Share

10

last update Petsa ng paglalathala: 2026-10-27 13:16:18

ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บริเวณผู้โดยสารขาออก

​ร่างเพรียวในชุดสีดำทันสมัย ของสตรีสาวนางหนึ่ง ก้าวเดินอย่างมั่นใจด้วยทีท่าและบุคคลิกที่น่าจับตามอง เธอมองกวาดสายตาไปทั่วบริเวณ เพื่อมองหาบุคคลที่มารับ สายตาสะดุดกับชายร่างสูงในชุดสูททำงานสีครีม เขาโบกมือให้เธอ พร้อมกับรอยยิ้ม

​“รอนานไหมคะ นิกซ์”

เธอถอดแว่นกันแดดออกเหน็บไว้ง่ายๆ ตรงคอเสื้อ นัยน์ตากลมโตล้อมกรอบด้วยแพขนตางอน มองเขาอยู่ด้วยนัยน์ตาเปล่งประกาย หิรัญมองกวาดไปทั่วใบหน้าเรียวรูปไข่ ปฏิเสธไม่ได้ว่าผู้หญิงตรงหน้าเป็นคนสวยมาก สวยเหมือนเจ้าหญิง ด้วยหน้าตาผิวพรรณ และบุคคลิกของเธอ ปริณาห์ หงษ์สธร

​“ไม่นานหรอกครับ”

​“ไปรับเจ้านีโมมาให้ริน่าด้วยหรือเปล่าคะ”

เธอถามถึงสุนัขตัวโปรดที่ถูกส่งมาทางเครื่องบิน ก่อนที่เจ้านายจะตามมาภายหลัง ปริณาห์ไปอยู่ฝรั่งเศสมาเกือบสามปี เพราะตามคู่หมั้นหนุ่มไปอยู่ที่นั่น แต่เมื่อเธอถอนหมั้นจากเขา ปริณาห์ก็ทิ้งทุกอย่างไว้ แล้วกลับมาเมืองไทยเงียบๆ

​“เรียบร้อยสิครับ ดีใจจริงๆ ที่ริน่าติดต่อมา ผมรู้สึกภูมิใจที่ริน่ายังคงเห็นผมเป็นเพื่อน”

หิรัญมองใบหน้าหวานซึ้งนั่นด้วยสายตาเป็นประกาย ปริณาห์ยิ้มเยือนตอบเขา เธอชอบบริหารเสน่ห์ตนเองเพราะมั่นใจในรูปร่างหน้าตาอันงดงามที่พระเจ้าประทานให้ ไม่มีผู้ชายที่ไหนกล้าที่จะปฏิเสธเธอ แม้แต่คู่หมั้นของเธอรายล่าสุด เธอนี่แหละที่สะบัดทิ้งเขาอย่างไม่ไยดี เมื่อรู้ว่าชีวิตของเขาเริ่มมีปัญหา ทุกสิ่งสำหรับเธอต้องเป็นของชั้นหนึ่ง เมื่อมันไม่ได้มาตรฐานนั้นแล้ว ปริณาห์ก็ไม่อยากจะครอบครอง

​“ริน่าสิคะต้องดีใจ ที่นิกซ์ยังยอมพูดคุย แล้วก็ดีกับริน่าเหลือเกิน”

มือของเธอทาบที่แขนของเขา หิรัญยิ้มน้อยๆ แล้วทาบมือของตนลงไปบนมือนุ่ม

​“เราไม่มีอะไรต้องโกรธกันนี่ครับ”

​“นั่นสิคะ”

เธอหัวเราะเบาๆ แล้วเอียงหน้าลงกับแขนเขา หิรัญพาเธอไปยังบริเวณลานจอดรถ พาเธอขึ้นรถคันหรูไปส่งยังคอนโดมิเนียมที่ตนเป็นคนจัดหาไว้ให้กับปริณาห์ ก่อนที่หญิงสาวจะกลับมาเมืองไทย

​หมาน้อยพันธุ์ชิสุ วิ่งกระดิกหางฟูๆ ของมันเข้าหาเจ้านายสาวทันทีเมื่อเห็นหน้า ปริณาห์ร้องกรี๊ดกร๊าดดีใจเมื่อได้เจอสุนัขตัวโปรด หิรัญอาสาเอากระเป๋าไปเก็บให้เธอ และชวนเธอดูความเรียบร้อยของคอนโดที่เขาตระเตรียมไว้ให้ ทุกสิ่งตกแต่งไว้อย่างรู้รสนิยมเธอ ปริณาห์ยิ้มอย่างพอใจกับสิ่งที่เห็น

​“ขอบคุณอีกครั้งนะคะนิกซ์ ทุกอย่างเพอร์เฟกต์มากค่ะ”

​“ยินดีที่ได้รับใช้ครับ ผมขอตัวก่อนนะครับริน่า มีธุระที่ออฟฟิศ ต้องไปเคลียร์งาน เสียดายที่ติดงาน ไม่อย่างนั้นผมจะชวนริน่าไปหาอะไรอร่อยๆ กินเป็นการต้อนรับการกลับมาเมืองไทย”

​“น่ารักจริงๆ มายฮันนี่”

ร่างเพรียวของหญิงสาวสวยโถมมากอด แล้วจุ๊บแก้มเขาเบาๆ หิรัญยืนนิ่ง แล้วหัวเราะ เขาลูบข้างแก้มข้างที่ถูกเธอจูบเอาเบาๆ ปริณาห์สั่นหน้าน้อยๆ แล้วเอ่ยเสียงกลั้วหัวเราะ

​“ไม่ต้องถูหรอกค่ะนิกซ์ ไม่มีรอยลิปหรอกค่ะ ลิปสติกยี่ห้อนี้จูบไม่หลุด รับรองว่าไม่ติดสีไปให้สาวๆ ของนิกซ์ต้องโมโหหึงแน่นอน”

​“หึๆ ไปก่อนนะครับ”

เขาบอกลาเธออีกหน ปริณาห์มาส่งเขาที่ประตูพร้อมกับเจ้าหมาน้อยในอ้อมแขน หิรัญมองหน้างดงามนั้นอีกหน เธอสวยดูอ่อนวัยกว่าอายุจริง ทั้งที่อายุมากกว่าเขาสามปี

​สวย ฉลาด ชาติตระกูลดี

​โปรไฟล์ของอดีตพี่สะใภ้ช่างดูดีนัก ต้องเรียกแบบนั้น ก่อนที่ปริณาห์จะหันหลังให้กับทีปต์ ในวันที่เขาประสบอุบัติเหตุ ทำร้ายหัวใจทีปต์จนยับเยิน คุณอารยาประกาศก้องว่าเธอเกลียดหน้าปริณาห์นัก และจะไม่สังฆกรรมใดๆ กับครอบครัวหงษ์สธร เพราะรู้เช่นเห็นชาติว่าปริณาห์เป็นอย่างไร หลังจากที่ทิ้งทีปต์ซึ่งกำลังลำบากไปอย่างไม่ไยดี

​แน่นอนว่าเขาเองก็ไม่ได้ติดต่อเธอ เพราะยุ่งๆ เกี่ยวกับเรื่องบริษัท จนเพิ่งมาได้ข่าวคราว และพูดคุยติดต่อกับเธออีกหน เมื่อปีที่แล้ว ปริณาห์เป็นสาวสังคม ข่าวคราวของเธอจะต้องมีมาให้เห็นในหน้าหนังสือบันเทิงบ้าง ล่าสุดคือเธอหมั้นกับชายหนุ่มลูกครึ่ง เจ้าของนักธุรกิจเครื่องสำอาง และบินไปทำธุรกิจร่วมกันที่ฝรั่งเศส แต่นาวารักไม่ถึงฝั่ง ปริณาห์เลิกรากับฝ่ายชาย และบินกลับมาเมืองไทย

​แปลกใจอยู่บ้างที่เธอเลือกติดต่อเขา ทั้งที่เขาเป็นน้องชายของทีปต์ อดีตคนรักของเธอ หิรัญหรี่ตาลง เขาก้าวขึ้นมานั่งบนรถยนต์ แล้วสตาร์ทเครื่อง นัยน์ตาเปล่งประกายวาวระยับ พลางยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย

​บางอย่าง...รู้แล้วแกล้งทำเป็นโง่ บางทีก็ยังดีเสียกว่าทำเป็นฉลาดรู้มากไปทุกสิ่งสินะ

​ปริณาห์ หงษ์สธร สำหรับหิรัญแล้ว เธอเป็นผู้หญิงที่น่าสนใจมาก แม้ว่าคนในครอบครัวของเขาจะรังเกียจเธอชนิดแบบจะไม่ยอมเผาผีก็ตามที!

​“เรียบร้อยแล้วครับคุณฤทธิ์ แขกรายนี้เรื่องมากจริงๆ เฮ้อ...ผมจะตายเอา”

เสียงบ่นนั้นเรียกให้รัตนฤทธิ์ตื่นขึ้นจากภวังค์ เขาเม้มริมฝีปากละสายตาจากทิศทางที่กำลังจ้องมองก่อนจะหันมายิ้มให้กับคนเรียก

​“ใจเย็นๆ น่า เขารักเขาชอบพี่ภูมิหรอก ถึงได้เรียกใช้แบบนี้ นี่ได้ทิปมาหรือเปล่าครับ”

​“นี่ไงครับ”

เกียรติภูมิชูธนบัตรใบละยี่สิบบาทให้ดู เล่นเอารัตนฤทธิ์อยากจะหัวเราะออกมาดังๆ แต่ก็เกรงใจเพื่อนรุ่นพี่นัก เขามาส่งลูกค้าของบริษัทกับเกียรติภูมิที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ แต่ก่อนจะมาที่นี่ ลูกค้าก็เรียกร้องจะเอานั่นนี่ ทำให้รุ่นพี่แผนกต้อนรับของเขาหาให้จนหัวหมุน

​“โถ...”

​“เฮ้อ...” เขายัดธนบัตรกลับใส่กระเป๋า แล้วพูดคล้ายประชด

“หนนี้ดีนะครับให้ตั้งยี่สิบ นึกว่าเจ๊กงกแล้ว เจอแขกมาเลย์มหางกเข้าไป ผมนี่นั่งหงอยเลย กะว่าจะเอาแบงก์นี้ไปใส่กรอบไว้เป็นเกียรติแก่ประวัติการทำงานสักหน่อย เพราะว่าหนแรกที่แกทิปผมด้วยเงินมากขนาดนี้”

​“เดี๋ยวผมจะรายงานความดีความชอบให้นะครับพี่ภูมิ” รัตนฤทธิ์นวดแขนของเพื่อนรุ่นพี่อย่างหยอกๆ

“วันนี้ผมต้องเข้าไปหาเจ้านาย รายงานเรื่องการประชุมกับลูกค้า จะขอค่าเหนื่อยมาให้พี่ภูมิสักพันสองพัน”

​“โอย...ไม่เป็นไรครับ หน้าที่น่ะครับ ผมก็บ่นๆ ไปอย่างนั้นแหละ คุณฤทธิ์อย่าไปรายงานคุณทีปต์ท่านเลยนะครับ ผมกลัวจะโดนไล่ออกแทนจะได้ความดีความชอบ”

ว่าแล้วก็ทำคอย่น รัตนฤทธิ์หัวเราะก๊าก นี่เพื่อนเขากลายเป็นยักษ์เป็นมารไปแล้วหรืออย่างไรนะ ตั้งแต่หลังประสบอุบัติเหตุนั่นแล้วทำตัวลึกลับ พวกพนักงานก็กลัวกันหัวหด

​ทีปต์ไม่ค่อยเข้าบริษัท มีคำร่ำลือเรื่องของเขาไปต่างๆ นานา บางข่าวก็ว่าเขาเพี้ยนไปแล้วเพราะเสียโฉม บางข่าวก็ว่าทีปต์ประสบอุบัติเหตุจนเป็นอัมพาตแต่ปิดไว้ จนถึงขนาดที่ว่าบางทีทีปต์ตัวจริงอาจจะตายไปแล้วก็มี เล่าลือกันไปเสียหนักขนาดนี้ แต่เจ้าตัวก็ไม่ออกมาแก้ข่าวใดๆ เลยแม้แต่น้อย ยังคงให้หิรัญทำหน้าที่เป็นหุ่นเชิดแทนตนเองในการออกงานสังคมในฐานะซีอีโอ จนคนแทบจะเข้าใจกันว่า หิรัญคือเจ้าของบริษัท

​หิรัญ...

​มันไม่แปลกถ้าจะเจอหมอนั่นที่นี่ แต่แปลกและทำให้เขาจนต้องหันไปมองซ้ำสองและต้องเอามานั่งคิดอยู่นี่ ก็เพราะน้องชายของเพื่อนสนิท ควงมากับสตรีสาวสวยอดีตเคยทำร้ายหัวใจทีปต์เสียจนยับเยิน

​รัตนฤทธิ์หรี่ตาลง บางทีเขาอาจจะลองคุยเกริ่นๆ เรื่องนี้ดูกับเพื่อนรัก อะไรบางอย่างดูมีเงื่อนงำจนน่าสงสัย เขาไม่เคยไว้วางใจในตัวของน้องชายบุญธรรมของทีปต์เลยสักนิด นัยน์ตาคมกริบนั่น ดูเหมือนจะมีเล่ห์ร้ายอะไรบางอย่างแฝงอยู่

​

​ช่อชนิดาหลับตาลง พลางนวดขมับ เธอจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์มาเกือบครึ่งค่อนวัน เพื่อหาข้อมูลของผู้ชายที่ชื่อทีปต์ ทีฆทัศน์ บางส่วนพรินต์ออกมากองไว้ เพื่อเก็บไปนั่งอ่านต่อที่บ้าน และภาพบางภาพของเขาเธอก็เก็บไว้อย่างละเอียด ตั้งใจจะเอาไปให้กับเพื่อนรักได้ดูด้วย

​ประวัติของชายผู้นี้ น่าสนใจนัก เขาเป็นเสือร้ายในวงการธุรกิจ ก่อนจะพ่ายกลับไปหลบเลียแผลใจหลายปี กลับมาผงาดอีกครั้งอย่างยิ่งใหญ่ หลังจากอุบัติเหตุที่เกือบจะคร่าชีวิตเขา สิ่งที่เปลี่ยนไปของทีปต์ คือเขาเก็บตัว งดออกงานสังคมหลังประสบอุบัติเหตุและหายไปกอบกู้ชื่อเสียงบริษัท ทุกวันนี้มีน้องชายของเขาอย่างหิรัญ ทำหน้าที่แทนพี่ชายในการเป็นหัวโขน ออกงานสังคมต่างๆ และติดต่อธุรกิจ ทีปต์ยังคงมีชื่อเป็นเจ้าของบริษัท เขาแทบจะไม่ย่างกรายเข้าออฟฟิศ และซื้อคฤหาสน์แยกต่างหากจากครอบครัว หลังจากประสบอุบัติเหตุ ทำตัวลึกลับ แม้จะมีข่าวลือต่างๆ นานามากมาย แต่ทีปต์ก็ไม่เคยปรากฏตัวต่อหน้าสังคมเลยแม้แต่ครั้งเดียว

​ภาพของผู้ชายหน้าตาหล่อเหลา คมคาย ที่กำลังหยอกเล่นกับสุนัขตัวโต ภาพของทีปต์ในสูทนักธุรกิจ กำลังยิ้มแย้มให้กับคนถ่าย ข้างๆ มีสาวสวยงดงามราวกับเจ้าหญิง ควงแขนและยิ้มกว้าง ทีท่าของเจ้าหล่อนเหมือนเป็นเจ้าข้าวเจ้าของเขาจนเห็นได้ชัด ภาพของเขาลงปกนิตยสารผู้ชาย แต่ละภาพเล่นเอาช่อชนิดาถึงกับแอบเคลิ้มไปกับความหล่อเหลาของเจ้าตัว นัยน์ตาสีนิลดำขลับนั่นเป็นจุดเด่นบนใบหน้าเรียวคมสัน

​“อีตานี่...ทำตัวลึกลับยังกับเป็นแวมไพร์เลยแหะ แล้วทำไมต้องจำเพาะเจาะจงยัยเบบี้ไปทำงานนั่นด้วยก็ไม่รู้”

ช่อชนิดาบ่นพึม เธอมองผู้หญิงในภาพพลางเม้มปาก คนนี้ก็หน้าตาคุ้นมาก เหมือนกับเป็นไฮโซสาวชื่อดังคนหนึ่ง แล้วเธอก็ต้องร้องอ๋อเมื่อมองดูชัดๆ

​“แล้วยัยนี่ใครกันนะ อ๋อ...ปริณาห์ หงษ์สธร สาวไฮโซนี่นา เคยหมั้นกันด้วยหรือนี่”

เธอกวาดสายตาอ่านข่าวเกี่ยวกับทีปต์และปริณาห์ที่มีในกรอบข่าวเล็กๆ ของข่าวสังคมในหน้าอินเตอร์เนต มือเรียวจดทุกอย่างลงในสมุดโน้ตตามความเคยชิน หน้านิ่วคิ้วขมวดกับข้อมูลของทีปต์ ราวกับเป็นรายงานสุดสำคัญที่ต้องเอาไปนำเสนอเจ้านาย

​“อะแฮ่ม!”

เสียงกระแอมด้านหลัง ทำให้ช่อชนิดาสะดุ้ง แต่ก็ไม่ได้หันไปมองเพราะมัวแต่ยุ่งง่วนกับการหาข้อมูลของทีปต์ อีกอย่างเธอนึกว่าเป็นเพื่อนร่วมงาน จึงแค่โบกมือให้

​“ไปก่อนเลยไป๊ ฉันกำลังทำงานอยู่ไม่เห็นเรอะ”

​“เห็นแต่หารูปผู้ชายย่ะ งานที่ฉันให้หล่อนทำน่ะ ไม่เห็นเลยสักนิ้ด”

เสียงคุ้นเคยนั่นเล่นเอา ช่อชนิดาหน้าซีด หันขวับไปยิ้มแหยให้เจ้าของเสียง ที่ยืนพิงโพเทชั่นแล้วกอดอก พลางขึงตาดุใส่เธอ

​“พะ...พี่เกรซ”

​“ย่ะ...”

​“คือว่ามันเป็นข้อมูล...”

ช่อชนิดากำลังจะอ้าปากอธิบาย สมองกำลังคิดว่าจะโกหกอย่างไรดี กรกฤษณ์ ยกมือขึ้นมาชูห้านิ้วให้เธอ แล้วเอ่ยเสียงขรึม

​“ห้านาที งานฉันต้องได้ แค่นี้นะ ไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ มาส่งงานบรีฟฉันด่วน ยัยอีฟ”

​“ค่ะ”

​เธอรีบปิดหน้าจอเรื่องราวเกี่ยวกับทีปต์ และรีบหาไฟล์งานที่เซฟไว้ เพื่อมาเรียบเรียงข้อมูลส่งหัวหน้างานอย่างด่วนจี๋ ห้านาทีแค่เปิดไฟล์ก็จะหมดเวลาแล้ว งานนี้เธอมีหวังหูชาแน่ๆ

​แต่เอาน่า ยอมล่ะงานนี้ได้ข้อมูลของนายทีปต์อะไรนั่นมาเพียบ เธอจะไม่ปล่อยให้เพื่อนรักต้องเผชิญหน้ากับอีตาแวมไพร์ลึกลับนี้ตามลำพังแน่ๆ ช่วยเท่าที่ช่วยได้ก็แล้วกันนะ ยัยอีฟเอ๊ย...

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • หนี้อสูร   บทส่งท้าย โฉมงามในอ้อมกอดของ เจ้าชายอสูร

    หลังจากผ่านพ้นเรื่องราวร้ายๆ เสร็จสิ้นงานศพของหิรัญ ทีปต์ก็ทำบุญบ้านครั้งใหญ่ เหมือนจะขับไล่เสนียดจัญไรให้ไปให้ไกลเสียจากตระกูลทีฆทัศน์ เขาได้บทเรียนมากมาย จากเรื่องของหิรัญ เขาไล่ประภาออกเพราะหล่อนเหมือนงูพิษที่เลี้ยงไม่เชื่อง ประจักษ์ผู้เป็นลุงและรั้งตำแหน่งสำคัญของคฤหาสน์มันทนา เป็นคนบอกกล่าวกับเจ้านายด้วยตนเอง ว่าหลานสาวมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมหลายอย่าง ทีปต์ทำตามคำแนะนำนั้น แม้ว่าจะสงสารประภาที่ร้องไห้ปิ่มว่าจะขาดใจ ก่อนจะก่นด่ามากมายเมื่อเห็นว่าเขาไล่เธอออกจริงๆ ​คุณอารยาอาการดีขึ้น แม้จะต้องไปทำกายภาพบำบัดบ้าง แต่เธอก็มีความสุข ยิ้มแย้มแจ่มใส ยาใจที่ทำให้เธอหายในเร็ววัน นั่นก็คือทายาททีฆทัศน์ตัวน้อยๆ ที่ตอนนี้กำลังน่ารักน่าชัง ด้วยวัยหกเดือน เจ้าหนูทีฆาเป็นขวัญใจของคนทั้งบ้าน คุณอารยาอยากจะเดินได้พร้อมๆ กับหลานชาย เลยขยันไปทำกายภาพ และดูแลรักษาตัวเองตามที่หมอสั่งอย่างเคร่งครัด​เรื่องของหิรัญเหมือนฝันร้ายของพวกเขา แต่คนตายไปแล้ว และทีปต์เองก็คิดว่าตนเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้หิรัญเกิดบาดแผลขึ้นในจิตใจ เขายังรักน้องชายนอกไส้ แม้ว่าหิรัญจะทำร้ายเขาอย่างแสนสาหัสก็ตามที ทีปต์อโหสิกรรม จัด

  • หนี้อสูร   39

    ยอดชีวามองเพื่อนด้วยสายตาชนิดหนึ่ง ที่ทำให้ช่อชนิดายิ้มแหยพลางเอื้อมมือจะไปบีบมือเธอ แต่เธอชักหนีเสียก่อน แล้วหันมองข้างหน้าต่างรถที่กำลังแล่นด้วยความเร็วสูง ท่าทีเย็นชาของเพื่อนสนิททำให้ช่อชนิดาอดรนทนไม่ไหว ต้องคว้าเจ้าหล่อนมากอด หากถูกปัดป้อง แล้วทำหน้าบึ้งใส่​“โธ่...เบบี้จ๋า หายโกรธนะ เราจะพาเบบี้ไปดูแลที่กรุงเทพฯ อยู่คนเดียวได้ยังไงกันนั่น”​“จะพาเราไปที่ไหน”เสียงหวานเอ่ยขึ้น พร้อมกับสายตาดุๆ ที่ตวัดมองไปยังด้านหลังของคนที่นั่งข้างคนขับ รัตนฤทธิ์หันมายิ้มให้กับเธอ เพราะเห็นหน้าเขานี่แหละ ยอดชีวาถึงได้รู้ว่ามันชักจะไม่ชอบมาพากล และรู้ว่าถูกเล่นตลกก็ตอนที่รถแล่นไกลออกมาเรื่อยๆ ไม่ได้พาเธอไปที่วัดซึ่งเพื่อนรักบอกไว้แต่แรกว่าจะพาเธอไปทำบุญ​“ไปที่บ้าน...”​“บ้านใคร” ยอดชีวาเอ่ยขัดก่อนที่เพื่อนรักจะพูดจบ หน้าหวานงอง้ำ แล้วเธอก็ไม่ยอมพูดจาอีกเลย ช่อชนิดาเอื้อมมือไปสะกิดรัตนฤทธิ์ ที่หันมายิ้มแหยส่งให้เธอ หญิงสาวไม่กล้าคุยอะไรอีก เพราะรู้ว่าเพื่อนรักกำลังโกรธจัดมาก เป็นแบบนี้แล้วถึงที่หมาย ยอดชีวาจะอาละวาดหรือเปล่าหนอ​คุณรับผิดชอบด้วย ยัยเบบี้โกรธฉันมาก...​เดี๋ยวผมจะให้กำลังใจ จุ๊บ..

  • หนี้อสูร   38

    หิรัญรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย แต่เปลี่ยนเป็นเอ่ยชื่นชม เมื่อเห็นพี่ชายของเขา ในสภาพที่มีใบหน้าหล่อเหลาดั่งเดิม เดินตรงเข้ามาหาเขาในห้องทำงาน ทีปต์ยิ้มตอบเล็กน้อย แต่นัยน์ของเขามันไม่ยิ้มด้วยเลยแม้แต่น้อย ก่อนจะทรุดลงนั่งตรงกันข้ามกันกับน้องชาย สายตาคมกล้าจ้องเขม็ง มองอาการของหิรัญ ที่ยังคงเอ่ยพร่ำชมเชยถึงความสมบูรณ์แบบของการผ่าตัดศัลยกรรม​“ไม่น่าเชื่อเลยครับพี่ทีปต์ หมอที่นั่นเก่งจริงๆ พี่ทีปต์ไม่ได้หน้าตาน่าเกลียดแบบเดิมแล้ว มันยอดมาก ไม่มีแม้แต่รอยสักรอย หมอเก่งมากๆ”​“พี่ลบรอยแผลเป็นนั่นไปแล้ว แผลเป็นที่ทำให้ชีวิตของพี่พลิกผันไปมากมาย แผลเป็นที่ทำร้ายพี่ได้อย่างหนักเหลือเกิน นิกซ์” คำพูดนั้นทำให้หิรัญเลิกคิ้วนิดหน่อย แต่ก็ยังยิ้มส่งให้กับทีปต์​“ดีแล้วครับ พี่จะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ผมคิดว่ามันจะสดใสแน่นอน”​“พี่ยังเริ่มต้นใหม่ไม่ได้ นิกซ์ จนกว่าพี่จะจัดการกับแผลเป็นอีกแผลหนึ่งก่อน แผลนี้มันใหญ่มากเสียด้วย และที่สำคัญ พี่ต้องขอความร่วมมือจากนายในการกำจัด”​“เอ...ผมตามไม่ทัน พี่ทีปต์หมายความว่าอะไรหรือครับ”​“นายยังไงล่ะ นิกซ์ แผลเป็นของทีฆทัศน์ สิ่งที่นายทำ มันเป็นเหมือนแผลร้าย ที่ก

  • หนี้อสูร   37

    นัยน์ตาสีนิลคมกริบนั่น รูปหน้าเรียวได้ส่วน ริมฝีปากนั่น...​มันช่างเหมือนกันราวกับพิมพ์เดียว แม้กระทั่งกลิ่นน้ำหอม ถ้าเธอจมูกไม่เพี้ยน เขาก็ยังใช้กลิ่นเดียวกัน ต่างกันแค่คนตรงหน้าเธอ ดูเปิดเผย จริงใจ และอบอุ่นกว่าเขามากนัก เป็นส่วนที่แตกต่างกันมาก แต่เหตุไฉน ใจเธอกลับวนเวียนไปคิดถึงแต่อสูรใจร้ายอย่างทีปต์ มากกว่าคนตรงหน้าเธอ ที่รูปร่างหน้าตาเหมือนกับพิมพ์กันมา ทั้งที่เขาดูอ่อนโยนและเอาใจเธอนัก ไม่รังเกียจแม้รู้ว่าเธอตั้งครรภ์แบบไม่สามารถบอกได้ว่าพ่อของเด็กในท้องคือใคร ​“ผมซื้อมาฝาก ไปลองชิมมาแล้วอร่อยมาก เห็นคุณบอกว่าอยากกินขนมไทยๆ” เขายื่นถุงพลาสติกบรรจุขนมหน้าตาน่ากินส่งให้เธอ ยอดชีวายิ้มน้อยๆ แล้วเอื้อมมือรับ ชายหนุ่มชักมือกลับ ก่อนจะเอ่ยเสียงทุ้ม​“อุตส่าห์ซื้อของมาฝาก ใจคอจะไม่ต้อนรับแขกเลยหรือครับ”​“เชิญเข้ามาก่อนก็ได้ค่ะ” เธอไขกุญแจให้เขา พลางย่นจมูกอย่างลืมตัว ท่าทีน่ารักนั้นทำให้ธนัยมองเธอตาปรอย เขามองใบหน้าหวานนั่นอย่างชื่นชมเปิดเผย แทบจะช่วยประคองด้วยซ้ำ เมื่อยอดชีวาทำท่าจะสะดุดล้ม เธอต้องปัดมือของเขาที่ทำท่าจะเอื้อมมาจับเธอไว้ แล้วพึมพำบอกว่าไม่เป็นไร​หญิงสาวรับแขกของ

  • หนี้อสูร   36

    ช่อชนิดาเฝ้าแอบมองหญิงสาวในชุดกระโปรงสีหวาน ที่กำลังล็อกประตูรั้วบ้าน หันหลังให้กับเธออย่างไม่ทันระวังตัว ร่างบางจึงปราดจากที่ซ่อน แล้วตรงเข้าประชิดทันที มือบางรวบเอวเล็กของอีกฝ่ายไว้ ทางนั้นร้องอุทานอย่างตกใจ ​“ยัยเบบี้ โอย...ดีใจจริงๆ จับตัวได้แล้ว”​“อีฟ” ยอดชีวากะพริบตาปริบๆ หน้าแดงสลับซีดด้วยความรู้สึกหลากหลายปนเป ช่อชนิดารัดเธอไปกอดไว้แน่น ก่อนจะละล่ำละลัก อุทานซ้ำๆ ​“อย่าไปไหนอีกนะ อย่าไปไหนอีกเลย เพื่อนรัก เราดีใจเหลือเกิน โอย...เบบี้ ดีใจจริงๆ”​“เราก็ดีใจอีฟ ฮือๆ เราดีใจที่เจออีฟ”​“แล้วหนีมาทำไมถึงนี่ จะบ้าหรือยังไงกัน หนีมาไม่บอกไม่กล่าว หลังงานศพพ่อเธอ เธอก็หายไปเลย อะไรกันน่ะ เราทั้งงง ทั้งใจหาย จะเป็นบ้าที่เพื่อนรักหนีหายมา เกิดอะไรขึ้น”​“ไปคุยกันในบ้านดีกว่า เรื่องมันยาว แต่ว่าอีฟตามหาเราได้ยังไงกันนี่” ยอดชีวาปาดน้ำตาแห่งความดีใจที่รินไหลออกทิ้ง แล้วยิ้มกว้างให้กับเพื่อนรัก มือทั้งสองจับกันแน่น เหมือนกลัวว่าที่เห็นตรงหน้าจะเป็นภาพลวงตา​“เราตามเพจของเบบี้มายังไงล่ะ ดีนะที่เบบี้เปิดเพจไว้ เพจขายน้ำหอมของเบบี้น่ะ เราจำได้ว่าอีเมลนั้นเป็นอีเมลของเบบี้ ที่ติดต่อ ก็เร

  • หนี้อสูร   35

    ​ทีปต์อ่านจดหมายด้วยมือที่สั่นเทา เขานั่งทรุดลงอย่างหมดแรง ตู้ที่เปิดอ้าไว้ แง้มให้เห็นว่าของภายในถูกเก็บกวาดไปจนเกลี้ยง ของทุกสิ่งที่เป็นของยอดชีวาอันตธานออกไปจากห้องนี้ เหมือนที่เธอเดินไปจากชีวิตเขา หิรัญยืนพิงกรอบประตู มองดูพี่ชายของเขาที่นั่งนิ่งเหมือนหิน เขาเดินก้าวเข้าไปใกล้ แล้วตบบ่าของทีปต์เบาๆ ก่อนจะเอ่ยปลอบโยนด้วยน้ำเสียงทุ้ม​“ปล่อยเขาไปเถอะครับพี่ทีปต์”​“ยอดชีวาแท้งลูก พี่จะปล่อยเขาไปแบบนั้นได้ยังไงกัน” ชายหนุ่มเม้มปาก “แล้วเรื่องฤทธิ์มันอะไรกัน พี่งงไปหมดแล้ว”​“ถ้าไม่แท้ง พี่จะแน่ใจได้ยังไงกันว่าเป็นลูกของพี่ นังเด็กนั่นก็บอกแจงในจดหมายอยู่ ว่าเป็นลูกใครกันแน่ หึ!สันดานร่านนัก ไอ้เพื่อนเลวนั่นก็เหลือเกิน ผมมีพยานนะครับพี่ทีปต์ ประภาเด็กรับใช้เป็นพยานให้ได้ ว่าเคยเห็นพวกมัน...”​“พอเถอะ พอที พี่อยากอยู่คนเดียว” ทีปต์ปัดมือที่โอบไหล่เขาออก ก่อนจะเอ่ยเสียงเครียด หิรัญลุกขึ้น มองหน้าทีปต์ที่ตอนนี้อ่านความรู้สึกไม่ออก ว่ากำลังคิดอย่างไรกันแน่ จดหมายจากยอดชีวายับยู่ยี่อยู่ในมือเขา นัยน์ตาคมของเขาฉายแววเย็นชา ไม่แสดงความรู้สึก ทั้งที่ตอนแรกมันฉายแววเจ็บปวดอย่างเหลือแสน สิ่งท

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status