登入เข้าห้องผิดชีวิตเปลี่ยน!!! +++ “เธอเป็นใคร” เขาเอ่ยถามเสียงเข้ม สีหน้าที่รกไปด้วยหนวดเคราและร่างสูงใหญ่ที่มีกลิ่นแอลกอฮอล์คละคลุ้งทำให้นิรินมีท่าทีหวาดกลัว ร่างบอบบางพยายามดิ้นแต่เขาข่มขู่เสียงเข้มทำให้เธอไม่กล้าดิ้น “ถ้าเธอดิ้นอีกฉันจะปาดคอเธอซะ” เขานึกครึ้มอกครึ้มใจอยากแกล้งคนขี้กลัว เธอหยุดกึกในขณะที่มือบอบบางถูกกดเอาไว้เหนือศีรษะ “ตอบคำถามมาเสียดีๆ ห้ามโวยวายกรีดร้องไม่งั้นได้เป็นศพก่อนจะมีคนมาช่วยแน่ๆ” พอเขาพูดแบบนั้นเธอก็รีบพยักหน้าทันที ร่างของเขายังคร่อมทับร่างของเธออยู่ หญิงสาวกลัวจนตัวสั่น พอเขาปล่อยเธอก็ทำท่าจะร้อง “อื้อ...” เขาก้มลงบดขยี้ริมฝีปากอวบอิ่ม เธอรัวกำปั้นทุบแผ่นหลังเขาระรัว พอเขาปล่อย เธอทำท่าจะกรีดร้องเขาก็บดจูบลงมาอีกครั้ง นิรินหอบหายใจระรัวเมื่อเขาปลดปล่อยริมฝีปากเธออีกหน “เธอเป็นใคร” เขาเอ่ยถามเสียงเข้ม “ไอ้โจรห้าร้อย” “ใครบอกว่าฉันเป็นโจรห้าร้อย ทั้งเนื้อทั้งตัวมีอยู่ยี่สิบ ฉันเป็นโจรยี่สิบบาทต่างหากล่ะ” เธอกะพริบตาปริบๆ กับประโยคของเขา “เธอเป็นใคร” นรราชถามซ้ำ หรี่ตามองคนใต้ร่าง
查看更多ร่างสูงของหนุ่มใหญ่ วัยสี่สิบสอง นามว่านรราช พันธุเสมา กำลังปรือตามองคฤหาสน์หลังใหญ่ของคุณย่าลักษณ์นารา พันธุเสมา ด้วยอาการมึนเมา เขาพยายามทรงตัวไม่ให้เซหรือล้มไปทางใดทางหนึ่ง
แอลกอฮอล์ในกระแสเลือดทำให้ร่างกายของเขาร้อนวูบวาบพอๆ กับเหงื่อที่ไหลซึมไปทั่วเรือนร่าง เพราะรถเกิดเสียระหว่างทางทำให้ต้องเดินเท้าหลายกิโลเมตรมายังบ้านของผู้เป็นย่า
งานเลี้ยงรุ่นผ่านพ้นไปได้ด้วยดี พร้อมกับเหล่าเพื่อนฝูงที่ได้พบปะสังสรรค์กันด้วยความคิดถึง อีกหนึ่งสัปดาห์ข้างหน้าจะเป็นงานเลี้ยงครบรอบวันเกิดเก้าสิบหกปีของผู้เป็นย่า เขาจึงเดินทางมาก่อนล่วงหน้าโดยไม่ได้บอกกล่าว ร่างสูงเข้ามาทางประตูหลังบ้านด้วยกุญแจพวงใหญ่ที่ถือเอาไว้ในมือ เขาคือหลานชายคนเดียวที่เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขที่แท้จริงของตระกูลพันธุเสมาอันร่ำรวยติดอันดับต้นๆ ของประเทศ
ยามดึกสงัดของบ้านหลังใหญ่อันกว้างขวาง มีเพียงความเงียบและสายลมเย็นๆ พัดมากระทบผิวกาย พร้อมด้วยเสียงหริ่งเรไรที่ร้องอยู่ในความมืดมิดของราตรีกาล นรราชกวาดสายตามองสนามหญ้าหน้าบ้านอันกว้างขวาง สวนหลังบ้านที่เต็มไปด้วยต้นไม้นานาพันธุ์ภายใต้แสงสลัวของตัวบ้าน ชายหนุ่มยิ้มบางๆ เมื่อนึกถึงญาติผู้ใหญ่เพียงคนเดียวที่เหลืออยู่ ย่าของเขาชอบปลูกต้นไม้และรักธรรมชาติเป็นอันมาก เขามีหลายสิ่งหลายอย่างที่เหมือนท่าน หนึ่งในนั้นคือรักธรรมชาติและไม่ทำลายทรัพยากรธรรมชาติที่เป็นแหล่งอาหารสำคัญของมนุษย์โลก
ร่างสูงเกือบร้อยเก้าสิบเซนติเมตร ด้วยสายเลือดผสมระหว่างบิดากับมารดาหยุดนิ่งเพื่อหลับตาอีกหลายครั้ง เขาพยายามครองสติเอาไว้ให้ได้มากที่สุด
“คุณราช” นายเพิ่มเรียกเจ้านายหนุ่มเอาไว้ เพราะเขาเฝ้าเวรยามในตอนกลางคืน
“สวัสดี” นรราชยกมือขึ้นรับไหว้ร่างเซๆ
“ให้ผมประคองขึ้นตึกไหมครับ” เพิ่มรีบเข้ามาประคอง
“ไม่ต้อง ฉันไหว ฉันเดินไปเองได้ นายเฝ้ายามไปเถอะ” คนพูดเดินเซๆ แต่ก็พยายามทรงตัวเอาไว้ ก่อนจะหยุดชะงักหันมามองนายเพิ่มอีกครั้ง
“ไม่ต้องบอกคุณย่านะว่าฉันกลับมา ฉันอยากเซอร์ไพรส์ท่านหน่อย”
นรราชบอกแล้วยิ้ม นายเพิ่มรีบรับคำ มองร่างสูงอย่างระแวดระวังเห็นว่าอีกฝ่ายไม่เป็นอะไรเลยเบาใจนรราชค่อยๆ ก้าวเดินอย่างเชื่องช้าเพราะความมึนเมา เจ้าของใบหน้าคมสันหล่อเหลาเลือดผสม ดวงตาคมกริบสีเหล็กกล้า คิ้วเข้มและเรือนร่างเพรียวแข็งแรงสมส่วนไร้ไขมันส่วนเกินให้รกตาแม้วัยจะล่วงเลยวัยสี่สิบกว่าเข้าไปแล้ว
ย่าของเขาเป็นคนดี จริงๆ ไม่ต้องมีเวรยามก็ไม่มีใครกล้าเข้ามาทำอะไรตระกูลใหญ่ของเขา!!!
นรราชคิดในใจ...
ช่วงนี้คงมีลูกหลานมากมายที่ย่าของเขาอุปการะเอาไว้มานอนพักค้างอ้างแรมที่คฤหาสน์หลังนี้ ถือได้ว่าเป็นวันรวมญาติครั้งใหญ่อีกวันของปี ทุกคนคงยุ่งวุ่นวายกับงานเลี้ยงอีกหนึ่งอาทิตย์ที่กำลังจะมาถึง รวมถึงหลายคนก็คงสรรหาของขวัญที่ดีที่สุดเพื่อจะมอบให้คุณย่าของเขา
นรราชมีเรือนพักอีกหนึ่งหลังอยู่ในบริเวณบ้าน แต่เขาเปลี่ยนใจมานอนที่ห้องพักบนตึกแทน วันพรุ่งนี้ถ้าเขาปรากฏตัวขึ้นคงทำให้ผู้เป็นย่าประหลาดใจไม่น้อย
ชายหนุ่มบิดประตูห้องนอนของตัวเองเบาๆ ปรากฏว่ามันไม่ได้ล็อก เขาจึงเก็บกุญแจกลับเข้าไปในกระเป๋าของตัวเอง คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันเล็กน้อยนึกตำหนิสาวใช้ที่เข้ามาทำความสะอาดห้องแล้วไม่ล็อกห้องให้เรียบร้อย
เขาหรี่ตามองเงาบางอย่างบนเตียงนอนกว้างของตัวเอง โทสะบางอย่างแล่นเข้ามาเป็นริ้วๆ ใครกล้าเข้ามานอนในห้องนอนส่วนตัวของเขาแบบนี้
นรราชสบถในใจด้วยความไม่สบอารมณ์ คนหวงข้าวของและไม่ชอบให้ใครเข้ามายุ่งวุ่นวายหรือแม้แต่เคลื่อนย้ายข้าวของถ้าเขาไม่อนุญาตรู้สึกไม่พอใจเป็นอันมาก
ร่างสูงขยับกายเข้าไปใกล้เตียงเพื่อก้มลงไปดูผู้บุกรุก เขาเห็นหญิงสาวคนหนึ่งกำลังนอนหลับสบายอยู่บนเตียงที่เขาหวงแหนหนักหนา กลิ่นกายของเธอหอมกรุ่นลอยมาเตะจมูก มันหอมจนเขาต้องก้มลงไปสูดดมแรงๆ
เขาไม่ได้กลิ่นหอมรัญจวนใจจากหญิงสาวคนใดแบบนี้มานานเท่าไหร่แล้วหนอ คงตั้งแต่ย้ายตัวเองไปอยู่เกาะเมตตา
นรราชสูดกลิ่นหอมละมุนนั้นแล้วทำให้รู้สึกสดชื่น เขาไม่เคยได้กลิ่นหอมสดชื่นจากผู้หญิงคนไหนแบบที่ได้รับจากคนที่แอบเข้ามานอนบนเตียงของเขาแบบนี้มาก่อน เพราะขยับเข้าไปใกล้มากจนเกินไป จึงทำให้ร่างสูงเสียหลักล้มลงไปทาบทับคนบนเตียง คนที่กำลังนอนหลับสบายอยู่บนเตียงถึงกับสะดุ้งตื่นตกใจ ทำท่าจะกรีดร้อง แต่นรราชรีบอุดปากของหล่อนเอาไว้ในทันที
“เธอเป็นใคร” เขาเอ่ยถามเสียงเข้ม ใบหน้าที่รกไปด้วยหนวดเคราและร่างสูงใหญ่ที่เจือไปด้วยกลิ่นแอลกอฮอล์คละคลุ้งทำให้นิรินมีท่าทีหวาดกลัว ร่างบอบบางพยายามดิ้น แต่เขาข่มขู่เสียงเข้มน่ากลัวทำให้เธอไม่กล้าดิ้นอีก
“ถ้าเธอดิ้นอีก ฉันจะปาดคอเธอซะ” เขานึกครึ้มอกครึ้มใจอยากแกล้งคนขี้กลัว เพราะรับรู้ถึงร่างกายอันสั่นเทาของคนใต้ร่าง นิรินหยุดดิ้นในขณะที่มือบอบบางถูกกดเอาไว้เหนือศีรษะ
“ตอบคำถามมาเสียดีๆ ห้ามโวยวายกรีดร้อง ไม่งั้นได้เป็นศพก่อนจะมีคนมาช่วยแน่ๆ” พอเขาพูดแบบนั้น เธอก็รีบพยักหน้าทันที
นรราชมองเธอเหมือนเธอเป็นทุกอย่างที่เขาไม่เคยรู้ว่าตัวเองต้องการ“เนยนี่แหละครับ… ทำให้ที่นี่เป็นบ้านจริง ๆ”เธอหน้าแดงแต่ก็พิงไหล่เขาเบา ๆในอ้อมแขนอีกด้านลูกสองคนกลับหลับสนิทอย่างปลอดภัยพี่น้ำกอดตุ๊กตาหมีน้องหลับบนอกแม่อย่างสงบเสียงหายใจเบา ๆ ของเด็กทั้งสองทำให้ค่ำคืนนี้สมบูรณ์แบบที่สุดและครอบครัวนี้ก็ปิดวันด้วยความรักอบอุ่นอีกหนึ่งวันในบ้านที่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและหัวใจที่เติบโตไปพร้อมกันทุกวันเช้าของวันนี้สดใสเป็นพิเศษเหมือนทั้งบ้านรู้ว่าวันนี้จะมีเรื่องดีเกิดขึ้นนิรินวางลูกชายลงบนพรมตามกิจวัตรวันนี้เขาดูตั้งใจเป็นพิเศษ มือเล็ก ๆ กำของเล่นแน่นตาใสเป็นประกายเหมือนพร้อมจะทำอะไรใหม่ ๆหนูน้ำวิ่งมาอย่างรวดเร็วถือหมอนพิงเล็ก ๆ ไว้ในมือ“คุณแม่คะ!! วันนี้หนูน้ำจะให้น้องนั่งค่ะ!! หนูน้ำเตรียมหมอนแล้วค่ะ!”นรราชที่เดินตามลูกสาวมาทำหน้าใจหายวาบทันที“เดี๋ยวก่อนครับลูก นั่งเลยไม่ได้ครับ! เดี๋ยวล้ม!”หนูน้ำทำตาโต“หนูน้ำจะรองค่ะคุณพ่อ! น้องไม่ล้มค่ะ!”นิรินหัวเราะนุ่ม ๆ“ไม่เป็นไรค่ะ ให้เขาลองนั่งทรงตัวดูค่ะ เราคอยประคองนะคะ”นรราชถอนหายใจแต่พอเห็นนิรินยิ้ม เขาก็ยอมเงียบและย
เขายกมือขึ้นเอื้อมช้า ๆและจับนิ้วพี่น้ำก่อนหนูน้ำกรี๊ดเสียงดีใจ“เย้!!!! น้องจับนิ้วหนูน้ำค่ะ!!!! หนูน้ำได้คะแนนค่ะ!!!!!”นรราชอ้าปากค้าง“เดี๋ยวสิครับ… พ่อก็ยื่นให้ก่อนนะครับ…”นิรินหัวเราะจนไหล่สั่น“ลูกเลือกพี่สาวค่ะลุงราช”น้องชายบีบนิ้วพี่น้ำเบา ๆทำเสียง “อ๊ะอือ”เหมือนกำลังหัวเราะแบบพอใจสุด ๆหนูน้ำทำหน้าฟินสุดชีวิต“คุณแม่คะ น้องรักหนูน้ำที่สุดค่ะ!!!”นรราชยอมรับสภาพยิ้มมุมปาก“ครับ… พี่สาวชนะไปก่อนแล้ววันนี้…”หลังจากจับนิ้วพี่น้ำจนพอใจน้องชายก็หันไปมองนิ้วของพ่อเอื้อมอีกครั้งแล้วจับนิ้วของนรราชแน่น ๆ เช่นกันนรราชตาโตก่อนจะยิ้มกว้างจนหุบไม่ได้“เนยครับ เขาจับนิ้วผมแล้วครับเขาจับจริง ๆ ครับ!”หนูน้ำมองแล้วพูดแบบยอมรับ“ก็ได้ค่ะ… น้องรักคุณพ่อด้วยค่ะ”นิรินยิ้มหวาน“เขารักทุกคนค่ะลูก”น้องชายจับนิ้วของพ่อไว้สักครู่ก่อนจะปล่อย แล้วเอื้อมไปจับนิ้วของแม่ไม่แน่นเท่าที่จับของพี่น้ำแต่จับไว้นานกว่าและนิ้วเล็ก ๆ ลูบเบา ๆ เหมือนรู้ว่าใครคือความอบอุ่นที่สุดของเขานิรินใจเต้นเบา ๆก้มลงหอมมือเขา“ค่ะลูก… แม่อยู่ตรงนี้ค่ะ”นรราชมองภาพนี้ด้วยสายตาที่อ่อนโยนที่สุดเหมือนหัวใจจ
“อา…แม่”เงียบไปหนึ่งวินาทีก่อนบ้านจะปะทุขึ้นเป็นเสียงดังสนั่นเหมือนงานฉลองปีใหม่หนูน้ำ: “น้องพูดค่ะ!!!”นรราช: “เขาพูดว่าอะไรครับเนย ได้ยินไหมครับ”นิรินมือสั่นเล็กน้อยหัวใจเต้นแรงจนแทบหลุดออกมาเธอยิ้มกว้าง และดวงตาคลอไปด้วยน้ำใส ๆ“เขาเรียกแม่ค่ะ…ลุงราชคะ เขาเรียกแม่ค่ะ…”นรราชนิ่งไปมองลูกชายด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรักล้นจนเอ่อช้า ๆ เขาเอื้อมมือไปจับหลังมือเล็ก ๆ ของลูก“ลูกครับ… ลูกเรียกแม่แล้วครับ…”หนูน้ำตีมือดีใจกระโดดบนพื้น“น้องรักคุณแม่มากที่สุดค่ะ!!”นิรินหัวเราะทั้งน้ำตาก้มลงหอมแก้มลูกชายซ้ำแล้วซ้ำอีก“ลูกคะ… ขอบคุณนะคะ…”น้องชายยิ้มกว้างตาเป็นประกายใสเหมือนเข้าใจความดีใจของทุกคนหลังเก็บของเล่นหลังอาหารเย็นหลังอาบน้ำให้เด็กทั้งสองเสร็จห้องนั่งเล่นเงียบลง เหลือเพียงเสียงลมพัดเบา ๆ ผ่านหน้าต่างนรราชเดินเข้ามานั่งข้างภรรยาลูกทั้งสองนั่งเล่นด้วยกันบนพรมเขาก้มลงกระซิบเสียงทุ้มเบาและจริงใจที่สุด“เนยครับ… ตอนเขาเรียก ‘แม่’ นะครับผมมีความสุขมากกว่าที่คิดไว้เยอะเลยครับ”นิรินเงยหน้ามองรอยยิ้มอบอุ่นจนหัวใจลุงราชแทบละลาย“ลุงราชคะ… เขาเรียกได้เพราะคุณคอยอยู่ข้าง
นิรินพิงไหล่สามีน้ำเสียงเธอนุ่มเหมือนผ้าห่มอุ่น“ระหว่างที่เขาพลิกตัวได้วันนี้นะคะ เนยเห็นเลยค่ะว่า ลูกจะเติบโตไปพร้อมกับครอบครัวที่รักเขามากที่สุด”นรราชกอดทั้งสามคนแน่นขึ้นแล้วพูดเสียงเบาที่มีแต่ความจริงใจ“เพราะเนยนี่แหละครับ ที่ทำให้บ้านนี้เป็นบ้าน”นิรินใจสั่นเบา ๆแต่ยิ้มตอบอย่างรักมากหนูน้ำจดประโยคนี้ลงสมุดทันทีทั้งที่ไม่รู้ว่าหมายความว่าอะไรทั้งหมดแต่รู้ว่ามันคือประโยคสำคัญและขณะที่ทุกคนกำลังหัวเราะเบา ๆน้องชายที่เพิ่งพลิกตัวได้วันนี้ก็ยิ้มกว้างอีกครั้งเหมือนประกาศว่า“ผมมีความสุขที่สุดเลยครับ”และทั้งบ้านก็ยิ้มตามเต็มไปด้วยความรักที่มากขึ้นกว่าเดิมอีกหนึ่งวันเช้าวันนี้ท้องฟ้าสีใสแสงแดดอ่อน ๆ ส่องเข้ามาในห้องนั่งเล่นนิรินวางลูกชายลงบนเบาะนุ่มตามปกติเด็กน้อยนอนหงาย มือปัดไปมาเหมือนกำลังจับอากาศวันนี้เขาดูจะกระตือรือร้นเป็นพิเศษส่งเสียง “อะอือแอะ” ไม่หยุดขาเล็ก ๆ ดีดไปมาเหมือนกำลังตื่นเต้นกับอะไรบางอย่างหนูน้ำที่ถือถังของเล่นวิ่งเข้ามามาพร้อมพลังเต็มร้อยเหมือนเช่นทุกวัน“คุณแม่คะ! วันนี้หนูน้ำจะสอนน้องเล่นของเล่นค่ะ!!”นิรินหัวเราะเบา ๆ“วันนี้น้องน่าจะอยากลอง
เมื่อประกาศโปรเจกต์เสร็จ หนูน้ำก็เริ่มกวาดตามองทั่วห้อง“คุณพ่อคะ หนูน้ำจะเริ่มถ่ายรูปค่ะ”นรราชสะดุ้ง“ถ่ายตอนนี้เลยเหรอครับลูก”“ใช่ค่ะ เพราะน้องกำลังหลับน่ารักเลยค่ะ”นิรินหัวเราะ“งั้นเนยจะถือโทรศัพท์ให้นะคะ” แต่หนูน้ำรีบวิ่งไปหยิบโทรศัพท์ของตัวเองที่มีเคสสีชมพู ที่เธอไม่ได้ใช้โทร.จริง แต่ใช้เป
นิรินรีบเอามือปิดปากลูกสาว“ไม่ค่ะลูก คุณพ่อพูดเล่นค่ะ!”นรราชหน้าแดงอย่างงง ๆ“ฉันไม่ได้ตั้งใจให้ลูกตกใจ”หนูน้ำนั่งลงแล้วมองน้องตาไม่กะพริบ“น้องต้องปลอดภัยค่ะ หนูน้ำจะคอยดูค่ะ!”ในที่สุด เขาก็สามารถใส่เสื้อให้น้องได้สำเร็จไม่มีร้องไห้เพิ่ม ไม่มีอุบัติเหตุเล็ก ๆ และไม่มีแขนหลุด อย่างที่พี่สาวกลั
“คุณพ่อคะ… น้องหิวหรือเปล่าคะ”เขาหันไปมองลูกสาว“น่าจะใช่ครับ แต่พ่อให้ดื่มนมที่ปั๊มไว้ได้ พ่อไม่อยากปลุกแม่”หนูน้ำพยักหน้าเหมือนเข้าใจงานใหญ่“หนูน้ำช่วยได้ไหมคะ”“ช่วยได้ครับ… ช่วยนั่งเป็นกำลังใจให้พ่อ”เด็กน้อยยิ้มกว้างทันที“ค่ะ!”นรราชเอาขวดนมอุ่น ๆ ลงในเครื่องอุ่น แล้วอุ้มลูกชายขึ้นซบอกมือ
“เนย… ทำไมหน้าซีดแบบนั้นครับ”นรราชเดินเข้ามาในห้อง สีหน้าดูจริงจังจนหนูน้ำต้องรีบวิ่งไปเกาะมือพ่อเอาไว้เขากวาดตามองสภาพเมียตั้งแต่หัวจรดเท้า แล้วมองจานกล้วยที่ลูกกำลังกำอยู่“เมื่อเช้าเนยกินข้าวหรือยัง”“เนยพยายามกินแล้วค่ะ แต่มันคลื่นไส้ก็เลย…”“ก็เลยไม่กินใช่ไหมครับ”น้ำเสียงชายหนุ่มต่ำลงอย่างห





