INICIAR SESIÓNในอดีต แม้รักมากเท่าไหร่ แต่ราตรีก็ต้องจำยอมบอกลาภูผาทั้งน้ำตา ก่อนจะเดินอออกมาพร้อมกับหัวใจที่แตกสลายไม่เหลือชิ้นดี ด้วยสถานะที่แตกต่างกันออกไปทำให้เธอไม่กล้าที่จะกลับมาเผชิญหน้า อยากให้เขาได้ไปพอเจอกับคนที่ดีกว่า จนเวลาล่วงเลยผ่านไปถึงห้าปี เธอถึงได้กลับมาเจอหน้าเขาอีกครั้งโดยไม่รู้เลยว่าตลอดเวลาห้าปีที่ผ่านมา ภูผาเขาไม่คิดจะมีใครและยังคงเฝ้ารอคอยเธออยู่ตลอดเวลา
Ver másปึก ปึก ปึก
"อ๊าส์"เสียงเนื้อกระทบเนื้อจากแรงกระแทกดังปะปนกับเสียงครวญครางท่ามกลางความเงียบงัน แสงไฟสีวอร์มไวต์สาดส่องลงบนห้องนอนหรูภายในเพนต์เฮาส์อันกว้างใหญ่ที่กินพื้นที่ไปทั่วทั้งชั้นบนสุดของตึกแห่งนี้ "อือ ภูผา" "อ๊าส์ ราตรี ฉันเสียว ซี๊ด"ฝ่ามือใหญ่ทั้งสองข้างบีบบั้นท้ายของหญิงสาวทั้งสองข้างจนแดงเป็นรอยนิ้วมือของเขาตามแรงอารมณ์ที่กำลังปะทุร้อนระอุอยู่ในตอนนี้ ดวงตาคมหรี่มองร่างสวยของแฟนสาวที่กำลังโยกขยับร่างกายจนกลีบสวยของเธอกลืนกินแก่นกายของเขาหายเข้าไปหมดทั้งลำอย่างง่ายดายด้วยน้ำเมือกใส่ที่เป็นเครื่องช่วยหล่อลื่นทำให้การขยับมันง่าย ปึก! ปึก! ปึก! เต้าอวบใหญ่ขนาดพอดีมือขยับสายไปมาขึ้นลงอย่างเป็นจังหวะแรงกระแทก ความเสียวซ่านแพร่กระจายในขณะที่ ราตรี แฟนสาวของเขาเปลี่ยนจากการโยกขยับมาเป็นการบดขยี้ทำให้แก่นกายของเขาเสียดสีเข้ากับโพรงอ่อนนุ่มด้านในของเธอ "อือ เบาหน่อย จะแตก" "จะรีบไปไหนล่ะ อ๊าส์ ของนายใหญ่เป็นบ้าเลยภูผา" "แล้วเธอ อ๊าส์ ชอบไหมล่ะใหญ่ ๆ แบบนี้"ดวงตาที่มีเสน่ห์จ้องมองใบหน้าเย้ายวนของแฟนสาว ริมฝีปากสวยคลี่ยิ้มก่อนราตรีจะใช้ปลายลิ้นเล็ก ๆ ของเธอออกมาเลียริมฝีปาก "ใหญ่ ๆ แบบนี้แหละดี เต็มร่องของฉันดี" "ฉันคิดไม่ผิดเลยจริง ๆ ที่วันนั้นตามจีบเธอ อ๊าส์ " "นายรักฉันไหมภูผา"เธอขยี้ร่องสวยจนสัมผัสได้ถึงแรงกระตุกที่กำลังส่งผลอยู่ภายใน ชายหนุ่มใช้ฝ่ามือใหญ่บีบขยำเต้าอวบของหญิงสาว พลางหยัดกายลุกขึ้นให้อยู่ในท่านั่งหันหน้าเข้าหา ดวงตาที่เขามองเธอยังคงเต็มเปี่ยมไปด้วยความรักไม่มีเปลี่ยนแปลง "รักสิ ฉันรักเธอมากเลยราตรี รักแบบที่ไม่เคยรักผู้หญิงคนไหนมาก่อน"ชายหนุ่มจับมือซ้ายของเธอขึ้นมากุม จ้องมองแหวนทองคำขาวที่มีแหวนเพชรเม็ดเล็กประดับอยู่ด้วยความดีใจเมื่อได้มองมันทุกครั้ง "ฉันยังยืนยันคำเดิมนะ ถ้าหาเรียนจบเราสองคนจะแต่งงานกัน" "ฉันรักนายนะภูผา"ราตรีโน้มตัวเข้าหา ใช้แขนทั้งสองข้างโอบกอดร่างเปลือยเปล่าของชายหนุ่ม พลางซบใบหน้าลงบนไหล่หนาหลบซ่อนสายตาเจ็บปวดในตอนนี้ "ขยับให้หน่อยสิ ฉันเมื่อยขาแล้ว" "อะไรกัน ไหนตอนแรกว่าจะทำให้ฉันเสร็จด้วยตัวของเธอเองไง" "ไม่ล่ะ นอนอยู่เฉย ๆ ให้นายกระแทกแรง ๆ ยังเสียวกว่า"เธอรีบปรับสีหน้า ดันตัวออกมาส่งยิ้มยั่วให้ชายหนุ่ม "นะคะภูผา ตรีอยากให้ภูผากระแทกตรีแรง ๆ " "ได้เลยครับทูนหัว" ชายหนุ่มจัดให้คนรักตามคำขออย่างเต็มใจ เขาจับพลิกให้เธออยู่ใต้ร่างในท่าคลานเข่า ดวงตาของเขาหลุบต่ำมองช่องทางรักสีแดงที่เคลือบน้ำเมือกใส หัวใจของชายหนุ่มเต้นกระหน่ำอย่างบ้าคลั่งไม่สามารถยับยั้งชั่งใจได้ ภูผาขยับถอยร่างกายห่างออกไป ก่อนเขาจะโน้มร่างกายจนใบหน้านั้นใกล้กับบั้นท้ายของราตรี แผล็บ แผล็บ แผล็บ "อือ ผา"ราตรีร้องครางออกมาเมื่อร่องสวยของเธอกำลังถูกปลายลิ้นสากของภูผาตวัดเลียจนเปียกชุ่มไปด้วยน้ำลายจนร่างกายของเธอเริ่มอ่อนปวกเปียกจนต้องโน้มตัวลงฟุบใบหน้าที่เปียกชื้นไปด้วยหยาดเหงื่อลงบนหมอนใบหนา "อือ"เสียงครางในลำคอดังเล็ดลอดออกมายามเมื่อปลายลิ้นตวัดเลียถี่ขยี้เม็ดเสียวจนร่างกายของราตรีขยับส่ายไปมา แต่ก็โดนฝ่ามือใหญ่ของภูผาจับล็อกขาทั้งสองข้างเอาไว้ไม่ให้เธอขยับไปไหนได้ "ผา ไม่นะ ตรีเสียวจะตายอยู่แล้ว อือ" "ทนหน่อยที่รัก ร่องของเธอหวานเป็นบ้า"ชายหนุ่มเอ่ยชม ริมฝีปากของเขามีทั้งคราบน้ำคาวและคราบน้ำลายติดปะปนกันอยู่ เมื่อครู่เขาได้ใช้ปลายลิ้นห่อเข้าหาก่อนจะกดแทรกเข้าไปด้านใน ทำให้มีน้ำหวานไหลออกมาให้เขาได้ดื่มกินเป็นบางส่วน "โดนไปไม่รู้กี่ที รูยังแดงและฟิตดีเหมือนเดิม" "ยังตอดเอ็นของนายดีเหมือนเดิมด้วยนะผา"ราตรีเอี้ยวตัวหันหน้ากลับมา พร้อมส่งสายตาท้าทายให้ชายหนุ่ม หญิงสาวส่ายบั้นท้ายไปมาเชิญชวนให้เขาขยับเข้ามามอบความสุขที่เสียวซ่านให้กับเธอ "ยั่วเก่งแบบนี้แล้วผาจะหนีตรีไปไหนได้"ชายหนุ่มใช้มือจับประคองแก่นกายกดแทรกเข้าไปในร่องสวยที่ชื้นแฉะ สวบ! "อือ แน่นไปหมดเลยผา อ๊าส์" "ตอดดีที่สุดเลยเมียจ๋า" "ทำแรง ๆ เลยนะ ตรีอยากให้ผามีความสุข" "ได้ตามคำขอเลยครับเมีย" คบกันมาตั้งแต่ปีหนึ่งจนถึงปีสี่ และตอนนี้ทั้งสองก็ได้เรียนจบเป็นที่เรียบร้อย ไม่มีอะไรที่จะต้องมานั่งอายในเมื่อความต้องการทั้งสองฝ่ายตรงกัน ปึก! ปึก! ปึก! บั้นท้ายกลมของราตรีเริ่มแดงเมื่อโดนแรงกระแทกจากท่อนขาของชายหนุ่ม ฝ่ามือใหญ่สอดเข้ามากุมเต้าอวบทั้งสองข้างพลางบีบขยำอย่างมันมือ ความรู้สึกของราตรีในตอนนี้น่ะหรือ เธอเสียวซ่านแทบจะขาดใจตายเสียให้ได้ ร่างกายร้อนรุ่มกระสับกระส่าย ริมฝีปากเผยอ้าเปล่งเสียงครวญครางออกมาไม่หยุด "ฮึก ผา" "อ๊าส์ ตรี" เสียงครางเรียกชื่อของทั้งสองดังขึ้นท่ามกลางเสียงอันน่าอัศจรรย์ที่ดังกระแทกไม่ยอมหยุดตลอดทั้งคืนไปเกือบจนฟ้าสาง ไม่ว่าพวกเขาจะเดินทางไปถึงจุดแห่งความสุขครั้งแล้วครั้งเล่าสักเท่าไหร่ แต่ความต้องการนั้นก็ไม่มีวันที่จะเลือนรางจากไปได้ กว่าภูผาจะปล่อยให้ราตรีได้มีเวลาพักเวลาก็ล่วงเลยเข้าสู่วันใหม่มาหลายชั่วโมง "ผา"ร่างบอบบางอ่อนแรงนอนหันหน้ามองคนรัก ริมฝีปากแห้งเปล่งเสียงแหบเรียกชื่อของชายหนุ่ม ดวงตาสังเกตมองจังหวะลมหายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอของอีกฝ่าย เมื่อเห็นว่าคนรักได้หลับเข้าสู่ห้วงภวังค์แห่งความฝันเป็นที่เรียบร้อยเธอจึงค่อย ๆ ดึงท่อนแขนใหญ่ที่โอบกอดร่างของเธอออกไป "ฮึก"น้ำตาที่อัดอั้นมานานหลายวันค่อย ๆ ไหลออกมา ราตรีกลับมานั่งบนเตียงใหญ่หลังจากที่เธอพาร่างกายไปใส่เสื้อผ้าจนเสร็จ "ตรีไปก่อนนะผา"ตอนนี้เธอไม่กล้าแม้แต่ที่จะยื่นฝ่ามือไปสัมผัสเนื้อตัวของคนรัก น้ำตาแห่งความเสียใจยังคงไหลออกมาไม่หยุด ยิ่งมองใบหน้าของภูผานานเท่าไหร่ หอกแหลมที่เสียบอยู่กลางใจยิ่งกดลึกลงไปอีก 'ลูกชายของฉันควรจะมีอนาคตที่ดีกว่านี้'เสียงของชายวัยกลางคนดูทรงอำนาจพูดขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในร้านกาแฟในโซนที่ให้ความเป็นส่วนตัว 'เธอรู้ไหมว่าภูผาปฏิเสธการไปเรียนต่อปริญญาโทที่เมืองนอกก็เพราะเธอ'ปลายเล็บจิกเข้าที่หลังฝ่ามือจนมีเลือดซึมออกมา แต่ทว่า ณ ตอนนั้น ราตรีเธอกลับไม่รู้สึกเจ็บแม้แต่น้อย ความเจ็บปวดจากแผลที่หลังฝ่ามือมันเทียบไม่ได้กับบาดแผลที่อยู่ในใจของเธอในตอนนี้ 'ถ้าเธอรักภูผาลูกชายของฉันจริง ก็ช่วยออกไปจากชีวิตของลูกชายฉันจะได้ไหม หวังว่าเธอจะเข้าใจความรู้สึกของคนเป็นพ่ออย่างฉันนะ' 'ค่ะ หนูเข้าใจ'ราตรีตกปากรับคำพลางน้ำตาไหล คนรักเป็นถึงทายาทของนักธุรกิจใหญ่ ต่างจากเธอที่เป็นเพียงแค่ลูกสาวชาวสวนธรรมดา 'ค่ะ หนูจะไปจากภูผาตามความต้องการของคุณ' อนาคตของเขามันดีกว่าความรักที่ไร้ราคาจากเธอ แหวนหมั้นที่เขาเคยสวมให้ด้วยมือของตัวเองถูกเธอถอดวางไว้พร้อมกับจดหมายขอลา ถึงภูผา ถ้านายได้อ่านจดหมายฉบับนี้ นั่นก็แปลว่าสิ่งที่ฉันเขียนต่อไปจากนี้ ฉันตัดสินใจมาดีแล้ว เราจบความสัมพันธ์กันแค่เพียงเท่านี้เถอะนะภูผา โลกของฉันกับนายมันต่างกันจนเกินไป ต่างกันจนฉันไม่สามารถที่จะพาตัวเองเข้าไปอยู่ในโลกของนายได้ การจากลาครั้งนี้มันไม่ได้เกิดจากความโกรธหรือความเกลียด ต่อจากนี้ไปฉันอยากให้นายใช้ชีวิตอย่างมีความสุขโดยที่ไม่มีฉัน ถ้าหากมีโอกาสเราคงจะได้พบเจอกัน ลาก่อน รัก ภูผา เพล้ง เพล้ง เพล้ง "มันไม่ง่ายขนาดนั้นหรอกนะราตรี"ดวงตาของชายหนุ่มแสดงถึงความเกรี้ยวโกรธปนเสียใจออกมา ฝ่ามือใหญ่สั่นเทาบีบกำกระดาษที่อยู่ในมือจนยับ "กูไม่เลิก ให้ตายยังไงมึงก็ไม่มีทางหนีกูพ้น" "..." "ต่อให้ต้องพลิกแผ่นดินหามึง กูก็จะทำ"ประเทศ เยอรมนีภายในห้องพักของโรงแรมหรูใจกลางกรุงเบอร์ลิน แสงไฟจากอาคารฝั่งตรงกันข้ามทอดผ่านกระจกบานใหญ่เข้ามา ชายหนุ่มยืนอยู่บริเวณหน้ากระจกบานใหญ่ที่ทอดตัวยาวตลอดแนวผนัง มือหนึ่งข้างถือแก้วเหล้าสายตาทอดมองวิวทิวทัศน์อย่างไร้จุดหมายท่ามกลางความเงียบงัน ก่อนจะมีเสียงเคาะประตูดังขึ้นก๊อก ก๊อก ก๊อก"เข้ามา"ประตูบานใหญ่ถูกเปิดออกเมื่อได้รับคำอนุญาตจากคนที่อยู่ด้านใน ก่อนคนสนิทที่เดินทางมาด้วยกันจะก้าวเข้ามาพร้อมแฟ้มเอกสารที่อยู่ในมือ"คุณภูผาครับ เรื่องการประชุมวันพรุ่งนี้ทางฝั่งเยอรมันได้ยืนยันกำหนดการมาแล้วครับ เริ่มประชุมกันเก้าโมงเช้า และหลังจากนั้นจะมีการเข้าเยี่ยมชมโรงงานประมาณสองชั่วโมง"ชายหนุ่มยืนฟังคำรายงานจากคนสนทนาพลางยกแก้วเหล้าขึ้นมาจิบโดยไม่หันกลับมามอง"แล้วมีอะไรที่จะต้องแก้ไขอีกไหม""ไม่มีแล้วครับ เอกสารการประชุมทุกอย่างผมจัดเตรียมวางไว้บนโต๊ะทำงานเรียบร้อยแล้วครับ""อืมดีมาก""ขอบคุณครับ จริงด้วยสิยังมีอีกหนึ่งเรื่อง"คนสนิทเงียบไปชั่วครู่ก่อนจะนึกอะไรขึ้นมาได้"มีอะไร"ชายหนุ่มเหลือบสายตามองผ่านเงาสะท้อนบนกระจกแผ่นใหญ่"เมื่อครู่ตอนที่ผมกำลังเตรียมเอกสารให้นายอยู่ คุณสิ
สามเดือนผ่านไป"ขึ้นไปกรุงเทพแล้ว ก็หาเวลาเที่ยวพักผ่อนบ้าง""หนูไปไม่กี่วันหรอกค่ะ เดี๋ยวก็ต้องรีบกลับมาทำงานกรีดยางอีก ไม่อยากหยุดหลายวัน"ราตรีตอบผู้เป็นมารดาก่อนที่เธอจะยกกระเป๋าเสื้อผ้าขึ้นรถกระบะแบบสี่ประตูสีดำก่อนจะปิดประตู"พักผ่อนบ้างเถอะเอ็งน่ะ ทำงานหนักเหมือนกับว่าบ้านเราเป็นหนี้ไม่รู้กี่สิบล้าน"ผู้เป็นพ่อตะโกนออกมาจากร้านขายของชำที่ตั้งอยู่แยกจากตัวบ้านติดกับถนนที่คนในหมู่บ้านใช้สัญจรกันไปมา"หาเวลาให้ความสุขกับตัวเองบ้าง หน้าทุเรียนก็ปิดมีดไปหมดแล้ว ส่วนเรื่องกรีดยางเดี๋ยวพ่อหาคนจ้างให้""แต่""ไม่มีแต่อะไรทั้งนั้น แกอยากให้พ่อกับแม่เป็นห่วงที่แกเอาแต่ทำงานหนักไปตลอดหรือไง"สายใจหันไปมองหน้าผู้เป็นสามีที่กำลังยืนจ้องหน้าลูกสาว คำพูดของพ่อด้วยน้ำเสียงที่แข็งกระด้างแต่กลับอ่อนไหวแทรกเข้าไปถึงหัวใจของคนฟังอย่างลูกสาว"เชื่อคำพูดของพ่อเถอะนะ หาเวลาเที่ยวพักผ่อนบ้าง ทางนี้ไม่ต้องเป็นห่วงอะไรเดี๋ยวสักพักไอ้ไม้ก็คงจะมา"ราตรีไหว้วานให้ไม้มาคอยอยู่ดูแลพ่อกับแม่ของเธอให้ในช่วงที่เธอไม่อยู่ ซึ่งไม้เองก็ตอบตกลงว่าจะมาทำให้ราตรีรู้สึกเบาใจลง"ค่ะ ถ้าอย่างนั้นหนูขอตัวไปก่อนนะคะ ขากลับจะ
"สองสามวันนี้ราคาทุเรียนเริ่มเพิ่มขึ้น มาคราวหน้าราคาคงดีกว่านี้""ถ้าเป็นแบบนั้นมันก็ยิ่งดีเลยค่ะ นี่ก็ยังอีกหลายสวนเลยที่เซ็นสัญญาวางมัดจำไว้แล้วยังไม่ได้เข้าไปตัด""โชคดีที่ปีนี้ราคาทุเรียนสูงขึ้นกว่าปีที่แล้ว ไม่อย่างนั้นชาวสวนบางรายคงได้ร้องโอดโอยกันบ้าง""จริงค่ะ อย่าว่าแต่ชาวสวนร้องโอดโอย คนซื้ออย่างตรีก็ไม่เหลือ""ฮ่า ๆ "เสียงหัวเราะดังขึ้นภายในห้องทำงานของลูกสาวเจ้าของล้งที่ราตรีมักจะนำทุเรียนมาขายเป็นประจำทุกปี ทั้งให้ราคาดีและไม่มีการคดโกงตาชั่งสร้างความไว้ใจทำให้ทั้งสองกลายมาเป็นผู้ค้าขายกันอย่างยาวนานตั้งแต่ตอนที่พ่อของเธอเริ่มขายทุเรียนใหม่ ๆ ก๊อก ก๊อก ก๊อก"ของคุณราตรีเสร็จแล้วนะคะ"เลขาคนสนิทถือบิลชั่งน้ำหนักมาให้กับผู้เป็นเจ้านาย ซึ่งด้านหลังก็มีร่างสูงใหญ่ของไม้เดินตามเข้ามา"ตรงกันครับพี่ราตรี"บิลจดน้ำหนักจากไม้ยื่นมาให้กับพี่ราตรี ก่อนที่ร่างสูงใหญ่ของไม้กับเลขาคนสนิทจะเดินออกไป"ถึงเวลาแห่งความตื่นเต้นแล้วล่ะค่ะคุณราตรี""ค่ะ"ครืด ครืด ครืดเสียงเครื่องนับเงินดังขึ้นติดต่อกันอย่างต่อเนื่อง หญิงสาวมองธนบัตรสีเทาหลายร้อยใบที่ค่อย ๆ ถูกลำเลียงใส่ในกระเป๋าใบใหญ่หลังจ
ห้าปีผ่านไป ณ จังหวัดหนึ่งในทางตอนใต้ของประเทศไทย"เอ้า รับ"ตุบ ตุบ ตุบเสียงกระทบระหว่างผลทุเรียนลูกใหญ่ซึ่งถูกโยนลงมาจากที่สูงกระแทกเข้ากับกระสอบสีน้ำตาลที่รอรับจนเกิดเป็นเสียงที่ดังสนั่นลั่นสวนทุเรียนที่อยู่ห่างไกลจากบ้านผู้คน เสียงที่ดังสนั่นนั้นเป็นที่คุ้นชินของคนที่ทำงานในด้านนี้นั่นก็คือการรับตัดซื้อขายผลทุเรียนตามสวนของชาวบ้านที่ติดต่อเข้ามา และราตรีเธอก็คือหนึ่งในแม่ค้าที่เที่ยวตระเวนหารับซื้อทุเรียนจากสวยของชาวบ้านเพื่อนำไปขายต่อให้กับล้งที่รับซื้อขาย ตุบ"รับให้มันดี ๆ หน่อยสิวะ""โถ่พี่ราตรี นี่ผมก็รับดี ๆ แล้วนะ"เสียงของบ่าวตอบกลับราตรีเป็นภาษาท้องถิ่น ทำให้ร่างสวยที่ยืนอยู่บนต้นทุเรียนสูงใหญ่ต้องชะโงกหน้าออกมา ในมือของเธอถือมีดเล่มเล็กคมกริบที่ไว้ใช้สำหรับตัดทุเรียนโดยเฉพาะ"เถียงดีนักนะมึง สงสัยคงไม่อยากได้โบนัสของเดือนนี้สินะ""โถ่พี่ราตรี ผมพูดเล่น โยนลงมาเลยพี่เดี๋ยวครั้งนี้ผมจะรับให้มันดี ๆ "บ่าว ชายหนุ่มในวัยยี่สิบปีตั้งท่ามือทั้งสองข้างจับกระสอบสีน้ำตาลแน่น เงยหน้ามองลูกทุเรียนที่อยู่ในมือของราตรีที่กำลังจะถูกโยนลงมา"เอ้ารับ""ครับ"ตุบหลังของบ่าวเกร็งจนแทบจะ