Share

9

last update publish date: 2026-10-27 13:15:36

มื้อเย็นวันนี้แปลกที่เขาต้องรับประทานอาหารคนเดียว ยอดชีวาไม่ได้ลงมากินข้าวเย็นด้วย ประภาสาวรับใช้เข้ามารายงานเขาด้วยสีหน้าแปลกพิกล แล้วพูดกำกวมเพื่อให้เขาถามถึงเหตุผลที่เธอไม่ลงมารับประทานอาหารมื้อเย็น แต่ทีปต์ก็ไม่ได้ทำ แม่สาวใช้ถึงกับค้อนปะหลับประเหลือก แล้วพูดบ่นบางประโยค ที่เขาไม่ได้ใส่ใจ 

​ป่วย...หรือเปล่านะ

​เขาเผลอคิดแวบขึ้นมา ขณะที่กำลังบอกปัดของหวานสำหรับวันนี้ ทั้งที่ปรกติแล้ว ทีปต์จะรับครบทั้งอาหารคาวและหวาน

​“เก็บโต๊ะเลยนะครับคุณท่าน”

​ทีปต์พยักหน้าอนุญาต แล้วจิบน้ำเย็น เขาลุกเดินออกมาจากห้องรับประทานอาหาร เดินเลยเข้าไปยังห้องนั่งเล่น เลือกแผ่นวีซีดีภาพยนตร์ขึ้นมาเรื่องหนึ่ง ตั้งใจว่าจะดูให้จบก่อนแล้วค่อยขึ้นไปยังห้องนอน แน่นอนว่า จะต้องเป็นห้องนอนของยอดชีวา

​ทีปต์ดูหนังแทบไม่รู้เรื่อง เพราะมัวแต่คอยมองนาฬิกา ภาพยนตร์กินเวลาฉายไปเกือบสองชั่วโมงกว่า ทีปต์เดินไปยังบาร์ที่ตั้งอยู่ตรงมุมห้อง มันมีตู้เย็นขนาดเล็ก มีเหล้าหลากหลายยี่ห้อที่เขาโปรดปรานตั้งเก็บไว้ ทีปต์มักจะใช้มุมนี้เป็นพื้นที่พักผ่อนส่วนตัว

​เขาหรี่ตาลงเล็กน้อย เมื่อเปิดตู้แล้วเห็นว่า เหล้าขวดที่เป็นของฝากจากน้องชายหายไป เขาเปิดมันแล้วลองชิมไปนิดหน่อย ก่อนจะปิดและเก็บไว้ที่เดิม พรุ่งนี้อาจจะต้องมีการสอบสวนกันสักเล็กน้อย เขาไม่ชอบให้ที่นี่มีหัวขโมย ทีปต์เลือกบรั่นดีขวดอื่นแทน เขาดื่มไปสองแก้ว แล้วก็ถึงเวลาที่เสือ...จะบุกถ้ำของนางสมันน้อยเสียที

​ชายหนุ่มเดินช้าๆ ไปยังบริเวณห้องของยอดชีวา เขาเคาะประตู เสียงหวานๆเอ่ยพร่าดังตอบกลับมา ทำให้ทีปต์ถึงกับหรี่ตา

​“เข้ามาสิคะ”

​เสียงนั่นเชื้อเชิญนัก และเหมือนไม่ใช่ยอดชีวาเวลาปรกติเลยสักนิด นี่คงจะกลัวเขาส่งกลับบ้านมาก ถึงได้กล้าลงทุนทำอะไรแบบนี้ ชายหนุ่มยิ้มร้ายก่อนจะผลักประตูเข้าไป และสภาพของหญิงสาวที่นั่งรอเขาอยู่กลางเตียง ก็ทำให้ทีปต์ถึงกับนิ่งตะลึงค้าง

​ร่างแน่งน้อยอยู่ในชุดเสื้อคลุมผ้าขนหนูสีชมพูหวาน ผมยาวปล่อยสยายล้อมกรอบใบหน้าหวานเนียน นัยน์ตาโตสีน้ำตาลฉายแววเยิ้มหยาด แก้มแดงเรื่อ ริมฝีปากอิ่มสีกุหลาบเผยออย่างเชิญชวน เธอหัวเราะคิกคักเมื่อเห็นเขามายืนจ้องมองแบบนั้น ก่อนจะดึงคอเสื้อให้เปิดกว้าง อวดลาดไหล่กลมมนขาวเนียน

​“ฉันพร้อมแล้ว”

น้ำเสียงยานคาน บวกกับนัยน์ตาเยิ้มฉ่ำนั่น ทำให้ทีปต์ถึงกับหรี่ตา เขาสาวเท้าเดินเข้าไปใกล้ร่างบาง กลิ่นวานิลาที่เขาเคยชอบ วันนี้มันผสมด้วยกลิ่นของแอลกอฮอล์จากบรั่นดี แน่นอนว่าเป็นขวดที่เขากำลังจะไปไล่เบี้ยว่าใครเป็นคนขโมยไปดื่ม

​จับคนขโมยได้เต็มๆ แล้วตอนนี้ ยอดชีวาหัวเราะคิกคัก หน้าแดงตัวแดงไปหมด เธอโบกมือให้เขาท่าทางพยายามยั่ว แต่ทีปต์มองแล้วเหมือนเด็กน้อยโบกมือบ้ายบายให้เสียมากกว่า

​“มาสิคะ...มา”

​“เมาหรือนั่น”

ทีปต์ยืนกอดอก มองภาพของเจ้าสาวคนสวยของเขา ในชุดเสื้อผ้าน้อยชิ้น เหล้าทำให้เจ้าตัวกล้าที่จะรอคอยเขาบนเตียง แบบไม่สวมอะไรเลยนอกจากเสื้อคลุมผ้าขนหนูเพียงตัวเดียว

​“ไม่เมาเสียหน่อย”

เจ้าหล่อนสะบัดหน้าแรงๆ มึนจนต้องยกมือขึ้นกุมขมับ แล้วหัวเราะร่วน หญิงสาวลองวิธีของช่อชนิดาและมันก็ดูเหมือนว่าจะได้ผล เธอดื่มเหล้าที่ได้มาจากห้องนั่งเล่นรวดเดียวเกือบหมดขวด ได้ผลที่ว่าก็คือเมาจนทำอะไรก็ไม่อาย ต่อให้เธอต้องนอนกับเขาจริงๆ คืนนี้ ฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ที่บงการสมองอยู่นี่ ก็คงไม่ทำให้เธอหวาดกลัว หรือเจ็บปวดสักเท่าไหร่

​“ฉันไม่ชอบมีเมียขี้เมา”

ทีปต์ส่ายหน้าน้อยๆ แล้วทำท่าจะเดินหนีจากไป ยอดชีวารีบลุกขึ้นมาดึงแขนเขาไว้ เธอกลัวเพียงอย่างเดียวว่าเขาจะส่งเธอกลับบ้าน และส่งบิดาเธอเข้าคุก

​“กรุณา นอนกับฉันเถอะ”

​“ยอดชีวา”

​ริมฝีปากสีกุหลาบเรื่อ ทาบมาบนริมฝีปากได้รูปของเขาอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว แล้วทิ้งค้างไว้แบบนั้น เหมือนกับคนจู่โจมจูบไม่รู้ว่าเวลาจุมพิตควรทำอย่างไร ร่างน้อยกอดรัดเขาแนบแน่น กลิ่นของเธอกำลังทำให้เขาเมา ทีปต์หรี่ตาลง แล้วประคองใบหน้าหวานนั้นไว้ในอุ้งมือ นัยน์ตาสีน้ำตาลฉ่ำวาวไปด้วยหยาดน้ำตา เธอเผยอริมฝีปากน้อยๆ แค่นี้มันก็แทบจะทำให้เขาหมดความยับยั้งชั่งใจ

​“คุณทีปต์...อย่าไล่ฉันไปเลย”

​“คิดดีแล้วหรือ?”

​ริมฝีปากสีกุหลาบทาบมาอีกครั้ง และครั้งนี้ เขาก็ไม่ปล่อยให้เธอจากไปง่ายดายเหมือนหนแรก ทีปต์กอดรัดเธอไว้แน่น ไอตัวอุ่นร้อนของเขากำลังจะละลายเธอให้กลายเป็นของเหลว ริมฝีปากได้รูปค่อยบดเคล้า สอนเธอให้รู้ว่าจูบที่แท้จริง มีอะไรที่มากไปกว่าการนาบปากไว้เฉยๆ

​ยอดชีวาถึงกับขาอ่อน เมื่อเขาสอนจูบแบบล้ำลึกให้ แขนเรียวเกาะเกี่ยวเขาอย่างไร้เรี่ยวแรงทรงตัว ทีปต์ประคองร่างบางขึ้นไปบนเตียงนุ่ม ไม่เคยคิดจะเอาเปรียบคนไม่รู้สึกตัวมาก่อน แต่ยอดชีวากำลังจะกลายเป็นข้อยกเว้น ทีปต์ไม่อาจจะห้ามตัวเองได้อีกแล้ว เมื่อจุมพิตเธออย่างเร่าร้อน

​เขาค่อยแหวกสาบเสื้อออกจากกัน เปิดเผยเนื้อตัวงดงามสมส่วน เปิดเปลือยแบบไม่ต้องจินตนาการ นัยน์ตาของเขาลุกโชน เสียงครางแผ่วดังออกมาจากลำคอหนาแกร่งอย่างไม่รู้ตัว เมื่อเห็นความงามเป็นหนึ่งนั้นชัดกับตาตน เธอเป็นดอกเบี้ยราคาแพงที่แสนจะคุ้มค่ายิ่งนัก

​ผิวขาวราวงาช้า สลักเสลาด้วยส่วนเว้าโค้งปราณีต ธรรมชาติช่างปั้นสรรเธอมาได้อย่างงดงาม มือหนาไล้เบา ก่อนจะค่อยกดลงน้ำหนักกับผิวเนื้อนูนเต่ง ยอดชีวาปรือตามองเขา สติของเธอกำลังเตลิดไถลเพราะความมึนเมาบวกกับแรงขับปรารถนา

​“เธอสวยมาก”

​เสียงทุ้มเอ่ยพึมพำ ยอดชีวามองหน้าเขาอย่างไม่ชัดเจนนัก ทีปต์ยิ้มให้น้อยๆ เขาละทิ้งเธอไปเพียงครู่ แล้วทุกอย่างก็มืดมิดลงมีเพียงแสงสลัวของแสงจันทร์ที่สาดส่องผ่านลอดม่านหน้าต่างเข้ามา ร่างน้อยถูกดึงเข้าไปโอบกอดกระชับแน่น ริมฝีปากอิ่มถูกทาบจุมพิตอีกหน หนนี้มันราวกับเขาสูบลมหายใจออกไปจากเธอ

​หญิงสาวสะดุ้งเมื่อมือแกร่งทาบบนเนื้อนวล ค่อยคลึงเคล้า ปลายยอดทับทิมถูกบีบเคล้นเบาๆ จนมันชูชันสู้มือเขา ทีปต์ครางแนบปากอิ่มที่แทบช้ำ ค่อยแต้มจูบไล้ลงมาตามซอกคอสาวหอมกรุ่น กลิ่นกายของเธอหอมยวนยั่วชวนให้อยากกินนัก และค่ำคืนนี้ เขาจะกลืนกินเธอด้วยเสน่หาร้อนแรง

​ร่างใหญ่ร้อนผ่าวไปด้วยไข้ปรารถนา เขาพยายามค่อยใจเย็น ละเลียดเสพความงดงาม อ่อนหวานของคนตรงหน้า พยายามที่จะยั้งมือไม่ให้สัมผัสร้อนหนักหน่วงไป แต่บางทีก็หักห้ามใจไม่ได้อีกแล้ว ทีปต์ประคองทรวงอิ่มแล้วซุกหน้าลงไป เกลือกกลั้ว ดื่มชิม เจ้าของร่างสะท้อนสะเทิ้น เธอกัดริมฝีปากเพื่อกลั้นเสียงครางไว้ ร่างกายร้อนผ่าวไม่ต่างจากเขา ตรงบริเวณกลางลำตัวปวดหนึบเต้นตุบ รอคอยการสัมผัส...ปลดปล่อยเธอออกจากอารมณ์ร้อนหวาน ทรมานจนแทบใจขาด

​มือใหญ่ไล้เรื่อยมาสัมผัสกุหลาบสาว แตะเคล้นเกสรเพียงเบาบาง ความร้อนชื้นก็กลั่นออกมาให้ได้สัมผัส ร่างน้อยบิดทุรน สัมผัสช่ำชองนั่นกำลังพาเธอให้ลอยสูงขึ้นลิบลิ่ว ยอดชีวาครางออกมาเสียงแผ่ว รัญจวนกับสิ่งที่เขากำลังสอน พลุนับพันพุ่งระเบิดในสมอง เมื่อถึงสุดยอดของอารมณ์ปรารถนา

​“ยอดชีวา...”

​เสียงทุ้มนั้นครางเรียกชื่อเธอ กุหลาบสาวเต้นตุบหนีบรัดนิ้วของเขาจนรู้สึกได้ นัยน์ตาปรือปรอยมองเขาฉ่ำเยิ้มไปด้วยแรงดำฤษณา ทีปต์แทบจะร้อนเป็นไฟแล้วตอนนี้ แก่นกายแกร่งร้อนผ่าว และพรั่งพร้อมที่จะสัมผัสแทรกลึกเป็นส่วนหนึ่งของกายเธอ

​มือของเขาค่อยคลี่แหวกกลีบกุหลาบที่ชื้นฉ่ำ ริมฝีปากร้อนกดจุมพิตหนักหน่วง ยอดชีวาได้แต่ครางเบาๆ เธอรู้สึกหวามขึ้นมาอีกแล้ว ทั้งที่เพิ่งจะหายใจเป็นปรกติ โอ...เขากำลังทำอะไรกับเนื้อตัวร่างกายของเธอกันนะ มันถึงได้ตื่นเต้นยินดีเมื่อเขาจับจูบลูบสัมผัส เพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์หรือเปล่านะ เธอถึงไม่ได้หวาดกลัวเขาเลยสักนิด กลับชื่นชอบไปกับสัมผัสหวามแรกในชีวิตสาว ยินยอมพร้อมเป็นของเขาอย่างเต็มอกเต็มใจ

​บางสิ่งที่แกร่งและแข็งร้อนกำลังถูกสอดเข้ามาช้าๆ ร่างน้อยสะดุ้งเฮือก เจ็บแปลบและคับแน่นจนแทบอยากจะผลักร่างใหญ่ที่กำลังอยู่บนกายเธอให้ออกไปเสีย มันเจ็บจนน้ำตาไหลริน ทีปต์เองก็สูดปากเบาๆ เขามองเธอที่เห็นในเงาสลัว ใบหน้าหวานกำลังส่ายไปมาบนหมอน กลั้นสะอื้นไว้อย่างน่าสงสาร เขาช่วยไม่ได้จริงๆ กับขนาดของเขาและเธอที่ต่างกันมาก ครั้งแรกของหญิงสาวแม้จะพยายามละมุนละไมแค่ไหน ก็ห้ามไม่ได้ที่จะเจ็บปวด

​“ใจเย็นๆ คนดี”

เสียงห้าวนั้นปลอบประโลม จุมพิตซับน้ำตาให้ ทีปต์พยายามชะงักตนไว้ ไม่ให้เข้าไปลึกกว่านี้ ยอดชีวากัดริมฝีปาก เอ่ยเสียงสั่นพร่า

​“คุณใจร้าย...เจ็บ...พอแล้ว...ฉะ...ฉันเป็นเมียคุณแล้ว”

​“หืม”

เขาอดฉงนกับคำพูดของเธอไม่ได้ คนใต้ร่างใหญ่เอ่ยเสียงพร่า

​“ก็...เรา...เราคุณทำอะไรฉันไปแล้ว จะมาแกล้งให้เจ็บทำไม”

ตอนนี้เจ้าหล่อนหายเมาไปแล้วเกือบครึ่ง สติเริ่มมีเต็มร้อย เธอผลักเขาออกห่าง เขายังจะมานิ่งค้างอยู่แบบนี้ทำไมนะ มันทั้งเจ็บ ทั้งอึดอัดไปหมด

​“โถ...”

อยากจะหัวเราะแต่ก็หัวเราะไม่ออก นี่แม่คุณไม่รู้หรือว่าแกล้งกันนะ ยอดชีวาตีความไปว่าการที่เขาสอดแทรกไปในตัวเธอแค่นี้ มันคือการที่เธอเป็นเมียเขาแล้วอย่างนั้นหรือ แม่เด็กน้อย...เซ็กซ์มันมีอะไรอีกเยอะ ความแนบแน่นบีบรัดจนเขาแทบจะหายใจไม่ออก ร่างกายร้อนผ่าวด้วยพิษเสน่หา

​“เธอต่างหากใจร้าย ยอดชีวา ถ้าให้ฉันหยุดตอนนี้ อย่าเกร็งนะคนดี ฉันยังไม่ได้ทำหน้าที่ผัวครบถ้วนเลย”

​“อื้อ...ไม่เอาแล้ว ปละ...”

​เสียงหวานถูกปิดไปด้วยริมฝีปากร้อนผ่าว มือหนาหนักเคล้นคลึงปลายยอดถันชูชัน อีกมือแตะเคล้นเกสรสาว ร่างแกร่งค่อยขยับทีละนิด ก่อนจะตัดสินใจแทรกลึกลงไปทั้งตัว ร่างน้อยสะดุ้งสุดตัว

​คนใจร้าย นี่มันเจ็บ...เจ็บแทบขาดใจ

​มือของเขายังคงสัมผัสเธออย่างหนักหน่วง ดูดดึงริมฝีปากอิ่มจนแดงเรื่อ ยอดชีวารู้สึกแปลกๆ เมื่อเขาค่อยๆ เสียดกายเข้าออกแผ่วเบา ราวกับจะให้ร่างกายคุ้นเคยกัน ความร้อนผ่าวฉ่ำชื้นจากกลีบกุหลาบงามเมื่อถูกปลุกเร้า อำนวยความสะดวกให้กับความแกร่งร้อนที่ค่อยๆ ขยับบรรเลงเพลงเสน่หา จับจูงเธอไปท่องวิมานอารมณ์ด้วยกันอีกหน

​“ไม่เจ็บแล้วนะ คนดี ไม่เจ็บแล้วใช่ไหม”

เสียงทุ้มกระซิบถาม เมื่อค่อยเคลื่อนกายได้สะดวกยิ่งขึ้น เขาขบกรามกรอดกับร่างสาวแน่นหนึบ เพราะห่างเซ็กซ์ไปนานหรือเปล่านะถึงได้รู้สึกดีมากถึงขนาดนี้ เนื้อตัวเธอหอมกรุ่น นิ่มนวล ชวนให้จาบจ้วงหลงไหล เขาจูบเธอไปพร้อมๆ กับขยับจังหวะรัก ร่างน้อยที่ผลักไสเขาตอนแรก ตอนนี้เกาะกอดเขาไว้แน่น เสียงหวานครางอย่างรัญจวน บ่งบอกว่าเธอคงจะไม่เจ็บปวดกับการชำแรกพรหมจรรย์อีกต่อไปแล้ว

​ร่างสองร่างเกาะกอดกันไปสู่ปลายทางวิมานสีน้ำผึ้ง ทีปต์สอนให้ยอดชีวารู้ว่า การเป็นเมียของเขาจะต้องทำหน้าที่อย่างไรบ้างบนเตียง เกือบทั้งคืน

 

​ร่างน้อยค่อยขยับตัว เมื่อรู้สึกตัวตื่นในตอนเช้า เธอรู้สึกหนักๆ บริเวณสะโพกเหมือนมีอะไรมาทับไว้ และปวดหน่วงร่างกายไปหมดราวกับไปออกกำลังหนักๆ มา สรีระบางส่วนปวดแปลบยามขยับตัว ยอดชีวาลืมตาโพลงเมื่อนึกได้ว่าอะไรเป็นอะไร หลังจากที่เธอทำใจกล้าดื่มเหล้าเข้าไปจนเมา และนอนรอทีปต์อยู่บนเตียง

​เมื่อคืนนี้...เธอได้กลายเป็นเมียของเขาแล้วจริงๆ

​หญิงสาวค่อยๆ ปลดมือเขาที่พาดเอวเธอออก แก้มสาวแดงก่ำจนร้อน เมื่อสำนึกได้ว่าเนื้อตัวเธอและเขาเปลือยเปล่า ยอดชีวาย่นจมูกน้อยๆ เมื่อขยับขา ทำไมมันเจ็บแบบนี้กันนะ เมื่อคืนเขา...เรียกร้องสิทธิ์ไปกี่หนกันหนอ จำได้แวบๆ ว่า...หลายหนหลายครั้ง แล้วแต่ละครั้งก็ทำให้เธอรู้สึก...

​โอย...จะบ้าหรือยังไงกันยัยเบบี้ ทำไมถึงได้รู้สึกแบบนั้นกันนะ

​ภาพระหว่างเธอและเขา ในห้วงสวาทลึกล้ำ ทำให้ยอดชีวาเขินจนหน้าแดงตัวแดงไปหมดทั้งตัว เผลอนอนนิ่ง หลับตาปี๋แล้วเอามืออังแก้มของตัวเองไว้ สูดลมหายใจเข้าลึกๆ อย่างพยายามเรียกสติสตังที่มันเตลิดไปไกลลิบให้กลับคืนมา แล้วก็ต้องสะดุ้งสุดตัว เมื่อแขนที่เธอค่อยเอาออกจากตนเองนั้น สอดเข้ามาแล้วดึงเธอเข้าไปชิดอกกว้าง

​“ตื่นแล้วเหรอ?”

​“ค่ะ”

​ยอดชีวาทำตาโต ตัวแข็งไปหมด กับสัมผัสแนบชิดแบบนั้น กลิ่นกายของเขากำลังห้อมล้อมตัวเธอ มันให้เธอรู้สึกร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างประหลาด บางส่วนฉ่ำชื้นขึ้นมาทั้งๆ ที่เขายังไม่ได้แตะสัมผัส

​“อย่ารีบลุกไปไหนเลย”

เสียงห้าวเอ่ย จมูกโด่งได้รูปกดแต้มมาตามซอกคอหอมกรุ่น ยอดชีวาขนลุกเกรียว ตัวอ่อนไปหมดกับสัมผัสแบบนั้น

​“คือ...คุณไม่หิวหรือคะ”

​“ไม่...”

​เขาตอบสั้นๆ ก่อนจะพลิกร่างบางให้หันมาหาตน แล้วเริ่มสัมผัสจูบไล้ไปตามผิวเนื้อสาวที่เขาสัมผัสสำรวจมาตลอดทั้งคืน ยอดชีวายันอกกว้างไว้ มองหน้าเขาอย่างเต็มตา เธอไม่เกรงกลัวกับใบหน้าของเขาเลยสักนิดตอนนี้ กลับรู้สึกชอบนัยน์ตาดำสีนิลของทีปต์ ยามมันส่องประกายวับวาว

​“คุณทีปต์ เอ่อ...”

​“มีอะไร”

เขาหรี่ตาลง ผมยาวปรกลงมาตรงซีกหน้าด้านที่มีแผลเป็น นัยน์ตาสองคู่มองจ้องสบกัน ยอดชีวาอึกอัก แก้มแดงก่ำ รู้ทันว่าเขาคิดจะทำอะไรเธออีก เมื่อคืนนี้ก็ตั้งหลายหนแล้ว เขายังไม่พออีกหรือยังไงกันนะ

​“คุณบอกว่าฉันมีหน้าที่ผลิตทายาทให้คุณ”

เธอหลับหูหลับตาพูด มือบางยังคงยันอกเขาไว้แน่น ทีปต์หรี่ตาลง แล้วตอบเสียงทุ้ม

​“ใช่”

​“เมื่อคืนนี้...”

โอยเธออายจนแทบจะควันออกหูอยู่แล้ว ยอดชีวาไม่กล้ามองหน้าเขา มองแต่ตรงแผงอกกว้างที่มีขนรำไรแทน

​“คะ...คุณทำหน้าที่นั้นไปแล้ว ตอนนี้คุณก็ควรรอให้ฉันมีลูก”

​“หืม?”

เขาอยากจะหัวเราะออกมาดังๆ แม่สมันตัวน้อยในอ้อมกอดนี่ หาทางรอดได้น่าเอ็นดูดีจริงๆ เขารัดเธอแน่นเข้า เสียดสีอวัยวะบางส่วนกับต้นขาเธอ ยอดชีวาลืมตาโพลง เงยหน้ามองเขาแล้วอุทานอย่างตกใจ

​“คุณทีปต์!”

​“เพื่อให้แน่ใจว่าเราจะผลิตทายาทกันสำเร็จ เธอคงจะต้องช่วยทำหน้าที่นั้นทุกคืน จนกว่ามันจะเห็นผลนะยอดชีวา”

​พูดจบแล้วทีปต์ก็ประกบริมฝีปากของตนลงมา ยุติการเจรจาต่อรองใดๆ เสียจากยอดชีวา แล้วพลิกร่างน้อยลงใต้ร่างเขา ชวนเธอไปทำหน้าที่ ‘ผลิตทายาท’ เสียจนยอดชีวาต้องหลับไปอีกรอบในอ้อมแขน

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • หนี้อสูร   บทส่งท้าย โฉมงามในอ้อมกอดของ เจ้าชายอสูร

    หลังจากผ่านพ้นเรื่องราวร้ายๆ เสร็จสิ้นงานศพของหิรัญ ทีปต์ก็ทำบุญบ้านครั้งใหญ่ เหมือนจะขับไล่เสนียดจัญไรให้ไปให้ไกลเสียจากตระกูลทีฆทัศน์ เขาได้บทเรียนมากมาย จากเรื่องของหิรัญ เขาไล่ประภาออกเพราะหล่อนเหมือนงูพิษที่เลี้ยงไม่เชื่อง ประจักษ์ผู้เป็นลุงและรั้งตำแหน่งสำคัญของคฤหาสน์มันทนา เป็นคนบอกกล่าวกับเจ้านายด้วยตนเอง ว่าหลานสาวมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมหลายอย่าง ทีปต์ทำตามคำแนะนำนั้น แม้ว่าจะสงสารประภาที่ร้องไห้ปิ่มว่าจะขาดใจ ก่อนจะก่นด่ามากมายเมื่อเห็นว่าเขาไล่เธอออกจริงๆ ​คุณอารยาอาการดีขึ้น แม้จะต้องไปทำกายภาพบำบัดบ้าง แต่เธอก็มีความสุข ยิ้มแย้มแจ่มใส ยาใจที่ทำให้เธอหายในเร็ววัน นั่นก็คือทายาททีฆทัศน์ตัวน้อยๆ ที่ตอนนี้กำลังน่ารักน่าชัง ด้วยวัยหกเดือน เจ้าหนูทีฆาเป็นขวัญใจของคนทั้งบ้าน คุณอารยาอยากจะเดินได้พร้อมๆ กับหลานชาย เลยขยันไปทำกายภาพ และดูแลรักษาตัวเองตามที่หมอสั่งอย่างเคร่งครัด​เรื่องของหิรัญเหมือนฝันร้ายของพวกเขา แต่คนตายไปแล้ว และทีปต์เองก็คิดว่าตนเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้หิรัญเกิดบาดแผลขึ้นในจิตใจ เขายังรักน้องชายนอกไส้ แม้ว่าหิรัญจะทำร้ายเขาอย่างแสนสาหัสก็ตามที ทีปต์อโหสิกรรม จัด

  • หนี้อสูร   39

    ยอดชีวามองเพื่อนด้วยสายตาชนิดหนึ่ง ที่ทำให้ช่อชนิดายิ้มแหยพลางเอื้อมมือจะไปบีบมือเธอ แต่เธอชักหนีเสียก่อน แล้วหันมองข้างหน้าต่างรถที่กำลังแล่นด้วยความเร็วสูง ท่าทีเย็นชาของเพื่อนสนิททำให้ช่อชนิดาอดรนทนไม่ไหว ต้องคว้าเจ้าหล่อนมากอด หากถูกปัดป้อง แล้วทำหน้าบึ้งใส่​“โธ่...เบบี้จ๋า หายโกรธนะ เราจะพาเบบี้ไปดูแลที่กรุงเทพฯ อยู่คนเดียวได้ยังไงกันนั่น”​“จะพาเราไปที่ไหน”เสียงหวานเอ่ยขึ้น พร้อมกับสายตาดุๆ ที่ตวัดมองไปยังด้านหลังของคนที่นั่งข้างคนขับ รัตนฤทธิ์หันมายิ้มให้กับเธอ เพราะเห็นหน้าเขานี่แหละ ยอดชีวาถึงได้รู้ว่ามันชักจะไม่ชอบมาพากล และรู้ว่าถูกเล่นตลกก็ตอนที่รถแล่นไกลออกมาเรื่อยๆ ไม่ได้พาเธอไปที่วัดซึ่งเพื่อนรักบอกไว้แต่แรกว่าจะพาเธอไปทำบุญ​“ไปที่บ้าน...”​“บ้านใคร” ยอดชีวาเอ่ยขัดก่อนที่เพื่อนรักจะพูดจบ หน้าหวานงอง้ำ แล้วเธอก็ไม่ยอมพูดจาอีกเลย ช่อชนิดาเอื้อมมือไปสะกิดรัตนฤทธิ์ ที่หันมายิ้มแหยส่งให้เธอ หญิงสาวไม่กล้าคุยอะไรอีก เพราะรู้ว่าเพื่อนรักกำลังโกรธจัดมาก เป็นแบบนี้แล้วถึงที่หมาย ยอดชีวาจะอาละวาดหรือเปล่าหนอ​คุณรับผิดชอบด้วย ยัยเบบี้โกรธฉันมาก...​เดี๋ยวผมจะให้กำลังใจ จุ๊บ..

  • หนี้อสูร   38

    หิรัญรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย แต่เปลี่ยนเป็นเอ่ยชื่นชม เมื่อเห็นพี่ชายของเขา ในสภาพที่มีใบหน้าหล่อเหลาดั่งเดิม เดินตรงเข้ามาหาเขาในห้องทำงาน ทีปต์ยิ้มตอบเล็กน้อย แต่นัยน์ของเขามันไม่ยิ้มด้วยเลยแม้แต่น้อย ก่อนจะทรุดลงนั่งตรงกันข้ามกันกับน้องชาย สายตาคมกล้าจ้องเขม็ง มองอาการของหิรัญ ที่ยังคงเอ่ยพร่ำชมเชยถึงความสมบูรณ์แบบของการผ่าตัดศัลยกรรม​“ไม่น่าเชื่อเลยครับพี่ทีปต์ หมอที่นั่นเก่งจริงๆ พี่ทีปต์ไม่ได้หน้าตาน่าเกลียดแบบเดิมแล้ว มันยอดมาก ไม่มีแม้แต่รอยสักรอย หมอเก่งมากๆ”​“พี่ลบรอยแผลเป็นนั่นไปแล้ว แผลเป็นที่ทำให้ชีวิตของพี่พลิกผันไปมากมาย แผลเป็นที่ทำร้ายพี่ได้อย่างหนักเหลือเกิน นิกซ์” คำพูดนั้นทำให้หิรัญเลิกคิ้วนิดหน่อย แต่ก็ยังยิ้มส่งให้กับทีปต์​“ดีแล้วครับ พี่จะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ผมคิดว่ามันจะสดใสแน่นอน”​“พี่ยังเริ่มต้นใหม่ไม่ได้ นิกซ์ จนกว่าพี่จะจัดการกับแผลเป็นอีกแผลหนึ่งก่อน แผลนี้มันใหญ่มากเสียด้วย และที่สำคัญ พี่ต้องขอความร่วมมือจากนายในการกำจัด”​“เอ...ผมตามไม่ทัน พี่ทีปต์หมายความว่าอะไรหรือครับ”​“นายยังไงล่ะ นิกซ์ แผลเป็นของทีฆทัศน์ สิ่งที่นายทำ มันเป็นเหมือนแผลร้าย ที่ก

  • หนี้อสูร   37

    นัยน์ตาสีนิลคมกริบนั่น รูปหน้าเรียวได้ส่วน ริมฝีปากนั่น...​มันช่างเหมือนกันราวกับพิมพ์เดียว แม้กระทั่งกลิ่นน้ำหอม ถ้าเธอจมูกไม่เพี้ยน เขาก็ยังใช้กลิ่นเดียวกัน ต่างกันแค่คนตรงหน้าเธอ ดูเปิดเผย จริงใจ และอบอุ่นกว่าเขามากนัก เป็นส่วนที่แตกต่างกันมาก แต่เหตุไฉน ใจเธอกลับวนเวียนไปคิดถึงแต่อสูรใจร้ายอย่างทีปต์ มากกว่าคนตรงหน้าเธอ ที่รูปร่างหน้าตาเหมือนกับพิมพ์กันมา ทั้งที่เขาดูอ่อนโยนและเอาใจเธอนัก ไม่รังเกียจแม้รู้ว่าเธอตั้งครรภ์แบบไม่สามารถบอกได้ว่าพ่อของเด็กในท้องคือใคร ​“ผมซื้อมาฝาก ไปลองชิมมาแล้วอร่อยมาก เห็นคุณบอกว่าอยากกินขนมไทยๆ” เขายื่นถุงพลาสติกบรรจุขนมหน้าตาน่ากินส่งให้เธอ ยอดชีวายิ้มน้อยๆ แล้วเอื้อมมือรับ ชายหนุ่มชักมือกลับ ก่อนจะเอ่ยเสียงทุ้ม​“อุตส่าห์ซื้อของมาฝาก ใจคอจะไม่ต้อนรับแขกเลยหรือครับ”​“เชิญเข้ามาก่อนก็ได้ค่ะ” เธอไขกุญแจให้เขา พลางย่นจมูกอย่างลืมตัว ท่าทีน่ารักนั้นทำให้ธนัยมองเธอตาปรอย เขามองใบหน้าหวานนั่นอย่างชื่นชมเปิดเผย แทบจะช่วยประคองด้วยซ้ำ เมื่อยอดชีวาทำท่าจะสะดุดล้ม เธอต้องปัดมือของเขาที่ทำท่าจะเอื้อมมาจับเธอไว้ แล้วพึมพำบอกว่าไม่เป็นไร​หญิงสาวรับแขกของ

  • หนี้อสูร   36

    ช่อชนิดาเฝ้าแอบมองหญิงสาวในชุดกระโปรงสีหวาน ที่กำลังล็อกประตูรั้วบ้าน หันหลังให้กับเธออย่างไม่ทันระวังตัว ร่างบางจึงปราดจากที่ซ่อน แล้วตรงเข้าประชิดทันที มือบางรวบเอวเล็กของอีกฝ่ายไว้ ทางนั้นร้องอุทานอย่างตกใจ ​“ยัยเบบี้ โอย...ดีใจจริงๆ จับตัวได้แล้ว”​“อีฟ” ยอดชีวากะพริบตาปริบๆ หน้าแดงสลับซีดด้วยความรู้สึกหลากหลายปนเป ช่อชนิดารัดเธอไปกอดไว้แน่น ก่อนจะละล่ำละลัก อุทานซ้ำๆ ​“อย่าไปไหนอีกนะ อย่าไปไหนอีกเลย เพื่อนรัก เราดีใจเหลือเกิน โอย...เบบี้ ดีใจจริงๆ”​“เราก็ดีใจอีฟ ฮือๆ เราดีใจที่เจออีฟ”​“แล้วหนีมาทำไมถึงนี่ จะบ้าหรือยังไงกัน หนีมาไม่บอกไม่กล่าว หลังงานศพพ่อเธอ เธอก็หายไปเลย อะไรกันน่ะ เราทั้งงง ทั้งใจหาย จะเป็นบ้าที่เพื่อนรักหนีหายมา เกิดอะไรขึ้น”​“ไปคุยกันในบ้านดีกว่า เรื่องมันยาว แต่ว่าอีฟตามหาเราได้ยังไงกันนี่” ยอดชีวาปาดน้ำตาแห่งความดีใจที่รินไหลออกทิ้ง แล้วยิ้มกว้างให้กับเพื่อนรัก มือทั้งสองจับกันแน่น เหมือนกลัวว่าที่เห็นตรงหน้าจะเป็นภาพลวงตา​“เราตามเพจของเบบี้มายังไงล่ะ ดีนะที่เบบี้เปิดเพจไว้ เพจขายน้ำหอมของเบบี้น่ะ เราจำได้ว่าอีเมลนั้นเป็นอีเมลของเบบี้ ที่ติดต่อ ก็เร

  • หนี้อสูร   35

    ​ทีปต์อ่านจดหมายด้วยมือที่สั่นเทา เขานั่งทรุดลงอย่างหมดแรง ตู้ที่เปิดอ้าไว้ แง้มให้เห็นว่าของภายในถูกเก็บกวาดไปจนเกลี้ยง ของทุกสิ่งที่เป็นของยอดชีวาอันตธานออกไปจากห้องนี้ เหมือนที่เธอเดินไปจากชีวิตเขา หิรัญยืนพิงกรอบประตู มองดูพี่ชายของเขาที่นั่งนิ่งเหมือนหิน เขาเดินก้าวเข้าไปใกล้ แล้วตบบ่าของทีปต์เบาๆ ก่อนจะเอ่ยปลอบโยนด้วยน้ำเสียงทุ้ม​“ปล่อยเขาไปเถอะครับพี่ทีปต์”​“ยอดชีวาแท้งลูก พี่จะปล่อยเขาไปแบบนั้นได้ยังไงกัน” ชายหนุ่มเม้มปาก “แล้วเรื่องฤทธิ์มันอะไรกัน พี่งงไปหมดแล้ว”​“ถ้าไม่แท้ง พี่จะแน่ใจได้ยังไงกันว่าเป็นลูกของพี่ นังเด็กนั่นก็บอกแจงในจดหมายอยู่ ว่าเป็นลูกใครกันแน่ หึ!สันดานร่านนัก ไอ้เพื่อนเลวนั่นก็เหลือเกิน ผมมีพยานนะครับพี่ทีปต์ ประภาเด็กรับใช้เป็นพยานให้ได้ ว่าเคยเห็นพวกมัน...”​“พอเถอะ พอที พี่อยากอยู่คนเดียว” ทีปต์ปัดมือที่โอบไหล่เขาออก ก่อนจะเอ่ยเสียงเครียด หิรัญลุกขึ้น มองหน้าทีปต์ที่ตอนนี้อ่านความรู้สึกไม่ออก ว่ากำลังคิดอย่างไรกันแน่ จดหมายจากยอดชีวายับยู่ยี่อยู่ในมือเขา นัยน์ตาคมของเขาฉายแววเย็นชา ไม่แสดงความรู้สึก ทั้งที่ตอนแรกมันฉายแววเจ็บปวดอย่างเหลือแสน สิ่งท

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status