Share

บทที่ 9 หาเสียง

last update Petsa ng paglalathala: 2026-03-03 11:43:14

“มันก็ไม่แน่นะแก คบไว้ก็ไม่เสียหลายหรอกมีคนรักยังดีกว่ามีคนเกลียดนะ” วีรินทร์พูดกับเพื่อนรักและรู้นิสัยกันดีลอออรไม่ใช่ผู้หญิงที่ตาตื่นตาโตกับผู้ชายหล่อและร่ำรวยเพราะบ้านของเธอก็รวยเหมือนกัน

“จ้าแม่คนใจงามทำไมแกไปไปประกวดนางงามเลยล่ะ” ลอออรล้อเพื่อนที่มองโลกในแง่ดี วีรินทร์สวยคมขำรูปร่างก็ได้สัดส่วนและที่เกินตัวมันก็ล้ำหน้าโดดเด่นจนหนุ่มๆต้องเหลียวหลัง

“อย่างน่านกรรมการไล่กลับบ้านไม่ทันล่ะสิ” วีรินทร์มักจะบอกว่าตัวเองผิวคล้ำแต่จริงๆแล้วผิวสีน้ำผึ้งนวลเนียน คิ้วเข้ม ตาคม จมูกโด่งทำให้เธอดูสวยคมขำมองยังไงก็ไม่เบื่อ

“งั้นลองมั้ยว่ากรรมการจะไล่แกหรือเปล่า”

“ไม่เอาอ่ะ”

“อย่างแกนี่เป็นดารานางแบบได้สบายเลยอย่าถล่มตัวเองสิยะ แกเห็นคุณดารานั่นมั้ยล่ะลออได้ข่าวมาว่าไปโมหน้าที่เกาหลีมานะเบ้าหน้าถึงสวยได้ขนาดนี้” ลอออรพูดถึงดาราสาววัยรุ่นที่เรียนคณะอักษรศาสตร์และเป็นเชียร์รีดเดอร์ไม้หนึ่งของมหาลัยและยังเป็นดาวคณะอีกด้วย

“แต่เค้าก็สวยจริงนะ” เธอก็คิดว่าไปทำมาแล้วสวยก็ดีแล้วคนทำงานที่ต้องใช้หน้าตาหากินก็จะต้องดูแลตัวเองเพื่อให้มีงานตลอด

“น้ำน่าน”

“อะไร”

“ลออหิวอ่ะเราแวะซื้อของกินติดมือไปกินกันดีมั้ย” ลอออรบอกเพื่อนเพราะที่กินเข้าไปเมื่อกี้มันไม่น่าจะอยู่ท้องของพวกเธอเพราะมันมีแค่นิดเดียวถึงจะกินหลายอย่างก็ตาม

“น่านกำลังจะชวนแกเหมือนกัน กินข้าวจานล่ะสี่สิบบาทอิ่มไปถึงพรุ่งนี้ แต่อาหารที่เรากินจานกือพันแล้วไง กินไม่อิ่มซะงั้นเสียดายเงินจริๆว่ามั้แก” วีรินทร์คิดถึงตอนมานิตจ่ายเงินค่าอาหารเกือบเจ็ดพันแล้วเสียดายถ้าเป็นเธอกินได้เป็นเดือน

“นั่นสิแกคนรวยก็อย่างนี้แหละเนาะ ไม่คิดถึงพวกที่อดอยากบ้างเลย อ้อ ปีนี้คณะของแกจะไปออกค่ายที่ไหนเผื่อลออจะขอไปด้วย” ลอออรถามเพื่อนปีนี้คณะของเธอไม่ได้ออกค่ายแต่มีงานที่ต้องทำในมหาลัย

“ยังตกลงกันไม่ได้เลยตอนนี้แบ่งเป็นสองกลุ่มเอาไว้สรุปกันก่อนแล้วน่านจะบอกแกนะ” คณะของเธอออกค่ายไปช่วยเหลือโรงรียนที่ธุระกันดารจริงจะเอาสมุดดินสอและชุดนักเรียนรองเท้ากระเป๋าไปแจกและช่วยทาสีอาคารสร้างห้องน้ำหาทุนค่าอาหารกลางวันให้เด็กๆซึ่งผู้อุปถัมภ์ก็เป็นรุ่นพี่ที่จบไปก่อนและมีหน้าที่การงานดีมีธุระกิจเป็นของตัวเองก็ซื้อของมาบริจาคและบริจาคเงินซึ่งปีที่แล้วก็ได้เกือบสามแสนไปช่วยได้สามโรงเรียนที่จังหวัดตากแต่ปีนี้มีกำแพงเพชรกับเพชรบูรณ์และกำลังถกเถียงกันอยู่ว่าจะไปที่ไหนกันดี สองสาวคุยกันไปจนถึงหน้าคอนโดก็จอดรถซื้อขนมและผลไม้หน้ามินิมาร์ชก่อนจะขับรถไปจอดชั้นสองแล้วกลับขึ้นห้องไปพักผ่อนพรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้าเพื่อกลับบ้าน

เวลา04.00น.

สองสาวอาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็ออกเดินทางกลับบ้านเพราะเป็นวันหยุดติดกันสี่วันทำให้ทั้งสองเลือกขับรถกลับบ้านด้วยกันและใช้รถของลอออรซึ่งเป็นฮอนด้าเอชอาร์วีสีขาวที่พ่อซื้อให้ตอนสอบเข้าเรียนมหาลัยได้ ส่วนรถของวีรินทร์เป็นรถมิตซูบิชิมิราจอีโคคาร์คันเล็กสีเขียวซึ่งเป็นสีตรงกับวันเกิดของเธอที่ย่าซื้อให้และต่างกับของพี่สาวพี่ชายลูกของลุงที่ใช้บีเอ็มกับเบนซ์

“แกขับก่อนนะน่าน” เจ้าของรถยื่นกุญแจให้เพื่อนขับก่อนซึ่งเป็นปกติที่สองสาวจะขับกันคนละครึ่งทางวีรินทร์จะขับถึงนครสวรรค์แล้วลอออรขับต่อไปถึงบ้าน

“ไม่มีปัญหา”

สองสาวออกเดินทางสี่นาฬิกาครึ่งแล้วแวะพักปั้มน้ำมันที่บางประอินเพื่อซื้อกาแฟก่อนจะเดินทางต่อไปจนถึงนครสวรรค์และแวะเข้าห้องน้ำเปลี่ยนมือขับแล้วแวะเข้าปั้มอีกสองที่ก็ถึงบ้านเกิดลอออรก็แวะส่งเพื่อนรักที่บ้านก่อนจะลงไปไหว้พ่อแม่ของเพื่อน

“สวัสดีค่ป้าโสภี”

“สวัสดีจ้ะหนูลออมาดื่มน้ำเย็นๆก่อนลูก” โสภีบอกลูกสาวเพื่อนอย่างอ่อนโยน

“ไม่เป็นไรค่ะป้าโสภี ลออดื่มกาแฟมาตลอดทางจนท้องอืดแล้วค่ะ ลออขอตัวกลับบ้านก่อนนะคะ”

“งั้นตามสบายจ้ะ” โสภียิ้มให้เพื่อนสนิททของลูกสาวและรับไหว้

“เดี๋ยวน่านโทรหานะลออ”

“จ้าน่าน ลออไปนะ”

วีรินทร์เดินไปส่งเพื่อนที่รถแล้วเดินกลับมาหาแม่ที่ห้องทำงานก็ทักทายพี่ๆน้องๆที่ทำงานตลอดทางจนถึงห้องทำงานของแม่ที่เธอคุ้นเคย

“อ้าวน้ำน่านทำไมไม่กลับบ้านไปนอนพักก่อนล่ะะลูก” โสภีพูดกับลูกสาวที่ขับรถออกจากกรุงเทพมากันตั้งแต่สี่นาฬิกากว่ามาถึงบ้านสิบนาฬิกาครึ่งเพราะแวะเข้าห้องน้ำและไม่ได้ขับเร็ว

“พ่อล่ะคะ”

“พ่อของลูกไปช่วยลุงพุดเขาหาเสียงจ้ะ พอดีใกล้โค้งสุดท้ายแล้วแม่ก็รอลูกกลับมาช่วยดูร้านพรุ่งนี้แม่จะไปช่วยอีกคนน่ะ” คนเป็นแม่บอกลูกสาวอย่างอ่อนโยนยกมือลูบศีรษะเล็กเบาๆอย่างรักใคร่

“งั้นน่านไปนอนพักก่อนดีกว่าตอนบ่ายจะได้มาช่วยงานแม่” วีรินทร์ก็เลือกไปนอนพักก่อนเพราะช่วยแม่ไม่ไหวแน่

“เดี๋ยวเที่ยงแม่จะไปกินข้าวด้วยนะลูก”

“ค่ะแม่” วีรินทร์เดินออกจากห้องทำงานของแม่ไปพักที่บ้านแล้วบ่ายๆค่อยมาช่วยงานแม่หญิงสาวก็คว้ามอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าของแม่ขี่เข้าบ้านที่ไม่ได้กลับมาเป็นเดือนก็เห็นน้องชายกับเพื่อนติวหนังสือสอบกันอยู่หลังบ้านจึงเดินไปทักทาย

“หวัดดีครับเจ้น่าน” วรายุยกมือไว้พี่สาว

“หวัดดีครับเจ้” หนุ่มน้อยสี่คนยกมือไหว้พี่สาวของเพื่อน

“หวัดดีจ้ะหนุ่มๆ ติวกันถึงไหนแล้วล่ะ” น้ำน่านนั่งลงข้างน้องชายมองดูว่าติววิชาอะไรกันเพราะน้องชายเลือกเรียนคณะวิศวกรรมศาสตร์สาขาวิศวกรรมไฟฟ้า

“ก็หลายวิชาครับจนมึนไปหมดแล้วครับเจ้” จิ๋วตอบพี่สาวเพื่อนกอดหมอนอิงล้มตัวลงนอนบนเสื่อที่ปูบนพื้นปูนที่พวกเขานั่งติวกันตั้งแต่เก้านาฬิกา

“รู้ว่ามันยากแล้วทำไมถึงเลือกเรียนล่ะ” วีรินทร์ถามยิ้มๆ

“ก็เพราะมันยากนี่แหละครับเจ้ มันท้าทายดีถ้าสอบได้โคตรเท่ห์เลยครับ” ทีมเพื่อนอีกคนของวรายุตอบวีรินทร์ที่พวกเขาเรียกว่าเจ้ตามเพื่อน

“ถ้าจะเรียนเอาเท่ห์พวกนายไม่ต้องไปสอบหรอกนะ เพราะเท่ห์อย่างเดียวมันไม่ทำให้เราสอบได้มันต้องขยันที่สำคัญเราต้องชอบด้วยไม่งั้นจะทำให้เราเรียนไม่รู้เรื่องสุดท้ายอาจโดนรีไทร์เพราะมีเพื่อนรุ่นเดียวกันกับเจ้โดนไปหลายคนเลย ถามใจตัวเองให้ดีว่าชอบคณะที่ตัวเองเลือกหรือเปล่าจะได้ไม่เสียเวลา” วีรินทร์สอนน้องๆแต่สำหรับน้องชายเธอรู้ว่าวรายุตั้งใจเรียนวิศวะไฟฟ้าเพื่อจะได้ต่อยอดงานที่ร้านเหมือนเธอ

“ผมชอบนะครับเจ้ แล้วอาจารย์บอกว่าเกรดเฉลี่ยและผลการเรียนของผมน่าจะไปได้ผมก็เลยเลือกวิศวะถ้าไม่มีงานผมมาขอทำงานกับเจ้ก็แล้วกันครับ” ฟิล์มพูดขึ้นเขาก็ชอบเพราะเป็นความฝันอยากเรียนวิศวะสาขาอะไรก็ได้ตอนนี้เขาก็ลือกวิศวะไฟฟ้าเหมือนเพื่อนในกลุ่มอยู่ที่ใครจะสอบได้เพราะทุกคนตั้งใจจะเรียนที่เดียวกันแต่ก็สำรองมหาวิทยาลัยนเรศวรที่พิษณุโลกกับมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง

“งั้นตั้งใจกันนะ มีอะไรไม่เข้าใจก็ถามเจ้ได้ ตอนนี้ขอไปนอนก่อนง่วงมากเลย” วีรินทร์พูดจบก็ลุกขึ้นเดินเข้าบ้านขึ้นไปห้องของตัวเองแล้วล้มตัวลงนอนทันที

ที่สนามบินดอนเมือง

เวลา 06.30น.

เตชทัชกับนวพรรษและคนสนิทก็เดินทางไปถึงสนามบินแล้วตรงไปที่กลุ่มของกรรมการบริหารพรรคและอดีตส.ส.ที่มีประสบการณ์มาหลายสมัยมีชื่อเสียงและลงสมัครรับเลือกตั้งในครั้งนี้ก็ไปช่วยผู้สมัครของพรรคปราศรัยหาเสียงเพราะนโยบายของพรรคชัดเจนมีสโลแกนว่า คนรุ่นใหม่ คิดใหม่ ทำใหม่ เพื่อความก้าวหน้าอนาคตมั่นคง เมื่อทักทายกันเสร็จก็ไปขั้นเครื่องบินอกเดินทางเวลาเจ็ดนาฬิกาตรงใช้เวลาหนึ่งชั่วโมงก็เดินทางไปจังหวัดพิษณุโลกแล้วนั่งรถเดินทางต่อไปจังหวัดอุตรดิตถ์อีกร้อยกว่ากิโลเมตรซึ่งทางพุฒิพงษ์มารับทุกคนด้วยตัวเอง

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • สูตรรักนักการเมือง   บทที่ 199 รักกันตลอดไป

    “ขามากับขากลับต่างกันลิบลับเลยนะครับพี่เจ็ท” นักร้องหนุ่มหล่อมองไปทางกระจกหลังที่น้องโจ น้องจ้าวน้องมอสนอนหลับมีเมฆากับคนสนิทของเขานั่งด้วย“เด็กๆก็เป็นแบบนี้แหละ กินนอนเล่นเที่ยวเอาไว้นายมีลูกเมื่อไหร่ก็จะรู้เองแหละ” พรรษชลตอบนักร้องหนุ่มที่เฝ้ามองน้องสาวคนเล็กของตระกูลมาตั้งแต่งานแต่งงานของยุวันดากับพัทธณเดชแต่ไปไม่ถึงไหนเพราะนักร้องหนุ่มเนื้อหอมเกินไป“คงอีกนานครับ” โป้งพูดเนือยๆมองตรงถนนเพราะความไม่รู้จักพอของเขาทำให้เสียโอกาสเมื่อเจอคนที่ใช่“เอาน่าคนเรามันก็ต้องมีผิดพลาดกันบ้างอยู่ที่นายจะแก้ไขยังไงก็เห็นนายเทมส์เป็นตัวอย่างแล้วนี่นา พี่เอาใจช่วย” พรรษชลพูดอย่างเข้าใจเพราะเขาผ่านมาก่อนกว่าภรรยาจะเชื่อใจและไว้ใจก็ใช้เวลหลายปีละมันคุ้มค่ามากกับเวลาที่รอคอย“ขอบคุณครับพี่เจ็ท” โป้งขอบคุณพ่อลูกสามที่ประวัติในอดียาวเป็นหางว่าว“นายต้องเชื่อคนมีประสบการณ์มาก่อนนะโป้ง หึๆๆ..” เมฆาพูดแล้วหัวเราะในลำคออย่างขำๆ“เอ่อ ไอ้พ่อคนดี ใครจะเหมือนแกล่ะเห็นเงียบแม่งฟาดเรียบ ดีนะที่ยัยจุ๊บไม่รู้ไม่งั้นแกแย่แน่ๆ” พรรษชลว่าน้องเขยอย่างหมั่นไส้ที่วางตัวดีมาตลอดไม่เหมือนเขากับน้องชายรถออฟโรดขับตามกันก

  • สูตรรักนักการเมือง   บทที่ 198 คุณพ่อแสนดี

    “พ่อว่าเราค่อยเล่นกันตอนเย็นดีมั้ยครับ เดี๋ยวลูกๆอาบน้ำแต่งตัวเสร็จและกินข้าวเช้ากันแล้วพ่อจะพาไปเที่ยวดูพี่เสือพี่สิงโตที่สวนสัตว์เปิดเขาเขียวดีมั้ยครับ” นวพรรษบอกลูกๆ“โอเคค่า/ ดีคร้าบ/ค้าบ..” เด็กๆต่างก็เห็นด้วยเพราะยังไงก็ได้เล่นน้ำทะเลแต่ไปดูพี่เสือพี่สิงโตก่อนดีกว่าส่วนคนเล็กสุดได้ยินพี่ชายทั้งสองก็คร้าบก็พูดตามเอาพ่อจุลปวดหัวจิ้ดเลยทีเดียว“พี่น้ำยมพี่น้ำวังเป็นผู้ชายต้องพูดครับ น้องน้ำเจ้าพระยาเป็นผู้หญิงต้องพูดว่า ค่ะ” คนเป็นพ่อสอนลูกสาวคนเล็กที่ชอบเลียนแบบพี่สาวพี่ชายพูดและจะพูดแต่คำท้าย“ค่า”“ดีมากลูกรัก งั้นเราไปอาบน้ำกันดีมั้ย” ถึงจะนอนดึกดื่นแค่ไหนหากเป็นเรื่องของลูกๆคุณพ่อลูกดกก็ดูแลลูกๆได้เป็นอย่างดี“ค่ะพ่อจุล/ครับพ่อจุล/ จูง..”“ฮ่าๆๆ/คิกกๆๆ..” นวพรรษกับลูกๆหัวเราะพร้อมกันเมื่อคนเล็กสุดพูดตามพี่ๆและพูดไม่ชัด“บ้านนี้เสียงดังอะไรกัน” เมฆาอุ้มน้องจิ๋วเดินมาหน้าเต็นท์แล้วน้องโจกับน้องจ้าวก็ช่วยกันเปิดเต็นท์มองลุงจุลกับพี่น้องที่หัวเราะกันเสียงดัง“พวกเราขำน้องน้ำเจ้าพระยาค่ะคุณอาเมฆ น้องโจ น้องจ้าวเดี๋ยวพวกเราจะไปเที่ยวสวนสัตว์ค่ะ” น้องน้ำฟ้าบอกน้องๆทั้งสอง“จริงเหรอค่

  • สูตรรักนักการเมือง   บทที่ 197 แม่น้ำสี่สาย

    “หมดแรงกันเลยเหรอครับพี่” นักร้องหนุ่มถามรุ่นพี่ทั้งหลายขำๆ“นานๆได้วิ่งขนาดนี้ทำเอาขาอ่อนไปเหมือนกันแหละ” นวพรรษตอบหนุ่มรุ่นน้องที่แสดงออกว่าชอบน้องสาวของเขาแต่ดันมีข่าวรักสามเส้ากับดารานักร้องสาวแบบนี้ใครจะไปอยากได้มาเป็นน้องเขยล่ะ“แกถนัดแต่ออกกำลังกายในร่มน่ะสิ” พีรวัสล้อเพื่อนด้วยความหมั่นไส้ก็เพราะเล่นแต่กีฬาในร่มถึงทำให้มีลูกดกกว่าใคร“หรือแกไม่ชอบวะ”“แกก็ถามมาได้ใครจะไม่ชอบล่ะ เป็นกิจกรรมโปรดของฉันเลยเพื่อน” พีรวัสตอบทันควันเขาคิดว่าผู้ชายทุกคนต้องชอบเหมือนกันหมด“นึกว่าแกจะปฏิเสธ” จิรายุพูดขึ้นเพราะเขาก็ชอบออกกำลังกายในร่มมากกว่ากลางแจ้งแบบนี้“พี่มิ้งล่ะครับ ชอบกีฬาแบบไหน” ภาสกรถามเพื่อนพี่ชายแล้วยิ้มเขาไม่ได้มองว่าเมทิราเป้นผู้หญิงเพราะหน้าตาท่าทางร่างกายของเธอเหมือผู้ชายเจ้าสำอางมากกว่าแล้วหล่อกว่าพระเอกดังที่นั่งข้างเขาอีก“พี่ได้หมดทั้งกีฬาในร่มและกลางแจ้งมันก็ท้าทายตื่นเต้นดี” เมทิรพูดแล้วยกยิ้มมุมปาก“พูดได้ดีมาไอ้แมน สมกับเป็นคาสโนว่าตัวพ่อเลยเพื่อน” พีรวัสชมเพื่อนกึ่งหมั่นไส้และต้องยอมรับว่าเมทิรานั้นเนื้อหอมกับเพศเดียวกันและขึ้นชื่อว่าเจ้าชู้มีสาวๆมากมายสุดท้ายก็มี

  • สูตรรักนักการเมือง   บทที่ 196 สนุกสนาน

    “ขอบใจมานะนายใบ” เตชทัชขอบใจนายใบคนดูแลบ้านที่อยู่มานานตั้งแต่รุ่นพ่อจนมารุ่นลูกก็ยังอยู่ช่วยดูแลบ้านเป็นอย่างดี“พ่อจะไปดูหลังบ้านสักหน่อย” ปู่มิตรบอกลูกหลานแล้วเดินไปพร้อมกับวิเชียรและทุกคนก็เดินตามไปด้วย“เด็กสนุกกันใหญ่เลยนะคะคุณพ่อดูสิ” เยาวเรศพูดกับพ่อแล้วนั่งลงบนพื้นหญ้าข้างพ่อที่นั่งบนม้านั่งอัลลอยด์สีขาว“พวกลูกตอนเด็กๆก็แบบนี้แหละเล่นน้ำกันไม่ยอมขึ้นจนแม่ของพวกลูกต้องขู่ว่าถ้าไม่ฟังจะไม่พามาเที่ยวทะเลอีกนั่นแหละถึงได้ยอมขึ้นจากน้ำ” ปูมิตรพูดถึงความหลังยิ้มๆ“ใช่ค่ะคุณพ่อ ตองจำได้ตนนั้นเราไปปราณฯกันแล้วเล่นน้ำจนตองไม่สบายถูกคุณแม่ทำโทษไม่พามาเที่ยวทะเลกันเป็นปีเลยค่ะ” อภิสรก็จำได้ว่าตอนนั้นเธอน่าจะหกเจ็ดขวบได้“เห็นหลานๆแล้วพวกเราก็แก่กันเยอะเลยเนาะพี่เยาว์” เตชทัชพูดอย่างขำๆในอ้อมแขนมีน้องมดที่ชี้มือชี้ไม้ไปหาพี่ๆ“อายุเป็นเพียงแค่ตัวเลขจะไปสนใจทำไมจริงมั้ยเดียร์ ตอง” เยาวเรศตอบน้องชายแล้วหันไปพูดกับน้องสะใภ้“แน่นอนค่ะพี่เยาว์” ปิยมาศตอบพี่สาวของสามีแล้วยิ้มๆ“งั้นเราไปหาพี่ๆดีกว่านะลูก” เตชทัชบอกน้องมดแล้วพาหลานสาวเดินลงไปดูหลานๆเพราะลูกชายลูกสะใภ้ลูกเขยช่วยกันขนของเข้าบ้า

  • สูตรรักนักการเมือง   บทที่ 195 รักแท้

    “งั้นนอนรอพี่จุลเลยครับลูก” นวพรรษลุกขึ้นเดินไปเลือกหนังสือนิทานเรื่องราชสีห์กับหนูแล้วกลับมาที่เตียงมีลูกๆทั้งสี่และภรรยานอนรอฟังเขาเล่านิทานให้ฟังเสียงห้าวดังกังวานดุดันเป็นราชสีห์แล้วเปลี่ยนเสียงสองเป็นหนูน้อยควบคุมระดับเสียงสูงเสียงต่ำเพื่อเรียกร้องให้ลูกๆสนใจผ่านไปไม่ถึงครึ่งเรื่องสองแฝดและน้องชายทั้งสองก็ตาหรี่ปรือฝืนตัวเองเพื่อจะฟังนิทานให้จบแต่ทนความง่วงไม่ไหวก็หลับไปตามๆกันรวมถึงแม่ของลูกที่หลับไปก่อนลูกๆทั้งสี่“ฝันดีครับลูกหมูน้อยของพ่อจุล” นวพรรษก้มลงหอมแก้มลูกๆทุกคนก่อนจะจูบกลีบปากอิ่มแม่ของลูกเบาๆ“ฮืม..ลูกหลับแล้วเหรอคะ” วีรินทร์งัวเงียมองสามีและลูกที่นอนกลางเตียงส่วนเธอกับสามีต้องนอนประกบไว้ทั้งสองฝั่ง“เรียบร้อยแล้วครับที่รัก”“ฝันดีค่ะพี่จุล ฮืมม..” วีรินทร์บอกฝันดีสามีเบาๆแล้วถูกปิดกลีบปากอิ่มอย่างอ่อนหวานกระหวัดปลายลิ้นหยอกเย้าลิ้นนุ่มอย่างดูดดื่มก่อนจะถอนออกไม่งั้นได้อุ้มแม่ของลูกไปบอกรักแน่“หืมม...ฝันดีครับที่รัก” นวพรรษถอนจูบออกมองสบตากับภรรยาด้วยความรักสุดหัวใจก่อนจะไปนอนฝั่งของตัวเองมองดูผลผลิตฝีมือของตัวเองอย่างภูมิใจไม่คิดว่าตัวเองจะทำได้ต้องขอบคุณพิมลภัสท

  • สูตรรักนักการเมือง   บทที่ 194 ตบรางวัล

    “ใครคิดกันเนี่ยไม่ได้ค่ะ เยาว์ต้องตบรางวัลหลานๆหน่อยแล้วค่ะ” เยาวเรศพูดขึ้นเพราะหลานๆน่ารักกันเหลือเกิน“จริงค่ะพี่เยาว์ ตองร่วมด้วยค่ะ”“แล้วจะขาดผมได้ยังไงครับ” เตชทัชพูดขึ้นแล้วทั้งสามพี่น้องภัทรกิจโภคินก็ตรงไปหน้าเวทีหยิบดอกกุหลาบที่ประดับเป็นพุ่มสวยงามคนละสีเพื่อเด็กๆจะได้ไปรับรางวัลถูกเมื่อเพลงจบก็ได้รับเสียงปรบมือดังลั่นทำให้เด็กๆยิ้มชอบใจก่อนจะไปรับดอกไม้จากคุณปู่คุณย่าที่นำมามอบให้เป็นรางวัล“สวัสดีครับทุกท่าน ผมขอพูดอะไรกับหลานๆสักเล็กน้อยก่อนที่เราจะได้รับชมมินิคอนเสิร์ตของคุณโป้ง หลานๆของปู่ฟังทางนี้ลูก ดอกกุหลาบที่พวกหนูได้รับวันนี้เป็นรางวัลที่ปู่ย่าทุกคนมอบให้พรุ่งนี้เอาไปรับรางวัลดอกละหนึ่งหมื่นบาทที่ปู่ๆย่าๆนะลูก สีแดงไปรับที่ปู่กับคุณย่าเดียร์ สีเหลืองไปรับที่คุณย่าเยาว์กับคุณปู่ไก่ สีขาวไปรับรางวัลที่คุณย่าตองกับคุณปู่เซ็นต์เก็บไว้ให้ดีนะลูก” เตชทัชพูดจบเสียงปรมมือดังขึ้นแล้วญาติๆแขกบางคนก็มอบรางวัลเล็กๆน้อยๆให้เด็กๆเป็นที่สนุกสนานเมื่อเตชทัชและเด็กๆลงจากเวทีก็เป็นหน้าที่ของนักร้องหนุ่มกับเพื่อนที่ร้องเพลงให้ทุกคนได้ขยับแข้งขยับขากันอย่าสนุกส่วนเด็ๆก็หอบดอกกุหลาบข

  • สูตรรักนักการเมือง   บทที่ 192 ขอลูกสาว

    “ไม่เหนื่อยครับ” แค่ได้รับจูบจากภรรยาก็หายเหนื่อยแล้ว“ว้าเสียดายจัง เล็กว่าจะนวดให้สักหน่อยแต่คุณเป๊กไม่เหนื่อยงั้นไปกินข้าวก่อนนะคะ” ดุสิตายิ้มให้สามีที่โอบเอวเธอแล้วหอมแก้มซ้ำๆ“จุ๊บๆๆ.. งั้นไปนวดก่อนกินข้าวดีกว่าครับ”“ไม่ได้ค่ะ พี่เป๊กต้องกินข้าวก่อนเดี๋ยวเล็กนวดให้ก็ได้ค่ะ” ดุสิตาบอกสามีที่มอ

  • สูตรรักนักการเมือง   บทที่ 179 มีเมียแถมลูก

    “แม่ล่ะเป็นห่วงจริงๆนะน่าน คราวก่อนก็ลูกคราวนี้ก็คุณจุลยังไงลูกก็ต้องระวังตัวด้วยนะ” โสภีพูดด้วยความเป็นห่วงทั้งลูกสาวลูกเขย“ค่ะแม่ ตั้งแต่คราวนั้นน่านก็ไม่ได้ไปไหนโดยไม่มีคนไปด้วยอีกถ้าไม่จำเป็นน่านก็ไม่พาลูกออกจากบ้านค่ะ” หญิงสาวกลัวว่าจะมีคนคิดไม่ดีกับตัวเองและลูกอีกหากไม่จำเป็นจะไม่พาลูกสาวออก

  • สูตรรักนักการเมือง   บทที่ 170 วิวาห์หวาน

    เมื่อเพื่อนเจ้าสาวทั้งหมดออกไปแล้วทั้งห้องก็เหลือวีรินทร์กับเจ้าสาวและช่างแต่งหน้าทำผมที่นั่งดื่มกาแฟรับประทานอาหารว่างอยู่มุมห้องหลังจากเหนื่อยมาตั้งแต่บ่ายโมง“ตื่นเต้นมั้ยคะพี่จุ๊บ” วีรินทร์ถามเจ้าสาวเพราะเธอไม่รู้ว่าเป็นยังไงตอนที่เธอแต่งงานก็เป็นพิธีเรียบง่ายแต่อบอุ่นแม้เธอจะไม่ได้ใส่ชุดเจ้าสา

  • สูตรรักนักการเมือง   บทที่ 164 ภาษาน้องแฝด

    “ดื่มน้ำเย็นๆกันก่อนค่ะ มีขนมกับผลไม้ด้วยค่ะ” วีรินทร์ถือถาดน้ำดื่มและขนมผลไม้ออกมาต้อนรับทุกคนพร้อมกับหนิงและหมู ตุ้มช่วยกันยกมาเสิร์ฟทุกคน“ป้ากำลังหิวพอดีเลยหนูน้ำน่าน” เยาวเรศพูดกับหลานสะใภ้แล้วหยิบแก้วน้ำมาดื่ม“พี่ได้กลิ่นทุเรียนด้วยอ่ะ” พรรษชลทำจมูกฟุดฟิต“แม่เห็นว่าทุกคนชอบกินก็เลยให้หลานชา

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status