บททั้งหมดของ สิ้นความทรงจำ ต่อให้ชิงบัลลังก์ก็รั้งข้าไม่ได้: บทที่ 1 - บทที่ 9

9

บทที่ 1

“ตอนนี้ฉันกำลังทำภารกิจอยู่โลกอื่น รออีกสามวันนะ พอร่างเนื้อของเธอเน่าสลาย ฉันจะพาเธอกลับบ้าน”เสียงของระบบที่ห่างหายไปนานดังขึ้นในหัว ข้าหลับตาลง ข่มความขมขื่นที่ตีตื้นขึ้นมาในใจ “ฉันจะรอนะ”เดิมทีคิดว่าการอยู่เคียงข้างเผยจื่อเยี่ย จะสามารถครองรักกันไปได้นับร้อยปี และคงไม่มีวันได้พบกับระบบอีก คิดไม่ถึงว่าเวลาผ่านไปเพียงสิบปี สรรพสิ่งล้วนแปรเปลี่ยน ผู้คนไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปเวลานี้ เผยจื่อเยี่ยที่เพิ่งกลับจากว่าราชการเช้ามาถึงจวนแล้วเขามีใบหน้าหล่อเหลาหมดจด อาภรณ์สีขาวเปียกชุ่มไปทั้งตัว หยาดน้ำยังคงหยดลงมาจากเส้นผมสีดำขลับ เขาค่อยๆ ก้าวเดินมาหาข้า“จือจือ ปกติเวลาฝนตกเจ้ามักจะนำร่มมาให้ข้าเสมอ เหตุใดวันนี้จึงไม่มาเล่า?”ข้ามองท่าทางที่ดูน้อยอกน้อยใจของเขา แพขนตาขยับไหวเบาๆ “ลืมไปแล้วน่ะ”ทุกครั้งที่ฝนตก ข้าจะนำร่มไปให้เขาสม่ำเสมอ เพราะไม่อยากให้เขาป่วยไข้ สิบปีมานี้ไม่เคยขาด แต่วันนี้กลับลืมไปเสียสนิทไม่ใช่เพียงลืมนำร่มไปให้ ทว่ายังมีอีกหลายเรื่องที่ข้าลืมเลือนไปแล้วตอนนั้นระบบเคยบอกไว้ว่า คนที่เลือกอยู่ต่อเพื่อพระรองผู้คลั่งรักหลังจากทำภารกิจพิชิตใจสำเร็จ ล้วนไม่มีจุดจบที
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 2

เขาสวมปิ่นปักผมลงบนมวยผมของข้า ข้าเห็นความอ่อนโยนในแววตาของเขาที่แทบจะหยาดเยิ้มออกมา ไม่ต่างอะไรกับเมื่อก่อน หรืออาจจะลึกซึ้งยิ่งกว่าเดิมเสียด้วยซ้ำแต่จู่ๆ ข้ากลับรู้สึกราวกับว่าไม่รู้จักเขาเสียแล้วเมื่อสิบปีก่อน สามีของข้าคือองค์ชายที่ฮ่องเต้ทรงโปรดปรานมากที่สุด เดิมทีเขาจะได้ขึ้นครองบัลลังก์ แต่เพราะฐานะสตรีไร้ญาติขาดมิตรอย่างข้าไม่อาจเป็นฮองเฮาได้ และข้าก็รับไม่ได้ที่จะต้องใช้สามีร่วมกับสตรีอื่น เขาจึงยอมสละราชบัลลังก์ไปอย่างไม่ไยดี เพียงเพื่อจะได้ตบแต่งกับข้ายามอยู่เบื้องนอก ผู้คนต่างหวาดเกรงเขา แต่พอปิดประตูอยู่กันตามลำพัง เขากลับชอบมาซบกระซิบออดอ้อนอยู่ข้างหูข้า คอยตามใจและทะนุถนอม ความรักของเขานั้นลึกซึ้ง ร้อนแรง และมีเพียงข้าคนเดียวจนผู้คนต่างพากันอิจฉามาวันนี้ เขาก็เหมือนจะยังรักข้าอยู่ แต่ทว่า ข้ากลับมองไม่เห็น และสัมผัสมันไม่ได้อีกแล้วเผยจื่อเยี่ยเห็นข้าเงียบไป ก็บีบจมูกข้าเบาๆ “เป็นอะไรไป ไม่อยากไปปีนเขาแล้วหรือ?”ข้ามองหน้าเขา แล้วฝืนยิ้มบางๆ“ตกลง พรุ่งนี้เราไปเที่ยวด้วยกันเถิด”อีกสามวันข้าก็จะไปแล้ว การไปเที่ยวครั้งนี้ ถือเสียว่าเป็นการเอ่ยลาล่วงหน้าก็แล้วก
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 3

ข้ากลั้นความเจ็บปวดก้มลงเก็บเครื่องรางคุ้มภัย เดินไปที่หน้าผาด้านหนึ่ง แล้วปล่อยมือ เครื่องรางร่วงหล่นลงสู่เหวลึกนับหมื่นจั้ง ตกลงไปในแม่น้ำสายยาวที่ไม่มีผู้ใดรู้จัก และถูกเกลียวคลื่นซัดกลืนหายไปอย่างรวดเร็วและความทรงจำของข้า ก็ขาดหายตามไปด้วยส่วนหนึ่ง“ไม่เป็นไรหรอก อีกเดี๋ยว คนส่วนเกินอย่างข้าก็จะหายไปจากโลกนี้เหมือนกัน”ข้าพันแผลที่มือให้ตนเองอย่างลวกๆ เพื่อห้ามเลือด จากนั้นจึงฝืนทนความเจ็บปวดที่ขา เดินเท้ากลับมาจากเขาฉีซานตอนที่ใกล้จะถึงประตูเมือง เผยจื่อเยี่ยก็ควบรถม้ามาถึงอย่างร้อนรน“จือจือ ร่างกายของหรูเหยียนไม่ค่อยดี ข้าเองก็ทำไปเพราะความร้อนใจจึงได้…” เขาลงจากม้า เอ่ยปากด้วยความลุกลี้ลุกลนและรู้สึกผิด พลางจับมือข้าไว้แน่น “เจ้าอย่าโกรธเลยนะ ดีหรือไม่?”เผยจื่อเยี่ยดูคล้ายจะกังวลเรื่องข้าจริงๆ บนหน้าผากมีเหงื่อเย็นผุดพรายเพราะความร้อนใจ มือของเขาก็เย็นเฉียบข้าไม่ได้โต้เถียงกับเขา เพียงแค่ถามว่า “ท่านตั้งใจจะมอบหนังสือหย่าให้ข้าเมื่อใด? ข้าพร้อมไปได้ทุกเมื่อ”เมื่อได้ยินดังนั้น แววตาของเผยจื่อเยี่ยก็ฉายแววตกตะลึงวูบหนึ่ง“หย่าเจ้า? จือจือ เจ้ากำลังพูดเหลวไหลอันใดกัน
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 4

มันเป็นแมวที่ข้าเก็บมาเลี้ยง นิสัยซุกซนร่าเริง ชอบกระโดดโลดเต้นไปมา ทว่ากลับคลอเคลียข้าเพียงผู้เดียว หากอวี้เอ๋อร์และเผยจื่อเยี่ยทำไม่ดีต่อข้าแม้แต่น้อย มันก็จะกางกรงเล็บแยกเขี้ยวขู่ฟ่อกลับไปทั่วร่างของข้าราวกับถูกสูบเรี่ยวแรงออกไปจนหมดสิ้นในฉับพลัน น้ำเสียงสั่นพร่า“อวี้เอ๋อร์ มันคือเพื่อนของเจ้านะ เจ้าคิดว่าจะปล่อยผ่านไปง่ายๆ อย่างนั้นหรือ?”อวี้เอ๋อร์น้ำตาคลอเบ้า สะอึกสะอื้นจนเอ่ยอันใดไม่ออกแววตาของซ่งหรูเหยียนซุกซ่อนความเย็นชาเยียบ จู่ๆ นางก็เริ่มโขกศีรษะให้ข้า“หากเพลิงโทสะในใจของพระชายายังไม่ดับมอด ข้ายินดีใช้ชีวิตของข้าชดใช้แทนชีวิตของมัน!”นางวิ่งเอาศีรษะชนกำแพง ร่างร่วงลงไปกองกับพื้น ผู้คนรอบข้างต่างตื่นตระหนกวุ่นวายไปหมดยามนี้ เผยจื่อเยี่ยเพิ่งจะกลับมาถึงจวนพอดี ท่าทางของเขาคล้ายกำลังโกรธจัด ทว่ากลับสั่งให้คนพาตัวซ่งหรูเหยียนออกไปก่อน อวี้เอ๋อร์เองก็ร้องไห้เดินจากไปเช่นกันเผยจื่อเยี่ยเดินมาตรงหน้าข้า น้ำเสียงเย็นชาฟาดกระหน่ำลงมา “ก็แค่แมวตัวเดียว หรือเจ้าต้องการชีวิตของหรูเหยียนจริงๆ”ข้าอุ้มเหมาฉิวที่สิ้นใจไปนานแล้วขึ้นมา แววตาหม่นหมอง นิ่งเงียบไปเนิ่นนาน จึงค่อ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 5

หลังจากข้าสิ้นใจ วิญญาณมิได้กลับไปยังโลกเดิมในทันที แต่กลับล่องลอยอยู่กลางอากาศแม่นมวิ่งออกไปได้ไม่นาน เผยจื่อเยี่ยก็พาอวี้เอ๋อร์เข้ามาเผยจื่อเยี่ยแทบจะพุ่งตัวเข้ามา บนร่างเขายังคงสวมชุดมงคลสีแดงสำหรับเข้าพิธีไหว้ฟ้าดินเขาวิ่งโซซัดโซเซมาหาข้า ใช้มืออังตรวจลมหายใจที่ปลายจมูก พอแน่ใจว่าข้าหมดลมหายใจไปอย่างสมบูรณ์แล้ว เขาก็ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นอย่างหมดเรี่ยวแรง ร่างกายสั่นเทิ้มไปทั้งตัว“เป็นไปได้อย่างไร… จือจือ! ที่แท้เจ้าก็มิเคยหลอกข้าเลย”อวี้เอ๋อร์ถูกเลือดที่นองเต็มห้องทำให้ตกใจกลัวจนแผดเสียงร้องไห้จ้า เขาวิ่งเข้ามาจับมือของข้าไว้“ท่านแม่ ท่านแม่ แม่นมบอกว่าท่านตายแล้ว อวี้เอ๋อร์กลัวเหลือเกิน ท่านแม่ลืมตาขึ้นมามองข้าสิ!”เมื่อเสียงเอะอะโวยวายค่อยๆ ไกลออกไป ข้าก็รู้สึกได้ว่าความทรงจำในที่แห่งนี้ผลิบานขึ้นราวกับภาพม้าวิ่งวน ก่อนจะเลือนรางกลายเป็นเพียงจุดเล็กๆ และเลือนหายไปในที่สุดกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อฉุนกึกเตะจมูก พอตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ฉันก็มาอยู่ในโรงพยาบาลแล้ว มีเด็กผู้ชายรูปร่างผอมบางคนหนึ่งนั่งอยู่ข้างเตียงพอเห็นฉันฟื้น เขาก็รีบรินน้ำร้อนแก้วหนึ่งมาจ่อที่ริมฝีปาก นั่งหลุบ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 6

อาจเป็นเพราะสภาพแวดล้อมรอบข้างดูแปลกตา เสี่ยวอี้เกรงว่าข้าจะได้รับอันตราย จึงเอาตัวเข้ามาขวางหน้าข้าไว้ตามสัญชาตญาณ แล้วผลักเด็กหนุ่มผู้นั้นจนล้มคะมำ“เจ้าจำคนผิดแล้วกระมัง? นี่คือท่านแม่ของข้า”เด็กหนุ่มผู้นั้นถูกเสี่ยวอี้ขวางเอาไว้ แต่ก็ยังอยากจะเข้ามาจับมือข้า สายตาของเขาจ้องเขม็งมาที่ข้า ราวกับกลัวว่าวินาทีต่อไปข้าจะหายตัวไป“ท่านแม่ ท่านยังไม่ตาย อวี้เอ๋อร์รู้มาตลอดว่าท่านต้องกลับมา!”เขากับเสี่ยวอี้ยื้อยุดฉุดกระชากกันไปมา จนมือของทั้งสองคนแดงเถือกไปหมด เมื่อไม่นานมานี้เสี่ยวอี้เพิ่งจะโดนน้ำร้อนลวกมือยามที่ต้มน้ำแกงให้ข้า พอเห็นพวกเขาสองคนเป็นเช่นนี้ ข้าจึงดึงเสี่ยวอี้มาหลบอยู่ด้านหลังขณะที่กำลังจะเป่ามือให้เสี่ยวอี้ เด็กหนุ่มผู้นั้นก็แทบจะปล่อยโฮออกมา สายตาของเขาจ้องเขม็งไปยังมือของข้าที่กำลังจับเสี่ยวอี้เอาไว้“ท่านแม่ ท่านไปปกป้องผู้อื่นได้อย่างไร ข้าต่างหากที่เป็นบุตรในสายเลือดของท่าน!”ข้ารู้สึกประหลาดใจยิ่งนัก คุณชายน้อยผู้นี้เอาแต่พร่ำบอกว่าเป็นบุตรของข้า แต่ข้ากลับไม่มีความทรงจำอันใดเลยแม้แต่น้อย ข้าเดาว่าเขาอาจจะพลัดหลงกับครอบครัว จึงได้มีปฏิกิริยารุนแรงถึงเพียงนี
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 7

“ลองชิมดูสิ ว่าอร่อยหรือไม่”เขาต้องจำคนผิดเฉกเช่นบุตรชายของเขาผู้นั้นเป็นแน่ข้ามิได้รับน้ำแกงร้อยบุปผาในมือของเขามา ทำเพียงจ้องมองเขาด้วยสายตาแปลกหน้า“ลูกของข้าเล่า ท่านพาเขาไปไว้ที่ใด?”เกิดความเงียบงันขึ้นชั่วขณะบุรุษผู้นั้นตักน้ำแกงร้อยบุปผามาจ่อที่ริมฝีปากข้า“อวี้เอ๋อร์ต่างหากที่เป็นบุตรชายที่เจ้าอุ้มท้องคลอดออกมาด้วยความยากลำบาก”“ทว่าบัดนี้เจ้ากลับมาอยู่ข้างกายข้าแล้ว หากเจ้าชอบพอเด็กผู้นั้นจริงๆ พวกเราจะเลี้ยงดูเขาไว้ก็ย่อมได้”ข้าส่ายหน้า“ข้าจำไม่ได้หรอกนะว่าอวี้เอ๋อร์คือผู้ใด และก็จำท่านไม่ได้ด้วย ข้าเพียงอยากอยู่กับลูกของข้า เขาอยู่ที่ใด?”ราวกับถูกคำพูดของข้าทิ่มแทง หางตาของบุรุษผู้นั้นแดงก่ำขึ้นมา สีหน้าเผยให้เห็นความเจ็บปวดรวดร้าว“เจ้าลืมเลือนข้าไปจนหมดสิ้นได้อย่างไรกัน?”“ข้าคือเป้าหมายภารกิจของเจ้า หลังจากที่เจ้าพิชิตใจข้าสำเร็จ เดิมทีเจ้ามีโอกาสที่จะหนีไปจากโลกใบนี้ แต่เจ้าก็เลือกที่จะอยู่ต่อเพื่อข้า”“พวกเราตบแต่งเป็นสามีภรรยากัน ข้ายอมสละราชบัลลังก์เพื่อเจ้า เจ้าเองก็ยอมไปเจรจากับแคว้นศัตรูเพื่อข้า ดื่มสุราแทนข้าจนไข้ขึ้นสูงไปทั้งตัว เจ้าแทบจะเอาชี
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 8

หลังจากยืนยันความปลอดภัยของเสี่ยวอี้จากระบบแล้ว ข้าจึงค่อยวางใจลงได้ไม่นานนัก บุรุษผู้นั้นก็มาถึง บรรดาข้ารับใช้ในวังต่างรู้ความและถอยออกไปในมือของบุรุษผู้นั้นอุ้มแมวสีขาวตัวหนึ่ง เขาทำท่าราวกับนำของล้ำค่ามาถวาย ยื่นแมวตัวนั้นมาตรงหน้าข้า“ดูสิว่าแมวตัวนี้เหมือนเหมาฉิวของพวกเราเพียงใด จือจือ เราเรียกมันว่าเหมาฉิว แล้วเลี้ยงมันไว้ ดีหรือไม่?”น้ำเสียงของเขาอ่อนโยน มองข้าด้วยรอยยิ้มราวกับว่าระหว่างเราไม่เคยมีความบาดหมางใดๆ เกิดขึ้น ราวกับว่าข้ายังคงเป็นภรรยาของเขา ราวกับว่าคำพูดเหล่านั้นเมื่อวานไม่เคยถูกเอ่ยออกมาข้ามิได้ยื่นมือไปรับแมวตัวนั้น“เหมาฉิวมีความผูกพันกับท่านใช่หรือไม่?”บุรุษผู้นั้นตอบกลับแทบจะในทันทีโดยไม่ต้องคิด“ย่อมมีความผูกพันสิ มันเป็นแมวที่เจ้าเก็บกลับมา เป็นครอบครัวของพวกเรา”ข้ามองเขาด้วยสายตาเรียบเฉย“แล้วแมวตัวนี้จะเป็นเหมาฉิวไปได้อย่างไร เหมาฉิวก็คือเหมาฉิว ต่อให้พวกมันเหมือนกันเพียงใดก็มิใช่ตัวเดียวกันอยู่ดี มิใช่หรือ?”บุรุษผู้นั้นชะงักอึ้งไปพักใหญ่“เมื่อก่อนเจ้าก็เคยเอ่ยคำนี้”ข้าสบตาเขา“ท่านตั้งใจจะปล่อยพวกเราไปเมื่อใด?”แทบจะในชั่วพริบตา
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 9

เขาเอาแต่พร่ำเอ่ยถึงเรื่องราวในอดีตอย่างมิหยุดหย่อน ราวกับอยากจะเอ่ยถ้อยคำของทั้งชีวิตให้จบลงในคราวเดียวข้ารับฟังอย่างเงียบงัน รู้สึกปวดใจแทนตนเองในอดีตก็เท่านั้นข้าเคยรักเขาอย่างหมดหัวใจและไร้ข้อกังขาถึงเพียงนั้น ทว่ากลับใจแข็งถึงขั้นทิ้งความทรงจำทั้งหมดที่มีต่อเขาไปจนหมดสิ้นเห็นได้ชัดว่า หัวใจคงตายด้านกลายเป็นเถ้าถ่านไปแล้วจริงๆจู่ๆ ก็มีเสียงร้องของเสี่ยวอี้ดังมาจากเบื้องหลัง ข้าหันขวับไปมอง เสี่ยวอี้กับอวี้เอ๋อร์หายตัวไปตั้งแต่เมื่อใดก็มิรู้ข้ารีบวิ่งกลับไปดูในแม่น้ำ เสี่ยวอี้โผล่พ้นผิวน้ำมาเพียงครึ่งศีรษะ เขาถูกเกลียวคลื่นซัดกระหน่ำระลอกแล้วระลอกเล่าข้ากระโดดลงไปอย่างมิลังเลโชคดีที่น้ำไม่ลึกนัก ข้าคว้าตัวเสี่ยวอี้ลากเข้าฝั่ง เบื้องหลังพลันมีเสียงร้องไห้ตะโกนดังขึ้น “ท่านแม่!”ข้าหันกลับไปมอง ถึงเพิ่งสังเกตเห็นว่าอวี้เอ๋อร์ก็พลัดตกน้ำเช่นกัน เพียงแต่เมื่อครู่ข้าเป็นห่วงเสี่ยวอี้มากเกินไป จึงมิได้สังเกตเห็นเขามีองครักษ์หลายคนกระโดดลงไปช่วยเขาขึ้นมาแล้วบนฝั่ง เสี่ยวอี้หนาวจนตัวสั่นงันงก เขามองข้าด้วยสีหน้ารู้สึกผิดเต็มประดา“ท่านแม่… ข้าจะไม่มัวแต่เล่นซุกซนอีกแล้
อ่านเพิ่มเติม
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status