แชร์

บทที่ 4

ผู้เขียน: ปู๋ชั่ว
เหล่าองครักษ์นับไม่ถ้วนเดินตรงเข้ามาหาข้า ข้ายังไม่ทันได้ดิ้นรน ก็ถูกกดลงกับพื้นอย่างแรง

ปลายมีดคมกริบแทงทะลุเข้าที่หน้าอกของข้า จากนั้นเสียงทุกอย่างรอบตัวก็ดับหายไป

ในห้วงเวลานั้น ข้ากลับแยกไม่ออกว่า ความเจ็บปวดที่ราวกับหัวใจถูกฉีกเป็นชิ้น ๆ นี้ มาจากบาดแผล หรือมาจากลู่สิงโจวกันแน่

หลังหมดสติ ข้าฝันร้ายอันน่าสะพรึงกลัว

ในความฝัน ข้ากับลู่สิงโจวนั่งอยู่บนขั้นบันไดตำหนักเย็น ก่อนหน้านั้นไม่นาน ข้าเพิ่งถูกลงโทษเพราะถูกใส่ร้ายว่าขโมยเครื่องประดับขององค์หญิง

เขาค่อย ๆ ทายาให้มือของข้าที่ถูกลงทัณฑ์ด้วยไม้หนีบนิ้วอย่างทะนุถนอม “เขาว่ากันว่าสิบนิ้วเชื่อมถึงหัวใจ คงเจ็บมากสินะ”

ข้ามองการกระทำอันอ่อนโยนของเขา ก่อนยิ้มปลอบ “ไม่เจ็บเพคะ ขอเพียงฝ่าบาทเชื่อบ่าว ต่อให้บาดเจ็บหนักกว่านี้ บ่าวก็ไม่รู้สึกเจ็บ”

ดวงตาของเขาแดงก่ำ ก่อนดึงข้าเข้าไปกอด “แน่นอนว่าข้าเชื่อเจ้า ข้าจะเชื่อเจ้า... ตลอดไป”

เมื่อลืมตาตื่น ลู่สิงโจวนั่งอยู่ข้างเตียงของข้า พอเห็นข้าฟื้น เขาก็เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ในที่สุดก็ฟื้นแล้ว ยังเจ็บอยู่หรือไม่”

ทันทีที่เห็นเขา ข้าก็เผลอรีบแก้ตัวตามสัญชาตญาณ “ฝ่าบาท ไม่ใช่บ่าวเพคะ บ่าวไม่ได้วางยาคุณหนูหลิ่ว”

ลู่สิงโจวเพียงมองข้าเงียบ ๆ กว่าจะเอ่ยขึ้นก็ผ่านไปเนิ่นนาน “ข้ารู้”

ข้ามองเขากลับอย่างไม่อยากเชื่อ

“ฝ่าบาท... ทรงรู้หรือเพคะ?”

สีหน้าของเขาไร้อารมณ์ “ข้ารู้ว่าอาอินไม่ได้ถูกพิษ รู้ว่าเจ้าไม่ได้วางยาพิษ และรู้ด้วยว่าเรื่องใช้เลือดจากหัวใจถอนพิษนั้นเป็นเรื่องเหลวไหล”

“แต่ข้าจำเป็นต้องทำเช่นนั้น เพราะมีเพียงวิธีนี้เท่านั้นที่อาอินจะพอใจ”

“ข้าไม่รู้ว่าเจ้าทำให้อาอินขุ่นเคืองเรื่องใด ได้แต่ต้องให้เจ้ารับความอยุติธรรมไว้”

มองคนตรงหน้าพูดคำเหล่านี้ด้วยสีหน้าเรียบเฉยและห่างเหิน ข้ารู้สึกราวกับถูกสายฟ้าฟาด

เขากลายเป็นคนที่ข้าไม่รู้จัก หรือบางที... ข้าอาจไม่เคยรู้จักตัวตนที่แท้จริงของเขาเลย

เด็กหนุ่มที่ข้ารักผู้นั้นหายไปนานแล้ว หายไปพร้อมกับตำหนักเย็นอันมืดหม่นชื้นเย็น หายไปพร้อมสงครามชิงบัลลังก์ที่นองเลือด และข้าคิดว่า... คงไม่มีวันได้พบเขาอีกแล้ว

ลู่สิงโจวเพียงมาเยี่ยมข้าครู่เดียว ก่อนรีบร้อนไปดูแลหลิ่วรั่วอินอีกครั้ง

เขาสั่งให้คนนำเครื่องประดับอัญมณีมากมายมาให้ ราวกับต้องการปลอบใจข้า

แต่ของเหล่านี้ จะลบรอยแผลที่เขาเป็นผู้มอบให้ข้าได้อย่างไร

ข้าเก็บของทั้งหมดไว้ ตั้งใจว่าก่อนออกจากวัง จะมอบให้บรรดานางกำนัลคนอื่น

หลิ่วรั่วอินไม่คิดปล่อยข้าไปง่าย ๆ แผลของข้ายังไม่ทันสมาน ก็มีคนมาถ่ายทอดคำสั่งให้ข้าไปปรนนิบัตินาง

เดิมทีนางกำนัลผู้ดูแลใกล้ชิดไม่จำเป็นต้องทำงานหนัก แต่นางกลับจงใจสั่งสาวใช้ของตนโยนงานสกปรกและงานหนักทั้งหมดในตำหนักหานซวงมาให้ข้าทำ

ฤดูหนาวในเมืองหลวงหนาวเหน็บจนแทบทนไม่ไหว ข้านั่งยอง ๆ อยู่กลางลาน ซักเสื้อผ้าทั้งหมดของตำหนักหานซวงทีละถัง

สมัยอยู่ตำหนักเย็น มือของข้าทิ้งอาการเรื้อรังไว้ ทุกวันนี้เพียงแตะน้ำเย็น มือทั้งสองก็จะบวมแดงราวกับหัวไชเท้า

แต่ภายในตำหนักกลับอบอุ่นยิ่งนัก ลู่สิงโจวรู้ว่าหลิ่วรั่วอินกลัวหนาว จึงให้ก่อเตาถ่านจนภายในอบอุ่นราวกับฤดูใบไม้ผลิ

เขามาเยี่ยมนางอยู่เสมอ บางครั้งทั้งสองก็เปิดหน้าต่าง นั่งชมหิมะอยู่ข้างหน้าต่างด้วยกัน

หิมะโปรยปรายเต็มท้องฟ้าตกลงบนดอกเหมยสีแดง งดงามเย็นเยียบและแฝงความเศร้า ลู่สิงโจวกอดนางไว้แน่น ใช้เสื้อคลุมห่อตัวนางไว้ทั้งร่าง เกรงแม้เพียงไอหนาวจะพัดต้องนาง

เพียงกำแพงกั้นไว้ด้านหนึ่ง ข้าต้องทนให้ลมและหิมะโหมกระหน่ำ ซักผ้าไปพลาง ฟังเสียงหัวเราะของหลิ่วรั่วอินกับลู่สิงโจวที่ดังออกมาจากในห้องไปพลาง

จนดึกดื่น ข้าจึงลากร่างที่บาดเจ็บของตนกลับห้องพักเพียงลำพังอย่างเชื่องช้า

ลู่สิงโจวยังคงมาที่ห้องของข้าทุกคืน ต่างจากก่อนที่หลิ่วรั่วอินจะเข้าวัง ตรงที่เขาเพียงกอดข้าไว้ ไม่แตะต้องข้าอีกเลย

เขามักกอดข้า แล้วเล่าเรื่องของเขากับหลิ่วรั่วอินในแต่ละวันให้ฟัง

วันนี้นางปักผ้าเช็ดหน้าให้เขาอีกผืน วันนี้นางยิ้มให้เขาอีกครั้ง นางเขย่งปลายเท้าขึ้นจุมพิตข้างใบหน้าของเขา

ข้าเพียงฟังเงียบ ๆ ไม่เอ่ยคำใด

วันนั้น นางกำนัลที่ถึงวัยออกจากวังมาหาข้าเพื่อสอบถามเรื่องการออกจากวัง หลังจากข้าอธิบายกำหนดวันและข้อควรระวังต่าง ๆ ให้นางแล้ว นางก็ถามขึ้นกะทันหัน “หมิงเยว่กูกู หลังออกจากวังแล้ว ท่านคิดจะทำอะไรหรือ?”

ข้าชะงักไปครู่หนึ่ง ครุ่นคิดอยู่นาน ก่อนยิ้มตอบ “ออกจากเมืองหลวงก่อน หากโชคดีก็คงได้แต่งงานกับคนดี ๆ สักคน จากนั้นก็ทำการค้าขายเล็ก ๆ ใช้ชีวิตอย่างคนธรรมดา”

“พอออกจากวังแล้ว ฟ้ากว้างทะเลไพศาล นกย่อมโบยบินได้อย่างอิสระ ทั้งเจ้าและข้าก็จะเป็นอิสระเช่นกัน”

สิ้นเสียงพูด ประตูห้องก็ถูกคนเตะเปิดอย่างแรง

ลู่สิงโจวยืนอยู่ตรงหน้าข้า สีหน้ามืดครึ้ม

“ออกจากวังอะไรกัน?!”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • สายพิณขาด กระจกรักร้าว   บทที่ 24

    หนึ่งชั่วยามต่อมา ทางวังก็ส่งคนมารับลู่สิงโจวกลับไปภายหลังข้าจึงได้รู้ว่า มือสังหารในวันนั้นคือพวกที่เหลือรอดของตระกูลหลิ่วทว่าเมื่อลู่สิงโจวฟื้นขึ้นมา เขากลับสูญเสียความทรงจำถึงกระนั้น ผู้คนในวังต่างรู้กันดีว่า ไม่ว่าราชกิจจะยุ่งเพียงใด เขาก็ยังคงไปดูแลต้นมะลิในอุทยานหลวงทุกวันวันเวลายังคงไหลผ่านไปอย่างเนิบช้าในเมืองเล็ก ข้ากับหลินเฟิงใช้ชีวิตอันสงบสุขต่อไปดังเดิมวันหนึ่ง ข้ากำลังตั้งใจปักภาพดอกโบตั๋นอยู่ในร้านปักผ้า จู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงเอะอะดังมาจากหน้าประตูข้าวางเข็มปักในมือลงแล้วลุกขึ้นไปดู ก็เห็นองครักษ์ในอาภรณ์หรูหรากลุ่มหนึ่งห้อมล้อมรถม้าคันงามที่จอดอยู่หน้าโรงปักผ้าม่านรถม้าถูกแหวกออกเบา ๆ สตรีผู้มีท่วงท่าสง่างามค่อย ๆ ก้าวลงมาเมื่อข้าเพ่งมองให้ชัด ก็พบว่านางคือชุนเอ๋อร์นางสวมชุดชาววังสีเขียวอ่อน ประดับศีรษะด้วยมุกหยก ดูสูงศักดิ์และงามสง่ายิ่งเมื่อเห็นข้า แววตาของนางก็ฉายประกายยินดี ก่อนจะรีบเดินตรงเข้ามาหา“พี่หมิงเยว่ ในที่สุดข้าก็หาท่านพบ”ชุนเอ๋อร์จับมือข้าไว้ น้ำเสียงเจือความตื่นเต้นอยู่ไม่น้อยข้าประหลาดใจอยู่ไม่น้อย ไม่คิดเลยว่าชุนเอ๋อร์จะมาปรากฏตัว

  • สายพิณขาด กระจกรักร้าว   บทที่ 23

    ลู่สิงโจวยืนอยู่หน้าประตู มองร่างอันคุ้นเคยตรงหน้า ถ้อยคำนับพันนับหมื่นอัดแน่นอยู่ในลำคอ จนชั่วขณะหนึ่งไม่อาจเอ่ยคำใดออกมาได้เขาค่อย ๆ ก้าวเข้ามาในลาน พลางเรียกเสียงแผ่ว “หมิงเยว่...”เมื่อได้ยินเสียงนั้น ข้าสะดุ้งหันกลับไปทันที และในวินาทีที่เห็นลู่สิงโจว ทั้งร่างก็แข็งค้างหลินเฟิงก้าวมาขวางหน้าข้าโดยสัญชาตญาณ พลางมองลู่สิงโจวอย่างระแวดระวังสายตาของลู่สิงโจวมองข้ามหลินเฟิงตรงมายังข้า แววตาเต็มไปด้วยความรักลึกซึ้งและความรู้สึกผิด “หมิงเยว่ ข้าตามหาเจ้ามานานเหลือเกิน”ข้าเคยคิดมาตลอดว่า หากได้พบเขาอีกครั้ง หัวใจข้าคงเต็มไปด้วยความเคียดแค้น ทว่าไม่คาดคิดเลยว่า ภายในใจกลับสงบนิ่งอย่างยิ่งเมื่อเห็นเช่นนั้น ลู่สิงโจวก็ราวกับคนเสียสติ โผเข้ากอดข้าไว้แน่น “หมิงเยว่ ข้าคิดถึงเจ้าเหลือเกิน กลับวังไปกับข้า มาเป็นฮองเฮาของข้า ดีหรือไม่”ข้าผลักเขาออก สีหน้าไร้ทั้งความโศกเศร้าและยินดี “ฝ่าบาท เชิญกลับไปเถิด”เมื่อได้ยินเช่นนั้น ลู่สิงโจวก็รวบข้าเข้าสู่อ้อมแขนอีกครั้ง แรงที่ใช้ยิ่งเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนข้าหายใจแทบไม่ออกหลินเฟิงกระชากเขาออกทันที ดวงตาเต็มไปด้วยโทสะ “หากฝ่าบาทรักหมิงเยว่จ

  • สายพิณขาด กระจกรักร้าว   บทที่ 22

    ในเวลาเดียวกัน ข้ากับหลินเฟิงก็ไม่ได้อยู่นิ่งในเมืองเล็กแห่งนั้นพวกเราศึกษาคัมภีร์โบราณที่ชายชรามอบให้อย่างละเอียด หวังจะค้นหาหลักฐานเพิ่มเติมเกี่ยวกับการก่อกบฏของตระกูลหลิ่ววันหนึ่ง ข้าพบแผ่นหนังแกะเก่าเหลืองซีดซ่อนอยู่ตามรอยแยกของคัมภีร์ บนแผ่นหนังมีสัญลักษณ์และเครื่องหมายประหลาดวาดเอาไว้“หลินเฟิง รีบมาดูนี่!” ข้าเรียกเขาด้วยความตื่นเต้นหลินเฟิงโน้มตัวเข้ามา เพ่งพินิจแผ่นหนังแกะ พลางขมวดคิ้วแน่น “สัญลักษณ์พวกนี้ดูเหมือนรหัสลับบางอย่าง อาจเกี่ยวข้องกับแผนการของตระกูลหลิ่วก็ได้”พวกเราจึงเริ่มค้นคว้าตำราต่าง ๆ และขอคำชี้แนะจากผู้รู้ในเมืองหลายคน จนในที่สุดก็ถอดความหมายของสัญลักษณ์เหล่านั้นได้สำเร็จที่แท้ บนแผ่นหนังแกะบันทึกสถานที่และเวลาที่ตระกูลหลิ่วใช้ติดต่อกับกองกำลังฝ่ายต่าง ๆ อย่างลับ ๆ“นี่เป็นการค้นพบครั้งใหญ่จริง ๆ!” หลินเฟิงกล่าวด้วยความตื่นเต้น “เมื่อมีข้อมูลพวกนี้ เราก็จะสาวไปถึงพวกพ้องของตระกูลหลิ่ว และกวาดล้างพวกมันให้สิ้นซากได้”ดังนั้น พวกเราจึงตัดสินใจนำข่าวนี้ไปแจ้งแก่เสนาบดีผู้คอยสนับสนุนหลินเฟิงในการรวบรวมหลักฐานมาโดยตลอดเพื่อให้ข่าวส่งถึงอย่างปลอดภัย

  • สายพิณขาด กระจกรักร้าว   บทที่ 21

    ทันใดนั้น ประตูตำหนักบรรทมก็ถูกผลักเปิดออก หลิ่วรั่วอินก้าวเข้ามาด้วยท่าทีอ่อนช้อย“ฝ่าบาท ท่านไม่ได้อยู่กับหม่อมฉันมานานแล้วนะเพคะ”สิ้นเสียงนาง ลู่สิงโจวก็พุ่งเข้าบีบคอนางทันที"เจ้าคิดจริง ๆ หรือว่าข้าไม่กล้าฆ่าเจ้า"ความอึดอัดจากการขาดอากาศหายใจถาโถมเข้าใส่ ใบหน้าของหลิ่วรั่วอินซีดเผือดในพริบตา“ฝ่าบาท... ท่านทำหม่อมฉันเจ็บ!”ลู่สิงโจวไม่สนใจแม้แต่น้อย แรงที่บีบคอยิ่งเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆเสียง “กร๊อบ” ดังขึ้น หลิ่วรั่วอินรู้สึกถึงความเจ็บปวดรุนแรงที่ลำคอ นางจึงกัดมือของลู่สิงโจวที่กำลังบีบคอตนโดยสัญชาตญาณลู่สิงโจวขมวดคิ้ว ก่อนจับศีรษะของนางกระแทกเข้ากับเสาเตียงครั้งหนึ่ง... สองครั้ง...เลือดไหลอาบลงมาจากหน้าผากของหลิ่วรั่วอิน ภาพนั้นชวนหวาดหวั่นเป็นอย่างยิ่งดวงตาของลู่สิงโจวแดงก่ำ ราวกับสัตว์ป่าที่กำลังคลุ้มคลั่งก่อนที่หลิ่วรั่วอินจะหมดสติ นางถอดปิ่นปักผมออก แล้วแทงเข้าไปยังบริเวณหัวใจของลู่สิงโจวอย่างแรง“ทหาร! คุ้มกันฝ่าบาท!”องครักษ์กลุ่มหนึ่งถือดาบบุกเข้ามา ก่อนช่วยกันกดหลิ่วรั่วอินลงกับพื้นลู่สิงโจวกุมหน้าอก หอบหายใจหนัก “หลิ่วรั่วอินคิดลอบสังหารข้า งประหารชีว

  • สายพิณขาด กระจกรักร้าว   บทที่ 20

    ขณะที่พวกเรากำลังเคลิบเคลิ้มไปกับทิวทัศน์อันงดงามเบื้องหน้า จู่ ๆ สีหน้าของหลินเฟิงก็เคร่งขรึมขึ้น เขากวาดตามองไปรอบด้านอย่างระแวดระวัง “หมิงเยว่ ระวังตัว ข้ารู้สึกว่ามีคนอยู่แถวนี้”ข้าขยับเข้าไปใกล้เขาโดยไม่รู้ตัว หัวใจก็เริ่มเต้นกระหน่ำในตอนนั้นเอง ชายชราผู้หนึ่งในชุดผ้าสีเรียบก็ค่อย ๆ เดินออกมาจากพุ่มไม้แม้เส้นผมของเขาจะขาวโพลน แต่ยังดูกระฉับกระเฉงแข็งแรง ดวงตาเปี่ยมด้วยความลุ่มลึกและเฉลียวฉลาดชายชรากวาดตามองพวกเราตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า ก่อนพยักหน้าเล็กน้อย “สหายน้อยทั้งสองอย่าได้ตื่นตกใจ ข้าไม่มีเจตนาร้าย”หลินเฟิงก้าวมาบังอยู่เบื้องหน้าข้า ก่อนเอ่ยถามอย่างระมัดระวัง “ไม่ทราบว่าท่านอาวุโสเป็นผู้ใด เหตุใดจึงอยู่ที่นี่”ชายชรายิ้มบาง ๆ “ข้าเป็นผู้สันโดษที่อาศัยอยู่ในภูเขาแห่งนี้ ปลีกวิเวกอยู่ที่นี่มาหลายสิบปีแล้ว”"วันนี้เห็นพวกเจ้าทั้งสองเข้ามาถึงที่นี่ จึงออกมาดูเสียหน่อย เมื่อมองจากสีหน้าของพวกเจ้าแล้ว คงผ่านเรื่องราวยากลำบากมามากไม่น้อย”ข้ากับหลินเฟิงสบตากัน หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง จึงเล่าความชั่วช้าของตระกูลหลิ่ว รวมถึงสิ่งที่พวกเราประสบมาให้ชายชราฟังโดยสังเขปเมื่อ

  • สายพิณขาด กระจกรักร้าว   บทที่ 19

    ข้ากับหลินเฟิงได้รับข่าวในเมืองเล็กว่า ตระกูลหลิ่วได้ย้ายกองทหารฝีมือดีสามพันนายไปประจำการที่เขาจู๋ซีแล้วทันทีที่ได้ยินข่าวนี้ ข้ากับหลินเฟิงสบตากัน ต่างมองเห็นทั้งความเคร่งเครียดและความเด็ดเดี่ยวในแววตาของอีกฝ่ายภูมิประเทศของเขาจู๋ซีสลับซับซ้อน ป้องกันง่ายแต่บุกยาก การที่ตระกูลหลิ่วย้ายกองกำลังมาที่นี่ ย่อมแสดงว่าพวกเขาวางแผนไว้อย่างรัดกุมแล้วแต่ขณะเดียวกัน นั่นก็หมายความว่าพวกเราอาจพบหลักฐานชิ้นสำคัญยิ่งกว่าที่นั่น และโค่นล้มตระกูลหลิ่วได้อย่างสิ้นเชิง“หมิงเยว่ การเดินทางครั้งนี้อันตรายอย่างยิ่ง” หลินเฟิงกุมมือข้าไว้แน่น พลางมองข้าด้วยสายตาแน่วแน่ “แต่นี่อาจเป็นโอกาสสุดท้ายที่พวกเราจะโค่นตระกูลหลิ่วให้สิ้นซาก”ข้าพยักหน้าอย่างหนักแน่น “ข้าไม่กลัว หลินเฟิง ขอเพียงกำจัดภัยให้ชาวบ้านและช่วยแบ่งเบาภาระของเจ้าได้ ข้ายินดีเผชิญทุกอย่างไปพร้อมกับเจ้า”จากนั้นพวกเราจึงเก็บสัมภาระอย่างง่าย ๆ แล้วออกเดินทางสู่เขาจู๋ซีทันทีตลอดเส้นทาง ป่าไม้ขึ้นหนาทึบ หนทางขรุขระคดเคี้ยว ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยความยากลำบากแต่ด้วยความมุ่งมั่นที่ยึดมั่นอยู่ในใจ พวกเราจึงไม่เคยคิดถอยแม้แต่น้อยในที่สุ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status