หมอในฝัน (หมอภีร์)

หมอในฝัน (หมอภีร์)

last updateTerakhir Diperbarui : 2025-10-20
Oleh:  DavideOngoing
Bahasa: Thai
goodnovel18goodnovel
Belum ada penilaian
58Bab
751Dibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

เขาไม่รู้ว่าความรู้สึกที่มีต่อเธอคืออะไร… แค่รู้ว่าไม่อยากเห็นน้ำตาเธอ ไม่อยากให้ใครได้ยินเสียงหัวเราะของเธอนอกจากเขา และวันที่เพื่อนถามว่า “มึงทนเห็นเขาจูบกับคนอื่นได้ไหม” "ไม่"คำตอบเดียวที่หลุดออกมาทำให้เขาได้รู้ ว่าความรัก…มันชัดเจนตั้งแต่แรกแล้ว

Lihat lebih banyak

Bab 1

บทที่ 1

ตอนที่1 ภาพจำ

ณ โรงเรียนสอนดนตรี

“มินนี่ตั้งใจเรียนนะคะเด็กดี”

“ค่ะป่ะป๊ามินนี่จะเป็นเด็กดีและตั้งใจเรียนค่ะ” สาวน้อยหน้าตาน่ารักยืนส่งยิ้มหวานให้ผู้ปกครองที่มาส่ง ก่อนจะหันหลังกลับเดินเข้าไปด้านในโรงเรียน

“คุณครูปลายฟ้าสวัสดีค่ะ” เสียงใสกล่าวทักทายครูสาวที่ยืนอยู่หน้าประตูทางเข้าพร้อมส่งรอยยิ้มหวานไปให้

“สวัสดีค่ะมินนี่คนสวย วันนี้มาโรงเรียนแต่เช้าเลยนะคะ” ปลายฟ้าหันมาทักทายเด็กหญิงตัวเล็กที่สะพายกระเป๋าไวโอลินมาด้วย

“สวัสดีค่ะ คุณลุงเจสุดหล่อ” เด็กน้อยผู้ไร้เดียงสากล่าวทักทายชายหนุ่มที่ยืนคู่กับคุณครูสาวอย่างมีมารยาท

“สวัสดีค่ะคนสวย วันนี้ชุดน่ารักมากเลยนะครับ” เสียงทุ้มอบอุ่นกล่าวทักทายเด็กสาวตัวน้อย

“ขอบคุณค่ะ หนูขอเข้าไปด้านในก่อนนะคะ” เด็กน้อยโบกมือบ๋ายบายก่อนจะวิ่งหายเข้าไปด้านใน เหลือเพียงชายหนุ่มกับครูสาวสองคนที่ยังยืนคุยกันอย่างสนิทสนมอยู่ที่เดิม

“พี่ไปก่อนนะ ดูแลตัวเองดี ๆ ด้วยเด็กดื้อของพี่” ทั้งสองกอดลากันก่อนจะผละออก และอยู่ ๆ ก็มีใครบางคนเดินเข้ามาพูดแทรกขึ้น

“นี่เหรอครูปลายฟ้าที่มินนี่บอกน่ารักและนิสัยดี มายืนกอดกับผู้ชายอยู่หน้าโรงเรียนไม่รู้จักอายเด็กมันบ้างเลย” ภีร์พูดขึ้นเมื่อเดินเข้าไปใกล้ทั้งสองและพูดขึ้นเสียงดังพอที่ทั้งสองจะได้ยินชัดเจนทุกคำ

“ที่นี่โรงเรียนและเด็กค่อนข้างเยอะ ผู้ใหญ่ที่ดีไม่ควรมายืนแสดงความรักในที่สาธารณะแบบนี้เพราะเด็กจะเอาไปเป็นเยี่ยงอย่างได้ ผมว่าไม่ดีสักเท่าไหร่นะครับ ถ้าจะแสดงความรักกันรบกวนไปในที่ที่ลับสายตาคนจะดีกว่า” เมื่อพูดจบภีร์ก็เดินหันหลังกลับขึ้นรถและขับออกไปทันที

“เขาเป็นอะไรของเขา มาถึงก็ด่า ๆ ๆ แล้วก็เดินหนีไป” เจพูดขึ้นสีหน้างุนงงที่จู่ ๆ ก็มีคนแปลกหน้าเดินเข้ามาต่อว่าโดยที่ยังไม่รู้ต้นสายปลายเหตุอะไร

“ช่างเขาเถอะค่ะ เขาอาจจะพึ่งเจอเรื่องร้าย ๆ มาก็ได้ถือซะว่าเราได้ช่วยเป็นที่ระบายให้เขาแล้วกันค่ะ” ปลายฟ้าผู้ที่อ่อนโยนทั้งนิสัยและจิตใจและมักจะคิดบวกเสมอเอ่ยบอกกับคนเป็นพี่ เพราะอย่างนี้เธอจึงเป็นที่รักใคร่ของใครหลายต่อหลายคน

“ครับนางฟ้าของพี่ ไว้ถึงแล้วพี่จะโทรหานะ อยู่ทางนี้ก็ดูแลตัวเองดี ๆ ดูแลคุณลุงกับคุณป้าให้ท่านแข็งแรง ไว้พี่จะรีบกลับมานะครับ” ชายหนุ่มผู้ที่มีหน้าตาหล่อเหลา รูปร่างสูงสมส่วนกำลังโอบกอดร่างบางอีกครั้ง ฝ่ามือยกขึ้นลูบศีรษะทุยเล็กอย่างเอ็นดูเป็นภาพที่น่ารักและมีสายตาอีกหลายคู่ที่มองมาอย่างชื่นชม

“รับทราบค่ะ ฟ้าจะดูแลคุณพ่อคุณแม่รวมถึงคุณป้าเป็นอย่างดี สัญญาด้วยเกียรติของคุณครูเลยค่ะ” มือขวายกขึ้นตะเบ๊ะทำความเคารพ รอยยิ้มสดใสของทั้งคู่ที่กำลังยิ้มให้กันนั้นเป็นรอยยิ้มที่บริสุทธิ์

หนุ่มสาวทั้งสองแยกย้ายจากกันหลังจากที่ร่ำลากันอยู่นาน ปลายฟ้าเดินเข้ามาในห้องเมื่อตอนนี้ใกล้ถึงเวลาที่เธอต้องเข้าสอนเด็ก ๆ แล้ว

ห้องเรียน

“สวัสดีค่ะเด็ก ๆ พร้อมเรียนกันหรือยังคะ” เสียงหวานเอ่ยถามขึ้นเมื่อเห็นว่าเด็ก ๆ ทุกคนนั้นเตรียมพร้อมเรียนกันทุกคนแล้ว

“พร้อมแล้วค่ะครูปลายฟ้า” เสียงเจื้อยแจ้วของมินนี่ตอบกลับตามมาด้วยเสียงเด็กนักเรียนคนอื่น ๆ ในคลาส

“ถ้าพร้อมแล้ว ครูขอชมฝีมือนักเรียนคนเก่งของครูหน่อยนะคะว่าที่ครูสอนไปเมื่อวาน…ลืมหรือยังเอ่ย ใครน๊า..จะอาสาเล่นให้ครูฟัง”

“หนูค่ะ” เด็กหญิงในชุดกระโปรงสีขาวลุกขึ้นด้วยท่าทีมั่นใจพร้อมกับรอยยิ้มจนเห็นฟันขาวซี่เล็ก ในมือถือไวโอลินคู่ใจ

“ว้าว! น้องมินนี่คนสวย วันนี้จะเล่นเพลงอะไรให้ครูฟ้าและเพื่อน ๆ ฟังคะ”

“เพลงคริสต์มาสค่ะ ใกล้ถึงวันคริสต์มาสแล้วหนูเลยฝึกเล่นเพลงนี้เอาไว้ไปเฉลิมฉลองกับป่ะป๊าและคุณแม่ค่ะ” เสียงไวโอลินที่สดใสบริสุทธิ์ถูกบรรเลงอย่างตั้งใจโดยฝีมือนักเรียนตัวน้อย เสียงเพลงที่ไพเราะผสมผสานกับความตั้งใจที่เต็มเปี่ยม เสียงเพลงที่บรรเลงออกมาจากความรักที่บริสุทธิ์ทุกคนต่างตั้งใจฟังและเคลิ้มไปกับเสียงนั้น

แปะ ๆๆๆๆๆ เสียงปรบมือดังขึ้นเมื่อนักดนตรีตัวน้อยบรรเลงเพลงจบ และตามมาด้วยเสียงชื่นชมจากเพื่อร่วมคลาส

เวลาเลิกเรียน

ปลายฟ้าเก็บของเสร็จและเดินออกจากห้องเพื่อจะกลับบ้านระหว่างนั้นก็หันไปเจอเด็กสาวตัวน้อยนั่งหน้าเศร้าอยู่กับเจ้าหน้าที่ตรงโซนต้อนรับด้านหน้าจึงอดไม่ได้ที่จะเดินเข้าไปถามไถ่

“น้องมินนี่ วันนี้ใครมารับคะ”

“ปะป๊าบอกว่าจะมารับค่ะ แต่ตอนนี้ก็เลยเวลานัดแล้วยังไม่เห็นมาเลยค่ะ” เสียงสดใสก่อนหน้าตอนนี้แปรเปลี่ยนเป็นเสียงเศร้าสร้อย แววตาที่สดใสก็เปลี่ยนเป็นเศร้าหมอง

“ลองโทรหาหรือยังคะ”

“โทรแล้วค่ะแต่ว่าปะป๊าไม่รับสาย น่าจะติดรักษาคนไข้อยู่น่ะค่ะ” เด็กน้อยผู้ไร้เดียงสาถึงจะรู้สึกเสียใจแต่ก็ยังพยายามทำความเข้าใจว่าคนเป็นพ่อนั้นคงกำลังติดธุระสำคัญถึงยังมารับเธอไม่ได้

“โถ..คนเก่ง งั้นครูฟ้าพาไปกินไอศกรีมรอดีไหมคะ ไว้คุณพ่อเสร็จธุระแล้วคงรีบมารับนางฟ้าคนสวยแน่นอนค่ะ” ร่างบางนั่งยอง ๆ ลงข้าง ๆ มือเรียวเล็กยกขึ้นลูบหัวลูกศิษย์ตัวน้อยอย่างรักใคร่เอ็นดู

“แล้วถ้าปะป๊ามารับจะไม่เจอหนูเอานะคะ” ถึงจะอยากไปตามคำเชิญชวนของครูสาวแต่ก็กังวลว่าผู้เป็นพ่อมารับแล้วจะไม่เจอ

“อือ..งั้นเอาอย่างงี้นะคะ น้องมินนี่เอาโทรศัพท์ครูฟ้าส่งข้อความบอกคุณพ่อนะคะว่าเราจะไปกินไอศกรีมกัน ถ้าคุณพ่อมาถึงแล้วให้โทรหาน้องมินนี่ที่เบอร์ครูฟ้าดีไหมคะ” โทรศัพท์สีขาวถูกยื่นไปตรงหน้าเด็กน้อย

“ดีค่ะ” นิ้วเล็กกดพิมพ์ข้อความอย่างตั้งใจ ข้อความภาษาอังกฤษประโยคยาวเหยียดถูกกดส่งไปยังเบอร์ปลายทาง เมื่อแล้วเสร็จก็ส่งโทรศัพท์กลับคืนให้ปลายฟ้า

“เสร็จแล้วค่ะ”

“งั้นเราไปกันเลยนะคะ พี่น้ำคะถ้าคุณพ่อของน้องมินนี่มาฝากบอกเขาด้วยนะคะว่าฟ้าพาน้องไปทานไอศกรีมที่ห้างข้าง ๆ นี้ ให้เขาโทรหาฟ้าได้เลยนะค่ะ” ประโยคแรกพูดกับเด็กหญิงตัวน้อยประโยคหลังหันไปพูดกับเจ้าหน้าที่แผนกต้อนรับของโรงเรียน

“ได้ค่ะคุณฟ้า”

ทั้งสองคนเดินตามฟุตบาทที่เชื่อมไปยังห้างที่อยู่ติดกัน ใช้เวลาห้านาทีก็มาถึงร้านไอศกรีมตั้งอยู่ด้านในห้าง

“ครูฟ้าอนุญาตให้เลือกได้หนึ่งอย่างนะคะ น้องมินนี่อยากทานรสอะไรคะ”

“อยากทานรสสตอเบอรี่ค่ะ” เด็กหญิงตอบกลับเสียงใส

“งั้นเอารสสตอเบอรี่หนึ่งถ้วยและวานิลลาหนึ่งถ้วยค่ะ”

ระหว่างที่นั่งรอไอศกรีมปลายฟ้าก็ชวนลูกศิษย์ตัวน้อยคุยเรื่องดนตรีและเปิดคลิปการแสดงต่าง ๆ ให้ดูเพลิน ๆ เพื่อไม่ให้รู้สึกเบื่อ

“ขออนุญาตเสิร์ฟไอศกรีมครับ ทานให้อร่อยนะครับ” ไอศกรีมหน้าตาน่ารับประทานสองถ้วยถูกยกมาเสิร์ฟ

เวลาผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมงทั้งสองที่นั่งทานไอศกรีมรสโปรดอย่างเอร็ดอร่อยก็พากันเดินออกจากร้านเพื่อไปดูการแสดงดนตรีที่ลานกิจกรรมชั้นล่างเพื่อรอเวลาผู้ปกครองมารับ

ทางด้านหมอภีร์

หลังจากที่ผ่าตัดคนไข้เคสด่วนเสร็จแล้วก็ยกนาฬิกาข้อมือขึ้นเพื่อดูเวลา ปรากฏว่าตอนนี้เลยเวลานัดกับลูกสาวมาชั่วโมงกว่า ๆ แล้ว เท้ายาวรีบเดินฉับ ฉับ ฉับ กลับไปยังห้องพักเพื่อเก็บของ หยิบโทรศัพท์มือถือแบรนด์ดังที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาเปิดดูก็เจอกับข้อความจากเบอร์ที่ไม่รู้จักส่งเข้ามา นิ้วเรียวยาวเลื่อนไปกดเพื่อเปิดอ่าน

[Father, Minnie went to eat ice cream with Teacher Plaifah at the department store. Father arrives, father can call Teacher Plaifah's number. "Minnie"] คุณพ่อคะมินนี่ไปทานไอศกรีมกับครูปลายฟ้าที่ห้าง คุณพ่อมาถึงโทรหามินนี่ที่เบอร์ครูปลายฟ้าได้เลยค่ะ “มินนี่”

“เฮ้อ! ค่อยยังชั่วหน่อยนึกว่าจะงอแงร้องไห้ซะแล้ว เก่งขึ้นทุกวันนะลูกสาวพ่อ” เบอร์โทรศัพท์สิบหลักถูกบันทึกไปยังรายชื่อติดต่อใหม่ (Plaifah) หลังจากนั้นก็เก็บโทรศัพท์ยัดใส่กระเป๋ากางเกงก่อนจะคว้ากุญแจรถและตรงบึ่งไปยังลิฟต์เพื่อจะลงไปยังลานจอดรถด้านล่าง

เวลาผ่านไปครึ่งชั่วโมงรถยนต์คันหรูเข้ามาจอดที่ลานจอดรถห้างสรรพสินค้าชื่อดังแทนที่จะเป็นโรงเรียนสอนดนตรีที่ตั้งอยู่ติดกันแทน

กริ๊ง ๆ ๆ เสียงแจ้งเตือนสายเข้า

“สวัสดีค่ะ” ปลายฟ้ากดรับสายเบอร์ที่ไม่รู้จัก

“สวัสดีครับผมเป็นพ่อของมินนี่ ตอนนี้คุณพาลูกผมไปไหนเมื่อสักครู่นี้ผมเดินไปหาที่ร้านไอศกรีมแล้วไม่เจอ” เสียงทุ้มดูหงุดหงิดยิงคำถามใส่ทันทีที่อีกฝ่ายรับสาย ด้วยความเป็นห่วงบุตรสาวจึงเผลอพูดจาน้ำเสียงไม่ดีใส่

“ตอนนี้เราอยู่ที่ลานดนตรีค่ะ” ปลายฟ้าตอบกลับน้ำเสียงสุภาพและจูงมือลูกศิษย์ตัวน้อยออกมารอตรงลานกว้างที่สามารถมองเห็นได้ชัด

“มินนี่ปะป๊าขอโทษนะครับที่มารับช้า วันนี้คนไข้ปะป๊าเยอะมากเลยครับ มินนี่ไม่โกรธปะป๊าใช่ไหมครับ” ร่างสูงหุ่นนายแบบโผลเข้ากอดบุตรสาวและอุ้มขึ้นมาไว้บนแขน มือเล็กทั้งสองข้างโอบรอบลำคอหนา

“ไม่โกรธค่ะมินนี่เข้าใจ ปะป๊าต้องช่วยรักษาคนไข้ก่อนเพราะชีวิตคนไข้รอไม่ได้ค่ะ” เด็กน้อยตอบกลับอย่างรู้ความ ความคิดช่างสวนทางกับอายุซะเหลือเกิน เด็กที่อายุพึ่งจะแปดขวบแต่แนวความคิดราวกับผู้ใหญ่

“ครูฟ้าคะ นี่ปะป๊าของมินนี่ค่ะ ชื่อปะป๊าภีร์ ปะป๊าคะส่วนนี่ครูปลายฟ้าคนสวยที่มินนี่เล่าให้ฟังบ่อย ๆ ค่ะ” เด็กหญิงทำหน้าที่เป็นทูตตัวน้อยแนะนำผู้ใหญ่ทั้งสองให้รู้จักกัน

“ขอบคุณมากนะครับที่ช่วยดูแลมินนี่ให้” เสียงทุ้มกล่าวขอบคุณอีกฝ่ายแต่สีหน้าก็ยังไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่

“ไม่เป็นไรค่ะ แต่วันหลังถ้าผู้ปกครองไม่สามารถมารับเด็กได้ตรงเวลารบกวนโทรแจ้งทางโรงเรียนด้วยนะคะ ทางโรงเรียนจะได้ช่วยดูแลให้ระหว่างรอ หรือถ้าผู้ปกครองคิดว่าตัวเองมารับไม่ได้ก็สามารถให้คนอื่นมารับแทนได้ค่ะ แต่ขอให้แจ้งทางโรงเรียนให้ทราบก่อนค่ะ” ปลายฟ้าบอกออกไปตามสิ่งที่ควรจะเป็นเพราะนักเรียนในคลาสของเขานั้นเป็นเด็กที่อายุไม่เกินสิบขวบทั้งนั้นและเด็กเหล่านี้ก็ต้องอยู่ในความดูแลของผู้ใหญ่ไม่สามารถเดินทางหรือไปไหนมาไหนได้ด้วยตัวเอง

“ครับครั้งต่อไปผมจะโทรแจ้งก่อนล่วงหน้า ขอโทษด้วยที่ทำให้คุณเสียเวลาไปจู๋จี๋กับแฟน ผมขอตัวก่อนนะครับ” พูดจบภีร์ก็เดินอุ้มเด็กน้อยเดินออกไปทันทีทิ้งให้ปลายฟ้ายืนงงอยู่กับประโยคเมื่อครู่อยู่คนเดียว

“เมื่อเช้าก็ว่าฉันไปครั้งหนึ่งแล้ว มาตอนเย็นคุณก็ยังมาว่าฉันอีก อาชีพหมอทำงานหนักถึงขั้นเก็บกดขนาดนี้เลยหรือไง” ปลายฟ้าบ่นพึมพำกับตัวเองอยู่สักพักและเมื่อรับรู้ว่ากำลังมีสายตาหลายคู่นั้นกำลังมองมาที่ตนก็รีบเดินออกจากบริเวณนั้นโดยเร็ว

“เมื่อกี้ที่ปะป๊าคุยกับครูปลายฟ้ามินนี่ได้ยินปะป๊าพูดว่าแฟน..ใครมีแฟนเหรอคะ” เด็กวัยกำลังอยากรู้อยากเห็น เห็นอะไรได้ยินอะไรมักจะเอามาตั้งคำถามเสมอและมินนี่ก็จัดอยู่ในกลุ่มนั้น

“ก็ครูปลายฟ้าของมินนี่ไงคะ”

“ครูปลายฟ้าเปล่ามีแฟนนะคะ” เด็กน้อยยืนยันเสียงแข็งว่าครูปลายฟ้าแสนสวยเธอนั้นยังไม่มีแฟน

“เมื่อเช้าปะป๊ายังเห็นยืนคุยกับแฟนอยู่เลยค่ะ”

“คุณลุงสุดหล่อคนเมื่อเช้าชื่อลุงเจค่ะ แต่ปะป๊าเข้าใจผิดนะคะลุงเจยังไม่ได้เป็นแฟนครูปลายฟ้าค่ะ ปะป๊ายังพอมีหวังค่ะ”
Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya
Tidak ada komentar
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status