แชร์

บทที่ 8

ผู้เขียน: ปู๋ชั่ว
วินาทีนั้น โลกทั้งใบของข้าราวกับมืดดับลง

เมื่อดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า ผู้คนต่างแยกย้าย ข้ากอดเสี่ยวไป๋ที่อาบไปด้วยเลือดไว้ในอ้อมแขน หัวใจแตกสลายจนแทบทนไม่ไหว

น้ำตาไหลชโลมขนของมันจนเปียกชุ่ม ปะปนกับโลหิต ทำให้มันดูน่าเวทนายิ่งนัก

ข้าลูบศีรษะของมันเบา ๆ ทว่าศีรษะเล็ก ๆ นั้นกลับห้อยนิ่งแข็งทื่อ มันจะไม่มีวันกระดิกหางต้อนรับข้าด้วยความดีใจอีกแล้ว

หัวใจเจ็บปวดราวกับจะแตกเป็นเสี่ยง ๆ ข้าอ้าปากอย่างไร้เรี่ยวแรง แม้แต่จะเอื้อนเอ่ยสักคำก็ยังทำไม่ได้

เป็นเพราะข้าไร้ความสามารถ ข้าปกป้องมันไว้ไม่ได้

ข้าขุดหลุมเล็ก ๆ ในลานเรือน แล้วฝังมันลงไปด้วยมือตนเอง

กลางดึก มือคู่หนึ่งที่คุ้นเคยโอบรอบเอวข้าอีกครั้ง

ลู่สิงโจวแนบกายเข้ามา พลางเอ่ยเสียงแผ่ว “ก็เป็นเพียงสุนัขตัวหนึ่งเท่านั้น อย่าเสียใจนักเลย ภายหน้าข้าจะหาตัวที่หน้าตาคล้ายกันมาให้เจ้าสักตัว”

ต่อให้คล้ายแล้วอย่างไร ต่อให้เหมือนเพียงใด มันก็ไม่ใช่เสี่ยวไป๋ของข้า

ยิ่งไปกว่านั้น หลิ่วรั่วอินเกลียดสุนัขถึงเพียงนั้น หากวันหน้าฝ่าบาทหาสุนัขมาให้ข้าอีก นางจะไม่ใช้วิธีเดิมอีกหรือ?

ข้าไม่ตอบ เพียงขยับตัวหลบไปด้านหนึ่ง

ภายในห้องเงียบงันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่เขาจะเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นอีก “หมิงเยว่ พรุ่งนี้ข้าตั้งใจจะพาอาอินไปพักฟื้นที่ตำหนักนอกวังสักหลายวัน น้ำพุเย็นที่นั่นช่วยรักษาบาดแผลได้”

“เจ้าไปกับข้าด้วยก็แล้วกัน พอดีเจ้าก็มีบาดแผลอยู่เช่นกัน”

ข้าเอ่ยปฏิเสธ “บ่าวไม่ไปได้หรือไม่เพคะ บ่าวยังมีธุระอื่น”

เขาคงไม่คิดว่าข้าจะปฏิเสธ จึงถามต่อทันที “ธุระอะไร?”

ข้าตั้งสติ ก่อนตอบเขาอย่างจริงจัง

“ฝ่าบาท บ่าวไม่เคยขอสิ่งใดจากท่านเลย เรื่องแรก บ่าวขอให้ท่านไว้ชีวิตสุนัขที่บ่าวเลี้ยงไว้ แต่ท่านไม่ยินยอม”

“เรื่องที่สอง บ่าวอยากขอท่านว่า อย่าให้บ่าวติดตามท่านกับคุณหนูหลิ่วไปตำหนักนอกวังเลย ได้โปรดรับปากบ่าวด้วยเพคะ”

เมื่อได้ยินน้ำเสียงจริงจังของข้า เขาก็นิ่งอึ้งไปเล็กน้อย

หลังเงียบอยู่ครู่หนึ่ง เขาคงคิดว่าข้ายังโกรธเรื่องสุนัข จึงไม่อยากพบหน้าหลิ่วรั่วอิน ก่อนจะเอ่ยขึ้นอีกว่า “อาอินก็เพียงนิสัยเอาแต่ใจไปบ้าง แต่เนื้อแท้ไม่ได้เป็นคนเลว เจ้าอย่าไปถือสานางเลย”

ถือสาหรือ? ข้าจะกล้าถือสานางได้อย่างไร แล้วข้าเคยมีสิทธิ์ไปถือสานางตั้งแต่เมื่อไรกัน

ข้าไม่พูดอะไร เพียงยิ้มอย่างขมขื่นและเศร้าสร้อย

เมื่อเห็นสีหน้าข้าไม่สู้ดี เขาจึงยอมอ่อนข้อในที่สุด

“ในเมื่อเจ้าไม่อยากไป ก็ไม่ต้องไป อยู่ในวังรอข้ากลับมาก็พอ”

ข้าหลับตาลง ไม่มีวันเป็นเช่นนั้นอีกแล้ว

ฝ่าบาท จ้าวหมิงเยว่จะไม่มีวันรอท่านกลับมาอีกแล้ว

รุ่งเช้าของวันถัดมา ลู่สิงโจวต้องพาหลิ่วรั่วอินไปตำหนักนอกวัง จึงตื่นแต่เช้าตรู่

ก่อนออกจากห้อง ข้าเรียกเขาไว้เป็นครั้งแรกในรอบนาน

“ฝ่าบาท”

เขาหันกลับมามองข้า ใบหน้ายังคงหล่อเหลาเหนือสามัญไม่ต่างจากเมื่อก่อน

แต่ข้ารู้ดีว่า เขาไม่ใช่คนเดิมอีกแล้ว

ข้าเพียงยิ้ม

“การออกจากวังครั้งนี้ ขอฝ่าบาทรักษาตัวด้วยเพคะ”

เขาขมวดคิ้วน้อย ๆ “ข้ารู้แล้ว เจ้าก็เช่นกัน”

ข้าไม่ได้ตอบ เพียงคุกเข่าลง ก้มกราบคำนับเขาอย่างนอบน้อมที่สุด

“ฝ่าบาท ขอให้ท่านกับคุณหนูหลิ่วรักใคร่กลมเกลียว ครองคู่กันยืนยาวจนแก่เฒ่า”

เขาประหลาดใจกับการกระทำของข้า แต่เพราะเกรงว่าหลิ่วรั่วอินจะรอ จึงไม่ได้ซักถามและรีบจากไปอย่างเร่งร้อน

ข้ามองแผ่นหลังของเขา พลางยิ้มและเอ่ยคำอำลาจนจบ

สายพิณขาด กระจกส่องหน้าร้าว น้ำค้างยามเช้าเหือดหาย ฤดูบุปผาสิ้นสุด บทเพลงผมหงอกขับขานถึงความเจ็บปวดแห่งการจากลา

ขอให้ท่านดูแลตนเอง กินให้อิ่ม อย่าได้คำนึงถึงข้าอีก สายน้ำจิ่นไหลเชี่ยวกราก นับแต่นี้ขอจากท่านชั่วนิรันดร์

จากนี้ไป เจ้ากับข้า จะไม่มีวันพบกันอีกตลอดกาล

ข้าหยิบห่อสัมภาระที่เก็บเตรียมไว้ล่วงหน้า แล้วมุ่งหน้าไปยังกรมวังเพื่อรับป้ายอนุญาตออกจากกรมวัง

หลังลงชื่อและประทับลายนิ้วมือเรียบร้อย ข้าก็เดินตามกลุ่มนางกำนัลที่จะออกจากวัง ค่อย ๆ มุ่งหน้าไปยังประตูวัง

ตลอดทาง ทุกคนยังคงซุบซิบกันว่า เพื่อหลิ่วรั่วอิน ฝ่าบาทถึงกับงดว่าราชการสามวัน และพานางไปพักผ่อนที่บ่อน้ำพุเย็นซึ่งมีเพียงเชื้อพระวงศ์เท่านั้นจึงจะได้ใช้

ดูท่าว่า ตำแหน่งฮองเฮาของหลิ่วรั่วอินคงอยู่แค่เอื้อมแล้ว

ข้าก้มหน้า ราวกับไม่ได้ยินเสียงพูดคุยเหล่านั้น สนใจเพียงประตูวังที่ใกล้เข้ามาทีละน้อย

คนในแถวค่อย ๆ ลดน้อยลง ในที่สุดก็ถึงตาของข้า

ภาพตลอดกว่ายี่สิบกว่าปีที่ผ่านมาไหลผ่านสายตาข้าอย่างรวดเร็ว นับจากวันนี้เป็นต้นไป เรื่องราวทั้งหมดนี้จะหลุดพ้นจากชีวิตของข้าโดยสิ้นเชิง

ข้ายื่นป้ายอนุญาตออกจากวังให้ทหารยาม เขาส่งทะเบียนทาสคืนมาให้ ข้ารับมันไว้ แล้วฉีกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยด้วยมือตนเอง

ประตูวังเปิดออกกว้าง ข้าก้าวออกไปนอกประตูวังอย่างไม่อาลัยอาวรณ์แม้แต่น้อย!

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • สายพิณขาด กระจกรักร้าว   บทที่ 24

    หนึ่งชั่วยามต่อมา ทางวังก็ส่งคนมารับลู่สิงโจวกลับไปภายหลังข้าจึงได้รู้ว่า มือสังหารในวันนั้นคือพวกที่เหลือรอดของตระกูลหลิ่วทว่าเมื่อลู่สิงโจวฟื้นขึ้นมา เขากลับสูญเสียความทรงจำถึงกระนั้น ผู้คนในวังต่างรู้กันดีว่า ไม่ว่าราชกิจจะยุ่งเพียงใด เขาก็ยังคงไปดูแลต้นมะลิในอุทยานหลวงทุกวันวันเวลายังคงไหลผ่านไปอย่างเนิบช้าในเมืองเล็ก ข้ากับหลินเฟิงใช้ชีวิตอันสงบสุขต่อไปดังเดิมวันหนึ่ง ข้ากำลังตั้งใจปักภาพดอกโบตั๋นอยู่ในร้านปักผ้า จู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงเอะอะดังมาจากหน้าประตูข้าวางเข็มปักในมือลงแล้วลุกขึ้นไปดู ก็เห็นองครักษ์ในอาภรณ์หรูหรากลุ่มหนึ่งห้อมล้อมรถม้าคันงามที่จอดอยู่หน้าโรงปักผ้าม่านรถม้าถูกแหวกออกเบา ๆ สตรีผู้มีท่วงท่าสง่างามค่อย ๆ ก้าวลงมาเมื่อข้าเพ่งมองให้ชัด ก็พบว่านางคือชุนเอ๋อร์นางสวมชุดชาววังสีเขียวอ่อน ประดับศีรษะด้วยมุกหยก ดูสูงศักดิ์และงามสง่ายิ่งเมื่อเห็นข้า แววตาของนางก็ฉายประกายยินดี ก่อนจะรีบเดินตรงเข้ามาหา“พี่หมิงเยว่ ในที่สุดข้าก็หาท่านพบ”ชุนเอ๋อร์จับมือข้าไว้ น้ำเสียงเจือความตื่นเต้นอยู่ไม่น้อยข้าประหลาดใจอยู่ไม่น้อย ไม่คิดเลยว่าชุนเอ๋อร์จะมาปรากฏตัว

  • สายพิณขาด กระจกรักร้าว   บทที่ 23

    ลู่สิงโจวยืนอยู่หน้าประตู มองร่างอันคุ้นเคยตรงหน้า ถ้อยคำนับพันนับหมื่นอัดแน่นอยู่ในลำคอ จนชั่วขณะหนึ่งไม่อาจเอ่ยคำใดออกมาได้เขาค่อย ๆ ก้าวเข้ามาในลาน พลางเรียกเสียงแผ่ว “หมิงเยว่...”เมื่อได้ยินเสียงนั้น ข้าสะดุ้งหันกลับไปทันที และในวินาทีที่เห็นลู่สิงโจว ทั้งร่างก็แข็งค้างหลินเฟิงก้าวมาขวางหน้าข้าโดยสัญชาตญาณ พลางมองลู่สิงโจวอย่างระแวดระวังสายตาของลู่สิงโจวมองข้ามหลินเฟิงตรงมายังข้า แววตาเต็มไปด้วยความรักลึกซึ้งและความรู้สึกผิด “หมิงเยว่ ข้าตามหาเจ้ามานานเหลือเกิน”ข้าเคยคิดมาตลอดว่า หากได้พบเขาอีกครั้ง หัวใจข้าคงเต็มไปด้วยความเคียดแค้น ทว่าไม่คาดคิดเลยว่า ภายในใจกลับสงบนิ่งอย่างยิ่งเมื่อเห็นเช่นนั้น ลู่สิงโจวก็ราวกับคนเสียสติ โผเข้ากอดข้าไว้แน่น “หมิงเยว่ ข้าคิดถึงเจ้าเหลือเกิน กลับวังไปกับข้า มาเป็นฮองเฮาของข้า ดีหรือไม่”ข้าผลักเขาออก สีหน้าไร้ทั้งความโศกเศร้าและยินดี “ฝ่าบาท เชิญกลับไปเถิด”เมื่อได้ยินเช่นนั้น ลู่สิงโจวก็รวบข้าเข้าสู่อ้อมแขนอีกครั้ง แรงที่ใช้ยิ่งเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนข้าหายใจแทบไม่ออกหลินเฟิงกระชากเขาออกทันที ดวงตาเต็มไปด้วยโทสะ “หากฝ่าบาทรักหมิงเยว่จ

  • สายพิณขาด กระจกรักร้าว   บทที่ 22

    ในเวลาเดียวกัน ข้ากับหลินเฟิงก็ไม่ได้อยู่นิ่งในเมืองเล็กแห่งนั้นพวกเราศึกษาคัมภีร์โบราณที่ชายชรามอบให้อย่างละเอียด หวังจะค้นหาหลักฐานเพิ่มเติมเกี่ยวกับการก่อกบฏของตระกูลหลิ่ววันหนึ่ง ข้าพบแผ่นหนังแกะเก่าเหลืองซีดซ่อนอยู่ตามรอยแยกของคัมภีร์ บนแผ่นหนังมีสัญลักษณ์และเครื่องหมายประหลาดวาดเอาไว้“หลินเฟิง รีบมาดูนี่!” ข้าเรียกเขาด้วยความตื่นเต้นหลินเฟิงโน้มตัวเข้ามา เพ่งพินิจแผ่นหนังแกะ พลางขมวดคิ้วแน่น “สัญลักษณ์พวกนี้ดูเหมือนรหัสลับบางอย่าง อาจเกี่ยวข้องกับแผนการของตระกูลหลิ่วก็ได้”พวกเราจึงเริ่มค้นคว้าตำราต่าง ๆ และขอคำชี้แนะจากผู้รู้ในเมืองหลายคน จนในที่สุดก็ถอดความหมายของสัญลักษณ์เหล่านั้นได้สำเร็จที่แท้ บนแผ่นหนังแกะบันทึกสถานที่และเวลาที่ตระกูลหลิ่วใช้ติดต่อกับกองกำลังฝ่ายต่าง ๆ อย่างลับ ๆ“นี่เป็นการค้นพบครั้งใหญ่จริง ๆ!” หลินเฟิงกล่าวด้วยความตื่นเต้น “เมื่อมีข้อมูลพวกนี้ เราก็จะสาวไปถึงพวกพ้องของตระกูลหลิ่ว และกวาดล้างพวกมันให้สิ้นซากได้”ดังนั้น พวกเราจึงตัดสินใจนำข่าวนี้ไปแจ้งแก่เสนาบดีผู้คอยสนับสนุนหลินเฟิงในการรวบรวมหลักฐานมาโดยตลอดเพื่อให้ข่าวส่งถึงอย่างปลอดภัย

  • สายพิณขาด กระจกรักร้าว   บทที่ 21

    ทันใดนั้น ประตูตำหนักบรรทมก็ถูกผลักเปิดออก หลิ่วรั่วอินก้าวเข้ามาด้วยท่าทีอ่อนช้อย“ฝ่าบาท ท่านไม่ได้อยู่กับหม่อมฉันมานานแล้วนะเพคะ”สิ้นเสียงนาง ลู่สิงโจวก็พุ่งเข้าบีบคอนางทันที"เจ้าคิดจริง ๆ หรือว่าข้าไม่กล้าฆ่าเจ้า"ความอึดอัดจากการขาดอากาศหายใจถาโถมเข้าใส่ ใบหน้าของหลิ่วรั่วอินซีดเผือดในพริบตา“ฝ่าบาท... ท่านทำหม่อมฉันเจ็บ!”ลู่สิงโจวไม่สนใจแม้แต่น้อย แรงที่บีบคอยิ่งเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆเสียง “กร๊อบ” ดังขึ้น หลิ่วรั่วอินรู้สึกถึงความเจ็บปวดรุนแรงที่ลำคอ นางจึงกัดมือของลู่สิงโจวที่กำลังบีบคอตนโดยสัญชาตญาณลู่สิงโจวขมวดคิ้ว ก่อนจับศีรษะของนางกระแทกเข้ากับเสาเตียงครั้งหนึ่ง... สองครั้ง...เลือดไหลอาบลงมาจากหน้าผากของหลิ่วรั่วอิน ภาพนั้นชวนหวาดหวั่นเป็นอย่างยิ่งดวงตาของลู่สิงโจวแดงก่ำ ราวกับสัตว์ป่าที่กำลังคลุ้มคลั่งก่อนที่หลิ่วรั่วอินจะหมดสติ นางถอดปิ่นปักผมออก แล้วแทงเข้าไปยังบริเวณหัวใจของลู่สิงโจวอย่างแรง“ทหาร! คุ้มกันฝ่าบาท!”องครักษ์กลุ่มหนึ่งถือดาบบุกเข้ามา ก่อนช่วยกันกดหลิ่วรั่วอินลงกับพื้นลู่สิงโจวกุมหน้าอก หอบหายใจหนัก “หลิ่วรั่วอินคิดลอบสังหารข้า งประหารชีว

  • สายพิณขาด กระจกรักร้าว   บทที่ 20

    ขณะที่พวกเรากำลังเคลิบเคลิ้มไปกับทิวทัศน์อันงดงามเบื้องหน้า จู่ ๆ สีหน้าของหลินเฟิงก็เคร่งขรึมขึ้น เขากวาดตามองไปรอบด้านอย่างระแวดระวัง “หมิงเยว่ ระวังตัว ข้ารู้สึกว่ามีคนอยู่แถวนี้”ข้าขยับเข้าไปใกล้เขาโดยไม่รู้ตัว หัวใจก็เริ่มเต้นกระหน่ำในตอนนั้นเอง ชายชราผู้หนึ่งในชุดผ้าสีเรียบก็ค่อย ๆ เดินออกมาจากพุ่มไม้แม้เส้นผมของเขาจะขาวโพลน แต่ยังดูกระฉับกระเฉงแข็งแรง ดวงตาเปี่ยมด้วยความลุ่มลึกและเฉลียวฉลาดชายชรากวาดตามองพวกเราตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า ก่อนพยักหน้าเล็กน้อย “สหายน้อยทั้งสองอย่าได้ตื่นตกใจ ข้าไม่มีเจตนาร้าย”หลินเฟิงก้าวมาบังอยู่เบื้องหน้าข้า ก่อนเอ่ยถามอย่างระมัดระวัง “ไม่ทราบว่าท่านอาวุโสเป็นผู้ใด เหตุใดจึงอยู่ที่นี่”ชายชรายิ้มบาง ๆ “ข้าเป็นผู้สันโดษที่อาศัยอยู่ในภูเขาแห่งนี้ ปลีกวิเวกอยู่ที่นี่มาหลายสิบปีแล้ว”"วันนี้เห็นพวกเจ้าทั้งสองเข้ามาถึงที่นี่ จึงออกมาดูเสียหน่อย เมื่อมองจากสีหน้าของพวกเจ้าแล้ว คงผ่านเรื่องราวยากลำบากมามากไม่น้อย”ข้ากับหลินเฟิงสบตากัน หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง จึงเล่าความชั่วช้าของตระกูลหลิ่ว รวมถึงสิ่งที่พวกเราประสบมาให้ชายชราฟังโดยสังเขปเมื่อ

  • สายพิณขาด กระจกรักร้าว   บทที่ 19

    ข้ากับหลินเฟิงได้รับข่าวในเมืองเล็กว่า ตระกูลหลิ่วได้ย้ายกองทหารฝีมือดีสามพันนายไปประจำการที่เขาจู๋ซีแล้วทันทีที่ได้ยินข่าวนี้ ข้ากับหลินเฟิงสบตากัน ต่างมองเห็นทั้งความเคร่งเครียดและความเด็ดเดี่ยวในแววตาของอีกฝ่ายภูมิประเทศของเขาจู๋ซีสลับซับซ้อน ป้องกันง่ายแต่บุกยาก การที่ตระกูลหลิ่วย้ายกองกำลังมาที่นี่ ย่อมแสดงว่าพวกเขาวางแผนไว้อย่างรัดกุมแล้วแต่ขณะเดียวกัน นั่นก็หมายความว่าพวกเราอาจพบหลักฐานชิ้นสำคัญยิ่งกว่าที่นั่น และโค่นล้มตระกูลหลิ่วได้อย่างสิ้นเชิง“หมิงเยว่ การเดินทางครั้งนี้อันตรายอย่างยิ่ง” หลินเฟิงกุมมือข้าไว้แน่น พลางมองข้าด้วยสายตาแน่วแน่ “แต่นี่อาจเป็นโอกาสสุดท้ายที่พวกเราจะโค่นตระกูลหลิ่วให้สิ้นซาก”ข้าพยักหน้าอย่างหนักแน่น “ข้าไม่กลัว หลินเฟิง ขอเพียงกำจัดภัยให้ชาวบ้านและช่วยแบ่งเบาภาระของเจ้าได้ ข้ายินดีเผชิญทุกอย่างไปพร้อมกับเจ้า”จากนั้นพวกเราจึงเก็บสัมภาระอย่างง่าย ๆ แล้วออกเดินทางสู่เขาจู๋ซีทันทีตลอดเส้นทาง ป่าไม้ขึ้นหนาทึบ หนทางขรุขระคดเคี้ยว ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยความยากลำบากแต่ด้วยความมุ่งมั่นที่ยึดมั่นอยู่ในใจ พวกเราจึงไม่เคยคิดถอยแม้แต่น้อยในที่สุ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status