مشاركة

บทที่ 6

مؤلف: Davide
last update تاريخ النشر: 2025-10-16 21:48:06

ตอนที่6 ทบทวนเหตุผลอีกครั้ง

เช้าวันต่อมา

มินนี่ตื่นเช้ามาด้วยหน้าตาไม่สดใสเหมือนทุกวัน ข้าวเช้าก็ทานได้น้อยผลพวงจากการเสียใจเรื่องครูปลายฟ้าเมื่อวาน

“มินนี่ทำไมทานข้าวนิดเดียวล่ะลูกวันนี้อาหารไม่อร่อยหรือคะ เดี๋ยวป่ะป๊าต้องเรียกแม่ครัวมาตักเตือนเสียหน่อยโทษฐานที่ทำอาหารไม่ถูกปากลูกสาวป่ะป๊า” ภีร์แกล้งพูดกับลูกสาวด้วยสีหน้าจริงจังเพราะเสียงเจื้อยแจ้วที่ดังบนโต๊ะอาหารทุกเช้ามาวันนี้กลับเงียบหายพร้อมกับท่าทางที่ดูเศร้าหมองของเด็กสาว

“กับข้าวยังอร่อยเหมือนเดิมค่ะป่ะป๊าแต่มินนี่ไม่หิว”

“มินนี่ลูกจะอดข้าวอดน้ำแบบนี้ไม่นะครับ” เสียงทุ้มบอกกับลูกสาวอย่างใจเย็น

“มินนี่ไม่อยากเรียนไวโอลินกับคุณครูคนอื่น มินนี่อยากเรียนกับครูปลายฟ้า ถ้าครูปลายฟ้าไม่มาสอนมินนี่ก็ไม่อยากเรียนค่ะ” ท่าทางของลูกสาวที่จริงจังทำให้ภีร์ต้องคิดหนักขึ้นเรื่อย ๆ

ปลายฟ้ายังคงดูแลพ่อของเธอที่นอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลไม่เคยห่างหายไปไหน ทุกครั้งที่ภีร์เข้ามาตรวจคนไข้เตียงข้าง ๆ ก็เจอปลายฟ้าที่นั่งเฝ้าพ่อของเธอทุกครั้ง

“วันนี้มาดึกเลยนะคะคุณหมอ” พยาบาลเวรดึกทักทายภีร์เมื่อเห็นคุณหมอหนุ่มเดินมาดูอาการคนไข้หลังจากที่โทรมาแจ้งก่อนหน้านี้ วันนี้ภีร์มีผ่าตัดตั้งแต่เช้าและอีกเคสช่วงบ่ายจนพึ่งจะออกจากห้องผ่าตัดเลยให้หมอเวรขึ้นตรวจคนไข้แทน พอผ่าตัดเสร็จก็รีบขึ้นมาตรวจคนไข้เพราะเข้าใจความรู้สึกของคนไข้และญาติดีว่าต้องการเจอหมอเพื่อทราบถึงความคืบหน้าในการรักษา

“ครับพึ่งออกจาก OR มาครับ” ภีร์ตอบพยาบาลประจำวอร์ดด้วยรอยยิ้มแม้จะท่าทางจะเนือย ๆ

“ดูท่าทางคุณหมอแล้วน่าจะเคสหนักเอาเรื่องนะคะจริง ๆ ไว้ราวด์วอร์ดพรุ่งนี้เช้าเลยก็ได้ค่ะ”

“ไม่เป็นไรครับผมแค่แวะมาดูอาการคนไข้ สักพักก็จะกลับแล้วครับ” บอกกับพยาบาลติดตามแล้วภีร์ก็เดินนำหน้าไปยังห้องพักผู้ป่วยโดยมีพยาบาลถือชาร์จเดินตามไปติด ๆ

เมื่อเข้ามาในห้องพักผู้ป่วยที่ตอนนี้คนป่วยและญาติส่วนใหญ่นอนหลับพักผ่อนกันบ้างแล้ว เหลือเพียงบางส่วนที่ยังมีพูดคุยกันเบา ๆ ระหว่างผู้ป่วยกับญาติ ชายหนุ่มชะงักเล็กน้อยเมื่อเดินผ่านห้องพิเศษเตียงคู่ที่พ่อปลายฟ้าและคนไข้ในความดูแลของเขาพักรักษาตัวอยู่ คุณหมอหนุ่มอดไม่ได้ที่จะเปิดประตูแวะเข้าไปดูที่ตอนนี้คนป่วยได้หลับไปแล้ว ส่วนคนเฝ้าซึ่งก็คือหญิงสาวที่เป็นต้นเหตุให้ลูกสาวตัวน้อยของเขาต้องฟูมฟายเกือบทั้งคืนทั้งวันที่ผ่านมาก็ฟุบหลับอยู่กับเตียงข้าง ๆ ผู้เป็นพ่อที่นอนหลับอยู่บนเตียง ภีร์หยุดยืนมองไม่นานนักก็เดินออกไปตรวจคนไข้ห้องอื่น แต่เมื่อภีร์ตรวจคนไข้เสร็จแล้วกำลังจะเดินออกจากห้องพักสายตาคมก็เหลือบไปเห็นปลายฟ้าที่นอนฟุบหลับอยู่ข้างเตียงผู้เป็นพ่อซึ่งตอนนี้แจ็กเกตที่หญิงสาวใช้คลุมไหล่บางไว้นั้น ได้ไหลลงไปกองอยู่ที่พื้นโดยที่ปลายฟ้าก็ไม่รู้ตัว คุณหมอหนุ่มจึงจดบางอย่างลงชาร์จในมือก่อนจะยื่นแล้วบอกให้พยาบาลไปจัดการ เมื่อพยาบาลสาวเดินผ่านไปภีร์จึงค่อย ๆ เปิดประตูเดินเข้าไปที่ในห้องก่อนจะไปหยุดยืนใกล้ ๆ ที่หญิงสาวนั่งฟุบหลับ

“หลับลึกขนาดนั้นเลยหรือไง” มือหนาก้มลงไปหยิบแจ็กเกตผู้หญิงสีน้ำตาลขึ้นมาคลุมให้ปลายฟ้าพร้อมพึมพำเบา ๆ และยืนมองคนที่ฟุบหลับสลับกับมองพ่อของหญิงสาวเนิ่นนานก่อนจะเดินออกจากห้องผู้ป่วยไป ภาพผู้หญิงที่ยืนกอดผู้ชายอยู่หน้าโรงเรียนวันนั้นถูกลบออกจากความทรงจำของภีร์ไปเกือบหมดมีเพียงภาพเด็กสาวกตัญญูที่เข้ามาเป็นความทรงจำใหม่แทน

ภีร์เก็บเรื่องเคสของพ่อปลายฟ้ามาคิดทบทวนทุกคืนยิ่งใกล้วันที่จะผ่าตัดชายหนุ่มยิ่งนอนไม่หลับ ความไม่อยากยุ่งเกี่ยวตอนนี้เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความเครียดเล็ก ๆ เพราะการตัดสินใจของเขามีลูกสาวเข้ามาเกี่ยวข้อง รวมถึงภาพหญิงสาวคนหนึ่งที่คอยมานั่งเฝ้าและให้กำลังใจคนเป็นพ่อทั้งวันทั้งคืนทำให้ภีร์คิดจนแทบนอนไม่หลับ

“เมื่อคืนมึงมีผ่าตัดหรือไอ้ภีร์” เวย์ถามขึ้นด้วยความสงสัยระหว่างที่อยู่ในห้องพักแพทย์ เพราะเช้านี้ดูภีร์ไม่ค่อยสดชื่นเหมือนไม่ได้นอนและดูไม่ค่อยพูดมากเหมือนทุกวัน

“เปล่าผ่าเสร็จตั้งแต่สามทุ่มแล้วก็ขึ้นไปดูคนไข้ต่อสักพักก็กลับ” น้ำเสียงราบเรียบตอบกลับคนเป็นเพื่อนโดยที่มือกำลังคนกาแฟอยู่แต่ไม่รู้คนไปแล้วนานเท่าไหร่เพราะใจมัวแต่คิดถึงใบหน้าของหญิงสาวที่ตลอดหลายวันที่ผ่านมานั้นสร้างความวุ่นวายในหัวสมองเขาอยู่ตลอดเวลา

“มึงจะคนอีกนานไหมกาแฟ หรือรอให้มันเย็นก่อน” เมื่อถูกเพื่อนพูดดึงสติภีร์จึงหยุดคนกาแฟแล้วหยิบแก้วเดินมานั่งจิบเบา ๆ ที่โซฟา

“มึงมีอะไรหรือเปล่า” ภาคย์ที่มองภีร์อยู่เหมือนกันเอ่ยถามขึ้นเพราะเห็นความผิดปกติของภีร์ไม่ต่างจากที่เวย์ทัก

“เปล่า กูขึ้นไปดาดฟ้าแป๊บนะแล้วเดี๋ยวคงเลยไปที่แผนกเลย” ภีร์ยังคงไม่ตอบอะไรเพื่อนทั้งสองคนมากนัก เมื่อคิดไม่ตกจึงขอปลีกตัวไปอยู่คนเดียวเงียบ ๆ

“มันจะรู้ไหมว่าคำว่าเปล่าของมันสวนทางกับสีหน้าและท่าทางของมันแค่ไหน” เวย์มองตามหลังภีร์ไปจนลับตาก่อนจะหันมาพูดกับภาคย์ที่สงสัยไม่แพ้กัน

ภีร์เดินขึ้นไปบนดาดฟ้าที่มีสวนหย่อมจัดไว้อย่างสวยงาม ส่วนมากแล้วจะไม่ค่อยมีคนไข้หรือญาติขึ้นมาเพราะไม่ค่อยมีใครรู้ว่าชั้นดาดฟ้าของโรงพยาบาลมีสวนหย่อมที่จัดไว้อย่างสวยงาม จะมีเพียงแพทย์และเจ้าหน้าที่เท่านั้นที่รู้ แต่ก็ไม่ค่อยมีใครขึ้นมาบ่อยนักยกเว้นภีร์และเวย์ที่จะผลัดกันหรือนาน ๆ จะขึ้นมาพร้อมกันเพื่อสูบบุหรี่คลายเครียดเป็นครั้งคราว ส่วนภาคย์เนื่องจากเป็นผู้บริหารจึงไม่ค่อยจะสูบบุหรี่ที่โรงพยาบาลให้ใครเห็นนอกจากเวลาไปแฮงเอาต์กับภีร์และเวย์

ภีร์ขึ้นลิฟต์มาจนถึงชั้นดาดฟ้ามือหนาควานหาบุหรี่ที่หยิบติดมือมา และก่อนที่จะทันได้ยกบุหรี่ขึ้นจุดสายตาก็เผลอไปเห็นปลายฟ้าที่กำลังนั่งกอดตัวเองร้องไห้สะอื้นตัวโยนอยู่กับเก้าอี้ เป็นภาพที่สะเทือนใจแก่ชายหนุ่มยิ่งนัก แม้จะเคยเจอภาพลักษณะนี้บ่อยครั้งจนชินตา แต่ไม่รู้ทำไมเขาอยากเป็นคนที่ช่วยเธอให้หยุดร้องไห้ ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่ภีร์เห็นปลายฟ้ามานั่งร้องไห้ที่บนดาดฟ้าแม้จะแปลกใจที่หญิงสาวรู้ว่าชั้นนี้มีที่นั่งพักผ่อน ภีร์ตัดสินใจเก็บบุหรี่ลงกระเป๋ากางเกงก่อนจะยืนดูปลายฟ้าร้องไห้สักพักแล้วเดินลงลิฟต์ไปเช่นเดิม

“อ้าว วันนี้ทำไมเป็นสิงห์รมควันเร็วนักหรือกลัวอาบน้ำล้างกลิ่นไม่ทัน” ภาคย์ถามขึ้นทันทีเมื่อเห็นภีร์เดินกลับเข้ามาในห้องพักแพทย์ทั้งที่พึ่งออกไปได้ไม่ถึงสิบนาที

“เปล่า ขี้เกียจสูบก็เลยเปลี่ยนใจ” ร่างสูงนั่งลงโซฟาตรงข้ามกับภาคย์แล้วยกมือขึ้นเท้าคางทำสีหน้าครุ่นคิด ภีร์นึกถึงภาพที่ปลายฟ้าแอบมองเขาทุกครั้งที่เข้าไปตรวจคนไข้เตียงข้าง ๆ สายตาคู่นั้นที่มองมาบางครั้งก็เกือบทำให้ภีร์ใจอ่อน แต่ทุกครั้งภีร์ก็มักจะหาเหตุผลมาปฏิเสธความอ่อนไหวในใจของตัวเองเสมอและแม้ว่าภีร์จะพยายามไม่สนใจท่าทีของลูกสาวที่เปลี่ยนไปเพราะครูสอนไวโอลินที่ชื่นชอบอยู่ในช่วงลาคลาสรวมถึงหญิงสาวที่เขาเห็นขึ้นไปนั่งร้องไห้บนดาดฟ้าของโรงพยาบาลแทบจะทุกวัน แต่ท่าทีของลูกสาวและเหตุการณ์ซ้ำแล้วซ้ำเล่าบนดาดฟ้าก็ทำให้คุณหมอหนุ่มต้องนั่งทบทวนเรื่องนั้นอีกครั้งซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ภีร์ไม่ต้องการเห็นความทุกข์ของลูกสาวของเขาเพราะยิ่งคิดก็ยิ่งเหมือนเขาทำร้ายจิตใจผู้หญิงทั้งสองคนทั้งที่สามารถช่วยให้ทั้งคู่กลับมามีชีวิตชีวาได้ และทางเดียวที่จะช่วยปลายฟ้าได้ก็คือช่วยรักษาหัวใจของเธอนั่นคือพ่อของเธอที่นอนป่วยรอการรักษาอยู่ ซึ่งก็จะส่งผลให้ลูกสาวของเขาพอใจและกลับมาเป็นมินนี่คนเดิมอีกครั้ง

นี่เป็นอีกสาเหตุหลักที่ทำให้ภีร์คิดเปลี่ยนใจทั้งที่ตัดสินใจว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวเคสนี้อีกและอีกสาเหตุหนึ่งคือรู้สึกสงสารปลายฟ้า หญิงสาวตัวเล็กที่ต่อหน้าผู้เป็นพ่อนั้นยิ้มสดใสตลอดเวลาแต่ใครจะไปรู้ว่าเธอนั้นแอบไปร้องไห้คนเดียวอยู่บ่อย ๆ ต้องเข้มแข็งแค่ไหนถึงจะผ่านช่วงเวลานี้ไปได้

“มึงมีอะไรก็รีบพูดมาไอ้ภีร์ยืนมองหน้ากูอยู่แบบนั้นวันนี้ทั้งวันกูก็ไม่รู้เรื่อง” ภาคย์ถามภีร์เมื่อตอนนี้นั่งกันอยู่สองคนเพราะเวย์มีคิวผ่าตัด

“กูขอตัวไปแผนกอายุรกรรมก่อนนะ” นอกจากจะไม่ตอบภาคย์แล้วภีร์ก็รีบพูดขอตัวกับเพื่อนเป็นรอบที่สองก่อนจะเดินออกไปเหมือนกับว่ากลัวจะไม่ทันการณ์ ภาคย์นั่งนิ่งมองดูการกระทำของภีร์ก่อนจะเริ่มเข้าใจในสถานการณ์ที่ภีร์เผชิญอยู่

เหตุการณ์ในห้องพักแพทย์แผนกอายุรกรรม

“หมอขวัญผมขอคุยด้วยสักครู่สะดวกไหมครับ” ภีร์เดินเข้ามาในห้องพักแพทย์แผนกอายุรกรรมที่มีแพทย์หญิงของขวัญนั่งทำงานอยู่

“ได้ค่ะหมอภีร์มีอะไรคะ”

“เคสคนไข้ที่ที่ชื่อธิติหมอเตรียมความพร้อมถึงไหนแล้วครับ” สีหน้าจริงจังยามเมื่อถามแพทย์เจ้าของไข้ทำเอาคนถูกถามแปลกใจเพราะหลังจากร่วมชี้แจงแนวทางการรักษาให้ญาติคนไข้เมื่อหลายวันก่อนคุณหมอหนุ่มตรงหน้าก็ปฏิเสธที่จะยุ่งเกี่ยวกับเคสนี้ทุกอย่าง

“ก็พร้อมเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์แล้วค่ะเพราะวันมะรืนเราต้องผ่าตัดแล้ว หมอภีร์มีอะไรหรือเปล่าคะ” แพทย์หญิงของขวัญถามศัลยแพทย์มือหนึ่งของโรงพยาบาลพร้อมกับมองหน้าอีกฝ่ายเพื่อรอคำตอบ ภีร์นิ่งไปสักพักก่อนจะพูดขึ้นมาอย่างคนที่มั่นใจในสิ่งที่กำลังจะทำ

“ผมจะเป็นคนผ่าตัดให้กับเคสนี้เองครับ” น้ำเสียงหนักแน่นที่เปล่งออกไปให้หมอเจ้าของไข้ได้ยินทำเอาคนฟังมองมาเหมือนไม่อยากเชื่อว่าชายหนุ่มจะเปลี่ยนใจมาผ่าตัดให้

“ทำไมหมอถึงเปลี่ยนใจคะ”

“เคสนี้เป็นเคสพิเศษที่โรงพยาบาลและทีมแพทย์จากหลายแผนกทำวิจัยร่วมด้วย หมอภาคย์มอบหมายให้ผมมาดูแลเคสนี้เพราะต้องการเก็บรวบรวมข้อมูลระหว่างทำการผ่าตัดเพื่อนำไปเป็นกรณีศึกษาให้แพทย์รุ่นต่อไปด้วยครับ” ภีร์ตอบเหมือนว่าตนเองทำตามหน้าที่ไม่ได้มีอะไรพิเศษไปมากกว่านั้น แพทย์หญิงของขวัญที่นั่งฟังคำตอบของหนึ่งในศัลยแพทย์ฝีมือดีที่สุดในโรงพยาบาลแล้วแอบยิ้มน้อย ๆ

“ฉันจะเชื่ออย่างนั้นก็แล้วกันค่ะ ขอบคุณนะคะที่ยอมหันหลังกลับมาแม้จะช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้ก็ตาม” ยังไม่วายเอ่ยแซวหมอหนุ่มกลับไป ถึงจะเพื่อนกันมานานแต่บางเรื่องเธอเองก็คาดเดาความคิดของชายหนุ่มไม่ออกเหมือนกัน แต่สำหรับเคสนี้ถือว่าเป็นไปตามที่เธอคาดการณ์ไว้แม้จะช้ากว่าที่คิดไว้ก็ตาม
استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • หมอในฝัน (หมอภีร์)   บทที่ 58

    “จริงเหรอคะ” ใบหน้าเปื้อนยิ้มที่เต็มไปด้วยความสุขภีร์เองก็พลอยมีความสุขไปด้วย“ครับ เข้าไปอาบน้ำแต่งตัวก่อนเดี๋ยวอีกหนึ่งชั่วโมงพวกเขาก็คงเดินทางมาถึง” มือหนาโอบรอบเอวคอดประคองเดินเข้าไปในบ้าน“แล้วอาหารกับพวกเครื่องดื่มล่ะคะ คุณเตรียมหมดแล้วเหรอ”“ผมสั่งมาหมดแล้วครับ อีกครึ่งชั่วโมงพวกเขาจะเอามาส่ง

  • หมอในฝัน (หมอภีร์)   บทที่ 57

    สามเดือนถัดมาวันนี้เป็นวันที่ปลายฟ้าต้องขึ้นแสดงคอนเสิร์ตในงานเทศกาลดนตรีนานาชาติของเยอรมันหลังจากที่ฝึกซ้อมกันมาหลายเดือน“ตื่นเต้นเหรอครับ” ปลายฟ้าที่นั่งกุมมือตัวเองแน่นตลอดตั้งแต่ออกจากบ้านจนตอนนี้มาถึงสถานที่จัดงาน ภีร์ที่จอดรถสนิทจึงหันมาเอ่ยถามขึ้น“นิดหน่อยค่ะ ฉันกลัวว่าจะทำออกมาได้ไม่ดีพอ”

  • หมอในฝัน (หมอภีร์)   บทที่ 56

    ตอนที่ 33 ขอบคุณที่เกิดมา“อือ..อื้อ” สิ้นเสียงคำตอบภีร์ก็กระโจนใส่ร่างบางราวเสือเจอเนื้อชิ้นโปรดที่ยืนเฝ้าอยู่เนิ่นนาน บัดนี้ถึงเวลาเจ้าของชิ้นเนื้ออนุญาตให้ลิ้มรสได้จึงไม่รีรอที่จะเขมือบเข้าปากภีร์จัดการถอดชุดนอนปลายฟ้าจนเธออยู่ในสภาพเปลือยเปล่า ก่อนจะหันกลับมาปลดเปลื้องเสื้อผ้าของตัวเองพลางซุกคล

  • หมอในฝัน (หมอภีร์)   บทที่ 55

    “ขยับเข้ามาอีกก็ได้ เดี๋ยวคุณก็ตกเตียงหรอก” ร่างบางที่นอนขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่มนอนชิดขอบเตียงอีกด้าน เว้นระยะห่างจากภีร์ไกลพอสมควร“ผมไม่ทำอะไรคุณหรอกฟ้า..ถ้าคุณไม่ยินยอม อากาศหนาวนอนใกล้กันอุ่นจะตาย..มา”“อ๊ะ!” ปลายฟ้าร้องเสียงหลงเมื่อมือหนาดึงเธอเข้ามากอด ใบหน้าทั้งสองห่างกันไม่ถึงสิบเซน“หายกลัวหรือย

  • หมอในฝัน (หมอภีร์)   บทที่ 54

    ตอนที่32 เรื่องเล่าหลอกเด็กมื้อค่ำบรรยากาศที่เงียบสงัดยามค่ำคืนพระอาทิตย์ที่ลับขอบฟ้าไปและมีแสงไฟหลากสีสว่างขึ้นแทน บ้านเรือนที่ตั้งอยู่ไม่ห่างกันต่างกำลังมีความสุขกับครอบครัวในมื้อค่ำ ภีร์และปลายฟ้านั่งทานอาหารที่ช่วยทำขึ้นมาอย่างมีความสุข“คุณกลัวผีไหม” อยู่ ๆ ภีร์ก็ถามขึ้นเมื่อเห็นว่าปลายฟ้านั้

  • หมอในฝัน (หมอภีร์)   บทที่ 53

    “เห็นนั่งชมวิวเงียบ ๆ ช่างสังเกตเหมือนกันนะเนี่ย แล้วชอบไหมครับ”“ชอบค่ะ บรรยากาศดีมากเลยนะคะ”สองวันต่อมาเช้าวันจันทร์ที่สดใสกับอุณหภูมิ 13 องศา ปลายฟ้าตื่นแต่เช้ามืดมาเตรียมอาหารเช้าสำหรับเธอและภีร์เล่นเคย วันนี้เป็นวันที่สามที่ทั้งสองเดินทางมาเยอรมันและวันนี้เป็นวันแรกที่ทั้งสองต้องเริ่มไปทำหน้า

  • หมอในฝัน (หมอภีร์)   บทที่ 30

    ตอนที่20 ไม่มีโอกาสอธิบายอาหารที่สั่งถูกทยอยมาวางลงตรงหน้า ปลายฟ้ารีบเงยหน้าแล้วกลืนก้อนแข็ง ๆ ลงคอพร้อมกับบังคับตัวเองให้เป็นปกติ“ทานอาหารก่อนดีกว่าเดี๋ยวถ้าเย็นแล้วจะเสียรสชาติหมด” ภีร์พยายามแก้สถานการณ์ที่ดูตึงเครียดเมื่อครู่ให้ดูผ่อนคลาย แม้ภายในใจจะหวั่น ๆ กับท่าทางของคนตรงหน้าตอนนี้ก็ตาม ภีร

  • หมอในฝัน (หมอภีร์)   บทที่ 29

    “กูไม่ได้ดีขนาดที่จะทุ่มเทหรือวิ่งไล่ตามเพื่อเอามานั่งดูเฉย ๆ หรอกไอ้เวย์” หมอนพิงใบย่อมถูกโยนไปหาเวย์พร้อมกับที่ร่างสูงของศัลยแพทย์หนุ่มลุกขึ้นยืนแล้วเดินออกจากห้องไปทิ้งให้เพื่อนทั้งสองมองหน้ากันแล้วอมยิ้มเมื่อถึงวันที่ภีร์นัดกับปลายฟ้าไว้ว่าชายหนุ่มก็ตื่นเต้นจนไม่เป็นอันทำอะไร“รอผมนานหรือเปล่า”

  • หมอในฝัน (หมอภีร์)   บทที่ 28

    ตอนที่19 ทวงคำตอบเช้าวันต่อมาภีร์ก็ทำหน้าที่ไปส่งมินนี่ที่โรงเรียนเช่นเดิมแต่สิ่งที่ผิดแปลกไปจากทุกครั้งคือวันนี้คุณหมอหนุ่มขับรถออกนอกเส้นทาง ภีร์แวะมาหาปลายฟ้าที่โรงเรียนสอนดนตรีก่อน นั่งรอสักพักก็เจอครูสาวเปิดประตูลงจากรถ“ปลายฟ้า” เสียงทุ้มที่เรียกชื่อตนเองทำให้ปลายฟ้าหันไปมองตามเสียงนั้น ร่างส

  • หมอในฝัน (หมอภีร์)   บทที่ 27

    วันรุ่งขึ้นภีร์ตื่นแต่เช้าและเป็นคนมาส่งมินนี่ที่โรงเรียนสอนดนตรีด้วยตัวเองทั้งที่พึ่งได้นอนไปเมื่อเกือบสว่าง แต่เพราะความอยากเจอปลายฟ้าจึงต้องพาร่างกายอันเหนื่อยล้าลุกจากที่นอนภีร์มาถึงโรงเรียนตั้งแต่ 8 โมงครึ่งทั้งที่โรงเรียนเปิด 9 โมง (มินนี่มาเรียนโรงเรียนสอนดนตรีเฉพาะเสาร์อาทิตย์) ภีร์นั่งรอโร

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status