื้นที่ต่างเรียกขานกัน
นอกจากจะมีไร่ผลไม้มากมายหลากหลายชนิดและไร่ชาแล้ว ไร่หิรัญโชคทรัพย์ยังขึ้นชื่อเรื่องไวน์องุ่นอันเป็นเอกลักษณ์โดยเฉพาะตัว ด้วยพันธุ์องุ่นสายพันธุ์ดีจากต่างประเทศที่ทำการเพาะปลูกและถูกคัดสรรโดย 'พ่อเลี้ยงพันแสง' ที่ลงมือทำเองเกือบทุกขั้นตอน จึงทำให้ไวน์องุ่นของไร่หิรัญโชคทรัพย์ไม่สามารถหาที่ไหนเปรียบเทียบได้และด้วยเอกลักษณ์เฉพาะนี้ทำให้เป็นไวน์ที่มีราคาสูงมากเช่นกัน
และแน่นอนว่าไร่หิรัญโชคทรัพย์มีโรงบ่มไวน์ขนาดใหญ่กินพื้นที่ร้อยกว่าไร่เป็นของตัวเองที่ได้รับการตรวจสอบแล้วว่าปลอดภัยและถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อทำการผลิตและส่งออกไวน์ไปยังต่างประเทศสร้างรายได้ต่อปีเป็นกอบเป็นกำ
'พ่อเลี้ยงพันแสง' เจ้าของไร่คนปัจจุบันผู้สืบทอดกิจการต่อจากบิดาของตนตั้งแต่เรียนจบ ผู้คนในพื้นที่ต่างเรียกเขาว่าพ่อเลี้ยง แม้ว่าเขาจะอายุยังน้อย แต่ด้วยความสามารถที่พ่อเลี้ยงพันแสงพัฒนาไร่หิรัญโชคทรัพย์มาตลอด 6 ปีจนส่งผลให้เป็นไร่ผลไม้ที่มีชื่อเสียงโด่งดังและสร้างรายได้ให้อย่างมหาศาล เพราะเหตุนี้ทำให้คนงานต่างให้ความเคารพนับถือและตั้งใจทำงานกันอย่างขยันขันแข็งเพื่อตอบแทนบุญคุณที่ทำให้ครอบครัวของตนมีกินมีใช้ตลอดมา
๐๐๐๐๐๐
ช่วงเที่ยงของวัน
บริเวณไร่ส้มของไร่หิรัญโชคทรัพย์
"พี่พันแสงจ๊ะ หนูอัยย์เอาอาหารเที่ยงมาให้แล้วจ้ะ"
เสียงเล็กดังเจื้อยแจ้วมาแต่ไกลก่อนจะตามมาด้วยร่างของเด็กสาวผมเปียที่กำลังวิ่งตรงเข้ามาหา ผมเปียทั้งสองข้างพลิ้วไหวสะบัดไปมาตามแรงลม รวมถึงชุดกระโปรงตัวยาวสีชมพูที่ลู่ลงแนบต้นขาจากสายลมที่ปะทะเข้ากับตัวยามเรียวขาเล็กทั้งสองนั้นออกแรงวิ่ง มือข้างหนึ่งจับหมวกสานใบโปรดเอาไว้ไม่ให้ปลิวลอยไปตามลม ส่วนมือเล็กอีกข้างก็หิ้วปิ่นโตใบใหญ่เอาไว้
เจ้าของใบหน้าคมชื้นเหงื่อหันมามองตามเสียงเรียกพร้อมกับเอ่ยห้าม
"หนูอัยย์ อย่าวิ่งค่ะ เดี๋ยวล้มอะ... เฮ้ย!"
ทว่ายังไม่ทันจบประโยคดี ก็ต้องเบิกตากว้างร้องเสียงหลงด้วยความตกใจ เมื่อร่างเล็กของเด็กสาวล้มลงกับพื้นดินอย่างแรงท่ามกลางสายตาของเหล่าคนงาน
โครม!
"โอ๊ย!.."
ปิ่นโตใส่กับข้าวใบใหญ่ที่เด็กสาวได้หอบหิ้วมาจากโรงครัวลอยเคว้งกลางอากาศเพียงครู่เดียวก่อนจะตกลงกระแทกพื้นแตกกระจายเสียงดัง ทำให้เศษอาหารหกออกมาเปื้อนดินจนหมด หลังเจ้าตัวนั้นสะดุดพื้นดินขรุขระล้มคะมำหน้าคว่ำพร้อมกับร้องเสียงหลงด้วยความเจ็บ
"หนูอัยย์ เจ็บตรงไหนไหมคะ?"
น้ำเสียงทุ้มถามอย่างเป็นห่วงหลังจากรีบวิ่งเข้ามาหาร่างเล็กที่กำลังพยายามยันตัวลุกขึ้นด้วยความทุลักทุเล มือใหญ่จึงจับเข้าที่ต้นแขนเล็กของเด็กสาวเพื่อช่วยพยุงให้ลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ ก่อนที่เขาจะย่อตัวลงพลางช่วยปัดเศษดินที่ติดตามตัวออกให้อย่างอ่อนโยน
"งือ หนูอัยย์เจ็บหัวเข่ากับข้อเท้าจ้ะ"
ใบหน้าเล็กก้มลงมองหัวเข่าตัวเองที่กำลังมีเลือดไหลซึมออกมา ก่อนจะเงยหน้าส่งสายตาออดอ้อนให้คนตรงหน้า พลางหันไปมองเศษซากปิ่นโตที่แตกกระจายอยู่ข้างตัว ทันใดนั้นดวงตาคู่สวยก็เอ่อคลอไปด้วยน้ำตา ริมฝีปากบางเริ่มเบะปากคล้ายจะร้องไห้
"กะ... กับข้าวของพี่พันแสงหกหมดเลยจ้ะ ทำอย่างไรดี หนูอัยย์ไม่ได้ตั้งใจนะจ๊ะ"
"ค่ะๆ พี่เข้าใจ หนูอัยย์ไม่ต้องร้องไห้นะ เดี๋ยวกลับไปกินที่บ้านก็ได้เนอะ"
"กะ... ก็ได้จ้ะ"
เด็กสาวก้มหน้างุดปล่อยให้น้ำตาสีใสไหลลงพื้นทีละหยด ทั้งเจ็บตัวและยังทำให้ปิ่นโตของพี่พันแสงแตกกระจายอีก มือเรียวกุมประสานกันเอาไว้อย่างคนสำนึกผิดจนไม่กล้ามองหน้าพี่ชายคนสนิท
"ไหน หนูอัยย์เงยหน้ามองพี่พันแสงหน่อยสิคะ" น้ำเสียงทุ้มเจืออบอุ่นเอ่ยบอก
ก่อนที่ปลายนิ้วยาวจะเชยคางเล็กของเด็กสาวที่ก้มหน้าร้องไห้ให้เงยขึ้นสบตากับตน พลางใช้นิ้วหัวแม่มือบรรจงเกลี่ยน้ำตาสีใสตามแก้มขาวกลมออกให้อย่างช้าๆ สายตาคมมองเด็กสาวด้วยความอบอุ่นระคนเอ็นดู
ตึกตัก ตึกตัก
ห้องนอนของพันแสง เวลา 20.29 น.ขั้นตอนสุดท้ายของการแต่งงานคือการส่งตัวบ่าวสาวเข้าห้องหอตามประเพณี โดยมีผู้ใหญ่ทั้งสี่คนที่ตอนนี้กำลังนั่งเรียงกันอยู่ปลายเตียงขนาดคิงไซซ์ คำอวยพรมากมายได้กล่าวให้พันแสงและหนูอัยย์ด้วยความเต็มใจและยินดีต้อนรับสมาชิกคนใหม่เข้ามาอยู่ในครอบครัว ทำเอาคนเป็นเจ้าสาวตื้นตันใจจนน้ำตาไหลพรากกันเลยทีเดียว"โธ่... หนูอัยย์ลูกแม่ ไม่ต้องร้องแล้วลูก ถ้าคิดถึงแม่ก็กลับมาหาที่บ้านก็ได้ ดูสิ.. ร้องไห้จนตาบวมหมดแล้ว"ฟ้าใสพูดเสียงสั่นเครือเล็กน้อยก่อนจะรีบลุกจากปลายเตียงมาพยุงหนูอัยย์ให้ลุกขึ้นยืนทันทีเมื่อเห็นลูกสาวร้องไห้จนตาแดงไปหมด ปลายนิ้วลูบไล้แก้มกลมเกลี่ยน้ำตาบนหน้าลูกสาวออกให้อย่างอ่อนโยน"ขี้แยทั้งแม่ทั้งลูกเลย บ้านอยู่ห่างกันแค่นี้เองเดี๋ยวพ่อจะพาแม่มาหาบ่อยๆ นะลูก พ่อเลี้ยงคงจะไม่ว่าอะไรหรอกใช่ไหม?"ปราบพิภพที่ลุกขึ้นยืนตามภรรยาก่อนจะเดินเข้าไปโอบกอดทั้งภรรยาและลูกสาวเพื่อปลอบสองแม่ลูก แล้วจึงหันมาถามพันแสงที่ยืนอยู่ข้าง ๆ พวกเขา"ไม่ครับ แม่ฟ้ากับพ่อปราบจะมาตอนไหนก็ได้ครับหรือจะมานอนค้างที่นี่กับหนูอัยย์ผมก็ไม่ว่า ยังพอมีห้องว่างเหลืออยู่ครับ ถ้าจะมานอนค้างว
สามวันต่อมาวันพิธีผูกข้อมือก็มาถึงตามฤกษ์งามยามดีที่พระท่านได้บอกเอาไว้ ซึ่งมันเป็นวันเดียวกันกับที่ทางพ่อของเพลงพิณได้บอกกล่าวเอาไว้เช่นเดียวกัน ก่อนทางครอบครัวของทั้งพันแสงกับหนูอัยย์จะไปหาพระท่านที่วัด แม้จะกะทันหันไปบ้างแต่ทั้งสองฝ่ายต่างตกลงเลือกวันนี้แทนที่จะต้องรอไปอีกสามเดือนพิธีผูกข้อมือถูกจัดขึ้นตามประเพณีที่สืบทอดรุ่นสู่รุ่นและมีมาอย่างยาวนานตามความเชื่อของคนเก่าคนแก่ ซึ่งปัจจุบันอาจจะมีการปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัย และมีการผสมผสานวัฒนธรรมการแต่งงานแบบภาคกลางเข้ามาร่วมด้วยเครื่องประกอบพิธีได้ถูกจัดเตรียมโดยฝ่ายเจ้าบ่าวและเจ้าสาวครบตรงตามประเพณี พิธีการดำเนินไปด้วยความราบรื่น มีอาจารย์หมอธรรมอย่างพ่อของเพลงพิณที่ผู้คนต่างนับถือและให้ความเคารพเป็นผู้ประกอบพิธีให้ในครั้งนี้ทั้งพันแสงและหนูอัยย์ต่างอยู่ในชุดแต่งงานแบบพื้นเมืองที่ถูกถักทอขึ้นมาอย่างสวยงามและประณีต ทั้งสองกำลังนั่งรับคำอวยพรจากผู้หลักผู้ใหญ่ตลอดจนเพื่อนฝูงที่ถูกเชิญมาร่วมเป็นพยานในพิธีสำคัญในครั้งนี้ด้วย หลังจากทำพิธีผูกข้อมือตามประเพณีเสร็จครบทุกขั้นตอนแล้ว ซึ่งก็ใช้เวลาค่อนข้างนานพอสมควรเลยทีเดียวต่อมาทั้งพัน
บ้านหลังเล็กของหนูอัยย์ช่วงหัวค่ำเวลา 20.42 น."ตอนนี้หนูอัยย์รู้สึกอย่างไร บอกแม่ได้ไหมลูก"ฟ้าใสถามลูกสาวในตอนนี้กำลังนั่งกอดเอว ซบหน้ากับอกของเธออย่างออดอ้อนพลางลูบผมนุ่มไปด้วยความรัก โดยมีปราบพิภพนั่งอยู่ข้างกัน เธอเองค่อนข้างเป็นห่วงความรู้สึกของลูกสาวอยู่มาก เพราะเรื่องราวที่เกิดขึ้นมันเกิดขึ้นเร็วจนทุกคนไม่ทันได้ตั้งตัว แม้กระทั่งตัวเธอเอง"แม่ฟ้าจะว่าอะไรไหมจ๊ะ.. ถ้าหนูอัยย์บอกว่าหนูอัยย์ดีใจที่จะได้แต่งงานกับพี่พันแสงน่ะจ้ะ"ดวงหน้าสวยเงยขึ้นมองหน้าผู้เป็นแม่ แม้จะมีความกลัวอยู่บ้าง แต่ลึก ๆ แล้วเธอก็ดีใจ ดีใจที่ชีวิตต่อจากนี้เธอจะมีอีกคนเข้ามาอยู่ด้วยกัน เข้ามาจับมือเดินไปข้างหน้าด้วยกัน"แม่ไม่ว่าอะไรหรอกลูกถ้ามันเป็นความรู้สึกจริง ๆ ของหนูอัยย์""แล้วพ่อปราบล่ะจ๊ะ.. เสียใจหรือเปล่าที่หนูอัยย์เป็นเด็กไม่ดี ชิงสุกก่อนห่ามแบบนี้" หนูอัยย์ถามพ่อปราบต่อ"โธ่.. ตัวแสบของพ่อ พ่อไม่เสียใจเลยลูก สมัยนี้แล้วการมีเพศสัมพันธ์ก่อนแต่งงานมันก็เป็นเรื่องปกติ มันไม่ได้เป็นตัวที่บ่งบอกว่าเราด้อยค่าหรือเสียศักดิ์ศรีของความเป็นผู้หญิง พ่อขอแค่หนูอัยย์ดูแลตัวเองให้ดี ป้องกันและมีสติรอบคอบทุก
คำพูดทุกคำที่อีกคนพูดออกมาอย่างอ่อนโยนแต่กลับมีพลังทำลายล้างรุนแรงเสียจนกำแพงที่หนูอัยย์สร้างขึ้นมาปกป้องหัวใจของตัวเองเมื่อเจ็ดปีก่อนนั้นพังทลายลงทันที ดวงตากลมรื้นไปด้วยน้ำตาสีใสจ้องมองใบหน้าคมคายของพันแสง ภายในอกรู้สึกอุ่นวาบไปด้วยความอบอุ่นที่อีกคนมอบให้"สรุปว่าพันแสงเต็มใจจะแต่งงานกับหนูอัยย์ใช่ไหมลูก?" เจ้าจันทร์ถาม"ครับ ผมเต็มใจ" พันแสงตอบเสียงเข้มอย่างมั่นใจ"แล้วหนูอัยย์ล่ะจ๊ะ อยากแต่งงานกับพันแสงหรือเปล่า?" เจ้าจันทร์หันไปถามหลานสาวหนูอัยย์เงียบไปชั่วขณะ ริมฝีปากบางเม้มปากแน่นด้วยความเครียด คิดไม่ตกว่าจะต้องตัดสินใจอย่างไรกับเหตุการณ์นี้ ก่อนจะรู้สึกถึงสัมผัสลูบไล้แผ่วเบาบนหลังมือของตน เธอหันหน้าไปมองเจ้าของสัมผัสนั้น จ้องมองลึกลงไปในดวงตาคมที่สะท้อนภาพของเธอ ก่อนเธอจะพูดออกมาเมื่อตัดสินใจได้แล้ว"หนูอัยย์.. ยินดีแต่งงานกับพ่อเลี้ยงจ้ะ""เยี่ยม!! ถ้าอย่างนั้นน้าจะรีบไปหาฤกษ์แต่งให้นะลูก" เจ้าจันทร์ตะโกนเสียงดังด้วยความดีใจอย่างปิดไม่มิด"น้าจันทร์จ๊ะ หนูอัยย์ยินดีแต่งงานกับพ่อเลี้ยงก็จริง แต่เราไม่จัดงานแต่งได้ไหมจ๊ะ" หนูอัยย์พูดออกมาด้วยความประหม่าเพราะกลัวผู้ใหญ่ทั้งสี่