LOGINฟาเรนท์...
"ไหวมั้ย ปวดมากหรือเปล่า"
เสียงธันวาถามขึ้นเมื่อฉันนั่งลงบนโซฟาในห้องนั่งเล่นของบ้านเขา ตอนนี้ฉันปวดท้องมากจนต้องบิดตัวไปมา ปกติเวลาประจำเดือนมาฉันก็จะปวดมากอยู่แล้ว มีหลายครั้งที่ฉันต้องร้องไห้เลยหรือบางทีอาจหยุดเรียนแล้วไม่ออกไปไหนเลย เพราะมันปวดจนฉันลุกขึ้นไปทำอะไรไม่ได้
"ไหว ว่าแต่แม่นายไปไหน"
ฉันกุมท้องของตัวเองเอาไว้ก่อนจะพยุงตัวให้ลุกขึ้นยืน แต่ก็ไม่ลืมถามหาผู้ใหญ่ของบ้านเพราะยังไม่ได้ทักทายท่าน
"แม่ไปต่างจังหวัดน่ะ อาทิตย์หน้าถึงจะกลับ"
"เหรอ"
"มานี่มา"
พรึ่บ!
คนที่ยืนอยู่ช้อนตัวฉันขึ้นเร็ว ๆ จนไม่ทันได้ตั้งตัว ร่างของฉันที่ลอยอยู่เหนือพื้นโดยมีวงแขนของเขาช้อนเอาไว้อยู่นั้นแข็งทื่อเพราะทำอะไรไม่ถูก ถึงจะไม่ใช่ครั้งแรกที่ถูกอุ้มแต่ตอนนี้ฉันสกปรกอยู่ไงเลยไม่อยากให้มาแตะต้องตัว เดี๋ยวก็เลอะอีกหรอก
"นี่ปล่อยฉันลง ฉันเดินเองได้"
ฉันดิ้นไปมาในอ้อมแขนของคนที่ช้อนตัวฉันขึ้นเพราะรู้สึกไม่หมั่นใจในตัวเอง ทั้งกลิ่นและความสะอาดตอนนี้ทำให้ฉันกลัวว่าเขาจะรังเกียจ
"อยู่นิ่ง ๆ สิอย่าดิ้น ก็เห็นอยู่ว่าไม่ไหวให้ฉันอุ้มแหละดีแล้ว"
คนที่ส่งสายตาดุ ๆ มาให้พูดก่อนจะอุ้มฉันเดินขึ้นไปชั้นบน ฉันได้แต่นิ่งตามที่เขาบอกเพราะกลัวว่ายิ่งดิ้นจะยิ่งทำให้เขาเลอะหรืออาจมีกลิ่นที่ไม่ดีเล็ดลอดออกมา
"เธออาบน้ำเถอะ เดี๋ยวฉันมา"
คนที่วางฉันลงหน้าห้องน้ำพูดก่อนจะยื่นผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่ใหญ่และของใช้ให้ฉัน
"เดี๋ยวก่อนธันวา"
ฉันเรียกคนที่กำลังจะเดินไปเมื่อคิดได้ว่าฉันไม่มีแพนตี้ แล้วจะใส่ผ้าอนามัยยังไงเพราะไอ้ตัวที่ใส่อยู่ก็เลอะเลือดไปแล้วด้วย
"มีอะไร"
"ฉันไม่มี เอ่อ กาวเกงใน..."
ฉันตอบเสียงอ่อยพลางหลุบตาลงเพราะอายที่จะพูด โธ่โว้ย! วันนี้มันวันอะไรของฉันวะเนี่ย เป็นวันที่ฉันต้องขายหน้าหลาย ๆเรื่องเลย แถมยังเป็นตอนที่อยู่กับเขาด้วย
"รู้แล้ว ก็ถึงบอกให้รีบอาบน้ำไง เดี๋ยวฉันมาจะออกไปซื้อให้"
เขาทำให้ฉันรู้ว่า 'ใส่ใจ' จริง ๆ แล้วมันเป็นยังไง
"อื้ม ขอบคุณนะ"
ฉันบอกก่อนจะรีบปิดประตูห้องน้ำลงด้วยท่าทีที่รู้สึกเขินอายนิด ๆ ไอ้พี่ทั้งสองมันจะว่าอะไรมั้ยนะถ้าฉันจะลองให้โอกาสไอ้หมอบ้าดูสักครั้ง บางทีอาจจะดีก็ได้นะ...
.
.
.
"เป็นไงกินได้มั้ย"
เสียงคนตรงหน้าที่นั่งมองฉันอยู่ถามขึ้น
"อื้ม แต่ฉันไม่ค่อยหิวเท่าไหร่น่ะ"
ฉันตอบก่อนจะวางช้อนโจ๊กลงเมื่อกินไปได้สองสามคำ เป็นเมนส์ทีไรกินข้าวไม่ได้ทุกทีเลย
"งั้นก็รีบกินยาซะ จะได้นอนพัก แต่ยานี้ห้ามกินบ่อยนะมันไม่ดี วันนี้ท่าทางน่าสงสารเลยอนุโลม"
คนตรงหน้าพูดพลางยื่นเม็ดยาสีเหลืองให้ฉันก่อนจะยื่นแก้วน้ำอุ่นตามมาให้ ทำไมเขาถึงได้รู้เรื่องพวกนี้ดีจังเลยนะ เขาทำทุกอย่างราวกับว่ามันคือเรื่องปกติที่เขาต้องทำบ่อย ๆ ซะงั้น หรือว่าเพราะเรียนหมอเหรอ?
"นายรู้เรื่องพวกนี้ดีจังเลยเนอะ ปกติทำแบบนี้กับผู้หญิงทุกคนหรือเปล่า"
ฉันถามสิ่งที่สงสัยออกไปทั้งที่ในใจตอนนี้ก็รู้สึกหวั่น ๆ กลัวคำตอบที่ได้มามันจะทำให้รู้สึกแย่
"ก็ทุกคนนะ"
".........."
อ่อ ทุกคนเลยเหรอ...
"ถ้าเป็นคนไข้น่ะ"
คนไข้หรอกเหรอ อ้อ! ลืมไปว่าเขาเรียนหมอนี่นา เรื่องพวกนี้คงธรรมดาสำหรับเขามากเลยแหละ
"แต่ถ้าเป็นแม่หรือคนสำคัญ ก็จะดูแลพิเศษกว่าคนอื่น ๆ"
คนตรงหน้าพูดต่อพร้อมกับมองมาที่ฉันด้วยแววตานิ่ง ๆ แววตาที่ทำให้ฉันร้อนวูบวาบทั่วทั้งหน้าอีกครั้ง
".........."
แล้วฉันเป็นคนไข้หรืออะไรกันนะ
"เข้านอนเถอะ เดินไหวมั้ย"
เขาถามพลางเก็บชามข้าวต้มไปด้วย เพิ่งสังเกตว่าบ้านเขาไม่มีแม่บ้านเลย คงอยู่กับแม่แค่สองคนสินะ
.
.
.
"ในนี้มีน้ำอุ่นนะ เผื่อเธอหิวน้ำก็กินได้เลย"
เสียงของคนที่เดินเข้ามาในห้องนอนทีหลังฉันพูดขึ้น ก่อนจะวางกระบอกน้ำเก็บความร้อนไว้ข้าง ๆ หัวเตียงแล้วขึ้นมานั่งข้าง ๆ ฉัน
"อื้ม ขอบใจนะ"
"แล้วนี่หายปวดท้องหรือยัง"
"ยังปวดอยู่ แต่ก็ทุเลาลงแล้ว"
ฉันตอบพลางนอนมองหน้าคนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ฉัน
"นี่กระเป๋าน้ำร้อน ฉันเอามาจากห้องแม่ เผื่อจะช่วยอะไรได้"
มือใหญ่วางกระเป๋าน้ำร้อนลงบนหน้าท้องของฉันอย่างเบามือก่อนจะห่มผ้าห่มให้ฉัน ทำไมตั้งแต่เกิดมาไม่เคยมีใครทำอะไรแบบนี้กับฉันเลยนะ แม้แต่พวกไอ้พี่ก็ยังไม่เคยเลย พวกนั้นไม่เคยสนใจอะไรฉันเลยด้วยซ้ำ
"ทำไมไม่นอน คิดอะไรอยู่"
คนที่ล้มตัวลงนอนข้างฉันถามขึ้นก่อนจะเอื้อมมือไปปิดไฟที่หัวเตียง แสงไฟจากด้านนอกที่เล็ดลอดเข้ามาในห้องทำให้เราสองคนมองเห็นใบหน้าของกันและกันชัดเจน และมันก็ทำให้ฉันรู้สึกแปลก ๆ ที่เห็นแววตาของคนข้าง ๆ จ้องมองมา
"ก็ฉันนอนไม่หลับนี่"
"รีบนอนได้แล้วไม่งั้นพรุ่งนี้ฉันจะต้องไปจ่ายค่าปรับที่ สน. นะ"
อะไรของเขา ได้ใบสั่งหรือไง แล้วได้มาตอนไหนทำไมฉันไม่รู้ล่ะ
"ยังไม่นอนอีก ไม่งั้นฉันจะผ่าไฟแดงแล้วนะ"
อ่อ เข้าใจแล้ว คนบ้า!
"บ้า ไม่คุยด้วยแล้ว"
ฉันว่าคนที่มองมาพลางอมยิ้มไปด้วยก่อนจะเบือนหน้าหนีไปอีกทาง เพราะสู้สายตาที่มองมาไม่ไหว
"ด่าอีกที พี่ไม่ทนแล้วนะ"
ยังอีก
"หื่นได้แม้กระทั่งกับคนเป็นเมนส์นะ ถอยออกห่าง ๆ เลยนะเดี๋ยวนายก็เลอะหรอกฉันนอนดิ้น"
ฉันรีบบอกก่อนจะผลักคนที่นอนเบียดฉันอยู่ออกห่าง ๆ ทั้ง ๆ ที่พื้นที่ก็กว้างขวางแต่เขาก็ยังจะมานอนเบียดอยู่ได้
"ทีอย่างอื่นยังไม่กลัวเลอะเลย แค่เลือดประจำเดือนจะกลัวทำไม ก็ออกมาจากรูเดียวกัน"
"นี่!"
หมับ!
"นิ่ง ๆ ได้มั้ยจะนอนกอด"
คนที่ดึงฉันไปกอดเอาไว้พูดขึ้นก่อนจะดันศรีษะของฉันให้ซุกลงกลางแผงอก กลายเป็นว่าฉันนอนซุกแผ่นอกกว้างที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อของเขาอยู่ แต่เอาเหอะก็ยังดีกว่าให้เขาไปจ่ายค่าปรับที่ สน. เพราะผ่าไฟแดงแล้วกัน
ฟาเรนท์...หลังจากที่ฉันกับธันวาแต่งงานกัน เขาก็ทำให้ฉันรู้ว่า..."ธันวา นายตื่นได้แล้ว สายแล้วเนี่ยคนไข้จะรอนานนะ""อื้อ ขอห้านาทีนะเมียจ๋า"ให้มันได้อย่างนี้สิ เป็นหมอแต่ตื่นสายคนไข้ไม่ตายกันหมดหรือไงต่อมา..."ธันวา! ทำไมแช่จานไว้แบบนี้ห๊ะ!""ฝากล้างหน่อยนะจ้ะเมียจ๋า""ธันวา! เลิกงานมาแล้วก็ไปอาบน้ำก่อนสิ โรงพยาบาลเชื้อโรคเยอะจะตาย ไปอาบน้ำแล้วค่อยมานอน""อาบพรุ่งนี้ได้มั้ยอ่าวันนี้เหนื่อยมากเลยเมียจ๋า"อ๊ากกกก!"ธันวา! ทำไมนายถอดเส
ฟาเรนท์...ไม่นานฉันกับธันวาก็ขึ้นมาถึงชั้นบนที่เป็นห้องพักส่วนตัวของผับ ที่มีแค่ฉัน พี่สะใภ้กับพวกไอ้พี่ ๆ เท่านั้นที่จะขึ้นมาได้ และชั้นนี้ก็มีห้องพักประมาณสี่ห้องได้มั้งที่ไอ้พี่สั่งสร้างเพิ่มจากเดิมที่มีแค่สองห้อง เอาไว้ให้พวกเราขึ้นมาพักเวลาที่เมาหนักกลับบ้านไม่ไหว"อื้อ ธันวาปล่อยก่อน"ฉันบอกคนใจร้อนที่พอปิดประตูปุ๊บ ก็ดันฉันจนแผ่นหลังติดกำแพงห้องก่อนจะรีบเข้ามานัวเนียตามซอกคอของฉัน มือใหญ่สองข้างก็ขยำสะโพกฉันไปด้วยราวกับว่ากำลังหื่นกระหาย"หอมจังเลยฟาเรนท์ วันนี้เธอสวยจริง ๆ"เสียงคนที่ซุกไซร้ตามซอกคอฉันพูดขึ้น"เป็นอะไรของนาย ปกติก็ไม่ได้รีบร้อนแบบนี้นี่"ฉันว่าพลางเอาแขนคล้องคอเขาไปด้วย"ฟา... ฉันกลัวเธอมี
ฟาเรนท์...หลังจากผ่านเรื่องราวต่าง ๆ มามากมาย ฉันกับธันวานั้นก็ได้หมั้นหมายกันและกำลังจะแต่งงานกันในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ แต่ถึงจะเป็นแบบนั้นเราทั้งคู่ต่างก็ยังทำงานและทำหน้าที่ต่าง ๆ ของตัวเองอยู่ เราสองคนยังไม่ค่อยมีเวลาให้กันเหมือนเดิม เพราะฉันเริ่มมาเรียนรู้งาน ส่วนธันวาก็มีเวลาน้อยตามประสาคนเรียนแพทย์นั่นแหละธันวาได้เริ่มใช้ทุนนักศึกษาแพทย์ที่โรวพยาบาลรัฐที่มหาลัยเขาในการสนับสนุนอยู่ และมีรับงานเสริมที่โรงพยาบาลของเพื่อนไอ้พี่อัคด้วย ส่วนฉันคุณย่าได้ยกกิจการโรงแรงแรมและคอนโดในไทยทั้งหมดให้ดูแล เพราะท่านแก่มากแล้วและอยากจะพักผ่อนฉันเริ่มย้ายเข้ามาอาศัยอยู่ที่บ้านของธันวาโดยที่ทุกคนในบ้านฉันรู้และไม่มีใครกีดกัน ฉันไม่ได้คิดเรื่องมีบ้านเป็นของตัวเองเพราะมันไม่สำคัญสำหรับฉัน และธันวาก็อยากดูแลแม่เขาด้วย เราสองคนคงอยู่ที่บ้านของเขาเลย หายากเนอะผู้ชายรักแม่แบบนี้
ธันวา..."ไอ้พี่..."ฟาเรนท์เรียกคนตรงหน้าอย่างหวั่น ๆ เมื่อมันไม่ยอมให้เราสองคนเข้าไปในบ้าน แต่กลับออกมายืนจ้องหน้าผมไว้ราวกับจะฆ่ากันตรงนี้ให้ได้เลย"ทุกคนรู้หมดว่ามึงกับมันคบกันจนจะแต่งกันอยู่แล้วแต่กูเพิ่งรู้ มึงเห็นกูเป็นเหี้ยอะไรฟา!"เสียงตะโกนจากคนตรงหน้าทำให้คนที่ยืนข้างผมต้องหลับตาปี๋ตัวสั่นระริก ไม่คิดเลยว่าคนคนนี้จะกลัวพี่คนโตมากขนาดนี้"ฟาเป็นน้องมึงนะ มึงพูดกับฟาดี ๆ สิวะ"ผมที่ทนไม่ได้พูดกับมันก่อนจะดันตัวฟาเรนท์ให้ไปยืนอยู่ด้านหลังแล้วเผชิญหน้ากับมันแทน"พี่กับน้องเขาจะคุยกันคนนอกอย่างมึงอย่าเสือก!""แต่ฟาเป็นเมียกู! กูจะเสือก!"ผลั๊ว!
ธันวา...หลังจากวันนั้นที่ผมขอฟาเรนท์แต่งงาน ผมก็รีบโทรไปบอกพ่อกับแม่ของฟาเรนท์รวมถึงคุณย่าของเธอที่อังกฤษด้วย พวกท่านก็ดีใจกันยกใหญ่ที่ฟาเรนท์จะได้เป็นฝั่งเป็นฝา แต่พวกท่านขอเวลาเคลียร์งานกันสักพักก่อนจะถึงวันที่ผมกับฟาเรนท์ต้องหมั้นกันถ้าถามว่าทำไมไม่แต่งกันเลยก็เพราะว่าตอนนี้ที่บ้านของฟาเรนท์มีปัญหาหลายอย่างให้จัดการ เรื่องพวกนั้นก็คงเป็นเรื่องพี่ชายของเธอนั่นแหละ เรื่องที่พี่ชายคนรองของเธอได้เจอกับภรรยาที่เข้าใจผิดว่าเสียชีวิตไปแล้วเมื่อหลายปีก่อน ผมกับฟาเรนท์เราตกลงกันว่าจะให้พี่ชายคนรองของเธอแต่งงานก่อน ส่วนพวกเราก็แต่งกันทีหลังแต่ระหว่างรอก็จะหมั้นกันไว้ก่อน ซึ่งอันนี้ทุกฝ่ายก็เข้าใจดี จะเหลือก็แค่พี่สะใภ้คนรองของเธอที่เพิ่งปรากฏตัวนี่แหละที่ยังไม่รู้ตัวว่าจะถูกขอแต่งงานในเร็ว ๆ นี้"ไอ้พี่ กูพาธันวามาหามึงอะเขาบอกมีเรื่อง
ธันวา...เป็นเวลาเกือบสองปีที่ผมกับฟาเรนท์แยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตัวเอง ผมเรียนจบและเริ่มใช้ทุนกับโรงพยาบาลที่เคยฝึกงานก่อนหน้านี้ ส่วนฟาเรนท์ไปดูแลงานและเรียนรู้งานที่อังกฤษแทนพี่ชายคนรองของเธอ เธอบินกลับมาหาผมบ่อยมากเกือบทุกเดือนเลยก็ว่าได้ จนผมต้องคอยห้ามบ่อย ๆ เพราะกลัวว่าเธอจะเสียงาน อีกอย่างการที่เธอเดินทางข้ามประเทศบ่อย ๆ มันทำให้ผมเป็นห่วง ถึงจะรู้ว่าไม่กระทบกับค่าใช้จ่ายแต่มันกระทบกับสุขภาพและงานที่เธอทำอยู่แน่นอน ส่วนผมก็พยายามทำตัวให้ว่างเพื่อที่จะได้อยู่กับเธอ ก็อย่างว่าแหละครับคบกับหมอเวลาที่มีให้อาจไม่พอหรือแทบไม่มีให้เลย"คุงอาที่รักฮะ สอนนาทีร้อยพวงมาลัยได้มั้ยฮะ พรุ่งนี้นาทีต้องไปร้อยพวงมาลัยที่โรงเรียนกับคุงคูฮะ"เสียงสดใสของเด็กชายตัวน้อยหลานชายของฟาเรนท์ ที่กำลังเดินดุ๊กดิ๊กตรงเข้ามาหาผมที่นั่งทำงานอยู่ในห้องถามขึ้นปกติเจ้าตัวเล็กนี







