LOGINเกื้อหนุนกระตุกยิ้มที่มุมปาก ไม่ใช่ยิ้มด้วยความเอ็นดู แต่เป็นยิ้มแบบ 'เตรียมรับมือ' "นึกว่าใครที่ไหน ยัยเด็กขี้มูกโป่งที่เคยร้องไห้ตอนผมไม่แบ่งขนมให้วันนั้นนี่เอง สอบติดวิศวะโยธาได้ยังไงเนี่ย?
View Moreเสียงล้อลากของกระเป๋าเดินทางใบยักษ์ที่ครูดไปกับพื้นคอนกรีตหน้าบ้าน ทำเอา 'เกื้อหนุน' นิสิตบัญชีปี 4 ที่กำลังตั้งสมาธิอยู่กับงบการเงินในไอแพดถึงกับต้องละสายตาออกมา เขาขมวดคิ้วมองออกไปนอกรั้วบ้าน เห็นร่างเล็กในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนส์ขาดเข่ากำลังพยายามยัดเยียดกระเป๋าใบที่สามผ่านประตูเล็กหน้าบ้าน 'ป้าอัญ' เพื่อนบ้านที่สนิทกับแม่ของเขามานาน
"นิตา! ทางนี้ลูก มาๆ ป้าช่วย" เสียงป้าอัญร้องเรียกอย่างดีใจ
เกื้อหนุนจำชื่อนั้นได้ดี 'นิตา' ยัยเด็กแสบลูกพี่ลูกน้องห่างๆ ของป้าอัญ ที่ชอบมาวิ่งเล่นแถวนี้ตอนปิดเทอมสมัยประถม ยัยเด็กที่เคยเอาดินน้ำมันมาแปะที่กระจกรถจักรยานคันแรกของเขาจนล้างไม่ออก ตอนนี้โตขึ้นจนกลายเป็นสาวน้อยผมสั้นกุดสไตล์เด็กถาปัตย์ เอ๊ย... ไม่ใช่ เห็นชุดช็อปสีกรมท่าที่พาดอยู่บนกระเป๋า นั่นมัน วิศวะโยธา ชัดๆ
"สวัสดีค่ะป้าอัญ หนูนึกว่าจะมาไม่ถึงซะแล้ว กรุงเทพฯ รถติดสมคำร่ำลือจริงๆ" นิตายกมือไหว้พลางปาดเหงื่อ
"เข้าบ้านก่อนเถอะลูก เดี๋ยวป้าจะแนะนำให้รู้จักกับพี่เกื้อหนุนบ้านข้างๆ จำได้ไหม? เมื่อก่อนเราชอบไปแกล้งเขาน่ะ"
นิตาหันขวับมาตามปลายนิ้วของป้าอัญ สายตาของเธอประสานเข้ากับสายตาคมกริบหลังกรอบแว่นของเกื้อหนุนที่ยืนกอดอกมองอยู่จากระเบียงบ้านชั้นสอง
"อ๋อ... พี่เกื้อหนุน" นิตาเน้นเสียงชื่อเขาพลางทำหน้าปูเลี่ยน "จำได้สิคะ ลุง... เอ๊ย พี่ที่ชอบหวงของเล่นคนนั้นใช่ไหมคะ?"
เกื้อหนุนกระตุกยิ้มที่มุมปาก ไม่ใช่ยิ้มด้วยความเอ็นดู แต่เป็นยิ้มแบบ 'เตรียมรับมือ' "นึกว่าใครที่ไหน ยัยเด็กขี้มูกโป่งที่เคยร้องไห้ตอนผมไม่แบ่งขนมให้วันนั้นนี่เอง สอบติดวิศวะโยธาได้ยังไงเนี่ย? หรือเขาเปลี่ยนเกณฑ์วัดคะแนนจากความรู้เป็นความดื้อ"
"พี่เกื้อ!" นิตาเท้าสะเอว "ไม่ได้เจอกันตั้งหลายปี ปากยัง 'น่ารัก' เหมือนเดิมเลยนะคะ สงสารสาวๆ บัญชีจังที่มีรุ่นพี่ปากกรรไกรแบบนี้"
"ขอบคุณที่ชมครับ แต่เสียใจด้วยนะที่คุณต้องมาเห็นหน้าผมบ่อยขึ้น เพราะป้าอัญฝากผมให้คอยดูแล 'พฤติกรรม' ของคุณในช่วงปีหนึ่งด้วย"
นิตาอ้าปากค้าง หันไปมองป้าอัญที่ยิ้มแหยๆ "ป้าอัญคะ! หนูโตแล้วนะ หนูเรียนวิศวะนะป้า หนูดูแลตัวเองได้!"
"ไม่ได้หรอกลูก ทางมันเปลี่ยว แล้วอีกอย่างเกื้อเขาก็เรียนที่เดียวกันพอดี ให้พี่เขาไปส่งน่ะดีแล้ว"
นิตามองค้อนคนบนระเบียงที่ตอนนี้กำลังเลิกคิ้วมองเธออย่างผู้ชนะ ศึกระหว่างสาววิศวะปี 1 จอมรั้น กับ หนุ่มบัญชีปี 4 จอมเนี๊ยบ ดูเหมือนจะเริ่มต้นเร็วกว่าที่คิดเสียแล้ว
ทันทีที่เท้าของ 'นิตา' เหยียบลงบนลานเกียร์ผืนกว้างที่เต็มไปด้วยสัญลักษณ์เฟืองยักษ์ เธอก็สัมผัสได้ถึงรังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านออกมาจากกลุ่มชายฉกรรจ์ในชุดช็อปสีเลือดหมูและสีกรมท่าที่ยืนเรียงแถวหน้ากระดานอยู่ เสียงตะโกนก้องกังวานที่เรียกกันว่า 'เสียงว้าก' ดังระงมจนนกที่เกาะอยู่บนต้นจามจุรีบินหนีไปคนละทิศละทาง"ปีหนึ่ง! รวมแถว! ช้ากว่านี้ไปวิ่งรอบลานเกียร์สิบรอบ!"เสียงกัมปนาทนั้นทำเอาเฟรชชี่หน้าใสหลายคนสะดุ้งสุดตัว นิตารีบวิ่งเข้าไปต่อแถวกับเพื่อนใหม่ที่ยืนหน้าซีดกันเป็นแถว หัวใจของเธอเต้นรัว ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความตื่นเต้นที่ปนเปไปกับความกดดัน"ผมชื่อ 'พี่ถัง' เป็นเฮดว้ากของโยธาปีนี้!" ชายหนุ่มร่างยักษ์ที่มีรอยสักรูปเฟืองที่ต้นคอเดินมาหยุดตรงหน้านิตา สายตาของเขาจ้องเขม็งราวกับจะมองให้ทะลุเข้าไปถึงตับไตไส้พุง "คุณชื่ออะไร! ตะโกนบอกผมมา!""นิตาค่ะ! รหัสนิสิต 0XX โยธาปีหนึ่งค่ะ!" นิตาตะโกนสุดเสียงจนหน้าดำหน้าแดง"เสียงเบาเหมือนยุงกัด! เป็นวิศวะโยธาต้องแบกปูน แบกเหล็ก ถ้าแค่อ้าปากพูดแล้วไม่มีใครได้ยิน ก็ลาออกไปเรียนคหกรรมไป๊!"นิตาเม้มริมฝีปากแน่น มือที่กำสายเป้สั่นระริก 'นี่มันยุค
ในขณะที่นิตากำลังจะตัดสินใจยอมจำนนและเดินเข้าไปถามทางรุ่นพี่สถาปัตย์ที่กำลังนั่งสเก็ตช์ภาพอยู่ เสียงเรียกเข้ามือถือก็ดังขึ้น... เป็นเบอร์ที่เธอไม่ได้เมมชื่อไว้ แต่จำตัวเลขสี่ตัวท้ายที่ดูเรียงกันอย่างเป็นระเบียบได้อย่างแม่นยำ08X-XXX-1234"ฮัลโหล!" นิตากดรับสายเสียงดังกว่าปกติเพื่อกลบความตื่นตระหนก"อยู่ไหนครับ?" เสียงทุ้มเรียบแสนคุ้นเคยดังมาจากปลายสาย น้ำเสียงนั้นนิ่งสงบจนนิตารู้สึกเขม่น"ก็... ก็อยู่ที่คณะดิพี่ ถามทำไม""คณะไหนครับ? คณะที่อยู่ติดกับโรงอาหารบัญชี หรือคณะที่คุณกำลังยืนจ้องรูปปั้นหัวเสาไอโอนิกอยู่ตรงหน้าตึกสถาปัตย์?"นิตาชะงักกึก เธอรีบหันขวับไปมองรอบตัวทันที สายตาสอดส่ายหาต้นตอของเสียง จนกระทั่งเห็นรถเก๋งสีขาวเจ้าเดิมจอดนิ่งอยู่ริมฟุตบาทห่างออกไปไม่กี่เมตร กระจกฝั่งคนขับเลื่อนลงเผยให้เห็นใบหน้าเรียบเฉยของเกื้อหนุนที่กำลังมองมาทางเธอด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก"พี่... พี่ตามหนูมาเหรอ!" นิตาเดินกึ่งวิ่งไปที่รถด้วยความโมโหปนอาย"ผมไม่ได้ตามครับ ผมแค่ขับรถวนมาดูความหายนะที่ผมพยากรณ์ไว้" เกื้อหนุนลดแว่นสายตาลง "แล้วก็เป็นไปตามตัวเลขเป๊ะๆ ... นิตาเดินหลงตั้งแต่นาทีแรกที่ก้าวเท้าล
การจราจรบนถนนพหลโยธินเริ่มติดขัดอย่างหนักตามคาด นิตานั่งกระฟัดกระเฟียดอยู่บนเบาะพรีเมียม เธอรู้สึกว่าเวลาผ่านไปนานนับศตวรรษ ทั้งที่จริงๆ เพิ่งผ่านไปแค่ 20 นาที"นี่พี่... ถ้าติดขนาดนี้ หนูลงเดินไปขึ้นรถไฟฟ้าไม่เร็วกว่าเหรอ?""อย่าทำตัวฉลาดน้อยไปหน่อยเลย จากตรงนี้ไปสถานีที่ใกล้ที่สุดคือสองกิโลเมตร ในสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าวแบบนี้ คุณเดินไปถึงคณะปุ๊บ สภาพคงดูไม่ต่างจากช่างก่อสร้างที่เพิ่งขุดดินเสร็จ เพื่อนๆ จะจำไม่ได้เอาว่านี่คือเพื่อนใหม่หรือกรรมกรหลงมา""มันจะเกินไปแล้วนะ!" นิตาหันมาจ้องหน้าเขาเขม็ง "พี่มองหนูเป็นอะไรเนี่ย? ผู้หญิงวิศวะเขาก็มีความถึก มีความอดทนนะคะ ไม่ได้สำอางเหมือนพวกคุณชายบัญชีหรอก""ผมไม่ได้สำอาง ผมแค่ 'สะอาด'"เกื้อหนุนแก้ต่างเสียงเรียบ "และที่สำคัญ ผมต้องรับผิดชอบชีวิตคุณตามที่ป้าอัญสั่ง ถ้าคุณเป็นฮีทสโตรกตายกลางทาง ผมจะเสียประวัติ""เหอะ! ที่แท้ก็กลัวเสียประวัติ ไม่ได้ห่วงหนูจริงๆ หรอก" นิตาสะบัดหน้าหนีออกไปทางหน้าต่างอีกครั้งเกื้อหนุนเหลือบมองเด็กสาวข้างๆ เล็กน้อย เขาเห็นแววความกังวลในดวงตาคู่โตนั้น แม้เธอจะพยายามทำตัวกร่างแค่ไหนก็ตาม เขารู้ดีว่าเด็กต่างจังหวัดที
แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าของกรุงเทพมหานครลอดผ่านผ้าม่านสีเทาเข้มในห้องนอนของ 'เกื้อหนุน' นิสิตชั้นปีที่ 4 คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี ชายหนุ่มจัดการสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวที่รีดจนเรียบกริบราวกับกระดาษเอสี่ ตรวจเช็กเนกไทให้ตรงองศา และสวมนาฬิกาข้อมือเรือนหรูอย่างใจเย็น ทุกอย่างในชีวิตของเขาต้องเป็นระเบียบ เป็นระบบ และคาดการณ์ได้...จนกระทั่งเสียง "โครม!" ดังสนั่นมาจากรั้วหน้าบ้านเกื้อหนุนถอนหายใจยาวจนไหล่ลู่ เขาไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเป็นฝีมือใคร ชายหนุ่มหยิบกระเป๋าที่บรรจุกเอกสารสำหรับเตรียมงานกลุ่มแล้วเดินลงบันไดมาด้วยฝีเท้าคงที่ เมื่อเปิดประตูบ้านออกไป ภาพที่เห็นคือร่างเล็กในชุดนิสิตกระโปรงพลีทยาวคลุมเข่า (ที่ดูขัดกับบุคลิกเจ้าตัวอย่างแรง) กำลังพยายามยกรถจักรยานยนต์แม่บ้านคันเก่าที่ล้มระเนระนาดอยู่ข้างรั้ว โดยมีป้าอัญยืนหน้าเสียอยู่ข้างๆ"บอกแล้วไงคะป้าอัญว่าหนูถอยเองได้ แฮะๆ แค่สะดุดรากมะม่วงนิดหน่อยเอง" 'นิตา' หัวเราะแห้งๆ พลางปัดฝุ่นตามตัว"สะดุดรากมะม่วงหรือสะดุดขาตัวเองกันแน่ครับ?" เสียงทุ้มเรียบดังขึ้นจากด้านหลังที่ไม่ห่างจากตัวนิตามากนักนิตาถึงกับชะงักกึก หันขวับมามองร่างสูงที่เดินตรงเข้ามาห











