Masukพระชายาที่ผู้สำเร็จราชการรักใคร่มาถึงสิบปี ระยะนี้ป่วยเป็นโรคประหลาด เมื่อหนึ่งเดือนก่อน ผู้สำเร็จราชการผิดนัดวันครบรอบแต่งงานสิบปีเพื่อไปดูแลซ่งหรูเหยียนที่บังเอิญต้องลมเย็นจนเป็นไข้ พระชายาที่เคยเฝ้ารอเขากลับจวนทุกวันกลับลืมที่จะรอ และเข้าพักผ่อนไปตั้งแต่หัวค่ำ เมื่อครึ่งเดือนก่อนฝนตกหนัก ผู้สำเร็จราชการลืมไปรับพระชายาที่ไปขอพรยังอารามกลับจวน ทว่ากลับรุดไปงานเลี้ยงเพื่อดื่มสุราแทนซ่งหรูเหยียนจนเมามายไม่ได้สติ พระชายาที่เคยเอาใจใส่สุขภาพของเขาเป็นอันดับแรกกลับลืมต้มน้ำแกงสร่างเมาให้ นางฝ่าพายุฝนกลับจวน เปลี่ยนอาภรณ์และรับสำรับอย่างเงียบสงบ เมื่อสามวันก่อน ผู้สำเร็จราชการรีบร้อนไปดูแลซ่งหรูเหยียนที่ถูกน้ำร้อนลวกมือ ทิ้งพระชายาที่กำลังป่วยเป็นไข้เอาไว้ ลูกชายเองก็คอยเอาใจใส่ปลอบประโลมซ่งหรูเหยียนเป็นอย่างดี ยามบังเอิญพบกันที่โรงหมอ พระชายาที่ปกติมักจะหึงหวงกลับลืมคำสัตย์สาบานรักที่มีต่อเขา ทั้งยังลืมไปว่าลูกชายเคยปวดใจเพียงใดกับความทุกข์ทรมานยามที่นางให้กำเนิดเขา นางทำเพียงรับการฝังเข็มและดื่มยาอย่างสงบ ผู้สำเร็จราชการต้องการรับอนุภรรยา พอเห็นพระชายาหน้าซีดเผือด ก็ถอนหายใจอย่างอ่อนใจ “จือจือ เราแต่งงานกันมาสิบปีแล้ว เจ้ายกเรื่องที่ว่าถ้าข้ารับอนุภรรยา ระบบจะลบความทรงจำและพาเจ้าจากไป มาหลอกข้าอยู่อีกหรือ?” “เจ้าไปไหนไม่ได้หรอก อีกอย่าง เจ้าตัดใจลงหรือ?” ลูกชายเองก็เอือมระอา “ละครฉากนี้ท่านแม่จะเล่นไปถึงเมื่อใดกัน ข้ามีอี๋เหนียงมาคอยดูแลเพิ่มอีกคนมันไม่ดีตรงไหน?” ข้าที่ความทรงจำขาดหายไม่ได้เอ่ยสิ่งใด เพียงแต่เรียกหาระบบโดยตรง “นายชนะแล้ว พาฉันกลับบ้านได้ไหม?”
Lihat lebih banyakเขาเอาแต่พร่ำเอ่ยถึงเรื่องราวในอดีตอย่างมิหยุดหย่อน ราวกับอยากจะเอ่ยถ้อยคำของทั้งชีวิตให้จบลงในคราวเดียวข้ารับฟังอย่างเงียบงัน รู้สึกปวดใจแทนตนเองในอดีตก็เท่านั้นข้าเคยรักเขาอย่างหมดหัวใจและไร้ข้อกังขาถึงเพียงนั้น ทว่ากลับใจแข็งถึงขั้นทิ้งความทรงจำทั้งหมดที่มีต่อเขาไปจนหมดสิ้นเห็นได้ชัดว่า หัวใจคงตายด้านกลายเป็นเถ้าถ่านไปแล้วจริงๆจู่ๆ ก็มีเสียงร้องของเสี่ยวอี้ดังมาจากเบื้องหลัง ข้าหันขวับไปมอง เสี่ยวอี้กับอวี้เอ๋อร์หายตัวไปตั้งแต่เมื่อใดก็มิรู้ข้ารีบวิ่งกลับไปดูในแม่น้ำ เสี่ยวอี้โผล่พ้นผิวน้ำมาเพียงครึ่งศีรษะ เขาถูกเกลียวคลื่นซัดกระหน่ำระลอกแล้วระลอกเล่าข้ากระโดดลงไปอย่างมิลังเลโชคดีที่น้ำไม่ลึกนัก ข้าคว้าตัวเสี่ยวอี้ลากเข้าฝั่ง เบื้องหลังพลันมีเสียงร้องไห้ตะโกนดังขึ้น “ท่านแม่!”ข้าหันกลับไปมอง ถึงเพิ่งสังเกตเห็นว่าอวี้เอ๋อร์ก็พลัดตกน้ำเช่นกัน เพียงแต่เมื่อครู่ข้าเป็นห่วงเสี่ยวอี้มากเกินไป จึงมิได้สังเกตเห็นเขามีองครักษ์หลายคนกระโดดลงไปช่วยเขาขึ้นมาแล้วบนฝั่ง เสี่ยวอี้หนาวจนตัวสั่นงันงก เขามองข้าด้วยสีหน้ารู้สึกผิดเต็มประดา“ท่านแม่… ข้าจะไม่มัวแต่เล่นซุกซนอีกแล้
หลังจากยืนยันความปลอดภัยของเสี่ยวอี้จากระบบแล้ว ข้าจึงค่อยวางใจลงได้ไม่นานนัก บุรุษผู้นั้นก็มาถึง บรรดาข้ารับใช้ในวังต่างรู้ความและถอยออกไปในมือของบุรุษผู้นั้นอุ้มแมวสีขาวตัวหนึ่ง เขาทำท่าราวกับนำของล้ำค่ามาถวาย ยื่นแมวตัวนั้นมาตรงหน้าข้า“ดูสิว่าแมวตัวนี้เหมือนเหมาฉิวของพวกเราเพียงใด จือจือ เราเรียกมันว่าเหมาฉิว แล้วเลี้ยงมันไว้ ดีหรือไม่?”น้ำเสียงของเขาอ่อนโยน มองข้าด้วยรอยยิ้มราวกับว่าระหว่างเราไม่เคยมีความบาดหมางใดๆ เกิดขึ้น ราวกับว่าข้ายังคงเป็นภรรยาของเขา ราวกับว่าคำพูดเหล่านั้นเมื่อวานไม่เคยถูกเอ่ยออกมาข้ามิได้ยื่นมือไปรับแมวตัวนั้น“เหมาฉิวมีความผูกพันกับท่านใช่หรือไม่?”บุรุษผู้นั้นตอบกลับแทบจะในทันทีโดยไม่ต้องคิด“ย่อมมีความผูกพันสิ มันเป็นแมวที่เจ้าเก็บกลับมา เป็นครอบครัวของพวกเรา”ข้ามองเขาด้วยสายตาเรียบเฉย“แล้วแมวตัวนี้จะเป็นเหมาฉิวไปได้อย่างไร เหมาฉิวก็คือเหมาฉิว ต่อให้พวกมันเหมือนกันเพียงใดก็มิใช่ตัวเดียวกันอยู่ดี มิใช่หรือ?”บุรุษผู้นั้นชะงักอึ้งไปพักใหญ่“เมื่อก่อนเจ้าก็เคยเอ่ยคำนี้”ข้าสบตาเขา“ท่านตั้งใจจะปล่อยพวกเราไปเมื่อใด?”แทบจะในชั่วพริบตา
“ลองชิมดูสิ ว่าอร่อยหรือไม่”เขาต้องจำคนผิดเฉกเช่นบุตรชายของเขาผู้นั้นเป็นแน่ข้ามิได้รับน้ำแกงร้อยบุปผาในมือของเขามา ทำเพียงจ้องมองเขาด้วยสายตาแปลกหน้า“ลูกของข้าเล่า ท่านพาเขาไปไว้ที่ใด?”เกิดความเงียบงันขึ้นชั่วขณะบุรุษผู้นั้นตักน้ำแกงร้อยบุปผามาจ่อที่ริมฝีปากข้า“อวี้เอ๋อร์ต่างหากที่เป็นบุตรชายที่เจ้าอุ้มท้องคลอดออกมาด้วยความยากลำบาก”“ทว่าบัดนี้เจ้ากลับมาอยู่ข้างกายข้าแล้ว หากเจ้าชอบพอเด็กผู้นั้นจริงๆ พวกเราจะเลี้ยงดูเขาไว้ก็ย่อมได้”ข้าส่ายหน้า“ข้าจำไม่ได้หรอกนะว่าอวี้เอ๋อร์คือผู้ใด และก็จำท่านไม่ได้ด้วย ข้าเพียงอยากอยู่กับลูกของข้า เขาอยู่ที่ใด?”ราวกับถูกคำพูดของข้าทิ่มแทง หางตาของบุรุษผู้นั้นแดงก่ำขึ้นมา สีหน้าเผยให้เห็นความเจ็บปวดรวดร้าว“เจ้าลืมเลือนข้าไปจนหมดสิ้นได้อย่างไรกัน?”“ข้าคือเป้าหมายภารกิจของเจ้า หลังจากที่เจ้าพิชิตใจข้าสำเร็จ เดิมทีเจ้ามีโอกาสที่จะหนีไปจากโลกใบนี้ แต่เจ้าก็เลือกที่จะอยู่ต่อเพื่อข้า”“พวกเราตบแต่งเป็นสามีภรรยากัน ข้ายอมสละราชบัลลังก์เพื่อเจ้า เจ้าเองก็ยอมไปเจรจากับแคว้นศัตรูเพื่อข้า ดื่มสุราแทนข้าจนไข้ขึ้นสูงไปทั้งตัว เจ้าแทบจะเอาชี
อาจเป็นเพราะสภาพแวดล้อมรอบข้างดูแปลกตา เสี่ยวอี้เกรงว่าข้าจะได้รับอันตราย จึงเอาตัวเข้ามาขวางหน้าข้าไว้ตามสัญชาตญาณ แล้วผลักเด็กหนุ่มผู้นั้นจนล้มคะมำ“เจ้าจำคนผิดแล้วกระมัง? นี่คือท่านแม่ของข้า”เด็กหนุ่มผู้นั้นถูกเสี่ยวอี้ขวางเอาไว้ แต่ก็ยังอยากจะเข้ามาจับมือข้า สายตาของเขาจ้องเขม็งมาที่ข้า ราวกับกลัวว่าวินาทีต่อไปข้าจะหายตัวไป“ท่านแม่ ท่านยังไม่ตาย อวี้เอ๋อร์รู้มาตลอดว่าท่านต้องกลับมา!”เขากับเสี่ยวอี้ยื้อยุดฉุดกระชากกันไปมา จนมือของทั้งสองคนแดงเถือกไปหมด เมื่อไม่นานมานี้เสี่ยวอี้เพิ่งจะโดนน้ำร้อนลวกมือยามที่ต้มน้ำแกงให้ข้า พอเห็นพวกเขาสองคนเป็นเช่นนี้ ข้าจึงดึงเสี่ยวอี้มาหลบอยู่ด้านหลังขณะที่กำลังจะเป่ามือให้เสี่ยวอี้ เด็กหนุ่มผู้นั้นก็แทบจะปล่อยโฮออกมา สายตาของเขาจ้องเขม็งไปยังมือของข้าที่กำลังจับเสี่ยวอี้เอาไว้“ท่านแม่ ท่านไปปกป้องผู้อื่นได้อย่างไร ข้าต่างหากที่เป็นบุตรในสายเลือดของท่าน!”ข้ารู้สึกประหลาดใจยิ่งนัก คุณชายน้อยผู้นี้เอาแต่พร่ำบอกว่าเป็นบุตรของข้า แต่ข้ากลับไม่มีความทรงจำอันใดเลยแม้แต่น้อย ข้าเดาว่าเขาอาจจะพลัดหลงกับครอบครัว จึงได้มีปฏิกิริยารุนแรงถึงเพียงนี