เข้าสู่ระบบรวมเรื่องราวถึง * เรื่อง # รสมาครบทั้งเผ็ด แซ่บ นัว ดราม่า โรแมนติกรับรองจะไม่ผิดหวังแน่นอนค่ะ ^^ 1. ใคร่รักเพลิงร้อนหลานเมีย 2. นักฆ่าล่าสวาท 3.ป้าหม้ายร้อนราคะ 4.ทวงรักผูกสวาท(แฟน)เพื่อน 5.ละโมบพันธะลุงผู้ใหญ่ 6.ห้วงกำหนัดสาวใหญ่พันธุ์ดุ 7.ราตรีสีสวาท 8.ฉอเลาะสาวหม้ายข้างบ้าน 9.ทัณฑ์รักชายเถื่อน 10.ขโมยรักลูกสาวกำนัน
ดูเพิ่มเติม------------------
เสียงเครื่องรถจักรยานยนต์คันเก่าดังกระหึ่มฝ่าความเงียบของถนนลูกรังที่ตัดผ่านป่าละเมาะห่างไกลหมู่บ้านแสงแดดยามบ่ายแผดเผาจนถนนดินแดงร้อนระอุ ฝุ่นคลุ้งกระจายไปตามจังหวะการบิดคันเร่งของชายหนุ่มร่างหนาในชุดข้าราชการสีกากี
หาญ ชะลอรถลงเมื่อสายตาปะทะเข้ากับสิ่งผิดปกติข้างทาง
"เฮ้ย นั่นมันคนนี่หว่า"
ร่างของชายคนหนึ่งนอนคว่ำหน้าจมกองเลือดอยู่บนพงหญ้า ข้าราชการหนุ่มป้ายแดงผิวเข้มรีบดับเครื่องกระโดดลงจากรถพุ่งเข้าไปดูด้วยอาการตกใจ
"นะ น้าเป็นใครมาจากไหนล่ะเนี่ย!!"
"แค่ก! แค่ก!!"
ทันทีที่เขาพลิกร่างนั้นขึ้นมา หาญถึงกับหน้าถอดสีเมื่อเห็นแผลฉกรรจ์ที่ถูกยิงเข้ากลางอก เลือดสีข้นไหลซึมจนเปื้อนพื้นดินแดงเป็นวงกว้าง
"น้า! น้าทำใจดี ๆ ไว้ ใครมันทำน้ามาเนี่ย"
"อึก! เฮือกก"
ชายแปลกหน้าคนนั้นพยายามพะงาบปากหายใจเข้าปอดอย่างยากลำบาก ตาของเขาส่วนหนึ่งเหลือบมองชุดข้าราชการที่หาญสวมอยู่ มือที่สั่นเทาและชุ่มไปด้วยเลือด คว้าหมับเข้าที่ข้อมือของชายหนุ่มแน่นจนเลือดเปื้อนแขนเสื้อสีกากี
"กู กูคงไม่รอดแล้ว"
เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความเจ็บปวด
"พวกมันตามฆ่า กูหนีมันไม่พ้น"
"น้าอย่าเพิ่งพูดมาก!! ฉันจะพาน้าไปส่งโรงพยาบาล"
หาญพยายามจะประคองร่างกำยำนั้นขึ้นเพื่อจะเอาซ้อนท้ายรถตรงไปโรงพยาบาล ถึงแม้ระยะทางจะค่อนข้างห่างไกล หากรีบไปอาจช่วยยื้อชีวิตน้าชายร่างสูงใหญ่ไว้บนโลกนี้ต่ออีกหน่อย
"ไม่ต้อง! แค่ก!!"
ชายแปลกหน้าคนนั้นตะคอกออกมาพร้อมกับกระอักเลือดสีเข้มจนเปื้อนไปตามไรฟัน มือที่สั่นระริกพยายามดึงสร้อยออกจากคออย่างทุลักทุเล มันเป็นสร้อยพระเหรียญเก่าที่ตอนนี้นองไปด้วยเลือดจนแดงฉาน เขาจับสร้อยเส้นนั้นยัดใส่มือของหาญด้วยแรงเฮือกสุดท้ายที่เหลืออยู่
"เอ็งเป็นผู้ใหญ่สินะ เอ็งคงมีสัจจะมากกว่าโจรหลังเขาอย่างพวกข้า อึก!"
"นี่สร้อยของข้า เอามันไปที่บ้านดอนป่าไผ่ ฝาก... ฝากดูแลอีดวงใจ ลูกสาวคนเล็กของข้าด้วย... "
"ฉันดูแลใครไม่ได้หรอกน้า!"
"หึ ข้าเชื่อว่าเอ็งจะดูแลมันได้ อั๊ก!"
"น้า..."
สายตาเขาก้มมองดูสร้อยพระในมือ ก่อนจะกำมันไว้แน่นจนมือนั่นสั่นเทา
"ถือว่าช่วยคนบาป อย่างข้าเถอะ...นะ"
"น้า!!!"
สิ้นคำพูดนั้น ร่างที่เคยดิ้นรนกระตุกเกร็งก่อนจะนิ่งสงบไป ดวงตาที่เบิกกว้างนั้นยังคงจ้องมองหน้าหาญเหมือนจะทวงถามคำสัญญาที่เพิ่งฝากฝังไว้
หาญยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางความเงียบที่มีเพียงเสียงลมพัดใบไผ่สีกัน เขาจ้องมองสร้อยพระในมือที่ชุ่มไปด้วยเลือดสลับกับใบหน้าของคนตายด้วยความรู้สึกหนักอึ้ง
ลูกสาวคนเล็ก... บ้านดอนป่าไผ่
"บอกก่อนนะน้า ฉันไม่รับปากว่าจะดูแลลูกสาวน้าได้ตลอดรอดฝั่งหรอกนะ ไปสู่สุคติเถอะนะน้าเดี๋ยวฉันจะไปบอกตำรวจให้มาดูน้านะ"
ยกมือไหว้ท่วมหัวชายผิวเข้มสูดหายใจเข้าลึก เขากำสร้อยเส้นนั้นแน่นจนเหรียญพระกดลงบนฝ่ามือ แม้จะไม่เคยรู้จักกันมาก่อน แต่ในเมื่อเป็นคำขอของคนใกล้ตายมันก็ยากจะปฏิเสธ
"เอาวะ เป็นไงเป็นกัน"
หาญดับเครื่องรถจักรยานยนต์หน้ากระท่อมไม้ทรุดโทรม สายตามองร่างซูบผอมของหญิงสาวผิวสีน้ำผึ้งที่กำลังก้มหน้าก้มตาถอนหญ้าอยู่ข้างบ้าน เนื้อตัวเธอมอมแมมจนดูแทบไม่ได้
นี่สินะ ผู้หญิงที่ชื่อ ดวงใจ
ทันทีที่เห็นชายแปลกหน้าในชุดสีกากีเดินเข้ามาในเขตบ้านดวงใจก็สะดุ้งสุดตัว เธอถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือและแววตาที่เต็มไปด้วยความหวาดระแวง
"มาหาใครจ๊ะ ที่นี่มีแค่ฉันคนเดียวน่ะจ้ะ"
หาญไม่ตอบอะไร เขามองใบหน้าอิดโรยนั้นด้วยความรู้สึกจุกในอก ก่อนจะค่อย ๆ เอื้อมมือหยิบสร้อยพระเหรียญเก่าที่ยังมีรอยเลือดเกรอะกรังออกมาจากกระเป๋าเสื้อหน้าอก ยื่นส่งให้เธออย่างช้า ๆ
"!!!"
เพียงแค่เห็นสร้อยเส้นนั้น ดวงใจก็ถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงไปกองกับพื้น อ้าปากค้าง แววตาที่เคยหวาดกลัวกลับแตกสลายกลายเป็นความว่างเปล่าในพริบตา
"พะ พ่อฉันตายแล้วเหรอจ๊ะ"
เธอกลั้นใจถามออกไป หาญพยักหน้ารับช้า ๆ นัยน์ตาของเขาทอดมองเธอนั้นเต็มไปด้วยความเห็นใจ
"อือ พ่อเอ็งฝากสร้อยเส้นนี้ไว้ให้ก่อนตาย แกฝากให้กูเป็นคนดูแลมึงต่อ"
"ฮึก! ฮือ"
สิ้นคำยืนยันหญิงสาวสะอึกสะอื้นจนตัวสั่นเทิ้ม มือที่เปื้อนดินโคลนลูบคลำไปตามสร้อยพระที่ยังมีคราบเลือดติดอยู่ราวกับอยากสัมผัสถึงไออุ่นสุดท้ายของพ่อที่หลงเหลือไว้ รอยเลือดแดงฉานที่ติดอยู่บนเหรียญพระมันตอกย้ำว่าพ่อของเธอต้องตายอย่างทรมานเพียงใด
"พ่อจ๋า ฮึกฮือ ทิ้งนังใจไปทำไม พ่อไม่อยู่แล้วนังใจจะอยู่กับใคร พ่อจ๋า!"
เสียงร้องไห้ของดวงใจแว่วโหยหวนไปตามลม ดูน่าเวทนาจนหาญที่ยืนมองอยู่ถึงกับสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ มันคือความเจ็บปวดของผู้หญิงคนหนึ่งที่โลกทั้งใบพึ่งจะพังทลายลงตรงหน้า พ่อที่เป็นทั้งชีวิตและกำแพงคอยปกกันภัยจากคนโฉดบัดนี้ได้พังลงไม่เหลือชิ้นดี
--------------------
------------------"อึดอัดหรือเปล่าที่เดินกับพี่" "เปล่าเลยค่ะ ไม่อึดอัดเลยสักนิด" เธอเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงสดใสคนพี่เองรีบคว้ามือเล็กเข้ามากุมไว้แน่น เขาต้องการตอกย้ำให้ทุกคนได้รับรู้ถึงสถานะของตน "ว๊ายๆ จับไม้จับมือกันแล้วนั่น" "ลูกเขยคนโตกำนันเชนเขาล่ะ" คราวนี้ยิ่งทำให้จันจิรู้สึกเขินอายมากขึ้นกว่าเดิมเสียอีก แต่คนที่อารมณ์ดีดูเหมือนจะเป็นลูกชายผู้การ เขาเดินยกยิ้มแสดงตัวว่าตนนั้นเป็นเจ้าของ บรรยากาศชื่นมื่นกลับต้องกร่อยเพราะเชิด "เชิด" เชิดยืนขวางทางของทั้งสองท่ามกลางสายตาของชาวบ้านที่จ้องมองมา เห็นชายอันตรายเนออนรีบก้าวเท้าใช้ร่างหนาของตนปิดบังร่างบางของจันจิไว้เบื้องหลัง ชายหนุ่มทั้งสองยืนประจันหน้ากันโดยไม่มีใครยอมถอย กระทั่งเสียงหวานเอยพูด "พี่เนออนหนูไม่เป็นไร" จันจิขยับตัวถอยห่างจากเนออนชายที่เพิ่งเลื่อนสถานะมาเป็นแฟนหนุ่มเมื่อไม่กี่วันที่แล้ว "มีอะไรหรือเปล่าเชิด" เธอพยายามข่มอาการกลัวเอ่ยถามออกไปด้วยสายตาสั่นไหว แววตาดุดันของเชิดค่อยๆ อ่อนลงพลางถอนหายใจ "ฉันขอโทษ" เขาเอ่ยพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยก้มหน้ามองเพียงพื้นดิน แม้ท่าทีจะดูเหมือนไม่สำนึกผิดแต่อดีตเพื่อนอย่าง
------------"ฝากดูแลลูกสาวแม่ด้วยนะเนออน" "ครับ" ทุกคนเดินทางออกจากบ้าน บรรยากาศเงียบลงเช่นเดียวกันกับจันจิและเนออนที่ต่างแยกย้ายกันเข้าห้องนอนไปพักผ่อน เวลาล่วงเลยมาจนถึงสามทุ่ม เสียงเคาะประตูหน้าห้องหญิงสาวดังเรียกให้เจ้าของห้องหลุดออกจากภวังค์ "จันจินอนหรือยัง?" "ยังค่ะ" "พี่ขอเข้าไปหาหน่อยได้ไหม" "อะ เออค่ะ" จันจิลุกขึ้นจากเตียงเดินไปเปิดประตูห้อง พบเข้ากับชายหนุ่มลูกครึ่งในมือถือแก้วนมเห็นไอร้อนลอยขึ้นจากแก้ว ไม่ทันจะได้สอบถามร่างหนาเดินแทรกพาตัวเองเข้าห้องนอนหญิงสาวไปเสียแล้ว"คืนนี้พี่เห็นอากาศค่อนข้างเย็นเลยชงนมร้อนมาให้" "ขอบคุณค่ะ" คนพี่นั่งบนเตียงพร้อมส่งนมให้หญิงสาวได้ดื่ม เกรงว่าคนพี่จะเสียใจจึงรับนมร้อนมาดื่มก่อนจะวางลงบนโต๊ะหัวเตียง และนั่งลงข้างกายคนพี่ "จันจิ" "ค คะ?!" "พี่คิดมาอย่างดีแล้ว" "คิดว่า...?" "คิดว่าพี่จะจริงจังกับความรู้สึกตัวเอง จะจริงจังว่าจะขอจันจิคบในสถานะแฟน" "!!!!" ลูกสาวกำนันดั่งกับถูกสะกดจิตเวลานี้เธอไม่ได้ยินแม้แต่เสียงลมหายใจตัวเอง ได้ยินเพียงเสียงจังหวะการเต้นของหัวใจที่มันกำลังเต้นแรงจนแทบทะลุออกมาจากอก หัวใจดวงเล็กร้อนรุ่มจนยา
---------------"เรากลับบ้านก่อนนะแจน" "โอเคพรุ่งนี้เจอกัน" โรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งในตัวอำเภอนักเรียนเบาบางตาลงคงเหลือไว้ไม่กี่คน หนึ่งในนั้นที่ยังรอพี่สาวมารับคือแจนแจน เธอตัดสินใจที่จะรอหน้าอาคารเรียนบริเวณนั้นมีต้นไม้ให้ร่มเงาร่มรื่น ทว่าช่วงเย็นย่ำเช่นนี้กลับดูน่ากลัวเหมือนกับฉากในหนังสยองขวัญ "เมื่อไหร่จะมานะ?" เด็กสาวละสายตาจากหน้าจอมือถือเงยตรงไปยังถนนกลับจ้องผงะเมื่อเจอเข้ากับชายหนุ่มร่างใหญ่ใบหน้าเคร่งขรึมสายตาดุดันยืนมองเธออยู่ก่อนแล้ว "พะ พี่เชิด!!" ที่แท้เป็นลูกชายสัปเหร่อที่มีชื่อเสียงในทางที่ผิด ร่างใหญ่นั้นค่อยๆ เดินตรงมาหาเด็กสาวก่อนจะนั่งที่เก้าอี้ฝั่งตรงกันข้ามกับเธอ ต่างก็ตรงที่ว่าวันนี้เธอกลับไม่ได้รู้สึกกลัวเขาเหมือนอย่างก่อน พยายามจ้องมองหยั่งลึกเข้าไปในนัยน์ตาดุดันคู่นั้น แม้มันจะเกรี้ยวกราดแต่เธอกลับมองว่าลึกๆ ข้างในนั้นเต็มไปด้วยความอ้างว้างเดียวดายอย่างน่าสงสาร "เห็นฉันขนาดนี้แล้วไม่กลัวเลยหรือไง" "ไม่ค่ะ เพราะครั้งหนึ่งพี่ก็เป็นคนที่เคยช่วยชีวิตหนูเอาไว้" เชิดถอนหายใจเฮือกใหญ่ไม่รู้ว่าเด็กสาวจะเดียงสาถึงเพียงนี้ ก่อนตนจะเริ่มเอ่ยถึงสิ่งที่ต้องการพูด
-------------------"ไม่ได้! คิดทะลึ่งอะไรของเรากันเนี่ย" หญิงสาวร่างบางยกมือปิดหน้าปิดตาตัวเองด้วยความเขินอาย ริมฝีปากไม่อาจหุบยิ้มได้เอาแต่หน้าแดงเมื่อคิดถึงชายหนุ่มลูกครึ่ง ลมหายใจร้อนรุ่มปะทะผิวกาย เสียงแหบพร่าเอ่ยกระซิบข้างใบหู รอยจูบอ่อนโยนและนุ่มนวล ทุกสัมผัสยังคงติดตราตรึงใจใจเธอไม่เปลี่ยน ก่อนเสียงพูดคุยของใครบางคนจะดังเล็ดลอดผ่านเข้ามาทางหน้าต่างห้อง "วันพรุ่งนี้เราต้องเดินทางกลับแล้ว ฉันยังไม่ได้บอกเนออนเลย" "ปล่อยให้พักผ่อนไปก่อนเดี๋ยวลูกตื่นมาค่อยบอกก็ได้" "ค่ะคงต้องเป็นแบบนั้น เจ้าลูกชายตัวดีนี่ดื้อจริงๆ เกือบพาลูกสาวกำนันไปเป็นอันตรายแล้วไหมล่ะ" "จะว่าไปหนูจันจิก็น่ารักดีนะ เหมาะกับลูกชายเราซะจริง" "คิดว่าฉันคิดไปคนเดียว ฉันอยากได้ลูกสะใภ้เหมือนหนูจันจิเลยล่ะ สวยเก่งจบในคนเดียว" "อึก!" ก่อนเสียงสองสามีภรรยาจะหายไปบ่งบอกว่าทั้งคู่ได้เดินห่างออกไปไกลจากบริเวณห้องเธอแล้ว นั่นยิ่งทำให้จันจิไม่อาจจะข่มตาหลับลงได้ "ละ ลูกสะใภ้งั้นหรอไม่จริงหน่า" แบบนี้ฉันจะนอนหลับตอนไหนกันล่ะเนี่ย!!---"ขอบคุณกำนันและแม่จันทร์อุตส่าห์ช่วยดูแลต้อนรับพวกเราเป็นอย่างดี" "ไม่เป็นไรเลยค





