Short
สิ้นความทรงจำ ต่อให้ชิงบัลลังก์ก็รั้งข้าไม่ได้

สิ้นความทรงจำ ต่อให้ชิงบัลลังก์ก็รั้งข้าไม่ได้

Oleh:  บุปผาเดือนเพ็ญTamat
Bahasa: Thai
goodnovel4goodnovel
9Bab
0Dibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

พระชายาที่ผู้สำเร็จราชการรักใคร่มาถึงสิบปี ระยะนี้ป่วยเป็นโรคประหลาด เมื่อหนึ่งเดือนก่อน ผู้สำเร็จราชการผิดนัดวันครบรอบแต่งงานสิบปีเพื่อไปดูแลซ่งหรูเหยียนที่บังเอิญต้องลมเย็นจนเป็นไข้ พระชายาที่เคยเฝ้ารอเขากลับจวนทุกวันกลับลืมที่จะรอ และเข้าพักผ่อนไปตั้งแต่หัวค่ำ เมื่อครึ่งเดือนก่อนฝนตกหนัก ผู้สำเร็จราชการลืมไปรับพระชายาที่ไปขอพรยังอารามกลับจวน ทว่ากลับรุดไปงานเลี้ยงเพื่อดื่มสุราแทนซ่งหรูเหยียนจนเมามายไม่ได้สติ พระชายาที่เคยเอาใจใส่สุขภาพของเขาเป็นอันดับแรกกลับลืมต้มน้ำแกงสร่างเมาให้ นางฝ่าพายุฝนกลับจวน เปลี่ยนอาภรณ์และรับสำรับอย่างเงียบสงบ เมื่อสามวันก่อน ผู้สำเร็จราชการรีบร้อนไปดูแลซ่งหรูเหยียนที่ถูกน้ำร้อนลวกมือ ทิ้งพระชายาที่กำลังป่วยเป็นไข้เอาไว้ ลูกชายเองก็คอยเอาใจใส่ปลอบประโลมซ่งหรูเหยียนเป็นอย่างดี ยามบังเอิญพบกันที่โรงหมอ พระชายาที่ปกติมักจะหึงหวงกลับลืมคำสัตย์สาบานรักที่มีต่อเขา ทั้งยังลืมไปว่าลูกชายเคยปวดใจเพียงใดกับความทุกข์ทรมานยามที่นางให้กำเนิดเขา นางทำเพียงรับการฝังเข็มและดื่มยาอย่างสงบ ผู้สำเร็จราชการต้องการรับอนุภรรยา พอเห็นพระชายาหน้าซีดเผือด ก็ถอนหายใจอย่างอ่อนใจ “จือจือ เราแต่งงานกันมาสิบปีแล้ว เจ้ายกเรื่องที่ว่าถ้าข้ารับอนุภรรยา ระบบจะลบความทรงจำและพาเจ้าจากไป มาหลอกข้าอยู่อีกหรือ?” “เจ้าไปไหนไม่ได้หรอก อีกอย่าง เจ้าตัดใจลงหรือ?” ลูกชายเองก็เอือมระอา “ละครฉากนี้ท่านแม่จะเล่นไปถึงเมื่อใดกัน ข้ามีอี๋เหนียงมาคอยดูแลเพิ่มอีกคนมันไม่ดีตรงไหน?” ข้าที่ความทรงจำขาดหายไม่ได้เอ่ยสิ่งใด เพียงแต่เรียกหาระบบโดยตรง “นายชนะแล้ว พาฉันกลับบ้านได้ไหม?”

Lihat lebih banyak

Bab 1

บทที่ 1

“ตอนนี้ฉันกำลังทำภารกิจอยู่โลกอื่น รออีกสามวันนะ พอร่างเนื้อของเธอเน่าสลาย ฉันจะพาเธอกลับบ้าน”

เสียงของระบบที่ห่างหายไปนานดังขึ้นในหัว ข้าหลับตาลง ข่มความขมขื่นที่ตีตื้นขึ้นมาในใจ “ฉันจะรอนะ”

เดิมทีคิดว่าการอยู่เคียงข้างเผยจื่อเยี่ย จะสามารถครองรักกันไปได้นับร้อยปี และคงไม่มีวันได้พบกับระบบอีก คิดไม่ถึงว่าเวลาผ่านไปเพียงสิบปี สรรพสิ่งล้วนแปรเปลี่ยน ผู้คนไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

เวลานี้ เผยจื่อเยี่ยที่เพิ่งกลับจากว่าราชการเช้ามาถึงจวนแล้ว

เขามีใบหน้าหล่อเหลาหมดจด อาภรณ์สีขาวเปียกชุ่มไปทั้งตัว หยาดน้ำยังคงหยดลงมาจากเส้นผมสีดำขลับ เขาค่อยๆ ก้าวเดินมาหาข้า

“จือจือ ปกติเวลาฝนตกเจ้ามักจะนำร่มมาให้ข้าเสมอ เหตุใดวันนี้จึงไม่มาเล่า?”

ข้ามองท่าทางที่ดูน้อยอกน้อยใจของเขา แพขนตาขยับไหวเบาๆ “ลืมไปแล้วน่ะ”

ทุกครั้งที่ฝนตก ข้าจะนำร่มไปให้เขาสม่ำเสมอ เพราะไม่อยากให้เขาป่วยไข้ สิบปีมานี้ไม่เคยขาด แต่วันนี้กลับลืมไปเสียสนิท

ไม่ใช่เพียงลืมนำร่มไปให้ ทว่ายังมีอีกหลายเรื่องที่ข้าลืมเลือนไปแล้ว

ตอนนั้นระบบเคยบอกไว้ว่า คนที่เลือกอยู่ต่อเพื่อพระรองผู้คลั่งรักหลังจากทำภารกิจพิชิตใจสำเร็จ ล้วนไม่มีจุดจบที่ดี ข้าไม่เชื่อ ระบบจึงพนันกับข้าว่า หากเขาเปลี่ยนใจ ความทรงจำที่ข้ากับเขารักกันจะค่อยๆ ถูกดึงออกไป ลบเลือนหายไป และร่างกายก็จะค่อยๆ เสื่อมถอยลงตามลำดับ

ทั้งที่ร่องรอยพิรุธปรากฏชัดเจนถึงเพียงนี้ แต่จนถึงวันนี้ข้าเพิ่งตระหนักได้ว่า เขาเปลี่ยนใจไปมากแล้วจริงๆ

หยาดน้ำกลิ้งหล่นลงมาจากใบหน้าขาวผ่องของเผยจื่อเยี่ย “เจ้าลืมจริงๆ หรือว่ากำลังโกรธเรื่องที่เมื่อสองวันก่อนข้าไปดูแลหรูเหยียนที่โรงหมอ จนลืมไปว่าเจ้าเองก็ป่วยอยู่ วันนี้จึงไม่ยอมนำร่มมาให้ข้า”

ข้าตอบไปตามตรง “ข้าลืมไปแล้วจริงๆ เพราะระบบดึงเอา…”

“พอได้แล้ว” เผยจื่อเยี่ยขมวดคิ้วเล็กน้อยพลางเดินเข้ามาหา พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนใจ “จือจือ เราตบแต่งเป็นสามีภรรยากันมาสิบปีแล้วนะ เจ้ายังจะเอาเรื่องที่ว่าระบบจะพาเจ้าจากไปมาขู่ข้าอยู่อีกหรือ ข้ารู้ นั่นมันก็แค่คำโกหกที่เจ้าอยากให้ข้าทำดีกับเจ้าก็เท่านั้น”

ข้าชะงักไปเล็กน้อย ได้แต่จ้องมองเขาอย่างเหม่อลอย

ที่แท้ เขาก็คิดเพียงว่าข้าหลอกเขา ไม่เชื่อว่าข้าจะความจำเสื่อมจริงๆ และไม่เชื่อว่าข้าจะจากไป

หากเป็นเมื่อก่อน ข้าคงจะอธิบายให้เขาฟังดีๆ แต่ยามนี้ข้ากำลังจะไปแล้ว เขาจะเชื่อหรือไม่ก็ไม่สำคัญอีกต่อไป

เขาวางปิ่นทองคำลงในมือของข้า “จือจือ ภรรยารัก เจ้าอย่าโกรธเคืองข้าอีกเลย ข้ารู้ตัวว่าผิดแล้ว”

“ปิ่นเล่มนี้เป็นเครื่องบรรณาการจากแคว้นซีอวี้ ทั้งแผ่นดินมีเพียงสองเล่มเท่านั้น เจ้าประดับแล้วต้องงดงามที่สุดแน่ พรุ่งนี้เป็นวันคล้ายวันเกิดของเจ้า เราพาอวี้เอ๋อร์ไปเที่ยวที่เขาฉีซานด้วยกันดีหรือไม่?”

ประโยคสุดท้ายของเขาเจือแววอ้อนวอน ผู้สำเร็จราชการที่อยู่เหนือผู้คนนับหมื่นยอมก้มหัวให้ถึงเพียงนี้ ก็นับว่าจริงใจมากแล้ว

ข้าเหลือบมองปิ่นเล่มนั้น ตัวปิ่นวิจิตรงดงาม มองแวบเดียวก็รู้ว่ามีมูลค่ามหาศาล

“นี่ให้ข้าผู้เดียว หรือผู้อื่นก็มีด้วย?”

เผยจื่อเยี่ยยกมือขึ้นลูบศีรษะข้า

“นี่เป็นของขวัญไถ่โทษ ย่อมมีเพียงเจ้าผู้เดียวที่มี”

เขาโกหกข้า ข้าเคยเห็นปิ่นที่เหมือนกันทุกประการ ประดับอยู่บนเรือนผมของซ่งหรูเหยียนมาแล้ว

ความขมขื่นที่คุ้นเคยตีตื้นขึ้นมาจุกในอก แต่กลับไม่ปวดร้าวเจียนตายเหมือนคราแรกอีกแล้ว ทว่าความเจ็บปวดทางร่างกายกลับทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya
Tidak ada komentar
9 Bab
บทที่ 1
“ตอนนี้ฉันกำลังทำภารกิจอยู่โลกอื่น รออีกสามวันนะ พอร่างเนื้อของเธอเน่าสลาย ฉันจะพาเธอกลับบ้าน”เสียงของระบบที่ห่างหายไปนานดังขึ้นในหัว ข้าหลับตาลง ข่มความขมขื่นที่ตีตื้นขึ้นมาในใจ “ฉันจะรอนะ”เดิมทีคิดว่าการอยู่เคียงข้างเผยจื่อเยี่ย จะสามารถครองรักกันไปได้นับร้อยปี และคงไม่มีวันได้พบกับระบบอีก คิดไม่ถึงว่าเวลาผ่านไปเพียงสิบปี สรรพสิ่งล้วนแปรเปลี่ยน ผู้คนไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปเวลานี้ เผยจื่อเยี่ยที่เพิ่งกลับจากว่าราชการเช้ามาถึงจวนแล้วเขามีใบหน้าหล่อเหลาหมดจด อาภรณ์สีขาวเปียกชุ่มไปทั้งตัว หยาดน้ำยังคงหยดลงมาจากเส้นผมสีดำขลับ เขาค่อยๆ ก้าวเดินมาหาข้า“จือจือ ปกติเวลาฝนตกเจ้ามักจะนำร่มมาให้ข้าเสมอ เหตุใดวันนี้จึงไม่มาเล่า?”ข้ามองท่าทางที่ดูน้อยอกน้อยใจของเขา แพขนตาขยับไหวเบาๆ “ลืมไปแล้วน่ะ”ทุกครั้งที่ฝนตก ข้าจะนำร่มไปให้เขาสม่ำเสมอ เพราะไม่อยากให้เขาป่วยไข้ สิบปีมานี้ไม่เคยขาด แต่วันนี้กลับลืมไปเสียสนิทไม่ใช่เพียงลืมนำร่มไปให้ ทว่ายังมีอีกหลายเรื่องที่ข้าลืมเลือนไปแล้วตอนนั้นระบบเคยบอกไว้ว่า คนที่เลือกอยู่ต่อเพื่อพระรองผู้คลั่งรักหลังจากทำภารกิจพิชิตใจสำเร็จ ล้วนไม่มีจุดจบที
Baca selengkapnya
บทที่ 2
เขาสวมปิ่นปักผมลงบนมวยผมของข้า ข้าเห็นความอ่อนโยนในแววตาของเขาที่แทบจะหยาดเยิ้มออกมา ไม่ต่างอะไรกับเมื่อก่อน หรืออาจจะลึกซึ้งยิ่งกว่าเดิมเสียด้วยซ้ำแต่จู่ๆ ข้ากลับรู้สึกราวกับว่าไม่รู้จักเขาเสียแล้วเมื่อสิบปีก่อน สามีของข้าคือองค์ชายที่ฮ่องเต้ทรงโปรดปรานมากที่สุด เดิมทีเขาจะได้ขึ้นครองบัลลังก์ แต่เพราะฐานะสตรีไร้ญาติขาดมิตรอย่างข้าไม่อาจเป็นฮองเฮาได้ และข้าก็รับไม่ได้ที่จะต้องใช้สามีร่วมกับสตรีอื่น เขาจึงยอมสละราชบัลลังก์ไปอย่างไม่ไยดี เพียงเพื่อจะได้ตบแต่งกับข้ายามอยู่เบื้องนอก ผู้คนต่างหวาดเกรงเขา แต่พอปิดประตูอยู่กันตามลำพัง เขากลับชอบมาซบกระซิบออดอ้อนอยู่ข้างหูข้า คอยตามใจและทะนุถนอม ความรักของเขานั้นลึกซึ้ง ร้อนแรง และมีเพียงข้าคนเดียวจนผู้คนต่างพากันอิจฉามาวันนี้ เขาก็เหมือนจะยังรักข้าอยู่ แต่ทว่า ข้ากลับมองไม่เห็น และสัมผัสมันไม่ได้อีกแล้วเผยจื่อเยี่ยเห็นข้าเงียบไป ก็บีบจมูกข้าเบาๆ “เป็นอะไรไป ไม่อยากไปปีนเขาแล้วหรือ?”ข้ามองหน้าเขา แล้วฝืนยิ้มบางๆ“ตกลง พรุ่งนี้เราไปเที่ยวด้วยกันเถิด”อีกสามวันข้าก็จะไปแล้ว การไปเที่ยวครั้งนี้ ถือเสียว่าเป็นการเอ่ยลาล่วงหน้าก็แล้วก
Baca selengkapnya
บทที่ 3
ข้ากลั้นความเจ็บปวดก้มลงเก็บเครื่องรางคุ้มภัย เดินไปที่หน้าผาด้านหนึ่ง แล้วปล่อยมือ เครื่องรางร่วงหล่นลงสู่เหวลึกนับหมื่นจั้ง ตกลงไปในแม่น้ำสายยาวที่ไม่มีผู้ใดรู้จัก และถูกเกลียวคลื่นซัดกลืนหายไปอย่างรวดเร็วและความทรงจำของข้า ก็ขาดหายตามไปด้วยส่วนหนึ่ง“ไม่เป็นไรหรอก อีกเดี๋ยว คนส่วนเกินอย่างข้าก็จะหายไปจากโลกนี้เหมือนกัน”ข้าพันแผลที่มือให้ตนเองอย่างลวกๆ เพื่อห้ามเลือด จากนั้นจึงฝืนทนความเจ็บปวดที่ขา เดินเท้ากลับมาจากเขาฉีซานตอนที่ใกล้จะถึงประตูเมือง เผยจื่อเยี่ยก็ควบรถม้ามาถึงอย่างร้อนรน“จือจือ ร่างกายของหรูเหยียนไม่ค่อยดี ข้าเองก็ทำไปเพราะความร้อนใจจึงได้…” เขาลงจากม้า เอ่ยปากด้วยความลุกลี้ลุกลนและรู้สึกผิด พลางจับมือข้าไว้แน่น “เจ้าอย่าโกรธเลยนะ ดีหรือไม่?”เผยจื่อเยี่ยดูคล้ายจะกังวลเรื่องข้าจริงๆ บนหน้าผากมีเหงื่อเย็นผุดพรายเพราะความร้อนใจ มือของเขาก็เย็นเฉียบข้าไม่ได้โต้เถียงกับเขา เพียงแค่ถามว่า “ท่านตั้งใจจะมอบหนังสือหย่าให้ข้าเมื่อใด? ข้าพร้อมไปได้ทุกเมื่อ”เมื่อได้ยินดังนั้น แววตาของเผยจื่อเยี่ยก็ฉายแววตกตะลึงวูบหนึ่ง“หย่าเจ้า? จือจือ เจ้ากำลังพูดเหลวไหลอันใดกัน
Baca selengkapnya
บทที่ 4
มันเป็นแมวที่ข้าเก็บมาเลี้ยง นิสัยซุกซนร่าเริง ชอบกระโดดโลดเต้นไปมา ทว่ากลับคลอเคลียข้าเพียงผู้เดียว หากอวี้เอ๋อร์และเผยจื่อเยี่ยทำไม่ดีต่อข้าแม้แต่น้อย มันก็จะกางกรงเล็บแยกเขี้ยวขู่ฟ่อกลับไปทั่วร่างของข้าราวกับถูกสูบเรี่ยวแรงออกไปจนหมดสิ้นในฉับพลัน น้ำเสียงสั่นพร่า“อวี้เอ๋อร์ มันคือเพื่อนของเจ้านะ เจ้าคิดว่าจะปล่อยผ่านไปง่ายๆ อย่างนั้นหรือ?”อวี้เอ๋อร์น้ำตาคลอเบ้า สะอึกสะอื้นจนเอ่ยอันใดไม่ออกแววตาของซ่งหรูเหยียนซุกซ่อนความเย็นชาเยียบ จู่ๆ นางก็เริ่มโขกศีรษะให้ข้า“หากเพลิงโทสะในใจของพระชายายังไม่ดับมอด ข้ายินดีใช้ชีวิตของข้าชดใช้แทนชีวิตของมัน!”นางวิ่งเอาศีรษะชนกำแพง ร่างร่วงลงไปกองกับพื้น ผู้คนรอบข้างต่างตื่นตระหนกวุ่นวายไปหมดยามนี้ เผยจื่อเยี่ยเพิ่งจะกลับมาถึงจวนพอดี ท่าทางของเขาคล้ายกำลังโกรธจัด ทว่ากลับสั่งให้คนพาตัวซ่งหรูเหยียนออกไปก่อน อวี้เอ๋อร์เองก็ร้องไห้เดินจากไปเช่นกันเผยจื่อเยี่ยเดินมาตรงหน้าข้า น้ำเสียงเย็นชาฟาดกระหน่ำลงมา “ก็แค่แมวตัวเดียว หรือเจ้าต้องการชีวิตของหรูเหยียนจริงๆ”ข้าอุ้มเหมาฉิวที่สิ้นใจไปนานแล้วขึ้นมา แววตาหม่นหมอง นิ่งเงียบไปเนิ่นนาน จึงค่อ
Baca selengkapnya
บทที่ 5
หลังจากข้าสิ้นใจ วิญญาณมิได้กลับไปยังโลกเดิมในทันที แต่กลับล่องลอยอยู่กลางอากาศแม่นมวิ่งออกไปได้ไม่นาน เผยจื่อเยี่ยก็พาอวี้เอ๋อร์เข้ามาเผยจื่อเยี่ยแทบจะพุ่งตัวเข้ามา บนร่างเขายังคงสวมชุดมงคลสีแดงสำหรับเข้าพิธีไหว้ฟ้าดินเขาวิ่งโซซัดโซเซมาหาข้า ใช้มืออังตรวจลมหายใจที่ปลายจมูก พอแน่ใจว่าข้าหมดลมหายใจไปอย่างสมบูรณ์แล้ว เขาก็ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นอย่างหมดเรี่ยวแรง ร่างกายสั่นเทิ้มไปทั้งตัว“เป็นไปได้อย่างไร… จือจือ! ที่แท้เจ้าก็มิเคยหลอกข้าเลย”อวี้เอ๋อร์ถูกเลือดที่นองเต็มห้องทำให้ตกใจกลัวจนแผดเสียงร้องไห้จ้า เขาวิ่งเข้ามาจับมือของข้าไว้“ท่านแม่ ท่านแม่ แม่นมบอกว่าท่านตายแล้ว อวี้เอ๋อร์กลัวเหลือเกิน ท่านแม่ลืมตาขึ้นมามองข้าสิ!”เมื่อเสียงเอะอะโวยวายค่อยๆ ไกลออกไป ข้าก็รู้สึกได้ว่าความทรงจำในที่แห่งนี้ผลิบานขึ้นราวกับภาพม้าวิ่งวน ก่อนจะเลือนรางกลายเป็นเพียงจุดเล็กๆ และเลือนหายไปในที่สุดกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อฉุนกึกเตะจมูก พอตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ฉันก็มาอยู่ในโรงพยาบาลแล้ว มีเด็กผู้ชายรูปร่างผอมบางคนหนึ่งนั่งอยู่ข้างเตียงพอเห็นฉันฟื้น เขาก็รีบรินน้ำร้อนแก้วหนึ่งมาจ่อที่ริมฝีปาก นั่งหลุบ
Baca selengkapnya
บทที่ 6
อาจเป็นเพราะสภาพแวดล้อมรอบข้างดูแปลกตา เสี่ยวอี้เกรงว่าข้าจะได้รับอันตราย จึงเอาตัวเข้ามาขวางหน้าข้าไว้ตามสัญชาตญาณ แล้วผลักเด็กหนุ่มผู้นั้นจนล้มคะมำ“เจ้าจำคนผิดแล้วกระมัง? นี่คือท่านแม่ของข้า”เด็กหนุ่มผู้นั้นถูกเสี่ยวอี้ขวางเอาไว้ แต่ก็ยังอยากจะเข้ามาจับมือข้า สายตาของเขาจ้องเขม็งมาที่ข้า ราวกับกลัวว่าวินาทีต่อไปข้าจะหายตัวไป“ท่านแม่ ท่านยังไม่ตาย อวี้เอ๋อร์รู้มาตลอดว่าท่านต้องกลับมา!”เขากับเสี่ยวอี้ยื้อยุดฉุดกระชากกันไปมา จนมือของทั้งสองคนแดงเถือกไปหมด เมื่อไม่นานมานี้เสี่ยวอี้เพิ่งจะโดนน้ำร้อนลวกมือยามที่ต้มน้ำแกงให้ข้า พอเห็นพวกเขาสองคนเป็นเช่นนี้ ข้าจึงดึงเสี่ยวอี้มาหลบอยู่ด้านหลังขณะที่กำลังจะเป่ามือให้เสี่ยวอี้ เด็กหนุ่มผู้นั้นก็แทบจะปล่อยโฮออกมา สายตาของเขาจ้องเขม็งไปยังมือของข้าที่กำลังจับเสี่ยวอี้เอาไว้“ท่านแม่ ท่านไปปกป้องผู้อื่นได้อย่างไร ข้าต่างหากที่เป็นบุตรในสายเลือดของท่าน!”ข้ารู้สึกประหลาดใจยิ่งนัก คุณชายน้อยผู้นี้เอาแต่พร่ำบอกว่าเป็นบุตรของข้า แต่ข้ากลับไม่มีความทรงจำอันใดเลยแม้แต่น้อย ข้าเดาว่าเขาอาจจะพลัดหลงกับครอบครัว จึงได้มีปฏิกิริยารุนแรงถึงเพียงนี
Baca selengkapnya
บทที่ 7
“ลองชิมดูสิ ว่าอร่อยหรือไม่”เขาต้องจำคนผิดเฉกเช่นบุตรชายของเขาผู้นั้นเป็นแน่ข้ามิได้รับน้ำแกงร้อยบุปผาในมือของเขามา ทำเพียงจ้องมองเขาด้วยสายตาแปลกหน้า“ลูกของข้าเล่า ท่านพาเขาไปไว้ที่ใด?”เกิดความเงียบงันขึ้นชั่วขณะบุรุษผู้นั้นตักน้ำแกงร้อยบุปผามาจ่อที่ริมฝีปากข้า“อวี้เอ๋อร์ต่างหากที่เป็นบุตรชายที่เจ้าอุ้มท้องคลอดออกมาด้วยความยากลำบาก”“ทว่าบัดนี้เจ้ากลับมาอยู่ข้างกายข้าแล้ว หากเจ้าชอบพอเด็กผู้นั้นจริงๆ พวกเราจะเลี้ยงดูเขาไว้ก็ย่อมได้”ข้าส่ายหน้า“ข้าจำไม่ได้หรอกนะว่าอวี้เอ๋อร์คือผู้ใด และก็จำท่านไม่ได้ด้วย ข้าเพียงอยากอยู่กับลูกของข้า เขาอยู่ที่ใด?”ราวกับถูกคำพูดของข้าทิ่มแทง หางตาของบุรุษผู้นั้นแดงก่ำขึ้นมา สีหน้าเผยให้เห็นความเจ็บปวดรวดร้าว“เจ้าลืมเลือนข้าไปจนหมดสิ้นได้อย่างไรกัน?”“ข้าคือเป้าหมายภารกิจของเจ้า หลังจากที่เจ้าพิชิตใจข้าสำเร็จ เดิมทีเจ้ามีโอกาสที่จะหนีไปจากโลกใบนี้ แต่เจ้าก็เลือกที่จะอยู่ต่อเพื่อข้า”“พวกเราตบแต่งเป็นสามีภรรยากัน ข้ายอมสละราชบัลลังก์เพื่อเจ้า เจ้าเองก็ยอมไปเจรจากับแคว้นศัตรูเพื่อข้า ดื่มสุราแทนข้าจนไข้ขึ้นสูงไปทั้งตัว เจ้าแทบจะเอาชี
Baca selengkapnya
บทที่ 8
หลังจากยืนยันความปลอดภัยของเสี่ยวอี้จากระบบแล้ว ข้าจึงค่อยวางใจลงได้ไม่นานนัก บุรุษผู้นั้นก็มาถึง บรรดาข้ารับใช้ในวังต่างรู้ความและถอยออกไปในมือของบุรุษผู้นั้นอุ้มแมวสีขาวตัวหนึ่ง เขาทำท่าราวกับนำของล้ำค่ามาถวาย ยื่นแมวตัวนั้นมาตรงหน้าข้า“ดูสิว่าแมวตัวนี้เหมือนเหมาฉิวของพวกเราเพียงใด จือจือ เราเรียกมันว่าเหมาฉิว แล้วเลี้ยงมันไว้ ดีหรือไม่?”น้ำเสียงของเขาอ่อนโยน มองข้าด้วยรอยยิ้มราวกับว่าระหว่างเราไม่เคยมีความบาดหมางใดๆ เกิดขึ้น ราวกับว่าข้ายังคงเป็นภรรยาของเขา ราวกับว่าคำพูดเหล่านั้นเมื่อวานไม่เคยถูกเอ่ยออกมาข้ามิได้ยื่นมือไปรับแมวตัวนั้น“เหมาฉิวมีความผูกพันกับท่านใช่หรือไม่?”บุรุษผู้นั้นตอบกลับแทบจะในทันทีโดยไม่ต้องคิด“ย่อมมีความผูกพันสิ มันเป็นแมวที่เจ้าเก็บกลับมา เป็นครอบครัวของพวกเรา”ข้ามองเขาด้วยสายตาเรียบเฉย“แล้วแมวตัวนี้จะเป็นเหมาฉิวไปได้อย่างไร เหมาฉิวก็คือเหมาฉิว ต่อให้พวกมันเหมือนกันเพียงใดก็มิใช่ตัวเดียวกันอยู่ดี มิใช่หรือ?”บุรุษผู้นั้นชะงักอึ้งไปพักใหญ่“เมื่อก่อนเจ้าก็เคยเอ่ยคำนี้”ข้าสบตาเขา“ท่านตั้งใจจะปล่อยพวกเราไปเมื่อใด?”แทบจะในชั่วพริบตา
Baca selengkapnya
บทที่ 9
เขาเอาแต่พร่ำเอ่ยถึงเรื่องราวในอดีตอย่างมิหยุดหย่อน ราวกับอยากจะเอ่ยถ้อยคำของทั้งชีวิตให้จบลงในคราวเดียวข้ารับฟังอย่างเงียบงัน รู้สึกปวดใจแทนตนเองในอดีตก็เท่านั้นข้าเคยรักเขาอย่างหมดหัวใจและไร้ข้อกังขาถึงเพียงนั้น ทว่ากลับใจแข็งถึงขั้นทิ้งความทรงจำทั้งหมดที่มีต่อเขาไปจนหมดสิ้นเห็นได้ชัดว่า หัวใจคงตายด้านกลายเป็นเถ้าถ่านไปแล้วจริงๆจู่ๆ ก็มีเสียงร้องของเสี่ยวอี้ดังมาจากเบื้องหลัง ข้าหันขวับไปมอง เสี่ยวอี้กับอวี้เอ๋อร์หายตัวไปตั้งแต่เมื่อใดก็มิรู้ข้ารีบวิ่งกลับไปดูในแม่น้ำ เสี่ยวอี้โผล่พ้นผิวน้ำมาเพียงครึ่งศีรษะ เขาถูกเกลียวคลื่นซัดกระหน่ำระลอกแล้วระลอกเล่าข้ากระโดดลงไปอย่างมิลังเลโชคดีที่น้ำไม่ลึกนัก ข้าคว้าตัวเสี่ยวอี้ลากเข้าฝั่ง เบื้องหลังพลันมีเสียงร้องไห้ตะโกนดังขึ้น “ท่านแม่!”ข้าหันกลับไปมอง ถึงเพิ่งสังเกตเห็นว่าอวี้เอ๋อร์ก็พลัดตกน้ำเช่นกัน เพียงแต่เมื่อครู่ข้าเป็นห่วงเสี่ยวอี้มากเกินไป จึงมิได้สังเกตเห็นเขามีองครักษ์หลายคนกระโดดลงไปช่วยเขาขึ้นมาแล้วบนฝั่ง เสี่ยวอี้หนาวจนตัวสั่นงันงก เขามองข้าด้วยสีหน้ารู้สึกผิดเต็มประดา“ท่านแม่… ข้าจะไม่มัวแต่เล่นซุกซนอีกแล้
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status