Share

บทที่ 2

Author: สุราวสันต์
ซูอวิ๋นจ้องมองร่างของเซียวลู่เซิงที่นอนอยู่บนเตียง นานครู่ใหญ่กว่านางจะได้สติกลับคืนมา

ในใจของนางกลับอดลังเลมิได้

เตียงหลังนี้ จะขึ้นไปก็ไม่ใช่ ไม่ขึ้นไปก็ไม่เชิง

ดูท่าทางของเซียวลู่เซิง ชัดเจนว่าเขาไม่ได้ตั้งใจจะให้นางอยู่เคียงกาย เพียงแต่พรุ่งนี้ตวนกุ้ยเฟยต้องส่งคนมาตรวจสอบเป็นแน่ หากพบว่านางกับเซียวลู่เซิงมิได้ร่วมหอ คงหนีไม่พ้นการกลั่นแกล้ง

"ขึ้นมา" ขณะที่ซูอวิ๋นกำลังครุ่นคิดหาทางรับมือ บุรุษบนเตียงก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา

หัวใจของซูอวิ๋นเต้นรัวแรง มือที่กำชุดวิวาห์สั่นด้วยความประหม่า ค่อยๆ ย่างกรายเข้าไปใกล้ ยังไม่ทันที่นางจะปีนขึ้นเตียงเอง เซียวลู่เซิงพลันพลิกกาย ยกมือขึ้น เป่าดับเทียนแดงดวงใหญ่ในห้อง

ห้องจมดิ่งสู่ความมืดมิดในพริบตา

ในวินาถัดมา มือแกร่งพลันคว้าข้อมือของซูอวิ๋น กระชากแรง ซูอวิ๋นร้องด้วยความตกใจ ทั้งร่างถูกดึงขึ้นเตียง ตกลงในอ้อมกอดที่แน่นหนา

แม้เซียวลู่เซิงจะดูผอมบาง แต่รูปร่างกลับงดงาม ยามนี้ที่ซูอวิ๋นซบอยู่ในอ้อมอกเขา หัวใจนางเต้นรัวอย่างห้ามไม่อยู่

"ร้องสิ" เสียงของเซียวลู่เซิงดังขึ้นข้างหูนางอีกครา

ซูอวิ๋นยังไม่ทันเข้าใจความหมาย แต่ในชั่วขณะถัดมา บุรุษผู้นั้นก็ยื่นมือมากระชากสายรัดเอวของนางออก ชุดวิวาห์หลวมลง ยังไม่ทันได้สติ เซียวลู่เซิงก็ลงมืออีกครา ไม่นานก็ปลดเปลื้องอาภรณ์นางจนเหลือเพียงชุดชั้นใน

"อ๊า!" ซูอวิ๋นยกมือปิดอกโดยสัญชาตญาณ ความเย็นเยียบแล่นผ่าน ทำให้ร่างนางสั่นระริก

เซียวลู่เซิงใช้มือใหญ่รัดเอวนางไว้ "ข้าไม่อยากแตะต้องเจ้า เจ้าจงว่าง่ายสักหน่อย ร้องให้ดังๆ"

ใบหน้าของซูอวิ๋นแดงก่ำด้วยความอาย เรื่องเช่นนี้ นางผู้เป็นสตรีบริสุทธิ์จะทำได้อย่างไร?

แต่นางก็กลัวว่าเซียวลู่เซิงจะลงมือเอง ยามนั้นคงจะยิ่งอับอายกว่านี้

ดังนั้นนางจึงลองส่งเสียงครั้งหนึ่ง

ในความมืด นางมิอาจสังเกตเห็นว่า เมื่อได้ยินเสียงครวญครางอ่อนหวานของนาง ดวงตาของเซียวลู่เซิงก็พลันมืดลงอย่างเห็นได้ชัด

"ต่อไป ห้ามหยุด" น้ำเสียงของบุรุษผู้นั้นเย็นชายิ่งนัก ไร้ซึ่งความปรานีต่อสตรีแม้แต่น้อย

ซูอวิ๋นรู้สึกน้อยใจ แต่นางก็อยากมีชีวิตรอด

บัดนี้ดูเหมือนว่าเซียวลู่เซิงจะไม่ได้โหดร้ายดังคำร่ำลือภายนอก โอกาสที่นางจะรอดชีวิตมีมากขึ้น

อย่างน้อยก็คงไม่เหมือนชาติที่แล้ว ที่ถูกทุบกระดูกจนหักแล้วโยนทิ้งหน้าประตูตระกูลซูให้เป็นตายอย่างไรก็ได้

ซูอวิ๋นซบกายแนบชิดในอ้อมอกของเซียวลู่เซิง นางหนาวจนตัวสั่น ร้องมาครึ่งชั่วยาม คอแทบจะแห้งผาก กว่าจะได้ยินเสียงแหบพร่าของบุรุษดังข้างหู "พอแล้ว"

ซูอวิ๋นรีบหุบปากทันที

ชาตินี้นางไม่เคยทำเรื่องเช่นนี้มาก่อน โชคดีที่ห้องมืด มองไม่เห็นใบหน้า มิเช่นนั้นนางคงอยากขุดหลุมซ่อนตัวด้วยความอับอายเป็นแน่

เซียวลู่เซิงขยับตัวเข้าไปด้านใน พร้อมกับปล่อยมือจากซูอวิ๋น

ซูอวิ๋นลุกขึ้นดึงผ้าห่มมาคลุมตัว ครุ่นคิดครู่หนึ่ง แล้วจึงห่มผ้าให้เซียวลู่เซิงอีกผืน

หากนางดูแลเซียวลู่เซิงไม่ดี ปล่อยให้เขาล้มป่วย พรุ่งนี้คงหนีไม่พ้นถูกลงโทษ

การเป็นพระชายาอ๋องแห่งหวยหนานนี้ ช่างยากเย็นนัก

ซูอวิ๋นครุ่นคิดอย่างงัวเงีย จนในที่สุดความเหนื่อยล้าก็ทำให้นางผล็อยหลับไป

เมื่อรู้สึกถึงลมหายใจที่สม่ำเสมอของสตรีข้างกาย เซียวลู่เซิงอดประหลาดใจมิได้

เขาพบว่าซูอวิ๋นดูเหมือนจะไม่ได้กลัวเขาเท่าไรนัก ในยามเช่นนี้ นางกลับนอนหลับได้

คุณหนูใหญ่แห่งตระกูลซูผู้นี้ ดูจะแตกต่างจากคำร่ำลืออยู่บ้าง

มุมปากของเขาโค้งขึ้นเล็กน้อย แม้แต่ตัวเขาเองก็แทบไม่รู้ตัว ว่าเขาไม่ได้รังเกียจซูอวิ๋นมากนัก

ซูอวิ๋นหลับสนิท เมื่อลืมตาขึ้นก็พบว่าตรงหน้ามีใบหน้าหนึ่งขยายใหญ่ ครึ่งหน้าถูกไฟไหม้จนเป็นแผลเว้าแหว่ง ดูน่าสะพรึงยิ่งนัก อีกครึ่งหน้ามีแผลเป็นน่าเกลียด ราวกับตะขาบเกาะอยู่บนนั้น

การเห็นใบหน้าเช่นนี้อย่างกะทันหันในระยะประชิด ทำให้ซูอวิ๋นตกใจ สะดุ้งโหยง ครู่หนึ่งจึงได้สติ แอบมองเซียวลู่เซิง

สีหน้าของเซียวลู่เซิงสงบนิ่ง มองไม่ออกว่ายินดีหรือโกรธ

เพียงแต่ชายตามองนางแวบหนึ่ง "พระชายาช่างกล้าหาญนัก กลางวันแสกๆ ก็ยังจะมายั่วยวนข้า"

ซูอวิ๋นงุนงงเล็กน้อย จากนั้นก้มมอง จึงพบว่าตนเองไม่ได้สวมอะไรเลยสักชิ้น

นางรีบดึงผ้าห่มมาคลุมทันที อยากจะฝังตัวลงไปใต้ผ้าห่มให้มิด ในใจก็คิดว่าเมื่อครู่เซียวลู่เซิงเห็นไปมากน้อยเพียงใด

เซียวลู่เซิงลุกขึ้นนั่ง เห็นนางยังซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่ม จึงเตือนเสียงเย็น "ยังไม่ลุกอีกหรือ? ต้องให้ข้าช่วยแต่งตัวให้เจ้าหรือไร?"

ซูอวิ๋นย่อมไม่กล้าให้เซียวลู่เซิงช่วยแต่งตัว

นางยื่นมือไปคลำหาเสื้อผ้าที่ทิ้งไว้ข้างๆ สวมใส่ทีละชิ้น แล้วจึงคลานออกมาจากผ้าห่ม

เมื่อคืนยังสวมชุดชั้นในอยู่แท้ๆ เหตุใดพอตื่นขึ้นมาจึงเปลือยกายไปเสียหมด?

นางมองเซียวลู่เซิงด้วยสายตาสงสัย

แต่เซียวลู่เซิงกลับดูสงบนิ่ง อีกอย่าง เขาคงไม่มีใจคิดอะไรกับนางหรอก

อาจจะเป็นเพราะเมื่อคืนนางนอนดิ้น แล้วถอดเสื้อผ้าตัวเองก็ได้

ซูอวิ๋นรู้สึกเสียใจ ข้างกายเซียวลู่เซิง เหตุใดนางจึงไม่ระวังตัวเช่นนี้ หลับไปก็แล้วไป แต่กลับหลับจนเป็นเช่นนี้

ซูอวิ๋นเลือกเสื้อคลุมสีฟ้าจากตู้เสื้อผ้า สวมใส่เรียบร้อยแล้ว จึงไปช่วยเซียวลู่เซิงแต่งตัว

แม้เซียวลู่เซิงจะไม่ต้องการให้นางปรนนิบัติ แต่นางก็ต้องทำสิ่งเหล่านี้

เซียวลู่เซิงไม่ได้เอ่ยปากใดๆ ปล่อยให้นางช่วยแต่งกาย

ขณะที่ซูอวิ๋นช่วยเซียวลู่เซิงแต่งตัว นางก็แอบมองผ้าปูที่นอนไปด้วย บนผ้าปูที่นอนไม่มีรอยเลือด เดี๋ยวตวนกุ้ยเฟยต้องส่งคนมาตรวจสอบแน่

ซูอวิ๋นครุ่นคิดว่าจะกัดนิ้วตัวเองให้เลือดออกแล้วหยดลงไปอย่างไรดี

เซียวลู่เซิงคงเดาใจนางออก ไม่รอให้ซูอวิ๋นลงมือ เขาหยิบมีดสั้นจากข้างรถเข็น กรีดนิ้วตัวเองทันที เลือดหยดลงบนเตียง ทิ้งรอยแดงฉานไว้

ซูอวิ๋นตกใจ รีบเข้าไปดูแผลของเซียวลู่เซิง

"ท่าน...ท่านทำร้ายตัวเองทำไม? ถ้าจะเอาเลือด กรีดนิ้วหม่อมฉันก็ได้" ซูอวิ๋นพึมพำเบาๆ ขณะตรวจดูบาดแผลของเซียวลู่เซิง

วินาทีถัดมา นางก็รู้สึกว่าตนเองดูเป็นห่วงเซียวลู่เซิงเกินไป

อาจเป็นเพราะนางจำได้ว่า หลังจากนางตายอย่างทรมาน คนที่เก็บศพนาง มีเพียงบุรุษผู้นี้ที่ท้ายที่สุดก็ตายอย่างทรมานเช่นกัน

ดังนั้นเมื่อต้องเผชิญหน้ากับเซียวลู่เซิง นางจึงมักจะสนิทใจและไว้วางใจเขาโดยไม่รู้ตัว

เซียวลู่เซิงมองนางด้วยสีหน้าเรียบเฉย

ซูอวิ๋นหมุนตัววิ่งไปเปิดหีบเครื่องประดับที่นางนำติดตัวมา ในช่องลับด้านล่าง มียาสมุนไพรเก็บไว้มากมาย ล้วนเป็นยาที่นางปรุงขึ้นเอง

ครั้นยังอยู่ในตระกูลซู เนื่องด้วยทั้งตระกูลล้วนเป็นขุนพลทหาร มักได้รับบาดเจ็บอยู่เสมอ นางจึงมุ่งมั่นศึกษาวิชาแพทย์ เพื่อให้บิดาและพี่น้องได้ทุกข์ทรมานน้อยลง จนค้นคว้าตำรับยาดีๆ ได้มากมาย ยาพวกนี้เองที่ช่วยชีวิตทหารในกองทัพตระกูลซูนับครั้งไม่ถ้วน ทำให้กองทัพตระกูลซูสร้างความดีความชอบได้มากมาย

น่าเสียดายนัก สุดท้ายความดีความชอบทั้งหมด กลับตกเป็นของซูอวี่ซีไปหมดสิ้น
Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • หมอหญิงบัลลังก์เลือด   บทที่ 100

    เดินมาได้สักพัก ซูอวิ๋นก็ถอนหายใจ “ดอกเหมยเหล่านี้บานแข่งกัน งดงามจับตาเสียนี่กระไร น่าเสียดาย หากมีที่สูงให้ชม คงจะสวยกว่านี้”นางกำนัลกล่าวว่า “ในสวนอี้เหมยมีศาลาอยู่เพคะ” นางพูดพลางชี้มือไป “อยู่ตรงนั้นเพคะ ศาลาค่อนข้างสูง หากชมจนพอใจแล้ว เดินต่อไปข้างหน้ายังจะเห็นเกาะกลางทะเลสาบอีกด้วย”เกาะกลางทะเลสาบ?วังนี้ช่างกว้างใหญ่ยิ่งนัก มีเกาะกลางทะเลสาบด้วยหรือซูอวิ๋นก้าวเดินเร็วขึ้น มุ่งหน้าไปยังศาลาที่มองเห็นอยู่ไกล ๆ“ว้าย…” นางกำนัลพลันสะดุดล้ม ขาพลิกไปซูอวิ๋นหันกลับมา “เจ้าเป็นอะไรหรือไม่?”“ทูลพระชายา บ่าวข้อเท้าพลิกเพคะ”ซูอวิ๋นขมวดคิ้ว มองเห็นศาลาอยู่ไม่ไกล จึงหันไปพูดกับชิงหนิง “เจ้าพานางกลับไปเถิด ข้าจะรอเจ้าที่ศาลา”ชิงหนิงลังเลเล็กน้อย “พระชายา ที่สวนอี้เหมยนี้…” ปลอดภัยแน่หรือเพคะ?“ที่นี่คือวังหลวง ไม่ใช่ถนนด้านนอก จะมีอันตรายใดได้?”นางกำนัลกล่าว “บ่าวสมควรตายที่ทำให้พระชายาหมดสนุก”ซูอวิ๋นว่า “เลิกพูดเถิด รีบกลับไป ไปให้หมอหลวงดูอาการเสีย”“บ่าวขอบพระทัยพระชายาเพคะ”ชิงหนิงไม่มีทางเลือกจำต้องพยุงนางกำนัลออกจากสวนอี้เหมยจนกระทั่งซูอวิ๋นมองไม่เห็นเงาของท

  • หมอหญิงบัลลังก์เลือด   บทที่ 99

    เซียวอวี้อ้าปากค้าง “หากฝ่าบาทเกิดระแวงขึ้นมา ต่อให้เสด็จพ่อเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุด แต่ในบรรดาเชื้อพระวงศ์สายรอง ก็ยังสามารถเลือกผู้สืบทอดได้”“เจ้าก็ไม่ได้โง่นี่!”“ลูกเข้าใจแล้ว” ขณะนั้น ภาพใบหน้าของซูอวี่ซีที่ร้องไห้อ้อนวอน รวมถึงท่าทางเอาใจเขาก็ผุดขึ้นมาในหัวเวลาเคลื่อนผ่านไปอย่างรวดเร็ว จนถึงคืนวันส่งท้ายปีเก่าช่วงบ่าย เจียนซุ่นนำคนในจวนมาแปะกลอนคู่ และติดกระดาษลวดลายต่าง ๆ บนหน้าต่างซูอิ่งเข็นรถของเซียวลู่เซิงเข้ามา “พวกเราต้องเข้าวัง ไปอยู่เป็นเพื่อนฝ่าบาทและเสด็จแม่ในคืนส่งท้ายปีเก่า”ไม่ใช่แค่พวกเขา ขุนนางและเชื้อพระวงศ์ทั้งหลายก็ต้องเข้าวังเช่นกันซูอวิ๋นรับคำ จากนั้นชิงหนิงก็เริ่มช่วยนางเปลี่ยนเครื่องแต่งกายและแต่งหน้าเซียวลู่เซิงนั่งอยู่บนเตียงอุ่น อ่านหนังสือไปพลาง แต่สายตากลับจับจ้องไปที่ซูอวิ๋นตลอดเวลา นางนั่งอยู่อย่างสงบ มีรอยยิ้มบาง ๆ บนใบหน้าเสมอ ซึ่งทำให้รู้สึกอบอุ่นใจอย่างประหลาด“พระชายา พระองค์คิดว่าเครื่องประดับปักผมอันนี้เป็นอย่างไรเพคะ?” ชิงหนิงยกปิ่นทองขึ้นมาถามซูอวิ๋นขมวดคิ้วสวย มองผ่านกระจกทองแดง เห็นชิงหนิงกำลังลองปิ่นทองให้ดูที่ข้างขมับ

  • หมอหญิงบัลลังก์เลือด   บทที่ 98

    เจ้ากรมเฉินไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่รออยู่เงียบ ๆอ๋องผิงซีเซียวเจิ้นหนานกล่าวต่อว่า “ยาที่ทำให้เป็นหมันที่ให้เจ้าเตรียมไว้นั้น เจ้าได้นำมาหรือไม่?”“นำมาแล้วพ่ะย่ะค่ะ” เจ้ากรมเฉินหยิบขวดยาออกจากหีบยาแล้วถวายด้วยสองมืออ๋องผิงซีถามว่า “ใช้ได้ทั้งชายและหญิงหรือไม่?”เจ้ากรมเฉินพยักหน้า “ไม่ว่าจะชายหรือหญิง หากใช้ในระยะแรกจะเป็นเพียงยาคุมกำเนิด แต่หากใช้ต่อเนื่องเกินครึ่งปี จะกลายเป็นหมันแน่นอน”เป็นหมันงั้นรึ? ดีมาก!เขาโบกมือ “ดี ขอบใจเจ้ามาก เจ้ากลับไปได้แล้ว”เจ้ากรมเฉินคารวะตามมารยาท ก่อนจะแบกหีบยาแล้วเดินออกไป“ท่านอ๋อง ท่านซื่อจื่อมาขอเข้าพบพ่ะย่ะค่ะ” ขันทีคนสนิทเดินเข้ามารายงานอ๋องผิงซีว่า “ให้เขาเข้ามา ข้ากำลังมีเรื่องจะคุยพอดี” เขามองขวดยาในมือ ครุ่นคิดอย่างมีแผนการ“รับด้วยเกล้าพ่ะย่ะค่ะ”ไม่นานนัก เซียวอวี้ก็เข้ามา คารวะกล่าวว่า “ลูกขอคารวะท่านพ่อ”อ๋องผิงซีโบกมือเล็กน้อย “เจ้ากับซูอวิ๋นที่หลังจากนางแต่งเข้าวังอ๋องหวยหนานแล้ว เคยพบกันบ้างหรือไม่?”เซียวอวี้ส่ายหัว “ครั้งก่อนลูกใช้ชื่อของเสด็จแม่เชิญนางไปชมดอกเหมย แต่นางปฏิเสธ”“ปฏิเสธงั้นหรือ?” อ๋องผิงซีแทบไม่อยาก

  • หมอหญิงบัลลังก์เลือด   บทที่ 97

    เซียวลู่เซิงเม้มริมฝีปากแล้วพยักหน้า“บางเรื่อง ต่อไปข้าจะเล่าให้ฟัง”ฟังดูแล้วเป็นเรื่องลับของราชวงศ์แน่ ซูอวิ๋นไม่อยากเดาว่าคืออะไรตอนนี้ทำได้แค่ต้องอดทน อดทนจนกว่าซูอวี่ซีจะได้แต่งงานกับเซียวเหิงโดยราบรื่นพระจันทร์ลอยขึ้นเหนือยอดต้นหลิวซูอวี่ซีเพิ่งออกจากประตูหลังของจวนอ๋องผิงซี แล้วขึ้นรถม้าของจวนซูด้วยการพยุงของชุ่ยจู“คุณหนู พวกเรากลับดึกขนาดนี้ จะอธิบายท่านพ่อแม่ทัพกับฮูหยินว่าอย่างไรดีเจ้าคะ?” ชุ่ยจูมีท่าทีวิตกกังวลรถม้าค่อย ๆ เคลื่อนตัวไปเสียงกีบม้าดังกึกก้อง เสียงล้อรถบดกับพื้นกลบเสียงสนทนาของนายบ่าวสารถีไม่ได้ยินอะไรเลยซูอวี่ซียิ้มบาง ๆ “ท่านซื่อจื่อตอบตกลงกับข้าแล้ว ว่าจะไปขอร้องอ๋องผิงซีให้ช่วยถอนหมั้นให้ข้า”“อ๋องผิงซีจะช่วยคุณหนูจริง ๆ หรือเจ้าคะ?”“ข้ากับท่านซื่อจื่อได้เป็นของกันและกันแล้ว อีกทั้งข้าเกิดมาพร้อมดวงชะตาราชินี ท่านอ๋องย่อมเห็นแก่ดวงชะตาของข้าจะต้องช่วยบุตรชายของตนให้ถึงที่สุดแน่”ใจที่กังวลของชุ่ยจูสงบลงไม่น้อย“เช่นนี้ก็ดีที่สุดแล้ว” หากคุณหนูรองต้องแต่งเข้าไปในจวนอ๋องผิงเหยา ชีวิตดี ๆ ของนางก็คงจบสิ้นลงทุกคนต่างรู้ว่าอ๋องผิงเหยาไม่

  • หมอหญิงบัลลังก์เลือด   บทที่ 96

    "ไม่ยอมแพ้แล้วจะทำเช่นไรได้?"ซูอวิ๋นลังเลเล็กน้อยก่อนกล่าวว่า "ฝ่าบาททรงพระราชทานการสมรสให้เอง ต่อให้เป็นอ๋องผิงซี ก็คงไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้ใช่หรือไม่?"เซียวลู่เซิงกล่าวว่า "เว้นแต่ว่าเสด็จอาและพระชายาจะไปทูลขอด้วยตนเอง"เมื่อพูดถึงตรงนี้ ภาพในอดีตผุดขึ้นมาในหัวของเขา เสียงของเสด็จแม่ดังก้องอยู่ในใจ— 'ยิ่งหญิงงามเพียงใดยิ่งหลอกลวงเก่งเท่านั้น'ในช่วงที่เขายังเป็นองค์รัชทายาท เสด็จแม่ต้องเสียน้ำตาเพราะพระชายาอ๋องผิงซีมากเพียงใด...ดูเหมือนว่าฝ่าบาทจะมีความรู้สึกพิเศษต่อพระชายาอ๋องผิงซี เขาอธิบายความรู้สึกนั้นไม่ได้ แต่รู้แน่ว่า ในใจของฝ่าบาท พระชายาผู้นี้มีความสำคัญไม่น้อยให้เสด็จอาไปขอร้องฝ่าบาทเพื่อเปลี่ยนแปลงราชโองการ ไม่สู้ให้พระชายาของเสด็จอาไปขอร้องเพียงเล็กน้อย ฝ่าบาทก็คงประทานอนุญาตแล้ว"อ๋องผิงซีไปขอร้องฝ่าบาท แล้วฝ่าบาทจะทรงยินยอมจริงหรือ?" ซูอวิ๋นขมวดคิ้วเซียวลู่เซิงพยักหน้า"ไม่ได้! เซียวอวี้กับซูอวี่ซีจะแต่งงานกันไม่ได้เด็ดขาด!"เซียวลู่เซิงมองดูใบหน้าตื่นตระหนกของนาง ก่อนจะรีบคว้ามือนางไว้ "อวิ๋นเอ๋อร์ เจ้าอย่าเพิ่งร้อนใจ"ในใจเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกมากมายปะป

  • หมอหญิงบัลลังก์เลือด   บทที่ 95

    ยิ่งมอง หัวใจยิ่งเต้นแรงแผลเป็นบนใบหน้านี้เริ่มเปลี่ยนแปลงแล้ว อีกไม่นาน เซียวลู่เซิงจะได้กลับมามีใบหน้าหล่อเหลาอีกครั้งถึงตอนนั้น นางจะได้เห็นกับตาว่าบุรุษที่ช่วยเหลือเก็บศพนางในชาติก่อน เดิมทีแล้วมีโฉมหน้าเป็นเช่นไรไออุ่นหอมละมุนกระทบใบหน้า เซียวลู่เซิงรู้สึกว่ากลิ่นนั้นช่างหอมเหลือเกิน ดวงตาคมปลาบดุจพญาอินทรีเริ่มอ่อนโยนลงซูอวิ๋นสบตากับเขาพอดี นางยิ้มบางเบา “องค์ชาย”เซียวลู่เซิงพึมพำรับในลำคอ แล้วยิ้ม “ในดวงตาของพระชายา ข้าเห็นตัวเอง”ตัวเขาในดวงตาของนาง เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นแต่เขากลบเกลื่อนความรู้สึกต่ำต้อยไว้ได้อย่างแนบเนียน เพียงยิ้มบาง ๆ มองดูสีหน้าของนางที่เปลี่ยนไปเล็กน้อยซูอวิ๋นยิ้มบาง ๆ ใช้สองมือประคองใบหน้าเขา “หม่อมฉันก็เห็นตัวเองในดวงตาขององค์ชาย”นางครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนกล่าว “นี่ใช่หรือไม่คือคำที่คู่รักกล่าวกันว่า—ในดวงตาของท่านมีข้า ในดวงตาของข้ามีท่าน?”เซียวลู่เซิงอ้าปากค้าง ก่อนจะหัวเราะเพราะนางทำให้เขาขบขัน “อืม”ในดวงตาและหัวใจของนาง มีเขาอยู่จริงหรือ?คำตอบของเรื่องนี้ เขาไม่กล้าคิดคำนึง ณ ตอนนี้ แค่นางพูดถ้อยคำหวานหูเช่นนี้กับเขา ก็ถือเป็นวาสนาอ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status