LOGINเคยมีคนบอกว่าเพื่อนต่างเพศมักจะมีคนหนึ่งที่คิดไม่ซื่อ เธอไม่เคยเชื่อแบบนั้นเพราะเธอเองก็มีเพื่อนต่างเพศเหมือนกัน แถมยังคบกันมานานเกือบสิบปี ยังไม่เห็นจะมีเรื่องแบบนั้นเลย
“หมอก มึงวางหนังสือลงแล้วหันมาคุยกับกูก่อนไม่ได้ไง? หนังสือมันมีปากพูดกับมึงเหรอ”
“...”
เจ้าของคำพูดพ่นลมหายใจออกมาแรงๆ ด้วยความขัดใจ ลุกขึ้นตบโต๊ะเสียงดังโน้มตัวลงมากระชากหนังสือในมือหนาออก กระแทกคว่ำลงกับโต๊ะหินอ่อนแล้วจ้องใบหน้าหล่อแต่นิ่งเหมือนพวกรูปปั้นไร้ชีวิตนั้นด้วยแววตาดื้อรั้น
หมอก ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมามองสบดวงตากลมโตสีอัลมอนด์ด้วยแววตานิ่งระอากับความเอาแต่ใจของเธอ แปลกใจตั้งแต่เริ่มรู้จักกันจนกระทั่งถึงตอนนี้ไม่หายว่าเธอได้นิสัยแบบนี้มาจากใคร ทั้งที่ครอบครัวเธอก็ไม่มีใครเผยนิสัยแบบนี้ออกมาเลย
ลิ้นหนาดันมุมปากนิดๆ เบือนหน้าหนียอมเป็นคนแพ้ถอนหายใจออกมาอย่างจำนน เพราะถึงจะสู้ไปยังไงคนตรงหน้าก็ไม่มีทางยอมลงให้อยู่ดี
“มึงว่าพี่ไอซ์เป็นไง กูคุยกับพี่เขามาสองเดือนแล้วแต่ก็ยังไม่คืบหน้าเลย เขาชอบกูจริงป่ะ”
“ทำไมกูต้องมานั่งฟังมึงพูดเรื่องคนคุยของมึงทุกวันด้วย กรอกหูกูทุกวันอยู่ได้”
“ก็กูสนิทกับมึงที่สุดนี่นา จะให้ถามพวกเจ้านายก็ไม่ได้ เดี๋ยวโดนหัวเราะเอา”
“แล้วมึงคิดว่ากูว่างหรือไง พรุ่งนี้กูมีสอบย่อย กลับบ้านไป”
ไอด้าปั้นหน้าบึ้งเมื่อโดนไล่แบบไม่ไว้หน้า นิ้วเรียวเคาะหนังสือที่ถูกตัวเองทารุณทำร้ายก่อนหน้าเบาๆ บุ้ยปากไปมาพร้อมกับเงียบลง ก็เข้าใจว่าเรียนหมอมันหนักแต่เธอก็หนักใจเหมือนกันนี่นา นี่ถ้าเวลาว่างมาฟังเรื่องไร้สาระของเธอก็คงดี คงไม่บากหน้ามาให้เขาด่าได้ทุกวันแบบนี้หรอก
เวลาคือเพื่อนผู้หญิงที่ไอด้าสนิทด้วยมากที่สุด เรียนด้วยกันมาตั้งแต่อนุบาลเป็นเหมือนพี่น้องที่คลานตามกันออกมาจากท้องแม่เลย เวลาเป็นผู้หญิงรูปร่างอวบมีเนื้อมีหนัง ยิ้มสวยและสดใสมาก บางทีก็ออกแนวโก๊ะๆ หน่อย แต่โดยรวมคือเข้ากับเธอได้ดีเลย
เลื่อนหนังสือในมือตัวเองกลับคืนเจ้าของเมื่อเห็นว่าใบหน้าที่นิ่งอยู่แล้วของเพื่อนสนิทดูนิ่งขึ้นไปอีกเมื่อเธอเอาแต่เงียบแต่ก็ไม่ยอมคืนหนังสือให้สักที
หมอกกระชากเอาหนังสือตัวเองคืน ตั้งสมาธิโฟกัสกับเนื้อหาในหนังสือ เลิกสนใจใบหน้างอง้ำของคนที่นั่งฝั่งตรงข้าม เลคเชอร์ประโยคสำคัญและทำความเข้าใจกับเนื้อหาที่อ่านไป
ทางด้านคนที่คันปากยังมีเรื่องอยากเม้าท์ก็ได้แต่นั่งรอเงียบๆ รอเวลาที่เพื่อนอ่านหนังสือเสร็จซึ่ง... คงจะอีกสักสี่ห้าชั่วโมง แต่เธอก็นั่งรอเขาแบบนี้จนชินชาไปแล้ว รอจนรากงอกก็เคยมาแล้ว
มือเรียวเลื่อนไปหยิบมือถือส่วนตัวมากดดูอะไรฆ่าเวลาไป ตอบกลับข้อความของคนในแชทบ้างแต่ส่วนใหญ่แล้วจะไถฟีดเฟสดูมากกว่า
“คิกคิก ตลกอ่ะ”
เสียงหัวเราะสดใสดังเบาๆ แอบชำเลืองมองคนหน้านิ่งคิ้วขมวดจริงจังกับการเรียน พอเห็นว่าเขาไม่ได้สนใจอะไรเธอเลย ไม่สนเสียงหัวเราะเธอด้วยซ้ำก็ก้มหน้ากลับมาดูคลิปในจอมือถือต่อ
ไอด้าสะกิดพู่ห้อยมือถือรูปพระจันทร์ครึ่งซีกมีดาวดวงเล็กอยู่ตรงกลางไปมาระหว่างที่ตาก็จับจ้องคลิปวิดีโอในจอไปด้วย
ศาลาสีขาวแต่งลายเถาดอกไม้เลื้อยขึ้นตามเสาทั้งสี่ต้นและหลังคาใต้ต้นมะม่วงใหญ่ ช่วงลมเย็นๆ เวลาบ่ายพัดเข้ามาทำให้รู้สึกคลายร้อนไปได้มาก เหมือนได้รับออกซิเจนสดชื่นจากบรรดาใบไม้ทั้งหลายไปด้วย
“หมอก หิวแล้วอ่ะ มีอะไรกินบ้างป่ะ”
นั่งรอเขาอ่านหนังสือจนเจ็บก้นไปหมด เงยหน้าขึ้นมากี่ทีก็ยังเห็นแค่สายตาคู่นั้นจ้องตรงยังหน้าหนังสือตรงหน้า นี่เธอแอบคิดเล่นๆ ไปแล้วว่าต่อไปเขาต้องแต่งงานกับหนังสือแน่ๆ ไม่เคยเงยหน้าขึ้นมาแลหญิง สวยแค่ไหนก็เมินได้เหมือนไร้ตัวตน
สมัยเรียนมัธยมพวกสาวๆ ชอบตั้งฉายาให้พวกหนุ่มหล่อทั้งหลาย และเขาก็เป็นคนหนึ่งที่สาวน้อยสาวใหญ่ต่างให้ความสนใจมากที่สุด แต่เขานั้นเหรอเฮอะ! แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมาจากหนังสือสักเสี้ยววินาทียังไม่คิดทำเลย
ขนมนมเนยที่พวกสาวๆ ฝากมาให้เขาก็เสร็จเธอหมด อย่าหาว่าเธอห่วงกินยึดของเขามานะ เพราะเขาเป็นคนบอกเองว่าให้เธอเอาไปเลย แรกๆ ก็เอาไปให้เขานั่นแหละ แต่หลังๆ มาไม่ถึงแล้วหมดกลางทางทุกที
“ในตู้เย็นมีครัวซองอยู่ ไปอุ่นกินเอง”
นี่ขนาดพูดกับเธอตาก็ยังเอาแต่มองหนังสืออยู่ได้ จะน้อยใจแล้วนะ เธอเป็นเพื่อนสนิทที่คบกับเขามาตั้งแต่มอหนึ่ง แถมบ้านยังอยู่ข้างกันอีกด้วยแต่เขากลับเห็นหนังสือสำคัญกว่า
เธอเป็นคนมีชีวิตพูดได้ด่าเป็นด้วยแต่เขากลับเอาแต่สนใจหนังสืออยู่ได้ เฮ้อ... บ่นเหมือนตัวเองเป็นแฟนมันเลย แต่มันไม่มีแฟนก็ดีแล้ว ขืนมีคงได้เลิกตั้งแต่อาทิตย์แรกที่คบกันแน่ ใครจะทนที่แฟนตัวเองสนใจแต่หนังสือมากกว่าตัวเองได้
ไอด้าพ่นถอนหายใจออกมาอย่างคิดหนักแทนว่าที่แฟนในอนาคตของเพื่อนสนิท ก่อนจะลุกขึ้นจากเก้าอี้หินอ่อนเดินอ้อมตามทางเดินหินสีขาวไปยังครัวซึ่งจะเป็นประตูหลังบ้าน เปิดตู้เย็นหยิบครัวซองในกล่องออกมาอุ่นกับไมโครเวฟ
เตรียมจานและส้อมรอ ระหว่างนั้นก็ยืนพิงสะโพกกับขอบโต๊ะกลางไถฟีดเฟสบุ๊คดูโพสต์ของเพื่อนไปด้วย ไม่มีอะไรน่าสนใจมากก็กดออกเข้าเลื่อนฟีดในไอจีดูต่อ รอจนได้ยินเสียงสัญญาณเตือนของที่อุ่นเอาไว้ถึงค่อยไปจัดการจัดใส่จาน
หมอกเป็นลูกชายคนเดียวของบ้าน พ่อเขาเป็นพ่อเลี้ยงเดี่ยวส่วนแม่นั้นเสียตั้งแต่เขายังเด็กๆ แล้ว เธอจำได้ว่าตั้งแต่เขาย้ายมาอยู่ข้างบ้านกันแทบนับครั้งได้เลยที่พ่อเขาจะกลับบ้าน เขาก็จะอยู่กับพี่สาวกันสองคน จนกระทั่งพี่เหมยพี่สาวของเขาเรียนจบและมีงานทำจำเป็นต้องย้ายออกเขาจึงต้องอยู่ในบ้านหลังใหญ่นี้คนเดียว
ทุกเย็นหมอกจะมาทานข้าวเย็นที่บ้านไอด้าตลอด แรกๆ แม่เธอชวนเขาก็มักจะปฏิเสธบ้างมาตามที่ท่านชวนบ้าง แต่พอนานๆ เข้าก็เหมือนกลายเป็นกิจวัตรประจำวันไปแล้ว เขาถึงได้สนิทกับเธอมากขนาดนั้น เหมือนพี่น้องกันเลยหากไม่นับว่าเขานั้นอายุเท่าเธอแค่เกิดหลังเธอสองเดือนน่ะนะ
“หมอก มึงอ่านหนังสือเสร็จยัง ไปกินเตี๋ยวหน้าปากซอยกันป่ะ”
“...”
“แค่ครัวซองชิ้นเดียวมันไม่อิ่มอ่ะ กูอยากไปคาเฟ่ด้วยมึงไปส่งหน่อยดิ”
“วุ่นวาย”
“เอาหนังสือไปอ่านด้วยก็ได้ ไปแล้วกูจะไม่กวนมึงอีกเลย”
หมอกจ้องหน้าคนชอบวุ่นวายแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจออกมา ไม่ว่าจะผ่านไปกี่วันกี่เดือนกี่ปี เจ้าหล่อนก็ยังคงเป็นแบบนี้ จะบอกว่าเพราะความสนิทกันเธอเลยงอแงใส่เขา วุ่นวายกับเขาตลอดเวลาแบบนี้ก็ไม่น่าใช่ เพราะเพื่อนๆ ของเขาเธอก็สนิทด้วยไม่ต่างกันเลย แต่เธอเลือกที่จะทำแบบนี้แค่กับเขาคนเดียว
ดวงตากลมกะพริบปริบๆ ออดอ้อนด้วยใบหน้ากวนอวัยวะเบื้องล่าง เลื่อนจานเล็กที่เคยมีครัวซองชิ้นน้อยอยู่บนนั้น แต่ตอนนี้เหลือเพียงเศษชิ้นเล็กชิ้นน้อยไปตรงหน้า ยกสองมือขึ้นเท้าคางเอียงคอมองคนตัวสูงราวกับลูกแมวตัวน้อย
“ไปกันนะ เมื่อกี้กูเห็นเพื่อนมึงเช็กอินที่คาเฟ่ด้วย ไม่แน่ไปแล้วอาจทันเจอก็ได้”
“...”
“ไม่ถามหน่อยเหรอว่าใคร”
ไอด้าเอียงหน้าถามพลางกะพริบตามองเพื่อน แต่คนหน้านิ่งก็ยังคงเงียบไม่ได้สนใจอยากจะรู้เลยสักนิดว่าคนที่เธอพูดถึงคือใคร เฮ้อ... ให้มันได้แบบนี้สิ!
“น้ำตาล กูเห็นเช็กอินเมื่อกี้นี้เลย มึงไม่อยากเจอหรือไง”
น้ำตาลเป็นเพื่อนร่วมคณะของหมอก เจ้าหล่อนค่อนข้างให้ความสนใจเพื่อนเธอมาก เรียกได้ว่างมงายเลยล่ะ ถึงคนตัวสูงจะเฉยชาด้วยแค่ไหนแต่นางก็ยังไม่ยอมแพ้ ตั้งแต่ปีหนึ่งมาจนตอนนี้เข้าปีสามก็ยังมีสายตาไว้มองเพื่อนเธอแค่คนเดียว
หน้าสวยผิวขาวหุ่นดี เป็นว่าที่คุณหมอที่เพอร์เฟคสุดๆ ไปเลย เธอเชียร์คนนี้เต็มที่ แต่เหมือนเพื่อนเธอที่ไม่เคยสัมผัสกับความรักมาก่อนจะไม่สนใจอะไรนางเลย
“มึงไม่อยากไปเจอหน่อยเหรอ”
“เลิกวุ่นวาย กูจะอ่านหนังสือ” ไม่พูดเปล่าแต่ยังยื่นมือมาเขกหัวคนวุ่นวายเสียงดังโปกอีกด้วย แรงมือที่ลงไปไม่ใช่น้อยๆ เลย
“โอ๊ย! มึงเขกหัวกูทำไมเนี่ย”
ไอด้าโอดครวญยกมือลูบบริเวณที่เพิ่งถูกทำร้ายไปหมาดๆ ย่นคิ้วมองหน้าเพื่อนรักด้วยความไม่พอใจ แต่เขากลับเมินเธอเก็บหนังสือตรงหน้าใส่กระเป๋าด้วยท่าทีนิ่งๆ
มาทำเป็นพูดไม่ไป จะอ่านหนังสือ ข้ออ้างบลาๆ แต่สุดท้ายก็เก็บข้าวของเตรียมตัวจะไปอยู่ดี หรือเพราะเพื่อนสาวคนสวยว่าที่คุณหมอคนนั้นที่ทำให้เพื่อนเธอมีปฏิกิริยาแบบนี้ นี่เริ่มมีใจแล้วเหรอ เพื่อนเธอเนี่ยนะจะเริ่มสนใจหญิงแล้วเหรอ?
“หมอก มึง... อยากไปเจอน้ำตาลเหรอ”
โปก!
“โอ๊ย! มึงทำร้ายกูอีกแล้วนะ เขกบ่อยขนาดนี้ถ้าโง่ขึ้นมาจะทำไง มึงจะเลี้ยงกูไปทั้งชีวิตหรือไง!” ยังไม่ทันไรก็มาเขกหัวเธออีกแล้ว แถมครั้งนี้ยังแรงกว่าครั้งแรกด้วย นี่ก็แทบดีดตัวเองเลยเส้นโง่ขึ้นมาไม่ได้แล้วนะ เขกหัวเธอบ่อยแบบนี้เกิดโง่ขึ้นมาจริงใครจะรับผิดชอบเล่า!
“เลิกโวยวาย จะไปไหม”
“ชิ! ฝากไว้ก่อนเถอะ”
ริมฝีปากอิ่มกระจับพึมพำเบาๆ หยิบจานเล็กตรงหน้าขึ้นมาเดินเข้าไปเก็บในครัว ออกมายืนรอเจ้าของบ้านล็อกบ้านแล้วก็ขึ้นรถนั่งเบาะข้างคนขับเตรียมไปคาเฟ่ร้านดังด้วยกัน
“หมอก! เดินมาเร็วๆ” ไอด้าโบกมือตะโกนเรียกแฟนหนุ่มที่กำลังทอดน่องเดินมาหา ร่างสูงอยู่ในชุดสบายๆ เชิ้ตแขนสั้นสีฟ้าลายทะเลผ้าบางกับกางเกงสามส่วนสีขาว กระดุมเชิ้ตเปิดลงมาสามเม็ดพอให้คลายร้อนและมองเห็นแผงอกกว้างมัดกล้ามวับๆ แวมๆ แต่กลับน่าดึงดูดจนสาวน้อยสาวใหญ่ต่างพากันเหลียวหลังมองตามคอแทบเคล็ดกรอบหน้าคมเข้มหล่อเหลามีแว่นกันแดดสีชาเสริมประดับความดูดี ดูๆ แล้วไม่มีลุคคุณหมอให้เห็นเลยนอกจากลุคคนหล่อ หล่อแบบที่มองแล้วอยากจะเก็บยัดใส่กระเป๋าให้มองได้แค่คนเดียวจะจ้องอะไรนักหนา เขาก็กำลังเดินมาหาแฟนอยู่นี่ แต่ก็ยังจ้องกันอยู่ได้“ใส่ไว้แดดร้อน” เอ่ยเสียงทุ้มนุ่มพร้อมกับสวมหมวกปีกกว้างใบใหญ่ให้กับคนหน้าบึ้ง ยกมุมปากขึ้นน้อยๆ เลื่อนมือจากหมวกลงมาหยิกแก้มนุ่ม มันเขี้ยวจนอยากจะฟัดแก้มนั้นไปสักทีหากว่าแถวที่ยืนกันอยู่ไม่มีเด็กที่กำลังมองมา“อย่าหล่อมากได้ป่ะ หวง”“หึ ของแบบนี้มันห้ามกันไม่ได้” หัวเราะขำคนหน้าบึ้งที่กำลังแสดงอาการหวงออกนอกหน้า กดนิ้วหัวแม่มือกับกลีบปากอิ่มเช็ดลิปสติกสีแดงให้จางลงเล็กน้อย“เดี๋ยวนี้ชักจะหลงตัวเองหนักแล้วนะ พูดเก่งขึ้นมากด้วย”“...” ไม่รู้สิ พออยู่กับเธอแล้วมันก็คัน
“มันไม่ได้มีอะไร” ทันทีที่กลับมาถึงคอนโดหมอกก็แทบทนไม่ไหวที่จะจับคนตัวเล็กมาพูดคุยกันให้รู้เรื่อง ตั้งแต่นั่งรถมาตลอดทางเจ้าหล่อนเอาแต่เงียบ ถามอะไรก็ไม่ตอบกลอกตาไปมาเหมือนกำลังครุ่นคิดอะไรตลอดเวลาจนเขาหวั่นใจว่าเธอจะคิดมากไปหมดเอาจริงๆ ก็กังวลนั่นแหละว่าไอด้าจะเอาคำพูดของน้ำตาลมาคิดมาก พูดถึงเรื่องคืนนั้นมันไม่ได้มีอะไรเป็นปริศนาเหมือนที่หญิงสาวเอามาพูดเลย เพราะแบบนี้เขาถึงได้โมโหและเริ่มรู้สึกไม่พอใจที่โดนรุกล้ำความเป็นส่วนตัวมากไง“เรื่องคืนนั้น”“ห้องพักแพทย์ น้ำตาลบอกจะเข้าไปเอาเอกสารแล้วตอนนั้นกูลืมมือถือไว้ในห้องพอดีเลยกลับไปเอา”“...”“น้ำตาลอ่านแชทเราแล้วก็พยายามจะจูบกู แต่กูไม่ได้เล่นด้วย มันแค่นั้นไม่ได้มีอะไรมากกว่านี้เลย”ไอด้าจองใบหน้าจริงจังของหมอก หรี่ตาจับผิดความผิดปกติจับโกหกแต่ก็ยอมรับว่าเขาทำให้เธอเชื่อใจได้มากเลย หากเทียบความน่าเชื่อระหว่างเขากับน้ำตาล เธอเชื่อเขาไม่ใช่เพราะหลงผู้ชายไม่ลืมหูลืมตาหรืออะไรหรอกนะ แต่เพราะรู้จักหมอกดีไง ตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกันในฐานะแฟนมาหมอกทำอะไรชัดเจนมาตลอด แม้แต่ตอนที่ต้องนอนค้างโรงพยาบาล บางคืนก็ไม่กลับมาเขาก็มักจะส่งแชทหรือโทรม
“เค้าไม่ได้อยากทำจริงๆ นะ แต่มันเป็นเกม..” น้ำเสียงออดอ้อนเอ่ยขณะที่นั่งอยู่บนตักของแฟนหนุ่ม ไอด้ากัดปากเบาๆ รู้สึกหวั่นใจกับท่าทีนิ่งๆ ไม่พูดไม่จาของเขา เลื่อนสายตาออกไปยังเพื่อนร่วมโต๊ะที่ต่างพากันเงียบก้มหน้าน้อยๆ อย่างคนรู้สึกผิด“เออ กูขอโทษกูผิดเอง กูให้ไอด้าไปเองแหละ” ภาวนาให้มันอย่ายกเท้าส่งถีบมาก็พอ ยอมรับความผิดทั้งหมดไว้เองหมอกดันลิ้นกับกระพุ้งแก้มเหลือบมองเพื่อนสนิทที่นั่งทำหน้าเศร้าอยู่บนเก้าอี้อีกตัวข้างๆ ส่วนคนอื่นๆ ก็พร้อมใจกันเงียบรอฟังผลเหมือนกำลังลุ้นเชียร์บอล“อย่าให้มีอีก”เลือกที่จะก้มหน้าลงมาเอ่ยกับคนบนตักที่ซุกตัวมากับอกกว้างทำหน้าเศร้าสลดรู้สึกผิด นัยน์ตาสวยเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นจนมองผ่านแสงสลัวยังรับรู้ได้“ไม่มีอีกแล้ว เพราะบี๋บอกไม่ให้เมาเค้าเลยเลือกไปชนแก้วแค่ติ๊กเดียว” แต่สุดท้ายไม่ว่าเลือกทางไหนก็ไม่เป็นผลดีกับตัวเองทั้งสองทางไอด้าถอนหายใจออกมาเบาๆ อย่างโล่งอก รู้ว่าหมอกเป็นคนที่ขี้หวงมากๆ แต่ก็ยอมให้ ตอนนี้ก็คงจะกำลังสะกดความขี้หวงไม่พอใจของตัวเองเอาไว้มากแน่ๆ“เรื่องนั้นจบ แต่เรื่องนี้... ยังไม่จบ”น้ำลายอึกใหญ่ถูกกลืนลงคอ ร่างกายเย็นวาบขนบางตามกายเ
วันสุดท้ายของการสอบมิดเทอม“เย้! สอบเสร็จสักที”ไอด้ายกยิ้มขำท่าทางของเพื่อนรักที่นั่งเอกเขนกแหงนหน้าขึ้นฟ้าราวกับคนหมดแรง ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ยกมือทำท่าปาดเช็ดเหงื่อออกจากหน้าผากไปด้วยร่างอรชรเข้ามานั่งบนเก้าอี้หินอ่อนอีกตัวเป็นเวลาเดียวกับที่แจ้งเตือนไลน์ดังขึ้นพอดี จึงก้มหน้าลงยังมือถือที่ยังอยู่ในมือ คลี่ยิ้มหน้าบานพึงพอใจกับภาพที่ปรากฏตรงหน้ามากมันเป็นทั้งความภูมิใจและความสุขกับสิ่งที่รักในเวลาเดียวกัน“หมอกเหรอ”“เห็นกูยิ้มต้องคิดว่าเป็นเพราะผู้ชายทุกครั้งเลยหรือไง นี่ เอาไปดูให้เต็มตาว่าอะไรที่ทำให้กูยิ้มได้ขนาดนี้”เวลารับมือถือของเพื่อนมาด้วยความมึนงง แต่ก็ฟันธงได้ล้านเปอร์เซ็นต์ว่าเรื่องนี้มันไม่เกี่ยวกับอดีตเพื่อนสนิทที่เลื่อนขั้นมาเป็นแฟนของเพื่อนรักเธอแน่ ก็เพราะถ้าเป็นแชทรักๆ ของเพื่อนมันไม่มีทางมายื่นให้อ่านแบบนี้หรอกกวาดตามองภาพที่ถูกส่งเข้ามาในกลุ่มเรียนวิชาออกแบบแล้วถึงกับเบิกตาโตอ้าปากค้าง ก่อนจะฉีกยิ้มแก้มแตกตาหวานปริ่มน้ำคลอหน่วย“ด้า เพื่อนรัก กูไม่คิดเลยฮือ...”“โอ๊ย! อย่ามาทำตัวเป็นเด็กขี้แยใส่กูยัยบ้า” โอดเสียงกลั้วหัวเราะรับร่างอวบอิ่มที่ถลาเข้ามาในอ้อมก
“กรี๊ดดดด!!!” เสียงกรีดร้องทำให้หมอกที่กำลังกวาดตามองรอบบ้านรีบเหวี่ยงร่างเล็กมาอีกฝั่งโอบกอดเอาไว้แน่น แรงสั่นจากกายสาวทำให้ต้องวางมือกับศีรษะทุยลูบปลอบประโลม“พอๆ ซัน เล่นอะไรเป็นเด็กไปได้”เดือนที่กำลังเดินออกมาจากห้องอาหารพร้อมกับทินกรเอ่ยเสียงปรามเจ้าตัวปัญหาที่ยืนหัวเราะร่าอารมณ์ดีที่ได้แกล้งน้องสาวให้ตกใจร้องลั่นบ้าน ตัวสั่นเป็นลูกนกน้อยอยู่ในอ้อมกอดของพ่อนกเดินไปเปิดไฟทำให้ภายในบ้านที่เคยมีเพียงแสงสลัวรางๆ ตอนนี้กลับมาสว่างมองเห็นได้ชัดอีกครั้ง ก่อนจะเดินกลับมาสมทบกับคนอื่นๆ ที่ยืนกันอยู่กลางบ้าน“โทษทีๆ ไม่คิดว่าน้องสาวพี่จะขวัญอ่อนขนาดนี้”“เห็นหนูตลกด้วยหรือไง ถ้าหนูช็อกขึ้นมาทำไง”“ขอโทษ”หมอกกอดไอด้าเอาไว้แน่นจ้องหน้าพี่ชายเธอนิ่งสายตาไม่พอใจเป็นอย่างมาก มันไม่สนุกเลยที่ทำแบบนี้ แค่ที่แกล้งทำเย็นชาใส่คนตัวเล็กก็เสียขวัญมากพอแล้ว แต่นี่ยังจะมาแกล้งเล่นพิเรนทร์อีกสาบานได้เลยว่าถ้าไม่ใช่คนที่เขานับถือเป็นพี่ชาย เป็นคนอื่นเขาไม่ทำแค่ยืนจ้องหน้าไม่พอใจแบบนี้แน่“อย่าทำอีกนะเฮีย มันไม่สนุก”“อะไรกันวะ คบกันยังไม่เท่าไหร่มาปกป้องกันซะละ แกมีดีอะไรวะไอด้าน้องรักพี่ถึงตกหลุมพรา
“เหลือเชื่อเลย มึงนี่มันน่าเหลือเชื่อเลยจริงๆ” ไอด้ากลอกตามองบนใส่เพื่อนรักที่นั่งกอดอกส่ายหน้าพูดแต่คำเดิมๆ วนซ้ำไปซ้ำมาอยู่ได้ตั้งแต่มาถึงที่ จนกระทั่งตอนนี้งานเสร็จแล้วก็ยังเอาแต่นั่งพูดคำเดิมไม่หยุดเวลาและเพื่อนกลุ่มงานเดียวกันมาถึงตอนสิบโมงนิดๆ หลังจากกวาดสำรวจคอนโดของหมอกจนได้ข้อสรุปว่าจะใช้ห้องเขานี่แหละในการเป็นฉากถ่ายภาพ ซึ่งก็มีช่างภาพประจำรุ่นพี่คณะข้างๆ มาเป็นช่างภาพให้ไม่ว่าจะเป็นมุมห้อง แสง ระเบียง หรือมุมต่างๆ ในคอนโดของหมอกเรียกได้ว่าเหมาะที่จะเป็นฉากงานครั้งนี้มากๆ เลย มันเลยไม่ต้องเสียเวลาไปหาสถานที่ใหม่ให้เปลืองเวลาไปมากกว่านี้อีก“หายโกรธมันแล้ว?”“หึ! เห็นกูเป็นคนแบบนั้นหรือไง โนวค่ะ! ยังไม่หายโกรธ” แต่มือก็เลื่อนหาซื้อเสื้อผ้าใหม่ที่จะให้หมอกใส่สำหรับไปเปิดตัวกับครอบครัวเย็นนี้ไม่หยุด คิ้วขมวดหน้าจริงจังอย่างกับตอนที่นั่งลุ้นผลเข้ามหาลัยจะไปแบบเสื้อยืดกางเกงยีนเหมือนทุกวันก็ไม่ได้ป่ะ ตอนนี้เขาเป็นแฟนเธอ เป็นว่าที่ลูกเขยคนเดียวของบ้านเลยนะ จะให้แต่งตัวเชยๆ แบบนั้นได้ไงที่บอกว่าไม่ได้ตั้งตัวก็เรื่องนี้แหละ เคยคิดไว้ว่าถ้าจะเปิดตัวเขากับครอบครัวทุกอย่างจะต้องเพ







