เข้าสู่ระบบเธอเคยเห็นแก่ตัวและเลือกเส้นทางที่ทำให้ชีวิตตัวเองจบลงด้วยวัยเพียง 25 ปี เมื่อมีโอกาสได้ย้อนกลับมา เธอจึงเริ่มเปลี่ยนแปลงและพยายามแก้ไขทุกอย่างที่เคยทำพลาดไป
ดูเพิ่มเติมนิยายเรื่อง “รักสุดท้ายของนายวิศวะเถื่อน”
เธียรxมินนี่ คำเตือนก่อนอ่านนิยาย นิยายเรื่องนี้ เป็นนิยายแนวโรแมนติก อิโรติก และดราม่า อาจมีเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม ทั้งเรื่องเพศ ภาษา การกระทำ และด้านอื่นๆ ที่ไม่ควรแก่การประพฤติตาม เช่น การกระทำต่อร่างกายผู้อื่นโดยไม่ได้รับความยินยอม การกระทำทางเพศโดยไม่มีสติ ความรุนแรงอันเนื่องมาจากการดื่มสุราหรือของมึนเมา การมั่วสุ่มทำสิ่งที่ไม่ควร ทั้งหมดของเนื้อหาในนิยาย จึงเหมาะแก่บุคคลที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป ผู้ที่อายุต่ำกว่า 18 ปี ควรได้รับคำแนะนำ นิยายทั้งหมดของ นามปากกา พิชา - Phicha ถูกสร้างมาจากจินตนาการของผู้เขียน และแต่งเติมเรื่องราวเพื่อความบันเทิง ไม่ได้มีจุดประสงค์ ทำให้อาชีพ หรือหน้าที่การงาน ในทางใดทางหนึ่งของผู้อื่นเสื่อมเสีย และผู้เขียนไม่ได้มีความคิดที่จะสนับสนุนพฤติกรรมเหล่านั้น กรุณาอ่านอย่างมีอรรถรส และความบันเทิงเท่านั้นค่ะ “นิยายเรื่องนี้สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติ ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ห้ามนำไปเผยแพร่ ทำซ้ำ หรือดัดแปลงเนื้อหาไม่ว่ากรณีใดๆ หากพบเห็นจะดำเนินคดีตามกฎหมาย ให้ถึงที่สุด" เจ้าของลิขสิทธ์โดย "พิชา - Phicha” You can follow #Phicha on these channels. It's an encouragement for me too. 😊❤ ------------------------ สวัสดีแม่ ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ ทุกคนค่ะ 🙏🏻❤️ เรื่องนี้เป็นเรื่องของ เธียรกับมินนี่ นะคะ จากความกวนประสาท วุ่นวายจนเธอหงุดหงิด กลายมาเป็นคนที่อยากดูแลเธอไปตลอดชีวิต เพราะชีวิตของมินนี่ไม่ได้ราบรื่น หรือโรยด้วยกลีบกุหลาบเหมือนเพื่อนคนอื่น ถึงต้องมีเธียรที่บ้าดีเดือดเข้ามาดูแล ฟาดแม้กระทั่งพ่อตา ปกป้องเธอจากทุกคนที่เข้ามาวุ่นวาย มีเธียรแล้วชีวิตมินนี่จะไม่เหงาอีกต่อไป ✅ ------------------- เธียร Talk ณ สนามแข่งรถ เสียงเครื่องยนต์บิ๊กไบค์หลายสิบคัน ส่งเสียงแผดดังสนั่นลั่นสนาม กลิ่นยางไหม้ปนกับกลิ่นน้ำมันลอยคลุ้งไปทั่วบริเวณ เพื่อเป็นสัญญาณปลุกความฮึกเหิมในตัวของนักแข่ง และท่ามกลางเสียงวุ่นวายพวกนั้น สายตาทุกคู่กลับจ้องไปที่จุดสตาร์ทเพียงจุดเดียว ‘เธียร ธนาเธียร ธีรวัฒน์ธารา’ นั่งคร่อมอยู่บนบิ๊กไบค์สีแดงคันโปรด ราคาสูงและมีไม่กี่คันในโลก เขาในชุดแข่งหนังสีดำขลับดูเท่ ผิวขาวจัดที่โผล่พ้นปกเสื้อมา มีรอยสักลากยาวขึ้นไปถึงแขน ความแบดของเธียรมันพุ่งปรี๊ด ด้วยจิวสีเงินที่เจาะตรงหางคิ้วกับริมฝีปากล่าง มันดุดันจนทำให้เขาดูฮอตกว่าปกติ ใครก็รู้ว่าเขาคือลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของ ‘ท่านตรีทศ’ กับ ‘คุณหญิงรันนา’ ผู้มีอิทธิพลตัวเป้งที่กุมธุรกิจสีเทาไว้ในมือ จึงยิ่งทำให้น่าเกรงขามตามไปด้วย แต่เธียรไม่เคยต้องใช้บารมีพ่อมาข่มใคร เพราะแค่ฝีมือการบิดมิดไมล์ของเขา กับเหยียบจมคันเร่ง ก็ทำให้ทุกคนต้องสยบอยู่ใต้ฝุ่นจากล้อรถเขาทั้งนั้น ธงตราหมากรุกสะบัดรัว ๆ เธียรบิดเข้าเส้นชัยเป็นคนแรก ทิ้งห่างไอ้พวกที่เหลือเกือบครึ่งรอบสนาม ชายหนุ่มสุดฮอต ถอดหมวกกันน็อกออกสะบัดผมที่เปียกเหงื่อ ใบหน้าหล่อเหลาแต่บึ้งตึง ไร้ร่องรอยความยินดีกับชัยชนะที่ได้มา เพราะสำหรับเขาแล้ว...มันก็แค่เรื่องธรรมดา ที่เกิดขึ้นเป็นปกติอยู่แล้ว “แม่งโคตรเอาเรื่อง” เพื่อนสนิทอย่างเครปที่มารออยู่ข้างสนาม ก็รีบรับหมวกกันน็อกจากเขา พร้อมกับมือหนาที่คว้าจับกัน เพื่อแสดงความยินดี “อืม” เธียรเดินหน้านิ่งกลับเข้าโซน VIP มีลูกน้องคอยกันพวกแฟนคลับออกไป แต่ความเย็นชาของเขาก็เบรกความมั่นหน้าของ ‘มุกกี้’ สาวสวยที่เรียนอยู่ในมหาวิทยาลัยเดียวกันไม่ได้ เธอก้าวเข้ามาดักหน้าพร้อมรอยยิ้มที่คิดว่าเช็กความมั่นใจมาอย่างดี ในมือถือแก้วแชมเปญราคาแพงส่งให้ “ยินดีด้วยนะเธียร วันนี้เก่งมากเท่สุด ๆ ไปเลย มุกกี้เชียร์อยู่ตลอดเลยนะ” “อืม” เขาตอบเธอด้วยใบหน้าที่เรียบเฉย “ว่าแต่ คืนนี้มีปาร์ตี้ฉลองที่ไหนต่อหรือเปล่า มุกกี้อยากไปด้วยจัง” หญิงสาวขยับตัวเข้าไปชิดจนกลิ่นน้ำหอมฉุนกึกเตะจมูก นั่นเป็นสาเหตุทำให้เธียรหยุดก้าวเดิน สายตาคมกริบมองผ่านเธอไป เขาไม่รับแก้ว แถมไม่ชายตามองด้วยซ้ำ “หลบ” คำเดียวสั้น ๆ ที่ออกจากปากเขา ทำเอาคนฟังหน้าชาไปคู่หนึ่ง “คือมุกกี้แค่...” “ฉันไม่ชอบน้ำหอม กลิ่นมันเหม็น” เธียรกระตุกยิ้มมุมปาก แต่มันคือยิ้มที่ทำเอาคนดูอยู่ถึงกับเสียวสันหลัง “แล้วก็ไม่มีเวลาว่าง มาทำความรู้จักกับคนที่ไม่น่าสนใจด้วย” “ธะ...เธียร” มุกกี้แทบอยากกรี๊ดออกมากับท่าทางที่หยิ่งยโสแบบนั้นของเขา ปกติมีแต่ผู้ชายคนอื่นที่มาชอบเธอ แต่กับผู้ชายทรงแบดแบบนี้ ตรงสเป็คเธอทุกอย่าง แต่เขาดันไม่สนใจเธอแบบนี้ เธียรเดินผ่านไปแบบไม่สนใจสักนิด ทิ้งให้มุกกี้ยืนอึ้งท่ามกลางสายตาคนนับสิบที่มองมา อยากรู้อยากเห็น ชีวิตเธียรอาจจะดูเจ้าสำราญหรือดูเปลี่ยนผู้หญิงได้ไม่ซ้ำหน้า แต่ความจริงคือถ้าเขาไม่ชอบใคร เขาก็ไม่แม้แต่จะเอาตัวเข้าไปยุ่งด้วย มินนี่ Talk ณ บ้านวาธาณรัตน์ ภายในคฤหาสน์หลังใหญ่ที่เคยอบอุ่น ตอนนี้ทุกอย่างได้เปลี่ยนไปเพราะ มินนี่ มินชญา วาธาณรัตน์ เด็กสาวที่เคยร่าเริงน่ารักนิสัยดี บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นคนหัวดื้อ ดื้อรั้น และแทบไม่มีเหตุผล มากไปกว่านั้นคือ ไม่ฟังคำพูดของท่านสุนทร ผู้เป็นพ่อเลยแม้แต่น้อย ตั้งแต่ที่คุณเอม แม่ของเธอเสียชีวิตลง เมื่อปีที่ผ่านมาทุกอย่างในบ้านหลังนี้ก็เปลี่ยนไปตลอดกาล เสียงหัวเราะที่ดังขึ้นจากห้องอาหาร ทำให้มินนี่ชะงักฝีเท้าที่กำลังจะก้าวลงบันได เดินตามเสียงนั้นไป ภาพตรงหน้าคือครอบครัวสุขสันต์ ในอุดมคติของพ่ออย่างท่านสุนทร เขานั่งยิ้มกว้างข้าง มัดหมี่ เมียเด็กแสนเอาใจเก่ง ในวัย 27 ปี ที่กำลังตักซุปให้ด้วยท่าทีอ่อนหวาน ส่วน ไม้เอก น้องชายที่เกาะเป็นปลิงจนแน่นของมัดหมี่ ก็นั่งถัดไปวางตัวเป็นน้องชายภรรยาที่แสนดีจนน่าหมั่นไส้ “อ้าว มินนี่ แล้วนั่นจะไปไหนลูก” เมื่อเห็นการแต่งตัวของลูกคนเป็นพ่อก็ถึงกับขมวดคิ้ว เพราะชุดสีขาวที่ใส่อยู่มันทั้งสั้นและโป๊จนเห็นไปถึงไหนต่อไหน แต่จะห้ามปรามมากก็ไม่ได้ เพราะช่วงนี้ลูกสาวค่อนข้างจะดื้อรั้น และตัวเขาเองก็ผิด ที่เป็นต้นเหตุทำให้ลูกต้องเป็นแบบนี้ “ไปเที่ยวค่ะ มินนี่นัดเพื่อนไว้” “ที่ไหน ไปเที่ยวแบบนี้พ่อว่า...” “เรื่องของหนูค่ะ พ่อมีอะไรหรือเปล่า ถ้าไม่มีหนูจะได้ไป” เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอใจ “เอ่อ ถ้าอย่างนั้น ก็มาทานข้าวด้วยกันก่อนสิลูก พี่มัดหมี่เขาทำของโปรดหนูตั้งหลายอย่าง” ท่านสุนทรเอ่ยชวนด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง มินนี่กวาดสายตามองเมนูบนโต๊ะแล้วเหยียดยิ้ม เธออึดอัดทุกวัน ที่ตื่นมาแล้วพบคนพวกนี้ บ้านที่เคยเป็นส่วนตัว ตอนนี้มีแต่คนแปลกหน้าเต็มไปหมด แม้กระทั่งแม่บ้านที่มัดหมี่หามา “ของโปรดมินนี่ หรือของโปรดเมียน้อยพ่อกันแน่คะ อ้อแต่ลืมไป มินนี่ไม่มีของโปรดในบ้านที่มันสกปรกแบบนี้” เธอเชิดหน้าขึ้นแล้วพูดอย่างถือดี “มินนี่! ทำไมพูดจาแบบนี้กับพี่เขา" คนเป็นพ่อวางช้อนเสียงดังเคร่ง “ไม่เป็นไรค่ะคุณ น้องมินนี่เขาคงยังปรับตัวไม่ได้ มัดหมี่ไม่ถือหรอกค่ะ” มัดหมี่รีบวางมือบนแขนสามี ทำหน้าตาเศร้าสร้อยเหมือนนางเอกละครหลังข่าว ทั้งที่แววตาที่ส่งมาให้มินนี่นั้นเต็มไปด้วยการเยาะเย้ย “เห็นไหม พี่มัดหมี่เขาใจกว้างขนาดนี้ ทำไมเราถึงใจแคบนัก” “นั่นสิครับมินนี่ นี่พี่มัดหมี่เขาตั้งใจทำให้มากเลยนะ อย่าใช้อารมณ์ตัดสินทุกอย่างเลย” ไม้เอกเสริมด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่ตรงข้ามกับสายตาที่มองด้วยความต้องการอย่างปิดไม่มิด มินนี่เดินตรงเข้าไปที่โต๊ะ ไม่ได้เพื่อร่วมนั่งแต่เพื่อคว้าแก้วน้ำเปล่าที่วางอยู่ขึ้นมา “ใจกว้างเหรอ! ถ้าใจกว้างจริงคงไม่หน้าด้าน ขนาดเข้ามานอนในห้องของแม่ฉัน ทั้งที่แม่ยังไม่ทันจะเผาหรอกมั้ง” มินนี่กระแทกแก้วลงบนโต๊ะ จนน้ำกระเด็นใส่แขนเสื้อของมัดหมี่ “ว้าย! น้องมินนี่” มัดหมี่อุทานเบา ๆ ทำท่าตกใจเกินเหตุ “มินชญา! ขอโทษพี่มัดหมี่ เดี๋ยวนี้!” คนเป็นพ่อที่พยายามข่มอารมณ์อยู่ ก็ลุกขึ้นยืนตัวสั่นด้วยความโกรธ “ไม่! ในบ้านหลังนี้ คนที่ต้องขอโทษคือพ่อกับผู้หญิงคนนี้ ไม่ใช่มินนี่” มินนี่เชิดหน้าสบตาพ่อตัวเองอย่างเอาเรื่อง “มินนี่!” เธอมองข้ามไหล่พ่อไปสบตากับไม้เอกที่แอบเลียริมฝีปากเบา ๆ เมื่อเห็นเธอในชุดเที่ยวสายเดี่ยวบางเบาที่เพิ่งสวมลงมา ด้วยสายตาหิวกระหายของมันทำให้มินนี่รู้สึกขยะแขยงจนอยากจะอ้วก “แล้วก็ฝากบอกน้องชายเมียน้อยคุณพ่อด้วยนะคะ ว่าถ้ามันยังไม่เลิกใช้สายตาต่ำ ๆ แบบนั้น มองมินนี่ มินนี่จะไม่แค่สาดน้ำเปล่าแน่ แต่จะเป็นน้ำแกงที่สาดใส่หน้ามันแทน!” พูดจบมินนี่ก็หมุนตัวเดินออกจากบ้านไปทันที ท่ามกลางเสียงโวยวายของผู้เป็นพ่อที่ไล่หลังมา เธอรีบก้าวออกจากบ้าน และขึ้นไปบนรถที่ลุงดำกำลังจะไปส่ง เพื่อจะออกไปเที่ยวในค่ำคืนนี้ แล้วน้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ก็ไหลหยดลงมา เพื่อประท้วงความอ่อนแอ ที่อยู่ภายใต้การแสดงที่แข็งแกร่งนี้ บ้านที่เคยเป็นวิมานที่สวยงาม เมื่อมีพ่อแม่ลูกเป็นครอบครัวที่อบอุ่นในอดีต แต่ตอนนี้มีแต่ความร้อนไม่ต่างอะไรกับนรก ที่ซ่อนอยู่ในคาบของคฤหาสน์หรู --------------------- กลับมาพบกันอีกแล้วกับเรื่องนี้ แนววัยรุ่นวัยว้าวุ่นเช่นเดิม 📌 สวัสดีค่ะขอเปิดเรื่องเธียรกับมินนี่ อย่างเป็นทางการ อยากจะฝากทุกคนมาอ่านคู่นี้ด้วยนะคะ เป็นแนวพระเอกเข้ามาเพื่อปกป้องดูแลนางเอก แล้วนางเอกก็พยายามสร้างกำแพงของตัวเองให้สูงที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่เพราะความดีของเขา มันเลยเอาชนะใจเธอได้ ทั้งคู่อยู่ด้วยกันใกล้ชิดสนิทสนมทุกวัน จากความไม่ชอบตั้งแต่แรก กลายเป็นความสนิทใจ และเผลอใจชอบกันตอนไหนก็ไม่รู้ตัว นามปากกาพิชา 🙏🏻🥰❤️ตอนที่ 51 ตอนพิเศษจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมดรั่วซีนั่งเหม่อมองออกไปข้างอย่างไร้จุดหมาย บางครั้งเธอยังคงคิดไปถึงเรื่องราวในอดีตของชีวิตก่อน คิดถึงเหตุผลการตัดสินใจทิ้งสามีและลูก เพื่อไปใช้ชีวิตในเมืองที่แสนสุขสบาย ตามที่อีกคนเชิญชวน คิดไปถึงจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมด...การพูดคุยกับกัวเหลียงนั้นแทบนับครั้งได้ แต่ทุกครั้งเขาแสดงออกอย่างสุภาพ เขามีน้ำใจกับครอบครัวของเธอ ลูกของเธอได้เสื้อผ้าใหม่ ได้ของเล่นและยังมีอาหารดี ๆ มากมายหลายอย่างที่เขาซื้อมาฝาก ทั้งที่บางครั้งเธอกับเขาแทบไม่ได้พบหน้ากันเลย แต่เขาก็มีของฝากมาให้ลูกของเธอเป็นประจำการพบเจอกันโดยบังเอิญทำให้เธอได้พูดคุยกับเขาบ้าง แต่ส่วนมากเขาจะพูดคุยกับลูกของเธอ จากตอนแรกเด็ก ๆ ไม่เข้าหาจนตอนนี้ทั้งสองจะชอบยิ้มทักทายและตอบกลับ มันเลยทำให้รั่วซีค่อนข้างที่จะไว
ตอนที่ 50 บทส่งท้ายสองปีต่อมา ข่าวการเสียชีวิตของกัวเหลียงพร้อมกับนายทหารชั้นผู้ใหญ่อีกหลายคนที่บ่อนการพนันในเมืองหลวงกลายเป็นข่าวครึกโครม ทุกคนต่างรู้เรื่องนี้กันดี ไปที่ไหนก็มีแต่คนพูดถึง จริง ๆ แล้วคนไม่ได้พูดถึงกัวเหลียงคนเขาพูดถึงนายทหารชั้นผู้ใหญ่ที่เป็นเจ้าของบ่อนการพนันกลางเมืองตามข่าวแล้ว มีกลุ่มผู้มีอิทธิพลเข้าไปทลายบ่อนก่อน แล้วมีเจ้าหน้าที่ทหารอีกกลุ่มเข้าไปจับกุม สถานที่แห่งนั้นมีครบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการพนัน สารเสพติดหลายชนิด การค้าขายบริการ และคนที่เป็นเจ้าของมียศเป็นถึงท่านนายพล เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องสอบสวนอย่างละเอียด เนื่องจากมีคนใหญ่คนโตเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง ถึงแม้ว่าผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจะเสียชีวิตทั้งหมดในที่เกิดเหตุแล้วก็ตาม"ข่าวที่ออกมาให้ประชาชนรับรู้นั้น มันไม่ใช่เรื่องจริงทั้งหมด พวกเขาขัดแย้งกันเรื่องผลประโยชน์ จึงนำพามาสู่เหตุการณ์ฆ
ตอนที่ 49 ปลอบใจ NCเมื่อพูดคุยและตกลงกันได้แล้วว่าสมควรช่วยเหลือแค่เพียงเบื้องต้นเท่านั้น และเลือกที่จะช่วยเหลือแค่บางคน หากคนไหนมีปัญหาหรือเรียกร้องมากนักก็ไม่ได้ให้ความช่วยเหลือทุกคนเต็มใจจะรับ แต่ปากก็ยังต่อว่าเมื่อไม่ได้อย่างที่ตัวเองต้องการ จนเพื่อนของรั่วซีแทบตบตีกับชาวบ้าน คนที่ต้องการความช่วยเหลือไม่มีปัญหา ส่วนมากเป็นญาติมากกว่าที่มีปัญหา เรียกร้องมากมายจนคนที่อยากช่วยนั้นถอดใจ"ไม่ช่วยแล้วครับ"ประโยคที่สามีของรั่วซีบอกออกมานั้น หมายถึงเขาไม่ช่วยใครแล้ว แต่หากมีคำสั่งแจ้งเตือนจากหน้าจอ เขาก็ให้คนอื่นทำให้ โดยที่ออกค่าใช้จ่ายหรือวัตถุดิบเพียงเท่านั้น และเหมือนหน้าจอจะรู้ ไม่มีคำสั่งช่วยเหลืออีกเลย มีเพียงครั้งแรกครั้งเดียวตอนนี้ผ่านมาเดือนหนึ่งแล้วหลังจากที่สาว ๆ กลับมา ส่วนข่าวคนอื่น ๆ ก็ยั
ตอนที่ 48 ช่วยเหลือข่าวที่สาว ๆ กลับมานั้นรู้กันทุกคน ไม่สามารถเก็บเป็นความลับได้ เพราะมีเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่มาที่หมู่บ้านเพื่อสอบถามข้อมูลต่าง ๆสาว ๆ ไม่ได้กลับมาพร้อมกันทั้งหมด บางคนก็เสียชีวิตไปแล้วเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ ทำให้บรรยากาศของหมู่บ้านมีแต่ความหดหู่และเศร้าโศกกับการจากไปของเด็กสาวบางคน และยังจะมีเด็กสาวอีกหลายคนที่ยังหาไม่เจอ บางคนได้ไปทำงานใช้แรงงานไม่ได้หยุด ไม่ได้ค่าแรง และบางวันแทบไม่มีอาหารตกถึงท้องเลยด้วยซ้ำที่น่าเศร้าใจคือ พ่อแม่พี่น้องบางคนพอรู้เรื่องราวกลับไม่ต้อนรับ ไม่ให้เข้าบ้าน ซึ่งมองแล้วยิ่งทำให้หดหู่ใจ และยังมีบางคนที่ยังตามหาตัวไม่เจอ แต่ละคนจะถูกจับแยกให้ไปทำงานแตกต่างกัน ไม่รู้ข่าวคราวความเป็นมามากเท่าไร หากอยากรู้ว่าทุกคนอยู่ที่ไหนต้องตามหากัวเหลียงที่เป็นคนชักจูงพาไป และตอนนี้กัวเหลียงกำลังหลบหนี เลยทำให้ตามหาตัวได้ยากมากกว่าเดิม
ตอนที่ 43 ทุกอย่างต้องมีของแลกเปลี่ยนผ่านไปอาทิตย์หนึ่งแล้วที่รั่วซีนอนนิ่ง หลับสนิทไม่ไหวติง หมอไม่สามารถตรวจหาได้ว่าป่วยเป็นอะไร เพราะคนไข้มีอาการเหมือนคนหลับ จึงทำได้เพียงใ
ตอนที่ 41 ก้าวแรกชุนผิงสร้างบ้านใหม่อยู่ติดกับลูกชายคนที่สาม ไหนเลยจะคิดว่าชีวิตนี้จะต้องเป็นคนกลืนน้ำลายตัวเองหลาย ๆ ครั้ง วาดหวังว่าลูกชายคนโตคือคนที่ต้องเลี้ยงดูพ่อแม่ ดูแลน้อง ๆ แต่สุดท้
ตอนที่ 38 เรื่องวุ่นวายวันนี้คือวันที่รั่วซีจะย้ายบ้าน แต่หากให้พูดจริง ๆ คือไป ๆ มา ๆ ยังไม่ย้ายไปถาวร อย่างไรเสียก็ยังต้องส่งของให้เพื่อนและพี่สะใภ้สาม เหตุการณ์วันที่ไปประชุมนั้นจบลงด้วยเ
ตอนที่ 37 สาว ๆ ทั้งหมู่บ้านตอนนี้ที่บ้านรั่วซีกลายเป็นสถานที่ประชุมไปเสียแล้ว เพราะพี่ชายพี่สาวอยู่ครบ และยังมีหัวหน้าหวังอยู่ด้วย ทุกคนกำลังคุยกันอย่างเคร่งเครียดเกี่ยวกับเรื่องราวที่ออกไป











