Masuk“หวัดดีทัช สวัสดีครับทุกคน” พุฒิพงษ์รับไหว้ทุกคนเพราะเขาอาวุโสกว่าและอยู่พร้อมกับผู้สมัครรับเลือกตั้งของจังหวัดพิษณุโลกมารอรับหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคมาช่วยหาเสียง
“หวัดดีเพื่อน พวกเราไปช่วยหาเสียงที่อุตรดิตถ์กันก่อนนะครับคุณถาวรเดี๋ยววันจันทร์อังคารเรามาช่วยหาเสียงที่พิษณุโลก” เตชทัชตบไหล่เพื่อนทักทายเบาๆและทักทายเจ้าถิ่นที่มาต้อนรับเขาพร้อมคณะและได้วางแผนงานกันไว้แล้วว่าเสาร์อาทิตย์เขาช่วยลูกพรรคที่อุตรดิตถ์แล้ววันจันทร์อังคารมาช่วยลูกพรรคที่พิษณุโลกแล้วกลับกรุงเทพส่วนลูกชายจะอยู่ช่วยแค่สามวันแล้วกลับไปหาเสียงของตัวเองต่อ
“ไม่มีปัญหาครับคุณทัช” นายถาวรผู้สมัครส.ส.พิษณุโลกตอบหัวหน้าพรรคที่ตระเวรช่วยลูกพรรคหาเสียงมาตลอดเดือนกว่าแม้ไม่ทั่วถึงแต่จัดทีมงานกรรมการบริหารพรรคไปทุกจังหวัด
“สวัสดีครับคุณลุงพุด” นวพรรษยกมือไหว้เพื่อนของพ่อ
“สวัสดีหลานชาย เป็นยังไงบ้างลุงว่างานนี้ผู้สมัครเขตยี่สิบสองไม่มีใครสู้ได้แน่ๆเลยจริงมั้ย” พุฒิพงษ์พูดกับลูกชายของเพื่อนที่ลงรับสมัครเลือกตั้ง ส.ส.เขตสามย่านฝั่งธนบุรี
“ก็อยู่ที่ชาวบ้านประชาชนจะให้การสนับสนุนครับคุณลุง” นวพรรษพูดอย่างถ่อมตัวถึงแม้เขาจะได้เปรียบคู่แข่งแต่ทางโน้นเขาก็มีพรรคพวกเยอะเช่นกันเขาหวังว่าจะไม่มีใครมาเล่นสกปรกเท่านั้น
“ลุงเชื่อว่าจุลทำได้” พุฒิพงษตบไหล่หลานชายเบาๆให้กำลังใจ “ผมว่าเราเดินทางกันเลยมั้ยครับ เชิญครับทุกท่าน” พุฒิพงษ์เชิญทุกคนไปที่รถเพราะเขาได้จัดเตรียมน้ำชากาแฟแซนวิชไว้ให้สำหรับทุกคนในรถเพราะวางแผนกันไว้ว่าจะไปรับประทานอาหารเช้าที่บ้านของเขาซึ่งตอนนี้ภรรยาของเขาก็ได้จัดเตรียมไว้แล้วเรียบร้อย
เตชทัช นวพรรษ ขึ้นรถคันเดียวกับพุฒิพงษ์แล้วรถทั้งสามคันก็ขับตามกันไปจังหวัดอุตรดิตถ์ซึ่งใช้เวลาเดินทางประมาณหนึ่งชั่วโมงกว่าก็คุยกันปรึกษากันว่าแผนงานสี่วันนี้มีอะไรบ้างที่พวกเขาต้องทำเพื่อให้ประชาชนเข้าใจว่านโยบายของพรรคต้องการช่วยเหลือประชาชนจริงๆ
เวลา 09.30น.
รถทั้งสามคันก็แล่นเข้าไปจอดในบ้านหลังใหญ่ของพุฒิพงษ์ที่เปิดบ้านต้อนรับทุกคนจากกรุงเทพและพิษณุโลกมาช่วยหาเสียงและปราศรัยในวันพรุ่งนี้
พรสุดาภรรยาของพุฒิพงษ์กับพิมลภัสหรือบูลลูกสาววัน27ปีและพุฒิชัยหรือบูมลูกชายวัย25ปีออกมาต้อนรับทุกคนที่หน้าบ้าน
“สวัสดีค่ะทุกท่าน เชิญรับประทานอาหารเช้าก่อนค่ะ” พรสุดาทักทายเพื่อนของสามีและกรรมการบริหารพรรคอีกหกคนและผู้สมัครส.ส.จากพิษณุโลกและคนติดตามไปหลังบ้านริมแม่น้ำน่านที่เธอได้จัดโต้ะอาหารเช้าจัดเตรียมอาหารเช้าต้อนรับทุกคน
“สบายดีนะครับคุณสุดา” เตชทัชทักทายภรรยาของเพื่อน
“สบายดีค่ะคุณทัช แล้วคุณเดียร์ไม่มาด้วยเหรอคะ” พรสุดาตอบเตชทัชและถามถึงภรรยาของเขาที่สนิทสนมคุ้นเคยกันดี
“พอดีมีงานการกุศลของเค้าก็เลยไม่ได้มาด้วยมีแต่ตาจุลมาช่วยไม่รู้ว่าคุณสุดาจำได้มั้ยครับ ตาจุลนี่คุณสุดาภรรยาของลุงพุดเขา ลูกชายคนรองครับ” เตชทัชแนะนำลูกชายคนรอง
“สวัสดีครับคุณป้า”
“สวัสดีจ้ะ จำได้สิคะคุณทัช คุณจุลแป็นผู้สมัครส.ส.รูปหล่ออายุน้อยแล้วยังเป็นขวัญใจสาวๆและนักข่าวด้วยนี่ต้องจำได้สิคะ แล้วนี่น้องบูลกับน้องบูมลูกชายลูกสาวของฉันค่ะ น้องบูล น้องบูมไหว้คุณลุงทัชกับคุณจุลสิลูก” พรสุดา
“สวัสดีค่ะ/ครับคุณลุงทัช คุณจุล” สองพี่น้องยกมือไหว้เพื่อนของพ่อและรู้ว่าเขามีลูกชายหล่อแต่เธอไม่เคยเจอเพราะเรียนที่เมืองนอกมาตั้งแต่อายุสิบห้าพอจบปริญญาตรีก็กลับบ้านมาอยู่ที่อุตดิตถ์และบริหารโรงแรมไม่ค่อยได้เข้ากรุงเทพแต่ก็รู้จักพวกคนดังไฮโซเพราะเธอก็เป็นเซเลบคนดังในจังหวัดเช่นกัน
“สวัสดีครับคุณบูลคุณบูม” นวพรรษยกมือรับไหว้สองพี่น้องแล้วยิ้มให้
“ไปกินข้าวกันก่อนเดี๋ยวค่อยคุยกัน ทุกคนคงหิวกันแล้วเชิญตามสบายครับ” พุฒิพงษ์เชิญทุกคนไปกินอาหารเช้าที่เตรียมไว้เลี้ยงแขก
ทั้งหมดก็กินข้าวไปคุยกันไปเมื่ออิ่มแล้วก็เอาของไปเก็บที่บ้านพักหลังเล็กใหญ่ที่ตั้งอยู่ริมรั้วรอบบริเวณบ้านของพุฒิพงษ์เตรียมไว้ต้อนรับซึ่งเหมือนยกรีสอร์ทมาอยู่ที่บ้านเพื่อเอาไว้ต้อนรับเพื่อนๆ เมื่อเก็บของเสร็จทุกคนก็เตรียมตัวออกไปหาเสียงในเมืองและเย็นนี้มีปราศรัยที่สนามกีฬา
“พี่บูลจะไปช่วยพ่อหาเสียงจริงเหรอครับ” พุฒิชัยถามพี่สาวที่บอกว่าไม่ไปเพราะร้อนและคนเยอะไม่อยากไปสุงสิงกับพวกทีมงานของพ่อซึ่งแต่ละคนไม่น่าสนใจเลยสักนิด
“ใช่ แกจะไปด้วยมั้ยล่ะ”
“ไม่อ่ะ,ผมมีงาน เอาไว้ว่างก่อนค่อยไปช่วยพ่อที่ไปนี่เพราะลูกชายเพื่อนพ่อหล่อใช่มั้ยละ” คนเป็นน้องรู้ทันพี่สาวเพราะนวพรรษรูปหล่อพ่อรวยไฮโซของแท้ฐานะการศึกษาและชาติตระกูลก็ดีเรียกได้ว่าพ่อของลูกในฝันของสาวๆเลยทีเดียวขนาดเขาเป็นผู้ชายยังยอมรับว่านวพรรษเป็นผู้ชายสมบูรณ์แบบจริงๆ
“สู่รู้จริงๆฝากดูงานที่โรงแรมด้วย” พิมลภัสพูดจบก็เดินออกไปหน้าบ้านที่พ่อของเธอและทุกคนรออยู่ “สวัสดีค่ะอาหิน น้ำน่านกลับมาหรือยังคะ”
“สวัสดีจ้ะน้องบูล เห็นอาโสภีโทรมาบอกว่ามาถึงแล้วนะ น้องบูลมีอะไรหรือเปล่าลูก” กำพลตอบลูกสาวของรุ่นพี่ที่สนิทสนมกับลูกสาวของเขาแต่ห่างกันช่วงไปเรียนต่อพอกลับมาก็เจอกันคุยกันบ้างเพราะลูกสาวของเขาไปเรียนที่กรุงเทพ
“ก็บูลไม่ได้เจอน้ำน่านนานแล้วเมื่ออาทิตย์ก่อนคุยกันเห็นว่าจะกลับบ้านอาทิตย์นี้ก็อยากเจอน้องค่ะเดี๋ยวเย็นนี้บูลชวนน้ำน่านมากินข้าวด้วยกันดีกว่า” พิมลภัสบอกพ่อของวีรินทร์ไว้ก่อน
“น้องบูลก็โทรบอกน้ำน่านละกัน เดี๋ยวอาไปรถคันโน้นนะ” กำพลยิ้มให้หลานสาวแล้วเดินไปขึ้นรถกับพุฒพงษ์และเตชทัช
ทั้งหมดก็แยกย้ายกันไปขึ้นรถหาเสียงและพิมลภัสก็เลือกขึ้นคันเดียวกับนวพรรษที่มีคนสนิทของเขาติดตามาด้วยสองคนแล้วรถหาเสียงก็ขับตามกันไปสิบกว่าคันจะให้เดินหาเสียงทุกบ้านเหมือนกรุงเทพไม่ไหวแน่เพราะบ้านแต่ละหลังอยู่ห่างกันยกเว้นฝั่งในเมืองที่ต้องเดินหาเสียง
“คุณจุลหาเสียงทุกวันคงเหนื่อยแย่สิคะ” ไฮโซสาวบ้านนอกถามผู้สมัครรับเลือกตั้งส.ส.สมัยแรกที่กรุงเทพเธอก็ติดตามข่าวของเขาเหมือนทุกคนและรอวันที่เขาจะมาช่วยพ่อหาเสียง
“ก็ต้องเหนื่อยเป็นเรื่องปกติครับ” นวพรรษตอบสั้นๆเขาไม่อยากให้คนจับตามองว่าสนิทกับลูกสาวของพุฒิพงษ์และความจริงเขาก็ไม่ได้สนิทกับพิมลภัสในเมื่อเธอมาช่วยพ่อหาเสียงมันก็เป็นสิทธิ์ของเธอและเขาก็ต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุดเท่านั้น
“บูลเห็นข่าวคุณจุลกับเพื่อนไปหาเสียงดูสนุกดีนะคะ”
“พอดีเพื่อนๆว่างก็เลยมาช่วยและชาวบ้านชาวตลาดพวกเขาน่ารักให้การต้อนรับเป็นอย่างดีก็เลยออกมาอย่างที่เห็นครับ” ชายหนุ่มพูดแล้วยิ้มคิดถึงเพื่อนๆไปช่วยหาเสียงจนตลาดแทบแตกเพราะความฮอตของสองหนุ่มแท้กับหนึ่งหนุ่มเทียมที่สาวๆสนใจมากกว่าหนุ่มทั้งแท่งอย่างพีรวัสกับจิรายุสและตัวเขาอีกคน
“คุณจุลมาช่วยพ่อหาเสียงเดี๋ยวบูลจะไปช่วยคุณจุลด้วยได้มั้ยคะ” พิมลภัสถามไฮโซหนุ่มหล่อแล้วยิ้มหวานให้เขาชนิดที่ว่าถ้านวพรรษมองไม่ออกก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้วแต่บนรถมีเธอกับเขายืนคู่กันบนหลังรถแล้วอยู่บนแท่นสูงกว่าคนอื่นและใกล้ชิดกันส่วนคนสนิทของเขายืนอยู่ด้านหลัง
“ไม่เป็นไรครับ ผมมาช่วยคุณลุงพุดหาเสียงตามปกติที่ผู้สมัครและหัวหน้าพรรคและะกรรมการบริหารพรรคที่ต้องช่วยเหลือกันเท่านั้นครับ” นวพรรษมองไปตามถนนและยกมือโบกให้ชาวบ้านที่มองและโบกมือให้พวกเขาพอถึงชุมชนก็จอดรถแล้วพากันลงไปเดินหาเสียงแจกใบปลิวเข้าออกทุกตรอกซอกซอยอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยทั้งที่แดดก็ร้อนมากยังดีที่ไม่มีมลพิษเหมือนกรุงเทพ
“ขามากับขากลับต่างกันลิบลับเลยนะครับพี่เจ็ท” นักร้องหนุ่มหล่อมองไปทางกระจกหลังที่น้องโจ น้องจ้าวน้องมอสนอนหลับมีเมฆากับคนสนิทของเขานั่งด้วย“เด็กๆก็เป็นแบบนี้แหละ กินนอนเล่นเที่ยวเอาไว้นายมีลูกเมื่อไหร่ก็จะรู้เองแหละ” พรรษชลตอบนักร้องหนุ่มที่เฝ้ามองน้องสาวคนเล็กของตระกูลมาตั้งแต่งานแต่งงานของยุวันดากับพัทธณเดชแต่ไปไม่ถึงไหนเพราะนักร้องหนุ่มเนื้อหอมเกินไป“คงอีกนานครับ” โป้งพูดเนือยๆมองตรงถนนเพราะความไม่รู้จักพอของเขาทำให้เสียโอกาสเมื่อเจอคนที่ใช่“เอาน่าคนเรามันก็ต้องมีผิดพลาดกันบ้างอยู่ที่นายจะแก้ไขยังไงก็เห็นนายเทมส์เป็นตัวอย่างแล้วนี่นา พี่เอาใจช่วย” พรรษชลพูดอย่างเข้าใจเพราะเขาผ่านมาก่อนกว่าภรรยาจะเชื่อใจและไว้ใจก็ใช้เวลหลายปีละมันคุ้มค่ามากกับเวลาที่รอคอย“ขอบคุณครับพี่เจ็ท” โป้งขอบคุณพ่อลูกสามที่ประวัติในอดียาวเป็นหางว่าว“นายต้องเชื่อคนมีประสบการณ์มาก่อนนะโป้ง หึๆๆ..” เมฆาพูดแล้วหัวเราะในลำคออย่างขำๆ“เอ่อ ไอ้พ่อคนดี ใครจะเหมือนแกล่ะเห็นเงียบแม่งฟาดเรียบ ดีนะที่ยัยจุ๊บไม่รู้ไม่งั้นแกแย่แน่ๆ” พรรษชลว่าน้องเขยอย่างหมั่นไส้ที่วางตัวดีมาตลอดไม่เหมือนเขากับน้องชายรถออฟโรดขับตามกันก
“พ่อว่าเราค่อยเล่นกันตอนเย็นดีมั้ยครับ เดี๋ยวลูกๆอาบน้ำแต่งตัวเสร็จและกินข้าวเช้ากันแล้วพ่อจะพาไปเที่ยวดูพี่เสือพี่สิงโตที่สวนสัตว์เปิดเขาเขียวดีมั้ยครับ” นวพรรษบอกลูกๆ“โอเคค่า/ ดีคร้าบ/ค้าบ..” เด็กๆต่างก็เห็นด้วยเพราะยังไงก็ได้เล่นน้ำทะเลแต่ไปดูพี่เสือพี่สิงโตก่อนดีกว่าส่วนคนเล็กสุดได้ยินพี่ชายทั้งสองก็คร้าบก็พูดตามเอาพ่อจุลปวดหัวจิ้ดเลยทีเดียว“พี่น้ำยมพี่น้ำวังเป็นผู้ชายต้องพูดครับ น้องน้ำเจ้าพระยาเป็นผู้หญิงต้องพูดว่า ค่ะ” คนเป็นพ่อสอนลูกสาวคนเล็กที่ชอบเลียนแบบพี่สาวพี่ชายพูดและจะพูดแต่คำท้าย“ค่า”“ดีมากลูกรัก งั้นเราไปอาบน้ำกันดีมั้ย” ถึงจะนอนดึกดื่นแค่ไหนหากเป็นเรื่องของลูกๆคุณพ่อลูกดกก็ดูแลลูกๆได้เป็นอย่างดี“ค่ะพ่อจุล/ครับพ่อจุล/ จูง..”“ฮ่าๆๆ/คิกกๆๆ..” นวพรรษกับลูกๆหัวเราะพร้อมกันเมื่อคนเล็กสุดพูดตามพี่ๆและพูดไม่ชัด“บ้านนี้เสียงดังอะไรกัน” เมฆาอุ้มน้องจิ๋วเดินมาหน้าเต็นท์แล้วน้องโจกับน้องจ้าวก็ช่วยกันเปิดเต็นท์มองลุงจุลกับพี่น้องที่หัวเราะกันเสียงดัง“พวกเราขำน้องน้ำเจ้าพระยาค่ะคุณอาเมฆ น้องโจ น้องจ้าวเดี๋ยวพวกเราจะไปเที่ยวสวนสัตว์ค่ะ” น้องน้ำฟ้าบอกน้องๆทั้งสอง“จริงเหรอค่
“หมดแรงกันเลยเหรอครับพี่” นักร้องหนุ่มถามรุ่นพี่ทั้งหลายขำๆ“นานๆได้วิ่งขนาดนี้ทำเอาขาอ่อนไปเหมือนกันแหละ” นวพรรษตอบหนุ่มรุ่นน้องที่แสดงออกว่าชอบน้องสาวของเขาแต่ดันมีข่าวรักสามเส้ากับดารานักร้องสาวแบบนี้ใครจะไปอยากได้มาเป็นน้องเขยล่ะ“แกถนัดแต่ออกกำลังกายในร่มน่ะสิ” พีรวัสล้อเพื่อนด้วยความหมั่นไส้ก็เพราะเล่นแต่กีฬาในร่มถึงทำให้มีลูกดกกว่าใคร“หรือแกไม่ชอบวะ”“แกก็ถามมาได้ใครจะไม่ชอบล่ะ เป็นกิจกรรมโปรดของฉันเลยเพื่อน” พีรวัสตอบทันควันเขาคิดว่าผู้ชายทุกคนต้องชอบเหมือนกันหมด“นึกว่าแกจะปฏิเสธ” จิรายุพูดขึ้นเพราะเขาก็ชอบออกกำลังกายในร่มมากกว่ากลางแจ้งแบบนี้“พี่มิ้งล่ะครับ ชอบกีฬาแบบไหน” ภาสกรถามเพื่อนพี่ชายแล้วยิ้มเขาไม่ได้มองว่าเมทิราเป้นผู้หญิงเพราะหน้าตาท่าทางร่างกายของเธอเหมือผู้ชายเจ้าสำอางมากกว่าแล้วหล่อกว่าพระเอกดังที่นั่งข้างเขาอีก“พี่ได้หมดทั้งกีฬาในร่มและกลางแจ้งมันก็ท้าทายตื่นเต้นดี” เมทิรพูดแล้วยกยิ้มมุมปาก“พูดได้ดีมาไอ้แมน สมกับเป็นคาสโนว่าตัวพ่อเลยเพื่อน” พีรวัสชมเพื่อนกึ่งหมั่นไส้และต้องยอมรับว่าเมทิรานั้นเนื้อหอมกับเพศเดียวกันและขึ้นชื่อว่าเจ้าชู้มีสาวๆมากมายสุดท้ายก็มี
“ขอบใจมานะนายใบ” เตชทัชขอบใจนายใบคนดูแลบ้านที่อยู่มานานตั้งแต่รุ่นพ่อจนมารุ่นลูกก็ยังอยู่ช่วยดูแลบ้านเป็นอย่างดี“พ่อจะไปดูหลังบ้านสักหน่อย” ปู่มิตรบอกลูกหลานแล้วเดินไปพร้อมกับวิเชียรและทุกคนก็เดินตามไปด้วย“เด็กสนุกกันใหญ่เลยนะคะคุณพ่อดูสิ” เยาวเรศพูดกับพ่อแล้วนั่งลงบนพื้นหญ้าข้างพ่อที่นั่งบนม้านั่งอัลลอยด์สีขาว“พวกลูกตอนเด็กๆก็แบบนี้แหละเล่นน้ำกันไม่ยอมขึ้นจนแม่ของพวกลูกต้องขู่ว่าถ้าไม่ฟังจะไม่พามาเที่ยวทะเลอีกนั่นแหละถึงได้ยอมขึ้นจากน้ำ” ปูมิตรพูดถึงความหลังยิ้มๆ“ใช่ค่ะคุณพ่อ ตองจำได้ตนนั้นเราไปปราณฯกันแล้วเล่นน้ำจนตองไม่สบายถูกคุณแม่ทำโทษไม่พามาเที่ยวทะเลกันเป็นปีเลยค่ะ” อภิสรก็จำได้ว่าตอนนั้นเธอน่าจะหกเจ็ดขวบได้“เห็นหลานๆแล้วพวกเราก็แก่กันเยอะเลยเนาะพี่เยาว์” เตชทัชพูดอย่างขำๆในอ้อมแขนมีน้องมดที่ชี้มือชี้ไม้ไปหาพี่ๆ“อายุเป็นเพียงแค่ตัวเลขจะไปสนใจทำไมจริงมั้ยเดียร์ ตอง” เยาวเรศตอบน้องชายแล้วหันไปพูดกับน้องสะใภ้“แน่นอนค่ะพี่เยาว์” ปิยมาศตอบพี่สาวของสามีแล้วยิ้มๆ“งั้นเราไปหาพี่ๆดีกว่านะลูก” เตชทัชบอกน้องมดแล้วพาหลานสาวเดินลงไปดูหลานๆเพราะลูกชายลูกสะใภ้ลูกเขยช่วยกันขนของเข้าบ้า
“งั้นนอนรอพี่จุลเลยครับลูก” นวพรรษลุกขึ้นเดินไปเลือกหนังสือนิทานเรื่องราชสีห์กับหนูแล้วกลับมาที่เตียงมีลูกๆทั้งสี่และภรรยานอนรอฟังเขาเล่านิทานให้ฟังเสียงห้าวดังกังวานดุดันเป็นราชสีห์แล้วเปลี่ยนเสียงสองเป็นหนูน้อยควบคุมระดับเสียงสูงเสียงต่ำเพื่อเรียกร้องให้ลูกๆสนใจผ่านไปไม่ถึงครึ่งเรื่องสองแฝดและน้องชายทั้งสองก็ตาหรี่ปรือฝืนตัวเองเพื่อจะฟังนิทานให้จบแต่ทนความง่วงไม่ไหวก็หลับไปตามๆกันรวมถึงแม่ของลูกที่หลับไปก่อนลูกๆทั้งสี่“ฝันดีครับลูกหมูน้อยของพ่อจุล” นวพรรษก้มลงหอมแก้มลูกๆทุกคนก่อนจะจูบกลีบปากอิ่มแม่ของลูกเบาๆ“ฮืม..ลูกหลับแล้วเหรอคะ” วีรินทร์งัวเงียมองสามีและลูกที่นอนกลางเตียงส่วนเธอกับสามีต้องนอนประกบไว้ทั้งสองฝั่ง“เรียบร้อยแล้วครับที่รัก”“ฝันดีค่ะพี่จุล ฮืมม..” วีรินทร์บอกฝันดีสามีเบาๆแล้วถูกปิดกลีบปากอิ่มอย่างอ่อนหวานกระหวัดปลายลิ้นหยอกเย้าลิ้นนุ่มอย่างดูดดื่มก่อนจะถอนออกไม่งั้นได้อุ้มแม่ของลูกไปบอกรักแน่“หืมม...ฝันดีครับที่รัก” นวพรรษถอนจูบออกมองสบตากับภรรยาด้วยความรักสุดหัวใจก่อนจะไปนอนฝั่งของตัวเองมองดูผลผลิตฝีมือของตัวเองอย่างภูมิใจไม่คิดว่าตัวเองจะทำได้ต้องขอบคุณพิมลภัสท
“ใครคิดกันเนี่ยไม่ได้ค่ะ เยาว์ต้องตบรางวัลหลานๆหน่อยแล้วค่ะ” เยาวเรศพูดขึ้นเพราะหลานๆน่ารักกันเหลือเกิน“จริงค่ะพี่เยาว์ ตองร่วมด้วยค่ะ”“แล้วจะขาดผมได้ยังไงครับ” เตชทัชพูดขึ้นแล้วทั้งสามพี่น้องภัทรกิจโภคินก็ตรงไปหน้าเวทีหยิบดอกกุหลาบที่ประดับเป็นพุ่มสวยงามคนละสีเพื่อเด็กๆจะได้ไปรับรางวัลถูกเมื่อเพลงจบก็ได้รับเสียงปรบมือดังลั่นทำให้เด็กๆยิ้มชอบใจก่อนจะไปรับดอกไม้จากคุณปู่คุณย่าที่นำมามอบให้เป็นรางวัล“สวัสดีครับทุกท่าน ผมขอพูดอะไรกับหลานๆสักเล็กน้อยก่อนที่เราจะได้รับชมมินิคอนเสิร์ตของคุณโป้ง หลานๆของปู่ฟังทางนี้ลูก ดอกกุหลาบที่พวกหนูได้รับวันนี้เป็นรางวัลที่ปู่ย่าทุกคนมอบให้พรุ่งนี้เอาไปรับรางวัลดอกละหนึ่งหมื่นบาทที่ปู่ๆย่าๆนะลูก สีแดงไปรับที่ปู่กับคุณย่าเดียร์ สีเหลืองไปรับที่คุณย่าเยาว์กับคุณปู่ไก่ สีขาวไปรับรางวัลที่คุณย่าตองกับคุณปู่เซ็นต์เก็บไว้ให้ดีนะลูก” เตชทัชพูดจบเสียงปรมมือดังขึ้นแล้วญาติๆแขกบางคนก็มอบรางวัลเล็กๆน้อยๆให้เด็กๆเป็นที่สนุกสนานเมื่อเตชทัชและเด็กๆลงจากเวทีก็เป็นหน้าที่ของนักร้องหนุ่มกับเพื่อนที่ร้องเพลงให้ทุกคนได้ขยับแข้งขยับขากันอย่าสนุกส่วนเด็ๆก็หอบดอกกุหลาบข
“น่านคิดดีแล้ค่ะ น่านขอบคุณพี่บูมมากนะคะที่ดีกับน่านและลูกมาตลอดยังไงพี่บูมก็เป็นพี่ชายของน่านเป็นลุงบูมใจดีของน้องน้ำฟ้าน้องน้ำปิงตลอดไปค่ะ” วีรินทร์ขอบคุณพุฒิชัยที่ดีกับเธอมาตลอดและรู้ว่าเขาชอบตัวเองแต่เธอไม่ได้ชอบเขาแบบชู้สาวเธอรักและเคารพเขาเหมือนที่เธอรักและเคารพพิมลภัส“พี่ก็เป็นได้แค่พี่ชายข
“น้องมายด์จะดื่มอะไรครับ เดี๋ยวรอจุ๊บกับนายเมฆก่อนพอดีพี่นัดสองคนนั้นไว้แต่พอรู้เรื่องหลานก็ตื่นเต้นจนลืมนัดรีบมาซื้อของรับขวัญหลานก่อน” พอได้ยินคำตอบทำเอาลุงเขาตื่นเต้นเรื่องมีหลานก็ใช่แต่ที่หนักกว่านั้นคือวางแผนเจอคนตรงหน้านี่แหละสองหนุ่มสาวคุยถึงหลานสาวทั้งสองและมาริดาก็เอารูปหลานแฝดที่วีรินทร์
“ตอนนี้น้องน้ำฟ้ากับน้องน้ำปิงแข็งแรงดีแล้วคุณหมอก็ให้แม่ดูแลเองค่ะ” วีรินทร์มองลูกสาวที่กินนมอิ่มแล้วนอนหลับอย่างมีความสุข“แล้วชื่อจริงของลูกล่ะน้ำน่านตั้งชื่อไว้หรือยังครับ” เขาไม่แปลกใจว่าทำไมวีรินทร์ถึงตั้งชื่อลูกสาวว่าน้ำฟ้ากับน้ำปิงเพราะแม่ก็เป็นแม่น้ำสายหนึ่งจะให้ลูกสาวชื่อน้ำยมกับน้ำวังคงไ
“ผมมีธุระครับ ถ้าไม่มีอะไรผมขอตัวก่อนนะครับ” เขาไม่มีเวลาจะสนใจผู้หญิงคนอื่นเพราะเมียเพิ่งคลอดลูกอยู่ที่โรงพยาบาล“เดี๋ยวสิคะคุณจุล หวานขอไปด้วยคนได้มั้ยคะพอดีหวายไม่รู้จักใครอยู่ไปก็ไม่มีเพื่อนคุยค่ะ” เธอรู้จักแค่นวพรรษกับพ่อแม่ของเขาและพิมลภัสและพ่อแม่น้องชายของเธอเท่านั้นส่วนคนในพรรคเธอไม่รู้จัก







