LOGINแสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าของกรุงเทพมหานครลอดผ่านผ้าม่านสีเทาเข้มในห้องนอนของ 'เกื้อหนุน' นิสิตชั้นปีที่ 4 คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี ชายหนุ่มจัดการสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวที่รีดจนเรียบกริบราวกับกระดาษเอสี่ ตรวจเช็กเนกไทให้ตรงองศา และสวมนาฬิกาข้อมือเรือนหรูอย่างใจเย็น ทุกอย่างในชีวิตของเขาต้องเป็นระเบียบ เป็นระบบ และคาดการณ์ได้...
จนกระทั่งเสียง "โครม!" ดังสนั่นมาจากรั้วหน้าบ้าน
เกื้อหนุนถอนหายใจยาวจนไหล่ลู่ เขาไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเป็นฝีมือใคร ชายหนุ่มหยิบกระเป๋าที่บรรจุกเอกสารสำหรับเตรียมงานกลุ่มแล้วเดินลงบันไดมาด้วยฝีเท้าคงที่ เมื่อเปิดประตูบ้านออกไป ภาพที่เห็นคือร่างเล็กในชุดนิสิตกระโปรงพลีทยาวคลุมเข่า (ที่ดูขัดกับบุคลิกเจ้าตัวอย่างแรง) กำลังพยายามยกรถจักรยานยนต์แม่บ้านคันเก่าที่ล้มระเนระนาดอยู่ข้างรั้ว โดยมีป้าอัญยืนหน้าเสียอยู่ข้างๆ
"บอกแล้วไงคะป้าอัญว่าหนูถอยเองได้ แฮะๆ แค่สะดุดรากมะม่วงนิดหน่อยเอง" 'นิตา' หัวเราะแห้งๆ พลางปัดฝุ่นตามตัว
"สะดุดรากมะม่วงหรือสะดุดขาตัวเองกันแน่ครับ?" เสียงทุ้มเรียบดังขึ้นจากด้านหลังที่ไม่ห่างจากตัวนิตามากนัก
นิตาถึงกับชะงักกึก หันขวับมามองร่างสูงที่เดินตรงเข้ามาหา เธอเบะปากใส่คนในชุดนักศึกษาที่เนี้ยบตั้งแต่เส้นผมจรดปลายเท้า "อ้าว พี่เกื้อ ตื่นเช้าเหมือนกันนี่นา นึกว่าพวกเรียนบัญชีต้องนั่งนับเลขจนดึกแล้วตื่นสายซะอีก"
"คนมีวินัยเขาไม่ตื่นสายกันหรอกครับ โดยเฉพาะวันที่มีภาระต้องไปส่ง 'เด็กโข่ง' ที่มหา’ ลัย" เกื้อหนุนเดินผ่านเธอไปที่รถเก๋งซีดานสีขาวที่จอดสนิทอยู่ "ขึ้นรถได้แล้ว ถ้าสายเกินหกโมงครึ่ง รถจะติดจนคุณไปลงทะเบียนวิศวะปี 1 ไม่ทันนะครับ"
"ใครบอกจะไปรถพี่ หนูนัดเพื่อนไว้แล้วที่หน้าหมู่บ้าน... อุ๊ย!" นิตาร้องเสียงหลงเมื่อป้าอัญคว้าแขนเธอไว้
"นิตาเอ๊ย เชื่อป้าเถอะ รถเมล์สายนี้มันรอนานนะลูก แล้วเราเพิ่งมาอยู่กรุงเทพฯ วันแรก หลงทางขึ้นมาจะทำยังไง ไปกับพี่เกื้อนั่นแหละ ป้าฝากพี่เขาไว้แล้ว"
นิตามองหน้าป้าอัญที่ทำสายตาอ้อนวอน สลับกับมองหน้าเกื้อหนุนที่ยืนกดรีโมตปลดล็อกรถด้วยท่าทางกวนประสาทที่สุดในโลก สุดท้ายเธอก็ต้องยอมจำใจเดินลากกระเป๋าเป้ใบเขื่องไปที่รถ
"ขึ้นมาสิครับ หรือต้องให้ผมลงไปอุ้ม?" เกื้อหนุนถามผ่านกระจกที่เลื่อนลงมา
"ฝันไปเถอะลุง!" นิตากระชากประตูรถฝั่งข้างคนขับเปิดออก แล้วกระแทกตัวลงนั่งแรงๆ จนรถสั่น
สงครามในพื้นที่ปิด
ภายในรถเก๋งราคาแพง กลิ่นน้ำหอมปรับอากาศแนวอโรม่าสะอาดๆ ทำให้คนเพิ่งตื่นอย่างนิตารู้สึกหมั่นไส้ เธอพยายามจัดระเบียบตัวเองที่ดูเกะกะไปหมดในสายตาคนข้างๆ โดยเฉพาะรองเท้าผ้าใบสีขาวคู่เก่งที่มีรอยเปื้อนดินนิดหน่อยจากการยกมอเตอร์ไซค์เมื่อครู่
"กรุณาอย่าเอาเท้าไปยันคอนโซลนะครับ ราคามันแพงกว่าค่าขนมคุณทั้งเดือน" เกื้อหนุนพูดโดยไม่หันมามอง ขณะที่สายตาจดจ่ออยู่กับการถอยรถออกจากซอย
"รู้แล้วน่า! รถน่ะมีไว้ใช้งาน ไม่ได้มีไว้บูชานะคะ" นิตาสวนกลับทันควัน "แล้วนี่จะเปิดแอร์แช่แข็งปลาหรือไงคะ หนาวจะตายอยู่แล้ว"
"มันคืออุณหภูมิมาตรฐาน 25 องศาครับ ถ้าหนาวก็นั่งกอดอกเงียบๆ ไป"
"พี่นี่มัน... เป็นหุ่นยนต์หรือไง ชีวิตมีแต่อะไรเป๊ะๆ แบบนี้ไม่เหนื่อยหรือไงคะ?"
"ไม่เหนื่อยครับ ไม่เหนื่อยเท่ากับการต้องมารับส่งเด็กดื้อที่ไม่รู้จักเวล่ำเวลาหรอกครับ"
รถเริ่มเคลื่อนตัวเข้าสู่ถนนใหญ่ที่เริ่มมีรถหนาแน่น นิตาพยายามมองไปนอกหน้าต่างเพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะอารมณ์ แต่ดูเหมือนความเงียบจะไม่ใช่ทางออกที่ดีนัก เมื่อเธอเริ่มสังเกตเห็นระเบียบวินัยอันน่าประหลาดใจของเกื้อหนุน
ในรถของเขาไม่มีขยะแม้แต่ชิ้นเดียว ปากกาถูกจัดเรียงอยู่ในกล่องคอนโซลกลางตามลำดับสี แถมเพลย์ลิสต์เพลงที่เปิดคลอเบาๆ ยังเป็นเพลงคลาสสิกที่เธอฟังแล้วอยากจะหลับให้รู้แล้วรู้รอด
"เปลี่ยนเพลงได้ป่ะพี่ ฟังแล้วเหมือนอยู่ในห้องดับจิตเลย" นิตาเอื้อมมือจะไปกดหน้าจอ
เพียะ!
เกื้อหนุนตีหลังมือเธอเบาๆ (แต่ได้ใจความ) "ห้ามแตะต้องระบบมัลติมีเดียของผมครับ"
"โอ๊ย! เจ็บนะพี่เกื้อ! แค่เปลี่ยนเพลงเอง บัญชีนี่เขาขี้งกไปถึงคลื่นวิทยุเลยเหรอ?"
"มันคือเรื่องของสิทธิส่วนบุคคลครับ นี่รถผม ผมเป็นคนขับ ผมมีสิทธิ์เลือกบรรยากาศที่ทำให้ผมมีสมาธิ" เขาหักพวงมาลัยเลี้ยวขวาอย่างนิ่มนวล "แล้วคุณน่ะ เตรียมตัวไปเรียนหรือยัง? ทราบมาว่าปี 1 โยธาเรียนหนักนะ ฟิสิกส์ แคลคูลัส... ผมว่าคนอย่างคุณน่าจะซ่อมตั้งแต่เทอมแรก"
นิตาหน้าร้อนผ่าวด้วยความโกรธ "ดูถูกกันเกินไปแล้ว! เห็นแบบนี้หนูเกรดเฉลี่ยสี่จุดศูนย์ศูนย์ตอนมัธยมปลายนอนมาเลยนะพี่ อีกอย่าง โยธาเขาเน้นลงมือทำ ไม่ได้เน้นนั่งกดเครื่องคิดเลขปั่นงบหลอกชาวบ้านเหมือนพวกบัญชีหรอก!"
เกื้อหนุนขำในลำคอ ซึ่งเป็นเสียงหัวเราะที่นิตารู้สึกว่ามันกวนอารมณ์ที่สุดเท่าที่เคยได้ยินมา "หลอกชาวบ้าน? นั่นเขาเรียกการบริหารจัดการภาษีและวางแผนการเงินครับยัยหนู ส่วนไอ้ที่บอกว่าเน้นลงมือทำน่ะ ระวังเถอะ อย่าไปทำตึกเขาถล่มตั้งแต่โปรเจกต์ส่งอาจารย์ก็แล้วกัน"
"พี่เกื้อ!!!"
"เสียงดังทำไมครับ? ตกใจจนตัวเลขในหัวผมเคลื่อนหมดแล้ว"
ทันทีที่เท้าของ 'นิตา' เหยียบลงบนลานเกียร์ผืนกว้างที่เต็มไปด้วยสัญลักษณ์เฟืองยักษ์ เธอก็สัมผัสได้ถึงรังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านออกมาจากกลุ่มชายฉกรรจ์ในชุดช็อปสีเลือดหมูและสีกรมท่าที่ยืนเรียงแถวหน้ากระดานอยู่ เสียงตะโกนก้องกังวานที่เรียกกันว่า 'เสียงว้าก' ดังระงมจนนกที่เกาะอยู่บนต้นจามจุรีบินหนีไปคนละทิศละทาง"ปีหนึ่ง! รวมแถว! ช้ากว่านี้ไปวิ่งรอบลานเกียร์สิบรอบ!"เสียงกัมปนาทนั้นทำเอาเฟรชชี่หน้าใสหลายคนสะดุ้งสุดตัว นิตารีบวิ่งเข้าไปต่อแถวกับเพื่อนใหม่ที่ยืนหน้าซีดกันเป็นแถว หัวใจของเธอเต้นรัว ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความตื่นเต้นที่ปนเปไปกับความกดดัน"ผมชื่อ 'พี่ถัง' เป็นเฮดว้ากของโยธาปีนี้!" ชายหนุ่มร่างยักษ์ที่มีรอยสักรูปเฟืองที่ต้นคอเดินมาหยุดตรงหน้านิตา สายตาของเขาจ้องเขม็งราวกับจะมองให้ทะลุเข้าไปถึงตับไตไส้พุง "คุณชื่ออะไร! ตะโกนบอกผมมา!""นิตาค่ะ! รหัสนิสิต 0XX โยธาปีหนึ่งค่ะ!" นิตาตะโกนสุดเสียงจนหน้าดำหน้าแดง"เสียงเบาเหมือนยุงกัด! เป็นวิศวะโยธาต้องแบกปูน แบกเหล็ก ถ้าแค่อ้าปากพูดแล้วไม่มีใครได้ยิน ก็ลาออกไปเรียนคหกรรมไป๊!"นิตาเม้มริมฝีปากแน่น มือที่กำสายเป้สั่นระริก 'นี่มันยุค
ในขณะที่นิตากำลังจะตัดสินใจยอมจำนนและเดินเข้าไปถามทางรุ่นพี่สถาปัตย์ที่กำลังนั่งสเก็ตช์ภาพอยู่ เสียงเรียกเข้ามือถือก็ดังขึ้น... เป็นเบอร์ที่เธอไม่ได้เมมชื่อไว้ แต่จำตัวเลขสี่ตัวท้ายที่ดูเรียงกันอย่างเป็นระเบียบได้อย่างแม่นยำ08X-XXX-1234"ฮัลโหล!" นิตากดรับสายเสียงดังกว่าปกติเพื่อกลบความตื่นตระหนก"อยู่ไหนครับ?" เสียงทุ้มเรียบแสนคุ้นเคยดังมาจากปลายสาย น้ำเสียงนั้นนิ่งสงบจนนิตารู้สึกเขม่น"ก็... ก็อยู่ที่คณะดิพี่ ถามทำไม""คณะไหนครับ? คณะที่อยู่ติดกับโรงอาหารบัญชี หรือคณะที่คุณกำลังยืนจ้องรูปปั้นหัวเสาไอโอนิกอยู่ตรงหน้าตึกสถาปัตย์?"นิตาชะงักกึก เธอรีบหันขวับไปมองรอบตัวทันที สายตาสอดส่ายหาต้นตอของเสียง จนกระทั่งเห็นรถเก๋งสีขาวเจ้าเดิมจอดนิ่งอยู่ริมฟุตบาทห่างออกไปไม่กี่เมตร กระจกฝั่งคนขับเลื่อนลงเผยให้เห็นใบหน้าเรียบเฉยของเกื้อหนุนที่กำลังมองมาทางเธอด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก"พี่... พี่ตามหนูมาเหรอ!" นิตาเดินกึ่งวิ่งไปที่รถด้วยความโมโหปนอาย"ผมไม่ได้ตามครับ ผมแค่ขับรถวนมาดูความหายนะที่ผมพยากรณ์ไว้" เกื้อหนุนลดแว่นสายตาลง "แล้วก็เป็นไปตามตัวเลขเป๊ะๆ ... นิตาเดินหลงตั้งแต่นาทีแรกที่ก้าวเท้าล
การจราจรบนถนนพหลโยธินเริ่มติดขัดอย่างหนักตามคาด นิตานั่งกระฟัดกระเฟียดอยู่บนเบาะพรีเมียม เธอรู้สึกว่าเวลาผ่านไปนานนับศตวรรษ ทั้งที่จริงๆ เพิ่งผ่านไปแค่ 20 นาที"นี่พี่... ถ้าติดขนาดนี้ หนูลงเดินไปขึ้นรถไฟฟ้าไม่เร็วกว่าเหรอ?""อย่าทำตัวฉลาดน้อยไปหน่อยเลย จากตรงนี้ไปสถานีที่ใกล้ที่สุดคือสองกิโลเมตร ในสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าวแบบนี้ คุณเดินไปถึงคณะปุ๊บ สภาพคงดูไม่ต่างจากช่างก่อสร้างที่เพิ่งขุดดินเสร็จ เพื่อนๆ จะจำไม่ได้เอาว่านี่คือเพื่อนใหม่หรือกรรมกรหลงมา""มันจะเกินไปแล้วนะ!" นิตาหันมาจ้องหน้าเขาเขม็ง "พี่มองหนูเป็นอะไรเนี่ย? ผู้หญิงวิศวะเขาก็มีความถึก มีความอดทนนะคะ ไม่ได้สำอางเหมือนพวกคุณชายบัญชีหรอก""ผมไม่ได้สำอาง ผมแค่ 'สะอาด'"เกื้อหนุนแก้ต่างเสียงเรียบ "และที่สำคัญ ผมต้องรับผิดชอบชีวิตคุณตามที่ป้าอัญสั่ง ถ้าคุณเป็นฮีทสโตรกตายกลางทาง ผมจะเสียประวัติ""เหอะ! ที่แท้ก็กลัวเสียประวัติ ไม่ได้ห่วงหนูจริงๆ หรอก" นิตาสะบัดหน้าหนีออกไปทางหน้าต่างอีกครั้งเกื้อหนุนเหลือบมองเด็กสาวข้างๆ เล็กน้อย เขาเห็นแววความกังวลในดวงตาคู่โตนั้น แม้เธอจะพยายามทำตัวกร่างแค่ไหนก็ตาม เขารู้ดีว่าเด็กต่างจังหวัดที
แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าของกรุงเทพมหานครลอดผ่านผ้าม่านสีเทาเข้มในห้องนอนของ 'เกื้อหนุน' นิสิตชั้นปีที่ 4 คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี ชายหนุ่มจัดการสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวที่รีดจนเรียบกริบราวกับกระดาษเอสี่ ตรวจเช็กเนกไทให้ตรงองศา และสวมนาฬิกาข้อมือเรือนหรูอย่างใจเย็น ทุกอย่างในชีวิตของเขาต้องเป็นระเบียบ เป็นระบบ และคาดการณ์ได้...จนกระทั่งเสียง "โครม!" ดังสนั่นมาจากรั้วหน้าบ้านเกื้อหนุนถอนหายใจยาวจนไหล่ลู่ เขาไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเป็นฝีมือใคร ชายหนุ่มหยิบกระเป๋าที่บรรจุกเอกสารสำหรับเตรียมงานกลุ่มแล้วเดินลงบันไดมาด้วยฝีเท้าคงที่ เมื่อเปิดประตูบ้านออกไป ภาพที่เห็นคือร่างเล็กในชุดนิสิตกระโปรงพลีทยาวคลุมเข่า (ที่ดูขัดกับบุคลิกเจ้าตัวอย่างแรง) กำลังพยายามยกรถจักรยานยนต์แม่บ้านคันเก่าที่ล้มระเนระนาดอยู่ข้างรั้ว โดยมีป้าอัญยืนหน้าเสียอยู่ข้างๆ"บอกแล้วไงคะป้าอัญว่าหนูถอยเองได้ แฮะๆ แค่สะดุดรากมะม่วงนิดหน่อยเอง" 'นิตา' หัวเราะแห้งๆ พลางปัดฝุ่นตามตัว"สะดุดรากมะม่วงหรือสะดุดขาตัวเองกันแน่ครับ?" เสียงทุ้มเรียบดังขึ้นจากด้านหลังที่ไม่ห่างจากตัวนิตามากนักนิตาถึงกับชะงักกึก หันขวับมามองร่างสูงที่เดินตรงเข้ามาห
เสียงล้อลากของกระเป๋าเดินทางใบยักษ์ที่ครูดไปกับพื้นคอนกรีตหน้าบ้าน ทำเอา 'เกื้อหนุน' นิสิตบัญชีปี 4 ที่กำลังตั้งสมาธิอยู่กับงบการเงินในไอแพดถึงกับต้องละสายตาออกมา เขาขมวดคิ้วมองออกไปนอกรั้วบ้าน เห็นร่างเล็กในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนส์ขาดเข่ากำลังพยายามยัดเยียดกระเป๋าใบที่สามผ่านประตูเล็กหน้าบ้าน 'ป้าอัญ' เพื่อนบ้านที่สนิทกับแม่ของเขามานาน"นิตา! ทางนี้ลูก มาๆ ป้าช่วย" เสียงป้าอัญร้องเรียกอย่างดีใจเกื้อหนุนจำชื่อนั้นได้ดี 'นิตา' ยัยเด็กแสบลูกพี่ลูกน้องห่างๆ ของป้าอัญ ที่ชอบมาวิ่งเล่นแถวนี้ตอนปิดเทอมสมัยประถม ยัยเด็กที่เคยเอาดินน้ำมันมาแปะที่กระจกรถจักรยานคันแรกของเขาจนล้างไม่ออก ตอนนี้โตขึ้นจนกลายเป็นสาวน้อยผมสั้นกุดสไตล์เด็กถาปัตย์ เอ๊ย... ไม่ใช่ เห็นชุดช็อปสีกรมท่าที่พาดอยู่บนกระเป๋า นั่นมัน วิศวะโยธา ชัดๆ"สวัสดีค่ะป้าอัญ หนูนึกว่าจะมาไม่ถึงซะแล้ว กรุงเทพฯ รถติดสมคำร่ำลือจริงๆ" นิตายกมือไหว้พลางปาดเหงื่อ"เข้าบ้านก่อนเถอะลูก เดี๋ยวป้าจะแนะนำให้รู้จักกับพี่เกื้อหนุนบ้านข้างๆ จำได้ไหม? เมื่อก่อนเราชอบไปแกล้งเขาน่ะ"นิตาหันขวับมาตามปลายนิ้วของป้าอัญ สายตาของเธอประสานเข้ากับสายตาคมกริบหลัง







