เข้าสู่ระบบ"คุณรักไม่เคยทำมาก่อนเหรอ"
สิ้นคำถามนั้นเด็กสาวเจ้าของชื่อก็ถึงกับนิ่งไป ร่างขาวถดกายขึ้นมานั่งกอดเนื้อตัวเปลือยเปล่าของตัวเองเอาไว้ ก่อนจะพยักหน้าแทนการตอบคำถามของเขา
“เชี่ย…”
ด้านพยัคฆ์เมื่อเห็นเธอตอบรับแบบนั้นก็พลันเงียบ เขาได้คำตอบของคำถามในหัวหมดทุกสิ่งว่าทำไมเพื่อนของเธอถึงต้องให้ทิโมธีมาแนะนำกับเขา
ตอนแรกที่คุณนภาบอกว่าใหม่แกะกล่องก็คิดว่าแค่ไม่เคยทำงานอย่างว่ามาก่อน ที่ไหนได้...ไม่เคยเลยสักอย่างนี่เอง
“คุณรัก โอเคไหมคะ" รู้แบบนั้นน้ำเสียงที่นุ่มนวลอยู่แล้วก็ยิ่งนุ่มมากขึ้นกว่าเดิม คำลงท้ายก็เปลี่ยนไปจนตอนนี้ขัดกับรูปร่างหน้าตาของเขาอย่างสิ้นเชิง แต่พยัคฆ์ไม่ได้ใส่ใจอีกต่อไป
เพราะสิ่งเดียวที่เขาสนคือคนตรงหน้า
“โอเคค่ะ”
"เงยหน้ามองผมหน่อยสิ" ว่าพลางเขาก็ถอดเสื้อสูทคลุมตัวของเธอเอาไว้ ปลายนิ้วเรียวยื่นไปเชยคางสวยขึ้นให้สบตากัน ในสภาวะแสงน้อยแบบนี้เขาเห็นแววตื่นกลัวได้อย่างชัดเจน
“หนูโอเคจริง ๆ นะคะ” แต่ถึงอย่างนั้นแม่คนนี้ก็ดูจะสู้ไม่ถอยเลยสักนิด
“แน่ใจเหรอ”
“แน่ใจค่ะ หนูทำต่อได้ถ้าคุณเสือต้องการ” น่าสนใจดี
“เพื่อนหนูบอกเพื่อนผมว่า หนูกำลังจำเป็นต้องใช้เงิน”
“ใช่ค่ะ”
“ผมจะไม่ถามเรื่องส่วนตัวหนูหรอกนะ ไม่ต้องกังวล แค่จะบอกว่าถ้าเราไปต่อกัน ผมจะให้ค่าพรหมจรรย์เพิ่มอีกสองเท่า ถือว่าทดแทนสิ่งที่คุณรักต้องเสียไป”
ข้อเสนอของเขาทำเอาสุดที่รักถึงกับตาโต เพราะเงินที่ตกลงกับเจ๊นภาก็มากอยู่แล้ว หากเพิ่มอีกสองเท่าก็ยิ่งมากขึ้นอีก จนจ่ายค่ารักษาพยาบาลป้าแล้วก็น่าจะเงินเหลือจ่ายค่าเทอมด้วย
เธอได้ยินจากมีนาผู้เป็นเพื่อนสนิทมาเหมือนกันว่าเขาเงินถึง จ่ายไม่อั้นถ้าถูกใจ แต่ก็ไม่คิดว่าจะใจป้ำถึงขนาดนี้
“คุณเสือพูดจริงเหรอคะ” เธอถามเสียงสั่น ขนลุกเกรียวกับความรวยที่ตนจินตนาการไปไม่ถึง ไม่กล้าแม้จะแตะต้องเสื้อสูทราคาแพงที่อยู่บนตัวเขา พยัคฆ์ได้ยินอย่างนั้นก็พยักหน้า
“จริงค่ะ ผมไม่หลอกหนูหรอก” มือหนายื่นไปลูบบนเรือนผมสีดำขลับ แววตาดุดันอ่อนลงเปลี่ยนเป็นสายตาเอ็นดูยามที่มองเธอนั่งขดอยู่ในเสื้อสูทตัวใหญ่ของตนเหมือนลูกแมว
“แต่คงไม่ได้ทำที่นี่นะ ผมไม่ใจร้ายให้ครั้งแรกของหนูเกิดในที่แบบนี้หรอก ไปบ้านผมดีกว่า เดี๋ยวผมไปคุยกับคุณนภาให้”
“ค่ะ…” ถึงจะยังกลัวอยู่ลึก ๆ แต่สัมผัสนั้นและท่าทางที่แตกต่างจากที่ตัดสินเขาเอาไว้ในตอนแรกอย่างสิ้นเชิง ก็ทำให้สุดที่รักลอบพรูลมหายใจด้วยความโล่งอก
มาคิดอีกที เขาเองก็ต้องเป็นคนที่ไว้ใจได้ระดับหนึ่งถึงได้เป็นแขกประจำของแชงกรีล่าได้ และถ้าเป็นคนร้าย ๆ มีนาคงไม่มีวันกล้าติดต่อมาให้เธอแน่นอน
เอาเถอะ อย่างน้อยในชะตากรรมอันเลวร้ายของเธอมันก็ยังพอมีความโชคดีเหลืออยู่บ้าง ไม่ได้เลวร้ายไปทั้งหมด แค่นี้ก็ถือว่าดีแล้วล่ะ เธอไม่หวังอะไรมากนักหรอก
เคยมีคนบอกว่าไม่คาดหวังเท่ากับไม่ผิดหวัง แต่สำหรับสุดที่รัก การไม่คาดหวังอะไรของเธอกลับส่งผลไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เพราะมันทำให้ลืมเตรียมใจว่าจะมาเจออะไรข้างหน้าไปสนิท
‘โห…นี่บ้านหรือวัง’
คำนี้เล่นวนซ้ำในหัวของเด็กสาวมาตั้งแต่ที่รถยุโรปคันหรูของเขาขับเข้ามาในรั้ว ภาพเบื้องหน้าคือคฤหาสน์หลังโตที่เคยเห็นแค่ในทีวี ในหนังในละคร
มันใหญ่โตอลังการมากกว่าที่เธอจินตนาการไปไกล
ยิ่งเข้ามาข้างในก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวของเธอมันเล็กกระจ้อยร่อย และยิ่งเล็กลงไปจนแทบจะเป็นเศษฝุ่นเมื่อได้เห็นบอดี้การ์ดยืนอยู่ที่หน้าประตู และประจำอยู่แทบทุกมุมของชั้นล่าง
แม้กระทั่งหน้าห้องนอนของเขาก็มีเหมือนกัน
"ตามสบายนะคะ" เสียงกระซิบเบา ๆ ข้างหูจากด้านหลังดึงเด็กสาวให้กลับมาสู่ปัจจุบัน ขณะที่บอกแบบนั้นแต่คุณพยัคฆ์กลับกระชับอ้อมกอดแน่นจนแผ่นหลังเล็กแนบไปกับหน้าท้องแกร่ง
จมูกโด่งซุกไซร้ซอกคอขาว มือไม้เองก็เลื้อยยุบยับจับแตะไปทั่ว จนเธอที่ยืนตะลึงมองห้องนอนที่กว้างเหมือนสนามฟุตบอลอยู่นั้นขนลุกซู่ เผลอย่นคอหนี
“คะ...คุณเสือคะ”
“คุณรักชื่อจริงว่าอะไรคะ” เขาถาม มือหนาซึ่งเดิมจับนั่นจับนี่อยู่วกไปด้านหลัง จัดการรูดซิปชุดเดรสของเธอลงช้า ๆ
น้ำเสียงนุ่มทุ้มชวนเข้าหา ขัดกับภาษากายที่กำลังรุกรานกันซึ่ง ๆ หน้าพาให้ลมหายใจของสุดที่รักสะดุดไป เธอกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก พยายามอย่างยิ่งที่จะตั้งสติ
รับปากเขาไปเสียดิบดี จะมาปอดแหกตอนนี้ไม่ได้
“ชื่อ...ชื่อ สุดที่รักค่ะ” และแม้จะรู้ดีว่าชื่อของตัวเองนั้นไม่ธรรมดาเสียเท่าไหร่ แม้แต่เพื่อนที่คบกันมาตั้งแต่สมัยมัธยมอย่างมีนาก็ยังแปลกใจ แต่เธอก็ยังบอกเขาไปแบบชัดถ้อยชัดคำ
แน่นอนว่าชื่อของเธอทำให้เขาชะงักไปเล็กน้อย แต่ก็แค่เล็กน้อยเท่านั้น
พยัคฆ์ทำการรูดซิปชุดของเธอต่อจนเสร็จ มือหนาค่อย ๆ ปลดชุดเดรสสีดำสนิทลงจากร่างบาง ตามด้วยชุดชั้นในของเธอในเวลาอันรวดเร็ว พริบตาเดียวทั้งร่างก็เปลือยเปล่าล่อนจ้อน
เส้นผมสีดำขลับดัดลอนคลายถูกเกี่ยวไปทัดกับใบหูเล็ก เขากดจูบลงบนขมับของเธอขณะที่เอ่ยเสียงค่อย
“หนูรู้แล้วว่าผมชื่ออะไร คงไม่ต้องแนะนำกันใหม่ แต่ผมไม่อยากให้หนูเรียกคุณเสือ ๆ เหมือนที่คนอื่นเขาเรียก”
“ละ แล้วจะให้หนูเรียกว่าอะไรเหรอคะ”
“เรียกเฮียสิ”
“...”
“เรียกเฮียเสือ”
“...”
“ไหนลองเรียกดู”
“ฮะ...เฮีย”
“เฮียอะไร แถวนี้มีหลายเฮียนะ”
“เฮียเสือ…”
“เก่งมาก”
มือหนากอบกุมหน้าอกนิ่มเอาไว้จนเต็มสองมือ ขณะที่ย่อตัวลงมาหอมมันเสียฟอดใหญ่ รอยยิ้มพอใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคาย ยิ่งประกอบไปด้วยรอยสักที่ลำคอเขาก็ยิ่งดูหล่อเหลือร้าย
มันทำให้เธอที่ยังเกร็ง ๆ อยู่บ้างรู้สึกผ่อนคลายลงได้อย่างน่าประหลาด บางครั้งสุดที่รักก็คิด หล่อขนาดนี้เขามาซื้อกินทำไม
“แล้วให้ผมเรียกหนูว่าอะไรดี”
“เรียกรักเฉย ๆ ก็ได้ค่ะ นั่นชื่อเล่นของหนู”
“คนอื่นเรียกหนูแบบนั้นเหรอคะ”
“ใช่ค่ะ”
“งั้นผมเรียกที่รักดีกว่า ผมไม่ชอบซ้ำรอยใคร”
“...”
จะบ้าตาย...
คนหล่อ ๆ อย่างเขาจำเป็นต้องมาทำอะไรแบบนี้ด้วยหรือไงกัน แค่หล่อและรวยขนาดนี้ก็คงมีผู้หญิงวิ่งตามเป็นพรวนแล้วนะ จำเป็นต้องเจ้าชู้ขนาดนี้เลยเหรอ
ไม่แปลกใจเลยทำไมเพื่อนเธอบอกว่าเขาเลี้ยงเด็กเอาไว้จนแทบเหยียบกันตาย เรื่องเงินก็ว่าเรื่องหนึ่ง แต่เรื่องเล่นกับใจเก่งนี้คงจะเป็นเรื่องหลัก
"หนูขอพักแป้บนึงนะคะ" ด้านสุดที่รัก เธอผ่านเหตุการณ์ทำนองนี้มาจนชินแล้วแม้จะเหนื่อยมากแต่ก็ยังพอสู้ไหวเราสามคนอยู่ด้วยกันมาจะเข้าปีแล้ว ช่วงแรกแม้จะมีการสลับวันกันแต่หลัง ๆ หากคนหนึ่งทำอีกคนก็ต้องได้ทำ พอเป็นแบบนั้นบ่อย ๆ เข้า เลยกลายเป็นความเคยชินหากทำกับคนพี่เธอก็ต้องทำกับคนน้องด้วย ไม่งั้นเธอรู้สึกว่ามันไม่คอมพลีท ไหนจะเรื่องที่โดนหาว่ารักแฟนไม่เท่ากันอีก แต่ละคนช่างสรรหาคำพูดมาตัดพ้อจริง ๆนอกจากขี้หึงก็ยังขี้ใจน้อย"ได้สิ หนูพักเลยเดี๋ยวเฮียใส่เตรียมไว้"ว่าแต่นี่มันพักแบบใด???"ดะ เดี๋ยวสิคะ หนูยัง...อื้อ" หญิงสาวร้องเสียงเบาหวิวราวกับลูกแมวเมื่อช่องทางที่เพิ่งโดนแฝดน้องกระทำมานั้นโดนงูเหลือมตัวเขื่องของแฝดพี่ดันเข้ามาอย่างเชื่องช้าดวงหน้างดงามหาตัวจับยากแหงนหงาย ดวงตาฉ่ำรื้นเริ่มลอยคว้าง ลมหายใจเริ่มถี่ขึ้นมาเพราะความเสียวที่เริ่มเล่นงาน ถึงยังไม่ได้กระแทกแต่มันก็เสียวอยู่ดีส่วนนั้นของสิงหราชใหญ่จนมันคับแน่นไปหมดพื้นที่ภายในถูกขยายจนตึง แก่นกายของชายหนุ่มเสียดสีทุกจุดกระสันพาให้หญิงสาวตัวสั่นระริก เธอก็อยากพักอยู่หรอกแต่แบบนี้จะพักได้ยังไงกัน"ตอดแรงจัง เสียวมากเหรอ หืม?"
มือสวยพยายามรั้งเสื้อยืดตัวเดียวที่สวมอยู่และไม่อาจปิดอะไรได้เลยเอาไว้อย่างเต็มที่ ทว่ามันกลับไม่เป็นผลเพราะเสื้อตัวนั้นโดนสิงหราชชิงถอดออกไปอย่างรวดเร็วแบบที่ตั้งตัวไม่ทันขณะเดียวกันพยัคฆ์แฝดน้องเมื่อเห็นพี่ชายทำอย่างนั้นก็ยันกายขึ้นยืนเข่า ล้วงเอาถุงยางออกมาจากกระเป๋าหนึ่งเส้น ในเส้นนั้นมีประมาณเจ็ดแปดซองเห็นจะได้สองพี่น้องแบ่งถุงยางกันคนละครึ่ง จากนั้นคนเบื้องหน้าก็ดึงกางเกงของตัวเองลง ปล่อยแท่งเนื้อยาวใหญ่ที่อึดอัดอยู่ภายในออกมาสัมผัสอากาศภายนอกสิงหราชจับร่างบอบบางให้พลิกกลับมาคร่อมตัวเอง หันก้นไปให้น้องชายเบื้องหลังด้านพยัคฆ์จัดการสวมถุงยางอย่างรวดเร็ว ไม่นานก็เอาส่วนหัวมาจ่อที่ปากทางซึ่งมีน้ำอะไรต่อมิอะไรปะปนกันอยู่จนฉ่ำ ส่วนแฝดพี่รั้งใบหน้าของหญิงสาวไปรับจูบดุดันของตน ก่อนจะกระซิบที่ข้างหู"ไม่เดี๋ยวแล้วครับ แผลใจของพวกพี่ต้องรักษาด่วนนะ" ในเวลาเดียวกันส่วนนั้นก็ถูกดันเข้ามาในโพรงเนื้อคับแคบเชื่องช้าทว่าจุกแน่นไปหมด"อื้ออออออ!"กลิ่นกายหอมละมุนลอยฟุ้งอยู่ในอุณหภูมิร้อนผ่าวภายในห้องนอนอันกว้างขวาง ผิวเนื้อนวลเนียนแนบทับไปกับผิวเปลือยสีแทนของแฝดพี่ที่กึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่เบื้อ
กว่าการร่ำลาจะเสร็จเรียบร้อยก็กินเวลาไปถึงห้านาที สุดที่รักเดินออกมาจากห้องทำงานของสองหนุ่มด้วยสภาพที่ยุ่งเหยิงนิด ๆ โชคดีที่ไม่มีใครทำไรมากไปกว่าการจูบและล้วงเล็ก ๆ น้อย ๆ ไม่อย่างนั้นคงได้ยาวจนไม่ได้กลับไปอ่านหนังสืออีกหลังออกมาแล้วเธอก็ตรงเข้าไปอาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้ามาเป็นชุดอยู่บ้านสบาย ๆ ก่อนจะขึ้นมานอนดูหนังบนเตียงและหลับไปในเวลาไม่นานเพราะความอ่อนเพลียไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปเท่าไหร่ที่เธอนอนหลับอยู่แบบนั้น ทว่าในห้วงนิทราอันแสนสงบจู่ ๆ ความรู้สึกจั๊กกะจี้ก็เริ่มเล่นงาน อะไรบางอย่างที่ขยับอยู่ข้างกายของเธอเสียงจูบ เสียงลมหายใจ และความรู้สึกนุ่มหยุ่นที่ประพรมไปทั่ว สิ่งเหล่านั้นเริ่มทำให้หญิงสาวนอนไม่เป็นสุขจนสุดท้ายก็นอนต่อไปไม่ไหว และจำต้องตื่นขึ้นมาก่อนจะพบว่าสิ่งที่กำลังรบกวนเธออยู่ไม่ใช่ใครที่ไหน ก็ฝาแฝดสองพี่น้องที่เพิ่งจะรุมรังแกเธออยู่ไม่นานนั่นแหละ"ตื่นไวจริง กำลังจะลักหลับอยู่พอดี" สิงหราชเอ่ยขึ้นยิ้ม ๆ ขณะที่กดริมฝีปากลงบนลำคอขาว ส่วนพยัคฆ์นั้นนั่งอยู่ตรงกลางระหว่างขา และเพิ่งจะโผล่ศีรษะออกมาจากเสื้อทั้งสองคนมีสีหน้าไม่รู้ร้อนรู้หนาวเหมือนกันจนน่าหมั่นไส้"จริงค่ะ
หมายเหตุ : AU มหาวิทยาลัยAu นี้คุณสิงห์คุณเสือและสุดที่รักเรียนอยู่ในมหาวิทยาลัยเดียวกัน น้องสุดที่รักเป็นดาวมหาวิทยาลัย พี่แฝดเรียนคณะแพทย์"แก ฉันได้ยินรุ่นพี่คุยกันว่าน้องพอร์ชปีสองเอาดอกไม้มาให้สุดที่รักกลางคลาสเหรอ มันอะไรยังไงวะ สารภาพรักเหรอ""เห็นเขาว่ากันนะ ว่าจู่ ๆ ฮีก็เดินเข้ามาพร้อมกับดอกไม้ช่อเบ้อเร่อ คิดว่าอยู่ในซีรีย์เกาหลีมั้ง""แต่ชีสุดที่รักนี่ก็สุดของรุ่นจริงนะ ตอนปีหนึ่งก็มีรุ่นพี่มาจีบแบบออกตัวแรงตอนรับน้อง ปีสองเป็นดาวพอไปค่ายอาสาชีก็โดนอีก ผู้ที่จีบนางแต่ละคนเล่นใหญ่ไม่ไหว""ถ้ารับรักคือมีแต่คนอิจฉาไง แต่ก็ไม่แปลกใจหรอกเพราะนางสวย แปลกใจมากกว่าที่นางไม่เอาใครเลย เมื่อเช้าฮีน้องพอร์ชก็คือวืดมาก ชีสุดที่รักบอกขอบคุณนะคะน้องพอร์ชแล้วบอกว่าหนูเป็นน้องที่น่ารักมากเลย ขอให้เจอความรักที่ดีนะคะ""เชี่ย... แล้วน้องเขาทำไงวะ""ฮีก็พยายามต่ออยู่นะ ประมาณว่าพี่ไงครับความรักที่ดี ชีบอกก็นอกจากมีนก็น้องพอร์ชนี่แหละที่ขึ้นแท่นเพื่อนและน้องที่รัก อีพวกผู้ชายในคลาสคือกลั้นขำแบบตดแทบแตก""มันรู้กันน่ะสิว่าชีไม่เอาแน่""ใช่น่ะสิ ฉันล่ะสงสัยจริง ๆ เลยว่าชีไม่ชอบผู้ชายหรือเปล่า แต่
อีกด้านหนึ่งในช่วงเวลาเดียวกัน พยัคฆ์ซึ่งอยู่ระหว่างการเดินทางจากสนามบินกลับมาที่บ้านก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูอีกครั้ง นิ้วเรียวกดเข้าไปในแชทกลุ่มซึ่งมีพี่ชายฝาแฝดและสุดที่รักในนั้นรูปเดิมที่สิงหราชส่งมาในกรุ๊ปแชทถูกกดดูอีกครั้งหลังจากที่กดดูมาแล้วหลายครั้งตั้งแต่นั่งอยู่บนเครื่อง แน่นอนว่ารูปนี้ไม่ใช่สาเหตุหลักที่เขากลับไทยก่อนกำหนดแต่ก็ยอมรับว่ามันเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาอยากไปถึงบ้านให้เร็วขึ้น ไม่น่าเชื่อว่าการกลับมาเซอร์ไพรส์เมียครั้งนี้ จะโดนเซอร์ไพรส์กลับเสียได้ป่านนี้แม่ตัวดีโดนไอ้สิงห์ฟัดจนช้ำไปทั้งตัวแล้วมั้งใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมงเขาก็เดินทางมาถึง พยัคฆ์รู้สึกสังหรณ์ใจบางอย่างจึงไม่ให้ใครช่วยถือของฝากเข้ามาด้านใน นอกจากนั้นก็ยังไล่ทุกคนให้ออกไปเฝ้าไกล ๆ กันหมดและเขาก็พบว่าตัวเองตัดสินใจไม่ผิดเลยที่ทำแบบนั้น"อื้อ...พี่สิงห์ พอแล้วค่ะ" เพราะทันทีที่เดินเข้ามาในบ้านก็พลันได้ยินเสียงแปลก ๆ ดังลอยมาตามลม เมื่อเดิมเข้าไปด้านในก็พบว่าเสียงนั้นดังออกมาจากห้องนั่งเล่นห้องเดิมที่เขาเคยมอมเธอด้วยไวน์เบอร์รี ทำให้เราได้มาอยู่กันสามคนผัวเมียแบบนี้"มึงเอาอีกแล้วเหรอไอ้สิงห์" เขาว่าอย่างอ่
“บ้านเงียบจัง”ภายในคฤหาสน์หลังงามที่โอบอุ้มทุกความทรงจำของคนสามคน เสียงของหญิงสาวในชุดนักศึกษาดังขึ้นคลอไปกันเสียงส้นสูงที่กระทบกับพื้นขณะที่เธอถอดมันออกแล้วเอาไปใส่ในตู้รองเท้าเมื่อเปลี่ยนเป็นสลิปเปอร์สำหรับใส่ในบ้านแทนแล้ว สุดที่รักจึงขมวดคิ้วขณะที่มองไปรอบกาย เธอเดินเข้าไปในห้องนั่งเล่นก็ไม่พบใครเลย ไม่มีแม้แต่เงาของใครสักคนเวลาแบบนี้ปกติจะมีแม่บ้านไม่ใช่เหรอ นี่พวกบอดี้การ์ดก็ยังอยู่ข้างนอกอีกด้วย คุณเสือน่ะเข้าใจได้เพราะเขาไปเจรจาธุรกิจที่จีนตั้งแต่เมื่อวันก่อน แต่คนที่ถึงบ้านแล้วอย่างคุณสิงห์นี่สิ รถของเขาก็อยู่ แล้วตัวหายไปไหน?"ไปไหนของเขานะ" แต่ถึงจะคิดอย่างนั้น เธอก็เหนื่อยเกินกว่าที่จะเดินหาอีกฝ่ายไปทั่ว คฤหาสน์หลังนี้เล็ก ๆ เสียเมื่อไหร่กัน มาอยู่ตั้งนานเธอยังเดินไม่ทั่วเลยคิดได้อย่างนั้นเธอจึงเดินขึ้นชั้นบน จัดการเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดอยู่บ้านสบาย ๆ อย่างชุดเซ็ตผ้านิ่ม กางเกงขาสั้นเข้าชุดกับเสื้อคร็อปแขนยาวสีเดียวกันเสร็จจากนั้นจึงเดินกลับลงมาชั้นล่าง กะว่าจะไปหาอะไรรองท้องในครัวเพราะวันนี้ไม่ได้กินข้าวเที่ยง แต่เมื่อถึงจังหวะที่เดินผ่านห้องนั่งเล่นห้องเดิน จู่ ๆ ทั้







