LOGIN'อู๋เซียนลี่' หญิงสาวจากยุคปัจจุบันที่ต้องเสียชีวิตตั้งแต่ยังสาว แต่สวรรค์กลับให้โอกาสเป็นครั้งที่สอง วิญญาณของเธอถูกดูดกลับมายังอดีตอันไกลโพ้น สู่ร่างใหม่ที่มีชื่อแซ่เดียวกันอย่างน่าอัศจรรย์ใจ แต่ร่างนี้กลับเป็น 'ท่านหญิงใหญ่ผู้เหี้ยมโหด' เสียได้ ชื่อเสียงเรียงนามไม่เคยมีเรื่องดี ใช้อำนาจในทางไม่ชอบจนอู๋เซียนลี่อยากจะยกเท้าขึ้นพาดกลางหน้าผาก คนดีแบบเธอที่เข้าวัดทำบุญเป็นนิจ ไยถึงย้อนกลับมาอยู่ในร่างคนเหี้ยมโหดปานนี้ มิหนำซ้ำเธอยังชอบกลั่นแกล้งและทำร้ายร่างกาย 'เจียงซิงเยี่ยน' น้องชายบุญธรรมที่บิดาเก็บมาเลี้ยงจากข้างถนนอีก เธอใช้แรงงานเขาเยี่ยงทาสไพร่ ทุบตีทำร้ายร่างกายราวกับสัตว์ในคอกขัง ทั้งที่ความจริงก็มีศักดิ์เป็นคุณชายคนหนึ่งของบ้าน ให้ตายสิ! แล้วแบบนี้เจ้าน้องชายตัวโตที่ตัวสูงกว่าเธอไปอีกคนนี้จะไม่อาฆาตแค้นหรอกหรือถ้าเกิดเขาคิดจะเอาคืนขึ้นมามีหรือหญิงสาวตัวเล็ก ๆ บอบบางทั้งกายและใจเช่นนางจะสู้ได้ น้องชายโปรดระงับโทสะก่อน พี่สาวของเจ้าคนนี้หาใช่คนร้ายกาจเสียหน่อย
View MoreChapter 1
'อู๋เซียนลี่'
เสียงล้อรถขูดไปตามพื้นถนนจนดังสนั่นจากแรงเบรกกะทันหันทำให้รถทั้งคันที่ขับมาด้วยความเร็วสูงเสียหลักพลิกคว่ำหลายตลบไปตามพื้นถนนที่เงียบร้างไปด้วยผู้คนในยามค่ำคืนอันดึกสงัด หญิงสาวผู้เป็นเจ้าของรถลอยเคว้งในอากาศก่อนจะตกกระแทกกับคอนโซลแล้วหมุนเหวี่ยงไปมาภายในรถเพราะไม่ได้คาดเข็มขัดนิรภัย จนสุดท้ายร่างกายก็ลอยกระเด็นออกมาจากประตูรถที่เปิดออกจากแรงเหวี่ยงและอัดกระแทกลงกับพื้นถนนหยาบจนรู้สึกได้ถึงกระดูกที่แตกละเอียดจนเจ็บแปล๊บไปทั้งร่างกาย
ดวงตาคู่สวยที่ช้ำไปด้วยเลือดจ้องมองท้องฟ้ายามค่ำคืนที่เปล่งประกายไปด้วยหมู่ดาวอยู่กลางถนน ไม่รู้ว่าเกิดสิ่งใดขึ้นกับตนเองจำได้เพียงแค่ว่ากำลังจะกลับบ้านแต่ดูเหมือนว่าจะกลับไม่ถึงเสียแล้ว ภาพเบื้องหน้าเริ่มพร่ามัวลงเรื่อย ๆ ก่อนที่โสตประสาททั้งหมดจะดับวูบลงท่ามกลางเสียงเงียบงันรอบตัวที่ชวนให้โดดเดี่ยวเหลือเกิน
ยังไม่อยากตายเลย
ยังใช้ชีวิตได้ไม่คุ้มค่าเลย
ยังอยากมีชีวิตอยู่ต่อ
"ท่านพี่!"
"ท่านพี่ลี่!"
"อู๋เซียนลี่!"
มีคนเรียกฉันเหรอ
ใครกัน?
"ฟื้นเถิดอู๋เซียนลี่"
ร้องไห้เหรอ?
ใครกันร้องไห้ให้ฉัน?
ต้องตื่นแล้ว
ต้องลืมตาแล้ว
เฮือก!
นัยน์ตาคู่สวยทอประกายสีดำสุกวาวเหมือนตากวางเบิกโพลงขึ้นอย่างตกใจ ลมหายใจเฮือกใหญ่ถูกสูดเข้าปอดราวกับคนที่ขาดอากาศหายใจมานานจนต้องรีบกอบโกยจนสุดท้ายก็สำลักไอจนหน้าดำหน้าแดงเมื่อตั้งสติได้แล้วจึงหันไปมองรอบตัวพลันดวงตาก็เบิกกว้างอีกครั้งด้วยความตกใจสุดขีดเมื่อสบตาเข้ากับผู้หญิงคนหนึ่ง
"โว๊ย! เธอเป็นใครเนี่ย ผีหรือคน!" หญิงสาวโดดตัวหนีไปหลบอยู่มุมเตียงด้วยท่าทางหวาดระแวงแต่กลับต้องร้องโอดครวญขึ้นมาเมื่อร่างกายปวดร้าวไปทั้งตัวราวกับกระดูกจะหักออกเป็นเสี่ยง ๆ
"โอ๊ย!"
"ท่านพี่ท่านระวังหน่อย ท่านเพิ่งฟื้น" หญิงสาวข้างเตียงรีบยกมือขึ้นห้ามปรามนาง
"เธอเป็นใคร แล้วที่นี่ที่ไหน?"
ถึงตอนนี้จะรู้สึกมึนงงแต่อู๋เซียนลี่ก็พอจะจับใจความได้บ้างว่าตอนนี้ตัวเองอยู่ที่ไหนสักที่ไม่ใช่กลางถนนแน่นอน การแต่งกายเหมือนหลุดมาจากซีรี่ส์จีนพีเรียดไม่มีผิด ไหนจะคำพูดคำจาของคนตรงหน้าอีก ดูซีรี่ส์มาเยอะ อ่านนิยายมาเพียบ ไม่ใช่ว่าเธอทะลุมิติหรือย้อนเวลามาในยุคอดีตหรอกนะ
"ทะ… ท่านเป็นอันใดไปท่านพี่ นี่ข้าเองอู๋เจีย น้องสาวของท่านและที่นี่ก็คือยอดเขาเซี่ยไป๋อย่างไรเล่า"
"ยอดเขาเซี่ยไป๋?" หญิงสาวถึงกับขมวดคิ้วจนแทบจะพันยุ่งเพราะไม่คุ้นกับชื่อยอดเขานี่เลย
แต่คนเบื้องหน้าบอกว่าเป็นน้องสาวเธอ ไม่สิต้องพูดว่า เป็นน้องสาวของเจ้าของร่างนี้ที่ผีเร่ร่อนแบบเธอมาสิงสู่ถึงจะถูกต้อง จำได้แม่นว่าตัวเองประสบอุบัติเหตุหลับในจนรถพลิกคว่ำและคิดว่าตัวเองตายแล้วแน่นอนเพราะสภาพแบบนั้นไม่น่ารอดได้ แต่ถึงรอดก็น่าจะนอนเป็นผักเสียมากกว่าแล้วจะต่างอะไรกับคนตาย ถ้าเรียบเรียงเหตุการณ์ตอนนี้เหมือนกับว่าตัวเธอมาอยู่ในร่างของใครสักคนหนึ่ง ในยุคยุคหนึ่งของอดีตอันไกลโพ้น อาจจะเป็นการย้อนเวลาแบบในหนังหรือซีรี่ส์หลาย ๆ เรื่อง แต่ไม่มั่นใจว่ายุคไหน เธอเองก็ไม่สันทัดประวัติศาสตร์จีนเท่าไหร่เพราะฉะนั้นไม่ขอสนใจแล้วกัน
ถ้าให้พยายามไล่เรียงเหตุการณ์เพื่อสรุปออกมาในตอนนี้ก็คิดได้เพียงอย่างเดียวว่าทั้งตัวของเธอและเจ้าของร่างนี้อาจจะตายในวันเวลาเดียวกันแค่คนละช่วงเวลาเท่านั้น และพอคำอธิษฐานสุดท้ายที่ตั้งมั่นของเธอว่าอยากจะมีชีวิตอยู่ต่อเลยส่งผลให้วิญญาณของเธอถูกดูดกลับมายังอดีตเข้ามาสิงร่างของผู้หญิงคนนี้ที่อาจจะตายแล้วเหมือนกันแล้วบังเอิญเส้นเวลาที่ตายมันดันตรงกันพอดีเลยเกิดข้อผิดพลาดทางมิติทับซ้อนเกิดขึ้นก็เป็นได้
ก็พยายามหาข้ออ้างเพื่อให้กำลังใจตัวเองแหละนะ
อย่างน้อยตอนนี้ก็พอจะเข้าใจนิดหน่อย ไม่ได้สติแตก
"ท่านพี่ ท่านเป็นอันใดหรือไม่?" 'อู๋เจีย' ถามขึ้นเมื่อเห็นคนเป็นพี่สาวนิ่งไป เหม่อลอยเหมือนกำลังคิดอะไรอยู่
"อ๋อ ปะ… เปล่า ฉัน เอ๊ย ข้า ข้าไม่เป็นอันใดหรอก" หญิงสาวเงยหน้าขึ้นส่งยิ้มให้คนตรงหน้าที่กล่าวอ้างว่าเป็นน้องสาวของเจ้าของร่างนี้ที่ตอนนี้ไม่รู้วิญญาณปลิดปลิวไปไหนแล้ว
ปัญหามันอยู่ที่ว่าเธอไม่รู้อะไรเกี่ยวกับร่างนี้เลย
"ขะ… ข้า ข้าจำอันใดไม่ได้เลย" นางแสร้งยกมือขึ้นจับหัวของตนเองคล้ายคนมึนงง
"จำไม่ได้หรือ ไม่ได้แม้กระทั่งข้าหรือ"
"แม้กระทั่งชื่อตนเอง"
อู๋เจียทำหน้าตาเหลอหลาในทันทีเมื่อได้ยินคำที่พี่สาวบอกก่อนจะรีบวิ่งออกไปด้านนอก ตามมาด้วยเสียงตะโกนลั่นที่ร้องเรียกหาหมอ ถ้านางฟังไม่ผิดอะนะ หญิงสาวทิ้งตัวลงนอนบนตั่งเตียงเหมือนเดิมก่อนจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่อย่างหนักใจเหมือนมีภูเขาคุนหลุนทับอยู่บนอก
ถ้ารู้ว่าตื่นขึ้นมาแล้วเป็นแบบนี้ สู้ยอมตายแล้วไปเกิดใหม่ดีกว่า แล้วแบบนี้จะเอายังไงดีจะต้องแกล้งความจำเสื่อมแบบนี้ตลอดไปเลยเหรอ แต่จะว่าไปร่างใหม่ก็ไฉไลดีนะ ทั้งสวยทั้งสง่างาม ดูท่าจะร่ำรวยเสียด้วยเพราะดูจากข้าวของภายในห้องนี้ ตาดุจเหยี่ยวของนางมองออกทันทีว่าแจกันหยกสลักลวดลายดอกบัวอันนั้นคงราคาสูงลิ่ว ถ้าเอาไปขายจะได้สักเท่าไหร่นะ
เจียงซิงเยี่ยนพาอู๋เซียนลี่เข้ามาในเรือนนอนก่อนจะพามานั่งพักที่โต๊ะริมหน้าต่าง อุณหภูมิหนาวเหน็บบนเทือกเขาหิมะพัดโชยเข้ามาในห้องแต่พวกเขาทั้งสองคนก็เหมือนจะชินชากับอากาศเช่นนี้แล้วเพราะอยู่กับมันมานานมาก ถึงกระนั้นกะละมังไฟก็ยังถูกจุดในห้องเพื่อให้ห้องมีอุณหภูมิที่สูงขึ้นเสียหน่อยอู๋เซียนลี่หยิบขวดยาออกมากินก่อนจะหันไปรับถ้วยน้ำชาจากเจียงซิงเยี่ยน มือใหญ่เลื่อนขึ้นมาลูบไปตามแก้มแดงที่ขึ้นรอยนิ้วมือชัดเจนอย่างแผ่วเบา"เจ็บหรือไม่ขอรับ?""เลือดกบปากขนาดนี้ก็ต้องเจ็บสิ" นางอ้าปากออกเพื่อให้เจียงซิงเยี่ยนดูร่องรอยเลือดที่ก่อนหน้านี้มันเต็มปากไปหมด แต่คายทิ้งไปส่วนหนึ่งแล้ว"ข้าเป่าให้นะขอรับ" ร่างสูงลุกขึ้นยืนก่อนจะโน้มใบหน้าลงมาใกล้ ๆ สองมือจับประคองคางของนางเอาไว้ยามลมร้อนเป่ารดลงมาบนแก้มคิดว่านางเป็นเด็กหรือไง เป่าแล้วหายเจ็บเนี่ยแต่การกระทำของเขาก็ชวนหัวใจสั่นไหวยามใบหน้าอยู่ใกล้กันเช่นนี้ ลมหายใจร้อนผ่าวมันชวนให้ร่างกายอ่อนระทวยจนแทบจะเหลวเป็นน้ำ เร็วกว่าสมองก็คือฝ่ามือของนางที่จับหมับเข้าที่ดวงหน้าของเจียงซิงเยี่ยนแล้วดึงริมฝีปากของเขาลงมาสัมผัสกัน แม้เซียนหนุ่มตกใจแต่เขาก็กลับมา
Chapter 20‘ให้ข้าปรนนิบัติเจ้า’อู๋เซียนลี่เดินเข้ามาภายในเรือนรับรองที่มีเจียงซิงเยี่ยนยืนอยู่ บนเก้าอี้มีอู๋เจียที่กลับมาแล้วนั่งอยู่กับชายชราหัวขาวคนหนึ่งที่แผ่รังสีอำมหิตออกมาจนน่ากลัว ใบหน้าของชายชราแลดูเหมือนนางมากเลยเดาได้ทันทีว่าต้องเป็นบิดาแน่นอนเพียะ!"โอ๊ย!""ท่านพ่อ!"ยังไม่ทันที่อู๋เซียนลี่จะได้ยกมือคารวะชายชราก็ลุกขึ้นยืนพุ่งตรงมาหานางแล้วฟาดฝ่ามือลงบนใบหน้ารูปงามอย่างแรงจนสะบัดหัน ร่างกายบางทรุดลงไปกองกับพื้น อู๋เจียรีบลุกมาห้ามผู้เป็นพ่อในทันทีเช่นเดียวกับเจียงซิงเยี่ยน"เจ้ากล้าดียังไงมาทำร้ายอาเยี่ยน ข้าบอกให้เจ้าดูแลเขาดี ๆ" อู๋เซินชี้หน้าบุตรสาวคนโตด้วยความโกรธ"ทะ… ท่านพ่อ ขะ… ข้า ข้าทำอันใด" อู๋เซียนลี่ตกใจจนพูดอะไรไม่ถูก สับสนไปหมดว่ามันเกิดอะไรขึ้นทำไมอยู่ดี ๆ นางโดนตบจนคว่ำขนาดนี้ ฟันโยกหรือเปล่าก็ไม่รู้แต่ปากแตกแน่นอน“เจ้าทุบตีเขาข้ายังพอมองผ่านได้ว่าเจ้าอาจจะสั่งสอนในฐานะพี่สาว แต่นี่ถึงขั้นต้องควักลูกตากันเลยหรือ!”“ท่านพ่อระงับโทสะก่อนเจ้าค่ะ” อู๋เจียพยายามช่วยห้าม“เจ้าก็อีกคนเหตุใดไม่บอกพ่อดันช่วยพี่สาวของเจ้าปกปิดเรื่องนี้” อู๋เซินหันมาต่อว่าบุตรสาวค
หลังจากกินข้าวเสร็จอู๋เซียนลี่ก็เก็บข้าวของเตรียมจะกลับไป๋เซี่ยซานเพราะออกมาหลายวันคงจะไม่ดีถ้าเกิดนางจิ้งจอกเข้าไปถล่มสังหารข้ารับใช้ของนางเพื่อเล่นละครฉากใหญ่คงจะแย่ ไม่อยากให้ชีวิตคนบริสุทธิ์ต้องมาเสี่ยงด้วย ประตูเลื่อนถูกเปิดออกพร้อมกับเจียงซิงเยี่ยนที่เดินเข้ามาดูเหมือนว่าเขาจะจัดของตัวเองเสร็จแล้ว"ข้าช่วยขอรับ" เขานั่งลงข้าง ๆ นางก่อนจะช่วยหยิบตำราหลายเล่มใส่ลงไปในกล่อง "ตำราเหล่านี้โหรวหลงจินตี้เซียนให้มาหรือขอรับ?""ใช่ มีตำราโบราณหลายเล่มเจ้าเบามือหน่อยนะเดี๋ยวจะเสียหาย""ถึงจะความจำเสื่อมแต่ท่านหญิงก็ยังชอบอ่านตำราเหมือนเดิมเลยนะขอรับ""แล้วจะให้ข้าทำอันใดเล่า วัน ๆ หนึ่งเหมือนมีงานการ มีปีศาจให้ข้าสังหารนัก" นางพ่นลมหายใจออกมาอย่างเหนื่อยใจ"ท่านจะสังหารปีศาจทุกตนที่เจอเลยไหมขอรับ?"อยู่ดี ๆ เจียงซิงเยี่ยนก็ถามขึ้นจนอู๋เซียนลี่ประหลาดใจ นางเงยขึ้นสบตากับเขาแต่ทำไมดวงตาของอีกฝ่ายถึงไหววูบเช่นนั้น "เซียนมีหน้าที่ปราบปีศาจและปีศาจก็มาพร้อมความชั่วร้าย มิใช่สิ่งที่ดีข้าย่อมต้องสังหาร""แล้วถ้าปีศาจตนนั้นดีกับท่านละขอรับ ท่านจะสังหารลงหรือไม่?""เจ้าถามทำไมเสี่ยวเยี่ยน?""เพราะ
Chapter 19‘เจ้ามีสิ่งใดปิดบัง'เจียงซิงเยี่ยนเดินหันซ้ายหันขวาไปมาอย่างไม่รู้จะไปทางไหนดีเพราะจะไปขอให้โรงครัวทำซุปเห็ดหอมตุ๋นยาจีนให้อู๋เซียนลี่แต่เขาก็ไม่รู้ทางเพราะไม่ค่อยมาที่นี่บ่อยนัก"หาอันใดอยู่หรือ?" เสียงนุ่มแต่เข้มดังขึ้นจนเขาต้องรีบหันไปมองก็พบว่าเป็นโหรวหลงจินกับฟานไป๋ที่เดินมาด้วยกันจึงรีบคำนับทันที"คารวะโหรวหลงจินตี้เซียน ฟานไป๋ตี้เซียนขอรับ""เจ้าเด็กกำพร้าน่าหงุดหงิด" ฟานไป๋จ้องมองเจียงซิงเยี่ยนด้วยแววตาขุ่นมัว"เจ้าหาอันใดอยู่อาเยี่ยน?" โหรวหลงจินถามด้วยรอยยิ้มต่างกับฟานไป๋สิ้นเชิง"ข้าน้อยหาโรงครัวขอรับ ข้าจะให้โรงครัวทำซุปเห็ดหอมตุ๋นยาจีนให้ท่านหญิงขอรับ""ดูสิโหรวต้าเกอ เสี่ยวลี่เจ็บไข้อีกแล้วแต่เจ้าเด็กกำพร้าผู้นี้ไม่ยอมให้ข้าเข้าไปดูนาง" ฟานไป๋หันไปฟ้องโหรวหลงจินทันที"ท่านหญิงต้องการพักผ่อนขอรับ ข้าเลยไม่อยากให้ผู้ใดเข้าไปรบกวน" เจียงซิงเยี่ยนพูดอธิบาย"ข้าเองก็ไม่ได้เข้าไปดูนางเช่นกัน มิใช่แค่เจ้าหรอก" โหรวหลงจินหันไปพูดกับฟานไป๋จนอีกฝ่ายยอมเงียบ"เจ้ามานี่ที" โหรวหลงจินตะโกนเรียกลูกศิษย์ที่เดินผ่านมา"ขอรับท่านอาจารย์""เจ้าไปบอกโรงครัวให้ทำซุปเห็ดหอมตุ๋นยา





