Mag-log inรับรู้แค่รสจูบที่แสนร้อนแรง และกายแกร่งที่บดเบียดทำให้เธอร้อนผ่าว ยากจะต้านทาน ลีน่าจึงขยับริมฝีปากตอบรับจูบอันดูดดื่มของเขาจากนั้นทุกอย่างก็ไปอย่างรวดเร็ว ร่างกายอ่อนนุ่มของเธอถูกรุกรานจากมือใหญ่ ลูบไล้ไปทั่ว โดยเฉพาะทรวงอกนุ่มหยุ่น แถมยังใจร้อน ถอดเสื้อผ้าเธอออกจากกายอย่างว่องไว แล้วครอบครองทรวงอกอวบของเธอด้วยริมฝีปาก และตวัดลิ้นไล้ไปทั่วทรวง จนเธอกายสั่นสะท้านปล่อยใจล่องลอยไปกับสัมผัสอันแสนรัญจวนนั้นก่อนจะหวีดร้องอย่างซ่านสยิวเมื่อเขาแตะต้องกึ่งกลางลำตัว ทั้งจากนิ้วแกร่ง ตามด้วยริมฝีปากและปลายลิ้นชื้น ทั้งตวัดไล้เลียและสอดเข้าโพลงลึก จนพาเธอไปสุดสุขสม ก่อนที่เขาจะตามเข้ามาสอดแท่งร้อนผ่าวเข้ามาโจนจ้วงแนบชิด กระแทกกระทั้นจนเธอร้องครวญครางประสานเสียงห้าวทุ้ม ก่อนเขาจะพาเธอไปถึงปลายทางของความสุขสมอีกครั้งลีน่าขยับตัวเมื่อรู้สึกว่าคนข้างกายกำลังจะลุกจากเตียง“ตื่นแล้วเหรอคะ”เขาไม่ตอบ แต่ลุกเดินเข้าห้องน้ำ กลับออกมาก็แต่งตัว หมุนตัวจะเดินไปยังประตู“ไม่คิดจะคุยกันหน่อยเหรอคะ” เธอถามพร้อมกับลุกขึ้นนั่ง โดยไม่ลืมเอาผ้านวมคลุมร่างเปลือยเปล่าไว้“เมื่อคืนฉันเมามาก แต่มันก็แค่วันไนท์ไม่ใ
ให้อารมณ์ชั่ววูบนำทาง สี่เดือนก่อน...เมื่อผลักประตูห้องพักของโรงแรมเข้ามาได้ ลีน่าก็ใช้แรงเฮือกสุดท้าย พยุงชายหนุ่มที่อยู่ในสภาพเมาแอ๋ แต่ยังดีพอจะเดินได้ พอก้าวมาถึงจุดหมาย ซึ่งคือเตียงนอน เธอก็ทิ้งเขาไปอย่างหมดแรง ก่อนจะทิ้งตัวลงนอนข้างๆ หายใจหอบเหนื่อย เรียกว่าใช้แรงที่มีทั้งชีวิตไปหมดแรง ก็ไม่แปลกหรอก เพราะผู้ชายตัวสูง น่าจะถึง 185 ซม. กับผู้หญิงร่างเพรียวบางที่สูงแค่ 168 ซม. กับการพยุงเขาจากไนท์คลับของโรงแรมมาถึงห้องพัก จะว่าฉวยโอกาสตอนเขาเมาก็ยอมรับเพราะกริช ทิวารุ่งเรือง คือเป้าหมายและนิยามคำว่าคู่ชีวิของเธอ ที่เธอเลือกสรรแล้วว่าดีที่สุดในเวลานี้เธอได้รับการแนะนำให้รู้จัก ด้วยการขอร้องพีช อดีตเพื่อนร่วมคณะ แค่ไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา ในงานเลี้ยงฉลองการแต่งของนิสรากับกรรณเธอรู้มาว่าเขาแอบชอบนิสรา และกำลังจะได้นิสรามาเป็นเลขาส่วนตัว โดยที่ไม่รู้มาก่อนว่านิสรานั้นมีคนรักอยู่ก่อนแล้วแต่กริชก็ยังทำใจกล้ามางานแต่งของนิสราและกรรณ ซึ่งเจ้าบ่าวก็ดันเป็นเพื่อนสนิทของไกร น้องชายของเขาเสียด้วยแต่พออาฟเตอร์ปาร์ตี้ เห็นความหวานและความสนุกสุดเหวี่ยงของคู่บ่าวสาว กริชก็เดินออกจากห้อง
“ถึงจะชอบยังไง ปริมก็คงไม่กล้าอ่อยแล้วล่ะคะ เมียคุณท่าทางเอาเรื่องเหมือนกันนะคะ”“อ๋อ ครับ เห็นจืดๆ แบบนั้น บทจะเอาเรื่องก็น่ากลัวครับ คราวก่อนเอาน้ำปลาร้าไปสาดหน้าผู้หญิงที่มาอ่อยผมที่ตลาด” ขอโทษด้วยนะเมียจ๋า ที่แต่งเรื่องใส่ร้ายเมียจ๋าเกินไป“เหรอคะ” ปริมพึมพำ ทำหน้าหวาดหวั่น หากภรรยาเขาบุกมาสาดน้ำปลาร้าใส่เธอที่คาเฟ่ นอกจากจะอับอายแล้ว คาเฟ่ของเธอคงเหม็นคุ้งไปหมด นั่นเท่ากับไล่ลูกค้าออกจากร้าน ที่สำคัญชื่อเสียงของเธอคงเหม็นหึ่งพอๆ กับน้ำปลาร้าปริมคิดว่าตัวเองไม่ควรเสี่ยงกับเรื่องแบบนี้ อุตส่าห์ทำร้านเพื่อหาเลี้ยงชีพตนเองและครอบครัวทั้งสองก็หยุดสนทนาแค่นั้น เมื่อเด็กๆ เดินออกมาจากอาคารเรียน ทักทายนุ่มนิ่มแล้วก็พาลูกสาวกลับบ้านเมื่อส่งตัวลูกสาวให้พี่เลี้ยงดูแลต่อ เขาก็บึ่งรถไปที่ไร่ทันที“เป็นไงบ้าง” เมื่อผลักประตูทำงานเข้าไป ภรรยาก็ถามขึ้นทันที“คืองี้...” แล้วเขาก็บอกทุกอย่างที่คุยกับปริมให้ภรรยาฟัง รวมทั้งการแต่งกายของอีกฝ่ายที่เรียบร้อยขึ้น“นี่พี่เนสก็พูดใส่ร้ายเกดแรงไปหรือเปล่า” ในชีวิตนี้ไม่เคยคิดสู้รบปรบมือกับผู้หญิงคนไหนเลย อยู่มาได้เพราะสามีรักอย่างเดียวเลย“แต่ได้ผลนะ พอ
“เป็นไงบ้าง” นริศถามขึ้นเมื่อเธอเดินเข้ามาในห้องนั่งเล่น ขณะลูกสาวถูกพี่เลี้ยงพาไปอาบน้ำ“ก็พูดทุกอย่างที่อยากจะพูดแล้วละ จะฟังหรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ฉันแค่ไม่อยากให้เขาทำอะไรน่าเกลียด เพราะดูแล้วลูกเรากับนุ่มนิ่มเข้ากันได้ดี ฉันอยากให้ลูกมีเพื่อนดีๆ ตอนอยู่โรงเรียน ถ้าผู้ใหญ่ทะเลาะกันมันคงไม่ดีแน่”นริศพยักหน้ารับ แล้วเขาก็ชวนคุยเรื่องอื่น เพราะไม่อยากให้ภรรยาไปครุ่นคิดกับเรื่องของปริม เพราะไม่ว่าอีกฝ่ายจะพูดหรือทำอะไร ก็ไม่มีผลกับเขาอยู่แล้ว“วันจันทร์พี่เนสลองไปรับลูกดีไหม”“เอางั้นเหรอ”“เกดอยากรู้ว่าปริมจะมีท่าทียังไง หลังจากนี้”“งั้นก็ลองดูเมื่อตกลงแบบนั้นแล้ว ในวันจันทร์นริศก็ไปรับลูกสาว โดยมาก่อนเวลาประมาณสิบห้านาที ร่นระยะรอลงมาจากปกติที่มาก่อนลูกเลิกเรียนครึ่งชั่วโมงเขารู้สึกแปลกใจที่เห็นปริมแต่งตัวเรียบร้อยกว่าทุกครั้ง วันนี้เจ้าตัวใส่กางเกงยีนส์ขายาวสีน้ำเงิน และเสื้อยืดตัวหลวม คอเสื้อไม่ควานลึก เขามองเธอด้วยความสงสัย ซึ่งเจ้าตัวก็ยิ้มตอบ พลางทักทายน้ำเสียงร่าเริง“สวัสดีค่ะคุณนริศ”“สวัสดีครับ” เขาทักทายตอบตามปกติ“เมื่อวันเสาร์คุณน่าจะไปคาเฟ่กับหนูแก้วแ
ตอนพิเศษ : ผู้หญิงจืดๆ บ่ายสามโมงของบ่ายวันเสาร์ เกศสิริพาลูกสาวไปคาเฟ่ของปริม ที่อยู่ห่างจากบ้านไปราวสิบกิโลฯดูจากอาคารชั้นเดียวสีขาวสะอาด และการตกแต่งก็รู้ว่าเพิ่งเปิดมาได้ไม่กี่เดือน“ปกติปริมอยู่กรุงเทพฯ เพิ่งย้ายกลับบ้านเกิดเมื่อครึ่งปีนี่เองค่ะ” ปริมเริ่มต้นพูดคุย ขณะปล่อยให้หนูแก้วกับนุ่มนิ่มเล่นชิงช้าที่สวนหย่อมของบริเวณคาเฟ่ เพิ่งร้านเพิ่งเปิดไม่นาน แขกในร้านจึงมีค่อนข้างน้อยซึ่งด้านหน้าเป็นคาเฟ่ แต่พื้นที่ด้านหลังเป็นบ้านหลังใหญ่ของครอบครัว ที่ตอนนี้มีเพียงเธอกับพี่สาวและหลานสาวเท่านั้น พ่อแม่เสียไปหลายปีก่อน ส่วนพี่สาวเพิ่งเลิกรากับสามีไปเธอเองก็เพิ่งเลิกกับแฟน เพราะเขานอกใจ นั่นคือสาเหตุที่เธอกลับมาอยู่บ้านเกิด“ทำไมถึงย้ายกลับล่ะคะ”“เบื่อกรุงเทพฯ ค่ะ”“ก็ดีนะคะได้กลับมาอยู่กับครอบครัว ขอโทษนะคะ ว่าแต่คุณปริมแต่งงานหรือยัง”“ยังค่ะ”“สวยขนาดนี้ยังโสดได้ยังไงคะ” เกศสิริพูดจากใจจริง“ก็ไม่ได้อยากโสดหรอกค่ะ แต่พอดีเพิ่งเลิกกับแฟน”“อ๋อ แบบนี้นี่เอง แต่คุณสวยขนาดนี้ คงโสดไม่นานหรอกค่ะ”“ค่ะ ฉันก็ว่าแบบนั้น” ปริมตอบพร้อมยิ้มมุมปาก“แต่ถ้าจะอยากได้สามีคนอื่นมาเป็นแฟน มันคงไ
“ว่า...”“น้าปริม คือคนที่อ่อยพี่”“ห๊า!”“อือ วันนี้ทำนมหกใส่พี่ด้วย”“อะไรนะ!” เกศสิริร้องขึ้นอย่างตกใจ ไม่คิดว่าจะมีผู้ปกครองทำพฤติกรรมน่ารังเกียจในโรงเรียน“ยื่นนามบัตร พร้อมกับก้มต่ำจนนมหกมาครึ่งเต้ามั้ง”“พี่ดูชัดขนาดนั้น!” เกศสิริเผลอทำเสียงค่อนขอด“แป๊บหนึ่งเท่านั้น”“งั้นพี่ไม่ต้องไปรับลูกแล้วนะ เกดไปเอง” ทำขนาดนี้ก็อย่าหวังจะได้เจอสามีของเธออีก“แล้วเกดยังบอกหนูแก้วว่าจะพาไปคาเฟ่อีก”“แล้วทำไมพี่ไม่สะกิดเกดล่ะ รับปากลูกไปแล้วด้วย”“ก็กลัวลูกสงสัย ท่าทางลูกชอบนุ่มนิ่ม และน้าปริม ด้วยนะ ก็แหงสิ ทำขนมอร่อยอีก”“ไม่เป็นไร เกดจะพาลูกไปคาเฟ่เอง พี่ไม่ต้องไป อยากไปดูหน้าซะหน่อยสิ สวย หุ่นดี นมใหญ่แค่ไหน ถึงมากล้าอ่อยผัวเกด!”เป็นครั้งแรกที่เกศสิริอารมณ์ขึ้นกับผู้หญิงที่มาอ่อยสามี นั่นเพราะสถานการณ์นี้มีลูกสาวมาพัวพันด้วย“ท่าทางลูกเราก็เหมือนจะชอบเขาอยู่นะ” นริศว่า“ก็ลูกเป็นเด็ก ไร้เดียงสา เรื่องปกติที่มีใครดีด้วยก็ดีตอบ ถ้ารู้ว่าน้าปริมจะมาแย่งพ่อจากแม่ดูสิ รับรองเลิกชอบแน่นอน”“เกดจะบอกลูกเหรอ”“ไม่หรอกค่ะ เรื่องแค่นี้เกดจัดการได้ ตราบใดที่พี่ไม่เล่นด้วย ใครก็แย่งพี่เนสจากเกดไม







