Share

11

last update publish date: 2026-10-27 13:18:36

ยอดชีวาค่อยเหลือบมองคนข้างๆ เธอ ที่โอบบ่าเธอไม่ปล่อยเลย ตั้งแต่เข้ามานั่งดูภาพยนตร์ด้วยกันในห้อง ทีปต์ดูมีความสุขกับเรื่องราวบนจอโทรทัศน์ขนาดห้าสิบสองนิ้วมาก เสียงกระหึ่มของเครื่องเสียงให้ความรู้สึกราวกับชมในโรงภาพยนตร์ ตรงหน้ามีอาหารว่างวางอยู่ เป็นผลไม้หั่นชิ้นและป๊อบคอร์น

​“ขอชมพู่สักชิ้นสิ”

​“คะ?”

คนที่กำลังมองเสี้ยวหน้าเขาเพลินๆ ขานรับแบบงงๆ เพราะตั้งแต่เข้ามาด้วยกันเกือบครึ่งชั่วโมง เขาเพิ่งจะพูดกับเธอเป็นคำแรก

​“ป้อนฉันหน่อย”

คำสั่งต่อมาเล่นเอาเธอหน้าแดง แล้วค่อยๆ จิ้มชิ้นผลไม้ขึ้นมา หลับหูหลับตาป้อนเข้าปากเขาแต่โดยดี ทีปต์งับผลไม้ฉ่ำหวานลงไป เขากระชับอ้อมแขนอีกนิด เพื่อดึงร่างบางมาใกล้ กลิ่นหอมๆ ของยอดชีวา ชักจะทำให้เขาดูภาพตรงหน้าไม่ค่อยรู้เรื่อง มือที่โอบเฉยๆ เริ่มลูบไล้ตามเรียวแขนของเธอไปมา

​ใครจะไปรู้นะ ว่าการห่างเซ็กซ์มานาน มันจะทำให้เขาหื่นกามได้มากขนาดนี้ ทีปต์ต่อว่าตัวเองในใจ มันต้องใช่แน่ๆ มีอย่างที่ไหน ใกล้เธอแค่นิดหน่อย อะไรๆ มันก็ร้อนผ่าวแข็งขันขึ้นมาอีกแล้ว ทั้งที่เมื่อคืน ไหนจะค่อนรุ่งเลยมาเกือบสาย เขาตักตวงจากเธอไปแล้วกี่ครั้งกี่หนกัน

​“คะ...คุณทีปต์”

เธอทำตาโตแป๋วมองเขา เมื่อมือของเขาเริ่มไม่อยู่สุข ทีปต์ทำหน้าเฉย แล้วเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม แต่นัยน์ตาสีดำนิลส่งประกายแพรวพราวระยับหวาม จนคนมองสบยิ่งหน้าแดงก่ำ เธอปัดป้องเขาไปมา แต่มีหรือจะห้ามเขาได้ ในที่สุดมือร้ายกาจนั่นก็เกาะหมับเข้าที่ทรวงอกเธออย่างเหมาะเจาะ

​“ไซซ์เท่าไหร่? สามสิบสามคัพดี?”

​จะถามไปเพื่อจะซื้อเสื้อยกทรงให้เธอหรือยังไงกัน ตาบ้านี่...

​ยอดชีวาพยายามผลักมือเขาออก จนใจที่มันเกาะแน่นเหมือนทากาวตาช้าง เธอได้แต่ค้อนเขา แล้วไม่ตอบ เม้มปากใส่ทำแก้มป่องอย่างลืมตัว ท่าทางนั้นน่ารักนัก จนทีปต์ต้องซ่อนรอยยิ้มไว้

​“กำลังดีเลย”

เขาไม่ได้จับเฉยๆ แล้วตอนนี้ กำลังเคล้นมันไปมา ร่างกายเธอก็ช่างกระไร เขาจับนิดต้องหน่อย ก็อ่อนระทวยไปตามสัมผัสร้อนแรงนั่น ยอดชีวาสวมชุดกระโปรงยาวเหนือเข่า ตัวเสื้อเป็นเกาะอกมีสายสปาเกตตีผูกโบว์น่ารัก เธอรู้สึกว่ามันขาดทุนและช่างอำนวยความสะดวกแก่เขาเอาเสียมากๆ มือร้อนอีกข้างกำลังเลื่อนลูบตามเรียวขา สูงขึ้นเรื่อยๆ

​“คุณทีปต์”

เสียงหวานเอ่ยคราง บริเวณลำคอ เหนือลาดไหล่ บางที่ยังมีรอยแดงจางๆ จากฝีมือของคนที่กำลังกระซิบเสียงทุ้มข้างหูเธอ

​“แล้วตรงนี้...”

มือร้อนนั่นลูบสะโพกงอนเบาๆ ขยับให้เธอขึ้นมานั่งตักเขา ยอดชีวาอกใจเต้นระทึกไปหมด กับสัมผัสร้อนหวามนั่น

​“สักสามสิบหกหรือเปล่า?”

​“อื้อ...”

​เขาดึงเอาสายเสื้อเธอลงมาจูบไล่พรมซับไปตามผิวสาวหอมกรุ่น มือข้างหนึ่งกำลังง่วนกับทรวงอกเธอ อีกข้างสำรวจต่ำกว่านั้น เสียงหวานครางเบาๆ ด้วยความรัญจวนกับสัมผัสของเขา

​โอ...อีกแล้วหรือนี่ เขาเอาเรี่ยวเอาแรงมาจากไหนกันนะ

​ยอดชีวาได้แต่ครวญในอก เขารูดแพนตี้สีหวานลงมาตามลำขา แล้วขยับให้เธอนั่งอยู่บนตักกว้าง บางส่วนบุกรุกเข้ามาในกายสาว ชายหนุ่มกุมทรวงงามอะร้าอร่ามเกินตัวนั่นไว้ด้วยมือทั้งสอง บีบคลึงอย่างเมามัน ใบหน้างามแหงนเชิด หายใจแทบไม่ออกเมื่อเขาเริ่มบุกรุกเข้ามาทั้งตัว

​“มะ..ไม่ดูหนังแล้วหรือคะ”

​“ไม่...”

เสียงทุ้มตอบสั่นพร่า แล้วกัดริมฝีปาก เมื่อลดมือข้างหนึ่งจับเอวคอด แล้วเริ่มขยับจังหวะให้เธอ พลางกระซิบสอน

​“ค่อยๆ ช้าๆ แล้วก็เร็วขึ้น ดีมาก ดี”

คำเอ่ยชมนั่นพร้อมกับเสียงครางกระหึ่มจากลำคอหนา ทำให้นักเรียนสาวหัวไว ค่อยขยับตัวตามจังหวะที่เขากำกับ เธอเองก็จวนเจียน อยากจะขึ้นไปสัมผัสวิมานน้ำผึ้งพร้อมๆ กันกับเขาแล้วเช่นกัน

​ร่างสองร่างขยับเขยื้อน เคลื่อนไหวไปตามจังหวะแห่งนิรันด์ เกาะเกี่ยวกันไปกอดปุยเมฆสีชมพูหวาน แทบจะสำลักความสุข ก่อนจะกอดกันแนบแน่น ซวนซบอิงเอนอย่างอิ่มเอม เมื่อถึงปลายทางแห่งวิมานดาว

​ทีปต์ปรือตามองคนที่เขากำลังกอดไว้ ด้วยสายตาอ่อนโยนชนิดหนึ่ง มือหนึ่งปาดไล้เช็ดเหงื่อให้เธอ แม้จะอยู่ในห้องปรับอากาศ แต่ความร้อนแรงที่เขาเรียกร้อง ก็ทำเอายอดชีวาถึงกับเหงื่อซึม เขาไล้มือลูบไปตามรูปร่างงดงามนั่น

ของ...ของเขา ทีปต์เรียกเธอว่าอย่างนั้น ช่างสมบูรณ์แบบ งดงาม และน่ารักน่าใคร่นักหนา

​ดอกเบี้ยที่เขาได้มา ช่างทำให้เขามีความสุขยิ่งนัก ชีวิตของทีปต์เปลี่ยนไปตั้งแต่ยอดชีวาก้าวเข้ามา มันเหมือนมีการสาดสีอื่นเข้ามาในสีดำสนิท สีดำแห่งความหมอง ความทุกข์ของเขา กำลังเริ่มมีสีอื่นเข้ามาเปล่งประกายบ้างแล้ว...

​ชายหนุ่มสั่นศรีษะเบาๆ เหมือนจะไล่ความคิดอ่อนหวานนี้ออกไป เธอก็แค่ของชั่วคราว ดอกเบี้ยที่เขาเรียกร้องจากบิดาของเธอเท่านั้น หน้าที่ของเธอคือผลิตลูกให้เขา วันไหนที่เธอมีลูกแล้ว เขาก็จะเฉดหัวเธอไปไม่ใช่หรือ ทำให้ยอดชายเจ็บปวดจนแทบกระอัก นี่คือเจตนารมย์ของเขาไม่ใช่หรืออย่างไร?

​เขาผละจากร่างงามอย่างรวดเร็ว แล้วสวมเสื้อผ้า ยอดชีวากะพริบตาปริบๆ รู้สึกว่าไอตัวอุ่นร้อนของคนที่เฝ้ากกกอดเธอผละห่างจากไป เธอมองตามเขาอย่างลืมตัว ทีปต์สวมเสื้อผ้าเสร็จก็เดินดุ่มออกมาจากห้องนั้นไม่ได้หันหลังกลับไปมองหรือพูดจาอะไรกับเธออีกเลยสักคำ

​ยอดชีวาลนลานรีบเอาเสื้อผ้ามาสวม แทบจะฉิวเฉียดเมื่อประภามาเคาะห้องนั่งเล่น เพื่อจะมาบอกรายการอาหารมื้อเย็น เผื่อว่าเจ้านายทั้งสองจะอยากรับประทานอะไรเพิ่มเติม สาวใช้มองสภาพของยอดชีวา ที่ผมเผ้ายุ่งเหยิง เสื้อแสงไม่เป็นระเบียบ และมีรอยแดงๆ จางๆ ตามผิวเนื้อ ก็ถึงกับเผลอเบ้ปาก นัยน์ตาส่งประกายวับวาม ยอดชีวาได้แต่หลบสายตาสาวใช้ที่จ้องมอง แล้วตอบไปอ้อมแอ้มว่าเธอไม่ได้อยากได้อะไรเป็นพิเศษ

​“จะรับประทานมื้อเย็นลงหรือคะ ดูเหมือนว่าคุณจะอิ่มอยู่”

คำพูดส่อนัยประชดจากประภา ทำให้ยอดชีวาหน้าแดงเถือก เธอเงยหน้ามองสาวใช้ อีกฝ่ายหนึ่งยิ้มเหยียดส่งให้เธอ แล้วขอตัวเดินออกไป

​“อีตาบ้านั่นแท้เชียว...”

เธอกัดริมฝีปาก แล้วค้อนลมฝากไปถึงทีปต์ ก่อนจะถอนใจเมื่อนึกถึงความสัมพันธ์ระหว่างเขาและเธอ เซ็กซ์ของทีปต์ไม่ได้น่ากลัวเลยสักนิด ตรงกันข้าม มันกลับทำให้เธอรู้สึกดี และเริ่มหลงไหลไปกับรสสัมผัสอันอ่อนหวานระอุเสน่หานั่น

​นี่เราเป็นอะไรไปกันนะ...

​หญิงสาวสั่นหน้าแรงๆ ทอดถอนใจอีกหน เมื่อนึกถึงความเป็นจริง เงื่อนไขระหว่างเขาและเธอ ข้อความในนิตยสารที่เคยอ่านวาบเข้ามาในสมอง

​เซ็กซ์สำหรับผู้ชายแค่สนุก แต่ผู้หญิงกลับรู้สึกผูกพัน

​นั่นเป็นเพราะฮอร์โมนเพศที่สร้างความแตกต่างระหว่างเพศ ฮอร์โมนเพศชายและหญิงที่แตกต่างกัน เพราะฮอร์โมนออกซิโตซิน (oxytocin) ของเพศหญิงที่หลั่งออกมาระหว่างมีเพศสัมพันธ์ ถึงทำให้เธอรู้สึกผูกพันกับเขาหรือเปล่านะ

​คิดไปร้อยแปดพันเก้า แต่ก็ลงความได้อย่างเดียวว่า ตอนนี้หัวใจของยอดชีวาเริ่มแปรเปลี่ยนไปแล้ว ตั้งแต่ที่เธอเสียพรหมจรรย์ให้กับผู้ชายที่คิดเพียงแค่จะใช้ร่างกายเธอเป็นเครื่องจักร ผลิตเจ้าตัวน้อยให้เขาก็เท่านั้น

​น่าสงสารเสียจริง ยอดชีวาเอ๋ย...

​

​ดอกกุหลาบสีชมพูอ่อนจางเกือบขาว กลิ่นหอมหวานอ่อนๆ ชวนให้คิดถึงสตรีสาวที่เขาเดินจากมายิ่งนัก ทีปต์มานั่งเล่นในสวนกุหลาบปรับอุณหภูมิของเขาเสมอ ยามที่สับสน คิดอะไรไม่ออก ภาพความงดงามของดอกไม้ตรงหน้า กลิ่นของมัน จรรโลงใจเขาได้ทุกครั้งทุกหนไป คงจะยกเว้นครั้งนี้มันดันซ้ำเติมไปให้เขาคิดย้ำถึงสิ่งที่เขาต้องการจะปัดออกไปจากสมองเสีย

​มือหนาลูบไล้กลีบกุหลาบไปมา เผลอเด็ดมันติดมือ ทีปต์ถอนใจน้อยๆ เขามองหากุหลาบสีเดียวกัน แล้วค่อยหากรรไกรแต่งกิ่งที่อยู่ในกล่องอุปกรณ์ มาตัดเลือกอีกหลายดอก จนได้กุหลาบสีหวาน กลิ่นหอมช่อโต ถ้าเกิดว่าสั่งตรงมาจากแหล่งปลูก กุหลาบช่อนี้คงมีราคาแพงมหาศาล เพราะเป็นพันธุ์ดอกใหญ่ กลิ่นหอมแรง ที่เขาสั่งตรงมาจากยุโรป

​ทีปต์หอบดอกไม้ไว้ในอ้อมแขน ก้มลงสูดกลิ่นหอมหวานของมันเข้าปอด ภาพของยอดชีวาแทรกเข้ามาในหัว ยามเธอสะเทิ้นสะท้านเพราะถูกเขาสัมผัส ทำให้เขาใจเต้นแรง ใบหน้าเครียดขรึมเป็นนิตย์มีรอยยิ้มผุดขึ้นอย่างไม่ตั้งใจ นี่เขาเดินหนีเธอมา แต่ต้องรีบกลับไปหาเธอพร้อมกับของขวัญสินะ ใจเขามันกำลังเต้นอย่างสับสน บอกไม่ถูกว่าจะทำอย่างไร กับตนเองและเธอดี

​ชายหนุ่มก้าวเท้ายาวๆ ตรงกลับไปยังห้องนั่งเล่น ภาพยนตร์ยังเปิดทิ้งไว้ ไร้เงาของเจ้าสาวของเขา ทีปต์มองกุหลาบในอ้อมแขนอย่างลังเล คงจะเป็นภาพที่ประหลาดนักถ้าเขาเดินดุ่มไปทั่วบ้านตามหาเมีย พร้อมกับดอกกุหลาบหอบโต ชายหนุ่มรู้สึกขัดเขิน จึงเลือกที่จะกลับเข้าไปที่ห้องของตน ระวังไม่ให้มีใครเห็น เอากุหลาบวางลงบนโต๊ะ ตัดแต่งกิ่งอีกนิด มองซ้ายขวาเพื่อหาภาชนะใส่พวกมัน สายตาสะดุดกับเหยือกน้ำที่วางตั้งไว้ในห้อง เลยเอามาจัดการจัดดอกไม้ลวกๆ ลงไป กลิ่นของกุหลาบหอมฟุ้งไปทั่วห้อง ทีปต์นั่งมองมันอยู่อย่างนั้น แล้วมองนาฬิกา นี่ใกล้เวลารับประทานอาหารเย็นแล้ว จะอย่างไรเขาก็ต้องเจอเธอแน่นอนล่ะที่โต๊ะอาหาร

​เสียงเคาะประตูดังขึ้น เขาเอ่ยอนุญาต สาวใช้มาเรียนว่ามีแขกเข้ามาพบ หิรัญและรัตนฤทธิ์ คำรายงานนั่นทำให้เขาขมวดคิ้วอย่างแปลกใจ ที่สองคนนี้มาพร้อมๆ กันแบบนี้  ทั้งที่เพื่อนรักของเขาและน้องชายบุญธรรม แลจะไม่ใคร่ชอบขี้หน้ากันนัก

​“เดี๋ยวฉันลงไป อ้อ...บอกพ่อบ้านให้จัดโต๊ะเพิ่มอีกสองที่เผื่อไว้ด้วย เย็นนี้ทำอะไรเป็นมื้อเย็น”

​“มีพะแนง ไข่เจียวหมูสับ แล้วก็ไก่ทอดสมุนไพรค่ะคุณท่าน”

​“หาอะไรอีกสักอย่างสองอย่างเพิ่มด้วย”

เขาสั่ง เผื่อไว้จะชวนแขกทั้งสองรับประทานอาหารมื้อค่ำ ทีปต์หันมองเงาตนเองในกระจกเล็กน้อย ใบหน้าด้านแผลเป็นสะท้อนให้เขาเห็นรูปลักษณ์ของตนเองชัดเจน ชายหนุ่มหยิบเอาแว่นดำมาสวม และปัดผมด้านซ้ายให้ลงมาปรกปิดบังใบหน้าไว้บ้าง

​สิ่งที่เขามักจะทำ ถ้าต้องอยู่กับหิรัญ นั่นก็คือปิดบังใบหน้าของตนเอง เขาเคยแข่งขันกับน้องชายบุญธรรมเสียจนเคยตัว และมีชัยชนะเหนือกว่าแทบทุกด้าน แต่ตอนนี้หิรัญรูปงาม แต่เขาหน้าตาเหมือนผี ไม่กล้าสู้หน้าผู้คนจนต้องให้น้องชายออกหน้าแทน การอำพรางตัวเองเล็กๆ น้อยๆ เหมือนกลไกอัตโนมัติในการปกป้องตนเองของทีปต์

​“อ้า...คุณเป็นนักปรุงน้ำหอม เป็นอาชีพที่เก๋มากเลย ผมยังไม่เคยรู้จักนักปรุงน้ำหอมเลยสักคน เรียนยากไหมครับ”

​“ก็ยากพอดูค่ะ แต่คุณต้องมีสัมผัสการดมกลิ่นที่ดีกว่าคนอื่น แล้วก็การแยกแยะกลิ่น การจินตนาการสร้างสรรค์”

​“จินตนาการนี่เกี่ยวข้องยังไงครับ”

​“ก็เผื่อได้โจทย์จากลูกค้าให้ปรุงน้ำหอมให้อย่างไรละคะ จินตนาการที่สำคัญมากๆ เพราะแต่ล่ะกลิ่นเวลาผสมกันออกมาแล้ว มันจะให้ความรู้สึกหอมที่ไม่เหมือนกันค่ะ”

​เสียงคุยดังขึ้นเมื่อเขาเดินเข้าไปใกล้ห้องรับแขก ทีปต์ขมวดคิ้ว เขาเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นไปอีก เสียงทุ้มนั่นเป็นเสียงของเพื่อนสนิทของเขาเอง หมอนั่นดูจะเพลินมากกับการพูดคุยกับเมียของเขา ใช่! สนุกกันเหลือเกินนะ

​“อืม...แล้วถ้าเกิดว่ามีโจทย์ให้คุณยอดชีวาปรุงน้ำหอมให้นายทีปต์ล่ะครับ จะทำกลิ่นออกมาแบบไหนนะ”

​“เอ่อ...”

ยอดชีวาถึงกับอ้าปากค้าง กะพริบตาปริบๆ เมื่อจู่ๆ ได้รับคำถามนี้ แก้มสาวแดงขึ้นมาเลยทันที คนที่กำลังคุยกับเธอเพลินๆ เห็นอาการนั้นก็อดอมยิ้มไม่ได้

​“กลิ่นสำหรับพี่ทีปต์ คุณคงทำไม่ได้หรอกมั้ง เพราะคุณไม่มีทางที่จะรู้จักพี่ชายของผมได้ดี”

อีกเสียงค้านขึ้น เป็นจังหวะเดียวกับที่ทีปต์ก้าวเข้าไปในห้องนั้นพอดี

​“อะแฮ่ม!”

​เสียงกระแอมจากเจ้าของบ้าน ทำให้ทุกสายตาหันไปมองเขาเป็นตาเดียว หิรัญยิ้มกว้างให้กับพี่ชาย แล้วลุกขึ้นยืน พลางดึงแขนชายหนุ่มให้มานั่งข้างตนเอง

​“พี่ทีปต์ วันนี้ขอนอนด้วยคนนะครับ ผมทะเลาะกับคุณแม่มา เรื่องใหญ่เลย ท่านงอน ไล่ผมไม่ให้นอนด้วย”

​“ไปก่อเรื่องอะไรมาล่ะ”

ทีปต์เลิกคิ้ว ร้อยวันพันปีน้องชายคนโปรด ถึงจะโดนมารดาโกรธ นี่คงจะไปก่อเรื่องใหญ่โตอะไรเข้า คุณอารยาถึงกับไล่เอาแบบนี้

​“นิดหน่อยน่ะครับ เรื่องสาวๆ” เขาหลิ่วตาให้กับพี่ชาย ก่อนจะหัวเราะ

“แค่สองสามวันน่ะครับ ขอหลบภัยหน่อย รายละเอียดเดี๋ยวผมค่อยเล่าทีหลัง”

​“ได้สิ สำหรับนายจะพักเป็นเดือนก็ได้ ถ้าอยากกินอะไรเป็นพิเศษ บอกกับในครัวได้เลยนะ แม่ครัวพี่ทำอาหารเป็นเกือบทุกชาตินั่นละ”

​“เยี่ยมเลยครับ ขอบคุณนะครับพี่ทีปต์ เอ...จริงสิ พี่ยังไม่ได้แนะนำ...”

เขามองเลยไปยังยอดชีวา ซึ่งนั่งบนโซฟาตัวเดี่ยว เธอกำลังทำท่าอึดอัด และอยากจะขอตัว ตอนแรกที่ทีปต์ยังไม่ลงมา เธอถือเป็นมารยาทที่ดีในการช่วยเขาต้อนรับแขก แต่ตอนนี้เขามาแล้ว เขาอาจจะหาว่าเธอจุ้นจ้านก็เป็นได้

​เพียงนัยน์ตาสองคู่มองสบกัน ก็ราวกับเกิดประจุไฟฟ้าแล่นวาบในอากาศ ฝ่ายหนึ่งรีบหลบตา ส่วนอีกฝ่ายยิ้มกริ่ม แล้วเอ่ยเสียงทุ้ม น้ำเสียงนั่นอ่อนโยนอย่างไม่รู้ตัว

​“นี่เมียพี่ ยอดชีวา ยอดชีวา ฉันขอแนะนำให้รู้จักน้องชายของฉัน นิกซ์ ส่วนอีกคนคงไม่ต้องแนะนำกระมัง”

หางตาเขามองเพื่อนรักฉายแววขุ่นขึ้นทันที รัตนฤทธิ์ยักไหล่ แล้วผายมือออกทั้งสองข้าง

​“แนะนำหน่อยก็ดีนะ ว่าฉันเป็นใคร เทือกเถาเหล่ากอมาอย่างไร เป็นลูกหลานผู้ดีเก่าที่เจ้าคุณย่า ทิ้งสมบัติฝังไหไว้ให้ แต่ดันหาไหไม่เจอก็เลยมาเป็นลูกจ้างนาย อิอิ”

​ยอดชีวาถึงกับหัวเราะกิ๊กออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ กับตลกหน้าตายของรัตนฤทธิ์ เห็นเธอหัวเราะร่าเริงแบบที่ไม่เคยทำเวลาอยู่ใกล้เขา ทีปต์ก็รู้สึกแปลกๆ เขาหน้าบึ้ง แล้วเอ่ยเสียงขรึม

​“ออกไปก่อน ยอดชีวา ฉันจะทำงาน”

​“ค่ะ”

​หญิงสาวหยุดหัวเราะ แล้วยิ้มแหยแจกให้กับหนุ่มๆ ทั้งสอง แล้วค่อยลุกขึ้นเดินออกไปจากห้องอย่างเงียบๆ รัตนฤทธิ์มองตามแล้วผิวปากหวือ ก่อนจะหันมายักคิ้วให้กับเพื่อนรักอย่างล้อเลียน

​“เฮ่ย...เห็นใหม่ๆ ว่าสวยแล้ว ดูนานไปยิ่งสวยมาก นี่...”

​“ขอรายงานวันนี้สิ”

เพื่อนรักแบมือออก น้ำเสียงเริ่มเป็นการเป็นงานในทันที รัตนฤทธิ์ถอนใจหมดเวลาล้อเล่นแล้วสินะ มาเป็นโหมดเจ้านายลูกน้องเสียแล้วเพื่อนเรา

​“นี่ครับ เจ้านาย รายงานการประชุมวันนี้ แล้วก็พอดีเลยที่คุณนิกซ์อยู่ด้วย จะได้คุยกับเจ้านายเรื่องแผนการที่คุณเสนอไปกับที่ประชุม โดยไม่ผ่านทางเจ้านาย... อีกแล้ว”

​เหมือนโดนศอกใส่ซึ่งหน้า หิรัญถึงกับอึ้งไปนิด แล้วยิ้มออกมาอย่างรวดเร็ว เขาเอ่ยตอบพี่ชายที่หันมามองด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

​“ผมแค่เป็นข้อเสนอแนะเท่านั้นครับ ยังไม่ได้คิดจะทำจริงๆ ก็เลยไม่ได้มาบอกกับทางพี่ทีปต์”

​“มันหลายครั้งแล้วนะครับ จริงๆ แล้วทางคุณนิกซ์น่าจะบอกกับทางเจ้านายให้รับทราบด้วย เพราะถ้าผ่านที่ประชุมแล้ว มันก็หมายถึงข้อเสนอนั้นต้องได้รับการปฏิบัติ แต่ดีว่าหนนี้ยังไม่ผ่านที่ประชุม มันก็เลยกลายเป็นข้อเสนอแนะไม่เหมือนหนที่แล้ว”

​“คือ...”

หิรัญถลึงตาใส่รัตนฤทธิ์อย่างลืมตัว ฝ่ายนั้นยังคงทำหน้านิ่งๆ ยิ้มๆ สายตารู้ทันที่มองมา มันทำให้เขาหนาวเยือกพิกล ทีปต์เงยหน้าจากเอกสาร เขามองหน้าของน้องชาย แล้วถอนใจน้อยๆ พลางก้มลงอ่านเอกสารต่อ

​“ไม่เป็นไรหรอกน่า นายฤทธิ์ ยังไงแล้วนิกซ์ก็ต้องมาคุยกับฉันอยู่แล้ว น้องชายฉันไม่ทำอะไรที่เป็นการทำร้ายบริษัทหรอก ฉันเชื่อ”

คำพูดนั้นทำให้หิรัญถึงกับยืดอก ส่วนรัตนฤทธิ์แสร้งเอาเอกสารมาบังหน้าพลางแอบเบ้ปาก เขาเอ่ยรายงานการทำงานต่อ โดยไม่พาดพิงถึงหิรัญแม้แต่ประโยคเดียว

​“เย็นนี้กินข้าวด้วยกันสิ”

ทีปต์เอ่ยชวนหลังจากที่คุยงานกับรัตนฤทธิ์เรียบร้อย หิรัญเองนิ่งฟังบ้าง เสริมบ้าง เพราะบางงานรัตนฤทธิ์ก็ไปทำงานกับเขาด้วย

​“ก็ดี จะได้ไม่ต้องไปต้มมาม่ากินที่คอนโดอย่างเดียวดาย”

รัตนฤทธิ์ทำหน้าทะเล้น ทีปต์ได้แต่ส่ายหน้าน้อยๆ แล้วหันไปชวนน้องชายคุย

​“พอจะเล่าได้ไหมว่าไปก่อวีรกรรมอะไรไว้ นายนิกซ์”

​“ผมไม่อยากเล่าให้คนนอกมารับรู้เรื่องในครอบครัวน่ะครับ”

หิรัญมองเลยไปยังรัตนฤทธิ์ ที่ได้ยินแล้วถึงกับอึ้งไปเล็กน้อย ก่อนจะทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ แถมผิวปากหวืออีกต่างหาก

​“ผมมีเรื่องคุยกับพี่ทีปต์มากมาย ไม่เฉพาะแค่เรื่องของผมหรอกครับ เรื่องของ...ยอดชีวาด้วย”

​“ไว้ค่อยคุยกัน”

ทีปต์ตบบ่าน้องชายเบาๆ ก่อนจะหันไปคุยกับรัตนฤทธิ์เกี่ยวกับเรื่องแผนงานอีกสองสามประโยค หิรัญขอตัวไปที่รถของเขาเพื่อเอาของใช้ส่วนตัว เปิดโอกาสให้สองหนุ่มได้อยู่กันตามลำพัง รัตฤทธิ์มองหน้าเพื่อนรักอย่างลังเลนิดหน่อย แล้วค่อยเปรยถาม

​“นายได้ข่าวริน่าบ้างไหม?”

​“นังแพศยานั่นตายดับแล้วสำหรับฉัน”

คำตอบนั่นทำให้รัตนฤทธิ์สะอึกเล็กน้อย สีหน้าของทีปต์เปลี่ยนไปเป็นเย็นชา นัยน์ตาของเขาวาวโรจน์อย่างน่ากลัว

​“ถ้าเขาอยากกลับมาล่ะ...นาย...”

​“ฉันไม่ใช่คนโง่”

​“ฉันก็หวังว่านายจะไม่โง่”

คำพูดของเพื่อนรักทำให้ทีปต์หรี่ตา แล้วมองหน้าของรัตนฤทธิ์ เพื่อนรักจึงเฉลยว่าเหตุใด เขาถึงพูดถึงอดีตคนรักของทีปต์

​“ริน่ากลับมาเมืองไทยนะทีปต์ ลางสังหรณ์บอกฉันว่า หล่อนอาจจะกลับมาป้วนเปี้ยนใกล้นาย”

​“ลางสังหรณ์นายคงไม่แม่นแล้วละ เลิกพูดถึงหล่อนเถอะ ถ้ายังอยากกินข้าวเย็นที่นี่ แล้วก็กลับไปแบบไม่ถูกตัดเงินเดือน"

​“ครับ เลิกเลยครับเจ้านาย”

หนุ่มหน้าทะเล้นยุติการสนทนาไว้เพียงแค่นั้น ทีปต์ดูมีสีหน้าไม่พอใจมากเวลาเขาเอ่ยถึงปริณาห์อดีตคู่หมั้น

​นี่ถ้ารู้ว่าเจ้าหล่อนสนิทสนมกับน้องชายของตนอย่างหิรัญ เขาอยากจะรู้นักว่าบัลลังก์น้องรักจะสะเทือนไหมหนอ...

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • หนี้อสูร   บทส่งท้าย โฉมงามในอ้อมกอดของ เจ้าชายอสูร

    หลังจากผ่านพ้นเรื่องราวร้ายๆ เสร็จสิ้นงานศพของหิรัญ ทีปต์ก็ทำบุญบ้านครั้งใหญ่ เหมือนจะขับไล่เสนียดจัญไรให้ไปให้ไกลเสียจากตระกูลทีฆทัศน์ เขาได้บทเรียนมากมาย จากเรื่องของหิรัญ เขาไล่ประภาออกเพราะหล่อนเหมือนงูพิษที่เลี้ยงไม่เชื่อง ประจักษ์ผู้เป็นลุงและรั้งตำแหน่งสำคัญของคฤหาสน์มันทนา เป็นคนบอกกล่าวกับเจ้านายด้วยตนเอง ว่าหลานสาวมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมหลายอย่าง ทีปต์ทำตามคำแนะนำนั้น แม้ว่าจะสงสารประภาที่ร้องไห้ปิ่มว่าจะขาดใจ ก่อนจะก่นด่ามากมายเมื่อเห็นว่าเขาไล่เธอออกจริงๆ ​คุณอารยาอาการดีขึ้น แม้จะต้องไปทำกายภาพบำบัดบ้าง แต่เธอก็มีความสุข ยิ้มแย้มแจ่มใส ยาใจที่ทำให้เธอหายในเร็ววัน นั่นก็คือทายาททีฆทัศน์ตัวน้อยๆ ที่ตอนนี้กำลังน่ารักน่าชัง ด้วยวัยหกเดือน เจ้าหนูทีฆาเป็นขวัญใจของคนทั้งบ้าน คุณอารยาอยากจะเดินได้พร้อมๆ กับหลานชาย เลยขยันไปทำกายภาพ และดูแลรักษาตัวเองตามที่หมอสั่งอย่างเคร่งครัด​เรื่องของหิรัญเหมือนฝันร้ายของพวกเขา แต่คนตายไปแล้ว และทีปต์เองก็คิดว่าตนเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้หิรัญเกิดบาดแผลขึ้นในจิตใจ เขายังรักน้องชายนอกไส้ แม้ว่าหิรัญจะทำร้ายเขาอย่างแสนสาหัสก็ตามที ทีปต์อโหสิกรรม จัด

  • หนี้อสูร   39

    ยอดชีวามองเพื่อนด้วยสายตาชนิดหนึ่ง ที่ทำให้ช่อชนิดายิ้มแหยพลางเอื้อมมือจะไปบีบมือเธอ แต่เธอชักหนีเสียก่อน แล้วหันมองข้างหน้าต่างรถที่กำลังแล่นด้วยความเร็วสูง ท่าทีเย็นชาของเพื่อนสนิททำให้ช่อชนิดาอดรนทนไม่ไหว ต้องคว้าเจ้าหล่อนมากอด หากถูกปัดป้อง แล้วทำหน้าบึ้งใส่​“โธ่...เบบี้จ๋า หายโกรธนะ เราจะพาเบบี้ไปดูแลที่กรุงเทพฯ อยู่คนเดียวได้ยังไงกันนั่น”​“จะพาเราไปที่ไหน”เสียงหวานเอ่ยขึ้น พร้อมกับสายตาดุๆ ที่ตวัดมองไปยังด้านหลังของคนที่นั่งข้างคนขับ รัตนฤทธิ์หันมายิ้มให้กับเธอ เพราะเห็นหน้าเขานี่แหละ ยอดชีวาถึงได้รู้ว่ามันชักจะไม่ชอบมาพากล และรู้ว่าถูกเล่นตลกก็ตอนที่รถแล่นไกลออกมาเรื่อยๆ ไม่ได้พาเธอไปที่วัดซึ่งเพื่อนรักบอกไว้แต่แรกว่าจะพาเธอไปทำบุญ​“ไปที่บ้าน...”​“บ้านใคร” ยอดชีวาเอ่ยขัดก่อนที่เพื่อนรักจะพูดจบ หน้าหวานงอง้ำ แล้วเธอก็ไม่ยอมพูดจาอีกเลย ช่อชนิดาเอื้อมมือไปสะกิดรัตนฤทธิ์ ที่หันมายิ้มแหยส่งให้เธอ หญิงสาวไม่กล้าคุยอะไรอีก เพราะรู้ว่าเพื่อนรักกำลังโกรธจัดมาก เป็นแบบนี้แล้วถึงที่หมาย ยอดชีวาจะอาละวาดหรือเปล่าหนอ​คุณรับผิดชอบด้วย ยัยเบบี้โกรธฉันมาก...​เดี๋ยวผมจะให้กำลังใจ จุ๊บ..

  • หนี้อสูร   38

    หิรัญรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย แต่เปลี่ยนเป็นเอ่ยชื่นชม เมื่อเห็นพี่ชายของเขา ในสภาพที่มีใบหน้าหล่อเหลาดั่งเดิม เดินตรงเข้ามาหาเขาในห้องทำงาน ทีปต์ยิ้มตอบเล็กน้อย แต่นัยน์ของเขามันไม่ยิ้มด้วยเลยแม้แต่น้อย ก่อนจะทรุดลงนั่งตรงกันข้ามกันกับน้องชาย สายตาคมกล้าจ้องเขม็ง มองอาการของหิรัญ ที่ยังคงเอ่ยพร่ำชมเชยถึงความสมบูรณ์แบบของการผ่าตัดศัลยกรรม​“ไม่น่าเชื่อเลยครับพี่ทีปต์ หมอที่นั่นเก่งจริงๆ พี่ทีปต์ไม่ได้หน้าตาน่าเกลียดแบบเดิมแล้ว มันยอดมาก ไม่มีแม้แต่รอยสักรอย หมอเก่งมากๆ”​“พี่ลบรอยแผลเป็นนั่นไปแล้ว แผลเป็นที่ทำให้ชีวิตของพี่พลิกผันไปมากมาย แผลเป็นที่ทำร้ายพี่ได้อย่างหนักเหลือเกิน นิกซ์” คำพูดนั้นทำให้หิรัญเลิกคิ้วนิดหน่อย แต่ก็ยังยิ้มส่งให้กับทีปต์​“ดีแล้วครับ พี่จะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ผมคิดว่ามันจะสดใสแน่นอน”​“พี่ยังเริ่มต้นใหม่ไม่ได้ นิกซ์ จนกว่าพี่จะจัดการกับแผลเป็นอีกแผลหนึ่งก่อน แผลนี้มันใหญ่มากเสียด้วย และที่สำคัญ พี่ต้องขอความร่วมมือจากนายในการกำจัด”​“เอ...ผมตามไม่ทัน พี่ทีปต์หมายความว่าอะไรหรือครับ”​“นายยังไงล่ะ นิกซ์ แผลเป็นของทีฆทัศน์ สิ่งที่นายทำ มันเป็นเหมือนแผลร้าย ที่ก

  • หนี้อสูร   37

    นัยน์ตาสีนิลคมกริบนั่น รูปหน้าเรียวได้ส่วน ริมฝีปากนั่น...​มันช่างเหมือนกันราวกับพิมพ์เดียว แม้กระทั่งกลิ่นน้ำหอม ถ้าเธอจมูกไม่เพี้ยน เขาก็ยังใช้กลิ่นเดียวกัน ต่างกันแค่คนตรงหน้าเธอ ดูเปิดเผย จริงใจ และอบอุ่นกว่าเขามากนัก เป็นส่วนที่แตกต่างกันมาก แต่เหตุไฉน ใจเธอกลับวนเวียนไปคิดถึงแต่อสูรใจร้ายอย่างทีปต์ มากกว่าคนตรงหน้าเธอ ที่รูปร่างหน้าตาเหมือนกับพิมพ์กันมา ทั้งที่เขาดูอ่อนโยนและเอาใจเธอนัก ไม่รังเกียจแม้รู้ว่าเธอตั้งครรภ์แบบไม่สามารถบอกได้ว่าพ่อของเด็กในท้องคือใคร ​“ผมซื้อมาฝาก ไปลองชิมมาแล้วอร่อยมาก เห็นคุณบอกว่าอยากกินขนมไทยๆ” เขายื่นถุงพลาสติกบรรจุขนมหน้าตาน่ากินส่งให้เธอ ยอดชีวายิ้มน้อยๆ แล้วเอื้อมมือรับ ชายหนุ่มชักมือกลับ ก่อนจะเอ่ยเสียงทุ้ม​“อุตส่าห์ซื้อของมาฝาก ใจคอจะไม่ต้อนรับแขกเลยหรือครับ”​“เชิญเข้ามาก่อนก็ได้ค่ะ” เธอไขกุญแจให้เขา พลางย่นจมูกอย่างลืมตัว ท่าทีน่ารักนั้นทำให้ธนัยมองเธอตาปรอย เขามองใบหน้าหวานนั่นอย่างชื่นชมเปิดเผย แทบจะช่วยประคองด้วยซ้ำ เมื่อยอดชีวาทำท่าจะสะดุดล้ม เธอต้องปัดมือของเขาที่ทำท่าจะเอื้อมมาจับเธอไว้ แล้วพึมพำบอกว่าไม่เป็นไร​หญิงสาวรับแขกของ

  • หนี้อสูร   36

    ช่อชนิดาเฝ้าแอบมองหญิงสาวในชุดกระโปรงสีหวาน ที่กำลังล็อกประตูรั้วบ้าน หันหลังให้กับเธออย่างไม่ทันระวังตัว ร่างบางจึงปราดจากที่ซ่อน แล้วตรงเข้าประชิดทันที มือบางรวบเอวเล็กของอีกฝ่ายไว้ ทางนั้นร้องอุทานอย่างตกใจ ​“ยัยเบบี้ โอย...ดีใจจริงๆ จับตัวได้แล้ว”​“อีฟ” ยอดชีวากะพริบตาปริบๆ หน้าแดงสลับซีดด้วยความรู้สึกหลากหลายปนเป ช่อชนิดารัดเธอไปกอดไว้แน่น ก่อนจะละล่ำละลัก อุทานซ้ำๆ ​“อย่าไปไหนอีกนะ อย่าไปไหนอีกเลย เพื่อนรัก เราดีใจเหลือเกิน โอย...เบบี้ ดีใจจริงๆ”​“เราก็ดีใจอีฟ ฮือๆ เราดีใจที่เจออีฟ”​“แล้วหนีมาทำไมถึงนี่ จะบ้าหรือยังไงกัน หนีมาไม่บอกไม่กล่าว หลังงานศพพ่อเธอ เธอก็หายไปเลย อะไรกันน่ะ เราทั้งงง ทั้งใจหาย จะเป็นบ้าที่เพื่อนรักหนีหายมา เกิดอะไรขึ้น”​“ไปคุยกันในบ้านดีกว่า เรื่องมันยาว แต่ว่าอีฟตามหาเราได้ยังไงกันนี่” ยอดชีวาปาดน้ำตาแห่งความดีใจที่รินไหลออกทิ้ง แล้วยิ้มกว้างให้กับเพื่อนรัก มือทั้งสองจับกันแน่น เหมือนกลัวว่าที่เห็นตรงหน้าจะเป็นภาพลวงตา​“เราตามเพจของเบบี้มายังไงล่ะ ดีนะที่เบบี้เปิดเพจไว้ เพจขายน้ำหอมของเบบี้น่ะ เราจำได้ว่าอีเมลนั้นเป็นอีเมลของเบบี้ ที่ติดต่อ ก็เร

  • หนี้อสูร   35

    ​ทีปต์อ่านจดหมายด้วยมือที่สั่นเทา เขานั่งทรุดลงอย่างหมดแรง ตู้ที่เปิดอ้าไว้ แง้มให้เห็นว่าของภายในถูกเก็บกวาดไปจนเกลี้ยง ของทุกสิ่งที่เป็นของยอดชีวาอันตธานออกไปจากห้องนี้ เหมือนที่เธอเดินไปจากชีวิตเขา หิรัญยืนพิงกรอบประตู มองดูพี่ชายของเขาที่นั่งนิ่งเหมือนหิน เขาเดินก้าวเข้าไปใกล้ แล้วตบบ่าของทีปต์เบาๆ ก่อนจะเอ่ยปลอบโยนด้วยน้ำเสียงทุ้ม​“ปล่อยเขาไปเถอะครับพี่ทีปต์”​“ยอดชีวาแท้งลูก พี่จะปล่อยเขาไปแบบนั้นได้ยังไงกัน” ชายหนุ่มเม้มปาก “แล้วเรื่องฤทธิ์มันอะไรกัน พี่งงไปหมดแล้ว”​“ถ้าไม่แท้ง พี่จะแน่ใจได้ยังไงกันว่าเป็นลูกของพี่ นังเด็กนั่นก็บอกแจงในจดหมายอยู่ ว่าเป็นลูกใครกันแน่ หึ!สันดานร่านนัก ไอ้เพื่อนเลวนั่นก็เหลือเกิน ผมมีพยานนะครับพี่ทีปต์ ประภาเด็กรับใช้เป็นพยานให้ได้ ว่าเคยเห็นพวกมัน...”​“พอเถอะ พอที พี่อยากอยู่คนเดียว” ทีปต์ปัดมือที่โอบไหล่เขาออก ก่อนจะเอ่ยเสียงเครียด หิรัญลุกขึ้น มองหน้าทีปต์ที่ตอนนี้อ่านความรู้สึกไม่ออก ว่ากำลังคิดอย่างไรกันแน่ จดหมายจากยอดชีวายับยู่ยี่อยู่ในมือเขา นัยน์ตาคมของเขาฉายแววเย็นชา ไม่แสดงความรู้สึก ทั้งที่ตอนแรกมันฉายแววเจ็บปวดอย่างเหลือแสน สิ่งท

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status