Share

บทที่ 3

Author: สุราวสันต์
"ยาทานี้สรรพคุณดียิ่งนัก ท่านจงรีบทาเสียโดยพลัน" ซูอวิ๋นเอื้อมมือหยิบขวดยาสีขาว แล้วป้ายยาเพียงน้อยนิดลงบนบาดแผลของเซียวลู่เซิง

เซียวลู่เซิงขมวดคิ้วด้วยสัญชาตญาณ ทว่าไม่นานก็รู้สึกถึงความเย็นซ่านที่ค่อยๆ แผ่ซึมเข้าสู่บาดแผล

สีหน้าของเซียวลู่เซิงแปรเปลี่ยน ดวงตาเหลือบมองซูอวิ๋นโดยไม่รู้ตัว

ซูอวิ๋นก้มมองบาดแผล เม้มปากน้อยๆ พลางเป่าเบาๆ แต่แล้วก็รู้สึกว่าการกระทำเช่นนั้นไม่เหมาะสม จึงรีบหยุดด้วยท่าทางละอายใจ

สตรีตรงหน้าช่างคล้ายคลึงกับผู้นั้นยิ่งนัก โดยเฉพาะยาทานี้...

เซียวลู่เซิงขมวดคิ้วเล็กน้อย นิ่งเงียบไม่เอ่ยวาจา

หลังจากทายาให้เซียวลู่เซิงแล้ว ซูอวิ๋นก็เข็นรถของเขาไปถวายน้ำชาตวนกุ้ยเฟย

ฮ่องเต้ทรงอนุญาตให้ตวนกุ้ยเฟยพำนัก ณ จวนอ๋องหวยหนานเป็นเวลาสามวัน เพื่อดูการอภิเษกสมรสของเซียวลู่เซิง นับเป็นการแสดงถึงความโปรดปรานที่พระองค์ทรงมีต่อตวนกุ้ยเฟย

ซูอวิ๋นค่อยๆ เข็นรถของเซียวลู่เซิง ย่างก้าวช้าๆ เมื่อทั้งสองจากไป แม่นมก็เข้ามาในห้อง พบคราบโลหิตบนเตียง จึงจากไปด้วยความพึงพอใจ

เมื่อซูอวิ๋นและเซียวลู่เซิงมาถึงที่ประทับของตวนกุ้ยเฟย แม่นมผู้นั้นก็กลับมาก่อนแล้ว พยักหน้าให้ตวนกุ้ยเฟย ทำให้พระพักตร์ของพระนางเปล่งประกายด้วยรอยแย้มพระสรวล

"หม่อมฉันถวายบังคมพระแม่เจ้าเพคะ ขอพระแม่เจ้าทรงพระเจริญ" ซูอวิ๋นรู้สึกประหม่าเมื่อเห็นตวนกุ้ยเฟย ฝ่ามือชุ่มเหงื่อ

นางกลัวว่าจะเผลอพูดหรือทำสิ่งใดผิดพลาด จนทำให้กุ้ยเฟยกริ้ว ภาพในชาติก่อนที่ถูกทุบจนแขนขาหักยังคงชัดเจนราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน

ตวนกุ้ยเฟยทอดพระเนตรท่าทางระมัดระวังของนาง แล้วหันไปดูสีหน้าเรียบเฉยของพระโอรส แม้จะไม่เห็นความยินดี แต่ขณะที่ซูอวิ๋นถวายบังคม เขาก็เหลือบมองด้วยความเป็นห่วง แสดงว่าเขาคงรักใคร่ภรรยาของตน

ตวนกุ้ยเฟยจึงแย้มพระสรวลตรัสว่า "เจ้าไม่ต้องทำความเคารพ เข้ามาให้ข้าดูใกล้ๆ"

ซูอวิ๋นรู้สึกหวั่นใจ กลัวว่าตวนกุ้ยเฟยจะทรงสังเกตเห็นความผิดปกติ

ตระกูลซูได้ใช้อุบายให้นางแต่งงานกับเซียวลู่เซิงแทนซูอวี่ซี นับเป็นโทษหลอกลวงราชสำนัก หากถูกจับได้ ทั้งตระกูลต้องถูกประหาร

แม้นางจะแค้นใจตระกูลซู แต่ก็มิได้ปรารถนาให้ทุกคนในตระกูลต้องพบจุดจบ

โชคดีที่ตวนกุ้ยเฟยไม่เคยพบซูอวี่ซีมาก่อน จึงจำไม่ได้ เพียงทอดพระเนตรซูอวิ๋นสองครั้ง ก็พระราชทานรางวัลและให้ลากลับ

ซูอวิ๋นถอนหายใจด้วยความโล่งอก แล้วเข็นรถของเซียวลู่เซิงออกมา

ตวนกุ้ยเฟยทอดพระเนตรตามเงาร่างทั้งสอง แล้วตรัสถามแม่นมข้างกาย "แม่นมกุ้ย เจ้าคิดเช่นไรกับคุณหนูรองตระกูลซูผู้นี้?"

"บ่าวเคยมีโอกาสพบคุณหนูรองตระกูลซู แต่ผู้นี้... เกรงว่าจะมิใช่คุณหนูรองท่านนั้น" แม่นมกุ้ยกล่าวด้วยเสียงแหลมสูง แฝงแววดูแคลน

"หึ! ข้าได้ยินว่าตระกูลซูรักและทะนุถนอมคุณหนูรองผู้นั้นยิ่งกว่าสิ่งใด เมื่อพวกเขาห่วงใยนักข้าก็จะทำให้พวกเขาต้องเจ็บปวด กล้าหลอกลวงโอรสของข้า ตระกูลซูช่างบังอาจเสียจริง!" ตวนกุ้ยเฟยเปล่งเสียงแค่นอย่างเย็นชา

ที่พระนางเลือกซูอวี่ซีย่อมมีเหตุผล ก่อนหน้านี้ได้สืบความเป็นไปของตระกูลซูมาแล้ว เพียงแค่เห็นซูอวิ๋น ก็รู้ว่ามิใช่ซูอวี่ซี แต่เห็นเซียวลู่เซิงดูจะไม่รังเกียจซูอวิ๋น จึงยอมปล่อยผ่านเรื่องนี้ไป

แต่ตระกูลซูกลับกล้าส่งตัวปลอมมาหลอกพระนาง เช่นนี้จะให้ยกโทษให้เสียง่ายๆ ได้อย่างไร

ซูอวิ๋นและเซียวลู่เซิงออกจากเรือนของตวนกุ้ยเฟยแล้ว จึงถอนหายใจยาว

"เจ้ากลัวอะไร?" เสียงแหบพร่าของบุรุษดังขึ้นข้างหู ทำให้ซูอวิ๋นสะดุ้ง

เห็นท่าทางตกใจง่ายเช่นนั้น เซียวลู่เซิงอดส่ายหน้าไม่ได้

ช่างขี้ขลาดเสียจริง ไม่เห็นมีท่าทีของธิดาแม่ทัพเลยแม้แต่น้อย

"องค์ชาย วันนี้ต้องกลับไปเยี่ยมบ้านเดิม องค์ชายจะว่างไปกับหม่อมฉันหรือไม่เพคะ?" ซูอวิ๋นตบอกเบาๆ แล้วอดมองเซียวลู่เซิงไม่ได้

เซียวลู่เซิงขมวดคิ้ว มองซูอวิ๋นเย็นชา สายตาคมกริบดุจดาบคมที่พร้อมจะบาดเนื้อ

ซูอวิ๋นชะงัก สายตาจับอยู่ที่ใบหน้าของเซียวลู่เซิง รู้สึกเสียใจยิ่งนัก

นางเกือบลืมไปว่าด้วยสภาพเช่นนี้ของเซียวลู่เซิง เขาจะยินดีออกไปพบผู้คนได้อย่างไร

เป็นความผิดของนางที่ไม่ได้คำนึงถึงเรื่องนี้ จนทำให้เซียวลู่เซิงโกรธ

"องค์ชาย หม่อมฉันมิได้มีเจตนาอื่น หากองค์ชายไม่ประสงค์ หม่อมฉันจะไปเองก็ได้เพคะ" ซูอวิ๋นรีบกล่าวเมื่อเห็นเซียวลู่เซิงโกรธ

เซียวลู่เซิงเพียงมองนางเย็นชาแวบหนึ่ง แล้วเข็นรถเข็นจากไปเอง

ซูอวิ๋นทำหน้าเสียใจ

ทำไมตอนพูดถึงไม่คิดให้รอบคอบเสียก่อน

ที่จริงนางไม่รู้สึกว่าใบหน้าของเซียวลู่เซิงน่ากลัว เมื่อเห็นจนชินก็ไม่รู้สึกแปลกอะไร จนลืมไปว่าเขาใส่ใจเรื่องนี้มาก

เซียวลู่เซิงย่อมไม่อาจไปกับซูอวิ๋น แต่เขาสั่งให้องครักษ์ประจำตัว ซูอิ้ง ไปส่งนาง

ซูอวิ๋นมิได้นำสิ่งใดติดตัวมา นั่งรถม้าของจวนอ๋องกลับตระกูลซู

ประตูใหญ่ตระกูลซูปิดสนิท ขณะที่ซูอวิ๋นลงจากรถ อดเงยหน้ามองไม่ได้ ที่นี่คือที่ที่นางอาศัยอยู่มาสิบหกปี เป็นบ้านของนาง แต่ทุกคนในบ้านล้วนไม่ชอบนาง

แม้นางจะมิได้ทำสิ่งใด แต่ดูเหมือนการมีตัวตนของนางก็เป็นความผิดแล้ว

ซูอวิ๋นยกมุมปากยิ้มอย่างเย็นชา

เมื่อคนในตระกูลซูล้วนไม่ชอบนาง นางก็ไม่จำเป็นต้องเอาใจพวกเขาอีก

ซูอวิ๋นก้าวไปเคาะประตู ผ่านไปครู่หนึ่งจึงมีคนมาเปิด

เมื่อเห็นว่าเป็นซูอวิ๋น คนผู้นั้นตกใจจนสีหน้าเปลี่ยน พูดติดอ่าง "คุ...คุณหนูใหญ่ ท่าน...ท่านกลับมาแล้วหรือ?"

"อืม" ซูอวิ๋นเพียงตอบรับเบาๆ แล้วยกเท้าจะก้าวเข้าไป

"คุณหนูใหญ่ ท่าน...ท่านเข้าไปไม่ได้..." คนเฝ้าประตูพยายามขวางซูอวิ๋นโดยสัญชาตญาณ

ซูอวิ๋นสงสัยในใจ ไม่เข้าใจว่าเหตุใดคนเฝ้าประตูจึงขวางนาง แล้วนางก็นึกบางอย่างได้ สีหน้าเปลี่ยนไป

ใช่แล้ว นางนึกได้ถึงเนื้อเรื่องในนิยาย ตอนที่นางถูกตวนกุ้ยเฟยทุบจนแขนขาหักแล้วโยนทิ้งไว้หน้าประตูตระกูลซู ตระกูลซูกำลังเจรจาเรื่องคู่หมั้นให้ซูอวี่ซี และคู่หมั้นของซูอวี่ซีก็คือองค์ชายผู้เป็นคู่หมั้นในวัยเยาว์ของนาง องค์ชายผิงซีเซียวอวี้

ในนิยาย เซียวอวี้ไม่เคยรักนางเลย คนที่เขารักมาตลอดคือน้องสาวของนาง ซูอวี่ซี และเซียวอวี้ก็คือพระเอกของนิยายเรื่องนี้ ผู้ที่จะได้เป็นฮ่องเต้แห่งแคว้นชางอวิ๋นในอนาคต

ซูอวิ๋นบีบฝ่ามือตัวเอง ผลักคนเฝ้าประตูที่ขวางอยู่ออก รีบเดินไปยังห้องโถงด้านหน้า

ขณะนั้นในห้องโถงของตระกูลซูเต็มไปด้วยบรรยากาศรื่นรมย์ ซูอวี่ซีก้มหน้าน้อยๆ ด้วยท่าทางเขินอาย ส่วนซูหงเผิงที่อยู่ข้างๆ ก็ยิ้มแย้มเต็มหน้า แสดงว่าพึงพอใจการแต่งงานครั้งนี้ของซูอวี่ซียิ่งนัก

ส่วนบุตรีอีกคนของเขา ซูอวิ๋น คงถูกลืมไปจนสิ้น

"คุณหนูใหญ่ ท่านเข้าไปไม่ได้..."

ในจังหวะนั้น เสียงหนึ่งดังแทรกขึ้นมาอย่างกะทันหัน ทำลายบรรยากาศอันกลมเกลียวในห้องโถง

ทุกคนหันไปมองที่ประตู เห็นซูอวิ๋นยืนสง่างามอยู่ตรงนั้นด้วยสีหน้าโกรธเคือง

เมื่อเห็นซูอวิ๋น สีหน้าของซูหงเผิงก็แปรเปลี่ยนเป็นน่าเกลียด
Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • หมอหญิงบัลลังก์เลือด   บทที่ 100

    เดินมาได้สักพัก ซูอวิ๋นก็ถอนหายใจ “ดอกเหมยเหล่านี้บานแข่งกัน งดงามจับตาเสียนี่กระไร น่าเสียดาย หากมีที่สูงให้ชม คงจะสวยกว่านี้”นางกำนัลกล่าวว่า “ในสวนอี้เหมยมีศาลาอยู่เพคะ” นางพูดพลางชี้มือไป “อยู่ตรงนั้นเพคะ ศาลาค่อนข้างสูง หากชมจนพอใจแล้ว เดินต่อไปข้างหน้ายังจะเห็นเกาะกลางทะเลสาบอีกด้วย”เกาะกลางทะเลสาบ?วังนี้ช่างกว้างใหญ่ยิ่งนัก มีเกาะกลางทะเลสาบด้วยหรือซูอวิ๋นก้าวเดินเร็วขึ้น มุ่งหน้าไปยังศาลาที่มองเห็นอยู่ไกล ๆ“ว้าย…” นางกำนัลพลันสะดุดล้ม ขาพลิกไปซูอวิ๋นหันกลับมา “เจ้าเป็นอะไรหรือไม่?”“ทูลพระชายา บ่าวข้อเท้าพลิกเพคะ”ซูอวิ๋นขมวดคิ้ว มองเห็นศาลาอยู่ไม่ไกล จึงหันไปพูดกับชิงหนิง “เจ้าพานางกลับไปเถิด ข้าจะรอเจ้าที่ศาลา”ชิงหนิงลังเลเล็กน้อย “พระชายา ที่สวนอี้เหมยนี้…” ปลอดภัยแน่หรือเพคะ?“ที่นี่คือวังหลวง ไม่ใช่ถนนด้านนอก จะมีอันตรายใดได้?”นางกำนัลกล่าว “บ่าวสมควรตายที่ทำให้พระชายาหมดสนุก”ซูอวิ๋นว่า “เลิกพูดเถิด รีบกลับไป ไปให้หมอหลวงดูอาการเสีย”“บ่าวขอบพระทัยพระชายาเพคะ”ชิงหนิงไม่มีทางเลือกจำต้องพยุงนางกำนัลออกจากสวนอี้เหมยจนกระทั่งซูอวิ๋นมองไม่เห็นเงาของท

  • หมอหญิงบัลลังก์เลือด   บทที่ 99

    เซียวอวี้อ้าปากค้าง “หากฝ่าบาทเกิดระแวงขึ้นมา ต่อให้เสด็จพ่อเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุด แต่ในบรรดาเชื้อพระวงศ์สายรอง ก็ยังสามารถเลือกผู้สืบทอดได้”“เจ้าก็ไม่ได้โง่นี่!”“ลูกเข้าใจแล้ว” ขณะนั้น ภาพใบหน้าของซูอวี่ซีที่ร้องไห้อ้อนวอน รวมถึงท่าทางเอาใจเขาก็ผุดขึ้นมาในหัวเวลาเคลื่อนผ่านไปอย่างรวดเร็ว จนถึงคืนวันส่งท้ายปีเก่าช่วงบ่าย เจียนซุ่นนำคนในจวนมาแปะกลอนคู่ และติดกระดาษลวดลายต่าง ๆ บนหน้าต่างซูอิ่งเข็นรถของเซียวลู่เซิงเข้ามา “พวกเราต้องเข้าวัง ไปอยู่เป็นเพื่อนฝ่าบาทและเสด็จแม่ในคืนส่งท้ายปีเก่า”ไม่ใช่แค่พวกเขา ขุนนางและเชื้อพระวงศ์ทั้งหลายก็ต้องเข้าวังเช่นกันซูอวิ๋นรับคำ จากนั้นชิงหนิงก็เริ่มช่วยนางเปลี่ยนเครื่องแต่งกายและแต่งหน้าเซียวลู่เซิงนั่งอยู่บนเตียงอุ่น อ่านหนังสือไปพลาง แต่สายตากลับจับจ้องไปที่ซูอวิ๋นตลอดเวลา นางนั่งอยู่อย่างสงบ มีรอยยิ้มบาง ๆ บนใบหน้าเสมอ ซึ่งทำให้รู้สึกอบอุ่นใจอย่างประหลาด“พระชายา พระองค์คิดว่าเครื่องประดับปักผมอันนี้เป็นอย่างไรเพคะ?” ชิงหนิงยกปิ่นทองขึ้นมาถามซูอวิ๋นขมวดคิ้วสวย มองผ่านกระจกทองแดง เห็นชิงหนิงกำลังลองปิ่นทองให้ดูที่ข้างขมับ

  • หมอหญิงบัลลังก์เลือด   บทที่ 98

    เจ้ากรมเฉินไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่รออยู่เงียบ ๆอ๋องผิงซีเซียวเจิ้นหนานกล่าวต่อว่า “ยาที่ทำให้เป็นหมันที่ให้เจ้าเตรียมไว้นั้น เจ้าได้นำมาหรือไม่?”“นำมาแล้วพ่ะย่ะค่ะ” เจ้ากรมเฉินหยิบขวดยาออกจากหีบยาแล้วถวายด้วยสองมืออ๋องผิงซีถามว่า “ใช้ได้ทั้งชายและหญิงหรือไม่?”เจ้ากรมเฉินพยักหน้า “ไม่ว่าจะชายหรือหญิง หากใช้ในระยะแรกจะเป็นเพียงยาคุมกำเนิด แต่หากใช้ต่อเนื่องเกินครึ่งปี จะกลายเป็นหมันแน่นอน”เป็นหมันงั้นรึ? ดีมาก!เขาโบกมือ “ดี ขอบใจเจ้ามาก เจ้ากลับไปได้แล้ว”เจ้ากรมเฉินคารวะตามมารยาท ก่อนจะแบกหีบยาแล้วเดินออกไป“ท่านอ๋อง ท่านซื่อจื่อมาขอเข้าพบพ่ะย่ะค่ะ” ขันทีคนสนิทเดินเข้ามารายงานอ๋องผิงซีว่า “ให้เขาเข้ามา ข้ากำลังมีเรื่องจะคุยพอดี” เขามองขวดยาในมือ ครุ่นคิดอย่างมีแผนการ“รับด้วยเกล้าพ่ะย่ะค่ะ”ไม่นานนัก เซียวอวี้ก็เข้ามา คารวะกล่าวว่า “ลูกขอคารวะท่านพ่อ”อ๋องผิงซีโบกมือเล็กน้อย “เจ้ากับซูอวิ๋นที่หลังจากนางแต่งเข้าวังอ๋องหวยหนานแล้ว เคยพบกันบ้างหรือไม่?”เซียวอวี้ส่ายหัว “ครั้งก่อนลูกใช้ชื่อของเสด็จแม่เชิญนางไปชมดอกเหมย แต่นางปฏิเสธ”“ปฏิเสธงั้นหรือ?” อ๋องผิงซีแทบไม่อยาก

  • หมอหญิงบัลลังก์เลือด   บทที่ 97

    เซียวลู่เซิงเม้มริมฝีปากแล้วพยักหน้า“บางเรื่อง ต่อไปข้าจะเล่าให้ฟัง”ฟังดูแล้วเป็นเรื่องลับของราชวงศ์แน่ ซูอวิ๋นไม่อยากเดาว่าคืออะไรตอนนี้ทำได้แค่ต้องอดทน อดทนจนกว่าซูอวี่ซีจะได้แต่งงานกับเซียวเหิงโดยราบรื่นพระจันทร์ลอยขึ้นเหนือยอดต้นหลิวซูอวี่ซีเพิ่งออกจากประตูหลังของจวนอ๋องผิงซี แล้วขึ้นรถม้าของจวนซูด้วยการพยุงของชุ่ยจู“คุณหนู พวกเรากลับดึกขนาดนี้ จะอธิบายท่านพ่อแม่ทัพกับฮูหยินว่าอย่างไรดีเจ้าคะ?” ชุ่ยจูมีท่าทีวิตกกังวลรถม้าค่อย ๆ เคลื่อนตัวไปเสียงกีบม้าดังกึกก้อง เสียงล้อรถบดกับพื้นกลบเสียงสนทนาของนายบ่าวสารถีไม่ได้ยินอะไรเลยซูอวี่ซียิ้มบาง ๆ “ท่านซื่อจื่อตอบตกลงกับข้าแล้ว ว่าจะไปขอร้องอ๋องผิงซีให้ช่วยถอนหมั้นให้ข้า”“อ๋องผิงซีจะช่วยคุณหนูจริง ๆ หรือเจ้าคะ?”“ข้ากับท่านซื่อจื่อได้เป็นของกันและกันแล้ว อีกทั้งข้าเกิดมาพร้อมดวงชะตาราชินี ท่านอ๋องย่อมเห็นแก่ดวงชะตาของข้าจะต้องช่วยบุตรชายของตนให้ถึงที่สุดแน่”ใจที่กังวลของชุ่ยจูสงบลงไม่น้อย“เช่นนี้ก็ดีที่สุดแล้ว” หากคุณหนูรองต้องแต่งเข้าไปในจวนอ๋องผิงเหยา ชีวิตดี ๆ ของนางก็คงจบสิ้นลงทุกคนต่างรู้ว่าอ๋องผิงเหยาไม่

  • หมอหญิงบัลลังก์เลือด   บทที่ 96

    "ไม่ยอมแพ้แล้วจะทำเช่นไรได้?"ซูอวิ๋นลังเลเล็กน้อยก่อนกล่าวว่า "ฝ่าบาททรงพระราชทานการสมรสให้เอง ต่อให้เป็นอ๋องผิงซี ก็คงไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้ใช่หรือไม่?"เซียวลู่เซิงกล่าวว่า "เว้นแต่ว่าเสด็จอาและพระชายาจะไปทูลขอด้วยตนเอง"เมื่อพูดถึงตรงนี้ ภาพในอดีตผุดขึ้นมาในหัวของเขา เสียงของเสด็จแม่ดังก้องอยู่ในใจ— 'ยิ่งหญิงงามเพียงใดยิ่งหลอกลวงเก่งเท่านั้น'ในช่วงที่เขายังเป็นองค์รัชทายาท เสด็จแม่ต้องเสียน้ำตาเพราะพระชายาอ๋องผิงซีมากเพียงใด...ดูเหมือนว่าฝ่าบาทจะมีความรู้สึกพิเศษต่อพระชายาอ๋องผิงซี เขาอธิบายความรู้สึกนั้นไม่ได้ แต่รู้แน่ว่า ในใจของฝ่าบาท พระชายาผู้นี้มีความสำคัญไม่น้อยให้เสด็จอาไปขอร้องฝ่าบาทเพื่อเปลี่ยนแปลงราชโองการ ไม่สู้ให้พระชายาของเสด็จอาไปขอร้องเพียงเล็กน้อย ฝ่าบาทก็คงประทานอนุญาตแล้ว"อ๋องผิงซีไปขอร้องฝ่าบาท แล้วฝ่าบาทจะทรงยินยอมจริงหรือ?" ซูอวิ๋นขมวดคิ้วเซียวลู่เซิงพยักหน้า"ไม่ได้! เซียวอวี้กับซูอวี่ซีจะแต่งงานกันไม่ได้เด็ดขาด!"เซียวลู่เซิงมองดูใบหน้าตื่นตระหนกของนาง ก่อนจะรีบคว้ามือนางไว้ "อวิ๋นเอ๋อร์ เจ้าอย่าเพิ่งร้อนใจ"ในใจเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกมากมายปะป

  • หมอหญิงบัลลังก์เลือด   บทที่ 95

    ยิ่งมอง หัวใจยิ่งเต้นแรงแผลเป็นบนใบหน้านี้เริ่มเปลี่ยนแปลงแล้ว อีกไม่นาน เซียวลู่เซิงจะได้กลับมามีใบหน้าหล่อเหลาอีกครั้งถึงตอนนั้น นางจะได้เห็นกับตาว่าบุรุษที่ช่วยเหลือเก็บศพนางในชาติก่อน เดิมทีแล้วมีโฉมหน้าเป็นเช่นไรไออุ่นหอมละมุนกระทบใบหน้า เซียวลู่เซิงรู้สึกว่ากลิ่นนั้นช่างหอมเหลือเกิน ดวงตาคมปลาบดุจพญาอินทรีเริ่มอ่อนโยนลงซูอวิ๋นสบตากับเขาพอดี นางยิ้มบางเบา “องค์ชาย”เซียวลู่เซิงพึมพำรับในลำคอ แล้วยิ้ม “ในดวงตาของพระชายา ข้าเห็นตัวเอง”ตัวเขาในดวงตาของนาง เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นแต่เขากลบเกลื่อนความรู้สึกต่ำต้อยไว้ได้อย่างแนบเนียน เพียงยิ้มบาง ๆ มองดูสีหน้าของนางที่เปลี่ยนไปเล็กน้อยซูอวิ๋นยิ้มบาง ๆ ใช้สองมือประคองใบหน้าเขา “หม่อมฉันก็เห็นตัวเองในดวงตาขององค์ชาย”นางครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนกล่าว “นี่ใช่หรือไม่คือคำที่คู่รักกล่าวกันว่า—ในดวงตาของท่านมีข้า ในดวงตาของข้ามีท่าน?”เซียวลู่เซิงอ้าปากค้าง ก่อนจะหัวเราะเพราะนางทำให้เขาขบขัน “อืม”ในดวงตาและหัวใจของนาง มีเขาอยู่จริงหรือ?คำตอบของเรื่องนี้ เขาไม่กล้าคิดคำนึง ณ ตอนนี้ แค่นางพูดถ้อยคำหวานหูเช่นนี้กับเขา ก็ถือเป็นวาสนาอ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status