تسجيل الدخول
ปึง!
“มึงแน่ใจนะว่าจะใส่แบบนี้”
เจ้าของดวงตากลมโตสีอัลมอนด์กะพริบมองเจ้าของคำถามที่เพ่งสายตาตรงมายังเชิ้ตตัวใหญ่ของเขาบนกายเธอ หลุบมองตามสายตาคมหยุดอยู่กับเรียวขาสวยของตัวเองแล้วก็เงยหน้ากลับขึ้นมาสบตากัน
“ทำไมจะไม่แน่ใจ ก็เสื้อกูเปียก ให้ยืมหน่อยไม่ได้ไง ขี้งกอ่ะ”
“...”
ลมหายใจถูกเจ้าของห้องนอนพ่นออกมา สองมือยกขึ้นเท้าเอวใบหน้าแดงก่ำ ทั้งโกรธและโมโหความโง่เขลาของเพื่อนสาว ไม่รู้ว่าที่แสดงออกมาเจ้าหล่อนจงใจหรือเพราะความสนิทสนมกันมาตั้งแต่เด็กเธอเลยไม่ระวังตัวกันแน่
หมอกจ้องใบหน้าเรียวสวยด้วยสายตานิ่งๆ ผมยาวประบ่าสีน้ำตาลอ่อนของเธอยังคงเปียกปอน ไม่พูดอะไรก็ก้าวเท้าเข้ามาหาช้าๆ ท่ามกลางความเงียบที่มีเพียงเสียงตัดไฟเบาๆ ของเครื่องปรับอากาศดังแทรกขึ้นมาเป็นระยะ
“กูเป็นผู้ชายนะด้าเผื่อมึงจะลืมไป”
“กูก็เห็นอยู่ว่ามึงเป็นผู้ชาย แล้วนี่มึงจะเดินเข้ามาทำไม”
“...”
คำถามไร้ซึ่งคนตอบ ไอด้าก้าวถอยหลังยกสองมือขึ้นมากอดปกป้องตัวเองเอาไว้ เบี่ยงกายเอียงนิดๆ ทำหน้ายุ่งคิ้วขมวด แววตาแฝงความหวาดหวั่นเอาไว้
ตอนนี้เขาดูไม่เหมือนเพื่อนที่เธอเคยรู้จักเลย นี่แค่ยืมเสื้อเขาใส่ไปก่อนระหว่างรอเวลาเขาต้องโกรธขนาดนี้เลยเหรอ เมื่อก่อนก็ไม่เห็นว่าอะไรเลย
“ม.. หมอก มึงหยุดเลยนะอึก!”
แผ่นหลังบางแตะเข้ากับผนังเย็นเยียบพลอยทำกายเล็กสะดุ้งตามไปด้วย สองมือรีบยกขึ้นมาดันอกกว้างของหมอกเอาไว้ แหงนหน้าขึ้นเล็กน้อยเพื่อจะได้พูดกับคนที่เปลี่ยนอารมณ์ไปจากก่อนหน้าราวกับเปลี่ยนเป็นคนละคน
“มึงเป็นอะไรเนี่ย ทำแบบนี้กูกลัวนะ ผีเข้าเหรอ”
“...”
ลมหายใจร้อนกรุ่นถูกพ่นลงมาบนใบหน้าเนียนใสแผ่วเบา หมอกโน้มตัวยื่นหน้าลงมาจนเสมอกับคนตัวเล็ก หลุบมองกลีบปากอวบอิ่มรูปกระจับที่กำลังขยับเม้มเข้าหากันแน่จนเป็นเส้นตรง แลบลิ้นเลียเรียวปากบางสีระเรื่อเบาๆ
ยื่นหน้าเข้ามาอีกนิดจนปลายจมูกโด่งๆ ของเขาแทบจะสิงเข้ากับจมูกเชิดรั้น เอียงหน้าเล็กน้อยค่อยๆ เคลื่อนดวงตาเรียวยาวทรงเสน่ห์ขึ้นมาสบตากลมไหวระริกนิ่งๆ
มือหนาค้ำยันผนังกักกันร่างเล็กไว้ใต้ร่างกำยำใหญ่โต ไร้คำพูดใดหลุดออกมาจากปากหนานอกจากลมหายใจที่ถูกพ่นออกมาเท่านั้น
ใบหน้านิ่งไม่ต่างจากช่วงเวลาปกติ แต่อารมณ์บางอย่างกลับบอกให้รู้ว่าเขาคนนี้ไม่เหมือนกับเพื่อนสนิทเธอคนเดิมเลย บางอย่างจากสายตาคู่คมทำให้ใจดวงน้อยหวาดหวั่นแปลกๆ
“ม.. หมอก มึงจะทำอะไร” คำถามไร้ซึ่งน้ำหนักจนคนเอ่ยเองถึงกับใจหล่นวูบ เข้าใกล้เพื่อนชายคนสนิทมาแล้วตั้งกี่ครั้งกี่หนแต่ครั้งนี้รู้สึกได้เลยว่ามันต่างจากที่ผ่านมามาก
“...”
“ม.. หมอก~”
แทบกลั้นหายใจไว้ไม่อยู่แล้ว เพื่อนเธอเกิดเป็นบ้าอะไรขึ้นมา จากที่กำลังดีๆ ตอนนี้เหมือนโรคจิตเลย
ไอด้าเอียงหน้าหลบลมหายใจร้อนที่คนตัวสูงกว่าพ่นรดลงมาบนใบหน้า หัวใจเต้นตึกตักเสียงดังกลบเสียงทุกอย่างแม้กระทั่งเสียงหายใจของตัวเอง สองมือจับชายเชิ้ตบนกายเล็กเอาไว้แน่นร่างกายมันสั่นเทิ้มไปหมด
หมอกไม่เคยมีท่าทีแบบนี้กับผู้หญิงมาก่อน เธอไม่เคยเห็นเขาจะสนใจผู้หญิงคนไหนเลยด้วยซ้ำนอกจากอ่านหนังสือ อย่างเดียวที่เขาสนใจก็หนังสือกองใหญ่ที่วางอยู่บนโต๊ะเขียนหนังสือของเขา
อย่าว่าแต่จะมีเซ็กซ์กับใครเลย แม้แต่จูบเขาคงจะไม่รู้จักด้วยซ้ำมั้ง แล้วทำไม.. หน้าเขาตอนนี้มันดูไม่เหมือนเขาเลย
“ตัวมึงสั่น”
จะไม่ให้สั่นได้ไงเล่า อยู่ๆ เขาก็เปลี่ยนท่าทีเป็นคนที่เธอไม่รู้จัก เมื่อก่อนไม่ว่าเธอจะทำอะไร ข้ามหัวปีนเกลียวใส่แค่ไหนก็ไม่เคยเจอกับด้านนี้ของเขาเลย เขาเป็นอะไรกันแน่
“ตัวมึงหอมว่ะด้า”
“อื้อ!~” มาบอกว่าตัวเธอหอมแล้วก็ซุกหน้าเข้ามาดมเนี่ยนะ ผีโรคจิตเข้าสิงเหรอ!
“มึงกลัวกูเหรอด้า”
“ม.. ไม่กลัวได้ไง มึง.. มึงไม่เหมือนเดิม”
“...”
หมอกชะงักมือตัวเองที่กำลังจะยกขึ้นมาเขี่ยเส้นผมเปียกตรงลำคอขาวออกเพื่อจะได้สูดกลิ่นหอมๆ ของเพื่อนสาวได้ถนัด เลื่อนดวงตาเรียวมองซีกแก้มเนียนซีดเซียวที่กำลังเบี่ยงหนีคอแทบเคล็ด
ลากสายตามาตามสันกรามเล็กที่มันเกร็งจนสามารถมองเห็นเส้นเอ็นตรงลำคอระหงชัดเจน กลืนน้ำลายลงคอหนักๆ ห้วงความรู้สึกสะดุดลงเพียงแค่มีภาพหนึ่งแวบเข้ามาในหัวแล้วหายไปอย่างรวดเร็ว
ร่างสูงผละออกจากการใกล้ชิด ก้าวถอยหลังมายืนพิงสะโพกกับขอบโต๊ะเขียนหนังสือพลางยกมือขึ้นกอดอก สายตายังคงไม่ละออกจากเพื่อนสาวที่ยังคงยืนตัวสั่นอยู่ติดผนัง
“กูอยากจะเตือนมึง ต่อให้กูจะเป็นเพื่อนมึงสนิทกันยังไงกูก็ยังเป็นผู้ชาย จะทำอะไรระวังตัวไว้บ้าง”
“...ก กูแค่ยืมเสื้อมึงใส่เองนะ”
“กางเกงกูมี”
“อ.. เอามาสิ”
“...”
การจะต่อล้อต่อเถียงกับเจ้าของห้องที่เปลี่ยนท่าทีกลับมาเป็นเหมือนเดิมแล้วมันไม่น่าใช่ทางออกที่ดีเลย ไอด้ากัดปากแน่นเชิดหน้าขึ้นสั่งเสียงเรียบ สองมือยังคงจับชายเชิ้ตแน่นสติยังคงวนเวียนอยู่กับเหตุการณ์ก่อนหน้าไม่กลับมาทั้งหมด
มองตามร่างสูงใหญ่ที่เดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าก้มหยิบกางเกงสามส่วนของตัวเองออกมาหนึ่งตัว หมุนกายหันกลับมายังคนตัวเล็กกว่า โยนของในมือให้อุกอาจไม่ส่งสัญญาณให้ได้ตั้งตัวล่วงหน้า
“ยกทรงใส่ด้วย หัวนมมึงออก”
ห๊ะ! ไอ้บ้านี่!
“หมอก! เดินมาเร็วๆ” ไอด้าโบกมือตะโกนเรียกแฟนหนุ่มที่กำลังทอดน่องเดินมาหา ร่างสูงอยู่ในชุดสบายๆ เชิ้ตแขนสั้นสีฟ้าลายทะเลผ้าบางกับกางเกงสามส่วนสีขาว กระดุมเชิ้ตเปิดลงมาสามเม็ดพอให้คลายร้อนและมองเห็นแผงอกกว้างมัดกล้ามวับๆ แวมๆ แต่กลับน่าดึงดูดจนสาวน้อยสาวใหญ่ต่างพากันเหลียวหลังมองตามคอแทบเคล็ดกรอบหน้าคมเข้มหล่อเหลามีแว่นกันแดดสีชาเสริมประดับความดูดี ดูๆ แล้วไม่มีลุคคุณหมอให้เห็นเลยนอกจากลุคคนหล่อ หล่อแบบที่มองแล้วอยากจะเก็บยัดใส่กระเป๋าให้มองได้แค่คนเดียวจะจ้องอะไรนักหนา เขาก็กำลังเดินมาหาแฟนอยู่นี่ แต่ก็ยังจ้องกันอยู่ได้“ใส่ไว้แดดร้อน” เอ่ยเสียงทุ้มนุ่มพร้อมกับสวมหมวกปีกกว้างใบใหญ่ให้กับคนหน้าบึ้ง ยกมุมปากขึ้นน้อยๆ เลื่อนมือจากหมวกลงมาหยิกแก้มนุ่ม มันเขี้ยวจนอยากจะฟัดแก้มนั้นไปสักทีหากว่าแถวที่ยืนกันอยู่ไม่มีเด็กที่กำลังมองมา“อย่าหล่อมากได้ป่ะ หวง”“หึ ของแบบนี้มันห้ามกันไม่ได้” หัวเราะขำคนหน้าบึ้งที่กำลังแสดงอาการหวงออกนอกหน้า กดนิ้วหัวแม่มือกับกลีบปากอิ่มเช็ดลิปสติกสีแดงให้จางลงเล็กน้อย“เดี๋ยวนี้ชักจะหลงตัวเองหนักแล้วนะ พูดเก่งขึ้นมากด้วย”“...” ไม่รู้สิ พออยู่กับเธอแล้วมันก็คัน
“มันไม่ได้มีอะไร” ทันทีที่กลับมาถึงคอนโดหมอกก็แทบทนไม่ไหวที่จะจับคนตัวเล็กมาพูดคุยกันให้รู้เรื่อง ตั้งแต่นั่งรถมาตลอดทางเจ้าหล่อนเอาแต่เงียบ ถามอะไรก็ไม่ตอบกลอกตาไปมาเหมือนกำลังครุ่นคิดอะไรตลอดเวลาจนเขาหวั่นใจว่าเธอจะคิดมากไปหมดเอาจริงๆ ก็กังวลนั่นแหละว่าไอด้าจะเอาคำพูดของน้ำตาลมาคิดมาก พูดถึงเรื่องคืนนั้นมันไม่ได้มีอะไรเป็นปริศนาเหมือนที่หญิงสาวเอามาพูดเลย เพราะแบบนี้เขาถึงได้โมโหและเริ่มรู้สึกไม่พอใจที่โดนรุกล้ำความเป็นส่วนตัวมากไง“เรื่องคืนนั้น”“ห้องพักแพทย์ น้ำตาลบอกจะเข้าไปเอาเอกสารแล้วตอนนั้นกูลืมมือถือไว้ในห้องพอดีเลยกลับไปเอา”“...”“น้ำตาลอ่านแชทเราแล้วก็พยายามจะจูบกู แต่กูไม่ได้เล่นด้วย มันแค่นั้นไม่ได้มีอะไรมากกว่านี้เลย”ไอด้าจองใบหน้าจริงจังของหมอก หรี่ตาจับผิดความผิดปกติจับโกหกแต่ก็ยอมรับว่าเขาทำให้เธอเชื่อใจได้มากเลย หากเทียบความน่าเชื่อระหว่างเขากับน้ำตาล เธอเชื่อเขาไม่ใช่เพราะหลงผู้ชายไม่ลืมหูลืมตาหรืออะไรหรอกนะ แต่เพราะรู้จักหมอกดีไง ตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกันในฐานะแฟนมาหมอกทำอะไรชัดเจนมาตลอด แม้แต่ตอนที่ต้องนอนค้างโรงพยาบาล บางคืนก็ไม่กลับมาเขาก็มักจะส่งแชทหรือโทรม
“เค้าไม่ได้อยากทำจริงๆ นะ แต่มันเป็นเกม..” น้ำเสียงออดอ้อนเอ่ยขณะที่นั่งอยู่บนตักของแฟนหนุ่ม ไอด้ากัดปากเบาๆ รู้สึกหวั่นใจกับท่าทีนิ่งๆ ไม่พูดไม่จาของเขา เลื่อนสายตาออกไปยังเพื่อนร่วมโต๊ะที่ต่างพากันเงียบก้มหน้าน้อยๆ อย่างคนรู้สึกผิด“เออ กูขอโทษกูผิดเอง กูให้ไอด้าไปเองแหละ” ภาวนาให้มันอย่ายกเท้าส่งถีบมาก็พอ ยอมรับความผิดทั้งหมดไว้เองหมอกดันลิ้นกับกระพุ้งแก้มเหลือบมองเพื่อนสนิทที่นั่งทำหน้าเศร้าอยู่บนเก้าอี้อีกตัวข้างๆ ส่วนคนอื่นๆ ก็พร้อมใจกันเงียบรอฟังผลเหมือนกำลังลุ้นเชียร์บอล“อย่าให้มีอีก”เลือกที่จะก้มหน้าลงมาเอ่ยกับคนบนตักที่ซุกตัวมากับอกกว้างทำหน้าเศร้าสลดรู้สึกผิด นัยน์ตาสวยเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นจนมองผ่านแสงสลัวยังรับรู้ได้“ไม่มีอีกแล้ว เพราะบี๋บอกไม่ให้เมาเค้าเลยเลือกไปชนแก้วแค่ติ๊กเดียว” แต่สุดท้ายไม่ว่าเลือกทางไหนก็ไม่เป็นผลดีกับตัวเองทั้งสองทางไอด้าถอนหายใจออกมาเบาๆ อย่างโล่งอก รู้ว่าหมอกเป็นคนที่ขี้หวงมากๆ แต่ก็ยอมให้ ตอนนี้ก็คงจะกำลังสะกดความขี้หวงไม่พอใจของตัวเองเอาไว้มากแน่ๆ“เรื่องนั้นจบ แต่เรื่องนี้... ยังไม่จบ”น้ำลายอึกใหญ่ถูกกลืนลงคอ ร่างกายเย็นวาบขนบางตามกายเ
วันสุดท้ายของการสอบมิดเทอม“เย้! สอบเสร็จสักที”ไอด้ายกยิ้มขำท่าทางของเพื่อนรักที่นั่งเอกเขนกแหงนหน้าขึ้นฟ้าราวกับคนหมดแรง ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ยกมือทำท่าปาดเช็ดเหงื่อออกจากหน้าผากไปด้วยร่างอรชรเข้ามานั่งบนเก้าอี้หินอ่อนอีกตัวเป็นเวลาเดียวกับที่แจ้งเตือนไลน์ดังขึ้นพอดี จึงก้มหน้าลงยังมือถือที่ยังอยู่ในมือ คลี่ยิ้มหน้าบานพึงพอใจกับภาพที่ปรากฏตรงหน้ามากมันเป็นทั้งความภูมิใจและความสุขกับสิ่งที่รักในเวลาเดียวกัน“หมอกเหรอ”“เห็นกูยิ้มต้องคิดว่าเป็นเพราะผู้ชายทุกครั้งเลยหรือไง นี่ เอาไปดูให้เต็มตาว่าอะไรที่ทำให้กูยิ้มได้ขนาดนี้”เวลารับมือถือของเพื่อนมาด้วยความมึนงง แต่ก็ฟันธงได้ล้านเปอร์เซ็นต์ว่าเรื่องนี้มันไม่เกี่ยวกับอดีตเพื่อนสนิทที่เลื่อนขั้นมาเป็นแฟนของเพื่อนรักเธอแน่ ก็เพราะถ้าเป็นแชทรักๆ ของเพื่อนมันไม่มีทางมายื่นให้อ่านแบบนี้หรอกกวาดตามองภาพที่ถูกส่งเข้ามาในกลุ่มเรียนวิชาออกแบบแล้วถึงกับเบิกตาโตอ้าปากค้าง ก่อนจะฉีกยิ้มแก้มแตกตาหวานปริ่มน้ำคลอหน่วย“ด้า เพื่อนรัก กูไม่คิดเลยฮือ...”“โอ๊ย! อย่ามาทำตัวเป็นเด็กขี้แยใส่กูยัยบ้า” โอดเสียงกลั้วหัวเราะรับร่างอวบอิ่มที่ถลาเข้ามาในอ้อมก
“กรี๊ดดดด!!!” เสียงกรีดร้องทำให้หมอกที่กำลังกวาดตามองรอบบ้านรีบเหวี่ยงร่างเล็กมาอีกฝั่งโอบกอดเอาไว้แน่น แรงสั่นจากกายสาวทำให้ต้องวางมือกับศีรษะทุยลูบปลอบประโลม“พอๆ ซัน เล่นอะไรเป็นเด็กไปได้”เดือนที่กำลังเดินออกมาจากห้องอาหารพร้อมกับทินกรเอ่ยเสียงปรามเจ้าตัวปัญหาที่ยืนหัวเราะร่าอารมณ์ดีที่ได้แกล้งน้องสาวให้ตกใจร้องลั่นบ้าน ตัวสั่นเป็นลูกนกน้อยอยู่ในอ้อมกอดของพ่อนกเดินไปเปิดไฟทำให้ภายในบ้านที่เคยมีเพียงแสงสลัวรางๆ ตอนนี้กลับมาสว่างมองเห็นได้ชัดอีกครั้ง ก่อนจะเดินกลับมาสมทบกับคนอื่นๆ ที่ยืนกันอยู่กลางบ้าน“โทษทีๆ ไม่คิดว่าน้องสาวพี่จะขวัญอ่อนขนาดนี้”“เห็นหนูตลกด้วยหรือไง ถ้าหนูช็อกขึ้นมาทำไง”“ขอโทษ”หมอกกอดไอด้าเอาไว้แน่นจ้องหน้าพี่ชายเธอนิ่งสายตาไม่พอใจเป็นอย่างมาก มันไม่สนุกเลยที่ทำแบบนี้ แค่ที่แกล้งทำเย็นชาใส่คนตัวเล็กก็เสียขวัญมากพอแล้ว แต่นี่ยังจะมาแกล้งเล่นพิเรนทร์อีกสาบานได้เลยว่าถ้าไม่ใช่คนที่เขานับถือเป็นพี่ชาย เป็นคนอื่นเขาไม่ทำแค่ยืนจ้องหน้าไม่พอใจแบบนี้แน่“อย่าทำอีกนะเฮีย มันไม่สนุก”“อะไรกันวะ คบกันยังไม่เท่าไหร่มาปกป้องกันซะละ แกมีดีอะไรวะไอด้าน้องรักพี่ถึงตกหลุมพรา
“เหลือเชื่อเลย มึงนี่มันน่าเหลือเชื่อเลยจริงๆ” ไอด้ากลอกตามองบนใส่เพื่อนรักที่นั่งกอดอกส่ายหน้าพูดแต่คำเดิมๆ วนซ้ำไปซ้ำมาอยู่ได้ตั้งแต่มาถึงที่ จนกระทั่งตอนนี้งานเสร็จแล้วก็ยังเอาแต่นั่งพูดคำเดิมไม่หยุดเวลาและเพื่อนกลุ่มงานเดียวกันมาถึงตอนสิบโมงนิดๆ หลังจากกวาดสำรวจคอนโดของหมอกจนได้ข้อสรุปว่าจะใช้ห้องเขานี่แหละในการเป็นฉากถ่ายภาพ ซึ่งก็มีช่างภาพประจำรุ่นพี่คณะข้างๆ มาเป็นช่างภาพให้ไม่ว่าจะเป็นมุมห้อง แสง ระเบียง หรือมุมต่างๆ ในคอนโดของหมอกเรียกได้ว่าเหมาะที่จะเป็นฉากงานครั้งนี้มากๆ เลย มันเลยไม่ต้องเสียเวลาไปหาสถานที่ใหม่ให้เปลืองเวลาไปมากกว่านี้อีก“หายโกรธมันแล้ว?”“หึ! เห็นกูเป็นคนแบบนั้นหรือไง โนวค่ะ! ยังไม่หายโกรธ” แต่มือก็เลื่อนหาซื้อเสื้อผ้าใหม่ที่จะให้หมอกใส่สำหรับไปเปิดตัวกับครอบครัวเย็นนี้ไม่หยุด คิ้วขมวดหน้าจริงจังอย่างกับตอนที่นั่งลุ้นผลเข้ามหาลัยจะไปแบบเสื้อยืดกางเกงยีนเหมือนทุกวันก็ไม่ได้ป่ะ ตอนนี้เขาเป็นแฟนเธอ เป็นว่าที่ลูกเขยคนเดียวของบ้านเลยนะ จะให้แต่งตัวเชยๆ แบบนั้นได้ไงที่บอกว่าไม่ได้ตั้งตัวก็เรื่องนี้แหละ เคยคิดไว้ว่าถ้าจะเปิดตัวเขากับครอบครัวทุกอย่างจะต้องเพ







