LOGIN"มะ... ไม่นะ ตรงนั้นมันยัดเข้าไปไม่ไหวแล้วนะ อื้ออออ~" บนเตียงคนไข้ ฉันกำลังโก้งโค้งอวดบั้นท้ายขาวเนียนเพื่อให้หมอช่วยตรวจอาการความต้องการทางเพศที่สูงเกินไป ทว่าเขากลับทำเหมือนกำลังหยอกล้อเล่นสนุกกับร่างกายของฉัน ฝ่ามือหนาคอยบดคลึงนวดเฟ้นสะโพกงอนงามไม่หยุด แถมยังสอดนิ้วลึกเข้าไปข้างในนั้นอีกด้วย ยิ่งฉันเอ่ยขอร้อง เขากลับยิ่งดูตื่นเต้นมากขึ้นเรื่อย ๆ ฉันทนไม่ไหวจนต้องเหลียวหลังกลับไปมอง แต่แล้วก็ต้องตกใจสุดขีด นี่มันไม่ใช่หมอ แต่นี่มันอาจารย์สมัยมหาวิทยาลัยของฉันไม่ใช่เหรอ? ทันใดนั้น เขาก็โถมกายกระแทกกระทั้นสวนเข้ามาหาฉันอย่างรุนแรง ...
View Moreฉันมองดูสีหน้าของเขาแล้วบอกไม่ถูกเลยว่ามันสะใจขนาดไหน ฉันเอ่ยทักทาย "สวัสดีค่ะคุณพ่อ" อย่างสุภาพตามมารยาท พร้อมกับยื่นมือออกไปเขาจ้องเขม็งมาที่ฉันจนเฉินเคอต้องช่วยเตือน "พ่อครับ คิดอะไรอยู่เนี่ย เสี่ยวหรูเขารอจับมือกับพ่ออยู่นะ"เขาถึงยอมจับมือกับฉันฉันใช้ปลายนิ้วมือสะกิดอุ้งมือเขาเบา ๆ เขาดูเหมือนถูกของร้อนลวกจนต้องรีบชักมือกลับทันทีบนโต๊ะอาหาร ทุกคนยังคงรักษาท่าทีสง่างามเอาไว้ แต่ใต้โต๊ะนั้นมันหนังคนละม้วนฉันเริ่มใช้เท้าเขี่ยตั้งแต่ขากางเกงของเขา แล้วลูบไล้ขึ้นไปจนถึงโคนขาอ่อน ลูกกระเดือกของเขาขยับขึ้นลงอย่างเห็นได้ชัดในจังหวะที่ฉันกำลังจะใช้ปลายนิ้วเท้าอันแสนซุกซนปลดหัวเข็มขัดของเขา เขาก็รนรานจนนั่งไม่ติดที่"ขอตัวไปเข้าห้องน้ำสักครู่นะ"ฉันเห็นชัดเจนว่าส่วนนั้นของเขาเริ่มมีปฏิกิริยาตอบสนองเข้าให้แล้ว"ที่รัก ฉันเองก็อยากไปเข้าห้องน้ำเหมือนกัน"พอฉันเดินไปถึงหน้าห้องน้ำ เขาก็เปิดประตูออกมาพอดี เขาไม่พูดพร่ำทำเพลงรีบกดร่างฉันลงบนอ่างล้างหน้า พลางบีบคอฉันไว้แน่น "ทำไมต้องเป็นเธอ มึงทำบ้าอะไรกับลูกชายผู้ใสซื่อสบริสุทธิ์ของกู?""ก็เห็นอยู่เต็มตาแล้วจะถามทำไมคะ?"มือของเ
ฉันไม่คาดคิดเลยว่าอาจารย์เฉินจะใช้ถ้อยคำสกปรกโสมมขนาดนี้มาดูถูกเหยียดหยามฉันในหัวของฉันมันอื้ออึงไปหมดจนขาวโพลน เขาทำรุนแรงกับฉันขนาดนี้ได้ยังไงกัน ฉันมอบความรักให้เขาไปจนหมดหัวใจ แต่เขากลับมองฉันเป็นแค่ของเล่นชิ้นหนึ่งซ้ำร้าย ฉันยังเป็นแค่หนึ่งในเด็กผู้หญิงจำนวนมากที่เขาเคยฟันมาแล้วฉันเคยเผื่อใจไว้บ้างว่าเขาอาจจะไม่รักฉันเท่ากับที่ฉันรักเขา แต่ฉันไม่นึกเลยว่าความจริงมันจะน่าอัปยศอดสูถึงเพียงนี้ฉันเดินจากออกมาอย่างเหม่อลอย ทันใดนั้นข้างนอกก็มีฝนเทกระหน่ำลงมาอย่างบ้าคลั่งฉันอกหักอีกแล้ว แต่คราวนี้ฉันไม่อยากจะทำตัวต่ำต้อยไปอ้อนวอนขอคืนดี และไม่อยากจะดื่มเหล้าดับทุกข์หรือจมปลักอยู่กับความเศร้าอีกต่อไปเศษสวะอย่างเขาไม่คู่ควรกับน้ำตาของฉันแม้แต่หยดเดียวฉันใช้เวลาที่เหลืออยู่ไม่มากนัก ก้มหน้าก้มตาชดเชยบทเรียนที่เคยละเลยไปในช่วงก่อนหน้านี้โชคดีที่พื้นฐานของฉันแน่นพอ ในที่สุดคะแนนสอบก็ไล่ตามคนอื่นทันฉันจะต้องประสบความสำเร็จ ฉันจะแก้แค้นไอ้ผู้ชายสารเลวคนนั้นให้สาสม ไอ้คนลวงโลกที่หลอกลวงความรู้สึกคนอื่นฉันจะทำให้เขาอยู่อย่างตายทั้งเป็น ทำให้เขาสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่าง และตกลงจา
มีคำกล่าวที่ว่า เส้นทางที่ทอดตรงไปสู่หัวใจของผู้หญิง ก็คือเส้นทางสายนั้นนั่นเองและฉันก็เคยถูกอาจารย์เฉินล่วงล้ำเข้ามาเพียงคนเดียว จึงทำให้ฉันซื่อสัตย์ภักดีต่อเขาอย่างหมดหัวใจทั้งที่เขารู้อยู่เต็มอกว่าฉันรักเขาอย่างจริงจัง แต่กลับใช้การเลิกรามาเป็นเครื่องมือข่มขู่ฉันทว่าครั้งนี้ฉันกลับเหมือนถูกผีผลักให้ไม่ยอมอ่อนข้อ เขามักจะวางตัวอยู่สูงส่งคอยเหยียบย่ำฉัน เหยียบย่ำความรู้สึก และเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของฉันเสมอเขารักฉันจริงหรือเปล่า? เขาอาจจะพูดจาหวานล้อมเก่ง แต่ฉันก็ไม่แน่ใจว่ามันออกมาจากใจจริงหรือเปล่าเขามีประสบการณ์ทางสังคมโชกโชน ไม่เหมือนกับพวกเด็กหนุ่มที่ความรู้สึกนึกคิดมักจะแปะและเผยอยู่บนใบหน้า พวกผู้ชายที่ชอบฉันมักจะหน้าแดงเวลาเจอหน้า แต่กับอาจารย์เฉิน ฉันกลับพบว่าตัวเองมองเขาไม่ออกเลยแม้แต่นิดเดียวเขาไม่ต้องการฉันแล้ว เราจึงเลิกกันไปแต่ฉันก็ยังคิดถึงเขา ฉันนี่มันช่างไร้ยางอายเหลือเกินนะตัวเองทำตัวเหมือนพวกนังแพศยาที่เที่ยวไปอ้อนวอนขอให้คนอื่นมาเล่นสนุกกับร่างกายพอขาดอาจารย์เฉินไป ฉันก็รู้สึกว่าอาการเสพติดในร่างกายมันเริ่มกำเริบขึ้นมาอีกครั้งแค่เดินก็เกิดการเสียดส
ฉันพรั่งพรูความในใจออกไปมากมาย บอกเขาว่าวันนั้นที่โรงพยาบาล ฉันโหยหาเขามากแค่ไหนฉันตกหลุมรักความดิบเถื่อนและบ้าคลั่งของเขา และอยากจะมีค่ำคืนที่เร่าร้อนกับเขาอย่างจริงจังดูสักครั้งบางทีถ้าได้ปลดปล่อยออกมาสักครั้ง อาการป่วยของฉันอาจจะหายเป็นปลิดทิ้งก็ได้และแล้วเราสองคนก็ตกลงคบหากันอาจารย์เฉินดีกับฉันมาก เขาซื้อของอร่อยมาให้ฉันทุกวัน ฉันจมดิ่งอยู่ในความหวานชื่นของความรักจนถอนตัวไม่ขึ้นแน่นอนว่าอาจารย์เฉินเองก็ติดใจในร่างกายของฉันเข้าอย่างจัง เขาหลงใหลและตักตวงจากฉันสารพัดรูปแบบอาจารย์เฉินมีพละกำลังมหาศาล ทุกครั้งเขาสามารถพาฉันไปสู่ความสุขสมได้อย่างน่าอัศจรรย์ฉันสัมผัสได้ชัดเจนว่า ตั้งแต่อาจารย์เฉินเข้ามาเติมเต็มให้ อาการของฉันก็ไม่ทรมานเหมือนเมื่อก่อนอีกต่อไปจากเดิมที่แค่เดินแล้วเกิดการเสียดสีก็ทำให้ฉันรู้สึกอับอาย ตอนนี้ฉันสามารถสวมกระโปรงออกไปข้างนอกได้อย่างสง่าผ่าเผยแล้วตอนนั่งรถไฟใต้ดินที่ต้องเบียดเสียดกับพวกผู้ชาย อาการของฉันก็ไม่กำเริบขึ้นมาอีกแม้แต่คาบเรียนว่ายน้ำที่ฉันกลัวที่สุด ฉันก็สามารถลงไปว่ายน้ำได้เหมือนกับคนปกติทั่วไปแล้วทั้งหมดนี้ เป็นเพราะการรักษาที่