LOGIN“ถ้าลูกจะหาผู้หญิงสักคนมาเป็นคู่ชีวิต แม่อยากได้ลูกสะใภ้ที่มีนิสัยและลักษณะแบบหนูมิลค์นี่แหละ ทั้งเรียบร้อย อ่อนหวาน และจิตใจดี” “แม่อย่าพูดแบบนั้นสิครับ ผมมีแฟนอยู่แล้วนะแม่” “แม่ก็แค่สมมติหรอกน่า…ว่าถ้าเกิดแกเลิกกับผู้หญิงคนนั้นขึ้นมาจริงๆต่างหากเล่า!” “มันเป็นไปไม่ได้หรอกครับแม่…” “แล้วอีกอย่าง ผมไม่มีทางเอาเด็กที่ตัวเองอุปการะมาเป็นแฟนหรอก” “งั้นเหรอ? ก็รอดูแล้วกัน”
View Moreคิริน อายุ26ปี สูง185cm
เจ้าของไร่ส้มขนาดใหญ่และมีบริษัทรถหรูในกรุงเทพ มิลค์ อายุ19ปี สูง160cm ทำงานเป็นลูกจ้างในไร่ส้ม มีหน้าที่ทำงานบ้าน ทำอาหารให้เจ้าของไร่ส้ม . . . . . . . . . . . . . . . ปึก! เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารลงบนกระจกโต๊ะทำงานหรูหราดังสะท้อนก้องห้องทำงานส่วนตัว บรรยากาศภายในห้องเย็นเฉียบจากเครื่องปรับอากาศ แต่กลับร้อนระอุด้วยอารมณ์คุกรุ่นระหว่างแม่ลูก “แม่ไม่เข้าใจว่าลูกยังดึงดันจะคบกับผู้หญิงคนนี้ไปทำไม คิริน!” คุณหญิงรัตนาวดีเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงตึงเครียด ปลายหางตาเหลือบมองไปยังอันดา แฟนสาวไฮโซหน้าตาโฉบเฉี่ยวของลูกชาย ซึ่งกำลังยืนตีหน้าเศร้าสร้อยทำตัวน่าสงสารอยู่ข้างๆโซฟา คิรินยืนกอดอกนิ่ง ใบหน้าหล่อเหลาติดเรียบเฉยจนเดาอารมณ์ไม่ได้ ดวงตานิ่งขรึมมองมารดาด้วยแววตาแข็งกร้าวขึ้นเล็กน้อย เขาเกลียดการถูกบงการ โดยเฉพาะเรื่องหัวใจ “อันดาไม่ได้ทำอะไรผิดนี่ครับแม่ ทำไมแม่ถึงต้องอคติกับเธอขนาดนี้ด้วย” คิรินเอ่ยเสียงเรียบแต่หนักแน่น “ไม่ได้ทำผิดงั้นเหรอ? หึ!” คุณหญิงแค่นหัวเราะในลำคอ “ลูกหลับหูหลับตาจนไม่เห็นอะไรเลยสินะ ตาบอดเพราะความรักบังตา” “แม่ครับ!” คิรินกดเสียงต่ำอย่างเหลืออด ขณะที่อันดาเริ่มเบะปาก น้ำตาคลอเบ้าอย่างน่าสงสาร พร้อมกับเอื้อมมือมาแตะแขนคิรินเบาๆ “พี่คิรินคะ อย่าทะเลาะกับคุณแม่เพราะอันดาเลยค่ะ ถ้าคุณแม่ไม่ชอบอันดา อันดาขอตัวกลับก่อนดีกว่าค่ะ” อันดาพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ สะบัดหน้าหนีทำท่าจะเดินออกจากห้อง คิรินรีบคว้ามือบางของอันดาไว้ทันที ความรู้สึกปกป้องพลุ่งพล่านขึ้นมาในอก เขาหันไปมองมารดาด้วยสายตาที่ย้ำชัดว่าเขาไม่มีวันเปลี่ยนใจ “ไม่ต้องไปไหนทั้งนั้น อันดาอยู่ตรงนี้แหละ” คิรินหันมาบอกแฟนสาวเสียงอ่อนโยน ก่อนจะหันกลับไปสบตากับมารดาตรงๆ “ในเมื่ออยู่ที่นี่แล้วมันอึดอัด หายใจไม่ออกเพราะมีแต่คนคอยจับผิด ผมขอตัวลงไปดูแลไร่ส้มที่ต่างจังหวัดยาวๆดีกว่าครับ อย่างน้อยที่นั่นก็ไม่มีใครมาคอยก้าวก่ายชีวิตส่วนตัวของผม” คุณหญิงรัตนาวดีอ้าปากค้างเมื่อได้ยินลูกชายประกาศกร้าวแบบนั้น “นี่ลูกจะหนีปัญหาไปต่างจังหวัด เพื่อผู้หญิงคนนี้เนี่ยนะ คิริน!” คิรินไม่ตอบคำถาม เขากวาดสายตามองมารดาเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะดึงมืออันดาให้เดินตามออกจากห้องทำงานไปทันที ทิ้งให้คุณหญิงนั่งหายใจฮึดฮัดด้วยความโกรธเคืองที่ลูกชายดื้อดึงไม่ฟังใคร อีกด้าน ห่างจากความวุ่นวายของเมืองกรุงนับร้อยกิโลเมตร ท่ามกลางไร่ส้มสุดลูกหูลูกตา มิลค์ในวัยสิบเก้าปีเดินมาตามถนนลูกรัง ใบหน้าหวานไร้เครื่องสำอางเปรอะด้วยเหงื่อ แม้ชุดที่ใส่จะเก่าคร่ำคร่า แต่นัยน์ตากลมโตกลับฉายแววเด็ดเดี่ยว ภาพเมื่อไม่กี่วันก่อนยังชัดเจน วันที่แม่เก็บกระเป๋าตามสามีใหม่เข้ากรุงเทพฯ ทิ้งเธอยืนเคว้งคว้างไว้ลำพังในบ้านไม้เก่าๆไร้เงินติดตัว ‘แม่จำเป็นต้องไปนะมิลค์ แกโตแล้วดูแลตัวเองเถอะ’ คำพูดนั้นทำให้ความฝันที่จะได้เรียนต่อมหาวิทยาลัยดูริบหรี่ แต่เด็กสาวอย่างเธอไม่ยอมแพ้ ในเมื่อไม่มีเงิน เธอก็ต้องหาเอง มิลค์เงยหน้ามองป้ายไร่ส้มขนาดใหญ่ตรงหน้า นี่คือแหล่งจ้างงานใหญ่ที่สุดในอำเภอ และเป็นความหวังเดียวที่จะช่วยให้เธอเก็บเงินไปเรียนต่อ เธอสูดหายใจเข้าลึกแล้วก้าวเท้าเดินเข้าไปข้างในทันที วันต่อมา แสงแดดช่วงสายสาดส่องกระทบยอดต้นส้ม คิรินในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนยืนกอดอกหน้านิ่งอยู่หน้าบ้านพักใจกลางไร่ ลุงหมายหัวหน้าคนงานรีบเดินเข้ามาหา “แม่บ้านคนเก่าเพิ่งลาออก จะให้ผมประกาศหาคนใหม่ไหมครับ” ลุงหมายเอ่ยถาม “ไม่ต้องหรอกลุง หาคนไว้ใจได้ ทำงานสะอาดและขยัน” จังหวะนั้น มิลค์ในชุดเสื้อยืดเก่าๆและหมวกปีกกว้างกำลังเดินแบกตะกร้าผ่านมา ลุงหมายจึงกวักมือเรียกทันที มิลค์รีบวางตะกร้าแล้วเดินเข้ามา พอเงยหน้าขึ้นสบตากับเจ้าของไร่ เธอก็ชะงักไปชั่วขณะ ผู้ชายอะไรจะหล่อเหลาและดูดีขนาดนี้ ผิวขาวจัด ใบหน้าคมคายราวกับนายแบบ แม้จะนิ่งขรึมแต่ก็ดึงดูดสายตา หัวใจดวงน้อยเต้นรัวจนต้องรีบเก็บอาการ “นี่มิลค์ครับ เพิ่งเรียนจบม.ปลายมาหมาดๆ เด็กคนนี้ขยันสู้งานแน่นอนครับคุณคิริน” คิรินมองสำรวจเด็กสาวตรงหน้า ร่างผอมบางสูงแค่ระดับอก “อายุเท่าไหร่?” “ส...สิบเก้าค่ะ” มิลค์รีบตอบเสียงเบา คิรินพิจารณาครู่หนึ่ง “ทำงานบ้านเป็นไหม กวาด ถู ทำอาหาร?” “เป็นค่ะ! มิลค์ทำเป็นทุกอย่างเลยค่ะ” มิลค์ตอบด้วยความกระตือรือร้นเพราะกำลังร้อนเงิน คิรินมองท่าทางนั้นแล้วพยักหน้า “งั้นตั้งแต่วันนี้ ก็มาเป็นแม่บ้านดูแลบ้านหลังนี้ ทำอาหาร ซักผ้า เงินเดือนบวกเพิ่มให้จากคนงานปกติ ทำงานให้ดีก็แล้วกัน” “ขอบคุณค่ะคุณคิริน มิลค์จะทำให้อย่างดีที่สุดเลยค่ะ!” หญิงสาวก้มหัวขอบคุณรัวๆ คิรินหันหลังเดินเข้าบ้าน ปล่อยให้มิลค์ยืนมองตามด้วยความรู้สึกแปลกใหม่ในหัวใจช่วงค่ำวันเดียวกัน บนโต๊ะอาหารมิลค์คอยทำหน้าที่ตักข้าวและยกอาหารมาเสิร์ฟด้วยความเงียบเชียบและระมัดระวังตัวเป็นพิเศษ มือไม้ยังคงสั่นเล็กน้อยจากเหตุการณ์เมื่อกลางวัน ขณะที่อันดานั่งตักอาหารเข้าปากด้วยสีหน้าสบายใจเฉิบ ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นจังหวะที่มิลค์กำลังจะถอยหลังกลับเข้าไปในครัว อันดาก็เหลือบตามองตามร่างบางด้วยหางตา ก่อนจะวางช้อนลงแล้วเปรยขึ้นมาลอยๆด้วยน้ำเสียงจิกกัดและเจือความไม่พอใจ“นี่พี่คิริน เด็กเสิร์ฟบ้านๆคนนี้นี่ หน้าตาก็ธรรมดา แถมยังดูซื่อบื้อไร้เดียงสาดีเนอะ วันหลังพี่ต้องคอยกวดขันหน่อยนะ อย่าให้มันทำตัวรุ่มร่ามหรือมาทำสายตาอ่อยเหยื่อใส่พี่เด็ดขาดล่ะ อันดาเห็นแล้วขัดตาพิลึก”คิรินที่กำลังตักข้าวเข้าปากชะงักมือไปเล็กน้อย เขาวางช้อนลงแล้วเงยหน้ามองแฟนสาวด้วยความงุนงง “เธอพูดอะไรอันดา อยู่ดีๆไปว่าเขาทำไม มิลค์เขาก็ทำงานเรียบร้อยดีนี่นา”“ก็ทนมองไม่ได้น่ะสิคะ!” อันดาเสียงสูงขึ้นเล็กน้อยด้วยความหึงหวงที่เริ่มปิดไม่มิด “ผู้หญิงหน้าตาแบบนี้แหละตัวดี ไว้ใจไม่ได้หรอกค่ะ อันดาแค่เตือนไว้ก่อน อย่าหาว่าอันดาใจร้ายก็แล้วกัน ถ้าวันไหนเกิดเรื่องขึ้นมา”คิรินขมวดคิ้วมุ่นทันที เริ่มจ
หลังจากบทรักอันเร่าร้อนบนชั้นสองสงบลง ทั้งคู่อาบน้ำแต่งตัวใหม่อย่างสดชื่นแล้วพากันเดินลงมาข้างล่างจังหวะนั้น มิลค์กำลังยกจานอาหารเช้ามาวางจัดเตรียมไว้บนโต๊ะอาหารเสร็จพอดี หญิงสาวรีบถอยหลังออกมาอย่างเจียมเนื้อเจียมตัวคิรินกับอันดาเดินเคียงคู่กันมานั่งลงที่โต๊ะอาหารด้วยท่าทางอารมณ์ดีและผ่อนคลายอย่างเห็นได้ชัด อันดายิ้มแย้มแจ่มใสและตักอาหารเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย เมื่อเห็นว่าทุกอย่างบนโต๊ะเรียบร้อยดีแล้ว มิลค์จึงรีบปลีกตัวเดินเลี่ยงไปทำความสะอาดและจัดระเบียบข้าวของในส่วนอื่นๆของบ้านต่อทันทีเพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนเวลาส่วนตัวของคนทั้งคู่หลังจากอิ่มมื้อเช้าแล้ว คิรินกับอันดาก็พากันย้ายมานั่งพักผ่อนต่อในห้องรับแขก คิรินเหล่มองนาฬิกาข้อมือ นึกถึงงานที่ค้างคาไว้ในสวนส้มจึงหันไปเอ่ยชวนแฟนสาว “อันดา เดี๋ยวพี่จะเข้าไปดูงานในไร่สักหน่อย เธอจะไปเดินเล่นรับลมกับพี่ด้วยไหม”อันดาส่ายหน้าหวือทันที ดวงตากลมโตฉายแววปฏิเสธอย่างชัดเจน “ไม่เอาหรอกค่ะพี่คิริน แดดข้างนอกแรงจะตาย ผิวอันดาไหม้กันพอดี อันดาขออยู่รอรับแอร์เย็นๆและไถโทรศัพท์ดูซีรี่ส์อยู่ในบ้านดีกว่าค่ะ”คิรินพยักหน้ารับด้วยความเข้าใจและไม่ได
ด้านมิลค์มิลค์เดินกลับถึงบ้านหลังเล็กท้ายไร่ด้วยความเหนื่อยล้า เมื่อเปิดประตูก้าวเข้ามา เธอกวาดหยากไย่และเช็ดถูพื้นห้องจนสะอาดเรียบร้อย แม้บ้านจะเก่าและคับแคบ แต่ความเป็นคนรักความสะอาดทำให้เธอจัดทุกอย่างเป็นระเบียบจัดการบ้านเสร็จท้องก็เริ่มส่งเสียงร้อง มิลค์เดินไปเปิดตู้กับข้าวพบไข่ไก่ไม่กี่ฟอง เธอจึงลงมือทอดไข่เจียวร้อนๆจนส่งกลิ่นหอมหญิงสาวตักข้าวสวยใส่จาน นั่งลงบนเสื่อผืนเก่าที่มุมห้องแล้วกินไข่เจียวคนเดียวเงียบๆท่ามกลางแสงไฟสลัว แม้ในใจจะยังนึกถึงเหตุการณ์ตึงเครียดบนบ้านเจ้านายเมื่อหัวค่ำ แต่มิลค์ก็บอกตัวเองว่าต้องอดทนเพื่ออนาคตข้างหน้าด้านคิรินภายในห้องนอนใหญ่ ทั้งคู่อาบน้ำและเปลี่ยนมาอยู่ในชุดนอนเรียบร้อยแล้ว คิรินนั่งพิงหลังกับโซฟาปลายเตียง กวาดสายตาไล่ดูอีเมลและข้อความในโทรศัพท์มือถือเพื่อเคลียร์งานอันดาในชุดนอนผ้าซาตินเนื้อนุ่มเดินเข้ามาใกล้ เธอทิ้งตัวลงนั่งเบียดชิดติดกับเขาที่นั่งบนโซฟายาว ยกแขนขึ้นคล้องเกี่ยวท่อนแขนแกร่งไว้แน่น พร้อมกับซบใบหน้าเนียนลงกับไหล่กว้างของแฟนหนุ่มอย่างออดอ้อนดวงตากลมโตช้อนขึ้นมองเขาด้วยแววตาพราวระยับและเต็มไปด้วยความยั่วยวน ลมหายใจอุ่นๆเป่าร
เมื่อถึงเวลาอาหารเย็น มิลค์จัดเตรียมสำรับอาหารพื้นบ้านง่ายๆที่ทำจากวัตถุดิบสดใหม่ในไร่ลงบนโต๊ะอาหารอย่างเรียบร้อย แต่บรรยากาศบนโต๊ะกลับไม่ได้น่าเจริญอาหารเลยสักนิดอันดาใช้ปลายนิ้วเขี่ยอาหารในจานไปมา สีหน้าแสดงความรังเกียจอย่างชัดเจน เธอผลักจานอาหารออกห่างตัวทันที“นี่อะไรคะพี่คิริน แกงอะไรหน้าตาน่ากลัว มีแต่ผักกับเนื้ออะไรก็ไม่รู้ อันดาทานไม่ได้หรอกนะ ท้องไส้อันดายิ่งบอบบางอยู่ด้วย เดี๋ยวก็อาหารเป็นพิษพอดี” อันดาส่งเสียงบ่นออกมาด้วยความไม่พอใจคิรินขมวดคิ้วมุ่น มองอาหารตรงหน้าแล้วเงยหน้ามองแฟนสาว “ก็ที่นี่ต่างจังหวัด จะให้หาอาหารหรูๆจากไหน มากินให้อิ่มเถอะน่า”“อ้าว! นี่พี่ว่าอันดาเรื่องมากเหรอคะ” อันดาวางช้อนกระแทกจานเสียงดัง สีหน้าบึ้งตึงขึ้นทันที “ตั้งแต่ขับรถมาถึงที่นี่ พี่ไม่เคยตามใจอันดาเลยสักอย่าง แถมยังเอาผู้หญิงบ้านนอกคนนั้นมาป้วนเปี้ยนใกล้ตัวอีก หรือว่าพี่รำคาญอันดาแล้ว!”คำพูดตัดพ้อและท่าทางเอาแต่ใจเริ่มทำให้คิรินรู้สึกปวดขมับขึ้นมาจริงๆ เขาอุตส่าห์หนีความวุ่นวายจากเมืองกรุงมาเพื่อหาความสงบ แต่สิ่งที่ได้กลับเป็นเสียงบ่นไม่หยุดหย่อนของแฟนสาวจังหวะนั้น มิลค์ที่ยืนสงบเสงี่





