LOGINฮั่วจินเฉินมีสีหน้าจริงจัง ไม่มีแววล้อเล่นแม้แต่น้อย เขาก้มลงประทับจูบแผ่วเบาที่ขมับของเธอ “ผมพูดคำไหนคำนั้น เสิ่นชู ครั้งนี้มันทรมานเกินไป ผมทำใจให้คุณต้องมารับเคราะห์เป็นครั้งที่สองไม่ได้หรอก”เสิ่นชูกลัวเจ็บ จึงเลือกใช้วิธีผ่าคลอดหนึ่งชั่วโมงครึ่งต่อมา เสียงร้องไห้จ้าของทารกก็ดังแว่วออกมาจากห้องผ่าตัดร่างของฮั่วจินเฉินพลันสะท้านไหว เขายืนอึ้งอยู่ตรงทางเดินด้านนอก ในวินาทีที่ได้ยินเสียงเด็กร้องไห้นั้น เส้นประสาทที่ตึงเครียดของเขาก็ผ่อนคลายลงในที่สุด ขอบตาร้อนผ่าวขึ้นมาเสียงร้องไห้นั้นทะลุผ่านประตูเก็บเสียงอันหนา และทะลวงผ่านแนวป้องกันด่านสุดท้ายในก้นบึ้งของหัวใจเขาเช่นกันซีซือเองก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก รีบพิมพ์ข้อความส่งหาฉีเวินเหยียนทันทีไม่นานนัก พยาบาลก็เดินออกมาจากห้องคลอดฮั่วจินเฉินกับซีซือก้าวเข้าไปข้างหน้าพร้อมกัน “ภรรยาผมเป็นอย่างไรบ้าง?”พยาบาลถอดหน้ากากอนามัยออกพลางยิ้ม “คุณแม่ปลอดภัยดีค่ะ เด็กทั้งสองคนก็แข็งแรงสมบูรณ์ดีมาก”“ถ้าอย่างนั้นผมเข้าไปดูเธอได้ไหม?”“ได้ค่ะ”ฮั่วจินเฉินก้าวเข้าไปในห้องคลอด เดินด้วยฝีเท้าที่ค่อนข้างซวนเซเล็กน้อยตรงเข้าไปหาเสิ่นช
แต่เธอรู้ว่าการผ่าตัดใกล้จะสิ้นสุดลงแล้วอดทนอีกนิดเถอะตอนที่ยื่นผ้าซับห้ามเลือดไปให้ เสิ่นชูก็รับรู้ได้ว่ามีของเหลวบางอย่างไหลซึมออกมาจากต้นขาด้านในปากมดลูกพลันมีอาการปวดเกร็งจากการบีบรัดตัวขึ้นมากะทันหันพยาบาลหมุนเวียนสังเกตเห็นความผิดปกติของเธอเป็นคนแรก พอก้มมองดูก็รีบสาวเท้าเข้ามาข้างกายแล้วกระซิบเสียงเบา “คุณหมอเสิ่นคะ น้ำคร่ำแตกแล้วค่ะ คุณหมอต้องหยุดเดี๋ยวนี้เลยนะคะ เดี๋ยวฉันจะตามคนมาทำหน้าที่แทนค่ะ”เมื่อชวีหงเห็นสถานการณ์เช่นนั้นก็ขมวดคิ้วมุ่น เขาไม่อาจวอกแวกเสียสมาธิได้ จึงหยุดชะงักเครื่องมือในมือลง “โทรเข้าแผนก เรียกหมอสูตินรีเวชมาเตรียมรับตัวคนด่วน!”“คุณหมอเสิ่น ทางนี้ปล่อยให้พวกเราจัดการเอง ไปนอนรอคลอดให้สบายใจเถอะครับ!”เกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินขึ้นในห้องผ่าตัด เมื่อมีทีมแพทย์กลุ่มหนึ่งเข็นเตียงวิ่งกรูเข้าไป คนที่รออยู่ตรงโถงทางเดินต่างก็ตกใจลนลานกันไปหมดไม่นานนัก ก็เห็นเสิ่นชูถูกเข็นออกมาจากห้องผ่าตัดฮั่วจินเฉินและสองพ่อลูกตระกูลฉีต่างรีบก้าวถลาเข้าไปหา“เสี่ยวชู!”“เสิ่นชู!”“พวกคุณเป็นญาติของคุณหมอเสิ่นใช่ไหมคะ ตอนนี้น้ำคร่ำของคุณหมอแตกแล้ว คาดว่าใกล้จะคลอด
คุณนายฉีนั่งเหม่อลอยอยู่บนเตียงผู้ป่วย โดยมีฉีซื่อเอินคอยหวีผมให้อยู่ข้าง ๆการเคลื่อนไหวของฉีซื่อเอินแผ่วเบาอย่างยิ่ง ด้วยกลัวว่าจะทำให้เธอเจ็บ ทุกครั้งที่จรดหวีลงไปล้วนแฝงไปด้วยความทะนุถนอมระมัดระวังเป็นที่สุดแสงแดดส่องลอดผ่านช่องว่างของผ้าม่านเข้ามา ตกกระทบลงบนเส้นผมสีดอกเลาประปรายของคุณนายฉี ทว่ากลับส่องไม่ถึงดวงตาอันว่างเปล่าของเธอ เธอคล้ายกับหุ่นเชิดที่ไร้ซึ่งวิญญาณ ไม่มีการตอบสนองใด ๆ ต่อสรรพเสียงหรือการสัมผัสจากโลกภายนอก ทำได้เพียงปล่อยให้คนอื่นจับขยับไปมาราวกับเครื่องจักรเสิ่นชูยืนมองผ่านกระจกเงียบ ๆ อยู่ครู่หนึ่ง ในใจเต็มไปด้วยความรู้สึกหลากหลายที่ยากจะอธิบาย เธอสูดหายใจเข้าลึก ปรับอารมณ์ความรู้สึกให้เข้าที่เข้าทาง ก่อนจะยกมือขึ้นเคาะประตูเบา ๆ“เสี่ยวชูมาแล้วเหรอ” ฉีซื่อเอินเงยหน้าขึ้น ส่งยิ้มให้อย่างเอ็นดู จากนั้นจึงหันไปเอ่ยกับคุณนายฉี “หนูน้อยแวะมาหาคุณอีกแล้วนะ”คุณนายฉียังคงนิ่งเฉยไม่สะทกสะท้านเสิ่นชูหลุบตาลงยิ้มบาง ก้าวเข้าไปข้างเตียงแล้วกุมมือเธอไว้ “แม่คะ รออีกไม่กี่วันนะคะ หนูจะต้องทำให้แม่กลับมาหายดีให้ได้ค่ะ”นี่คือคำมั่นสัญญาที่เธอมอบให้แก่ผู้เป็นแม่ไ
เสิ่นชูเกือบจะพ่นชานมพุทราจีนที่เพิ่งดื่มเข้าไปออกมา สาวน้อยคนนี้ช่างใจกล้าเปิดเผยเสียจริงหลังจากพูดคุยกันไปได้ร่วมครึ่งชั่วโมง ฮั่วจินเฉินก็กลับมา พอเขาก้าวพ้นประตูบ้าน หลี่ลี่ก็ลุกขึ้นยืนพลางส่งยิ้มให้ทันที “พี่คะ”สายตาของฮั่วจินเฉินมองข้ามหลี่ลี่แล้วไปหยุดลงที่ใบหน้าของเสิ่นชู เขาเดินตรงปรี่เข้ามาหาเธออย่างเป็นธรรมชาติ ก่อนจะเอื้อมมือไปรับแก้วเปล่าในมือของเธอ แล้ววางลงบนโต๊ะน้ำชาข้าง ๆ“ไหนว่านอนกลางวันอยู่ไง? โดนกวนจนตื่นเหรอ?” เขาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำเสิ่นชูกำลังจะเอ่ยปากอธิบาย แต่หลี่ลี่ก็ชิงพูดขึ้นมาก่อน “พี่คะ หมายความว่ายังไงกัน ฉันไม่ได้กวนพี่สะใภ้ตื่นสักหน่อย! พี่มีอคติกับฉันชัด ๆ!”พอพูดจบ เธอยังไม่ลืมที่จะคว้าแขนของเสิ่นชูไว้ “พี่สะใภ้ ดูเขาสิคะ!”“ไปออดอ้อนคนแซ่กู้โน่นไป”“ไม่ไปหรอก!”เสิ่นชูได้แต่ยกมือกุมขมับอย่างจนใจ “ยอมใจพี่น้องคู่นี้จริง ๆ เลย”หลี่ลี่อยู่ร่วมโต๊ะทานอาหารเย็นด้วย ทว่าตลอดช่วงเวลาที่รับประทานอาหาร เธอกลับมีท่าทางใจลอยและมีเรื่องให้คิดเต็มหัวไปหมดเสิ่นชูย่อมมองออกว่าเธอกำลังกังวลเรื่องอะไรอยู่ “เรื่องงานหมั้นของตระกูลกู้ตอนนี้แพร่สะพ
หลีเจวียนเยว่ถึงกับยืนอึ้งยังไม่ทันที่เธอจะได้มีปฏิกิริยาตอบรับใด ๆ กู้ถิงก็ตวาดเสียงกร้าวขึ้นมาทันควัน “แกเห็นหน้าตาเกียรติยศของตระกูลกู้เป็นเรื่องล้อเล่นงั้นเหรอ! กู้ฉือจวิน ไม่ว่าแกจะมีแฟนหรือไม่ แต่ตอนนี้การแต่งงานนี้ผู้ใหญ่ทั้งสองตระกูลตกลงกันเสร็จสรรพแล้ว! แกคิดจะกลับคำให้ได้ใช่ไหม?”“เรื่องงานหมั้นก็เป็นแค่ข่าวลือในอินเทอร์เน็ต ยังไม่ได้ประกาศอย่างเป็นทางการเสียหน่อย หากคุณพ่อกังวลเรื่องหน้าตาของตระกูลกู้ พวกเราก็สามารถจัดการเรื่องนี้เป็นการส่วนตัวได้ ถึงเวลานั้นผมจะอ้างเหตุผลส่วนตัวเพื่อเปิดทางลงให้ตระกูลนี พร้อมกับชดเชยสิ่งที่เหมาะสมให้พวกเขาเองครับ” กู้ฉือจวินก้าวขึ้นมาข้างหน้าหนึ่งก้าว น้ำเสียงไม่ดังนักแต่หนักแน่นชัดถ้อยชัดคำทุกประโยค “คุณลุงนีเป็นคนมีเหตุผลและเข้าใจโลกมาโดยตลอด หากเขารู้ว่านีนามีคนที่รักหมดใจอยู่แล้ว การบีบให้เธอแต่งงานกับผม ก็มีแต่จะทำลายชีวิตเธอไปตลอดชีวิต”กู้ถิงหอบหายใจอย่างรุนแรง ดวงตาที่เบิกกว้างเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อและโทสะที่พลุ่งพล่านหลีเจวียนเยว่ก้าวเข้าไปช่วยลูบอกให้กู้ถิงคลายความโมโหลง “พอเถอะค่ะ คุณก็ไม่ใช่เด็กหนุ่มเลือดร้อนที่ไหนแล
หลี่ซูถิงชะงักไป มองดูลูกสาวด้วยความประหลาดใจ “อะไรนะ?”แทบไม่อยากจะเชื่อว่าคำพูดนี้จะหลุดออกมาจากปากของลูกสาว เธอจำได้ขึ้นใจว่าความฝันหลังเรียนจบของยัยเด็กคนนี้คือการ เกาะพ่อแม่กินอยู่บ้านแท้ ๆ!ฮั่วจินเฉินหัวเราะหึ “ดูท่าจะสมหวังดังใจ จีบใครบางคนติดแล้ว ถึงได้เริ่มทนความลำบากได้ขึ้นมาสินะ”หลี่ลี่ยิ้มเจื่อนอย่างกระอักกระอ่วนหลี่ซูถิงอึ้งไปหลายวินาทีก่อนจะขมวดคิ้ว “สมหวังดังใจ? จีบใครบางคนติด?”พอเห็นท่าทางมีพิรุธของลูกสาว เธอก็พอจะเดาอะไรบางอย่างออก “แก... แกกับเจ้าหนุ่มตระกูลกู้คนนั้น—”“แม่คะ ตอนนี้เขาเป็นแฟนหนูแล้วค่ะ~” หลี่ลี่ตอบด้วยท่าทางเหนียมอายหลี่ซูถิงตัวแข็งทื่ออยู่กับที่ วินาทีถัดมาสีหน้าก็เปลี่ยนไปทันที “หลี่ลี่! ถึงแกจะคลั่งรักยังไงก็ควรมีขอบเขตบ้างนะ! เรื่องที่ตระกูลกู้จะหมั้นหมายกับตระกูลนีเขาลือกันกระฉ่อนไปทั่ว แกยังจะ...”“แม่คะ มันไม่ได้เป็นอย่างที่แม่คิดนะ—”หลี่ลี่ยังอยากจะอธิบาย แต่หลี่ซูถิงกลับปักใจเชื่อไปแล้วว่าลูกสาวที่หน้ามืดตามัวเพราะความรักกำลังจะร่อแร่ไปเป็นมือที่สามเลยโกรธจนควันออกหู เธอปรี่เข้าไปแย่งไม้กวาดมาจากมือคนรับใช้ในห้องโถงบ้านทันที “ค






![บ่วงรักรอยบาป [NC-20+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
