Partager

บทที่ 7

last update Date de publication: 2025-09-13 18:42:01

ตอนที่ 6 : ถอดหน้ากาก(ที่แสนดี)

แกร่กกก....แกร่กกก..

เสียงของท่อนเหล็กสีเงินเงาวับถูกลากมากับพื้นปูนซีเมนจนเกิดเสียงดังกังวานไปทั่วทั้งโกดังโรงไม้เก่าที่สภาพทรุดโทรม กลิ่นอับ กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วบริเวณบ่งบอกว่าที่นี่ล้างมานานหลายปีและใช้เป็นที่ฆาตกรรมอำพราง เสียงฝีเท้าหนักก้าวมาอย่างช้าๆ มองไปยังเป้าหมายที่อยู่ไม่ไกล

"ยะ อย่า...ผมขอร้อง อย่าเข้ามา" ชายหนุ่มวัยกลางคนที่ถูกมัดมือมัดเท้าไว้กับเก้าอี้ไม้จนไม่สามารถขยับเขยื้อนไปไหนได้อ้อนวอนร้องขอชีวิตเมื่อถูกปลุกให้ตื่นด้วยเสียงของท่อนเหล็กที่ทำให้หลอนต้องหวาดผวา ใบหน้าไร้ซึ่งรูปเคล้าเดิม เกรอะกรังไปด้วยรอยเลือดที่ถูกทารุณร่างกายมาอย่างหนัก สายตาที่พร่ามัวพยายามมองบุคคลที่เข้ามาใหม่แต่ก็ไม่เป็นผลเพราะถูกกระทบกระเทือนจนเกือบตาบอดจนเห็นแค่ภาพเลือนราง ร่างกายชายหนุ่มวัยกลางคนสั่นเทาด้วยความกลัวเมื่อเสียงนั้นใกล้เข้ามาเรื่อยๆ

แกร่กกก...แกร่กกก...ตึก ตึก ตึก

"ไว้ชีวิตผมเถอะ...คุณพายุ" ชายผู้น่าสงสารพยายามอ้อนวอนขอร้องอย่างไร้สติ เมื่อได้กลิ่นน้ำหอมที่คุ้นเคยพานทำให้เสียวสันหลังวาบ

"ไว้ชีวิตงั้นเหรอ?" น้ำเสียงเย็นยะเยือกทวนคำพูดของคนตรงหน้า ริมฝีปากหนากระตุกยิ้มมุมปากที่ได้เห็นสภาพอันน่าเวทนาของพวกที่ชอบทรยศหักหลัง มือหนาใช้ท่อนปลายเหล็กเงาวับเชยคางของคนตรงหน้าขึ้น สายตาคมมองอย่างไร้ความรู้สึกไม่มีแม้แต่รู้สึกสงสารกับสภาพที่ใกล้ตายเต็มที

"ไว้ชีวิตมึงแล้วกูได้อะไรละ ลองบอกให้กูฟังเผื่อกูจะเปลี่ยนใจ จากที่ตั้งใจจะฆ่ามึงวันนี้ อาจยื้อชีวิตมึงไปถึงพรุ่งนี้ก็ได้"

"ผะ ผมจะรับใช้คุณพายุเยี่ยงทาส จะทำตามทุกอย่างที่คุณพายุต้องการครับ จะไม่มีทางลับหลังคุณพายุเป็นครั้งที่สอง โปรดไว้ชีวิตผมด้วยครับ" ชายหนุ่มวัยกลางคนรีบอ้อนวอนขอความเห็นใจด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก หวังว่าเจ้านายหนุ่มจะให้โอกาสและเห็นใจ ถึงแม้จะยืดชีวิตไปอีกหนึ่งวันก็ตาม แต่ไม่มีใครอยากตายกันทั้งนั้น

"ลับหลังครั้งที่สอง...หึ คนอย่างกูไม่เคยมีครั้งที่สอง"

ผั๊วะ!

"อ๊าก..." เสียงร้องความเจ็บปวดดังลั่นไปทั่วบริเวณ

ท่อนเหล็กขนาดพอดีมือฟาดเข้าที่ใบหน้าของชายหนุ่มวัยกลางคนเต็มแรง เขาไม่เคยให้โอกาสใครต่อให้อ้อนวอนร้องขอชีวิตจะเป็นจะตายก็ไม่เคยมีต่อมความรู้สึกที่จะสงสาร แค่อยากฟังคำร้องขอชีวิตวินาทีสุดท้ายเท่านั้น สายตาคมกริบมองเลือดสีแดงสดที่ค่อยๆไหลออกจากหน้าผากของคนที่เขากระทำลงไปอย่างพึงพอใจ

"ไว้ชีวิตผมเถอะ ผมจะไม่มีทางเอาข้อมูลบริษัทไปให้คู่แข่งอีกเด็ดขาด ไว้ชีวิตผมอีกสักครั้ง ขอร้อง…"

"เลือดสีสวยดีนะ กูอยากเห็นมันอีกข้าง"

ผัวะ!

"อึก...โอ๊ย"

เป็นอีกครั้งที่มือหนาจับท่อนเหล็กฟาดเข้าไปที่ขมับอีกด้านที่ยังไม่มีเลือดไหล และไม่นานสิ่งที่เขาต้องการก็ได้เกิดขึ้นเมื่อเห็นเลือดสีแดงสดไหลอาบหน้า ริมฝีปากหนาคลี่ยิ้มจนเห็นฟันราวกับคนเสียสติ

"อึก..." ชายหนุ่มวัยกลางคนแทบไม่มีสติ แสงสว่างเริ่มริบหรี่ลงเรื่อยๆ กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งจนรู้สึกพะอืดพะอม นัยส์ตาแดงก่ำที่ถูกทรมานอย่างเลือดเย็น ยิ่งเห็นรอยยิ้มชั่วร้ายนั้นยิ่งหวาดผวา

"พวกมึงชอบเห็นกูยิ้มไม่ใช่เหรอ ทำไมตัวสั่นแบบนั้นละ หรือรู้ว่าถ้ากูฟาดมึงอีกครั้งแล้วมึงจะ....ตาย"

"ไว้ ชี วิต ผะ ผม เถอะ"

"ถือเป็นคำสั่งลาก่อนตาย...หวังว่าสายตาที่แค้นกูจะทำให้มึงกลับมาแก้แค้นกูในชาติหน้านะ แต่เผอิญชาตินี้กูแก้แค้นมึงก่อน"

ผัวะ ผัวะ ผลัก

ท่อนเหล็กกระหน่ำฟาดไปที่ชายหนุ่มวัยกลางคนโดยไม่คิดที่จะให้มีชีวิตอยู่ต่อไปท่ามกลางสายตาของลูกน้องนับสิบที่ยืนดูราวกับมันเป็นเรื่องปกติ ใบหน้าคมคายเรียบนิ่ง สายตาคมเต็มไปด้วยความโกรธเมื่อนึกถึงเรื่องราวของเศษขยะพวกนี้ที่ทำกับเขาไว้เจ็บแสบ

ผัวะ...

แรงฟาดสุดท้ายอัดไปเต็มแรงจนท้ายที่สุดเก้าอี้ที่ชายหนุ่มคนนั้นนั่งอยู่ล้มไปกองกับพื้นพร้อมกับร่างที่ไร้วิญญาณ เลือดสีแดงสดไหลอาบใบหน้าและลำตัว กำลังไหลนองไปบนพื้นปูนซีเมนต์ที่มีร่องรอยคราบเลือดของคนเก่าติดอยู่

เพล้ง...

เสียงแท่งเหล็กถูกปล่อยจากมือให้กระทบกับพื้นจนเกิดเสียง มือหนาแกะถุงมือหนังสีดำออกและโยนทิ้งอย่างไม่ไยดี สายตาคมกริบจับจ้องคนตรงหน้าที่เหลือแต่ร่างกายไร้ซึ่งวิญญาณ

"ขยะอย่างมึงเก็บไว้ก็ไร้ค่า คำพูดมึงดูน่าสงสารแต่สายตามึงกำลังหาทางเอาคืนกูต่างหากล่ะ ก็ไม่จำเป็นที่กูจะไว้ชีวิตคนอย่างมึง" น้ำเสียงเข้มพูดขึ้น เพราะชายตรงหน้าได้เอาต้นแบบของแฟชั่นในคอลเลคชั่นนี้ไปให้กับคู่แข่ง และได้เงินตอบแทนมาหลายล้าน เขาปล่อยให้มันได้เสวยสุขกับเงินหลายอาทิตย์จนท้ายที่สุดจุดจบของหนูท่อในน้ำครำก็เป็นอย่างที่เห็น แต่ถึงจะถูกเอางานไปขายให้กับคนอื่นแต่ก็ใช่ว่าคนอย่างพายุจะสิ้นไร้ไม้ต่อ เพราะรู้ดีว่าไฟล์ฉบับนั้นเป็นเพียงที่เขาใช้ร่างเพื่อล่อเหยื่อเท่านั้น ไม่ใช่งานจริงที่เปิดตัวไปเมื่อไม่กี่วันก่อน

ตึก ตึก ตึก

เสียงฝีเท้าของคนที่เดินมาทางด้านหลังทำให้พายุปรายตามองเพียงนิด ต่อให้ไม่หันไปมองก็รู้ว่าเป็นลูกน้องคนสนิท

"รู้หรือยังว่ามันเอาไฟล์งานไปขายให้บริษัทไหน" พายุพูดขึ้นหลังจากรับรู้ได้ว่าลูกน้องคนสนิทมายืนอยู่ด้านหลัง

"บริษัทคุณเซญ่าครับ วันงานมีคนของเราเห็นเธอปลอมตัวเข้ามาดูแฟชั่นโชว์แต่ใช้ชื่อของเลขาของเธอในการเข้ามา และดูเหมือนเธอจะหงุดหงิดออกไปเมื่อเห็นว่าคุณพายุทำคอลเลคชั่นใหม่สวยกว่าต้นแบบที่ไอ้เวรนี่เอาไปขายครับ"ดนัยรายงานให้เจ้านายหนุ่มฟังอย่างละเอียด

"ส่งภาพชิ้นโบว์แดงไปเตือนสักหน่อย...แล้วจัดการศพมันให้เรียบร้อย กลิ่นเลือดมันคาวรู้ใช่ไหมว่าตำรวจจมูกมันเหมือนหมา อย่าให้ข่าวเล็ดลอดไป"

"ครับคุณพายุ" ดนัยก้มหัวให้กับเจ้านายหนุ่มและรีบส่งสัญญาณไปที่ลูกน้องชายฉกรรจ์ให้เคลียร์กับร่างชายหนุ่มวัยกลางคนที่ไร้วิญญาณ

"รู้สึกอยากขอบคุณพนักงานที่จงรักภักดีกับกูจัง" มือหนาหยิบโทรศัพท์เครื่องหรูและพิมพ์ข้อความที่ซึ้งกินใจส่งไปในไลน์กลุ่มของบริษัท

"จงรักภักดีกับฉันไว้เยอะๆละ ถ้าหักหลังกันเมื่อไหร่จุดจบของทุกคนก็จะเป็นแบบนี้" สายตาคมมองข้อความที่มีพนักงานสาวคนหนึ่งตอบกลับมา ราวกับเขาเป็นหัวเรือใหญ่ แต่คำพูดของเธอไม่ได้รู้สึกตื้นตันใจแม้แต่น้อย ก่อนจะกดปิดหน้าจอและเดินออกจากโรงไม้ร้างในเช้าตรู่ของวันใหม่

ทางด้านของแก้มใส

ติ้ด ติ้ด ติ้ด...

เสียงนาฬิกาปลุกดังกังวานไปทั่วห้องนอน ปลุกให้คนที่กำลังฝันหวานรู้สึกตัวตื่น ใบหน้าหวานแสดงความหงุดหงิดออกมาโดยไม่รู้ตัว และรีบควานหาโทรศัพท์เจ้ากรรมทั้งที่เปลือกตายังปิดอยู่

"อื้อ..." เปลือกตาที่หนักอึ้งค่อยๆเปิดออก พลางถอนหายใจออกมาเบาๆหลังจากกดปิดเสียงนาฬิกาปลุกทั้งที่วันนี้ได้หยุดพิเศษแต่กลับลืมปิดนาฬิกาปลุก

"ดับฝันกันชัดๆ อุตส่าห์ฝันหวานแล้วเชียว"

ดวงตากลมโตมองไปรอบห้องนอนสีชมพูหวานแหววพลางนึกถึงเรื่องที่ฝันก็อดที่จะระบายยิ้มออกมาไม่ได้ ต่อให้ถูกนาฬิกาปลุกดับฝันแต่ก็เป็นการฝันที่ทำให้หัวใจดวงน้อยกระชุ่มกระชวยและเต้นระรัวเมื่อนึกถึงริมฝีปากหยักได้รูปที่เข้ามาประทับที่ริมฝีปากบางของตัวเอง นิ้วชี้แตะที่ริมฝีปากตัวเองเบาๆราวกับมันเป็นเรื่องจริง สายตาคมคู่นั้นในตอนที่บอกรักยิ่งแสดงถึงความอบอุ่นและเป็นการบอกรักที่ออกมาจากหัวใจ ใบหน้าหวานเปื้อนรอยยิ้มทั้งที่พึ่งได้นอนไปไม่กี่ชั่วโมง

หลังจากที่ฉันกับเพื่อนพากันออกจากผับนั้นก็แยกย้ายกันกลับทันที ส่วนตัวฉันไม่ได้มีอาการมึนเมาและยังมีสติมากพอที่จะขับรถกลับบ้านได้ ยกเว้นแค่เฟิร์นเพื่อนสาวเบาหวิวที่เดินไม่ตรงต้องให้พี่ฝนไปส่ง โชคดีที่ระหว่างทางไม่มีด่านตรวจแอลกอฮอล์ทำให้ฉันกลับมาบ้านได้อย่างปลอดภัยและได้กลับมานอนเตียงนุ่มๆแทนการนอนในห้องคุมขัง แต่กว่าจะกลับถึงบ้านก็ตีสามกว่าแล้ว ไหนจะล้างหน้าแปรงฟันอาบน้ำทำภารกิจส่วนตัวก็เกือบตีสี่ แต่เป็นเพราะฝันหวานทำให้ฉันไม่มีอาการงัวเงียเลย ยังคงนึกถึงแต่ใบหน้าคมเข้มของเขา ทั้งที่ตลอดระยะเวลาหนึ่งปีที่ทำงานที่นี่มาไม่เคยฝันถึงเจ้านายหนุ่มเลย

"สงสัยเป็นเพราะตอนอยู่ที่ผับนึกถึงเขาเลยเก็บมาฝัน แล้วถ้าหลับต่อจะฝันต่ออีกไหม ถ้าเกิดว่าฝันถึงวันหย่าละ...ให้ตายเถอะ นี่ฉันเพ้ออะไรเนี่ย" ฉันถึงกับบ่นตัวเอง คิดเองเออเองอยู่คนเดียวราวกับคนบ้า

"เราปลื้มเขาเพราะทำงานเก่งแค่นั้น...ไม่คิดเกินเลย จำไว้สิแก้มใส ไม่มีทางไปถึงขั้นนั้นได้แน่นอน"

ติ้ง ติ้ง...

เสียงแจ้งเตือนโทรศัพท์ดังขึ้นในช่วงเช้าตรู่เรียกสติให้คนที่กำลังคิดเลอะเลือนได้สติ มือบางหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูและเห็นว่าใครส่งมาก็ถึงกับกลิ้งตัวไปมาบนที่นอน ไม่หลงเหลือแม้แต่สติ ถึงแม้ว่าจะส่งเข้าไลน์กลุ่มของพนักงานก็ตาม แต่อย่างน้อยทั้งในฝันและชีวิตจริงก็ยังมีผู้ชายคนนี้อยู่ด้วยตลอด นิ้วเรียวยาวกดเข้าไปอ่านข้อความแจ้งเตือนกลุ่มไลน์จากบอสสุดหล่อ

บอสพายุ : ขอบคุณทุกคนที่ลงทุนลงแรงทำให้ยอดจองคอลเลคชั่นใหม่ต้องสั่งผลิตเพิ่มทั่วโลก เอาไว้ผมจะพาทุกคนไปทานข้าวเป็นการตอบแทนนะครับ อาจจะมาบอกเช้าไปเพราะผมรู้ว่าเมื่อคืนพวกคุณคงไปสนุกกันมาแต่ผมไม่สามารถรอเวลาให้ผ่านไปได้เพราะพวกคุณคือคนสำคัญ พวกคุณเป็นเหมือนครอบครัวของผม ผมคงขาดพวกคุณไม่ได้ ขอบคุณที่ลงแรงช่วยกันจนประสบความสำเร็จนะครับ ปล.วันนี้พักผ่อนร่างกายให้เต็มที่นะครับ"

"ให้ตายเถอะ แสนดีที่สุด ยังรู้อีกว่าพวกเราไปเที่ยวกันมาใส่ใจลูกน้องมาก นอกจากฝันหวานแล้วยังได้อ่านประโยคหวานจากผู้ชายในฝันอีก ในฝันแก้มกับบอสก็กำลังเป็นครอบครัวเดียวกันนะคะ" อาการแบบนี้ฉันไม่เคยแสดงให้ใครเห็นเด็ดขาด แค่ปลื้มอยู่ในใจและค่อยมาระบายในห้องนอนเท่านั้น ไม่งั้นคงโดนแซวจนบอสรับรู้ และถ้าเขารับรู้ฉันคงไม่กล้าสู้หน้าแน่นอน

แก้มใส : เพราะมีกัปตันเรือที่ดี ทำให้ลูกเรืออย่างพวกเราช่วยกันพาเรือลำใหญ่ไปจนถึงจุดหมายปลายทางค่ะ พวกเราจะทำงานอย่างเต็มที่ให้บอสภูมิใจที่เราได้เป็นครอบครัวเดียวกันนะคะ

ฉันยังคงอ่านข้อความของเจ้านายหนุ่มวนไปวนมาถึงแม้เขาจะไม่ตอบอะไรกลับมาก็ตาม ยิ่งคำว่าครอบครัวทำให้ฉันเพ้อฝันเตลิดไปไกลจนกัดผ้าห่มเพื่อระบายความเขิน

"ไหนๆก็ฝันมาซะขนาดนี้แล้ว ฉันขอมโนไปหนึ่งวันเต็มๆเลยละกัน พรุ่งนี้ไปทำงานค่อยดึงสติกลับมา"

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • หน้ากากร้ายท่านประธาน   บทที่ 184

    "หื้ม? อาการหนักแล้ว ใครมางานเขาก็ต้องรู้ค่ะว่าแก้มเป็นเมียพี่ วันนี้งานแต่งงานของเรานะคะ และลูกๆก็อยู่ในงานด้วยทุกคนรู้กันหมดว่าเรามีลูกด้วยกันแล้ว""ไม่รู้ล่ะ พี่หวงหมดไม่ว่าจะวันนี้หรือวันไหน แล้วนมพี่ให้แค่งานนี้เท่านั้น อย่าให้พี่เห็นว่าแหวกแบบนี้อีก ถ้าพี่ได้เห็นแบบก่อนหน้านี้พี่คงสั่งให้ปิดยั

  • หน้ากากร้ายท่านประธาน   บทที่ 183

    ตอนพิเศษ 5วันแต่งงานในที่สุดวันสำคัญของฉันกับพายุก็มาถึง และเป็นวันสำคัญของลูกน้อยฝาแฝดเช่นกันที่ทั้งสองคนอายุครบหนึ่งขวบบรรยากาศงานในช่วงเช้าผ่านไปด้วยดี เราทั้งสี่คนได้ใส่บาตรตอนเช้าตามประเพณีของงานหมั้นและเพื่อความเป็นสิริมงคลในวันเกิดของสองแฝด งานหมั้นถูกจัดขึ้นที่คฤหาสน์ของเรา ทุกอย่างเป็นไป

  • หน้ากากร้ายท่านประธาน   บทที่ 182

    ตอนพิเศษ 4ภายในเพ้นท์เฮ้าส์สุดหรู ท้องฟ้าที่มืดสนิทก่อนหน้านี้เริ่มสว่างขึ้นเรื่อยๆ บนเตียงขนาดคิงไซซ์มีคู่รักที่พึ่งผ่านศึกมาราธอนกิจกรรมรักกันมาหมาดๆนอนกอดกันกลม ชุดนอนสีแดงสดแบรนด์ดังกองอยู่ที่พื้น ข้าวของกระจัดกระจายเพราะกิจกรรมบรรเลงรักในครั้งนี้ไม่ได้อยู่แค่บนเตียง"สว่างคาตาเลยนะคะ""ถ้าไม่

  • หน้ากากร้ายท่านประธาน   บทที่ 181

    "อื้อ อ่าา สะ เสียวค่ะ อ๊ายย พี่พายุจะเสร็จ อีกนิด....อ๊าาาา" เสียงครางดังลั่นเมื่อพายุสามารถพาฉันมาถึงจุดหมายปลายทางได้ด้วยลิ้น ร่างกายกระตุกไม่หยุด น้ำหวานที่อยู่ภายในตัวไหลออกมาหลังจากไม่ปลดปล่อยมาแรมปี ความเหนื่อยล้าหายไปเป็นปลิดทิ้ง สมองขาวโพลนราวกับไม่มีเรื่องอะไรให้คิด ทุกอย่างรอบตัวดูเบาและร

  • หน้ากากร้ายท่านประธาน   บทที่ 180

    ตอนพิเศษ 3ค่ำคืนในเพ้นท์เฮ้าส์สุดหรูถูกตกแต่งด้วยเทียนหอมและโรยด้วยดอกกุหลาบสีแดงตามพื้นตั้งแต่ทางเข้ามาจนถึงห้องนอน บรรยากาศไฟสลัวๆสร้างความโรแมนติกและความรุ่มร้อนให้กับคู่สามีภรรยาที่กำลังจูบกันอย่างดูดดื่มบนเตียงนอนสีดำขนาดใหญ่ภายในห้องนอน ชายหนุ่มที่อยู่ในร่างกายเปลือยเปล่ากำลังส่งมอบความสุขให้

  • หน้ากากร้ายท่านประธาน   บทที่ 179

    "พี่พัตเตอร์ น้องเพียงฝัน มาแฮปปี้เบิร์ดเดย์แด๊ดดี๊กันนะคะ" ฉันหันไปพูดคุยกับลูกน้อยที่อยู่ในอ้อมแขนของพี่เลี้ยง ฉันต้องให้พี่เลี้ยงดูแลให้ระหว่างที่เตรียมงานให้สามี และดูเหมือนลูกๆจะรู้ว่าวันนี้คือวันสำคัญของพ่อทำให้ทั้งสองคนไม่งอแงเลย กินอิ่มนอนหลับ พอตื่นมาก็เล่นได้อย่างปกติรถยนต์คันหรูขับเข้ามา

  • หน้ากากร้ายท่านประธาน   บทที่ 173

    แต่ละคนคาดเดากันไปต่างๆนานา ใบหน้าของชายสูงวัยที่นั่งอยู่ในรถเข็นเผยรอยยิ้มออกมา ต่อให้จะพูดแสดงความเห็นไม่ได้แต่ก็รับรู้เรื่องราวได้ วันนี้เป็นวันที่ดีอีกวันสำหรับพ่อของพายุ ทุกคนต่างยิ้มน้อยยิ้มใหญ่กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและลุ้นกันอย่างใจจดใจจ่อ@โรงพยาบาลเอกชื่อดังแห่งหนึ่งเราไม่มีข้อมูลเรื่องโร

  • หน้ากากร้ายท่านประธาน   บทที่ 172

    ตอนที่ 90 : เรื่องราวดีๆของทั้งสองคนภายในร้านอาหารสุดหรู...จากที่เคยโรแมนติกหวานหยาดเยิ้มกันสองคนกลายเป็นเสียงพูดคุยกันอย่างสนุกสนานเฮฮา ทุกคนร่วมโต๊ะพูดคุยกันไปต่างๆนานา ถึงพ่อของพายุจะพูดไม่ได้แต่ฉันก็สังเกตเห็นรอยยิ้มบนใบหน้าที่เหี่ยวย่นนั้นอยู่ตลอดเวลา และไม่น่าเชื่อว่าทั้งพ่อแม่ฉันกับพ่อแม่พาย

  • หน้ากากร้ายท่านประธาน   บทที่ 171

    "ค่อยไปคุยกันในรถ" น้ำเสียงเข้มพูดขึ้นและจูงมือคนตัวเล็กออกจากบริเวณนั้น ใบหน้าคมคายเรียบนิ่งบ่งบอกถึงความโกรธ แต่โกรธตัวเองที่ใจแข็งไม่พอที่จะห้ามคนรัก ถ้าเกิดเขาจับมือนิรินไม่ทัน ป่านนี้คนที่เจ็บตัวก็คือแก้มใส และนั่นจะทำให้พายุโกรธตัวเองมากกว่าเดิมที่ปกป้องเมียไม่ได้ภายในรถยนต์คนหรูทุกอย่างตกอย

  • หน้ากากร้ายท่านประธาน   บทที่ 170

    ตอนที่ 89 : ทุกอย่างจบลงด้วยดีมูลนิธิรักษาผู้ป่วยจิตเวชดวงตากลมโตมองคนที่นั่งอยู่ในสวนหย่อมของมูลนิธิด้วยแววตาวูบไหว หญิงสาวร่างสวยที่ฉันเคยอิจฉาทั้งรูปร่างและหน้าตาตอนนี้เธอกำลังนั่งเล่นดอกไม้และพูดคุยหัวเราะออกมาคนเดียว"ทำไมคุณนิรินถึงเป็นแบบนี้เหรอคะ" ฉันหันไปถามพายุที่ยืนอยู่เคียงข้างด้วยความ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status