LOGINทันใดนั้นฮูหยินผู้เฒ่าโม่ก็นึกขึ้นได้ว่าโม่จิ่นยวนยังไม่ออกมาจากจวน จึงหันไปมองสะใภ้ใหญ่และสะใภ้รองด้วยความตื่นตระหนก “หว่านหว่าน เหวินเหวิน พวกเจ้าสองคนรีบพาหนิงหนิงเข้าไปในจวนรอรับจิ่นยวนที”สะใภ้ใหญ่หยางซูหว่านเอ่ยปลอบ “ท่านแม่ น้องเจ็ดวรยุทธ์ล้ำเลิศนัก ด้วยฝีมือของเขา การจะออกจากจวนตระกูลหลี่ถือเป็นเรื่องง่ายดายอย่างยิ่ง ท่านวางใจเถิด”“ใช่ ข้าคงคิดมากเกินไป”พอได้ยินนางพูดเช่นนี้ ฮูหยินผู้เฒ่าโม่ก็คลายความกังวลได้ทันทีวรยุทธ์ของบุตรชายตนเองเป็นอย่างไร ไม่มีใครรู้ดีไปกว่านางเรียกได้ว่าเป็นศิษย์เก่งกว่าอาจารย์ หากเขาฝึกวรยุทธ์อีกสักสองปี เกรงว่าจะก้าวข้ามบิดาของเขาในช่วงที่รุ่งโรจน์ที่สุดไปเสียแล้วใต้หล้านี้ มีเพียงไม่กี่คนที่เป็นคู่ต่อสู้ของเขาได้นางห่วงหน้าพะวงหลังไปแล้วจริง ๆ ผ่านไปหนึ่งเค่อเงาร่างของโม่จิ่นยวนก็ทะยานลงจากบนกำแพงจวนตระกูลหลี่ ลงมาอยู่ข้างกายพวกมู่หนิงอย่างเงียบเชียบมู่หนิงเห็นดังนั้น จึงรีบยกเลิกฟังก์ชันล่องหน แล้วโบกมือให้โม่จิ่นยวนที่กำลังหันมองไปอีกทางพลางเอ่ยขึ้น “จิ่นยวน พวกเราอยู่นี่”“รีบไปเถอะ ที่นี่ไม่ปลอดภัยแล้ว หลี่เฉิงหมิงรวบรวมผู้มี
มู่หนิงอธิบาย “นั่นมันเมื่อก่อน เมื่อครู่ตอนข้าเข้าไปในมิติ ภูติเหมิงเหมิงบอกข้าว่า หลังจากมิติอัปเกรดแล้ว ได้รับรางวัลเป็นสิทธิ์ในการพาคนเข้าไปได้หนึ่งคนตลอดเวลาเจ้าค่ะ”ฮูหยินผู้เฒ่าโม่กล่าว “มิน่าเล่า เช่นนั้นก็รีบพาเจ๋ออวี่เข้าไปในมิติเถอะ พวกเราจะได้รีบออกเดินทาง”โม่จิ่นยวนหยิบจดหมายบนโต๊ะขึ้นมา ก่อนจะหันไปมองมู่หนิงและบรรดาพี่สะใภ้พลางเอ่ยขึ้น “ท่านแม่ พี่สะใภ้ทั้งหลาย พวกท่านพาหนิงหนิงและพี่สะใภ้สี่ออกจากจวนตระกูลหลี่ก่อน ข้าจะเอาจดหมายและยาไปมอบให้คุณหนูหลี่”ฮูหยินผู้เฒ่าโม่กำชับ “ส่งจดหมายเสร็จแล้วก็รีบออกมา พวกเราจะรอเจ้าอยู่ข้างนอก”“ขอรับ!”โม่จิ่นยวนพยักหน้ารับคำขณะที่เขากำลังจะถือจดหมายจากไป พี่สะใภ้รองฟางเหวินก็นึกบางอย่างขึ้นมาได้ จึงเรียกเขาไว้ “น้องเจ็ด เจ้ารอสักครู่”โม่จิ่นยวนหันกลับมาถาม “พี่สะใภ้รอง มีอะไรหรือ?”ฟางเหวินมองไปที่มู่หนิงแล้วเอ่ยขึ้น “ช่วงบ่ายวันนี้คุณหนูหลี่ถามข้าว่าวิชาแพทย์ของน้องเจ็ดเป็นอย่างไรบ้าง ตอนนั้นข้าไม่ได้เปิดเผยอะไรมากนัก แต่ก็ได้ยินมาคร่าว ๆ ว่าท่านแม่ของนางมีอาการปวดศีรษะอยู่บ่อยครั้ง เห็นว่าไปหาหมอชื่อดังมาหลายที่แล้วแต่อา
เหมิงเหมิงจดบันทึกรายการทั้งหมดไว้ “ได้เลยเจ้าค่ะเจ้านาย”“ข้าเริ่มง่วงแล้ว ขอไปนอนสักงีบก่อน”มู่หนิงคำนวณดูแล้วว่ายังพอมีเวลาก่อนจะถึงกำหนดออกเดินทาง จึงตั้งใจจะงีบหลับสักพักค่อยออกไปต่อให้นางนอนในมิติตลอดทั้งคืน เวลาข้างนอกก็ผ่านไปเพียงหนึ่งชั่วยามเท่านั้นเมื่อเป็นเช่นนี้ มู่หนิงจึงกลับไปที่คฤหาสน์ นอนหลับอย่างเต็มอิ่มถึงสิบชั่วโมงก่อนจะตื่นขึ้นมาเมื่อตื่นแล้วนางก็เดินออกจากมิติ พบว่าเจ๋ออวี่ที่อยู่บนเตียงหลับสนิทไปแล้ว ส่วนโม่จิ่นยวนกำลังนั่งเขียนจดหมายถึงหลี่เชียนเชียนอยู่ด้านข้าง ในจดหมายนั้นระบุไว้อย่างชัดเจนว่ายาเม็ดที่มู่หนิงทิ้งไว้ให้มีสรรพคุณอย่างไร พร้อมทั้งเขียนขอบคุณนางอีกครั้งที่ช่วยชีวิตมารดาของตน รวมทั้งให้ที่พักพิงแก่คนตระกูลโม่สุดท้ายคือคำอวยพรขอให้นางมีความสุขสำหรับฉากจบที่เปลี่ยนแปลงไปเช่นนี้ มู่หนิงรู้ดีว่าเป็นเพราะการปรากฏตัวของนางโชคดีที่บุรุษที่หลี่เชียนเชียนจะแต่งงานด้วยนั้นรักนางมาก นอกจากนิสัยถือตัวไปบ้าง แต่หน้าตาก็ไม่เลวเลยทีเดียว ถือว่าเป็นบทสรุปที่ดี“เขียนเสร็จแล้วก็เข้าไปนอนพักในมิติสักหน่อย ถือโอกาสตอนที่ยังไม่ถึงเวลาเดินทาง ท่านไปนอนพั
“ไฉนข้าถึงมองว่ามันดูเหมือนเหมืองแร่เลย”มู่หนิงเอ่ยขึ้นอย่างไม่มั่นใจนัก“ใช่แล้ว นี่คือเหมืองแร่เจ้าค่ะ” เหมิงเหมิงพยักหน้าแล้วกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ข้ากำลังจะบอกท่านอยู่พอดีเลย รางวัลจากการที่ท่านคลอเคลียกับนายท่านในวันนี้ ก็คือเหมืองแร่แห่งนี้”มู่หนิง “...”มิตินี่ใจป้ำขึ้นเรื่อย ๆ จากเมื่อก่อนที่ให้รางวัลแบบขี้เหนียว จนถึงตอนนี้กลับให้รางวัลเป็นเหมืองแร่หนึ่งแห่งนี่เป็นเพราะกลัวว่านางจะไม่มีฟืนไว้ให้ความอบอุ่นจนหนาวตายระหว่างทางหรือ ถึงได้มอบเหมืองแร่ให้เป็นการล่วงหน้ามู่หนิงถามต่อ “เหมืองแร่นี่ข้าต้องไปขุดเองหรือไม่?”เหมิงเหมิงส่ายหน้า “ไม่ต้องเจ้าค่ะ ทุกอย่างปล่อยให้เป็นหน้าที่ข้า ท่านต้องการเท่าไรก็บอกข้ามาได้เลย ข้าจะรีบส่งให้เจ้านายในเร็ววัน”“ลำบากเจ้าแล้วเหมิงเหมิง”มู่หนิงอุ้มเหมิงเหมิงขึ้นมาแล้วหอมแก้มนางด้วยความเอ็นดู“เหมิงเหมิงไม่ลำบากเลยเจ้าค่ะ มีอะไรให้ทำทุกวันกลับยิ่งทำให้ข้ามีความสุข มิเช่นนั้นวันเวลาในมิติมันช่างยาวนานและทรมานเหลือเกิน” เหมิงเหมิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อยเล็กน้อย “หากข้าสามารถออกไปข้างนอกพร้อมกับเจ้านายได้ก็คงดี เช่นนี้จะได้ไปเห็นโลกภ
โม่จิ่นยวนเห็นเขารู้จักมารยาทเช่นนี้ ความรู้สึกดี ๆ ที่มีต่อเขาก็เพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อย“เมื่อครู่ข้าก็บอกแล้วว่าเขาฉลาดไม่เบา”มู่หนิงยิ้ม แล้วนั่งลงข้าง ๆ เพื่อกล่อมเจ๋ออวี่ให้หลับไปก่อนหลังจากกล่อมเด็กหนุ่มเสร็จแล้ว มู่หนิงจึงหันไปมองโม่จิ่นยวนพลางเอ่ยถาม “ตอนนี้ยังหัวค่ำ ท่านจะนอนพักกับเจ๋ออวี่สักหน่อยหรือไม่?”ใบหน้าหล่อเหลาของโม่จิ่นยวนพลันมืดมน ชี้ไปที่ศีรษะพลางเอ่ยอย่างรังเกียจ “ถึงแม้เจ๋ออวี่จะบาดเจ็บตรงนี้ แต่เขาก็ยังเป็นเด็กหนุ่มอายุสิบหกสิบเจ็ดปี ผู้ชายวัยนี้หลายคนแต่งภรรยามีลูกแล้ว ข้าเป็นบุรุษอกสามศอกจะไปนอนกับเขาได้อย่างไร”“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ท่านก็เฝ้าอยู่ข้างนอก ข้าจะเข้าไปพักผ่อนในมิติสักหน่อย”เมื่อเห็นว่าเขาไม่ต้องการพักผ่อน มู่หนิงจึงให้เขาเฝ้าอยู่ข้างนอก ส่วนตัวเองก็เข้าไปในมิติแล้ว“เจ้าจะเข้ามิติก็พาข้าไปด้วยสิ”โม่จิ่นยวนมองมู่หนิงที่หายวับไปต่อหน้าต่อตา มุมปากก็กระตุกอย่างแรงเขาก็แค่บอกว่าไม่อยากนอนกับเจ๋ออวี่ ไม่ได้บอกว่าไม่อยากนอนกับนางเสียหน่อยเดี๋ยวก่อน เหตุใดเขาถึงอยากนอนกับมู่หนิงล่ะ?เมื่อมู่หนิงเข้าไปในมิติ สิ่งแรกที่ทำคือสังเกตถึงความเปลี
“พรืด~”มู่หนิงเห็นโม่จิ่นยวนอับจนถ้อยคำ ก็อดไม่ได้ที่จะหลุดหัวเราะออกมานางกระตุกแขนเสื้อของโม่จิ่นยวน แล้วเอ่ยขึ้น “เด็กคนนี้ยังไม่มีชื่อ พวกเรามาตั้งชื่อให้เขาก่อนเถอะ จะเรียกเขาว่าเจ้าเด็กน้อยไปตลอดคงไม่ได้”“เช่นนั้นก็เรียกเจ้าทึ่มก็แล้วกัน”โม่จิ่นยวนโพล่งออกมามู่หนิง “...”เขาแค่ความจำเสื่อม ไม่ได้ปัญญาอ่อนจริง ๆ เสียหน่อย“ข้าว่าเขาก็ดูเฉลียวฉลาดออก เอาเป็นชื่อเจ๋ออวี่ หมายถึงความเมตตากรุณาที่แผ่ซ่านและจิตใจที่กว้างขวาง สื่อถึงความโชคดีมีวาสนาเปี่ยมล้น หวังว่าเขาจะหายป่วยในเร็ววัน”มู่หนิงตั้งชื่อไม่ค่อยเป็นนัก เพียงแค่อยากให้เขาหายดีในเร็ววัน จึงตั้งชื่อให้ไปอย่างนั้น“ฟื้นคืนความทรงจำหรือ?”โม่จิ่นยวนได้ยินนางพูดเช่นนี้ ก็รู้ทันทีว่าตอนที่เขาไปซื้อซาลาเปา นางต้องตรวจร่างกายให้เจ๋ออวี่แล้วแน่นอนหลังจากมู่หนิงเล่าอาการของเจ๋ออวี่ให้เขาฟัง โม่จิ่นยวนก็เดินตรงไปยังมุมห้องทันที แล้วจับมือของเด็กหนุ่มขึ้นมาตรวจดู จากนั้นก็จับดูหน่วยก้านของเขา สีหน้าก็พลันเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมและระแวดระวัง“มีอะไรหรือ?”มู่หนิงสังเกตเห็นสีหน้าของเขาผิดปกติ จึงเดินเข้าไปถามเสียงเบา“เข







