Mag-log inนิรินตายลงในวันที่เห็นสามีนอกใจกับหญิงอื่น แต่เมื่อลืมตาอีกครั้งกลับย้อนอดีตมาในวันที่ยังเป็นแค่คู่หมั้นกัน ความรักไร้สติไม่มีอีกแล้ว จะมีแค่การเหยียบย่ำคนเลวแล้วเดินไปต่อเท่านั้น! ******** นลิน หลงรักฮีโร่วัยเด็ก ภูมินทร์ มานานนับสิบปี แต่ถูกทำร้ายจิตใจเสมอมา ทั้งคำดูถูก ทำคำหยามหมิ่น ทุกสิ่งทำให้หัวใจดวงน้อยเริ่มก่อกำแพงหนา จนวันที่นลินรู้ว่าเธอตั้งท้อง 'ลูกของเธอไม่ควรเกิดมาแล้วรับรู้ว่าพ่อเกลียดแม่มากแค่ไหน' วันนั้น เธอจึงตัดสินใจหายไปจากเขาตลอดกาล
view moreภายในห้องพักฟื้นวีไอพีของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อที่ฉุนอบอวลผสมกับเสียงเครื่องวัดอัตราการเต้นของหัวใจที่ดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ นิรินค่อยๆ ปรือตาขึ้นอย่างยากลำบาก ความทรงจำสุดท้ายของเธอคืออุบัติเหตุทางรถยนต์ที่รุนแรง อุบัติเหตุที่เกิดจากความขาดสติต่อการถูกสามีนอกใจ จนขับรถพุ่งเตลิดไปกลางถนนยามค่ำคืน
แต่ความเจ็บปวดที่กำลังเผชิญอยู่ในตอนนี้กลับแตกต่างออกไป มันคือความรู้สึกคลื่นไส้ มวนท้อง และแสบลำคอจากการถูกล้างท้องอย่างเร่งด่วน
เธอยังไม่ทันจะได้เรียบเรียงสติ เสียงทุ้มต่ำที่เต็มไปด้วยแรงกดดันก็ดังขึ้นเสียก่อน
"ฟื้นขึ้นมาก็ดี... จะได้รู้ว่านรกของจริงมันเป็นยังไง"
นิรินหันไปมองตามเสียง ได้เห็นชายหนุ่มในชุดสูทสีดำสนิทนั่งไขว่ห้างอยู่ตรงโซฟาข้างเตียง ใบหน้าของเขาหล่อเหลาชวนให้ใครต่อใครเหลียวมอง แต่ดวงตาคมกริบคู่นั้นกลับเย็นชาและเต็มไปด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์ ราวกับว่าสิ่งที่นอนอยู่บนเตียงเป็นสิ่งที่สกปรกโสโครกอย่างยิ่ง
เขาคือ 'อธิป' สามีสารเลวและเธอก็คือ 'นิริน' หญิงสาวผู้โง่เขลาที่ยอมทิ้งศักดิ์ศรีเพื่อขอเศษเสี้ยวความรักจากเขา
“พัฒนาถึงขั้นเล่นละครเรียกร้องความสนใจ ด้วยการกินยาประชดตายเลยเรอะ นิริน"
อธิปลุกขึ้นยืน ก้าวย่างเข้ามาใกล้เตียง แรงกดดันจากตัวเขาทำให้หญิงสาวรู้สึกหายใจลำบาก
"การที่เธอส่งคนไปดักตบมินตราจนเขาต้องเข้าโรงพยาบาล ฉันไม่มีวันให้อภัย ต่อให้เธอตายไปต่อหน้า ฉันก็ไม่มีวันรู้สึกอะไรนอกจากความรำคาญ และความสะใจ!"
นิรินหลับตาลงพลางรวบรวมลมหายใจ สมองทำงานเร็วที่สุดต่อสถานการณ์ประหลาด เธอมั่นใจว่าไม่กี่นาทีก่อน เธอยังเตลิดออกจากบ้านเพราะเห็นภาพบาดตาจนขาดสติ ขับรถฝ่าฝนชนปะทะกับรถบรรทุกตรงนั้น ใช่ มันสมจริงจนความรู้สึกมึนหัวต่อแรงเหวี่ยงปะทะยังจำได้ แรงอัดของทุกสิ่งด้วย
แต่ทำไม.. ล้างท้อง เธอเคยทำกินยาเกินขนาดจริง แต่มันก็ตอนยังหมั้นกันอยู่นี่
“...”
หญิงสาวเบนสายตามองรอบด้าน พยายามทำความเข้าใจ จนกระทั่งมองเห็นวันเวลาบนหน้าจอโทรทัศน์ที่เปิดข่าวเช้า เดี๋ยวนะ ปีที่เห็นจริงงั้นเหรอ นี่เธอย้อนเวลากลับมางั้นเหรอ
ความนิ่งงันเกิดในตัว ก่อนจะมีความสั่นสะท้านเบาๆ นิรินไม่รู้ว่านี่คือพรจากสวรรค์ประทานหรืออย่างไร ที่ให้เธอย้อนเวลากลับมามีชีวิตอีกครั้ง ย้อนมาในตอนที่เธอยังเป็นคู่หมั้นอยู่ ยังไม่ตกอยู่ในกรงขังนรกที่เรียกว่าครอบครัว คิดเพียงเท่านี้ ภาพความทุกข์ทรมานที่ได้รับมาตลอดจากผู้ชายตรงหน้า ฉายวาบในสมอง
เพียงเท่านั้นแววตาของนิรินแปรเปลี่ยนไป
เธอไม่ใช่นิรินคนเก่าที่เอาแต่ร้องไห้คร่ำครวญอีกต่อไปแล้ว เมื่อได้มีโอกาสลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อสวรรค์ยังเมตตา นิรินคนนี้ก็จะตาสว่างทันที!
แววตาที่เคยตัดพ้อ โหยหาความรักมากมายจากชายคนนี้หายไปสิ้น เหลือเพียงความราบเรียบและเฉยชา แววตาที่ทำอธิปขมวดคิ้วเล็กน้อยแต่ก็ยังนิ่งเย็น มองว่าเพียงแค่เล่นละครเท่านั้น
"น่าเสียดายนะคะ ที่ไม่ได้ตายจริง"
เธอเอ่ยเสียงแหบพร่า พยายามพยุงตัวนั่ง โดยที่เขาไม่แม้แต่จะยื่นมือมาช่วย
"แต่ก็นะ ฉันเพิ่งจะตาสว่างตอนที่เครื่องล้างท้องมันล้วงเข้าไปนั่นแหละ ว่าการตายเพื่อผู้ชายที่ไม่เคยเห็นค่าในตัวเราเลย มันเป็นเรื่องที่โง่ที่สุดในโลก"
อธิปชะงักไปครู่หนึ่ง คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันกว่าเดิม แปลกใจกับท่าทีที่เปลี่ยนไปของหญิงตรงหน้า ก่อนจะยิ้มหยันออกมา
"ตาสว่าง หึ ละครเรื่องใหม่ของเธอสิท่า"
"เรียกมันว่าการเจรจาทางธุรกิจดีกว่าค่ะ"
นิรินเอนตัวพิงหลังกับหัวเตียง จ้องหน้าเขาตรงๆ อย่างไม่ลดละ ถ้าจำไม่ผิด เวลานี้เธอกำลังมีชื่อฉาวย่ำแย่ ในฐานะไฮโซหญิงขี้วีนขี้หึงขาดสติชอบรังแกนางเอกชื่อดัง ถ้าจะทำธุรกิจ ภาพลักษณ์เป็นสิ่งสำคัญ เพราะงั้นต้องแก้จุดนี้พร้อมกับมีอิสระไปด้วย
"ฉันรู้ว่าคุณอยากเลิกกับฉันมาก แต่ถ้าคุณประกาศเลิกกับฉันในตอนนี้ หรือเอาเรื่องที่ฉันทำร้ายมินตรามาประจาน ฉันอาจจะพังจริง แต่คุณคิดเหรอว่ามินตราของคุณจะรอด"
"เธอขู่ฉันเหรอ"
"ฉันพูดความจริง"
นิรินยกยิ้มบางที่มุมปาก แววตาเรียบเฉยที่อ่านไม่ออก ทำอธิปหงุดหงิดต่อความเปลี่ยนแปลงนี้
"ถ้าฉันโดนข่าวแบบนั้น ก็ต้องอธิบายว่าเพราะอะไรฉันถึงกินยาขนาดนี้ แล้วคนในสังคมจะมองว่ามินตราเป็นมือที่สาม ที่ทำให้คู่หมั้นที่คบกันมานานต้องกินยาตาย สังคมไทยไม่ใจดีกับ 'เมียน้อย' หรอกค่ะ ต่อให้เธอจะใสซื่อขนาดไหนก็ตาม แค่ข่าวว่ายุ่งกับแฟนคนอื่นจนเขาพยายามฆ่าตัวตาย ชื่อเสียงของเธอจะมัวหมองไปตลอดกาล คุณยอมได้เหรอ"
ชายหนุ่มนิ่งงันไป เขารู้ดีว่าสิ่งที่นิรินพูดคือเรื่องจริง ชื่อเสียงของมินตราคือสิ่งที่เขาให้ความสำคัญที่สุด เขาถึงได้แค่แอบพบกัน พยายามอดทนไม่ให้เกินเลย เพื่อรักษาภาพลักษณ์นางเอกละครแสนดีของสังคมเอาไว้
"แล้วเธอต้องการอะไร"
"สัญญาสามเดือน" นิรินยื่นข้อเสนอ
"เราจะยังแกล้งเป็นคู่หมั้นกันต่อไป ออกงานสังคมด้วยกันตามปกติ แต่ไม่ต้องยุ่งเกี่ยวกันทางกายหรือใจ คุณจะไปหาสุดที่รักหวานใจของคุณที่ไหนก็ได้ฉันไม่ว่า ไม่วีน ไม่สน แค่รักษาหน้าให้ฉันในฐานะคู่หมั้นก็พอ และเมื่อครบสามเดือน เราจะเลิกกันด้วยเหตุผลว่า 'ทัศนคติไม่ตรงกัน' จบกันด้วยดี"
หญิงสาวกอดอกตวัดสายตามองชายหนุ่ม แววตาฉายชัดถึงความเด็ดเดี่ยว
"คุณได้ปกป้องมินตราให้เป็นนางเอกผู้น่าสงสารที่รอเวลาเปิดตัวอย่างใสสะอาด ส่วนฉันก็ได้รักษาภาพลักษณ์เพื่อไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ วิน-วิน ทั้งคู่ จริงไหมคะ"
อธิปจ้องมองลึกลงไปในดวงตาของหญิงสาวที่เขาเคยคิดว่ารู้จักดีที่สุด แต่ตอนนี้เขากลับรู้สึกเหมือนกำลังคุยกับคนแปลกหน้า ความเยือกเย็นมีชั้นเชิงในการเจรจานี้ไม่ใช่นิรินคนเดิมที่เอาแต่ตามอ้อนวอนขอร้องเขาเลยสักนิด
"สามเดือน ได้ แล้วหลังจากนั้น เธอต้องไสหัวไปให้พ้นจากชีวิตฉันและมินตราตลอดกาล" อธิปเอ่ยเสียงเข้ม
"ด้วยความยินดีอย่างยิ่งเลยค่ะ" นิรินตอบพร้อมรอยยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตา
"เพราะฉะนั้น ช่วยเรียกพยาบาลให้หน่อย ฉันหิวข้าว และไม่อยากเห็นหน้าคุณนานกว่านี้ มันเสียสุขภาพจิต"
ถ้อยคำรุนแรงที่กล่าวจากปากคนที่เคยเอาแต่พร่ำอ้อนวอนขอความรักเขาเสมอมา ทำอธิปสาดสายตาแข็งกร้าวใส่ ความหงุดหงิดก่อตัวหากกดมันเอาไว้ เขาไม่อยากตอบโต้กับการยั่วประสาทไร้สาระแบบนี้ ทำให้ตัดสินใจเดินออกจากห้องไปทันที ทิ้งให้นิรินถอนหายใจยาวอย่างโล่งอก
น่าประหลาดแท้ ก่อนตายยังคลั่งรักหลงใหลจนโงหัวไม่ขึ้น แค่ได้ตายสักครั้ง ความรู้สึกพวกนั้นก็ตัดขาดหายไปสิ้น เหลือเพียงความรู้สึกไม่อยากอยู่ใกล้ชิด อยากออกห่างให้มากสุด จากผู้ชายคนนี้ อยากใช้ชีวิตที่ไม่มีเขาให้เร็วที่สุด
“อดทนไว้นิริน แค่สามเดือน หลังจากนั้น เธอจะได้อิสรภาพพร้อมชื่อเสียงกลับมา”
ถึงจะตั้งใจเอาไว้ว่าเธอจะไม่ข้องเกี่ยวกับภูมิอีกแต่เพราะเป็นคนบ้านใกล้เรือนเคียงไปมาหาสู่กันเสมอๆ ก็ทำให้เธอไม่อาจหลีกเลี่ยงเขาได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ แม้ปกติภูมิจะไม่ค่อยกลับบ้านแต่วันนี้มันเป็นวันเกิดของคุณหญิงดาริกา ผู้เป็นมารดาของภูมินทร์ ทำให้ทั้งสองต้องเจอหน้ากันอย่างยากจะหลีกเลี่ยงกลิ่นหอมกรุ่นของดอกกุหลาบสีขาวนับพันดอกที่ถูกจัดวางอย่างประณีตอบอวลไปทั่วโถงจัดเลี้ยงกว้างขวางของคฤหาสน์อัครบวรเดช คฤหาสน์หรูหลังนี้ดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาทันตาเห็นด้วยฝีมือการจัดการของหญิงสาวเพียงคนเดียวนลินในชุดเดรสสีโอลด์โรสสุภาพเรียบร้อย เกล้าผมขึ้นเป็นมวยต่ำเผยลำคอระหง แต่งหน้าอ่อนๆ ดูอ่อนหวานและเป็นงานเป็นการในเวลาเดียวกัน เธอเดินตรวจตราความเรียบร้อยของโต๊ะอาหารและจุดรับแขกด้วยความตั้งใจ บรรดาคนงานและแม่บ้านต่างทำงานกันอย่างขยันขันแข็งภายใต้การควบคุมของเธอ“หนูลิน มาดูนี่สิลูก ฝีมือหนูจัดดอกไม้ตรงมุมนั้นถูกใจป้าจริงๆ”คุณหญิงดาริกา เจ้าของงานวันเกิดครบรอบหกสิบปี เดินเข้ามาหาพลางลูบหัวนลินด้วยความรักใคร่เอ็นดูอย่างปิดไม่มิด สายตาขอ
หากย้อนเวลากลับไปได้ นลินก็อยากจะย้อนเวลากลับไปเป็นเพียงผู้หญิงคนหนึ่งที่แอบรักอยู่เงียบๆ แต่ตอนนี้ทุกอย่างมันกลับสายเกินแก้ เพราะคำว่ารักเพียงคำเดียวที่เธอยอมทอดกายเป็นของเขาย้อนกลับไปคืนก่อนนักศึกษาฝึกงานเพียงคนเดียวในบริษัทถูกพามากินเลี้ยงอำลาในวันสุดท้ายของการทำงานนลินฝึกงานในตำแหน่งผู้ช่วยเลขา หญิงสาวจึงรู้จักกับคนหลายฝ่าย ในคืนนี้พวกเขาจึงจองโต๊ะใหญ่ในห้องวีไอพีโดยมีภูมิเป็นเจ้ามือเขาจำใจมาร่วมงานเพราะมารดาฝากฝังให้ดูแลนลินดีๆ กระนั้นเมื่อมาถึงเขาก็ไม่ได้สนใจในตัวเจ้าหล่อนขนาดนั้นเสียงบทสนทนาของพนักงานในบริษัทและนลินที่คุยกันอย่างออกรสทำให้คนที่นั่งเงียบมาตลอดรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาอย่างประหลาดทั้งที่มันเป็นเรื่องปกติของงานเลี้ยงบริษัทแห่งนี้ที่ไม่มีใครชวนประธานคุยสักคน ภูมินทร์มักจะมาทานอาหารและดื่มเงียบๆ ปล่อยให้พนักงานที่ทำงานอย่างหนักปลดปล่อยกันเต็มที่ แต่เวลานี้เขากลับรู้สึกว่าตัวเองกำลังโดนเมินสีหน้าของประธานหนุ่มดุดันขึ้นทุกขณะ ยิ่งเห็นรอยยิ้มของนลินที่โปรยให้กับทุกคนอารมณ์เขาก็ยิ่งขุ่นขวาง นลินรับแก้วจา
สิบสามปีก่อนภาพความเจ็บปวดในปัจจุบันค่อยๆ พร่าเลือนกลายเป็นภาพเหตุการณ์ในอดีตที่ยังคงชัดเจนในความทรงจำของนลินเสมอมาในตรอกแคบๆ หลังโรงเรียนเอกชนชื่อดังซึ่งไม่คิดว่าจะมีสถานที่เช่นนี้ซุกซ่อนอยู่ กลิ่นอับชื้นและเสียงตะโกนด่าทอของเด็กเกเรสามคนที่ตัวโตกว่านลินมากกำลังล้อมหน้าล้อมหลังหาเรื่องเด็กหญิงตัวน้อยที่อยู่ท่ามกลางวงล้อมเพียงลำพังนลินในวัยแปดขวบสะอื้นฮักจนตัวโยน ผมเปียที่เคยเรียบร้อยบัดนี้ยุ่งเหยิงไม่เป็นทรง เธอพยายามยื้อแย่งกระเป๋านักเรียนและตุ๊กตากระต่ายเน่าตัวโปรดคืนมา แต่มันกลับถูกโยนทิ้งลงไปในบ่อน้ำครำที่เน่าเหม็นต่อหน้าต่อตา“ฮือออ พวกคนใจร้าย ทิ้งกระเป๋าของลินทำไม”เด็กหญิงร้องไห้จ้า นั่งทรุดลงกอดเข่าด้วยความหวาดกลัวและสิ้นหวังที่เห็นกระต่ายตัวขาวตัวโปรดค่อยๆ จมลงในบ่อน้ำเสีย“ยัยลูกคุณหนู สมน้ำหน้า! ถ้าให้เงินพวกฉันแต่แรกก็สิ้นเรื่อง”หัวโจกของแก๊งเด็กเกเรหัวเราะร่าสะใจที่เห็นน้ำตาของเธอ พวกคนอื่นที่เห็นหัวหน้าตัวเองหัวเราะก็พลันหัวเราะตามไปด้วยนลินทำได้แค่ปาดน้ำตาป้อยๆ คู้กายในดงเด็กอันธพาลพวกนั้นด้ว
แสงแดดอ่อนยามเช้าที่ลอดผ่านรอยแยกของผ้าม่านกันยูวีราคาแพงไม่ได้ทำให้บรรยากาศในห้องนอนกว้างขวางของคอนโดหรูหราใจกลางเมืองดูอบอุ่นขึ้นเลยสำหรับ นลินเธอลืมตาขึ้นช้าๆ ท่ามกลางความเงียบสงัดที่มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศทำงานแผ่วเบา สัมผัสแรกที่รับรู้คือความอุ่นจากอุณหภูมิร่างกายของคนที่นอนอยู่ข้างกายทั้งคืนแต่ไม่คิดจะหันมากอดกันนลินขยับกายอย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้รบกวนคนร่วมเตียง เธอตะแคงข้างมองเสี้ยวหน้าคมคายของภูมินทร์ ผู้ชายที่ครอบครองหัวใจของเธอมามากกว่าครึ่งชีวิตในยามหลับใหลเขาก็ยังคงหล่อเหลาดูดี คิ้วที่มักจะขมวดมุ่นอยู่เป็นนิจคลี่ออกจากกัน มุมปากที่เคยพ่นแต่วาจาร้ายกาจเรียบกริบดูอ่อนโยนลงอย่างน่าประหลาด นลินเผลอยิ้มออกมาบางเบา มือบางสั่นเทาน้อยๆ ขณะเอื้อมไปปัดปอยผมที่ปรกหน้าผากเขาอย่างแผ่วเบา‘ถ้าเวลาหยุดไว้แค่ตรงนี้ได้ก็คงดี’ เธอคิดในใจด้วยความหวังที่ริบหรี่เหมือนแสงเทียนท่ามกลางพายุฝนแต่ความสุขชั่วขณะนั้นสั้นกว่าลมหายใจ ทันทีที่ปลายนิ้วของเธอสัมผัสโดนผิวแก้มของเขาด้วยความเผลอไผลภูมินทร์ก็ขยับตัวตื่นขึ้นมา แววตาที่ลืมขึ้นมาไม่มีร่องรอยของความงัวเงียหรือความอ่อนโยนที่เธอเฝ้าฝันถ
เป็นไปตามที่นิรินคาด มินตรากลับไปถึงบ้านของอธิปในสภาพที่ ‘เละเทะ’ กว่าเดิม เธอจงใจขยี้ผมให้ฟู กระชากดึงเสื้อผ้าให้ดูรุ่ยร่าย และที่สำคัญคือการทำให้ดวงตาบวมแดงราวกับผ่านการถูกรังแกอย่างรุนแรงเมื่ออธิปก้าวเท้าเข้าบ้านมาในเวลาเย็น เขาก็ต้องพบกับภาพมินตราที่นั่งร้องไ
ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงหลังจากวางสาย เสียงเบรกของรถคันหรูก็ดังสนั่นที่หน้าบ้านพัก อธิปพุ่งพรวดเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ทันทีที่เขาเห็นมินตรานั่งกอดเข่าร้องไห้อยู่บนโซฟา ท่ามกลางซากดอกไม้ที่ถูกขยี้ (ซึ่งมินตราแสร้งทำเป็นว่ามันถูกส่งมาเพื่อ 'ข่มขู่' เธอ) หัวใจของเขาก็หล่นวูบด้วยความรู้ส
ค่ำคืนวันงาน แสงไฟแชนเดอเลียร์ในโรงแรมหรูส่องสว่างระยิบระยับ นิรินปรากฏตัวในชุดราตรีสีแดงเพลิงที่ขับผิวให้ดูผ่องใสราวกับนางพญา เธอเดินเคียงคู่มากับธันวาที่อยู่ในชุดทักซิโด้สุดเนี้ยบ ทั้งคู่กลายเป็นจุดสนใจของคนทั้งงานในฐานะคู่หูธุรกิจที่มาแรงที่สุดทันใดนั้น เสียงฮือฮาก็ดังขึ้
เช้าวันต่อมา ข่าวบันเทิงทุกหัวลงรูปเขาและมินตราอย่างครึกโครม[หวานไม่เกรงใจใคร! 'อธิป' ควง 'มินตรา' ออกงานคู่ หลังลือสนั่นคู่หมั้นตัวจริงเก็บของออกจากบ้าน!] [





