تسجيل الدخول*** เพราะรัก นางจึงทำทุกทางให้ได้แต่งงานกับเขา เพราะแค้นใจที่นางบังอาจรวบรัดจนได้แต่งงานกัน เขาจึงทำทุกท่าให้นางหมดเรี่ยวแรงทุกคืน
عرض المزيدในที่สุดบุตรคนแรกก็ลืมตาดูโลกหล้าที่กว้างใหญ่“ได้ลูกชาย” เสียงหมอตำแยบอกเฟิงอี้พร้อมรอยยิ้ม “ยินดีกับท่านแม่ทัพเฟิงเจ้าค่ะ”เด็กชายตัวน้อยช่างเหมือนบิดาของเขายิ่งนักทั้งหน้าตา ท่าทาง และนิสัยใจคอ ตอนที่ยังเป็นทารกวัยแบเบาะลู่เหมยยังคิดว่าเลี้ยงง่าย แต่พอโตขึ้นมา กลับเริ่มปีกกล้าขาแข็ง ทำตัวดิบเถื่อนเหมือนสามีตัวดีเลย“อาอี้ ท่านพาลูกไปแช่น้ำเย็นเช่นนี้ไม่ได้นะ”หญิงสาวเท้าสะเอวถลึงตาพร่ำบ่นทันทีที่สามีพาลูกกลับบ้านในสภาพเปียกปอนหน้าซีดปากสั่นปานนั้นในขณะที่คนเป็นพ่อกำลังตอบโต้ทว่าไม่ทันเอ่ยคำ กลับเป็นเจ้าตัวเล็กที่อ้าปากจิ้มลิ้มต่อปากต่อคำด้วยกระแสเสียงอันสดใสแต่กังวานฉะฉานแทน“ท่านแม่ห้ามตำหนิท่านพ่อ ข้าต้องการฝึกฝนตัวเองให้แข็งแกร่งทรงพลังที่สุด ภายหน้าจะได้ปกป้องท่านปะไร ห้ามบ่นขอรับ”เหตุผลเช่นนี้ มารดาจะกล่าวต่อว่าอีกได้หรือไร“เฟิงจื่อเมิง” ลู่เหมยแค่นเสียงเรียกนามลูกชายช้าๆ อย่างสะกดอดกลั้นโทสะเอาไว้จนลึกสุดใจ “เจ้านี่นะ”เท่านั้นไม่พอ เจ้าลูกชายตัวดียังไม่รอให้ค่ำมืดดึกดื่นก็รีบปิดประตูลงกลอน ไล่บิดามารดาให้เข้านอนโดยไว “ข้าอยากได้น้องเร็วๆ ขอรับ น้องหญิงหรือน้อ
ในที่สุดข่าวจากชายแดนก็ส่งมาถึงเมืองหลวงหย่งผิงโหวกับเฟิงอี้จึงพากันนำทัพเร่งรุดไปทันทีบนหอสูงนับสิบชั้น ลู่เหมยยืนนิ่ง ใช้สายตามองส่งสามีไปรบแดนไกลอย่างอาลัยอาวรณ์การจากกันครานี้ ปราศจากการทะเลาะบาดหมาง นางจึงจัดสรรสิ่งของต้องประสงค์ให้เขาจนครบถ้วนทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นยาสมุนไพร อาวุธ และสิ่งของเครื่องใช้ เรียกได้ว่าเพียงเฟิงอี้กวาดตามองก็ไม่ต้องเรียกหาจากใครทว่าเรื่องนี้ไม่นับว่าน่าห่วงอันใด สิ่งสำคัญคือชีวิตคน ลู่เหมยรู้สึกเป็นกังวลความปลอดภัยของเฟิงอี้เหนืออื่นใด กระนั้นนางกลับทำอะไรมิได้นอกจากสวดมนต์ภาวนาทุกคืนทุกวันไม่ว่ายามหลับหรือยามตื่น หญิงสาวเอาแต่คิดถึงสามีจนกินไม่ได้นอนไม่หลับ อาการหนักขั้นสุด กระทั่งองค์ชายสี่และองค์หญิงเก้าต้องเร่งรุดมาอยู่เป็นเพื่อน“ข้าห่วงหลาน ไม่ได้ห่วงเจ้า” เซี่ยหยวนเต๋อกล่าว“กินข้าวเสียแล้วดื่มยาบำรุงให้หมด” เซี่ยซิงเยียนดุผู้สูงศักดิ์นั่งเพ่งตาสายตาอันกดดันมองสหายกินข้าวดื่มยาครบมื้อแล้วแต่ก็ยังไม่อาจวางใจ จึงพานางเข้าวังหลวง คอยดูแลอย่างใกล้ชิดเคร่งครัดหลายเดือนต่อมา ในที่สุดขบวนจอมทัพทหารกล้าของหย่งผิงโหวก็เคลื่อนตัวเข้าเมืองหลว
ดังนั้น ในเมื่อตอนนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้วสิ้นเชิง ใจของเถียนฮูหยินย่อมเปลี่ยนตามอย่างไร้ข้อกังขาลู่เมิ่งมีน้องสาวที่เป็นถึงฮูหยินของแม่ทัพเฟิงทั้งยังมีองค์หญิงองค์ชายผู้สูงศักดิ์เทียมฟ้าหนุนหลัง คนยังไม่เอ็นดูยอมอ่อนข้อได้หรือเถียนฮูหยินจึงตัดสินใจเป็นฝ่ายเดินทางมาพบบุตรชายคนรองถึงเรือนเถียนจวินด้วยตัวเองทันที“จวินเอ๋อร์ เจ้าเรียกเมิ่งเอ๋อร์มาพบแม่หน่อยเถิด”“ขอรับ”เถียนจวินไม่รอช้า รีบไปตามภรรยารักด้วยตัวเอง ไม่นาน ชายหนุ่มหญิงสาวก็เดินเข้ามาคำนับมารดาเถียนฮูหยินยิ้ม รีบถามบุตรชายต่อหน้าภรรยาเขา “แม่ถามเจ้าสักคำ ขอเจ้าตอบแม่ตามตรงได้หรือไม่”“ขอรับ”“อนุภรรยาที่แม่เพียรเฟ้นหามาให้เจ้าได้เข้าหอกับพวกนางหรือยัง”เถียนจวินอ้ำอึ้ง สุดท้ายก็ยอมรับเสียงเบา “ยังขอรับ ท่านแม่ ลูกไม่...”บุตรชายยังพูดไม่จบ เถียนฮูหยินพลันโบกมือพัลวัน หัวเราะอย่างไม่ถือสาหาความทันทีแน่นอนว่าหากนางรู้เรื่องนี้ก่อนหน้าคงอาละวาด ทว่าตอนนี้นางรู้แล้วว่าลู่เมิงไม่ธรรมดาคนย่อมรู้ความยอมกระทำตัวหน้าหนาแล้ว“ไม่เป็นไร ลูกอย่ากังวล แม้รูปโฉมและฐานะของอนุเหล่านี้จะสูงส่งปานใด ช่วยค้ำจุนสกุลเถียนได้มากแค่ไหน ทว
ลู่เหมยยังคงจดจำได้ ครั้งแรกที่แต่งงานกับเฟิงอี้ ตอนเข้าพิธีเขาเหมือนกระทำให้มันจบๆ ไปอย่างไม่ให้ความร่วมมือเท่าที่ควร แต่การแต่งงานครั้งนี้กลับแตกต่างมาก บุรุษคนเดิม เจ้าบ่าวคนเดิม แต่เพิ่มเติมคือการเอาใจใส่ ทุกรายละเอียดในวันนี้จึงประณีตงดงามและหรูหรา งานมงคลถูกสรรสร้างออกมาได้ยิ่งใหญ่ดีเลิศเหลือเกิน ภายใต้ผ้าคลุมหน้าเจ้าสาว ลู่เหมยยิ้มจนปากจะฉีกถึงหูแล้ววันนี้นอกจากญาติๆ สกุลลู่สกุลเฟิงจากเมืองเยี่ยโจวที่ร่วมขบวนมาอย่างคับคั่ง ยังมีคนสกุลเถียนมาร่วมงานด้วยช่วยมิได้ที่ลู่เหมยตั้งใจเชื้อเชิญมาจนครบเชียวล่ะโดยเฉพาะนายท่านเถียน ฮูหยินเถียน คุณชายใหญ่และครอบครัวของเขาพี่เขยและพี่สาวย่อมที่มาร่วมยินดีพร้อมหน้าอยู่แล้วลู่เหมยแอบมองพวกเขาผ่านผ้าคลุมหน้าที่เลือนราง ทว่าทุกการสังเกตของนางกลับแจ่มชัดยิ่งงานมงคลวันนี้มิใช่เพียงยิ่งใหญ่เกริกไกรสมฐานะศิษย์เอกของแม่ทัพใหญ่หย่งผิงโหว แต่ผู้ร่วมงานยังสูงศักดิ์เทียมฟ้า คนผู้นั้นก็คือโอรสสวรรค์และหลี่กุ้ยเฟย รวมถึงองค์ชายสี่และองค์หญิงเก้าด้วยเรียกได้ว่าในห้องโถงพิธีมีแต่ชนชั้นสูงอย่างแท้จริงลู่เหมยเห็นนายท่านเถียนและฮูหยินเถียนเบิก
เพราะแม่สามีเป็นสตรีแสนดีเช่นนี้อย่างไรเล่า ลู่เหมยถึงไปไหนไม่รอด หญิงสาวเหลือบตาขึ้นมองท้องฟ้า กลืนน้ำตาให้ไหลกลับคืนลงไปทุกหยาดหยด ก่อนกลับมามองตรง เอ่ยยิ้มๆ กับสตรีที่รักเคารพไม่ต่างจากมารดาแท้ๆ ตรงหน้า “เช่นนี้ย่อมดียิ่ง ต่อไปข้าก็สามารถมาดูแลท่านแทนเฟิงอี้ได้เต็มที่เลย”จางซื่อแย้มยิ
“ดี...ดีเหลือเกิน” ครานี้เป็นลู่เหมยบ้างที่กัดฟันกรอด นางเอ่ยเสียงเย็นยะเยือก “ท่านเสนอตัวเป็นทหารเยี่ยงนี้ คงอยากสร้างผลงานโดดเด่น กลายเป็นแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่ กลายเป็นบุรุษองอาจเกรียงไกรต้องพระทัยฮ่องเต้ ท้ายที่สุด เมื่อท่านสมปรารถนาในยศถา มีจวนใหญ่โตในเมืองหลวง ท่านก็จะเป็นที่หมายปองของสตรีสูงศักด
กล่าวจบก็ดึงห่อผ้าจากมือภรรยาคืนอย่างเย็นชา ในใจให้รู้สึกไม่สบอารมณ์ขึ้นมา ตอนที่เขาเข้าไปบอกมารดา ท่านยังแย้มยิ้มยินดี สีหน้าฉายชัดถึงความภาคภูมิใจท่วมท้น คนยังคิดจัดงานสังสรรค์ยิ่งใหญ่เพื่อป่าวประกาศกับเครือญาติ ให้คนตระกูลเฟิงทั้งหมดมาส่งเขาผ่านงานเลี้ยง เขาห้ามไว้เพราะเกรงมารดาต้องตระเตรียมงาน
แคว้นต้าเทียนไม่มีการบังคับลากบุรุษไปเป็นทหาร ทั้งยังมีการคัดเลือกเข้าประจำการอย่างเข้มงวดอย่างยิ่งดังนั้นจึงไม่มีบุตรหลานบ้านใดต้องตายใต้คมดาบโดยไม่เต็มใจ มีเพียงบิดามารดามักจะส่งลูกชายเข้าสอบคัดเลือกอย่างกระตือรือร้นเพราะคนที่เป็นทหารประจำการล้วนได้เลื่อนฐานะจากสามัญชนเป็นขุนนางฝ่ายบู๊อย่างเต็ม






![เฮ่าเทียนแห่งหอคณิกา [NC25+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)





المراجعات