แชร์

บทที่ 7

ผู้เขียน: โซลสตาร์ seoulstar
last update วันที่เผยแพร่: 2025-09-13 18:42:01

ตอนที่ 6 : ถอดหน้ากาก(ที่แสนดี)

แกร่กกก....แกร่กกก..

เสียงของท่อนเหล็กสีเงินเงาวับถูกลากมากับพื้นปูนซีเมนจนเกิดเสียงดังกังวานไปทั่วทั้งโกดังโรงไม้เก่าที่สภาพทรุดโทรม กลิ่นอับ กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วบริเวณบ่งบอกว่าที่นี่ล้างมานานหลายปีและใช้เป็นที่ฆาตกรรมอำพราง เสียงฝีเท้าหนักก้าวมาอย่างช้าๆ มองไปยังเป้าหมายที่อยู่ไม่ไกล

"ยะ อย่า...ผมขอร้อง อย่าเข้ามา" ชายหนุ่มวัยกลางคนที่ถูกมัดมือมัดเท้าไว้กับเก้าอี้ไม้จนไม่สามารถขยับเขยื้อนไปไหนได้อ้อนวอนร้องขอชีวิตเมื่อถูกปลุกให้ตื่นด้วยเสียงของท่อนเหล็กที่ทำให้หลอนต้องหวาดผวา ใบหน้าไร้ซึ่งรูปเคล้าเดิม เกรอะกรังไปด้วยรอยเลือดที่ถูกทารุณร่างกายมาอย่างหนัก สายตาที่พร่ามัวพยายามมองบุคคลที่เข้ามาใหม่แต่ก็ไม่เป็นผลเพราะถูกกระทบกระเทือนจนเกือบตาบอดจนเห็นแค่ภาพเลือนราง ร่างกายชายหนุ่มวัยกลางคนสั่นเทาด้วยความกลัวเมื่อเสียงนั้นใกล้เข้ามาเรื่อยๆ

แกร่กกก...แกร่กกก...ตึก ตึก ตึก

"ไว้ชีวิตผมเถอะ...คุณพายุ" ชายผู้น่าสงสารพยายามอ้อนวอนขอร้องอย่างไร้สติ เมื่อได้กลิ่นน้ำหอมที่คุ้นเคยพานทำให้เสียวสันหลังวาบ

"ไว้ชีวิตงั้นเหรอ?" น้ำเสียงเย็นยะเยือกทวนคำพูดของคนตรงหน้า ริมฝีปากหนากระตุกยิ้มมุมปากที่ได้เห็นสภาพอันน่าเวทนาของพวกที่ชอบทรยศหักหลัง มือหนาใช้ท่อนปลายเหล็กเงาวับเชยคางของคนตรงหน้าขึ้น สายตาคมมองอย่างไร้ความรู้สึกไม่มีแม้แต่รู้สึกสงสารกับสภาพที่ใกล้ตายเต็มที

"ไว้ชีวิตมึงแล้วกูได้อะไรละ ลองบอกให้กูฟังเผื่อกูจะเปลี่ยนใจ จากที่ตั้งใจจะฆ่ามึงวันนี้ อาจยื้อชีวิตมึงไปถึงพรุ่งนี้ก็ได้"

"ผะ ผมจะรับใช้คุณพายุเยี่ยงทาส จะทำตามทุกอย่างที่คุณพายุต้องการครับ จะไม่มีทางลับหลังคุณพายุเป็นครั้งที่สอง โปรดไว้ชีวิตผมด้วยครับ" ชายหนุ่มวัยกลางคนรีบอ้อนวอนขอความเห็นใจด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก หวังว่าเจ้านายหนุ่มจะให้โอกาสและเห็นใจ ถึงแม้จะยืดชีวิตไปอีกหนึ่งวันก็ตาม แต่ไม่มีใครอยากตายกันทั้งนั้น

"ลับหลังครั้งที่สอง...หึ คนอย่างกูไม่เคยมีครั้งที่สอง"

ผั๊วะ!

"อ๊าก..." เสียงร้องความเจ็บปวดดังลั่นไปทั่วบริเวณ

ท่อนเหล็กขนาดพอดีมือฟาดเข้าที่ใบหน้าของชายหนุ่มวัยกลางคนเต็มแรง เขาไม่เคยให้โอกาสใครต่อให้อ้อนวอนร้องขอชีวิตจะเป็นจะตายก็ไม่เคยมีต่อมความรู้สึกที่จะสงสาร แค่อยากฟังคำร้องขอชีวิตวินาทีสุดท้ายเท่านั้น สายตาคมกริบมองเลือดสีแดงสดที่ค่อยๆไหลออกจากหน้าผากของคนที่เขากระทำลงไปอย่างพึงพอใจ

"ไว้ชีวิตผมเถอะ ผมจะไม่มีทางเอาข้อมูลบริษัทไปให้คู่แข่งอีกเด็ดขาด ไว้ชีวิตผมอีกสักครั้ง ขอร้อง…"

"เลือดสีสวยดีนะ กูอยากเห็นมันอีกข้าง"

ผัวะ!

"อึก...โอ๊ย"

เป็นอีกครั้งที่มือหนาจับท่อนเหล็กฟาดเข้าไปที่ขมับอีกด้านที่ยังไม่มีเลือดไหล และไม่นานสิ่งที่เขาต้องการก็ได้เกิดขึ้นเมื่อเห็นเลือดสีแดงสดไหลอาบหน้า ริมฝีปากหนาคลี่ยิ้มจนเห็นฟันราวกับคนเสียสติ

"อึก..." ชายหนุ่มวัยกลางคนแทบไม่มีสติ แสงสว่างเริ่มริบหรี่ลงเรื่อยๆ กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งจนรู้สึกพะอืดพะอม นัยส์ตาแดงก่ำที่ถูกทรมานอย่างเลือดเย็น ยิ่งเห็นรอยยิ้มชั่วร้ายนั้นยิ่งหวาดผวา

"พวกมึงชอบเห็นกูยิ้มไม่ใช่เหรอ ทำไมตัวสั่นแบบนั้นละ หรือรู้ว่าถ้ากูฟาดมึงอีกครั้งแล้วมึงจะ....ตาย"

"ไว้ ชี วิต ผะ ผม เถอะ"

"ถือเป็นคำสั่งลาก่อนตาย...หวังว่าสายตาที่แค้นกูจะทำให้มึงกลับมาแก้แค้นกูในชาติหน้านะ แต่เผอิญชาตินี้กูแก้แค้นมึงก่อน"

ผัวะ ผัวะ ผลัก

ท่อนเหล็กกระหน่ำฟาดไปที่ชายหนุ่มวัยกลางคนโดยไม่คิดที่จะให้มีชีวิตอยู่ต่อไปท่ามกลางสายตาของลูกน้องนับสิบที่ยืนดูราวกับมันเป็นเรื่องปกติ ใบหน้าคมคายเรียบนิ่ง สายตาคมเต็มไปด้วยความโกรธเมื่อนึกถึงเรื่องราวของเศษขยะพวกนี้ที่ทำกับเขาไว้เจ็บแสบ

ผัวะ...

แรงฟาดสุดท้ายอัดไปเต็มแรงจนท้ายที่สุดเก้าอี้ที่ชายหนุ่มคนนั้นนั่งอยู่ล้มไปกองกับพื้นพร้อมกับร่างที่ไร้วิญญาณ เลือดสีแดงสดไหลอาบใบหน้าและลำตัว กำลังไหลนองไปบนพื้นปูนซีเมนต์ที่มีร่องรอยคราบเลือดของคนเก่าติดอยู่

เพล้ง...

เสียงแท่งเหล็กถูกปล่อยจากมือให้กระทบกับพื้นจนเกิดเสียง มือหนาแกะถุงมือหนังสีดำออกและโยนทิ้งอย่างไม่ไยดี สายตาคมกริบจับจ้องคนตรงหน้าที่เหลือแต่ร่างกายไร้ซึ่งวิญญาณ

"ขยะอย่างมึงเก็บไว้ก็ไร้ค่า คำพูดมึงดูน่าสงสารแต่สายตามึงกำลังหาทางเอาคืนกูต่างหากล่ะ ก็ไม่จำเป็นที่กูจะไว้ชีวิตคนอย่างมึง" น้ำเสียงเข้มพูดขึ้น เพราะชายตรงหน้าได้เอาต้นแบบของแฟชั่นในคอลเลคชั่นนี้ไปให้กับคู่แข่ง และได้เงินตอบแทนมาหลายล้าน เขาปล่อยให้มันได้เสวยสุขกับเงินหลายอาทิตย์จนท้ายที่สุดจุดจบของหนูท่อในน้ำครำก็เป็นอย่างที่เห็น แต่ถึงจะถูกเอางานไปขายให้กับคนอื่นแต่ก็ใช่ว่าคนอย่างพายุจะสิ้นไร้ไม้ต่อ เพราะรู้ดีว่าไฟล์ฉบับนั้นเป็นเพียงที่เขาใช้ร่างเพื่อล่อเหยื่อเท่านั้น ไม่ใช่งานจริงที่เปิดตัวไปเมื่อไม่กี่วันก่อน

ตึก ตึก ตึก

เสียงฝีเท้าของคนที่เดินมาทางด้านหลังทำให้พายุปรายตามองเพียงนิด ต่อให้ไม่หันไปมองก็รู้ว่าเป็นลูกน้องคนสนิท

"รู้หรือยังว่ามันเอาไฟล์งานไปขายให้บริษัทไหน" พายุพูดขึ้นหลังจากรับรู้ได้ว่าลูกน้องคนสนิทมายืนอยู่ด้านหลัง

"บริษัทคุณเซญ่าครับ วันงานมีคนของเราเห็นเธอปลอมตัวเข้ามาดูแฟชั่นโชว์แต่ใช้ชื่อของเลขาของเธอในการเข้ามา และดูเหมือนเธอจะหงุดหงิดออกไปเมื่อเห็นว่าคุณพายุทำคอลเลคชั่นใหม่สวยกว่าต้นแบบที่ไอ้เวรนี่เอาไปขายครับ"ดนัยรายงานให้เจ้านายหนุ่มฟังอย่างละเอียด

"ส่งภาพชิ้นโบว์แดงไปเตือนสักหน่อย...แล้วจัดการศพมันให้เรียบร้อย กลิ่นเลือดมันคาวรู้ใช่ไหมว่าตำรวจจมูกมันเหมือนหมา อย่าให้ข่าวเล็ดลอดไป"

"ครับคุณพายุ" ดนัยก้มหัวให้กับเจ้านายหนุ่มและรีบส่งสัญญาณไปที่ลูกน้องชายฉกรรจ์ให้เคลียร์กับร่างชายหนุ่มวัยกลางคนที่ไร้วิญญาณ

"รู้สึกอยากขอบคุณพนักงานที่จงรักภักดีกับกูจัง" มือหนาหยิบโทรศัพท์เครื่องหรูและพิมพ์ข้อความที่ซึ้งกินใจส่งไปในไลน์กลุ่มของบริษัท

"จงรักภักดีกับฉันไว้เยอะๆละ ถ้าหักหลังกันเมื่อไหร่จุดจบของทุกคนก็จะเป็นแบบนี้" สายตาคมมองข้อความที่มีพนักงานสาวคนหนึ่งตอบกลับมา ราวกับเขาเป็นหัวเรือใหญ่ แต่คำพูดของเธอไม่ได้รู้สึกตื้นตันใจแม้แต่น้อย ก่อนจะกดปิดหน้าจอและเดินออกจากโรงไม้ร้างในเช้าตรู่ของวันใหม่

ทางด้านของแก้มใส

ติ้ด ติ้ด ติ้ด...

เสียงนาฬิกาปลุกดังกังวานไปทั่วห้องนอน ปลุกให้คนที่กำลังฝันหวานรู้สึกตัวตื่น ใบหน้าหวานแสดงความหงุดหงิดออกมาโดยไม่รู้ตัว และรีบควานหาโทรศัพท์เจ้ากรรมทั้งที่เปลือกตายังปิดอยู่

"อื้อ..." เปลือกตาที่หนักอึ้งค่อยๆเปิดออก พลางถอนหายใจออกมาเบาๆหลังจากกดปิดเสียงนาฬิกาปลุกทั้งที่วันนี้ได้หยุดพิเศษแต่กลับลืมปิดนาฬิกาปลุก

"ดับฝันกันชัดๆ อุตส่าห์ฝันหวานแล้วเชียว"

ดวงตากลมโตมองไปรอบห้องนอนสีชมพูหวานแหววพลางนึกถึงเรื่องที่ฝันก็อดที่จะระบายยิ้มออกมาไม่ได้ ต่อให้ถูกนาฬิกาปลุกดับฝันแต่ก็เป็นการฝันที่ทำให้หัวใจดวงน้อยกระชุ่มกระชวยและเต้นระรัวเมื่อนึกถึงริมฝีปากหยักได้รูปที่เข้ามาประทับที่ริมฝีปากบางของตัวเอง นิ้วชี้แตะที่ริมฝีปากตัวเองเบาๆราวกับมันเป็นเรื่องจริง สายตาคมคู่นั้นในตอนที่บอกรักยิ่งแสดงถึงความอบอุ่นและเป็นการบอกรักที่ออกมาจากหัวใจ ใบหน้าหวานเปื้อนรอยยิ้มทั้งที่พึ่งได้นอนไปไม่กี่ชั่วโมง

หลังจากที่ฉันกับเพื่อนพากันออกจากผับนั้นก็แยกย้ายกันกลับทันที ส่วนตัวฉันไม่ได้มีอาการมึนเมาและยังมีสติมากพอที่จะขับรถกลับบ้านได้ ยกเว้นแค่เฟิร์นเพื่อนสาวเบาหวิวที่เดินไม่ตรงต้องให้พี่ฝนไปส่ง โชคดีที่ระหว่างทางไม่มีด่านตรวจแอลกอฮอล์ทำให้ฉันกลับมาบ้านได้อย่างปลอดภัยและได้กลับมานอนเตียงนุ่มๆแทนการนอนในห้องคุมขัง แต่กว่าจะกลับถึงบ้านก็ตีสามกว่าแล้ว ไหนจะล้างหน้าแปรงฟันอาบน้ำทำภารกิจส่วนตัวก็เกือบตีสี่ แต่เป็นเพราะฝันหวานทำให้ฉันไม่มีอาการงัวเงียเลย ยังคงนึกถึงแต่ใบหน้าคมเข้มของเขา ทั้งที่ตลอดระยะเวลาหนึ่งปีที่ทำงานที่นี่มาไม่เคยฝันถึงเจ้านายหนุ่มเลย

"สงสัยเป็นเพราะตอนอยู่ที่ผับนึกถึงเขาเลยเก็บมาฝัน แล้วถ้าหลับต่อจะฝันต่ออีกไหม ถ้าเกิดว่าฝันถึงวันหย่าละ...ให้ตายเถอะ นี่ฉันเพ้ออะไรเนี่ย" ฉันถึงกับบ่นตัวเอง คิดเองเออเองอยู่คนเดียวราวกับคนบ้า

"เราปลื้มเขาเพราะทำงานเก่งแค่นั้น...ไม่คิดเกินเลย จำไว้สิแก้มใส ไม่มีทางไปถึงขั้นนั้นได้แน่นอน"

ติ้ง ติ้ง...

เสียงแจ้งเตือนโทรศัพท์ดังขึ้นในช่วงเช้าตรู่เรียกสติให้คนที่กำลังคิดเลอะเลือนได้สติ มือบางหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูและเห็นว่าใครส่งมาก็ถึงกับกลิ้งตัวไปมาบนที่นอน ไม่หลงเหลือแม้แต่สติ ถึงแม้ว่าจะส่งเข้าไลน์กลุ่มของพนักงานก็ตาม แต่อย่างน้อยทั้งในฝันและชีวิตจริงก็ยังมีผู้ชายคนนี้อยู่ด้วยตลอด นิ้วเรียวยาวกดเข้าไปอ่านข้อความแจ้งเตือนกลุ่มไลน์จากบอสสุดหล่อ

บอสพายุ : ขอบคุณทุกคนที่ลงทุนลงแรงทำให้ยอดจองคอลเลคชั่นใหม่ต้องสั่งผลิตเพิ่มทั่วโลก เอาไว้ผมจะพาทุกคนไปทานข้าวเป็นการตอบแทนนะครับ อาจจะมาบอกเช้าไปเพราะผมรู้ว่าเมื่อคืนพวกคุณคงไปสนุกกันมาแต่ผมไม่สามารถรอเวลาให้ผ่านไปได้เพราะพวกคุณคือคนสำคัญ พวกคุณเป็นเหมือนครอบครัวของผม ผมคงขาดพวกคุณไม่ได้ ขอบคุณที่ลงแรงช่วยกันจนประสบความสำเร็จนะครับ ปล.วันนี้พักผ่อนร่างกายให้เต็มที่นะครับ"

"ให้ตายเถอะ แสนดีที่สุด ยังรู้อีกว่าพวกเราไปเที่ยวกันมาใส่ใจลูกน้องมาก นอกจากฝันหวานแล้วยังได้อ่านประโยคหวานจากผู้ชายในฝันอีก ในฝันแก้มกับบอสก็กำลังเป็นครอบครัวเดียวกันนะคะ" อาการแบบนี้ฉันไม่เคยแสดงให้ใครเห็นเด็ดขาด แค่ปลื้มอยู่ในใจและค่อยมาระบายในห้องนอนเท่านั้น ไม่งั้นคงโดนแซวจนบอสรับรู้ และถ้าเขารับรู้ฉันคงไม่กล้าสู้หน้าแน่นอน

แก้มใส : เพราะมีกัปตันเรือที่ดี ทำให้ลูกเรืออย่างพวกเราช่วยกันพาเรือลำใหญ่ไปจนถึงจุดหมายปลายทางค่ะ พวกเราจะทำงานอย่างเต็มที่ให้บอสภูมิใจที่เราได้เป็นครอบครัวเดียวกันนะคะ

ฉันยังคงอ่านข้อความของเจ้านายหนุ่มวนไปวนมาถึงแม้เขาจะไม่ตอบอะไรกลับมาก็ตาม ยิ่งคำว่าครอบครัวทำให้ฉันเพ้อฝันเตลิดไปไกลจนกัดผ้าห่มเพื่อระบายความเขิน

"ไหนๆก็ฝันมาซะขนาดนี้แล้ว ฉันขอมโนไปหนึ่งวันเต็มๆเลยละกัน พรุ่งนี้ไปทำงานค่อยดึงสติกลับมา"

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • หน้ากากร้ายท่านประธาน   บทที่ 184

    "หื้ม? อาการหนักแล้ว ใครมางานเขาก็ต้องรู้ค่ะว่าแก้มเป็นเมียพี่ วันนี้งานแต่งงานของเรานะคะ และลูกๆก็อยู่ในงานด้วยทุกคนรู้กันหมดว่าเรามีลูกด้วยกันแล้ว""ไม่รู้ล่ะ พี่หวงหมดไม่ว่าจะวันนี้หรือวันไหน แล้วนมพี่ให้แค่งานนี้เท่านั้น อย่าให้พี่เห็นว่าแหวกแบบนี้อีก ถ้าพี่ได้เห็นแบบก่อนหน้านี้พี่คงสั่งให้ปิดยั

  • หน้ากากร้ายท่านประธาน   บทที่ 183

    ตอนพิเศษ 5วันแต่งงานในที่สุดวันสำคัญของฉันกับพายุก็มาถึง และเป็นวันสำคัญของลูกน้อยฝาแฝดเช่นกันที่ทั้งสองคนอายุครบหนึ่งขวบบรรยากาศงานในช่วงเช้าผ่านไปด้วยดี เราทั้งสี่คนได้ใส่บาตรตอนเช้าตามประเพณีของงานหมั้นและเพื่อความเป็นสิริมงคลในวันเกิดของสองแฝด งานหมั้นถูกจัดขึ้นที่คฤหาสน์ของเรา ทุกอย่างเป็นไป

  • หน้ากากร้ายท่านประธาน   บทที่ 182

    ตอนพิเศษ 4ภายในเพ้นท์เฮ้าส์สุดหรู ท้องฟ้าที่มืดสนิทก่อนหน้านี้เริ่มสว่างขึ้นเรื่อยๆ บนเตียงขนาดคิงไซซ์มีคู่รักที่พึ่งผ่านศึกมาราธอนกิจกรรมรักกันมาหมาดๆนอนกอดกันกลม ชุดนอนสีแดงสดแบรนด์ดังกองอยู่ที่พื้น ข้าวของกระจัดกระจายเพราะกิจกรรมบรรเลงรักในครั้งนี้ไม่ได้อยู่แค่บนเตียง"สว่างคาตาเลยนะคะ""ถ้าไม่

  • หน้ากากร้ายท่านประธาน   บทที่ 181

    "อื้อ อ่าา สะ เสียวค่ะ อ๊ายย พี่พายุจะเสร็จ อีกนิด....อ๊าาาา" เสียงครางดังลั่นเมื่อพายุสามารถพาฉันมาถึงจุดหมายปลายทางได้ด้วยลิ้น ร่างกายกระตุกไม่หยุด น้ำหวานที่อยู่ภายในตัวไหลออกมาหลังจากไม่ปลดปล่อยมาแรมปี ความเหนื่อยล้าหายไปเป็นปลิดทิ้ง สมองขาวโพลนราวกับไม่มีเรื่องอะไรให้คิด ทุกอย่างรอบตัวดูเบาและร

  • หน้ากากร้ายท่านประธาน   บทที่ 180

    ตอนพิเศษ 3ค่ำคืนในเพ้นท์เฮ้าส์สุดหรูถูกตกแต่งด้วยเทียนหอมและโรยด้วยดอกกุหลาบสีแดงตามพื้นตั้งแต่ทางเข้ามาจนถึงห้องนอน บรรยากาศไฟสลัวๆสร้างความโรแมนติกและความรุ่มร้อนให้กับคู่สามีภรรยาที่กำลังจูบกันอย่างดูดดื่มบนเตียงนอนสีดำขนาดใหญ่ภายในห้องนอน ชายหนุ่มที่อยู่ในร่างกายเปลือยเปล่ากำลังส่งมอบความสุขให้

  • หน้ากากร้ายท่านประธาน   บทที่ 179

    "พี่พัตเตอร์ น้องเพียงฝัน มาแฮปปี้เบิร์ดเดย์แด๊ดดี๊กันนะคะ" ฉันหันไปพูดคุยกับลูกน้อยที่อยู่ในอ้อมแขนของพี่เลี้ยง ฉันต้องให้พี่เลี้ยงดูแลให้ระหว่างที่เตรียมงานให้สามี และดูเหมือนลูกๆจะรู้ว่าวันนี้คือวันสำคัญของพ่อทำให้ทั้งสองคนไม่งอแงเลย กินอิ่มนอนหลับ พอตื่นมาก็เล่นได้อย่างปกติรถยนต์คันหรูขับเข้ามา

  • หน้ากากร้ายท่านประธาน   บทที่ 129

    ตอนที่ 68 : เริ่มต้นกับสิ่งใหม่ภายในห้องพักขนาดปานกลางมีหญิงสาวร่างบางนั่งกอดเข่ามองวิวด้านนอกผ่านหน้าต่างบานเล็ก แววตาละห้อยมองไกลออกไปอย่างไร้จุดมุ่งหมาย ต่อให้ทุกอย่างที่นี่ดูแปลกตาไปก็ไร้ซึ่งความตื่นเต้น ต่อให้ตอนนี้ใบหน้าหวานจะไม่มีน้ำตาแต่สภาพจิตใจยังคงบอบช้ำ"แก้มขอโทษนะจ๊ะที่ต้องโกหกพ่อกับแ

  • หน้ากากร้ายท่านประธาน   บทที่ 128

    "งั้นพวกเราเข้าใจแล้วค่ะที่แก้มใสตัดสินใจหายไปแบบนี้ บอกได้คำเดียวว่าสงสารแก้มใสค่ะ ขออนุญาตกลับไปทำงานนะคะ" เฟิร์นพูดพร้อมกับลุกขึ้นและไม่ลืมที่จะดึงแขนรุ่นพี่คนสนิทไปด้วย ใบหน้าของสาวตุ้ยนุ้ยบ่งบอกถึงความไม่พอใจออกมาอย่างเปิดเผย"พี่ไม่ได้ห้ามเฟิร์นนะที่พูดแบบนั้น พี่ก็สงสารแก้มแบบที่เฟิร์นรู้สึก

  • หน้ากากร้ายท่านประธาน   บทที่ 127

    ตอนที่ 67 : ยังหาไม่เจอ(ไร้ร่องรอย)ปัง!เสียงทุบโต๊ะดังลั่นภายในห้องทำงานของประธานหนุ่ม ใบหน้าคมคายแสดงความโมโหออกมาอย่างเปิดเผย มือหนากำหมัดแน่นด้วยอารมณ์ที่เดือดดาล"มึงกำลังบอกว่ากล้องวงจรปิดทุกตัวตรงนั้นเสียอย่างนั้นเหรอ" พายุกัดฟันพูดพยายามควบคุมร่างกายตัวเองที่กำลังสั่นเทาด้วยความโกรธจัด สายต

  • หน้ากากร้ายท่านประธาน   บทที่ 126

    "ขอโทษค่ะ รินแค่ไม่ทันตั้งตัว รินจะทำเต็มที่ให้พี่พายุไม่ผิดหวังในตัวรินนะคะ" ริมฝีปากอวบอิ่มเปลี่ยนมาระบายยิ้มใหักับชายหนุ่มที่เธอรัก ใบหน้าสวยเปลี่ยนไปทันทีเมื่ออยู่กับพายุริมฝีปากหนาระบายยิ้มบางๆให้กับหญิงสาวและส่งสายตาอ่อนโยนไปที่เธอ"งั้นคืนนี้เราไปดินเนอร์ด้วยกันนะคะ เป็นการไถ่โทษที่พี่พายุทิ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status