INICIAR SESIÓN“มันก็ไม่แน่นะแก คบไว้ก็ไม่เสียหลายหรอกมีคนรักยังดีกว่ามีคนเกลียดนะ” วีรินทร์พูดกับเพื่อนรักและรู้นิสัยกันดีลอออรไม่ใช่ผู้หญิงที่ตาตื่นตาโตกับผู้ชายหล่อและร่ำรวยเพราะบ้านของเธอก็รวยเหมือนกัน
“จ้าแม่คนใจงามทำไมแกไปไปประกวดนางงามเลยล่ะ” ลอออรล้อเพื่อนที่มองโลกในแง่ดี วีรินทร์สวยคมขำรูปร่างก็ได้สัดส่วนและที่เกินตัวมันก็ล้ำหน้าโดดเด่นจนหนุ่มๆต้องเหลียวหลัง
“อย่างน่านกรรมการไล่กลับบ้านไม่ทันล่ะสิ” วีรินทร์มักจะบอกว่าตัวเองผิวคล้ำแต่จริงๆแล้วผิวสีน้ำผึ้งนวลเนียน คิ้วเข้ม ตาคม จมูกโด่งทำให้เธอดูสวยคมขำมองยังไงก็ไม่เบื่อ
“งั้นลองมั้ยว่ากรรมการจะไล่แกหรือเปล่า”
“ไม่เอาอ่ะ”
“อย่างแกนี่เป็นดารานางแบบได้สบายเลยอย่าถล่มตัวเองสิยะ แกเห็นคุณดารานั่นมั้ยล่ะลออได้ข่าวมาว่าไปโมหน้าที่เกาหลีมานะเบ้าหน้าถึงสวยได้ขนาดนี้” ลอออรพูดถึงดาราสาววัยรุ่นที่เรียนคณะอักษรศาสตร์และเป็นเชียร์รีดเดอร์ไม้หนึ่งของมหาลัยและยังเป็นดาวคณะอีกด้วย
“แต่เค้าก็สวยจริงนะ” เธอก็คิดว่าไปทำมาแล้วสวยก็ดีแล้วคนทำงานที่ต้องใช้หน้าตาหากินก็จะต้องดูแลตัวเองเพื่อให้มีงานตลอด
“น้ำน่าน”
“อะไร”
“ลออหิวอ่ะเราแวะซื้อของกินติดมือไปกินกันดีมั้ย” ลอออรบอกเพื่อนเพราะที่กินเข้าไปเมื่อกี้มันไม่น่าจะอยู่ท้องของพวกเธอเพราะมันมีแค่นิดเดียวถึงจะกินหลายอย่างก็ตาม
“น่านกำลังจะชวนแกเหมือนกัน กินข้าวจานล่ะสี่สิบบาทอิ่มไปถึงพรุ่งนี้ แต่อาหารที่เรากินจานกือพันแล้วไง กินไม่อิ่มซะงั้นเสียดายเงินจริๆว่ามั้แก” วีรินทร์คิดถึงตอนมานิตจ่ายเงินค่าอาหารเกือบเจ็ดพันแล้วเสียดายถ้าเป็นเธอกินได้เป็นเดือน
“นั่นสิแกคนรวยก็อย่างนี้แหละเนาะ ไม่คิดถึงพวกที่อดอยากบ้างเลย อ้อ ปีนี้คณะของแกจะไปออกค่ายที่ไหนเผื่อลออจะขอไปด้วย” ลอออรถามเพื่อนปีนี้คณะของเธอไม่ได้ออกค่ายแต่มีงานที่ต้องทำในมหาลัย
“ยังตกลงกันไม่ได้เลยตอนนี้แบ่งเป็นสองกลุ่มเอาไว้สรุปกันก่อนแล้วน่านจะบอกแกนะ” คณะของเธอออกค่ายไปช่วยเหลือโรงรียนที่ธุระกันดารจริงจะเอาสมุดดินสอและชุดนักเรียนรองเท้ากระเป๋าไปแจกและช่วยทาสีอาคารสร้างห้องน้ำหาทุนค่าอาหารกลางวันให้เด็กๆซึ่งผู้อุปถัมภ์ก็เป็นรุ่นพี่ที่จบไปก่อนและมีหน้าที่การงานดีมีธุระกิจเป็นของตัวเองก็ซื้อของมาบริจาคและบริจาคเงินซึ่งปีที่แล้วก็ได้เกือบสามแสนไปช่วยได้สามโรงเรียนที่จังหวัดตากแต่ปีนี้มีกำแพงเพชรกับเพชรบูรณ์และกำลังถกเถียงกันอยู่ว่าจะไปที่ไหนกันดี สองสาวคุยกันไปจนถึงหน้าคอนโดก็จอดรถซื้อขนมและผลไม้หน้ามินิมาร์ชก่อนจะขับรถไปจอดชั้นสองแล้วกลับขึ้นห้องไปพักผ่อนพรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้าเพื่อกลับบ้าน
เวลา04.00น.
สองสาวอาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็ออกเดินทางกลับบ้านเพราะเป็นวันหยุดติดกันสี่วันทำให้ทั้งสองเลือกขับรถกลับบ้านด้วยกันและใช้รถของลอออรซึ่งเป็นฮอนด้าเอชอาร์วีสีขาวที่พ่อซื้อให้ตอนสอบเข้าเรียนมหาลัยได้ ส่วนรถของวีรินทร์เป็นรถมิตซูบิชิมิราจอีโคคาร์คันเล็กสีเขียวซึ่งเป็นสีตรงกับวันเกิดของเธอที่ย่าซื้อให้และต่างกับของพี่สาวพี่ชายลูกของลุงที่ใช้บีเอ็มกับเบนซ์
“แกขับก่อนนะน่าน” เจ้าของรถยื่นกุญแจให้เพื่อนขับก่อนซึ่งเป็นปกติที่สองสาวจะขับกันคนละครึ่งทางวีรินทร์จะขับถึงนครสวรรค์แล้วลอออรขับต่อไปถึงบ้าน
“ไม่มีปัญหา”
สองสาวออกเดินทางสี่นาฬิกาครึ่งแล้วแวะพักปั้มน้ำมันที่บางประอินเพื่อซื้อกาแฟก่อนจะเดินทางต่อไปจนถึงนครสวรรค์และแวะเข้าห้องน้ำเปลี่ยนมือขับแล้วแวะเข้าปั้มอีกสองที่ก็ถึงบ้านเกิดลอออรก็แวะส่งเพื่อนรักที่บ้านก่อนจะลงไปไหว้พ่อแม่ของเพื่อน
“สวัสดีค่ป้าโสภี”
“สวัสดีจ้ะหนูลออมาดื่มน้ำเย็นๆก่อนลูก” โสภีบอกลูกสาวเพื่อนอย่างอ่อนโยน
“ไม่เป็นไรค่ะป้าโสภี ลออดื่มกาแฟมาตลอดทางจนท้องอืดแล้วค่ะ ลออขอตัวกลับบ้านก่อนนะคะ”
“งั้นตามสบายจ้ะ” โสภียิ้มให้เพื่อนสนิททของลูกสาวและรับไหว้
“เดี๋ยวน่านโทรหานะลออ”
“จ้าน่าน ลออไปนะ”
วีรินทร์เดินไปส่งเพื่อนที่รถแล้วเดินกลับมาหาแม่ที่ห้องทำงานก็ทักทายพี่ๆน้องๆที่ทำงานตลอดทางจนถึงห้องทำงานของแม่ที่เธอคุ้นเคย
“อ้าวน้ำน่านทำไมไม่กลับบ้านไปนอนพักก่อนล่ะะลูก” โสภีพูดกับลูกสาวที่ขับรถออกจากกรุงเทพมากันตั้งแต่สี่นาฬิกากว่ามาถึงบ้านสิบนาฬิกาครึ่งเพราะแวะเข้าห้องน้ำและไม่ได้ขับเร็ว
“พ่อล่ะคะ”
“พ่อของลูกไปช่วยลุงพุดเขาหาเสียงจ้ะ พอดีใกล้โค้งสุดท้ายแล้วแม่ก็รอลูกกลับมาช่วยดูร้านพรุ่งนี้แม่จะไปช่วยอีกคนน่ะ” คนเป็นแม่บอกลูกสาวอย่างอ่อนโยนยกมือลูบศีรษะเล็กเบาๆอย่างรักใคร่
“งั้นน่านไปนอนพักก่อนดีกว่าตอนบ่ายจะได้มาช่วยงานแม่” วีรินทร์ก็เลือกไปนอนพักก่อนเพราะช่วยแม่ไม่ไหวแน่
“เดี๋ยวเที่ยงแม่จะไปกินข้าวด้วยนะลูก”
“ค่ะแม่” วีรินทร์เดินออกจากห้องทำงานของแม่ไปพักที่บ้านแล้วบ่ายๆค่อยมาช่วยงานแม่หญิงสาวก็คว้ามอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าของแม่ขี่เข้าบ้านที่ไม่ได้กลับมาเป็นเดือนก็เห็นน้องชายกับเพื่อนติวหนังสือสอบกันอยู่หลังบ้านจึงเดินไปทักทาย
“หวัดดีครับเจ้น่าน” วรายุยกมือไว้พี่สาว
“หวัดดีครับเจ้” หนุ่มน้อยสี่คนยกมือไหว้พี่สาวของเพื่อน
“หวัดดีจ้ะหนุ่มๆ ติวกันถึงไหนแล้วล่ะ” น้ำน่านนั่งลงข้างน้องชายมองดูว่าติววิชาอะไรกันเพราะน้องชายเลือกเรียนคณะวิศวกรรมศาสตร์สาขาวิศวกรรมไฟฟ้า
“ก็หลายวิชาครับจนมึนไปหมดแล้วครับเจ้” จิ๋วตอบพี่สาวเพื่อนกอดหมอนอิงล้มตัวลงนอนบนเสื่อที่ปูบนพื้นปูนที่พวกเขานั่งติวกันตั้งแต่เก้านาฬิกา
“รู้ว่ามันยากแล้วทำไมถึงเลือกเรียนล่ะ” วีรินทร์ถามยิ้มๆ
“ก็เพราะมันยากนี่แหละครับเจ้ มันท้าทายดีถ้าสอบได้โคตรเท่ห์เลยครับ” ทีมเพื่อนอีกคนของวรายุตอบวีรินทร์ที่พวกเขาเรียกว่าเจ้ตามเพื่อน
“ถ้าจะเรียนเอาเท่ห์พวกนายไม่ต้องไปสอบหรอกนะ เพราะเท่ห์อย่างเดียวมันไม่ทำให้เราสอบได้มันต้องขยันที่สำคัญเราต้องชอบด้วยไม่งั้นจะทำให้เราเรียนไม่รู้เรื่องสุดท้ายอาจโดนรีไทร์เพราะมีเพื่อนรุ่นเดียวกันกับเจ้โดนไปหลายคนเลย ถามใจตัวเองให้ดีว่าชอบคณะที่ตัวเองเลือกหรือเปล่าจะได้ไม่เสียเวลา” วีรินทร์สอนน้องๆแต่สำหรับน้องชายเธอรู้ว่าวรายุตั้งใจเรียนวิศวะไฟฟ้าเพื่อจะได้ต่อยอดงานที่ร้านเหมือนเธอ
“ผมชอบนะครับเจ้ แล้วอาจารย์บอกว่าเกรดเฉลี่ยและผลการเรียนของผมน่าจะไปได้ผมก็เลยเลือกวิศวะถ้าไม่มีงานผมมาขอทำงานกับเจ้ก็แล้วกันครับ” ฟิล์มพูดขึ้นเขาก็ชอบเพราะเป็นความฝันอยากเรียนวิศวะสาขาอะไรก็ได้ตอนนี้เขาก็ลือกวิศวะไฟฟ้าเหมือนเพื่อนในกลุ่มอยู่ที่ใครจะสอบได้เพราะทุกคนตั้งใจจะเรียนที่เดียวกันแต่ก็สำรองมหาวิทยาลัยนเรศวรที่พิษณุโลกกับมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง
“งั้นตั้งใจกันนะ มีอะไรไม่เข้าใจก็ถามเจ้ได้ ตอนนี้ขอไปนอนก่อนง่วงมากเลย” วีรินทร์พูดจบก็ลุกขึ้นเดินเข้าบ้านขึ้นไปห้องของตัวเองแล้วล้มตัวลงนอนทันที
ที่สนามบินดอนเมือง
เวลา 06.30น.
เตชทัชกับนวพรรษและคนสนิทก็เดินทางไปถึงสนามบินแล้วตรงไปที่กลุ่มของกรรมการบริหารพรรคและอดีตส.ส.ที่มีประสบการณ์มาหลายสมัยมีชื่อเสียงและลงสมัครรับเลือกตั้งในครั้งนี้ก็ไปช่วยผู้สมัครของพรรคปราศรัยหาเสียงเพราะนโยบายของพรรคชัดเจนมีสโลแกนว่า คนรุ่นใหม่ คิดใหม่ ทำใหม่ เพื่อความก้าวหน้าอนาคตมั่นคง เมื่อทักทายกันเสร็จก็ไปขั้นเครื่องบินอกเดินทางเวลาเจ็ดนาฬิกาตรงใช้เวลาหนึ่งชั่วโมงก็เดินทางไปจังหวัดพิษณุโลกแล้วนั่งรถเดินทางต่อไปจังหวัดอุตรดิตถ์อีกร้อยกว่ากิโลเมตรซึ่งทางพุฒิพงษ์มารับทุกคนด้วยตัวเอง
“ไม่เยอะเนาะ คราวก่อนหมดไปห้าหมื่นกว่าเอง” พรรษชลพูดกระเซ้าว่าที่ป้าของหลานแฝดยิ้มๆทำให้เมฆากับนวพรหันมามองหน้ากัน“งั้นไม่ธรรมดาแล้วล่ะค่ะ แล้วเราจะซื้ออะไรกันดีคะพี่เจ็ท” คนได้เป็นคุณอาโดยไม่ทันได้ตั้งตัวก็คิดไม่ออกว่าจะซื้อของอะไรรับขวัญหลาน“เราซื้อรถตู้ดีมั้ยครับพี่เจ็ท เพราะข้าวของเครื่องใช้คงมีเยอะแล้ว” เมฆาเสนอเขาคิดว่าข้าวของเครื่องใช้เด็กอ่อนคงมีหมดแล้ว“เออจริงสิ นายจุลมันเพิ่งรู้ว่ามีลูกไม่ทันตั้งตัวงั้นเราไปดูรถกันดีกว่าจะได้ให้เขาแต่งให้พร้อมสำหรับหลานแฝด”“พี่เจ็ทแล้วหลานสาวเราชื่ออะไรคะ”“แฝดพี่ชื่อเด็กหญิงสายน้ำ ชื่อเล่นน้องน้ำฟ้า แฝดน้องน้องชื่อเด็กหญิงสายธาราชื่อเล่นน้องน้ำปิง แม่ชื่อน้ำน่าน” พรรษชลตอบน้องสาว“เพราะมากค่ะ แม่น้ำมาสองสายแล้วเหลืออีกสองสายก็ครบแม่น้ำสี่สายแล้วนะคะ” นวพรพูดยิ้มๆ“เดี๋ยวนายจุลมันก็ทำครบทั้งสี่สายเองแหละครับน้องจุ๊บ” เมฆาพูดยิ้มๆ“ดีไม่ดีมีน้ำเจ้าพระยาสายที่ห้าอีกนะน้องรัก หึๆๆ..” พรรษชลพูดเสริมแล้วขำหากน้องชายของเขาแต่งงานกับวีรินทร์จริงก็ต้องน้ำยมน้ำวังและน้ำเจ้าพระยาแน่ๆมาริดามองพรรษชล เมฆา นวพรคุยกันแล้วก็ไม่ห่วงเพื่อนเพราะทุกคนไม่ไ
“น้องมายด์จะดื่มอะไรครับ เดี๋ยวรอจุ๊บกับนายเมฆก่อนพอดีพี่นัดสองคนนั้นไว้แต่พอรู้เรื่องหลานก็ตื่นเต้นจนลืมนัดรีบมาซื้อของรับขวัญหลานก่อน” พอได้ยินคำตอบทำเอาลุงเขาตื่นเต้นเรื่องมีหลานก็ใช่แต่ที่หนักกว่านั้นคือวางแผนเจอคนตรงหน้านี่แหละสองหนุ่มสาวคุยถึงหลานสาวทั้งสองและมาริดาก็เอารูปหลานแฝดที่วีรินทร์ส่งมาให้เธอดูและเธอก็เอาให้พรรษชลหรือลุงของหลานแฝดดูว่าหลานน้อยน่ารักน่าชังขนาดไหนเมฆากับนวพรลงจากรถก็เดินเข้าไปในห้างรริเวอร์เซ็นเตอร์ริมแม่น้ำเจ้าพระยาแล้วโทรหาพี่ชายพอรู้ว่าอยู่ร้านกาแฟก็เดินไปตรงไปทันทีด้วยความอยากรู้ว่ามีเรื่องอะไรสำคัญไปกว่าเรื่องงานของเธอ“น้องจุ๊บจะรีบไปไหนครับยังไงพี่เจ็ทก็ไม่หนีไปไหนหรอกครับ” เมฆาบอกน้องสาวเพื่อนและในอนาคตอาจจะเป็นเจ้านายของเขาหากนวพรรษเอาจริงทางการเมืองแม้จะชอบหญิงสาวแต่เขาขอเก็บไว้ในใจและไม่คิดจะบอกใครเพราะฐานะที่แตกต่างกันมาก“ก็ไหนพี่เมฆบอกว่าคุยงานเสร็จจะรีบกลับบริษัทไม่ใช่เหรอคะ” นวพรถามเจ้านายหนุ่มหล่อก็เขาเป็นคนพูดเองแท้ๆ“ไม่เป็นไรหรอกครับแค่วันเดียว พี่อนุโลมให้” คนที่จริงจังกับงานมาตลอดตอบผู้หญิงในดวงใจของเขาที่เก็บไว้ลึกสุดใจไม่สามารถบ
“ตอนนี้น้องน้ำฟ้ากับน้องน้ำปิงแข็งแรงดีแล้วคุณหมอก็ให้แม่ดูแลเองค่ะ” วีรินทร์มองลูกสาวที่กินนมอิ่มแล้วนอนหลับอย่างมีความสุข“แล้วชื่อจริงของลูกล่ะน้ำน่านตั้งชื่อไว้หรือยังครับ” เขาไม่แปลกใจว่าทำไมวีรินทร์ถึงตั้งชื่อลูกสาวว่าน้ำฟ้ากับน้ำปิงเพราะแม่ก็เป็นแม่น้ำสายหนึ่งจะให้ลูกสาวชื่อน้ำยมกับน้ำวังคงไม่เหมาะถ้าเป็นลูกชายว่าไปอย่าง งั้นเขาต้องมีลูกให้ครบแม่น้ำทั้งสี่สายเลยสิ คุณพ่อลูกสองคิดยิ้มๆกับแผนการในใจของตัวเองทั้งที่ยังจัดการเรื่องของตัวเองไม่เรียบร้อยเลย“ปู่ย่าตายายตั้งให้แล้วค่ะ น้องน้ำฟ้าชื่อสายน้ำ น้องน้ำปิงชื่อสายธารา..” วีรินทร์พูดคุยกับพ่อของลูกตามปกติเพราะเธอทำใจได้นานแล้วจะโทษเขาฝ่ายเดียวก็ไม่ได้เพราะเธอเป็นฝ่ายเลือกไม่ยุ่งเกี่ยวกับเขาเองตอนนี้เธอตัดสินใจแล้วก็อยู่ที่นวพรรษกับครอบครัวของเขารับข้อเสนอของเธอหรือเปล่าหากพวกเขาไม่ตกลงเธอก็พร้อมจะสู้เพื่อลูก“สายน้ำ สายธารา ชื่อลูกสาวพ่อจุลเพราะมากครับ” นวพรรษมองลูกสาวแล้วยิ้มเหมือนคนบ้าก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปเพื่อเอาไปอวดลุงป้าน้าอาน้องๆและเพื่อนที่กรุงเทพและไม่ยอมลุกไปไหนจนกระทั่งปู่ย่ามาเยี่ยมหลานสาวคนเป็นพ่อก็บอกปู
“ผมมีธุระครับ ถ้าไม่มีอะไรผมขอตัวก่อนนะครับ” เขาไม่มีเวลาจะสนใจผู้หญิงคนอื่นเพราะเมียเพิ่งคลอดลูกอยู่ที่โรงพยาบาล“เดี๋ยวสิคะคุณจุล หวานขอไปด้วยคนได้มั้ยคะพอดีหวายไม่รู้จักใครอยู่ไปก็ไม่มีเพื่อนคุยค่ะ” เธอรู้จักแค่นวพรรษกับพ่อแม่ของเขาและพิมลภัสและพ่อแม่น้องชายของเธอเท่านั้นส่วนคนในพรรคเธอไม่รู้จักเพราะเธอตามนวพรรษมาไม่ได้มาเพื่อทำความรู้จักกับทุกคน“ท่านรัฐมนตรีครับขอถ่ายรูปด้วยครับ” นักข่าวหนุ่มเดินเข้ามาของถ่ายรูปรัฐมนตรีหนุ่มรูปหล่อกับลูกสาวท่านนายก“เอ่อ..” นวพรรษกำลังจะปฏิเสธ“ได้เลยค่ะคุณนักข่าว” สิริยากรเดินไปเกาะแขนส.ส.หนุ่มหล่อแล้วฉีกยิ้มเกือบถึงใบหูเอียงหน้าไปจะซบไหล่ของเขา“คุณหวาย” นวพรรษผลักลูกสาวท่านนายกออกอย่างลืมตัวเพราะเขาไม่อยากเป็นข่าวกับเธอและหลีกเลี่ยงมาตลอดหากข่าวนี้แพร่ออกไปฝ่ายค้านก็จะเอามาเล่นงานเขาว่าได้เป็นรัฐมนตรีเพราะคบกับลูกสาวท่านนายก ทั้งที่พวกเขาแค่เจอกันตามงานทักทายกันเล็กน้อยก็ยังเป็นข่าวซึ่งเขาก็ตอบไม่ตามความจริงว่าแค่รู้จักกันเจอกันตามงานเลี้ยงไม่ได้สนิทกัน “คุณจุลยิ้มหน่อยสิคะ” สิริยากรไม่รู้สึกรู้สาทั้งที่ถูกชายหนุ่มผลักออกกลับเงยหน้าโปรยยิ้มให
นวพรรษมองลูกน้อยทั้งสองในอ้อมแขนหัวใจอุ่นซ่านเมื่อได้อุ้มชูเลือดเนื้อเชื้อไขที่เขามั่นใจว่าสองแฝดสาวตัวจ้อยเป็นลูกของเขาล้านเปอร์เซ็นต์ทำให้เขามีความสุขมากอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนและไม่คิดว่าตัวเองจะมีวันนี้และยังมีลูกสาวพร้อมกันถึงสองคนทำให้คุณพ่อมือใหม่โอบกอดร่างเล็กทั้งสองด้วยความหวงแหนจนสองขอบตาร้อนผ่าว“บูลถ่ายรูปให้นะคะ” พิมลภัส์ยกโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปนวพรรษอุ้มลูกแฝดไว้สองข้างและวีรินทร์นอนอยู่บนเตียงด้านหลังรัวๆหลายรูปจนพอใจ “น่ารักมาเลยน้องแฝดหลานป้าบูล” พิมลภัสมองหลานสาวตัวจ้อยในอ้อมแขนพ่อแล้วยิ้ม“คุณพยาบาลพาหลานบูลไปนอนเถอะค่ะ” พิมลภัสเห็นพ่อของหลานตาแดงๆจึงบอกให้พยาบาลพาหลานสาวไปนอน“อิ่มแล้วหลับสบายเลยนะคะสาวน้อย ตอนกลางคืนน้องอาจจะหิวบ่อยคุณแม่อาจจะไม่ได้นอนเหนื่อยหน่อยนะคะ” คุณพยาบาลพูดกับคุณแม่มือใหม่ที่ต้องรับมือกับสองแฝดที่ตื่นพร้อมกันหิวพร้อมกันและต่อไปก็จะทำอะไรพร้อมกันทำให้พ่อแม่เหนื่อยเพิ่มเป็นสองเท่าเลยทีเดียวก่อนจะเข็นเตียงน้องแฝดกลับไปที่ห้องเด็กอ่อน“ลูกของผมน่ารักมากเลย” นวพรรษมองตามลูกสาวทั้งสองแล้วยิ้มทั้งน้ำตาไหลออกมาอย่างไม่รู้ตัวก่อนจะเช็ดน้ำตาอย่างเขินๆ
“ค่ะ” คุณแม่มือใหม่ตอบเบาๆมันเจ็บมากกว่าตอนบ่ายอีกอาจเป็นเพราะยาหมดฤทธิ์แต่เธอทนได้ยิ่งได้เห็นใบหน้าจิ้มลิ้มแดงซ่านของลูกน้อยทั้งสองความเจ็บมันก็หายแล้ว“เราแต่งงานกันนะครับน้ำน่าน” นวพรรษขอแม่ของลูกแต่งงานตามที่เขาคิดไว้ว่าต้องแต่งงานกันเพื่อจะได้เป็นครอบครัวเดียวกันอย่างสมบูรณ์ซึ่งมีพยานรักของเขาทั้งสองนอนหลับเป็นใจอยู่ตรงกลางระหว่างพ่อแม่วีรินทร์ถึงกับอึ้งไปเงยหน้ามองพ่อของลูกไม่คิดว่านวพรรษจะขอเธอแต่งงานซึ่งครั้งหนึ่งเขาก็ยอมรับผิดชอบด้วยการแต่งงานกับเธอและเธอปฏิเสธไปแล้วนี่เขาขอเธอแต่งงานอีกครั้งเพื่อลูก“คุณจุลขอแต่งงานกับฉันง่ายๆแบบนี้เลยเหรอคะ”“มันไม่ง่ายนะน้ำน่านที่จะขอแต่งงานกับใครสักคน ครั้งหนึ่งผมทำผิดกับผู้หญิงคนหนึ่งและยอมแต่งงานกับเธอเพื่อรับผิดชอบเรื่องที่เกิดขึ้นแต่เธอปฏิเสธ และครั้งนี้ผมก็ขอเธอแต่งงานอีกครั้งเพื่อครอบครัวไม่ใช่แค่เพื่อลูกแต่ผมพร้อมจะสร้างครอบครัวกับคุณถึงเราจะเริ่มต้นกันไม่ดีผมก็พร้อมจะรับผิดชอบและผมคิดว่ามันไม่ยากที่เราสองคนจะเปิดใจให้กันเพื่อลูกๆและครอบครัวของเราครับ” เขาเปิดใจให้แม่ของลูกแล้วก็เหลือแต่วีรินทร์จะยอมเปิดใจให้เขาหรือเปล่าเท่านั้น“







