Share

บทที่ 3

Author: บุปผาเดือนเพ็ญ
ข้ากลั้นความเจ็บปวดก้มลงเก็บเครื่องรางคุ้มภัย เดินไปที่หน้าผาด้านหนึ่ง แล้วปล่อยมือ เครื่องรางร่วงหล่นลงสู่เหวลึกนับหมื่นจั้ง ตกลงไปในแม่น้ำสายยาวที่ไม่มีผู้ใดรู้จัก และถูกเกลียวคลื่นซัดกลืนหายไปอย่างรวดเร็ว

และความทรงจำของข้า ก็ขาดหายตามไปด้วยส่วนหนึ่ง

“ไม่เป็นไรหรอก อีกเดี๋ยว คนส่วนเกินอย่างข้าก็จะหายไปจากโลกนี้เหมือนกัน”

ข้าพันแผลที่มือให้ตนเองอย่างลวกๆ เพื่อห้ามเลือด จากนั้นจึงฝืนทนความเจ็บปวดที่ขา เดินเท้ากลับมาจากเขาฉีซาน

ตอนที่ใกล้จะถึงประตูเมือง เผยจื่อเยี่ยก็ควบรถม้ามาถึงอย่างร้อนรน

“จือจือ ร่างกายของหรูเหยียนไม่ค่อยดี ข้าเองก็ทำไปเพราะความร้อนใจจึงได้…” เขาลงจากม้า เอ่ยปากด้วยความลุกลี้ลุกลนและรู้สึกผิด พลางจับมือข้าไว้แน่น “เจ้าอย่าโกรธเลยนะ ดีหรือไม่?”

เผยจื่อเยี่ยดูคล้ายจะกังวลเรื่องข้าจริงๆ บนหน้าผากมีเหงื่อเย็นผุดพรายเพราะความร้อนใจ มือของเขาก็เย็นเฉียบ

ข้าไม่ได้โต้เถียงกับเขา เพียงแค่ถามว่า “ท่านตั้งใจจะมอบหนังสือหย่าให้ข้าเมื่อใด? ข้าพร้อมไปได้ทุกเมื่อ”

เมื่อได้ยินดังนั้น แววตาของเผยจื่อเยี่ยก็ฉายแววตกตะลึงวูบหนึ่ง

“หย่าเจ้า? จือจือ เจ้ากำลังพูดเหลวไหลอันใดกัน ตั้งแต่วันที่ตบแต่งเจ้าเข้ามา ข้าไม่เคยคิดจะหย่ากับเจ้าเลยนะ เราตกลงกันแล้วว่าจะครองรักกันไปจนแก่เฒ่า”

ยามนี้เขาดูเหมือนจะลุกลนยิ่งกว่าเดิม พอเหลือบไปเห็นเลือดบนแขนของข้า สีหน้าก็เปลี่ยนไปทันที

“นี่ไปทำเยี่ยงไรจึงได้รับบาดเจ็บมา กลับจวนเถิด ข้าจะใส่ยาให้เจ้า”

เขาทำท่าจะอุ้มข้า แต่ข้ากลับกดมือเขาเอาไว้

“หากท่านไม่หย่ากับข้า แล้วแม่นางซ่งจะทำอย่างไร”

ร่างของเขาแข็งทื่อไปชั่วขณะ รีบรวบตัวข้าเข้าไปกอดไว้ในอ้อมอก น้ำเสียงอ่อนโยนถึงขีดสุด

“จือจือ ข้าต้องแต่งหรูเหยียนเข้าจวนจริงๆ แต่นั่นเป็นความประสงค์ของไทเฮา เจ้าวางใจเถิด อย่างไรเสียนางก็ไม่อาจข้ามหน้าข้ามตาเจ้าได้อย่างแน่นอน”

ข้ากระตุกยิ้มมุมปากเบาๆ “แต่ข้าไม่ชอบให้สตรีสองคนปรนนิบัติสามีคนเดียวกัน”

สีหน้าของเผยจื่อเยี่ยเคร่งขรึมลง จ้องมองข้านิ่งๆ

“จือจือ คนที่ข้ารักคือเจ้า ที่ต้องแต่งกับนาง เป็นเพราะราชโองการยากจะขัดขืน”

“เกิดในราชวงศ์ย่อมมีเรื่องจำใจมากมาย ข้าดีกับเจ้าเสมอต้นเสมอปลายมาตลอดสิบปี มาวันนี้ข้าตกอยู่ในความลำบากใจ เหตุใดเจ้าจึงไม่อาจเห็นใจข้าได้บ้าง”

ข้าอ้าปากจะพูด เขาก็เอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชาขึ้นมาอีกว่า “ข้าจะไปส่งเจ้ากลับจวนเพื่อทำแผลก่อน วันนี้ในราชสำนักยังมีเรื่องต้องจัดการอีกเล็กน้อย คงอยู่ต่อไม่ได้นาน”

ข้าหลุบตาลง มิได้เอ่ยสิ่งใดให้มากความ แล้วตามเขาขึ้นรถม้าไป

ตอนนั้นเพื่อจะได้ตบแต่งกับข้า ต่อให้เป็นราชบัลลังก์เขาก็ยังยอมสละทิ้ง ต่อให้คนทั้งใต้หล้าคัดค้าน เขาก็ยังดึงดันที่จะจับมือข้าไว้

เรื่องที่ยากเย็นแสนเข็ญขนาดนั้นเขายังทำได้ แต่พอยามนี้ไทเฮาให้เขารับอนุภรรยา เขากลับปฏิเสธไม่ได้

แล้วพอแม่นางซ่งเจอความลำบากหรืออันตราย เขากลับพุ่งเข้าไปช่วยเป็นคนแรก ซ้ำยังพาบุตรชายไปพบนางอยู่บ่อยครั้ง

ยอมรับว่าเปลี่ยนใจไปแล้ว มันยากเย็นนักหรืออย่างไร

พอกลับถึงจวน เผยจื่อเยี่ยก็ทำแผลให้ข้า แต่ตลอดเวลาเขาไม่ได้พูดกับข้าเลยสักคำ ท้ายที่สุดเพียงกำชับให้ข้าพักผ่อนให้ดี แล้วจึงจากไป

มองดูแผ่นหลังที่เย็นชาของเขาเดินจากไป ไม่มีความทะนุถนอมเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว ข้ารู้สึกว่าความทรงจำขาดหายไปอีกก้อนใหญ่ ความเจ็บปวดแปลบปลาบอย่างรุนแรงในใจค่อยๆ ทุเลาลง และสิ่งที่ตามมาก็คือความเจ็บปวดที่ลามไปทั่วทั้งร่างกาย

ร่างของข้าเซถลาไปเล็กน้อย แม่นมในเรือนเห็นเข้าก็รีบวิ่งเข้ามาประคองข้าไว้

“พระชายาบาดเจ็บถึงเส้นเอ็นและกระดูกหรือไม่เพคะ เหตุใดจึงดูอ่อนแอถึงเพียงนี้ จะให้ตามท่านหมอกลับมาดูอาการอีกรอบดีหรือไม่เพคะ?”

ข้าส่ายหน้า ระบบบอกไว้แล้วว่า ร่างกายของข้าจะเสื่อมสลายจนหมดสิ้นภายในสามวัน

นี่คือราคาที่ข้าต้องจ่ายเพื่อแลกกับการอยู่ต่อเพื่อความรัก

ข้าสมควรแบกรับมันไว้

“ไม่ต้องหรอก ข้าไม่เป็นไร”

ข้านอนพักผ่อนอยู่บนเตียงอย่างกึ่งหลับกึ่งตื่น ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเพียงใด ก็ได้ยินเสียงเอะอะโวยวายดังขึ้นมาอย่างเลือนลาง

ข้าเพิ่งจะลุกขึ้น สตรีหน้าตาสะสวยนางหนึ่งก็วิ่งพรวดพราดเข้ามาจากนอกห้อง ในมืออุ้มลูกแมวที่เปียกโชกเอาไว้

“พระชายา ขออภัยด้วยเพคะ ข้า… เดิมทีข้าทำตามที่ท่านอ๋องบอก ว่าอยากจะเดินเล่นสูดอากาศรอบๆ จวน แต่ไม่คิดว่าจู่ๆ แมวลายสลิดตัวนี้จะขู่ฟ่อใส่ข้า ซ้ำยังคิดจะกัดข้าด้วย ข้าตกใจกลัว จึง… จึงเตะมันไปทีหนึ่ง”

“พอเตะไป มันก็ตกลงไปในน้ำ ข้าว่ายน้ำไม่เป็น รอบข้างก็ไร้ผู้คน มันจึงจมน้ำตาย…”

นางร้องไห้พร้อมกับคุกเข่าลงตรงหน้าข้า “พระชายา ข้ารู้ตัวว่ามีความผิดมหันต์ ขอทรงลงอาญาด้วยเถิดเพคะ!”

อวี้เอ๋อร์ที่วิ่งตามเข้ามาจนเกือบจะสะดุดล้ม รีบคว้ามือของข้าเอาไว้แล้วอ้อนวอน

“อย่าโทษพี่หรูเหยียนเลยนะขอรับ นางไม่ได้ตั้งใจ ท่านแม่ ข้าขอร้องล่ะ อย่าลงโทษนางเลย”

ข้าเพิ่งตื่นนอน สติยังไม่แจ่มชัดนัก ได้แต่จ้องมองเจ้าก้อนขนที่สิ้นลมหายใจไปแล้วอย่างเหม่อลอย

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • สิ้นความทรงจำ ต่อให้ชิงบัลลังก์ก็รั้งข้าไม่ได้   บทที่ 9

    เขาเอาแต่พร่ำเอ่ยถึงเรื่องราวในอดีตอย่างมิหยุดหย่อน ราวกับอยากจะเอ่ยถ้อยคำของทั้งชีวิตให้จบลงในคราวเดียวข้ารับฟังอย่างเงียบงัน รู้สึกปวดใจแทนตนเองในอดีตก็เท่านั้นข้าเคยรักเขาอย่างหมดหัวใจและไร้ข้อกังขาถึงเพียงนั้น ทว่ากลับใจแข็งถึงขั้นทิ้งความทรงจำทั้งหมดที่มีต่อเขาไปจนหมดสิ้นเห็นได้ชัดว่า หัวใจคงตายด้านกลายเป็นเถ้าถ่านไปแล้วจริงๆจู่ๆ ก็มีเสียงร้องของเสี่ยวอี้ดังมาจากเบื้องหลัง ข้าหันขวับไปมอง เสี่ยวอี้กับอวี้เอ๋อร์หายตัวไปตั้งแต่เมื่อใดก็มิรู้ข้ารีบวิ่งกลับไปดูในแม่น้ำ เสี่ยวอี้โผล่พ้นผิวน้ำมาเพียงครึ่งศีรษะ เขาถูกเกลียวคลื่นซัดกระหน่ำระลอกแล้วระลอกเล่าข้ากระโดดลงไปอย่างมิลังเลโชคดีที่น้ำไม่ลึกนัก ข้าคว้าตัวเสี่ยวอี้ลากเข้าฝั่ง เบื้องหลังพลันมีเสียงร้องไห้ตะโกนดังขึ้น “ท่านแม่!”ข้าหันกลับไปมอง ถึงเพิ่งสังเกตเห็นว่าอวี้เอ๋อร์ก็พลัดตกน้ำเช่นกัน เพียงแต่เมื่อครู่ข้าเป็นห่วงเสี่ยวอี้มากเกินไป จึงมิได้สังเกตเห็นเขามีองครักษ์หลายคนกระโดดลงไปช่วยเขาขึ้นมาแล้วบนฝั่ง เสี่ยวอี้หนาวจนตัวสั่นงันงก เขามองข้าด้วยสีหน้ารู้สึกผิดเต็มประดา“ท่านแม่… ข้าจะไม่มัวแต่เล่นซุกซนอีกแล้

  • สิ้นความทรงจำ ต่อให้ชิงบัลลังก์ก็รั้งข้าไม่ได้   บทที่ 8

    หลังจากยืนยันความปลอดภัยของเสี่ยวอี้จากระบบแล้ว ข้าจึงค่อยวางใจลงได้ไม่นานนัก บุรุษผู้นั้นก็มาถึง บรรดาข้ารับใช้ในวังต่างรู้ความและถอยออกไปในมือของบุรุษผู้นั้นอุ้มแมวสีขาวตัวหนึ่ง เขาทำท่าราวกับนำของล้ำค่ามาถวาย ยื่นแมวตัวนั้นมาตรงหน้าข้า“ดูสิว่าแมวตัวนี้เหมือนเหมาฉิวของพวกเราเพียงใด จือจือ เราเรียกมันว่าเหมาฉิว แล้วเลี้ยงมันไว้ ดีหรือไม่?”น้ำเสียงของเขาอ่อนโยน มองข้าด้วยรอยยิ้มราวกับว่าระหว่างเราไม่เคยมีความบาดหมางใดๆ เกิดขึ้น ราวกับว่าข้ายังคงเป็นภรรยาของเขา ราวกับว่าคำพูดเหล่านั้นเมื่อวานไม่เคยถูกเอ่ยออกมาข้ามิได้ยื่นมือไปรับแมวตัวนั้น“เหมาฉิวมีความผูกพันกับท่านใช่หรือไม่?”บุรุษผู้นั้นตอบกลับแทบจะในทันทีโดยไม่ต้องคิด“ย่อมมีความผูกพันสิ มันเป็นแมวที่เจ้าเก็บกลับมา เป็นครอบครัวของพวกเรา”ข้ามองเขาด้วยสายตาเรียบเฉย“แล้วแมวตัวนี้จะเป็นเหมาฉิวไปได้อย่างไร เหมาฉิวก็คือเหมาฉิว ต่อให้พวกมันเหมือนกันเพียงใดก็มิใช่ตัวเดียวกันอยู่ดี มิใช่หรือ?”บุรุษผู้นั้นชะงักอึ้งไปพักใหญ่“เมื่อก่อนเจ้าก็เคยเอ่ยคำนี้”ข้าสบตาเขา“ท่านตั้งใจจะปล่อยพวกเราไปเมื่อใด?”แทบจะในชั่วพริบตา

  • สิ้นความทรงจำ ต่อให้ชิงบัลลังก์ก็รั้งข้าไม่ได้   บทที่ 7

    “ลองชิมดูสิ ว่าอร่อยหรือไม่”เขาต้องจำคนผิดเฉกเช่นบุตรชายของเขาผู้นั้นเป็นแน่ข้ามิได้รับน้ำแกงร้อยบุปผาในมือของเขามา ทำเพียงจ้องมองเขาด้วยสายตาแปลกหน้า“ลูกของข้าเล่า ท่านพาเขาไปไว้ที่ใด?”เกิดความเงียบงันขึ้นชั่วขณะบุรุษผู้นั้นตักน้ำแกงร้อยบุปผามาจ่อที่ริมฝีปากข้า“อวี้เอ๋อร์ต่างหากที่เป็นบุตรชายที่เจ้าอุ้มท้องคลอดออกมาด้วยความยากลำบาก”“ทว่าบัดนี้เจ้ากลับมาอยู่ข้างกายข้าแล้ว หากเจ้าชอบพอเด็กผู้นั้นจริงๆ พวกเราจะเลี้ยงดูเขาไว้ก็ย่อมได้”ข้าส่ายหน้า“ข้าจำไม่ได้หรอกนะว่าอวี้เอ๋อร์คือผู้ใด และก็จำท่านไม่ได้ด้วย ข้าเพียงอยากอยู่กับลูกของข้า เขาอยู่ที่ใด?”ราวกับถูกคำพูดของข้าทิ่มแทง หางตาของบุรุษผู้นั้นแดงก่ำขึ้นมา สีหน้าเผยให้เห็นความเจ็บปวดรวดร้าว“เจ้าลืมเลือนข้าไปจนหมดสิ้นได้อย่างไรกัน?”“ข้าคือเป้าหมายภารกิจของเจ้า หลังจากที่เจ้าพิชิตใจข้าสำเร็จ เดิมทีเจ้ามีโอกาสที่จะหนีไปจากโลกใบนี้ แต่เจ้าก็เลือกที่จะอยู่ต่อเพื่อข้า”“พวกเราตบแต่งเป็นสามีภรรยากัน ข้ายอมสละราชบัลลังก์เพื่อเจ้า เจ้าเองก็ยอมไปเจรจากับแคว้นศัตรูเพื่อข้า ดื่มสุราแทนข้าจนไข้ขึ้นสูงไปทั้งตัว เจ้าแทบจะเอาชี

  • สิ้นความทรงจำ ต่อให้ชิงบัลลังก์ก็รั้งข้าไม่ได้   บทที่ 6

    อาจเป็นเพราะสภาพแวดล้อมรอบข้างดูแปลกตา เสี่ยวอี้เกรงว่าข้าจะได้รับอันตราย จึงเอาตัวเข้ามาขวางหน้าข้าไว้ตามสัญชาตญาณ แล้วผลักเด็กหนุ่มผู้นั้นจนล้มคะมำ“เจ้าจำคนผิดแล้วกระมัง? นี่คือท่านแม่ของข้า”เด็กหนุ่มผู้นั้นถูกเสี่ยวอี้ขวางเอาไว้ แต่ก็ยังอยากจะเข้ามาจับมือข้า สายตาของเขาจ้องเขม็งมาที่ข้า ราวกับกลัวว่าวินาทีต่อไปข้าจะหายตัวไป“ท่านแม่ ท่านยังไม่ตาย อวี้เอ๋อร์รู้มาตลอดว่าท่านต้องกลับมา!”เขากับเสี่ยวอี้ยื้อยุดฉุดกระชากกันไปมา จนมือของทั้งสองคนแดงเถือกไปหมด เมื่อไม่นานมานี้เสี่ยวอี้เพิ่งจะโดนน้ำร้อนลวกมือยามที่ต้มน้ำแกงให้ข้า พอเห็นพวกเขาสองคนเป็นเช่นนี้ ข้าจึงดึงเสี่ยวอี้มาหลบอยู่ด้านหลังขณะที่กำลังจะเป่ามือให้เสี่ยวอี้ เด็กหนุ่มผู้นั้นก็แทบจะปล่อยโฮออกมา สายตาของเขาจ้องเขม็งไปยังมือของข้าที่กำลังจับเสี่ยวอี้เอาไว้“ท่านแม่ ท่านไปปกป้องผู้อื่นได้อย่างไร ข้าต่างหากที่เป็นบุตรในสายเลือดของท่าน!”ข้ารู้สึกประหลาดใจยิ่งนัก คุณชายน้อยผู้นี้เอาแต่พร่ำบอกว่าเป็นบุตรของข้า แต่ข้ากลับไม่มีความทรงจำอันใดเลยแม้แต่น้อย ข้าเดาว่าเขาอาจจะพลัดหลงกับครอบครัว จึงได้มีปฏิกิริยารุนแรงถึงเพียงนี

  • สิ้นความทรงจำ ต่อให้ชิงบัลลังก์ก็รั้งข้าไม่ได้   บทที่ 5

    หลังจากข้าสิ้นใจ วิญญาณมิได้กลับไปยังโลกเดิมในทันที แต่กลับล่องลอยอยู่กลางอากาศแม่นมวิ่งออกไปได้ไม่นาน เผยจื่อเยี่ยก็พาอวี้เอ๋อร์เข้ามาเผยจื่อเยี่ยแทบจะพุ่งตัวเข้ามา บนร่างเขายังคงสวมชุดมงคลสีแดงสำหรับเข้าพิธีไหว้ฟ้าดินเขาวิ่งโซซัดโซเซมาหาข้า ใช้มืออังตรวจลมหายใจที่ปลายจมูก พอแน่ใจว่าข้าหมดลมหายใจไปอย่างสมบูรณ์แล้ว เขาก็ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นอย่างหมดเรี่ยวแรง ร่างกายสั่นเทิ้มไปทั้งตัว“เป็นไปได้อย่างไร… จือจือ! ที่แท้เจ้าก็มิเคยหลอกข้าเลย”อวี้เอ๋อร์ถูกเลือดที่นองเต็มห้องทำให้ตกใจกลัวจนแผดเสียงร้องไห้จ้า เขาวิ่งเข้ามาจับมือของข้าไว้“ท่านแม่ ท่านแม่ แม่นมบอกว่าท่านตายแล้ว อวี้เอ๋อร์กลัวเหลือเกิน ท่านแม่ลืมตาขึ้นมามองข้าสิ!”เมื่อเสียงเอะอะโวยวายค่อยๆ ไกลออกไป ข้าก็รู้สึกได้ว่าความทรงจำในที่แห่งนี้ผลิบานขึ้นราวกับภาพม้าวิ่งวน ก่อนจะเลือนรางกลายเป็นเพียงจุดเล็กๆ และเลือนหายไปในที่สุดกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อฉุนกึกเตะจมูก พอตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ฉันก็มาอยู่ในโรงพยาบาลแล้ว มีเด็กผู้ชายรูปร่างผอมบางคนหนึ่งนั่งอยู่ข้างเตียงพอเห็นฉันฟื้น เขาก็รีบรินน้ำร้อนแก้วหนึ่งมาจ่อที่ริมฝีปาก นั่งหลุบ

  • สิ้นความทรงจำ ต่อให้ชิงบัลลังก์ก็รั้งข้าไม่ได้   บทที่ 4

    มันเป็นแมวที่ข้าเก็บมาเลี้ยง นิสัยซุกซนร่าเริง ชอบกระโดดโลดเต้นไปมา ทว่ากลับคลอเคลียข้าเพียงผู้เดียว หากอวี้เอ๋อร์และเผยจื่อเยี่ยทำไม่ดีต่อข้าแม้แต่น้อย มันก็จะกางกรงเล็บแยกเขี้ยวขู่ฟ่อกลับไปทั่วร่างของข้าราวกับถูกสูบเรี่ยวแรงออกไปจนหมดสิ้นในฉับพลัน น้ำเสียงสั่นพร่า“อวี้เอ๋อร์ มันคือเพื่อนของเจ้านะ เจ้าคิดว่าจะปล่อยผ่านไปง่ายๆ อย่างนั้นหรือ?”อวี้เอ๋อร์น้ำตาคลอเบ้า สะอึกสะอื้นจนเอ่ยอันใดไม่ออกแววตาของซ่งหรูเหยียนซุกซ่อนความเย็นชาเยียบ จู่ๆ นางก็เริ่มโขกศีรษะให้ข้า“หากเพลิงโทสะในใจของพระชายายังไม่ดับมอด ข้ายินดีใช้ชีวิตของข้าชดใช้แทนชีวิตของมัน!”นางวิ่งเอาศีรษะชนกำแพง ร่างร่วงลงไปกองกับพื้น ผู้คนรอบข้างต่างตื่นตระหนกวุ่นวายไปหมดยามนี้ เผยจื่อเยี่ยเพิ่งจะกลับมาถึงจวนพอดี ท่าทางของเขาคล้ายกำลังโกรธจัด ทว่ากลับสั่งให้คนพาตัวซ่งหรูเหยียนออกไปก่อน อวี้เอ๋อร์เองก็ร้องไห้เดินจากไปเช่นกันเผยจื่อเยี่ยเดินมาตรงหน้าข้า น้ำเสียงเย็นชาฟาดกระหน่ำลงมา “ก็แค่แมวตัวเดียว หรือเจ้าต้องการชีวิตของหรูเหยียนจริงๆ”ข้าอุ้มเหมาฉิวที่สิ้นใจไปนานแล้วขึ้นมา แววตาหม่นหมอง นิ่งเงียบไปเนิ่นนาน จึงค่อ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status