LOGINในวันที่สามีของข้าพลีชีพในสนามรบ จ้าวถางที่เป็นญาติผู้น้องก็ร่ำไห้ฟูมฟายจะขอตายตกตามเขาไป ทว่ากลับไม่มีใครถามความเห็นของข้าเลยสักคำ กว่าข้าจะเร่งรุดไปถึง พวกเขาก็ตัดสินใจกันเรียบร้อยแล้ว… ในอีกเจ็ดวันข้างหน้า จะให้จ้าวถางเข้าพิธีฝังร่วมหลุมกับเซี่ยชิงเยี่ยนสามีของข้า ณ สุสานบรรพชนตระกูลเซี่ยในฐานะภรรยาเอก เมื่อเดินเข้าไปในโถงตั้งศพ ข้าก็เห็นจ้าวถางเอนกายอยู่บนตั่งนุ่ม บนหน้าผากพันผ้าแพรสีขาวไว้ทุกข์ไว้รอบหนึ่ง แม่สามีกำลังป้อนน้ำแกงโสมให้นางด้วยตนเอง ส่วนบุตรชายของข้ากลับต้องคุกเข่าอยู่หน้าโลงศพมานานถึงสามชั่วยาม จนขาทั้งสองข้างบวมเป่งและสั่นเทาไม่หยุด ไม่มีใครบอกให้เขาลุกขึ้น และไม่มีใครหาเบาะนุ่มมาให้เขารองเข่าเลยสักคน แม่สามีเหลือบตาขึ้นมองข้าแวบหนึ่ง “กลับมาแล้วหรือ? อีกเจ็ดวันถางถางจะเข้าสุสานบรรพชนในฐานะภรรยาเอก เจ้าไปจัดการเตรียมงานเสีย” ชาติที่แล้ว ข้ามิกล้าขัดคำสั่งแม้เพียงครึ่งคำ นั่นก็เพราะคนทั่วเมืองหลวงต่างพากันยกย่องว่าจ้าวถางเป็นผู้รักลึกซึ้งมั่นคง เพราะแม่สามีบอกว่านางคือหญิงใจเด็ดเดี่ยว และเพียงเพราะข้าขมวดคิ้วนิดเดียว ก็จะมีปากนับไม่ถ้วนรอรุมประณามว่าข้านั้นใจคอคับแคบ ไร้เมตตาต่อผู้อื่น ทว่าในอีกเจ็ดวันให้หลัง เซี่ยชิงเยี่ยนกลับฟื้นคืนชีพขึ้นมาเสียดื้อๆ ข้าถึงเพิ่งได้รู้ในตอนนั้นเองว่า เขากินยาแกล้งตายเข้าไป ทั้งหมดก็เพื่อจะได้แต่งจ้าวถางเข้าเรือนมาเป็นภรรยาอย่างมีเกียรติและผ่าเผย ส่วนตัวข้าจากภรรยาเอกกลับถูกลดขั้นเป็นเพียงภรรยารอง และโดนจ้าวถางโขกสับไปชั่วชีวิต ส่วนบุตรชายของข้า ก็พลอยถูกลดสถานะจากบุตรภรรยาเอกกลายเป็นบุตรอนุ หมดสิ้นวาสนาที่จะได้สืบทอดบรรดาศักดิ์ ทำได้เพียงใช้ชีวิตจมปลักปะปนอยู่กับสามัญชนตามร้านตลาดไปชั่วชีวิต เมื่อได้กลับมามีชีวิตใหม่อีกครา ข้าย่อตัวลง ประคองบุตรชายให้ลุกขึ้นจากพื้นศิลาเขียว ก่อนจะหันไปจับจ้องแม่สามี “ในเมื่อรักลึกซึ้งมั่นคงถึงเพียงนี้ เช่นนั้นก็ลงโลงตายตามกันไปเสียวันนี้เลยเถิด!”
View Moreนางร่ำไห้และอ้อนวอนขอความเมตตาจากข้าอยู่ทุกวี่ทุกวัน พร่ำบอกว่านางรู้ผิดแล้ว ไม่ควรลำเอียงให้ท้ายจ้าวถาง และไม่ควรปล่อยปละละเลยให้เซี่ยชิงเยี่ยนวางแผนแสร้งตายข้าเพียงแค่ยกยิ้มบางๆ โดยไม่เอ่ยคำใดตอบกลับไปลำเอียงอย่างนั้นหรือ?ชาติที่แล้ว นางลำเอียงมาตลอดยี่สิบปีเต็มตลอดยี่สิบปีนั้น นางเอาแต่ทนดูอานเอ๋อร์ตกระกำลำบาก เฝ้ามองข้าถูกหยามศักดิ์ศรี และมองจ้าวถางค่อยๆ เข้ามาแย่งชิงตำแหน่งของข้าไปทีละก้าว โดยที่ “ไม่เคย” เอ่ยปากห้ามปรามเลยแม้แต่คำเดียวมาตอนนี้เพิ่งจะคิดได้ว่าตัวเองทำผิดอย่างนั้นหรือ?มันสายเกินไปเสียแล้ววันเวลาผันผ่านไปวันแล้ววันเล่าร่างกายของเซี่ยชิงเยี่ยนนับวันยิ่งย่ำแย่ลงเรื่อยๆเมื่อไร้หยูกยา ขาดแคลนอาหารดีๆ ประกอบกับเส้นเอ็นมือเอ็นเท้าถูกทำลายจนพิการ ร่างกายของเขาจึงทรุดลงอย่างรวดเร็วเขาเริ่มไอเป็นเลือด ไข้ขึ้นสูง และเริ่มละเมอเพราะพิษไข้ทว่าข้ากลับไม่ได้สั่งให้ใครไปตามหมอมาตรวจรักษาเขาเลยเพราะในชาติที่แล้ว ยามที่อันเอ๋อร์ตัวร้อนเป็นไข้ จ้าวถางก็สั่งห้ามไม่ให้ใครไปตามหมอมาเช่นเดียวกันชาตินี้ ก็ถือเสียว่าเป็นการชดใช้หนี้กรรมก็แล้วกันในที่สุด ดึกสงัดใ
เซี่ยชิงเยี่ยนสีหน้าซีดเผือดลงอย่างถึงที่สุดหญิงรับใช้ร่างกำยำสองคนก้าวเข้าไปแก้มัดเขาลงจากผนัง แล้วกดร่างเขาลงกับพื้นทันที“ไม่...อย่านะ...” ในที่สุดเซี่ยชิงเยี่ยนก็เริ่มลนลานด้วยความหวาดกลัว “เสิ่นหลินซี ข้าขอร้องเจ้า...ข้ากราบวิงวอนล่ะ...เจ้าจะทำกับข้าแบบนี้ไม่ได้...ข้าคือบิดาของอันเอ๋อร์นะ...”“บิดาอย่างนั้นหรือ?” ข้าย่อตัวลงจ้องมองดวงตาเขาในระดับเดียวกัน “ท่านเคยทำหน้าที่บิดาของเขาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?”“ตอนที่เขาต้องคุกเข่าอยู่ในโถงตั้งศพนานถึงสามชั่วยามจนขาบวมเป่งไปหมด ยามนั้นท่านอยู่ที่ใด?”“ยามที่เขาเจ็บป่วยจนอยากจะกินบะหมี่อายุยืนสักชาม ยามนั้นท่านอยู่ที่ใดกัน?”“ยามที่เขาถูกผู้คนตราหน้าว่าเป็นลูกไม่มีพ่อ และถูกคนรังแก ยามนั้นท่านอยู่ที่ใดกัน?”เซี่ยชิงเยี่ยนอ้าปากค้าง พูดไม่ออกเลยแม้แต่คำเดียว“ท่านไม่เคยทำหน้าที่บิดาเลยแม้แต่วันเดียว” ข้าหยัดกายยืนขึ้น น้ำเสียงเย็นเยียบราวกับเกล็ดน้ำแข็ง “เพราะฉะนั้น อย่าได้หยิบยกเรื่องนี้มาอ้อนวอนขอความเมตตาจากข้าเลย”เหล่าหญิงรับใช้ร่างกำยำเริ่มลงมือทันทีเสียงร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวดเจียนตายของเซี่ยชิงเยี่ยน ดังสะท้อนก้องอยู
ไม่ว่าจะเลือกทางใด ก็ล้วนแต่ต้องตายเซี่ยชิงเยี่ยนทรุดกายลงนั่งอย่างหมดแรงอยู่ในโลงศพ ใบหน้าซีดเผือดราวกับคนตายรองเสนาบดีกรมพิธีการโบกมือส่งสัญญาณ “ใครก็ได้ นำตัวไอ้โจรชั่วที่บังอาจสวมรอยเป็นแม่ทัพสยบประจิมผู้นี้ไปควบคุมตัวไว้”เหล่าเจ้าหน้าที่รุดเข้าไปข้างหน้า แล้วช่วยกันฉุดกระชากลากตัวเซี่ยชิงเยี่ยนออกมาจากโลงศพเขาพยายามดิ้นรนขัดขืนอยู่สองสามครา ทว่าด้วยร่างกายที่อ่อนแอและไร้เรี่ยวแรง จึงไม่สามารถสะบัดหลุดได้เลย“เสิ่นหลินซี!” ในจังหวะที่ถูกลากตัวออกไปพ้นโถงตั้งศพ เขาหันขวับกลับมาจ้องเขม็งที่ข้าด้วยสายตาอาฆาตแค้น น้ำเสียงแหบพร่าฟังดูน่าสยดสยองราวกับผีร้าย “เจ้าจะต้องตายอย่างทรมาน! เจ้าไม่มีวันตายดีแน่!”ข้ายังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม เฝ้ามองเขาถูกลากตัวไปด้วยแววตาที่เรียบเฉย“ใต้เท้าเจ้าคะ” ข้าหันไปย่อกายคารวะรองเสนาบดีกรมพิธีการ “คนผู้นี้แม้จะน่ารังเกียจ ทว่าอย่างไรเสียเขาก็แอบอ้างชื่อสามีผู้ล่วงลับกระทำการหลอกลวง ข้าน้อยจึงบังอาจใคร่ขอความเมตตาจากใต้เท้า โปรดมอบตัวคนผู้นี้ให้ข้าน้อยจัดการเถิดเจ้าค่ะ ถือเสียว่า...เป็นการทวงความยุติธรรมให้แก่สามีผู้ล่วงลับ”รองเสนาบดีกรมพิธีการ
แล้วเขาจะพิสูจน์ได้อย่างไรว่าตัวเขาเอง ก็คือตัวเขาจริงๆ?ในตอนนั้นเอง เสียงควบม้าอีกระลอกหนึ่งก็ดังแว่วมาจากที่ไกลๆคนของกรมพิธีการมาถึงแล้วรองเสนาบดีกรมพิธีการที่เป็นผู้นำขบวนพลิกตัวลงจากหลังม้า ก่อนจะก้าวยาวๆ เข้ามาในโถงตั้งศพเขาเหลือบมองเซี่ยชิงเยี่ยนที่นั่งอยู่ในโลงศพแวบหนึ่ง พลันขมวดคิ้วแน่นจนแทบจะหนีบแมลงวันให้ตายได้“นี่มันเรื่องอะไรกัน?”น้ำเสียงของเขาเย็นเยียบราวกับเกล็ดน้ำแข็งข้าก้าวไปข้างหน้าก้าวหนึ่ง แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงนอบน้อมว่า“ใต้เท้า คนผู้นี้จู่ๆ ก็คลานออกมาจากโลงศพในระหว่างพิธีเคลื่อนศพ ทั้งยังบังอาจแอบอ้างว่าตนเองคือแม่ทัพสยบประจิมเซี่ยชิงเยี่ยนเจ้าค่ะ”“ทว่าคนทั้งใต้หล้าต่างก็รู้ดีว่า สามีของข้าได้พลีชีพในสนามรบไปแล้ว อีกทั้งจ้าวซื่อที่ฝ่าบาททรงแต่งตั้งให้เป็นฮูหยินผู้ภักดีสละชีพด้วยพระองค์เองก็ตั้งใจตายตกตามกันไปแล้วเช่นกัน”“การที่คนผู้นี้โผล่มาดื้อๆ ข้าน้อยจึงไม่ทราบจริงๆ ว่าควรจะจัดการอย่างไรดีเจ้าค่ะ”สายตาของรองเสนาบดีกรมพิธีการหยุดอยู่ที่ตัวเซี่ยชิงเยี่ยนครู่หนึ่ง จากนั้นจึงหันไปทางแม่เซี่ย“ฮูหยินผู้เฒ่า คนผู้นี้ใช่เซี่ยชิงเยี่ยนบุตรชายของท่า
ได้ยินเช่นนั้น บ่าวไพร่ก็กรูเข้าไปช่วยกันฉุดลากนางเข้าไปในห้องอย่างชุลมุนวุ่นวาย“นังสตรีใจโฉด!”แม้จะเดินห่างออกไปไกลมากแล้ว ข้าก็ยังคงได้ยินเสียงกรีดร้องของนางทว่าข้าหาได้ใส่ใจไม่เพราะอย่างไรเสีย การทำให้ข่าวการตายของเซี่ยชิงเยี่ยนกลายเป็นความจริง ถึงจะเป็นภารกิจเร่งด่วนที่ต้องทำเป็นอันดับแร
เขาหาได้รู้ไม่ว่าในถ้อยคำประโยคนี้ของข้า แฝงเร้นไปด้วยการถูกพรากจากกันด้วยความตายไม่รู้ตั้งกี่ปีข้าสูดหายใจเข้าลึกๆ เฮือกหนึ่ง แล้วเริ่มบอกเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในชาติก่อนและชาตินี้ออกไปจนหมดสิ้นโดยไม่คิดจะปิดบังนับตั้งแต่เรื่องที่ข้าต้องตรอมใจตายด้วยความอัดอั้นทุกข์ระทม เรื่องที่อันเอ๋อร์ต้อง
“แม่สามี ท่านต้องเข้าใจให้ดีนะเจ้าคะว่า ข้าต่างหากคือนายหญิงของจวนโหว และจวนโหวในยามนี้ ข้าเป็นคนตัดสินใจ”กล่าวจบ ข้าก็หันไปมองบ่าวไพร่ที่อยู่นอกโถงตั้งศพแล้วสั่งว่า“ยังไม่รีบเชิญคุณหนูญาติผู้น้องเข้าสู่สุสานบรรพชนอีกหรือ?”พวกบ่าวไพร่ต่างมองหน้ากันไปมาอย่างทำอะไรไม่ถูก มิกล้าขยับเขยื้อนทำการใด
ภายในโถงตั้งศพเงียบสงัดลงไปในพริบตาจ้าวถางเองก็ตื่นตระหนกเสียจนเลิกบีบน้ำตาแทบไม่ทัน พลางเงยหน้าขึ้นมามองข้า“ทะ…ท่านพูดว่าอะไรนะ?”“วันนี้ข้าจะส่งเจ้าเข้าสุสานไปฝังร่วมหลุมกับสามีของข้าอย่างไรเล่า”ข้าเอ่ยตอบโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นเสียด้วยซ้ำเพียงตั้งหน้าตั้งตาใช้น้ำมันนวดคอยนวดเฟ้นไปบนขาท