ปราบพยศคุณหนูจวนแม่ทัพ

ปราบพยศคุณหนูจวนแม่ทัพ

last updateZuletzt aktualisiert : 10.08.2026
Von:  บัวหลวงGerade aktualisiert
Sprache: Thai
goodnovel18goodnovel
Nicht genügend Bewertungen
38Kapitel
5Aufrufe
Lesen
Zur Bibliothek hinzufügen

Teilen:  

Melden
Übersicht
Katalog
CODE SCANNEN, UM IN DER APP ZU LESEN

Zusammenfassung

พีเรียด

ประวัติศาสตร์สมมติ

แฟนตาซี

อัตลักษณ์ที่ซ่อนเร้น

ดื้อรั้น

การแต่งงานตามสัญญา

การฝึกฝน

จ้าวมู่เฉิน บัณฑิตผู้คงแก่เรียน หนึ่งในห้าคุณชายผู้ได้รับขนานนามว่า เป็นคุณชายผู้เพรียบพร้อมทั้งรูปโฉม และการศึกษา ถูกบังคับมั่นหมายกับคุณหนูแก่นแก้วม้าดีดกระโหลกจากจวนแม่ทัพ แม้ไม่เคยพบหน้า ด้วยความบังเอิญเขาได้รับรู้เรื่องราวการก่อกบฎ จึงถูกปองร้าย และล่าสังหาร แม้ชีวิตยังคงรักษาไว้ได้ ทว่ากับความจำเสื่อม ต้องหนีตายอยู่นอกเมือง “ โชคชะตา ” จับพลัดจับถู ให้ทั้งคู่ได้พบกันโดยบังเอิญ ร่วมเดินทางไปกับทั้งสองด้วยความสนุกสนาน ความจำของจ้าวมู่เฉินจะกลับมาหรือไม่ ? เขาจะปราบพยศนางด้วยวิธีใด ? แล้วเขาจะสามารถหยุดยั้งเรื่องราวการก่อกบฏสำเร็จหรือไม่ ? “ ร่วมติดตามเดินทางไปกับจ้าวมู่เฉินแล้ววันนี้… ”

Mehr anzeigen

Kapitel 1

เร่งด่วนกลับจวน

รัชศกเสียนชิง (ค.ศ.656 - 661) ปีที่ 1 จักรพรรดิถังเกาจง (พระนามเดิมหลี่จื้อ) ทรงครองราชปีที่ 8  ทรงเป็นจักรพรรดิพระองค์ที่ 3 ที่ขึ้นครองราชในราชวงศ์ถัง 

ยามเช้าแห่งวสันตฤดู นครเทพฉางอันตื่นจากห้วงราตรีด้วยเสียงจอแจของผู้คนที่เริ่มต้นวันใหม่ รถม้าหรูหราแต่ประดับตกแต่งอย่างเรียบง่าย เคลื่อนผ่านถนนสายหลักของเมือง เสียงเกือกม้ากระทบพื้นหินเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ประกอบกับเสียงลมหายใจของม้าแผ่วเบา ทว่าหนักแน่น ม่านหน้าต่างพลิ้วไหวตามแรงลม เผยให้เห็นใบหน้าของบุรุษผู้หนึ่งนั่งอยู่ภายใน

จ้าวมู่เฉิน หนุ่มน้อยวัย 15 ปี เลิกม่านขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตาดำขลับดุจรัตติกาลทอดมองออกไปนอกหน้าต่าง บรรยากาศแห่งชีวิตที่เคลื่อนไหวเบื้องนอกแตกต่างจากความเงียบงันภายในรถม้าราวฟ้ากับดิน ผู้คนสัญจรไปมา เด็กน้อยวิ่งไล่จับกันส่งเสียงหัวเราะเริงร่า พ่อค้ากู่ร้องเรียกลูกค้าหน้าร้าน กลิ่นหอมรัญจวนของอาหารจากภัตตาคารชั้นเลิศลอยมาตามสายลม ผสมผสานกับเสียงบรรเลงพิณจากหอสังคีตที่อยู่ไม่ไกล

แม้จะเป็นซื่อจื่อจวนขุนนาง แต่บรรยากาศครึกครื้นเช่นนี้ก็มิใช่สิ่งแปลกใหม่สำหรับเขา หากแต่วันนี้ หัวใจกลับรู้สึกหนักอึ้งกว่าคราใด

‘เหตุใดท่านพ่อจึงส่งจดหมายเร่งด่วนเรียกตัวข้ากลับจวนเช่นนี้..?’

ดวงตาเรียวคมทอดมองกลุ่มผู้คน ทว่าภายในใจกลับรู้สึกห่างเหินราวกับมิใช่โลกเดียวกัน หลังจากเขาจากบ้านไปร่ำเรียนที่สำนักศึกษา เวลาก็ผ่านพ้นไปสามปีแล้ว แม้เขาจะคุ้นชินกับความสงบของสำนักศึกษาแล้วก็ตาม แต่เมื่อมองเห็นครอบครัวของผู้อื่นใช้ชีวิตร่วมกัน ความเดียวดายในใจก็ยิ่งแจ่มชัด

สายลมเย็นโชยเข้ามาภายในรถม้า จ้าวมู่เฉินลดม่านลง ปลายนิ้วเรียวยาวกำจดหมายของบิดาในมือแน่น เขารู้ดีว่าท่านพ่อมิใช่คนไร้เหตุผล การเรียกตัวเขากลับมาอย่างเร่งด่วนเช่นนี้ ย่อมมีเรื่องสำคัญเป็นแน่

รถม้ายังคงมุ่งหน้าสู่จวนจ้าว แต่ภายในใจของจ้าวมู่เฉินกลับเต็มไปด้วยคำถามที่ไร้ซึ่งคำตอบ

เมื่อรถม้าค่อย ๆ หยุดลงที่หน้าจวนสกุลจ้าว เสียงบ่าวไพร่ที่ยืนรออยู่พลันเปล่งเสียงตะโกนด้วยความยินดี 

“นายน้อยกลับมาแล้ว..!”

เสียงนกร้องเจื้อยแจ้วประสานกับเสียงหัวเราะที่ดังมาจากภายในเรือน พ่อบ้านจ้าวพ่อบ้านชราผู้อยู่กับตระกูลจ้าวมานานรีบก้าวออกมาต้อนรับ นัยน์ตาของเขาเปล่งประกายยินดี รอยยิ้มยิ่งกว้างเสียจนตาหยี

“โอ้...! นายน้อยจ้าว ไม่พบกันเพียงสามปี ท่านเติบใหญ่รูปร่างสง่างามยิ่งนัก..! รูปงามดุจเทพเซียน ผิวขาวดังหยก นัยน์ตากระจ่างดุจน้ำค้างแรกแย้ม โอ้...เป็นบุญตายิ่งนักที่ได้เห็นท่านกลับมา..!”

จ้าวมู่เฉินได้ฟังก็อดมิได้ที่จะอมยิ้มเล็กน้อย แม้สีหน้าจะสงบนิ่งดังเช่นเคย แต่ภายในใจกลับรู้สึกโหยหาอย่างประหลาด สายลมพัดเอื่อย พัดพากลิ่นเรือนอันคุ้นเคยมาแตะจมูก คล้ายดึงเขากลับไปสู่อ้อมกอดแห่งบ้านเกิด

พ่อบ้านจ้าวรีบรุดเข้าไปแจ้งข่าวแก่นายท่านจ้าว และฮูหยิน ไม่ช้าเสียงฝีเท้าก็ดังขึ้นจากภายในเรือน พร้อมร่างของบิดา และมารดาที่เร่งฝีเท้าออกมาต้อนรับ ด้านหลังปรากฏเงาร่างของเด็กชายสองคน คนหนึ่งอายุสิบปี อีกคนเพียงห้าขวบ ทั้งสองวิ่งเข้ามาหาพี่ชายด้วยแววตาเป็นประกายแห่งความดีใจ

ภาพครอบครัวเบื้องหน้าประหนึ่ง ความอบอุ่นจากเปลวเพลิงช่วยขับไล่ความอ้างว้าง หนาวเหน็บที่คอยกัดกินดวงใจของเขาตลอดสามปีที่จากจวนหลังนี้ไปนาน ดวงใจที่เคยถูกแช่แข็งของจ้าวมู่เฉิน กลับมาเต้นอย่างมีชีวิตชีวาอีกครั้ง

แสงอาทิตย์ยามเช้าส่องตกกระทบใบหน้างดงามของจ้าวมู่เฉิน ขับเน้นรอยยิ้มอบอุ่นของเขาให้เด่นชัดขึ้น แม้จะใช้ชีวิตอยู่นอกเรือนมานาน แต่สุดท้าย ที่นี่ก็คือบ้านของเขา

จ้าวมู่เฉินประคองมารดาเดินเข้าสู่ตัวเรือน ขณะที่น้องชายทั้งสองเดินไปพลางกระโดดล้อมหน้าล้อมหลังเขาไปพลางด้วยความตื่นเต้น สายลมอ่อนพัดพาใบไม้ไหว เสียงบ่าวไพร่กระซิบกระซาบชื่นชมความงาม และความสง่างามของเขาเป็นระยะ

เมื่อเข้าสู่ห้องโถงรับรอง นายท่านจ้าวเดินไปนั่งยังตำแหน่งประมุขของห้อง เขานั่งลงด้วยท่วงท่าสง่าผ่าเผย คนอื่น ๆ ต่างนั่งลงในตำแหน่งอันสมควร ห้องโถงกว้างขวางตกแต่งอย่างประณีต เชิงเทียนโลหะตั้งตระหง่านส่งประกายเงางาม ประทีปแขวนไว้ข้างผนังให้แสงสว่างนวลตา ข้างกำแพงมีชั้นไม้เรียงรายด้วยเครื่องเคลือบลายคราม ส่วนริมหน้าต่างประดับด้วยบอนไซแคระที่ได้รับการดูแลอย่างดี

ไม่นานนัก บ่าวสตรีก็รีบนำน้ำชามาต้อนรับจ้าวมู่เฉิน เขารับถ้วยชาด้วยมือเรียว ก่อนยกขึ้นจิบช้า ๆ ความหอมละมุนของใบชาที่เขาคุ้นเคยปลุกความทรงจำขึ้นมาอีกครั้ง รสชาติอันกลมกล่อมช่วยคลายความเหนื่อยล้าจากการเดินทางไกล แววตาสะท้อนถึงความคิดถึงในรสชาแห่งบ้านเกิด

นายท่านจ้าวทอดสายตามองบุตรชายคนโตด้วยความภาคภูมิใจ ก่อนเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอบอุ่น 

“เฉินเอ๋อร์..!! ที่สำนักศึกษาเป็นอย่างไรบ้าง...? เจ้าสบายดีหรือไม่?”

เสียงของเขาแฝงไปด้วยความห่วงใย

“ ข้าสบายดีขอรับท่านพ่อ สหายร่วมเรียนก็มีหลายประเภททั้งดี และไม่ดีปะปนกันไป แต่เหตุใดท่านพ่อจึงส่งจดหมายเร่งด่วนเรียกข้ากลับมาที่เมืองหลวงขอรับ ” 

นายท่านจ้าวหยิบม้วนราชโองการออกมา ยื่นให้จ้าวมู่เฉิน

“นี่คือเหตุผลที่ข้าส่งจดหมายเรียกเจ้ากลับมา” น้ำเสียงของเขาหนักแน่น ทว่าฉายแววลำบากใจ 

“เป็นราชโองการจากฝ่าบาท…”

จ้าวมู่เฉินโพล่งเอ่ยออกมาอย่างเสียอาการ

เขารีบรับม้วนราชโองการคลี่ออกอ่านอย่างรีบร้อน แววตาสั่นไหว คิ้วเรียวยาวขมวดเข้าหากัน ก่อนเงยหน้ามองบิดา เอ่ยด้วยเสียงประหลาดใจ

“ราชโองการมั่นหมาย... เฉินซูเหริน บุตรีของแม่ทัพเฉินซูเหลียง และองค์หญิงชิงเหอ..!!”

นายท่านจ้าวพยักหน้าช้าๆ 

“ใช่..!! เวลานี้นางมีอายุเพียงห้าขวบปี ทว่าคุณหนูนางนี้สร้างเรื่องจนเป็นที่เลื่องลือ เมื่อไม่นานมานี้ เมืองหลวงมีงานเฉลิมฉลองการเปลี่ยนราชศักใหม่ ความซุกซนของนางทำให้เรือนบ่าวไพร่เกิดเพลิงไหม้ มีผู้เสียชีวิต ข่าวลือแพร่สะพัดว่าบุตรีองค์หญิง คือปีศาจวางเพลิง องค์หญิงชิงเหอหวั่นเกรงว่าอนาคตเฉินซูเหริน จะหาคู่มิได้ จึงร้องขอให้ฝ่าบาทพระราชทานงานมั่นหมายให้แก่บุตรีของพระนาง”

จ้าวมู่เฉินเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงประหลาดใจ

“และฝ่าบาททรงเลือกข้า..?”

นายท่านจ้าวหลุบตาลงต่ำ รู้สึกหนักใจไม่น้อย เขารู้สึกผิดต่อบุตรชายตรงหน้า 

“ถูกต้อง ฝ่าบาททรงเห็นถึงความสามารถของเจ้าตั้งแต่วัยเยาว์ และเพราะสายสัมพันธ์ระหว่างจวนสกุลจ้าวกับราชสำนัก ข้ามิอาจปฏิเสธ…” 

เขาถอนใจยาว “ข้าเสียใจนัก ที่มิอาจปกป้องเจ้าได้”

จ้าวมู่เฉิน ตกอยู่ในภวังค์ประหนึ่งวิญญาณหลุดออกจากร่าง มารดาของเขาจำต้องดึงชายแขนเสื้อเพื่อปลุกให้เขาตื่นจากภวังค์ เขาทอดถอนใจ 

‘ ไม่คิดว่าชะตาชีวิตของข้าจะพลิกผันเช่นนี้ เดิมตั้งใจศึกษาเล่าเรียนหวังสร้างความรุ่งโรจน์ให้แก่สกุลจ้าว บัดนี้กับมีบวงลวดหนามมาคล้องคอ ’ 

เมื่อตั้งสติได้เขาค้อมกายลง เอ่ยด้วยน้ำเสียงอบอุ่น

“ท่านพ่ออย่ากล่าวเช่นนั้น สิ่งที่บุตรพึงมีต่อบิดามารดา คือความกตัญญู งานมั่นหมายนี้เป็นพระราชโองการ ข้าย่อมต้องยอมรับ โดยไม่อาจกล่าวโทษท่านพ่อแม้แต่น้อย”

นัยน์ตาของนายท่านจ้าวมองบุตรชายด้วยความรู้สึกซับซ้อน ลึกลงไปในใจของเขาทั้งภาคภูมิใจ และโศกเศร้าในคราเดียวกัน 

‘ไม่เสียแรงที่ข้าส่งบุตรชายคนโต เดินทางไกลไปเพื่อศึกษาที่สำนักศึกษาลัทธิหยู ที่ลั่วหยาง กลับมาครานี้จ้าวมู่เฉินทั้งสุขุม และนิ่งสงบยิ่งนัก’ 

หากแต่งานมั่นหมายครั้งนี้จะนำพาเรื่องราวใดมาให้บุตรชาย เขาก็สุดจะคาดเดาได้

Erweitern
Nächstes Kapitel
Herunterladen

Aktuellstes Kapitel

Weitere Kapitel
Keine Kommentare
38 Kapitel
เร่งด่วนกลับจวน
รัชศกเสียนชิง (ค.ศ.656 - 661) ปีที่ 1 จักรพรรดิถังเกาจง (พระนามเดิมหลี่จื้อ) ทรงครองราชปีที่ 8 ทรงเป็นจักรพรรดิพระองค์ที่ 3 ที่ขึ้นครองราชในราชวงศ์ถัง ยามเช้าแห่งวสันตฤดู นครเทพฉางอันตื่นจากห้วงราตรีด้วยเสียงจอแจของผู้คนที่เริ่มต้นวันใหม่ รถม้าหรูหราแต่ประดับตกแต่งอย่างเรียบง่าย เคลื่อนผ่านถนนสายหลักของเมือง เสียงเกือกม้ากระทบพื้นหินเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ประกอบกับเสียงลมหายใจของม้าแผ่วเบา ทว่าหนักแน่น ม่านหน้าต่างพลิ้วไหวตามแรงลม เผยให้เห็นใบหน้าของบุรุษผู้หนึ่งนั่งอยู่ภายในจ้าวมู่เฉิน หนุ่มน้อยวัย 15 ปี เลิกม่านขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตาดำขลับดุจรัตติกาลทอดมองออกไปนอกหน้าต่าง บรรยากาศแห่งชีวิตที่เคลื่อนไหวเบื้องนอกแตกต่างจากความเงียบงันภายในรถม้าราวฟ้ากับดิน ผู้คนสัญจรไปมา เด็กน้อยวิ่งไล่จับกันส่งเสียงหัวเราะเริงร่า พ่อค้ากู่ร้องเรียกลูกค้าหน้าร้าน กลิ่นหอมรัญจวนของอาหารจากภัตตาคารชั้นเลิศลอยมาตามสายลม ผสมผสานกับเสียงบรรเลงพิณจากหอสังคีตที่อยู่ไม่ไกลแม้จะเป็นซื่อจื่อจวนขุนนาง แต่บรรยากาศครึกครื้นเช่นนี้ก็มิใช่สิ่งแปลกใหม่สำหรับเขา หากแต่วันนี้ หัวใจกลับรู้สึกหนักอึ้งกว่าคราใด‘เหตุใดท่านพ
last updateZuletzt aktualisiert : 2026-08-06
Mehr lesen
เยือนตำหนักเหอผิง 1
ปลายยามซวี (19.00-21.00 น.) ค่ำคืนปกคลุมเรือนไผ่ขาวด้วยม่านแห่งความเงียบสงบ แสงจันทร์นวลกระจ่างพราวพร่างอยู่บนผืนฟ้า กระทบต้องหลังคากระเบื้องของเรือนน้อย เสียงจิ้งหรีดร้องระงมอยู่ภายนอก ประสานเสียงกบร้องหาคู่ ดุจบทเพลงแห่งรัตติกาลที่บรรเลงอยู่ไม่รู้จบจ้าวมู่เฉินก้าวเท้าเข้าสู่เรือนของตน ดวงตาสีดำสนิททอดมองรอบกายด้วยความรู้สึกอันยากจะพรรณนา ‘ทุกสิ่งทุกอย่างยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ชั้นไม้วางตำรายังคงตั้งตระหง่านอยู่ที่เดิม ผนังเรือนยังคงอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมอ่อนของไม้จันทน์’ เขาใช้ปลายนิ้วเรียวละไล้ไปตามพื้นผิวของมัน ลูบสัมผัสความทรงจำอันแสนไกล ตั้งแต่เยาว์วัยเขาเติบโตภายในเรือนแห่งนี้ หลับใหลใต้ชายคาแห่งความอบอุ่น ทุกย่างก้าวล้วนเต็มไปด้วยอดีตที่เขาคิดถึงหลังจากชำระล้างร่างกายด้วยน้ำอุ่น กลิ่นกำยานที่จุดไว้ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย ละอองไอหอมรัญจวนลอยอ้อยอิ่งทั่วห้อง จ้าวมู่เฉินสวมอาภรณ์นอนสีเรียบง่าย ก่อนเดินไปยังโต๊ะไม้สักด้านหนึ่ง หยิบเอกสารที่บิดาสั่งให้บ่าวชายนำมาให้ แล้วเริ่มต้นอ่านข้อมูลเกี่ยวกับเด็กน้อยเฉินซูเหรินเพียงไม่นาน ริมฝีปากของเขาก็แย้มยิ้มอย่างขบขัน ขณะที่สายตาไล
last updateZuletzt aktualisiert : 2026-08-06
Mehr lesen
เยือนตำหนักเหอผิง 2
“โปรดรอสักครู่ ข้าจะนำความไปกราบทูลองค์หญิง และ ท่านผู้บัญชาการ”จ้าวมู่เฉินพยักหน้า รับรู้ถึงสายตาขององครักษ์ที่ยังคงจับจ้องเขาอยู่ แต่เขายังคงสงบนิ่งดังเดิม ปล่อยให้สายลมฤดูใบไม้ผลิพัดชายอาภรณ์ อากาศยามเช้าสดชื่นแต่ก็แฝงไว้ด้วยความเย็นบางเบา ชายหนุ่มทอดสายตามองไปยังเบื้องหน้า ด้วยรู้ดีว่าการมาเยือนในวันนี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นของสิ่งที่เขามิอาจคาดเดาได้…เมื่อองครักษ์หน้าตำหนักเหอผิงเปิดประตูต้อนรับ จ้าวมู่เฉินประสานมือคารวะก่อนก้าวเข้าสู่ด้านใน พลางหันไปสั่งการเหล่าหยวน “เหล่าหยวน ท่านนำรถม้าไปจอดรอข้าใต้ร่มไม้ด้านข้างตำหนักเหอผิง เมื่อข้าเสร็จธุระแล้วจะออกมา”เหล่าหยวนรับคำ ก่อนบังคับรถม้าออกไปอย่างเรียบร้อย ขณะที่จ้าวมู่เฉินก้าวตามองครักษ์เข้าไปภายในตำหนัก ดวงตาดำขลับจับจ้องรายละเอียดโดยรอบอย่างเงียบงัน พื้นศิลาหินอ่อนสะอาดสะท้อนเงา เสากลางตำหนักแกะสลักลวดลายหงส์เหินเหนือเมฆา ผ้าม่านแพรบางพลิ้วไหวตามแรงลม เผยให้เห็นแสงตะวันอ่อนที่สาดส่องเข้ามาเมื่อมาถึงห้องโถงภายใน ท่ามกลางบรรยากาศเคร่งขรึมประหนึ่งมีแรงกดดันที่ไม่อาจมองเห็น จ้าวมู่เฉินเห็นองค์หญิงชิงเหอนั่งอยู่บนแท่นสูง นางแต่งกาย
last updateZuletzt aktualisiert : 2026-08-06
Mehr lesen
สหายร่วมศึกษา 1
แสงแดดอ่อนยามบ่ายสาดส่องลงมากระทบหลังคากระเบื้องสีเขียวไข่กาของเรือนไผ่ขาว เงาของต้นหลิวที่ปลูกเรียงรายอยู่ริมสระน้ำโบกไหวตามแรงลม จ้าวมู่เฉินในวัยสิบห้าปีนั่งสงบนิ่งอยู่บนเสื่อลำแพน มือขวาถือพู่กันจรดลงบนกระดาษขีดเขียนตัวอักษรอย่างพลิ้วไหว บทกวีที่เขาแต่งขึ้นถูกถ่ายทอดลงบนแผ่นกระดาษด้วยลายมือที่งดงาม และเฉียบคมสามวันหลังจากกลับจากตำหนักเหอผิง เสียงจอแจของเหล่าชาวบ้านที่ออกมามุงดูเรื่องมงคลหน้าจวนสกุลจ้าว บรรดาบ่าวไพร่ต่างก้มกราบหน้าผากแนบพื้นรอรับพระราชโองการ ทว่าใบหน้าล้วนฉายแววปิติยินดี แม้จะพยายามก้มหน้าหลบซ่อนความรู้สึก แต่รอยยิ้มกลับเผยออกมาอย่างปิดไม่อยู่ การได้รับพระราชโองการจากฝ่าบาทเช่นนี้ นับเป็นเกียรติใหญ่หลวงต่อจวนสกุลจ้าวขบวนเชิญพระราชโองการมาถึง รถม้าหรูหราเคลือบทองอร่าม ลากโดยม้าศึกสี่ตัวที่ถูกฝึกฝนมาอย่างดี ขันทีในวังยกหีบแพรพรรณ เงินทอง เครื่องประดับ และสี่สิ่งวิเศษสำหรับนักปราชญ์ออกมาตั้งเรียงรายเบื้องหน้าจ้าวมู่เฉิน สิ่งของล้ำค่าเหล่านี้บ่งบอกถึงพระมหากรุณาธิคุณของฝ่าบาทอย่างชัดเจนกงกงวัยกลางคนที่เป็นผู้อ่านราชโองการลอบพิจารณาจ้าวมู่เฉินอยู่เงียบ ๆ ดรุณีหนุ่มตร
last updateZuletzt aktualisiert : 2026-08-06
Mehr lesen
สหายร่วมศึกษา 2
เวลาผ่านไปสามปี จ้าวมู่เฉินในวัยสิบแปดปีได้พิสูจน์ให้ทุกคนเห็นถึงความสามารถของเขา เขากลายเป็นอัจฉริยะในกลุ่มสหายร่วมเรียน ได้รับการยกย่องจากอาจารย์ และเพื่อนร่วมเรียน เขาได้รับรางวัลที่หนึ่งในการสอบจอหงวนอย่างง่ายดาย นายท่านจ้าวได้รับการเลื่อนตำแหน่งเป็นขุนนางระดับสาม ชีวิตความเป็นอยู่ของสกุลจ้าวดีขึ้นอย่างมาก ชื่อเสียงเงินทองไหลมาเทมาอย่างไรก็ตาม จ้าวมู่เฉินยังคงใช้ชีวิตอย่างสมถะ ไม่หลงใหลในลาภยศสรรเสริญ ยิ่งเขาเจริญก้าวหน้ามากเพียงใด เมล็ดพันธุ์แห่งความอิจฉาในใจของจ้าวซื่อเจี๋ยก็ยิ่งเติบโตขึ้นเท่านั้น เขากลายเป็นคนสองบุคลิก ภายนอกเขาเป็นบุตรชายที่เชื่อฟังบิดามารดา เป็นพี่ชายที่แสนดีของน้องชายคนเล็ก แต่ภายในใจกลับเต็มไปด้วยความริษยา และความทะเยอทะยาน มารดาที่เป็นอนุภรรยาของเขาก็ยิ่งยุยงส่งเสริมให้เขาคิดร้ายต่อพี่ชายต่างมารดาในคืนเดือนแรม จ้าวซื่อเจี๋ยนั่งอยู่ในห้องของตนเอง แสงเทียนริบหรี่สาดส่องลงบนใบหน้าของเขา ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความแค้นเคือง เขาจ้องมองไปยังเงาของตนเองที่ทาบทับอยู่บนผนัง ราวกับกำลังจ้องมองศัตรู“สักวันหนึ่ง ข้าจะต้องเป็นผู้ที่ยืนอยู่ตรงนั้น” เขากระซิบด้วยน้ำเสี
last updateZuletzt aktualisiert : 2026-08-06
Mehr lesen
คลื่นใต้น้ำในสำนักศึกษา 1
จ้าวมู่เฉินรีบสาวเท้าออกจากบริเวณภูเขาจำลอง เงาร่างสูงสง่าทอดผ่านแสงแดดยามบ่าย แต่ภายในใจกลับเต้นระส่ำด้วยความกังวล เสียงสนทนาที่ได้ยินเมื่อครู่ยังคงก้องกังวานอยู่ในหู เขากลัวว่าองค์ชายใหญ่จะสังเกตเห็นความผิดปกติ จึงเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นทันใดนั้นเอง หางตาขององค์ชายใหญ่ก็เหลือบไปเห็นเงาบางอย่างเคลื่อนไหวอยู่ใกล้ภูเขาจำลอง เขาชะงักฝีเท้า หันไปมองด้วยความสงสัย“เมื่อครู่ท่านเห็นอะไรหรือไม่..?”เขาถามบุรุษวัยกลางคนที่ยืนอยู่ข้างๆบุรุษผู้นั้นส่ายหน้า “ข้าไม่ได้สังเกตเห็นอะไร ท่านอาจจะตาฝาดไปเอง”องค์ชายใหญ่ขมวดคิ้ว เขาไม่แน่ใจว่าตนเองคิดไปเองหรือไม่ แต่ความรู้สึกไม่ชอบมาพากลยังคงวนเวียนอยู่ในใจขณะเดียวกัน จ้าวมู่เฉินก็รีบออกจากตำหนักศึกษาหลวงด้วยความรวดเร็ว เมื่อเห็นรถม้าของเหล่าหยวนจอดรออยู่หน้าวัง เขาจึงสั่งให้สารถีรีบกลับจวนทันที“เหล่าหยวน เร็วเข้า..! กลับจวนโดยเร็วที่สุด..!”จ้าวมู่เฉินกระโดดขึ้นรถม้าอย่างรวดเร็ว เขากลัวว่าองค์ชายใหญ่ และบุรุษผู้นั้นจะตามมา เขาแง้มม่านหน้าต่างออกดู เห็นว่าไม่มีใครตามมา เขาจึงถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกภายในรถม้า จ้าวมู่เฉินนั่งเหงื่อกาฬไหลเปียกหลัง
last updateZuletzt aktualisiert : 2026-08-06
Mehr lesen
คลื่นใต้น้ำในสำนักศึกษา 2
เสียงจอแจดังเซ็งแซ่ระคนเสียงพูดคุยเจื้อยแจ้ว ดังลอดออกมาจากตำหนักศึกษาหลวง บรรดาสหายร่วมศึกษาต่างจับกลุ่มสนทนาถึงริ้วขบวนอันอลังการของคณะราชทูตจากแคว้นถู่ปัว บ้างซุบซิบนินทา บ้างแสดงความตื่นเต้นอย่างออกนอกหน้า แต่ละกลุ่มแบ่งฝักแบ่งฝ่ายอย่างชัดเจน สร้างบรรยากาศอึดอัดให้แก่นักศึกษาที่ไม่ได้มีกลุ่มของตนกลุ่มแรกคือกลุ่มขององค์ชายใหญ่หลี่ซวน ประกอบด้วยองค์ชายสี่หลี่เฟิง คุณชายหลิว คุณชายฉิน และเฉินซีห่าวพี่ชายคนรองของเฉินซูเหริน พวกเขานั่งรวมกันอยู่มุมห้อง ดวงตาเปล่งประกายความทะเยอทะยาน แววตาแฝงเร้นด้วยอำนาจและอิทธิพลกลุ่มที่สองเป็นกลุ่มขององค์ชายรองหลี่เฉิง มีคุณชายหาน คุณชายไป๋ และคุณชายเย่ร่วมกลุ่มอยู่ด้วย กลุ่มนี้มักแสดงตนว่าเป็นกลุ่มปัญญาชน ถกเถียงเรื่องบทกวีและปรัชญา แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ละเลยที่จะแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกับกลุ่มอื่นกลุ่มสุดท้ายคือกลุ่มขององค์รัชทายาทหลี่เสียน ซึ่งดูเหมือนจะเป็นกลุ่มที่เงียบสงบที่สุด ประกอบด้วยคุณชายเสิ่น คุณชายตู้ และจ้าวมู่เฉิน พวกเขามักถูกมองว่าเป็นกลุ่มคนมีปัญหา ด้วยคุณชายตู้เป็นบุตรชายคนสุดท้ายของสกุลตู้ ซึ่งเคยเข้าร่วมกบฏและถูกประหารทั้งตระกูล เ
last updateZuletzt aktualisiert : 2026-08-06
Mehr lesen
ค่ำคืนแห่งการเฉลิมฉลอง 1
รองอาจารย์ใหญ่ชวี ก้าวออกมาเบื้องหน้า มองลูกศิษย์ที่อ่อนล้าด้วยสายตาเห็นใจ ก่อนจะเอ่ยเสียงดังฟังชัด“ฝ่าบาทมีพระราชบัญชาให้แจ้งแก่พวกเจ้าว่า ในค่ำคืนนี้ จะมีการจัดงานเลี้ยงฉลองต้อนรับคณะราชทูตจากแคว้นถู่ปัว ณ พระราชวังหลวง พวกเจ้าทุกคนต้องเข้าร่วมงานโดยพร้อมเพรียงกัน”เสียงกระซิบกระซาบดังขึ้นในกลุ่มลูกศิษย์ หลายคนเริ่มมีสีหน้าสดชื่นขึ้น เมื่อรู้ว่าจะได้เข้าร่วมงานเลี้ยงในพระราชวังหลวง“และอีกสามวัน จะมีการจัดการแข่งขันตีคลีระหว่างแคว้นขึ้น ฝ่าบาททรงมีพระราชประสงค์ให้พวกเจ้าทุกคนมีส่วนร่วมในการนำชัยชนะมาสู่แผ่นดินต้าถัง” รองอาจารย์ใหญ่ชวีกล่าวเสริม“รับด้วยเกล้าพ่ะย่ะค่ะ/ขอรับ” เหล่าลูกศิษย์ต่างตอบรับเสียงดัง บ้างตอบด้วยเสียงหนักแน่น บ้างตอบด้วยเสียงหอบเหนื่อย บ้างตอบด้วยเสียงอ่อยๆ แสดงถึงความไม่เต็มใจที่จะเข้าร่วมการแข่งขัน“พวกเจ้าจงกลับไปพักผ่อน เปลี่ยนอาภรณ์ให้เรียบร้อย แล้วเดินทางไปร่วมงานเลี้ยงตามเวลาที่กำหนด”รองอาจารย์ใหญ่ชวีเอ่ย ก่อนจะเดินนำอาจารย์คนอื่นๆ กลับเข้าไปในตำหนักศึกษาเหล่าลูกศิษย์ค่อยๆ ทยอยลุกขึ้นยืน บ้างประคองเพื่อน บ้างเดินกะเผลกออกจากลานหน้าตำหนักศึกษา เสียงพูด
last updateZuletzt aktualisiert : 2026-08-06
Mehr lesen
ค่ำคืนแห่งการเฉลิมฉลอง 2
จ้าวมู่เฉินยืนสงบนิ่งอยู่มุมหนึ่งของงานเลี้ยง เขาจับจ้องไปที่ลูกธนูในมือ ก่อนจะยกขึ้นเล็งไปยังแจกัน แววตาคมกริบของเขาจับจ้องไปยังเป้าหมายอย่างแน่วแน่ เขาโยนลูกธนูออกไป ลูกธนูพุ่งทะยานไปในอากาศ พุ่งเข้าสู่แจกันอย่างแม่นยำ เสียงโลหะจากหัวลูกธนูกระทบก้นแจกันดังเคร้ง สร้างเสียงฮือฮาไปทั่วบริเวณ“ยอดเยี่ยม..! สมแล้วที่เป็นบุตรชายแห่งจวนจ้าว” เสียงชมเชยดังมาจากเหล่าขุนนางจ้าวมู่เฉินเพียงยิ้มรับคำชม ไม่ได้แสดงท่าทีโอ้อวดใด ๆ เขารู้ดีว่าการแข่งขันครั้งนี้เป็นเพียงการละเล่น ไม่ได้มีสิ่งใดสำคัญเฉินซีห่าวยืนมองจ้าวมู่เฉินด้วยสายตาไม่เป็นมิตร เขาไม่พอใจที่จ้าวมู่เฉินได้รับคำชมจากผู้คน เขาคิดว่าตนเองเหนือกว่าจ้าวมู่เฉินในทุกด้าน และไม่สมควรที่จะถูกเปรียบเทียบกับบุตรชายของขุนนางต่ำศักดิ์“ข้าขอท้าประลองกับเจ้า” เฉินซีห่าวเอ่ยเสียงดัง ท่ามกลางเสียงดนตรีบรรเลงจ้าวมู่เฉินหันไปมองเฉินซีห่าว แววตาของเขาเฉยเมย“ ข้าต้องขออภัย ที่ทำให้พี่เฉินต้องผิดหวัง ลูกธนูที่เข้าแกจันเมื่อสักครู่เป็นความบังเอิญก็เท่านั้น ” จ้าวมู่เฉินตอบด้วยน้ำเสียงสงบจ้าวมู่เฉินกล่าวตอบด้วยความจริง ทว่าในงานเลี้ยงกับไม่มีผู้ใดเชื
last updateZuletzt aktualisiert : 2026-08-06
Mehr lesen
แผนร้ายใต้คำสรรเสริญ
นายท่านจ้าวซดน้ำแกงเข้าไปอึกใหญ่ รสขมปนเปรี้ยวของสมุนไพรช่วยให้เขาเริ่มรู้สึกตัวขึ้นเล็กน้อย ทว่าฤทธิ์สุรายังคงครอบงำ ทำให้เขาพลั้งปากเอ่ยถึงเรื่องราวที่ไม่ควรเอ่ยถึง“ความทุกข์ที่อัดอั้นในใจของข้าตอนนี้มันใหญ่หลวงนัก เจ้า...เจ้าไม่รู้อะไร...เฉินเอ๋อร์...เขา...เขาได้ยิน...องค์ชายใหญ่...กับ...แม่ทัพ...กำลังวางแผน”อนุหลิวชะงักมือ ใบหน้าของนางซีดเผือด นางรีบใช้มือปิดปากนายท่านจ้าวแน่น ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตกใจ“ท่านพี่! ท่านพูดอะไรออกมา! เรื่องราชสำนักไม่ควรเอ่ยยามเมา ท่านอย่าได้พูดถึงมันอีก!” นางกระซิบเสียงสั่นทว่าเมื่อนางได้ยินว่าจ้าวมู่เฉินบังเอิญได้ยินเรื่องราวการก่อกบฏ นางก็เปลี่ยนท่าที ดวงตาของนางเปล่งประกายวาวโรจน์ นางรีบคาดคั้นถามรายละเอียดจากนายท่านจ้าว แม้เขาจะเมามายจนพูดจาไม่รู้เรื่อง แต่ข้อมูลที่ได้มาก็มากพอที่อนุหลิวจะเข้าใจสถานการณ์“จ้าวมู่เฉิน...มันบังเอิญรู้เรื่องนี้...” อนุหลิวพึมพำกับตัวเอง ดวงตาของนางฉายแววอำมหิต “...ถ้าปล่อยมันไว้...มันอาจจะนำภัยมาสู่เราได้...”นางลุกขึ้นยืน เดินไปหยุดที่หน้าต่าง มองออกไปยังสวนด้านนอก แสงจันทร์สาดส่องลงมา ทำให้ใบหน้าของนางดู
last updateZuletzt aktualisiert : 2026-08-06
Mehr lesen
Entdecke und lies gute Romane kostenlos
Kostenloser Zugriff auf zahlreiche Romane in der GoodNovel-App. Lade deine Lieblingsbücher herunter und lies jederzeit und überall.
Bücher in der App kostenlos lesen
CODE SCANNEN, UM IN DER APP ZU LESEN
DMCA.com Protection Status