เข้าสู่ระบบบริษัทโชติไพศาล เป็นบริษัทผู้ผลิตและส่งออกจิวเวอรี่ชั้นนำของเมืองไทย ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าจากทั่วทุกมุมโลก นอกจากนั้นยังสร้างแบรนด์เพชรเป็นของตัวเองอีกด้วย ทำให้ตระกูลนี้ร่ำรวยเป็นอันดับต้น ๆ ของเมืองไทย
ศรัณย์เดินเข้ามาในออฟฟิศด้วยอารมณ์ที่คุกรุ่น สีหน้าของท่านรองประธานในวันนี้ทำให้พนักงานต่างก็รู้สึกกลัว ไม่กล้าเข้ามาใกล้ เมื่อเขาเดินผ่านไปแล้ว ทุกคนต่างก็ส่งเสียงซุบซิบนินทา เพราะเมื่อวานเพิ่งจะแต่งงานมาหยก ๆ แต่ทำไมถึงดูเหมือนไม่มีความสุขเลย
มีเพียงคนเดียวที่เห็นอย่างนั้นแล้วยิ้มอย่างมีความสุข ‘เพลงดาว’ เลขาหน้าห้องคู่ใจ เดินถือถ้วยกาแฟเข้าไปในห้องหลังจากนั้นไม่นาน
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
“ขออนุญาตค่ะบอส”
“เข้ามาได้”
เพลงดาวเข้ามาแล้วก็ทำการล็อกประตูห้องทันที เดินถือถ้วยกาแฟตรงไปที่โต๊ะ วางลงตรงหน้าเขาก่อนจะเดินอ้อมไปด้านหลังเก้าอี้ ทำการนวดที่ไหล่ให้อย่างเบามือ
“ไปโมโหอะไรมาคะ”
“ก็เมียที่บ้านน่ะสิ”
“เพิ่งจะแต่งงานแท้ ๆ แต่ทำไมถึงได้เบื่อเร็วอย่างนี้ล่ะคะ เดี๋ยวเพลงนวดให้นะบอสจะได้รู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น”
“เธอก็รู้ว่าฉันโดนบังคับให้แต่ง ฉันไม่ชอบที่ยัยนั่นเป็นผู้หญิงหิวเงิน ที่น่าโมโหคือแม่ฉันเห็นดีเห็นงามไปด้วย ระวังเถอะจะโดนหลอกจนหมดตัวในสักวัน”
“ไม่เอานะคะ ไม่พูดถึงเรื่องนี้แล้วนะ เดี๋ยวก็สุขภาพจิตแย่หรอก”
“ก็มีแค่เธอนี่ล่ะที่เข้าใจฉัน”
“แน่นอนค่ะ เพลงรู้ใจบอสที่สุดในโลกแล้ว”
เจ้าหล่อนเดินอ้อมมาตรงหน้าอีกครั้ง ก่อนจะขึ้นไปนั่งบนตักท่านรองประธาน เลื้อยมือขึ้นไปกอดรัดต้นคอหนา ส่งสายตายั่วยวนจนศรัณย์เกิดความต้องการ เลื้อยมือไปวางหมับที่สะโพกงอนงาม บีบเคล้นแรง ๆ อย่างสะใจ
“ฉันอดใจไม่ไหวแล้วนะ” เขาดึงตัวเธอเข้ามาแนบชิด เอ่ยเสียงกระเส่าข้างใบหู
“เพลงจะทำให้บอสมีความสุขที่สุดเลยค่ะ” สายตาทั้งสองคู่สอดประสานกันอย่างหวานซึ้ง ดึงดูดให้ใบหน้าเคลื่อนเข้าใกล้กันเรื่อย ๆ
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
“ใครวะ!” กำลังจะจูบกันอยู่แท้ ๆ แต่ก็มีใครมาเคาะประตูห้องเสียก่อน เพลงดาวรีบลงมายืนจัดชุดให้เป็นปกติ
“ล็อกห้องทำไมวะไอ้ศรัณย์” เมื่อรู้ว่าเป็นใครเพลงดาวก็รีบเดินไปเปิดประตูให้ทันที
“อ้าว! นึกว่าอยู่คนเดียวซะอีก” ศรุตชะงักเล็กน้อยเมื่อเห็นเลขาหน้าห้องของลูกพี่ลูกน้องยืนอยู่ข้างประตู
‘ศรุต’ เป็นหลานชายแท้ ๆ ของอลงกรณ์ ทำงานในตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ อายุมากกว่าศรัณย์เพียงแค่หนึ่งปี ทำให้ทั้งสองพูดจาไม่ต่างจากเพื่อนรุ่นเดียวกัน เพราะสนิทกันมาตั้งแต่เด็กแล้ว
“เพลงออกไปก่อน”
“ค่ะบอส” เจ้าหล่อนส่งตาเปรี้ยวตาหวานให้ ก่อนจะเดินออกไปจากห้อง
ศรุตมองตามหลังไปพร้อมยิ้มมุมปาก เพราะรู้ดีว่าก่อนหน้านี้เกิดอะไรขึ้น
“มึงก็ให้เกียรติสถานที่หน่อยสิวะ แล้วอย่างนี้ลูกน้องคนอื่นจะศรัทธามึงได้ไง”
“เรื่องของกู แล้วมึงมาที่นี่มีธุระอะไร”
“กูเพิ่งบินมาถึงเมื่อเช้า เลยจะมาแสดงความยินดีกับมึงย้อนหลัง ตอนแรกกูคิดว่ามึงจะพาเมียไปฮันนีมูนซะอีก”
“คุณแม่บังคับแต่กูไม่ไป”
“เฮ้อ! กูรู้สึกสงสารเจ้าสาวมึงโคตร ๆ เลยว่ะ ถึงแม้ว่ามึงจะไม่ได้รักเธอ แต่ควรจะทำตัวเป็นผัวที่ดีบ้าง เพราะยังไงตอนนี้เธอก็เป็นเมียมึงแล้ว ไอ้เรื่องหากินนอกบ้านควรเลิกซะ โดยเฉพาะแม่เลขาหน้าห้องเนี่ย กูอายแทนว่ะเป็นขี้ปากชาวบ้านเขาไปทั่วเลย นึกถึงหน้าคุณลุงคุณป้าบ้าง”
“มึงไม่ต้องมาสอนกูเลย ขนาดแม่กูยังไม่เชื่อเลย”
“เออ ๆ ไอ้คนหัวรั้น กูจะรอดูวันที่มึงหลงเมียจนหัวปักหัวปำ วันนั้นกูจะหัวเราะให้ฟันร่วงเลยว่ะ”
“ไม่มีวันนั้นหรอกว่ะ กูไม่มีทางญาติดีกับผู้หญิงหิวเงินคนนั้นเด็ดขาด” คนพูดทำหน้าซีเรียสเมื่อเอ่ยถึงผู้หญิงคนนั้น
“กูชักจะอยากรู้แล้ว ว่าเมียมึงจะเป็นอย่างที่มึงว่าไหม เดี๋ยววันไหนว่าง ๆ กูจะไปทานข้าวเย็นที่บ้านด้วยละกัน” ว่าแล้วก็ล้วงอะไรออกมาจากกระเป๋ากางเกงแล้วโยนให้ “อ่ะของฝาก”
“อะไรวะ” ศรัณย์มองที่กลางโต๊ะแล้วหยิบขึ้นมาดู
“ถุงยางจากญี่ปุ่น บางจนรู้สึกเหมือนไม่ได้ใส่ เผื่อว่ามึงจะเอาไปใช้กับเมีย” ศรุตเอ่ยกลั้วขำ
“ไม่มีทางเหอะ ของอย่างนี้ต้องเอาไปใช้กับน้อง ๆ ที่ร้านว่ะ ขอบใจเว้ย จะเอาไปใช้คืนนี้เลย” คิดได้อย่างนั้นเจ้าตัวก็แสยะยิ้มอย่างพอใจ คืนนี้เขาจะไปเที่ยวให้หนำใจ ประชดประชันมารดาให้รู้ว่าเขาไม่ต้องการผู้หญิงที่หามาให้
“ไอ้ห่าเอาคืนมาเลย” ศรุตเอื้อมมือจะไปเอาคืนมา แต่อีกฝ่ายรีบนำลงไปเก็บไว้ใต้ลิ้นชักทันที
“ไม่มีทางโว้ยให้แล้วให้เลย”
“ที่กูให้ไม่ได้สนับสนุนให้มึงนอกใจเมียนะเว้ย”
“จะเรียกว่านอกใจได้ยังไง ในเมื่อกูกับผู้หญิงคนนั้นยังไม่ได้มีอะไรกันเลย แล้วก็จะเป็นอย่างนี้ไปตลอด จนกว่าเธอจะทนไม่ได้แล้วหอบข้าวหอบของออกจากบ้านไป” ศรัณย์ยิ้มเมื่อนึกถึงแผนการร้ายของตนเอง
“มึงแม่งโคตรใจร้ายว่ะ ถ้ามึงไม่เอาเดี๋ยวกูเอาเองก็ได้ ระดับคุณป้าหามาให้คงเป็นผู้หญิงที่เพียบพร้อมมากแน่ ๆ” ศรุตพูดติดตลก
“อยากได้ก็เอาไปเลยกูยกให้”
“ไอ้ห่ากูพูดเล่น คนอย่างมึงมันจะทนได้สักกี่น้ำวะ พออยู่ด้วยกันทุกวัน ๆ มีหรือที่เสือผู้หญิงอย่างมึงจะไม่เกิดอารมณ์”
“เกิดกูก็ห้ามตัวเองได้ว่ะ กูไม่อยากจะมีเมียแบบนี้จริง ๆ”
“กูจะรอดู ไม่ใช่ว่าอีกสองเดือนเมียมึงท้องป่องขึ้นมานะโว้ย” ศรุตขำ
“ถ้าป่องแสดงว่าไม่ใช่ฝีมือกูแน่ ๆ”
“พูดกับมึงแล้วกูปวดหัวว่ะ ถ้างั้นกูไปล่ะ”
“เออ ๆ จะไปไหนก็ไป” คนพูดปัดมือไล่ แล้วหยิบกล่องถุงยางอนามัยขึ้นมาดูให้ชัด ๆ อีกครั้ง กำลังคิดว่าคืนนี้จะไปใช้งานที่ไหนดี แต่ทว่าจู่ ๆ ภาพของลลิดาก็ฉายขึ้นมารบกวนความคิด แผ่นหลังขาวเนียน เนินอกเต่งตึงที่เห็นเมื่อคืนนี้ มันมารบกวนความสุขในใจ จนต้องสะบัดหัวเพื่อสลัดภาพนั้นออกไป
“เธอตามมาหลอกมาหลอนฉันถึงที่นี่เลยเหรอลลิดา” ศรัณย์กำมือแน่นด้วยความโมโห หวังว่าการไปท่องราตรี เล่นสนุกกับสาว ๆ จะทำให้เขาลืมภาพบ้า ๆ ในหัวพวกนี้ไปได้
ในขณะที่พ่อกับแม่กำลังจู๋จี๋กันอยู่นั้น เจ้าหนูศิรินที่นอนอยู่ตรงกลาง ก็มองหน้าคนทั้งสองสลับไปมาอยู่อย่างนั้น“แน่นอน เพราะฉันรู้ว่าในหัวคุณคิดแต่เรื่องใต้สะดือ ขนาดมีลูกแล้วยังหื่นไม่เลิก ทำตัวเหมือนเสือที่ตายอดตายอยากมาเป็นสิบ ๆ ชาติซะอย่างนั้น” ตอนนี้ลลิดาไม่ใช่คนที่เอาแต่เงียบ และยอมรับฟังสามีเพียงฝ่ายเดียว แต่เธอกล้าที่จะพูด กล้าที่จะแสดงความคิดเห็น กล้าที่ต่อล้อต่อเถียงกับเขา ทำให้ชีวิตคู่มีรสชาติมากขึ้น“ยังไม่ชินอีกเหรอ ก็เห็นให้ความร่วมมือด้วยตลอดนี่นา ครางเสียงดังจนนางเอกหนังเอวีต้องยอมแพ้” คนพูดหรี่ตามองอย่างมีเลศนัย ยิ้มมุมปากราวกับเป็นผู้กุมความลับเธอเอาไว้“หุบปากเดี๋ยวนี้เลยนะ เดี๋ยวใครก็มาได้ยินเข้าหรอก อย่างน้อยก็หัดอายลูกบ้าง” ลลิดาลุกขึ้นนั่งแล้วชี้หน้าผู้เป็นสามีอย่างเอาเรื่อง ก่อนจะกวาดสายตามองไปรอบตัว“จะอายใครครับ ที่นี่บ้านพักตากอากาศส่วนตัว ไม่มีใครเข้ามาได้ยินหรอก”“ก็คุณพ่อคุณแม่ยังไงล่ะ ถ้าท่านได้ยินฉันคงจะอายมาก”“แอ้!”ศรัณย์ได้แต่ยิ้มกวน ๆ แล้วหันไปสนใจลูกสาวที่กำลังส่งเสียงร้อง “ศิรินร้องทำไมคะ หนูเห็นด้วยกับพ่อใช่ไหมเอ่ย” ประจวบเหมาะกับที่เจ้าหนูน้อยยิ
ค่ำคืนแห่งแสงสีในย่านบันเทิงใจกลางเมืองหลวง นักท่องเที่ยวหลากหลายเชื้อชาติ ต่างก็ทยอยเข้ามาหาความสำราญในผับชื่อดัง ท่ามกลางแสงสีเสียงอันตื่นตา บรรดานักท่องราตรีต่างก็สนุกกันอย่างสุดเหวี่ยง โยกย้ายเข้ากับจังหวะเพลงสากลที่ดีเจกำลังเปิดแต่อีกมุมหนึ่ง...“ขอชนแก้วหน่อยได้ไหมครับคนสวย”“ได้สิคะ”แกร๊ง!เขาและเธอต่างก็จ้องตากันอย่างหวานซึ้ง ในขณะจิบไวน์สีเลือดนกอยู่ที่หน้าเคาน์เตอร์บาร์ เรือนร่างอรชร ผิวขาวเนียนตัดกับชุดเดรสสั้นเกาะอกสีดำ ทำให้เธอดูมีเสน่ห์น่าค้นหาในสายตาชายหนุ่ม เป็นดาวเด่นที่ใคร ๆ ต่างก็อยากเข้ามาทำความรู้จัก“ไม่ทราบว่าคุณชื่ออะไรครับ ผมต่อ ยินดีที่ได้รู้จัก”“เพลงค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันค่ะ”“แล้วนี่มาคนเดียวเหรอครับ”“ค่ะมาคนเดียว แล้วคุณล่ะ”“ผมก็มาคนเดียวเหมือนกันครับ สวย ๆ อย่างคุณมาคนเดียวอย่างนี้แฟนไม่หวงแย่เหรอครับ” เขาว่าพลางส่งสายตากรุ้มกริ่มมาให้เธอ“โทษทีนะคะ ฉันไม่มีแฟน โสดร้อยเปอร์เซ็นต์”“แสดงว่า...คืนนี้ผมชวนคุณดื่มได้ทั้งคืนเลยใช่ไหม” ชายหนุ่มเอื้อมมือมาลูบไล้ที่ต้นขาขาวเนียน ลองเสี่ยงดวงว่าอีกฝ่ายจะตอบรับอย่างไร“ได้สิคะถ้าเงินคุณหนาพอ พูดแค่นี้คุณ
ลลิดายอมเปลี่ยนอิริยาบถ เอียงหน้าซบแก้มขาวที่หมอนนุ่ม หลับตารอรับการสัมผัสจากชายหนุ่ม ชุดนอนที่เธอสวมใส่นั้นเป็นเดรสยาวสายเดี่ยวสีขาว เมื่อเนื้อผ้าบางแนบกับผิวกาย ทำให้มองเห็นเนื้อหนังมังสาได้อย่างถนัดตาเลยทีเดียวเห็นอย่างนั้นศรัณย์ก็กลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ พยายามระงับอารมณ์หื่นของตัวเอง โดยการนับหนึ่งถึงสิบในใจ“จะเริ่มหรือยังคะ”“อ้อ ระ...เริ่มเดี๋ยวนี้ล่ะ” มืออันสั่นเทาเลื้อยลงไปสัมผัสที่แผ่นหลังผ่านเนื้อผ้าบางเบา ชายหนุ่มค่อย ๆ ออกแรงบีบนวดที่ผิวกายของเธอ“อืม คุณนี่ก็เก่งเหมือนกันนะ รู้สึกดีจังเลยค่ะ” เจ้าหล่อนหลับตาพริ้มอย่างรู้สึกผ่อนคลาย“เห็นไหมล่ะบอกแล้วว่าฉันนวดเก่ง”ศรัณย์พยายามห้ามความต้องการแต่กลับทำไม่ได้ เมื่อส่วนที่อยู่กลางกายเริ่มแข็งตัว จนบ๊อกเซอร์ตัวน้อยตุงขึ้นมา จนต้องละมือข้างหนึ่งมากุมเอาไว้“มึงจะมาแข็งอะไรตอนนี้วะ” ศรัณย์บ่นให้กับลูกชายเองเบา ๆ“อะไรนะคะ”“ปะ...เปล่าไม่มีอะไร เป็นไงโอเคไหม”“โอเคมากเลยค่ะ นวดให้ฉันอย่างนี้ทุกคืนเลยได้ไหม”“ได้สิถ้าเธอต้องการ เอาวะเป็นไงเป็นกัน” ในเมื่อห้ามความต้องการของตัวเองไม่ได้ ศรัณย์ตัดสินใจเผด็จศึก โน้มตัวลงไปทับทาบร่างบา
พักฟื้นที่โรงพยาบาลได้สักพัก ลลิดาก็ออกมาพักฟื้นต่อที่บ้าน คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ต่างก็ช่วยกันดูแลลูกน้อยอย่างแข็งขัน แม้ว่าการเลี้ยงดูเด็กทารกนั้นจะเหนื่อย แต่ทว่าทั้งสองกลับมีความสุขมาก มองข้ามความเหนื่อยล้านั้นไปได้ เมื่อเห็นความน่ารักสดใสของ ‘ศิริน’ ลูกสาวสุดที่รัก“อุแว๊ ๆ ๆ”“ทำไมปล่อยให้ลูกร้องเสียงดังขนาดนั้นคะคุณ” ลลิดาเอ่ยถามผู้เป็นสามี เมื่อเดินออกมาจากห้องน้ำ แล้วได้ยินเสียงลูกสาวร้อง“ไม่รู้เหมือนกันจู่ ๆ ก็ร้องอ่ะ” คนเป็นพ่อพยายามหยอกลูกสาวเพื่อให้หยุดร้อง แต่ทว่ากลับไม่ได้ผลเสียที“สงสัยคงจะหิวนมมั้ง เอาลูกมานี่” เจ้าหล่อนยื่นมือไปรับลูกสาวมาอุ้มไว้เอง“อุแว๊ ๆ ๆ”“โอ๋ ๆ ไม่ร้องนะหนูรินคนดีของแม่”ศรัณย์ได้แต่นั่งมองตาแป๋วอยู่ข้าง ๆ อย่างตั้งใจ ส่วนตอนนี้ลลิดาถลกเสื้อขึ้นไปกองไว้บนเนินอกเพื่อให้ลูกสาวดื่มนมได้สะดวก“สงสัยจะหิวนมแน่ ๆ ดูสิดูดใหญ่เชียว” ศรัณย์ว่าพลางจ้องมองอย่างตั้งใจลลิดาก้มมองลูกสาวดื่มนมอย่างเอ็นดู ทว่าในตอนนี้กลับไม่ได้ยินเสียงสามี จึงเงยหน้าขึ้นมามอง เห็นศรัณย์จ้องมองที่เนินอกตนเองอย่างตั้งใจ แถมยังกลืนน้ำลายตามไปด้วย แค่นั้นก็รู้แล้วว่าอีกฝ่ายกำลังคิด
7 เดือนต่อมา…“อุแว้ ๆ ๆ”“ยินดีด้วยนะคะคุณพ่อ ลูกสาวคุณน่ารักมากค่ะ” พยาบาลกล่าวแสดงความยินดี พร้อมทั้งอุ้มทารกตัวน้อยที่เพิ่งจะคลอด มาให้ผู้เป็นพ่อที่ยืนให้กำลังใจภรรยาอยู่ข้างเตียง“ขอบคุณครับ ลูกพ่อน่ารักน่าชังเหลือเกิน”ศรัณย์ยิ้มไม่หุบ รับลูกน้อยมาอุ้มไว้เอง เห็นความน่ารักของเจ้าตัวน้อยน้ำตาก็ไหล ในที่สุดวันที่เขารอคอยก็มาถึงเสียที“ลูกเราน่ารักมากเลยดาดูสิ” ชายหนุ่มอุ้มลูกสาวมาให้ภรรยาดูใกล้ ๆ“ลูกแม่ ฮึก น่ารักเหลือเกิน” ลลิดาน้ำตาไหลพราก ยิ้มอย่างมีความสุข เอื้อมมือไปสัมผัสที่แก้มอย่างทะนุถนอม มองหน้าลูกสาวสลับกับสามีด้วยความปลาบปลื้มใจ ก่อนที่ภาพทุกอย่างจะพร่ามัวขึ้นเรื่อย ๆ จนทุกอย่างดับลงไปในที่สุด...........เปลือกตาสวยขยับแล้วเปิดขึ้นช้า ๆ ทำให้ภาพของเพดานห้องที่ไม่คุ้นตาชัดขึ้นเรื่อย ๆ ลลิดาไม่รู้ว่าตัวเองหลับไปนานเท่าไหร่ แต่ก็พอจะรู้ว่าตอนนี้ตนเองอยู่ในห้องพักฟื้นในโรงพยาบาล เอียงหน้าไปทางซ้ายเล็กน้อย ก็เห็นใครบางคนนั่งฟุบหน้าหลับอยู่ข้างเตียง“คุณศรัณย์คะ”“...”เมื่อเรียกแล้วเขาไม่ยอมตื่น จึงปล่อยให้นอนหลับต่อไป เธอทำได้เพียงมองแล้วยิ้มให้กับความน่ารักของสามี เอื้อ
มือเรียวข้างหนึ่งถูกศรัณย์จับเอาไว้ ส่วนอีกข้างเธอลูบไล้ที่พวงแก้มเขาอย่างทะนุถนอม ส่งสายตาพร้อมกับรอยยิ้มหวาน ๆ ทำให้ภายในห้องอบอวลไปด้วยบรรยากาศที่สุดแสนจะโรแมนติก“ขอบคุณนะ ที่ดูแลฉันเป็นอย่างดีช่วงที่อยู่ในโรงพยาบาล”“ไม่เห็นจะต้องขอบใจ มันคือหน้าที่ของฉันอยู่แล้ว”“รู้ไหมว่าการที่ได้แกล้งนอนนิ่ง ๆ ฟังเธอบอกว่ารักทุกวัน มันมีความสุขมากแค่ไหน จนฉันไม่อยากจะลืมตาขึ้นมาเลยล่ะ”“คนบ้า ทำอะไรพิเรนทร์เสียจริง รู้ไหมว่าฉันเป็นห่วงคุณมากแค่ไหน”“รู้สิครับ ทำไมจะไม่รู้ล่ะ ก็มาเฝ้าไม่เคยห่างเลย แถมยังแอบจุ๊บเหม่งเค้าอีกด้วย แล้วตอนนี้ไม่ทำแล้วเหรอครับ” ศรัณย์ทำเสียงอ้อน“ไม่เอาหรอก น่าอายจะตาย ถ้ารู้ว่าคุณรู้สึกตัวฉันจะไม่มีวันทำอย่างนั้นเด็ดขาด”“นะครับ อยากให้ทำ”“โอเค ๆ ทำก็ได้ หลับตาก่อนสิคะ”ศรัณย์ยิ้มแล้วรีบหลับตาลง รออย่างใจจดใจจ่อ เห็นอย่างนั้นลลิดาก็ขำ โน้มใบหน้าลงไปจุมพิตที่กลางหน้าผาก แต่ทว่าในช่วงจังหวะนั้น ศรัณย์กลับไม่ยอมให้เธอละใบหน้าออกมา ยกมือขึ้นไปรั้งที่ต้นคอ บดจูบริมฝีปากบางอย่างดูดดื่ม ให้สมกับที่รอคอยมานาน ส่งปลายลิ้นเข้าไปสอดประสานกันอย่างสนุกนาน ได้ลิ้มลองรสชาติความห
ความเครียดในช่วงหลายวันที่ผ่านมา ทำให้ลลิดาลืมไปว่าวันนี้คือวันเกิดของตัวเอง การได้เห็นศรัณย์ฟื้นขึ้นมาแล้วยิ้มให้ มันถือว่าเป็นของขวัญวันเกิดที่ดีที่สุดในชีวิตแล้ว“หมดทุกข์หมดโศกสักทีนะลูกรักของแม่ ขอให้ดาและหลานของแม่สุขภาพแข็งแรง คิดสิ่งใดก็ขอให้สมดังปรารถนานะจ๊ะ แม่รักดานะ”“ขอบคุณค่ะแม่ ดาก็ร
“ถ้าอย่างนั้นฉันขอให้แกโชคดีนะ ขอให้พ่อกับแม่ยอมรับในตัวแกและแฟนของแกด้วย” ลลิดาส่งรอยยิ้มแห่งความปรารถนาดีให้ พร้อมกับตบไหล่เพื่อนเบา ๆ“ขอบใจมากเพื่อน ว่าแต่แกเถอะตอนนี้รู้สึกดีขึ้นหรือยัง”“ฉันไม่มีวันรู้สึกดีขึ้นหรอก จนกว่าคุณศรัณย์จะฟื้น” แววตาของเธอเศร้าลงทันที หันไปมองหน้าคนป่วยที่นอนหลับตาอ
“ทำไมคุณดาดูเหมือนมีเรื่องโกรธผม มีอะไรพูดมาตรง ๆ ได้เลยนะครับ” ในที่สุดศรุตก็ตัดสินใจเอ่ยถามความจริง ไม่อยากคิดเพียงฝ่ายเดียวอีกแล้ว“จริง ๆ ฉันก็ไม่อยากจะพูดหรอกนะคะ เพราะถึงพูดไปก็กลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้” เจ้าหล่อนถอนหายใจอย่างรู้สึกอึดอัด จึงอยากจะเคลียร์ให้มันจบ ๆ ไป“คุณดาหมายความว่ายังไง ไปรู้
“ในโลกนี้ยังมีผู้ชายอีกตั้งเยอะที่ดีกว่าฉัน เธอลองเปิดโอกาสให้คนอื่นเถอะนะ เรื่องของเรามันเป็นไปไม่ได้แล้วจริง ๆ ฉันแต่งงานมีลูกมีเมียแล้ว ไม่มีทางที่จะไปคบกับเธอได้อีกแล้ว” ศรัณย์พยายามพูดอย่างใจเย็น“ถ้าไม่ใช่บอสเพลงขอตายดีกว่า” เพลงดาวล้วงเอามีดสั้นออกมาจากกระเป๋ากางเกง ขึ้นมาจ่อที่คอตัวเองทันที







