LOGINฟาเรนท์...
"นายตื่นเช้าจัง"
ฉันเดินเข้าไปหาธันวาในครัวเมื่อตื่นขึ้นมาแล้วไม่เจอเขานอนอยู่ข้าง ๆ ตอนนี้กลับเห็นเขากำลังวุ่นวายกับการทำอาหารเช้าในครัวด้วยท่าทางที่ชำนาญสุด ๆ
"ปกติก็ตื่นเวลานี้แหละ มัวแต่ตื่นสายจะเอาเวลาไหนไปดูแลคนไข้ล่ะ"
ธันวาหันมาตอบยิ้ม ๆ เหมือนจะบอกเป็นนัยว่าฉันตื่นสาย
"นายกำลังว่าฉันตื่นสายอยู่นะ"
ฉันพูดพลางยู่หน้าใส่ก่อนจะเดินเข้าไปใกล้ ๆ เขา ชะโงกหน้าดูว่าเขาทำอะไรเป็นมื้อเช้า
"ไม่ได้ว่าสักหน่อยเธอคิดไปเองต่างหาก"
"ชิ"
"หิวมั้ย"
"นิดนึง ว่าแต่นายทำอาหารเป็นด้วยเหรอ"
ฉันถามพลางก้มลงไปสูดกลิ่นหอมของข้าวต้มหมูสับร้อน ๆ ในหม้อ พอได้กลิ่นก็เริ่มหิวขึ้นมาเลยแฮะ
"เป็นสิ นอกจากกับข้าวแล้วขนมไทยฉันก็ทำเป็นนะ งานบ้านงานเรือน เย็บปักถักร้อยฉันทำเป็นหมดเลย"
คนขี้โม้พูดพลางทำท่าภูมิใจและโฆษณาตัวเองเป็นด้วย เห็นแล้วหมั่นไส้ชะมัด
"นั่นมันงานผู้หญิงไม่ใช่หรือไง"
ฉันถามพลางเบ้ปากใส่
"แล้วผู้หญิงอย่างเธอทำได้มั้ยล่ะ"
"นี่จะหาเรื่องฉันหรือไง ทำไม่ได้แล้วยังไงล่ะ"
ฉันเถียงสู้พลางทำหน้าบึ้งใส่เพราะถูกสบประมาทจากเขา
"ก็ไม่ได้บอกว่าจะให้ทำหรือต้องทำให้ได้นี่ แค่จะบอกว่าถ้าเธอทำไม่ได้ก็ไม่เป็นไร เพราะฉันทำทุกอย่างเองได้และจะทำให้เธอเอง"
ทำไมพูดแล้วต้องมองหน้าฉันด้วยล่ะไอ้หมอบ้าเอ๊ย
"ละแล้วเกี่ยวอะไรกับฉันล่ะ"
ฉันถามพลางอมยิ้มนิด ๆ ก่อนจะเดินหนีออกมา ก้อนเนื้อข้างซ้ายในอกก็เต้นเร็วระรัวแถมยังรู้สึกร้อนผ่าวที่ใบหน้าอย่างบอกไม่ถูก นี่ฉันกำลังตกหลุมรักคนที่ไม่ควรรักอยู่หรือเปล่านะ
หมับ!
"ก็บอกว่าจะทำให้เธอเองไง เธอไม่ต้องทำอะไรแค่อยู่กับฉันก็พอ"
วงแขนของใครบางคนคว้าเอวฉันไปกอดเอาไว้จากด้านหลัง ก่อนจะหมุนตัวให้หันหน้าเข้าหาเขา สายตาละมุนที่จ้องมองมาตอนนี้กำลังจะทำให้ฉันเป็นบ้า นายจะทำตัวเป็นผู้ชายในนิยายไม่ได้นะธันวา ฉันกำลังจะบ้าเพราะนายอยู่แล้ว
".........."
"จะเป็นแฟนกันหรือเป็นเมีย"
คนถามยื่นหน้ามาใกล้จนหน้าผากของเราชนกัน ส่วนจมูกของเราเหลืออีกเพียงไม่กี่เซ็นต์เท่านั้นก็จะชิดกันอยู่แล้ว
"พูดบ้าอะไรของนาย"
ฉันหันหน้าหนีปลายจมูกโด่ง ๆ เพราะตอนนี้เริ่มลดระดับลงมาบริเวณแก้มของฉัน ก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายก็เต้นแรงขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อปลายจมูกโด่ง ๆ เริ่มคลอเคลียกับเนินแก้มของฉันไปมาช้า ๆ จนรู้สึกวาบหวิวอย่างบอกไม่ถูก
"ว่าไง คบกันมั้ย"
คนตรงหน้าไม่หยุดถูปลายจมูกไปมาที่เนินแก้ม หากแต่ยังคงถามคำถามที่ทำให้ใจฉันเต้นแรงด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา เต้นแรงจนฉันคิดว่าเขาจะได้ยินมันมั้ยนะ เสียงหัวใจของฉันที่เต้นอยู่ตอนนี้น่ะนายได้ยินมันมั้ย
"ปล่อยก่อนสิ"
ยิ่งฉันเบือนหน้าหนีปลายจมูกโด่ง ๆ นั่นเท่าไหร่ ธันวาก็ยิ่งเคลื่อนใบหน้าตามมากดจมูกลงบนแก้มฉันหนักขึ้นเรื่อย ๆ หนีไม่พ้นเลยคนบ้า!
"ปล่อยไม่ได้หรอก ต้องคบกันก่อน"
"แต่พี่ชายฉันไม่ชอบนายนะ"
ฉันบอกพลางดันอกเขาเอาไว้ ตอนนี้มีเพียงลมหายใจร้อน ๆ จากเขาที่เป่ารดเนินแก้มของฉันเท่านั้น ขนลุก!
"ไม่ได้คบกับพี่สักหน่อยก็บอกอยู่ว่าจะคบกับน้อง ชอบ - น้อง "
ตึก ตัก ตึก ตัก
"มะไม่..."
ฉันตอบก่อนจะหันหน้าหนีไปอีกทางแต่เอวบาง ๆ ของฉันก็ยังถูกเขารั้งเอาไว้อยู่ไม่ยอมปล่อย
"ทำไมใจร้ายจัง"
น้ำเสียงอ่อย ๆ กับใบหน้าเหมือนหมาหงอยทำให้ฉันเผลอมองจนละสายตาไม่ได้ ทำไมน่ารักแบบนี้ล่ะ... อย่าไปทำหน้าแบบนี้ใสใครมั่วซั่วสิ
"ก็... ฉันอยากรู้จักนายให้มากกว่านี้ก่อนไง"
ฉันตอบ
"ก็รู้จักแล้วไง คืนนั้นก็ทุกซอกทุกมุมแล้ว เหลือแค่ซอกลึก ๆ ที่ยังไม่..."
"นี่หยุดพูดเรื่องคืนนั้นเลยนะ"
ฉันขึ้นเสียงใส่ก่อนจะทุบอกเขาไปทีนึงเพราะกลัวว่าเขาจะพูดต่อ เรื่องนั้นมันน่าอายจะตายไป
"งั้นขอเหตุผลที่ฉันต้องคบกับนาย "
"ก็... เกือบจะได้กันแล้ว"
ยังจะมากวนอีกโอ๊ย!
"ไม่!"
"ฉันเป็นผู้ชายหายากนะ ทำกับข้าวได้ ทำขนมเป็น ทำงานบ้านก็เก่ง งานนอกบ้านก็ทำได้แถมยังซื่อสัตย์จริงใจ รักใครรักจริง แล้วก็รักเธอมากด้วย"
"บ้า"
"คบกับพี่งานบ้านไม่ต้อง แค่อุ้มท้องอย่างเดียวก็พอ"
ยิ่งเขาพูดไปยิ้มไปแถมยังหน้าแดงเพราะคำพูดตัวเองก็ยิ่งทำให้ฉันอดยิ้มตามไม่ได้ พูดไปยิ้มไปหน้าแดงไปมองหน้าฉันไป ไอ้บ้า...ฉันเขินนะ!
"บ้า"
ฉันว่ายิ้ม ๆ
"เป็นแฟนหมอถึงจะมีเวลาให้น้อย แต่ลีลามีเป็นร้อยไม่ให้เธอน้อยหน้าใครเลยนะ"
ไอ้บ้านี่! นายจะทำให้ฉันเอาหน้าแทรกแผ่นดินหนีแล้วนะ เวลาพูดทำไมต้องเอาหน้ามาใกล้ ๆ แล้วทำไมต้องยิ้มด้วยล่ะ
"ทะลึ่ง"
ฉันพูดยิ้ม ๆ ก่อนจะซุกหน้าลงบนแผ่นอกของเขาเพราะรู้สึกว่าเริ่มต้านทานใบหน้าหล่อ ๆ ของเขาไม่ไหวแล้ว
"ดูแลดีขนาดนี้ต้องให้ถอดเสื้อก่อนหรือไงถึงจะเห็นใจกัน"
"นายมันบ้าที่สุดเลยธันวา"
ฉันว่าเขาทั้ง ๆ ที่ตัวเองก็กอดเอวเขาเอาไว้ ตอนนี้ฉันคงหลงคารมหมอแล้วสินะ
"คบกันนะฟาเรนท์"
"อื้ม!"
"Yes!"
ฟอด ฟอด ฟอด!
"นี่พอแล้วเจ็บแก้มไปหมดแล้วเนี่ย! ปล่อยก่อน"
ฉันดันใบหน้าหล่อ ๆ ของคนตรงหน้าที่กอดรัดเอวฉันไว้แน่นพลางกดจมูกสูดเนื้อแก้มของฉันเข้าปอดซ้ำ ๆ จนรู้สึกเจ็บไปหมด
"ปล่อยไม่ได้ เดี๋ยวท้องต้องใส่ถุงก่อน"
"ธันวา!"
"จ๋าที่รัก"
กวนตีน!
ฟาเรนท์..."นายตื่นเช้าจัง"ฉันเดินเข้าไปหาธันวาในครัวเมื่อตื่นขึ้นมาแล้วไม่เจอเขานอนอยู่ข้าง ๆ ตอนนี้กลับเห็นเขากำลังวุ่นวายกับการทำอาหารเช้าในครัวด้วยท่าทางที่ชำนาญสุด ๆ"ปกติก็ตื่นเวลานี้แหละ มัวแต่ตื่นสายจะเอาเวลาไหนไปดูแลคนไข้ล่ะ"ธันวาหันมาตอบยิ้ม ๆ เหมือนจะบอกเป็นนัยว่าฉันตื่นสาย"นายกำลังว่าฉันตื่นสายอยู่นะ"ฉันพูดพลางยู่หน้าใส่ก่อนจะเดินเข้าไปใกล้ ๆ เขา ชะโงกหน้าดูว่าเขาทำอะไรเป็นมื้อเช้า"ไม่ได้ว่าสักหน่อยเธอคิดไปเองต่างหาก""ชิ""หิวมั้ย""นิดนึง ว่าแต่นายทำอาหารเป็นด้วยเหรอ"ฉันถามพลางก้มลงไปสูดกลิ่นหอมของข้าวต้มหมูสับร้อน ๆ ในหม้อ พอได้กลิ่นก็เริ่มหิวขึ้นมาเลยแฮะ"เป็นสิ นอกจากกับข้าวแล้วขนมไทยฉันก็ทำเป็นนะ งานบ้านงานเรือน เย็บปักถักร้อยฉันทำเป็นหมดเลย"คนขี้โม้พูดพลางทำท่าภูมิใจและโฆษณาตัวเองเป็นด้วย เห็นแล้วหมั่นไส้ชะมัด"นั่นมันงานผู้หญิงไม่ใช่หรือไง"ฉันถามพลางเบ้ปากใส่"แล้วผู้หญิงอย่างเธอทำได้มั้ยล่ะ""นี่จะหาเรื่องฉันหรือไง ทำไม่ได้แล้วยังไงล่ะ"ฉันเถียงสู้พลางทำหน้าบึ้งใส่เพราะถูกสบประมาทจากเขา"ก็ไม่ได้บอกว่าจะให้ทำหรือต้องทำให้ได้นี่ แค่จะบอกว่าถ้าเธอทำไม่ได้ก็ไ
ฟาเรนท์..."ไหวมั้ย ปวดมากหรือเปล่า"เสียงธันวาถามขึ้นเมื่อฉันนั่งลงบนโซฟาในห้องนั่งเล่นของบ้านเขา ตอนนี้ฉันปวดท้องมากจนต้องบิดตัวไปมา ปกติเวลาประจำเดือนมาฉันก็จะปวดมากอยู่แล้ว มีหลายครั้งที่ฉันต้องร้องไห้เลยหรือบางทีอาจหยุดเรียนแล้วไม่ออกไปไหนเลย เพราะมันปวดจนฉันลุกขึ้นไปทำอะไรไม่ได้"ไหว ว่าแต่แม่นายไปไหน"ฉันกุมท้องของตัวเองเอาไว้ก่อนจะพยุงตัวให้ลุกขึ้นยืน แต่ก็ไม่ลืมถามหาผู้ใหญ่ของบ้านเพราะยังไม่ได้ทักทายท่าน"แม่ไปต่างจังหวัดน่ะ อาทิตย์หน้าถึงจะกลับ""เหรอ""มานี่มา"พรึ่บ!คนที่ยืนอยู่ช้อนตัวฉันขึ้นเร็ว ๆ จนไม่ทันได้ตั้งตัว ร่างของฉันที่ลอยอยู่เหนือพื้นโดยมีวงแขนของเขาช้อนเอาไว้อยู่นั้นแข็งทื่อเพราะทำอะไรไม่ถูก ถึงจะไม่ใช่ครั้งแรกที่ถูกอุ้มแต่ตอนนี้ฉันสกปรกอยู่ไงเลยไม่อยากให้มาแตะต้องตัว เดี๋ยวก็เลอะอีกหรอก"นี่ปล่อยฉันลง ฉันเดินเองได้"ฉันดิ้นไปมาในอ้อมแขนของคนที่ช้อนตัวฉันขึ้นเพราะรู้สึกไม่หมั่นใจในตัวเอง ทั้งกลิ่นและความสะอาดตอนนี้ทำให้ฉันกลัวว่าเขาจะรังเกียจ"อยู่นิ่ง ๆ สิอย่าดิ้น ก็เห็นอยู่ว่าไม่ไหวให้ฉันอุ้มแหละดีแล้ว"คนที่ส่งสายตาดุ ๆ มาให้พูดก่อนจะอุ้มฉันเดินขึ้นไปชั้นบ
ฟาเรนท์..."นี่ธันวานายจะพาฉันไปนอนบ้านนายไม่ได้นะ เราไม่ได้เป็นอะไรกันซะหน่อย"ฉันหันไปจ้องคนข้าง ๆ ที่ตอนนี้กำลังทำหน้าที่ขับรถอยู่ อีกอย่างแม่ของเขาจะคิดยังไงไหนจะพี่ชายฉันอีก ถ้าพวกนั้นรู้เข้าฉันต้องตายแน่ ๆ เลย"เดี๋ยวก็เป็นคืนนี้แหละ"คนข้าง ๆ หันมาตอบก่อนจะเลิกคิ้วข้างหนึ่งให้ฉันพลางส่งย้มกวน ๆ มาให้ คนบ้าเอ๊ย!"นายทำแบบนี้เพื่ออะไร จะมายุ่งกับฉันทำไม นายบ้าไปแล้วเหรอ""บอกเป็นร้อยรอบแล้วว่าชอบ จะจีบ อยากได้ ต้องให้ตอบอะไรอีกเธอถึงจะเข้าใจฉันสักทีน่ะ"คนข้าง ๆ หันมาตอบฉันพลางทำหน้าหงุดหงิดใส่"กวน! สรุปนายจะเอายังไงกับฉันกันแน่ห๊ะ"" ถ้าจะเอาน่ะเหรอ? ก็... แก้ผ้า ใส่ถุง กอด จูบ ดูด ดึง แล้วก็...""นี่! พอแล้ว! นายจะเข้าเรื่องนี้ให้ได้เลยใช่มั้ย"ฉันจะเป็นบ้าเพราะเขาอยู่แล้วนะ ไอ้หมอบ้า ไอ้หมอโรคจิต ไอ้หมอหื่นกาม"ข้างหน้ามีร้านสะดวกซื้ออะ เธออยากได้อะไรมั้ยฉันจะลงไปซื้อถุงยางอนามัย"คนข้าง ๆ หันมาถามพลางยิ้มแป้นใส่ฉัน"ไอ้บ้านี่!""ถ้าตบ ฉันจูบ ถ้ากรี๊ด ฉันดูดนม ถ้าดื้อ เธอจะได้ดิ้นเพราะลิ้นฉันเข้าใจมั้ย"เสียงทุ้มสม่ำเสมอที่ย้ำคำชัด ๆ กับฉันทำให้ฝ่ามือที่ง้างจะตบเขาค้างอยู่กลา
ฟาเรนท์...เป็นเวลาเกือบสองอาทิตย์แล้วที่ฉันพยายามหลบหน้าธันวา เพราะหลังจากวันนั้นที่เขาไปส่งฉันที่บ้านเขาก็ตามติดฉันตลอดถ้าว่างจากเรียนเขาก็จะไปดักรอรับฉันตอนเช้า ดีหน่อยที่ตอนเย็นไม่ได้เจอกันเพราะนายนั่นเรียนถึงดึกก็มี อย่างเช่นวันนี้ก็มีข่าวลือว่ามีนักศึกษาแพทย์ต่างมหาลัยมายืนรอใครบางคนที่ลานจอดรถ เมื่อวานก็มาที่ลานเกียร์ และฉันก็รู้ว่าคนคนนั้นคือธันวาอันที่จริงที่หลบหน้าเขาเพราะฉันไม่รู้ว่าฉันต้องทำตัวยังไงเมื่อเจอเขาอีกครั้ง ยอมรับว่าตอนนี้กำลังสับสนกับความรู้สึกของตัวเอง ทั้งกลัวเรื่องที่ทำเอาไว้กับนายนั่นจะรู้ถึงหูพี่ชายฉันด้วย"ฟา ช่วงหลัง ๆ มานี่กูเห็นมึงปีนกำแพงหลังตึกคณะกลับบ้านทุกวัน มึงมีไรป่าววะ"ไอ้หนึ่งถามฉันขณะที่เดินลงมาจากตึกคณะ"ไม่มีอะไร แค่ขี้เกียจเดินไกลอะ"ฉันหันไปตอบมัน"มึงไม่เอารถมาเรียนเกือบสองอาทิตย์แล้วนะ เป็นไรอะ"ไอ้สองก็ยิงคำถามมาอีก"จอดไว้ฝั่งโน้นแน่ะ พวกแกกลับได้แล้วฉันรีบ เนี่ยฝนก็จะตกแล้ว"ฉันบอกพวกมันก่อนจะเงยหน้ามองดูท้องฟ้าที่เริ่มเปลี่ยนสีก่อนจะรีบเดินนำหน้าพวกมันออกมา เพราะไม่อยากโดนเซ้าซี้ต่อ"เออ ๆ ระวังตกกำแพงตายนะมึง"ไอ้หนึ่งหันมาอวยพรฉ
ฟาเรนท์..."อ้าวหนู ตื่นแล้วเหรอจ๊ะ"เสียงหญิงวัยกลางคนหน้าตาสะสวยท่าทางใจดี ทักทายฉันขึ้นพร้อมกับส่งยิ้มหวานมาให้ขณะที่ฉันกำลังเดินตามใครบางคนลงไปชั้นล่าง"เอ่อค่ะตื่นแล้ว สวัสดีค่ะ"ฉันยกมือไหว้หญิงวัยกลางคนตรงหน้าแบบที่คิดว่าสวยงามและเรียบร้อยที่สุดเท่าที่เคยทำมา อาการเกร็งแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อนทำให้ฉันเริ่มทำตัวไม่ถูก ทำไมตอนนี้รู้สึกเหมือนมาเจอแม่สามีเลยนะ"พาน้องมานั่งข้าง ๆ แม่สิตาธัน แล้วก็เดินไปหยิบขนมมาให้น้องด้วยล่ะ"หญิงวัยกลางคนหันไปบอกลูกชาย ก่อนจะหันมาส่งยิ้มหวานมาให้ฉันอีกครั้ง"ถ้าเธอบอกแม่ว่าเราไม่ได้เป็นแฟนกัน หรือพูดอะไรไม่ดีกับแม่ฉันรวมถึงพูดเรื่องแย่ ๆ ของฉันให้แม่ฟัง ฉันจะบอกพี่ชายเธอเรื่องของเรา"มือใหญ่กระตุกมือฉันให้เดินตามเขาไปก่อนจะกระซิบกระซาบข้างหูฉัน ฉันได้แต่กลืนน้ำลายลงคอเฮือกใหญ่และฝืนยิ้มเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไอ้หมอบ้านี่มันขู่ฉัน!"ชื่ออะไรจ๊ะหนู"คนตรงหน้่าถามอย่างเป็นมิตรขณะที่ฉันนั่งลงตรงโซฟาฝั่งตรงข้าม"หนูชื่อฟาเรนท์ค่ะ"ฉันตอบยิ้ม ๆ"เป็นแฟนตาธันเหรอลูก คบกันนานแล้วเหรอทำไมแม่ไม่เห็นรู้เลย""เอ่อค่ะ ก็คบกันได้สักพักแล้วค่ะ""แล้วหนูเรียนที่ไ
ธันวา...หลังจากที่สงครามของเราสองคนสงบลง ผมก็ขับรถกลับคอนโดโดยมีคนขี้เมานอนหลับอยู่บนรถ ครั้งแรกที่เจอเธอในผับผมก็คิดอยู่ตั้งนานว่าใคร ที่ไหนได้น้องสาวไอ้คนที่แย่งน้ำแข็งไปจากผมนี่เอง"นี่เธอตื่นได้แล้ว"ผมเขย่าแขนคนที่หลับอยู่เพื่อปลุกให้ตื่น"หื่อออกไปอย่ามายุ่ง! คนจะนอน รำคาญ!"อ้าวคนเขาอุตส่าห์ปลุก"ถึงคอนโดเธอแล้ว"ผมเขย่าคนที่หลับอยู่อีกครั้งเพราะถึงที่พักของเธอแล้ว ถ้าถามว่าทำไมผมถึงรู้น่ะเหรอ? ก็ยัยนี่เช็คอินไว้ทุกที่ที่ตัวเองไปและที่อยู่ของตัวเองเต็มโซเชียลไปหมดน่ะสิ"อย่ามามั่ว นายไม่รู้จักคอนโดฉัน"เสียงเหมือนคนละเมอพูดเอื่อย ๆ ก่อนจะหลับต่ออย่างสบายใจโดยไม่สนใจผมที่กำลังนั่งถอนหายใจอยู่เพราะความหงุดหงิด"ปลุกแล้วไม่ตื่น พรุ่งนี้ค่อยไปฟื้นที่บ้านพี่นะน้อง"".........."..."ว๊ายตายแล้ว! ตาธันนี่แกไปฉุดลูกใครมาห๊ะ!"เสียงแม่บังเกิดเกล้าที่นั่งดูซีรีส์เกาหลีเวลาตีสามกว่า ๆ ทำหน้าทำตาตกใจเมื่อผมอุ้มใครบางคนพาดไหล่เข้าไปในบ้าน ซึ่งต้องผ่านห้องนั่งเล่นที่แม่นั่งอยู่"ไม่ได้ฉุดครับแม่ แต่ผมเห็นเขาหลับอยู่เลยเอากลับมาบ้านด้วย"ผมยิ้มกวน ๆ วอนถูกตีหัวให้แม่ก่อนจะเดินเลยแม่ตรงไปย







