แชร์

บทที่ 6

ผู้เขียน: โซลสตาร์ seoulstar
last update วันที่เผยแพร่: 2025-09-12 20:17:16

ตอนที่ 5 : ผู้ชายในอุดมคติ

11.00 PM. (ห้าทุ่ม)

@ผับหรูใจกลางเมือง

หญิงสาวร่างบางเดินเข้ามาในผับท่ามกลางเสียงเพลงที่ดังกระหึ่ม สายตาของหนุ่มๆหลายคนจ้องมองความสวยของแก้มใสกันตาเป็นมัน ด้วยการสวมใส่ชุดเดรสเกาะอกรัดรูปสีดำความสั้นเหนือเข่า ใบหน้าหวานถูกแปลงโฉมด้วยเครื่องสำอางที่แก้มใสบรรจงแต่งด้วยความสามารถของตัวเองให้เป็นสาวเฉี่ยวเผ็ดดุให้เหมาะกับสาวท่องราตรี ต้นขาขาวเนียนอวดโฉมให้กับผู้คนมากหน้าหลายตาถึงแม้ภายในผับดังจะมีแสงไฟสลัวก็ตาม ยิ่งเสริมส้นสูงระดับพอดีกับตัวเองยิ่งเสริมให้หญิงสาวดูสูงโปร่งและเป็นสง่า องค์ประกอบทุกอย่างลงตัวจนลบล้างภาพสาวออฟฟิศในตอนกลางวันที่หัวฟูไปได้อย่างสิ้นเชิง

ริมฝีปากบางที่ถูกเคลือบด้วยลิปสติกสีแดงอมชมพูระบายยิ้มให้กับบรรดาเพื่อนๆที่มารออยู่ก่อนแล้ว กว่าที่ฉันจะตัดสินใจก้าวขาออกจากบ้านก็ลังเลอยู่ไม่น้อย เพราะด้วยที่หนังท้องตึงหนังตาก็หย่อนทำให้ความขี้เกียจครอบงำ แต่ก็ถูกโทรจิกจากรุ่นพี่คนสนิทและเพื่อนสาวคนสนิทอยู่ทุกห้านาที สุดท้ายก็จำยอมแปลงโฉมตัวเองและออกจากบ้าน พ่อแม่ของฉันไม่บ่นเรื่องเที่ยวกลางคืน มีแต่เป็นห่วงซะมากกว่า เพราะทั้งสองคนรู้ดีว่าฉันไม่ใช่เด็กเหลวไหล รู้จักหน้าที่ของตัวเอง

“นั่นคือคนที่ไม่พร้อมออกจากบ้านและคนที่เราโทรจิกหรือเปล่าพี่ฝน” เฟิร์นถึงกับอ้าปากค้างเมื่อเห็นแก้มใสเดินมา ปกติถ้าอยู่ออฟฟิศแก้มใสจะใส่เสื้อเชิ้ตกับกางเกงไม่ก็กระโปรงตามสไตล์สาวออฟฟิศ แต่พอวันนี้เห็นเพื่อนใส่เดรสเกาะอกรัดรูปโชว์เนื้อหนังมังสาก็อดที่จะแซวไม่ได้

“ไม่ได้แต่งอะไรเยอะจริงๆน้องสาวฉัน แต่เรียกแขกตั้งแต่ประตูทางเข้าจนถึงโต๊ะเลย”

“หยุดแซวกันได้แล้วทั้งเฟิร์นทั้งพี่ฝนเลย ดูสิกินอิ่มๆมามีพุงหมาน้อยยื่นไม่ค่อยมั่นใจเลย” มือบางลูบหน้าท้องน้อยๆของตัวเองต้องใช้ความสามารถในการแขม่วตั้งแต่เดินเข้ามา

“ถ้านี่เรียกพุงแล้วของเราเรียกอะไรละแก้ม” เฟิร์นโชว์พุงของตัวเองตามสไตล์สาวตุ้ยนุ้ยเรียกเสียงหัวเราะของเพื่อนได้ไม่น้อย

“วันนี้น้องแก้มสวยมากเลยครับ ไม่ค่อยได้เห็นลุคนี้ เอาจริงๆเหมาะกับนางแบบของบริษัทเราเหมือนกันนะ แฟชั่นโชว์ครั้งหน้าพี่จะเสนอชื่อเราให้บอสพิจารณา” ชายหนุ่มที่ทำงานเห็นความสวยของน้องที่ร่วมงานด้วยก็อดที่จะเอ่ยปากชมไม่ได้

“อย่าเลยค่ะพี่ ขอแก้มทำตำแหน่งเดียวพอค่ะ แค่นี้หัวก็ฟูแล้ว ไหนจะคิดคอนเทนท์การตลาด จัดอีเว้นท์งานแฟชั่นโชว์ คุยกับลูกค้าต่างๆ ก็แทบไม่มีเวลาทำอย่างอื่นแล้วค่ะ” ฉันต้องรีบปฏิเสธ อีกอย่างถ้าให้ฉันไปเดินแบบชุดชั้นใน ชุดว่ายน้ำขนาดนั้น มีหวังอายขายขี้หน้าคนทั้งงานแน่ และนางแบบที่มาเดินให้กับแบรนด์ก็มีแต่คนดังๆ ส่วนความสูงระหว่างฉันกับนางแบบก็ห่างกันอยู่ไม่น้อย สาวตัวเล็กส่วนสูงหนึ่งร้อยหกสิบห้าเซนติเมตร ไม่สามารถไปเทียบกับนางแบบระดับโลกที่สูงหนึ่งร้อยเจ็ดสิบอัพได้อย่างแน่นอน

“ฮัลโหล...มาผับค่ะ ไม่ได้เปิดประชุมเสวนา มาสนุกกันเถอะ วันนี้พี่ฝนเลี้ยงไม่อั้น” หนึ่งในสาวออฟฟิศแผนกเดียวกันพูดขึ้น

“จริงค่ะ...มาสนุกกันดีกว่า” ฉันพยักหน้าเห็นด้วย และหยิบแก้วเหล้าสีสันสดใสมาดื่ม เสียงเพลงในผับเริ่มร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆเหมือนกับเหล้าสีสันสดใสที่ฉันพึ่งดื่มเข้าไป ใครจะคิดว่าสีสันสดใสอย่างกับลูกกวาดจะทำให้ภายในร่างกายร้อนรุ่มได้ถึงขนาดนี้ หลายคนแยกย้ายกันไปสนุกตามประสาของคนที่ได้ปลดปล่อยหลังจากทำงานกันมาเหนื่อยๆ โต๊ะของฉันมีแค่พี่ฝนและเฟิร์นที่ยืนโยกตามจังหวะเพลงยังคงเกาะกลุ่มกันไว้

ตื้ด..ตรื้ดด... “มาๆ มาสนุกกัน” เสียงดีเจในผับปลุกเร้าให้ทุกคนสนุกสนานพร้อมกับมิกซ์เพลงที่ดุเดือด จนหลายคนอดใจไม่ไหวต้องลุกมาออกลวดลาย

“ว้าว...ไม่คิดว่าดีเจที่พวกเราชอบจะมาวันนี้ด้วย”

“เมายับแน่นอน เพลงก็มัน เหล้าก็ฟรี” เฟิร์นโยกย้ายพร้อมกับกระดกเหล้าเข้าปาก

“เมาให้ยับ แล้วไปอ๊วกหน้าผับ” ฉันพูดจบก็หยิบแก้วเหล้าแก้วที่สองกระดกลงคออึกใหญ่และหมดแก้วในคราวเดียว ฉันไม่ใช้ผู้หญิงคออ่อนที่น็อคตั้งแต่แก้วแรก แต่ก็ไม่แข็งแกร่งที่ถึงขั้นดื่มแล้วไม่เมา แค่รู้ลิมิตตัวเอง

“ไม่อยากมาเท่าไหร่ บอกกินข้าวแล้วง่วง” ฝนเอ่ยแซวน้องสาวคนสนิท

“เพลงมันได้ค่ะพี่ฝน ดูยัยเฟิร์นสิ ก่อนแก้มมาโดนไปกี่แก้วแล้ว” สายตาหวานเริ่มหยาดเยิ้มเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ส่งไปที่เพื่อนสาวที่ออกลายเต้นอย่างเมามัน ความอ้วนไม่เป็นอุปสรรคมีแต่ความพลิ้วไหว

“ขอไม่ตอบว่ากี่แก้ว แต่เตรียมหามกลับบ้านได้เลย” ฝนพูดอย่างยิ้มๆพลางส่ายหัวเล็กน้อย

ฉันได้แต่ยิ้มและสนุกสนานไปพร้อมกับทุกคน เสียงเพลงดังกระหึ่มตลอดเวลาแทบไม่มีช่องว่างให้คุยกัน แสงไฟสาดส่องหลากหลายสียิ่งเพิ่มบรรยากาศ เหล้ารสหวานอมขมแก้วแล้วแก้วเล่าถูกส่งเข้าปาก ใบหน้าหวานเริ่มโปรยเสน่ห์ให้กับคนที่ไม่รู้จักโดยไม่รู้ตัว เอวบางร่างน้อยขยับเขยื้อนตามสไตล์ยิ่งยั่วยวนให้กับสายตาหนุ่มๆ

สองชั่วโมงผ่านไป

“สวัสดีครับคนสวย...พอดีผมมาคนเดียวเลยอยากหาเพื่อนสนุกด้วย ถ้าไม่รังเกียจผมขอร่วมเต้นกับคนสวยด้วยได้ไหมครับ” หนุ่มหล่อผิวขาวสูงโปร่งราวกับนายแบบเดินเข้ามาหาหญิงสาวที่หมายปองด้วยรอยยิ้ม และก้มลงไปพูดที่หูของเธอเพราะเสียงเพลงดังเกินกว่าจะคุยกับแบบปกติได้ ราวกับคู่รักหนุ่มสาวที่กำลังพลอดรักกัน

“ต้องขอโทษด้วยค่ะ ฉันไม่ชอบเต้นกับคนแปลกหน้า” ฉันมีสติมากพอที่จะไม่โอนอ่อนไปกับคำพูดนุ่มลึกชวนให้สาวหลงใหล และเขยิบตัวออกห่าง เพราะตอนที่ผู้ชายคนนี้ก้มเข้ามาพูดที่ข้างหูมันเร็วเกินกว่าที่ฉันจะไหวตัวทัน

“สักเพลงสองเพลงเพื่อทำความรู้จักกันเฉยๆก็ได้ครับ ไม่จำเป็นต้องรู้จักชื่อกัน เอาไว้รอบหน้าถ้าเจอกันอีกค่อยแนะนำตัวกันจริงจัง และนั่นผมจะถือว่าเป็นพรหมลิขิต

ดวงตากลมโตมองหน้าชายหนุ่มตรงหน้าด้วยสีหน้าไม่เล่นด้วย คำพูดของผู้ชายคนนี้ทำเอาเหล้าแทบพุ่งออกมาไม่ใช่เพราะเมาจนพะอืดพะอมแต่คำพูดชั่งเลี่ยนเกินคำบรรยาย

“พอดีเพื่อนหนูมีผัวแล้วค่ะพี่... ต้องขอโทษด้วยนะคะ ถ้าพี่อยากเต้นมาเต้นกับหนูดีกว่า” เฟิร์นที่เห็นว่ามีผู้ชายเข้ามาวอแวแก้มใสก็รีบเข้าพูดขึ้น และพยายามรั้งแขนชายหนุ่มให้ไปเต้นกับเธอ

“เฮ้ย...ไม่ดีกว่าครับ” ชายหนุ่มร่างสูงร้องอุทานเสียงหลง เพียงแค่สาวตุ้ยนุ้ยกระชากแขนนิดเดียวตัวก็ปลิวไปหาเธอ และรีบปฏิเสธอย่างลนลาน

“เต้นกับน้องสาวพี่ได้นะคะ พอดีช่วงนี้น้องสาวพี่กำลังเหงาอยู่พอดี” ฝนพูดเสริม พร้อมกับกลั้นขำและชำเลืองมองแก้มใส

“อ่อ...พอดีผมว่าจะกลับแล้ว ยังไงขอตัวนะครับ” ชายหนุ่มแกะมือของสาวตุ้ยนุ้ยออกจากวงแขนและรีบเบี่ยงตัวไปทันที

สายตาของทั้งสามคนมองปฏิกิริยาของผู้ชายคนนั้นพลางระเบิดหัวเราะออกมา การกระทำแบบนี้ไม่ใช่ครั้งแรก เลยทำให้ทั้งสามคนรู้ใจกันโดยที่อีกคนไม่ต้องขอความช่วยเหลือ

“ขอบคุณทั้งสองคนมากเลย” ฉันพูดด้วยความซาบซึ้งใจ

“เฮ้อ...มีเพื่อนสวยก็เหนื่อยหน่อยนะ” เฟิร์นพูดขึ้นพลางอมยิ้ม

“พี่ชินแล้วล่ะ ไปไหนก็จ้องจะมีหนุ่มเข้ามาขายขนมจีบ ไม่งั้นเราคงไม่เข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยขนาดนี้หรอกเนอะ แต่จะว่าไปเมื่อไหร่จะเปิดใจให้หนุ่มๆมาวิ่งบ้างล่ะแก้มใส พี่อยากเห็นหนุ่มผู้โชคดีคนนั้นจังเลย”

“แก้มยังอยากอยู่กับพ่อแม่ไปอีกนานๆเลยค่ะ ยังอยากอ้อนพ่อแม่มากกว่าอ้อนแฟน ยังอยากกลับไปกินข้าวที่บ้านทุกวัน ยังไม่มีความรู้สึกพวกนั้นเลยจริงๆ” ฉันตอบพี่ฝนไปตามตรง แต่ลึกๆแล้วถ้าเจอคนที่เพอร์เฟคเหมือนบอสพายุ วันนั้นฉันก็อยากเปิดใจ แต่แปลกที่ฉันยังไม่เจอผู้ชายแบบเขาสักคน ฉันแค่ปลื้มเขาในการทำงานและการวางตัว แต่คงไม่อาจเอื้อมไปยืนอยู่เคียงข้าง เลยยกให้เจ้านายหนุ่มเป็นสเปกผู้ชายในฝันก็เท่านั้น

อยู่ๆจังหวะเพลงสนุกก็แปลเปลี่ยนเป็นจังหวะที่ช้าลง นักท่องราตรีหลายคนรู้ดีว่าใกล้ถึงเวลาผับปิด หลายคู่ยืนกอดคอกันโยกย้ายไปตามเสียงเพลง คู่รักชายหนุ่มหญิงสาวแลกรสจูบกันเป็นเรื่องปกติ และไฟสลัวๆก็เปิดสว่างมากกว่าเดิม

“ทำไมแก้มหน้าแดงขนาดนั้น ดื่มไปเยอะเหรอ”

ฉันรีบจับหน้าอันร้อนผ่าวของตัวเอง ไม่อยากให้คนอื่นรู้ว่าฉันกำลังคิดถึงผู้ชายในอุดมคติของตัวเอง ไม่คิดว่าหน้าจะแดงจนเพื่อนสังเกตเห็น ประจวบเหมาะกับแสงไฟในผับสว่างขึ้น ไม่งั้นก็คงไม่โดนทักจนทำตัวไม่ถูกขนาดนี้

“อะ...เอ่อ...ใช่ ใช่ แก้มดื่มเยอะไปนิด สงสัยต้องหยุดแล้วล่ะ เดี๋ยวกลับบ้านไม่ไหว นี่ก็ผับใกล้ปิดแล้ว เราออกกันไปก่อนไหม ไม่งั้นพอผับปิดคนจะเยอะ” ฉันต้องเบี่ยงประเด็นให้สนใจไปทางอื่นแทนเมื่อทั้งคู่จับจ้องอยู่ที่ใบหน้าของฉัน และเหมือนโชคเข้าข้างหรือฤทธิ์แอลกอฮอล์เข้าเส้นเลือดก็ไม่สามารถรู้ได้ที่ทั้งสองคนพยักหน้าอย่างพร้อมเพรียงกันในคำพูดของฉัน ทำให้เราทั้งสามคนเดินออกกันมาก่อน ส่วนเพื่อนคนอื่นยังคงอยู่ต่อ

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • หน้ากากร้ายท่านประธาน   บทที่ 184

    "หื้ม? อาการหนักแล้ว ใครมางานเขาก็ต้องรู้ค่ะว่าแก้มเป็นเมียพี่ วันนี้งานแต่งงานของเรานะคะ และลูกๆก็อยู่ในงานด้วยทุกคนรู้กันหมดว่าเรามีลูกด้วยกันแล้ว""ไม่รู้ล่ะ พี่หวงหมดไม่ว่าจะวันนี้หรือวันไหน แล้วนมพี่ให้แค่งานนี้เท่านั้น อย่าให้พี่เห็นว่าแหวกแบบนี้อีก ถ้าพี่ได้เห็นแบบก่อนหน้านี้พี่คงสั่งให้ปิดยั

  • หน้ากากร้ายท่านประธาน   บทที่ 183

    ตอนพิเศษ 5วันแต่งงานในที่สุดวันสำคัญของฉันกับพายุก็มาถึง และเป็นวันสำคัญของลูกน้อยฝาแฝดเช่นกันที่ทั้งสองคนอายุครบหนึ่งขวบบรรยากาศงานในช่วงเช้าผ่านไปด้วยดี เราทั้งสี่คนได้ใส่บาตรตอนเช้าตามประเพณีของงานหมั้นและเพื่อความเป็นสิริมงคลในวันเกิดของสองแฝด งานหมั้นถูกจัดขึ้นที่คฤหาสน์ของเรา ทุกอย่างเป็นไป

  • หน้ากากร้ายท่านประธาน   บทที่ 182

    ตอนพิเศษ 4ภายในเพ้นท์เฮ้าส์สุดหรู ท้องฟ้าที่มืดสนิทก่อนหน้านี้เริ่มสว่างขึ้นเรื่อยๆ บนเตียงขนาดคิงไซซ์มีคู่รักที่พึ่งผ่านศึกมาราธอนกิจกรรมรักกันมาหมาดๆนอนกอดกันกลม ชุดนอนสีแดงสดแบรนด์ดังกองอยู่ที่พื้น ข้าวของกระจัดกระจายเพราะกิจกรรมบรรเลงรักในครั้งนี้ไม่ได้อยู่แค่บนเตียง"สว่างคาตาเลยนะคะ""ถ้าไม่

  • หน้ากากร้ายท่านประธาน   บทที่ 181

    "อื้อ อ่าา สะ เสียวค่ะ อ๊ายย พี่พายุจะเสร็จ อีกนิด....อ๊าาาา" เสียงครางดังลั่นเมื่อพายุสามารถพาฉันมาถึงจุดหมายปลายทางได้ด้วยลิ้น ร่างกายกระตุกไม่หยุด น้ำหวานที่อยู่ภายในตัวไหลออกมาหลังจากไม่ปลดปล่อยมาแรมปี ความเหนื่อยล้าหายไปเป็นปลิดทิ้ง สมองขาวโพลนราวกับไม่มีเรื่องอะไรให้คิด ทุกอย่างรอบตัวดูเบาและร

  • หน้ากากร้ายท่านประธาน   บทที่ 180

    ตอนพิเศษ 3ค่ำคืนในเพ้นท์เฮ้าส์สุดหรูถูกตกแต่งด้วยเทียนหอมและโรยด้วยดอกกุหลาบสีแดงตามพื้นตั้งแต่ทางเข้ามาจนถึงห้องนอน บรรยากาศไฟสลัวๆสร้างความโรแมนติกและความรุ่มร้อนให้กับคู่สามีภรรยาที่กำลังจูบกันอย่างดูดดื่มบนเตียงนอนสีดำขนาดใหญ่ภายในห้องนอน ชายหนุ่มที่อยู่ในร่างกายเปลือยเปล่ากำลังส่งมอบความสุขให้

  • หน้ากากร้ายท่านประธาน   บทที่ 179

    "พี่พัตเตอร์ น้องเพียงฝัน มาแฮปปี้เบิร์ดเดย์แด๊ดดี๊กันนะคะ" ฉันหันไปพูดคุยกับลูกน้อยที่อยู่ในอ้อมแขนของพี่เลี้ยง ฉันต้องให้พี่เลี้ยงดูแลให้ระหว่างที่เตรียมงานให้สามี และดูเหมือนลูกๆจะรู้ว่าวันนี้คือวันสำคัญของพ่อทำให้ทั้งสองคนไม่งอแงเลย กินอิ่มนอนหลับ พอตื่นมาก็เล่นได้อย่างปกติรถยนต์คันหรูขับเข้ามา

  • หน้ากากร้ายท่านประธาน   บทที่ 114

    ตอนที่ 61 : ให้กลับไปในสถานะอะไรสาวสวยสองคนเดินเลียบชายหาดด้วยชุดบิกินี่ที่เรียกสายตาของหนุ่มๆทั้งไทยและต่างชาติได้ไม่น้อย แก้มใสอยู่ในชุดบิกินี่สีขาวสะอาดตา บราเซียตัวจิ๋วเป็นเพียงผ้าทรงสามเหลี่ยมที่ปิดจุกสวาทไว้และเผยเต้าอวบอิ่ม แพนตี้ตัวจิ๋วสีเดียวกันถูกคลุมด้วยผ้าสีขาวบางๆผูกไว้ที่เอวคอดกิ่วยิ่

  • หน้ากากร้ายท่านประธาน   บทที่ 113

    ฉันพยักหน้าเป็นคำตอบและยอมใช้โทรศัพท์ของพราวฟ้าโทรหาที่บ้านหนึ่งชั่วโมงต่อมา ทุกอย่างถูกเคลียร์ไปอย่างน้ำขุ่นๆ ฉันพูดคุยกับพ่อแม่ให้เข้าใจถึงแม้มันจะดูงงงวยแต่ก็สีข้างถลอกไปอย่างเฉียดฉิว และมันเป็นอีกครั้งที่ฉันต้องโกหกคำโตแต่ครั้งนี้คนที่พามาไม่ใช่พายุ การที่ฉันมาที่นี่มันกะทันหันไปซะหมด ความวุ่น

  • หน้ากากร้ายท่านประธาน   บทที่ 112

    ตอนที่ 60 : ลองทำอะไรใหม่ (เผื่อลืมเขาได้บ้าง)ช่วงเช้าของวันใหม่ แสงแดดอ่อนๆรอดผ่านผ้าม่านตกกระทบกับใบหน้าหวานที่หลับสนิทอยู่บนเตียงนอนสีขาวสะอาดตา ใบหน้าเกลี้ยงเกลาผิวเนียนละเอียดแต่ยังคงทิ้งรอยความบวมเปล่งของตาทั้งสองข้างไว้คงเดิม"อื้อ..." เสียงครางในลำคอเบาๆเมื่อเริ่มรู้สึกตัว ความรู้สึกเหมือน

  • หน้ากากร้ายท่านประธาน   บทที่ 111

    "ไปไหน..." พายุยืนใช้ความคิดอยู่นาน พลางมองนาฬิกาหัวเตียงบ่งบอกว่าตอนนี้เที่ยงคืนกว่าแล้วแต่คนตัวเล็กไม่อยู่บ้านในที่สุดพายุก็ตัดสินใจกลับออกมาจากห้องนั้นด้วยใบหน้าที่เคร่งเครียด สีหน้าแววตาแข็งกร้าวบ่งบอกถึงความไม่พอใจและหงุดหงิด"ทำไมวันนี้นายออกมาเร็ว ทุกทีจะตีสี่ไม่ใช่เหรอ" ดนัยพึมพำเบาๆเมื่อเห

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status