登入ห้องเรียนเลกเชอร์ขนาดใหญ่ของสาขาวิศวกรรมการบินและอวกาศ (Aerospace Engineering) อัดแน่นไปด้วยบรรยากาศอันเคร่งเครียด ตัวเลขสมการกลศาสตร์การไหลและอานุภาพอากาศยานบนกระดานดำไม่ได้สร้างความกดดันให้ดรัณแม้แต่น้อย
ร่างสูงในชุดเสื้อเชิ้ตตัวโคร่งเลือกนั่งลงตรงมุมอับท้ายห้อง แถวหลังสุดที่แสงไฟสาดไปไม่ค่อยถึง ชายหนุ่มยกมือขึ้นดันแว่นหนาเตอะ ปรับท่าทางให้ดูโงนเงนเงียบขรึมเหมือนเด็กเนิร์ดอดนอนทั่วๆ ไป ทว่าภายใต้เลนส์แก้วหนานั้น สายตากลับกวาดวิเคราะห์รายละเอียดทุกอย่างในห้องได้อย่างเฉียบคม
การเรียนวิศวกรรมการบินสำหรับเขา ไม่ใช่แค่เรื่องของการคำนวณแรงยก แรงฉุด หรือโครงสร้างสร้างเครื่องบิน แต่มันคือศาสตร์ของการ "ควบคุมสภาวะแรงดันและการทรงตัว" ซึ่งไม่ต่างอะไรกับเกมความสัมพันธ์กลางคืนที่เขาเป็นคนคุมกฎ—การรู้ว่าต้องใช้แรงกดเท่าไหร่ ควบคุมทิศทางอย่างไร และปล่อยให้เหยื่อทิ้งตัวลงตามแรงดึงดูดในองศาไหน
อาจารย์ประจำวิชาสุ่มถามโจทย์สมการซับซ้อนที่ไม่มีใครในห้องยกมือตอบ ดรัณทำเพียงจดตัวเลขลงบนสมุด ก่อนจะเอ่ยตอบเสียงเบาเบาในคอ แต่ถูกต้องแม่นยำร้อยเปอร์เซ็นต์ จนอาจารย์ต้องพยักหน้ารับอย่างพอใจ แล้วหันไปอธิบายต่อ
เพื่อนในชั้นเรียนมองเขาเป็นแค่ "ไอ้รัณ" เด็กหัวกะทิเงียบๆ ที่วันๆ เอาแต่เรียน ดรัณไม่มีเพื่อนในคณะเท่าไหร่ เพราะในร่างของ รัณ ไม่จำเป็นต้องมีเพื่อน แค่เรียนก็พองานกลุ่มก็มีเพื่อนมาขอทำด้วยเอง เพราะผลการเรียนแบบ perfect A ของเขา
คิดๆ ไปก็นึกขำ... ร่างอรชรที่ร้องครางกระเส่าใต้ร่างเขาเมื่อคืนเรียกเขาว่า 'พี่' อย่างสยบยอม ทั้งที่ในความเป็นจริง ปานชีวันอยู่ชั้นปีเดียวกับเขาด้วยซ้ำ เคยเรียนวิชาพื้นฐานด้วยกันตอนปีหนึ่ง เพียงแค่เขาสวมแว่นตาหนาเตอะ นั่งเงียบๆ อยู่ท้ายห้อง เธอจึงไม่เคยแม้แต่จะสังเกตเห็นตัวตนของเขาในโลกฝั่งนี้
ดรัณ หรือ ดีแลน ทำแบบนี้มาตลอดตั้งแต่ย้ายมาอยู่ไทยตัวคนเดียวตอนเข้าเรียนมหาวิทยาลัย สำหรับเขา... การเรียนมหาวิทยาลัยก็แค่การมาเพื่อเรียนให้จบ และใช้เป็นพื้นที่สำรวจผู้คน เขาเป็นทายาทคนเดียวของนักธุรกิจการเงินระดับมหาเศรษฐีจากฮ่องกงกับมารดาชาวไทยที่เป็นอดีตนางเอกชื่อดัง ลำพังแค่ทรัพย์สินมรดกที่แม่ทิ้งไว้ให้ก็สุขสบายไปทั้งชีวิต แต่แน่นอนว่าเขาเลือกใช้เงินพ่ออยู่แล้ว ข้อดีเพียงอย่างเดียวของพ่อเขาคือเรื่องเงิน... อ้อ มีเรื่องที่ไม่ยอมมีลูกเพิ่มอีกเรื่องด้วย
เพนท์เฮาส์หรูใจกลางเมืองมีเพียงแค่เขากับเพื่อนสนิทชาวฮ่องกงอีกคนที่รู้ว่าเขาอาศัยอยู่ที่แบบไหน ดรัณใช้ชีวิตอยู่ไทยมาเกือบสองปีโดยไม่มีเพื่อนคนไทยเลยสักคน และเขาก็ไม่ได้เดือดร้อนกับความเงียบนั้น เพราะสิ่งที่เขาต้องการจากมนุษย์รอบข้างไม่ใช่ความสัมพันธ์หรือมิตรภาพ แต่เป็น เซ็กส์
เขาเสพติดมัน อย่างน้อยต้องได้ปลดปล่อยอย่างพึงพอใจสัปดาห์ละสามคน—ใช่... อ่านไม่ผิด ในเจ็ดวันคือสาม 'คน' ไม่ใช่สาม 'ครั้ง' อย่างเมื่อคืนเขามัวแต่ติดเล่นสนุกดึงจังหวะมากไปหน่อย สาวเจ้าเลยหมดแรงสลบคาเตียงไปเสียก่อน ไม่อย่างนั้นก็คงได้ต่ออีกสักรอบสองรอบ
ส่วนวิธีการหาเหยื่อ... ก็คงเป็นการบอกต่อกันปากต่อปากแบบที่เขาเพิ่งแอบยินมาจากบันไดเมื่อเช้านั่นแหละ ดูทรงแล้วอีกไม่กี่วัน 'เชอร์รี่' เพื่อนของวันวันก็น่าจะตามมาติดกับเขาถึงที่
เพื่อนสนิทชาวฮ่องกงของดรัณเป็นเจ้าของผับและบาร์ชั้นสูงหลายแห่งในกรุงเทพฯ ดรัณจึงมักจะวนเวียนไปนั่งดื่มเป็นดีสเพลย์เรียกลูกค้าไปเรื่อยๆ ทุกร้าน ถ้าคืนไหนมีหญิงสาวคนไหนเสนอร่างกายแบบที่เขาถูกใจเข้ามา เขาก็แค่รับไว้แล้วไปต่อกันที่โรงแรมหรู มีบ้างที่ยอมให้กินซ้ำ แต่ถ้าคนไหนเริ่มทำตัววุ่นวาย ล้ำเส้น หรือเรียกร้องเกินกว่ากฎที่เขาวางไว้... ดรัณก็จะใช้วิธีจัดการขั้นสูงสุด เพื่อสั่งสอนจนหล่อนเข็ดขยาดและไม่กล้าโผล่หัวเข้ามาในชีวิตเขาอีกเลย
คืนนี้เป็นคืนง่ายๆ เวลา สามทุ่มเป็นเวลาประจำของดรัณในร่าง ดีแลน แสงไฟสลัวสาดส่องลงบนร่างสูงโปร่ง 185 เซนติเมตร ไหล่กว้างสมส่วนภายใต้เสื้อเชิ้ตผ้าซาตินสีดำพับแขนขึ้นถึงข้อศอกอย่างหลวมๆ กางเกงสแล็กตัดเย็บเนี้ยบเข้ารูปกับรองเท้าหนังทรงเนี้ยบเงาวับ เรือนผมสีดำที่เคยยาวปรกหน้าปรกตาจนดูจืดชืดในเวลากลางวัน ถูกเซ็ตขึ้นเปิดหน้าผากและโครงหน้าหล่อเหลาอย่างมีสไตล์
แว่นตากรอบหนาสำหรับพรางตัวถูกถอดทิ้งไว้ที่คอนโด เผยให้เห็นดวงตาคมกริบล้ำลึกที่รับกับคิ้วเข้มได้รูป สันจมูกโด่งสันเป็นเอกลักษณ์สะท้อนถึงความเอาแต่ใจและเด็ดขาดทรงอำนาจในที
ร่างสูงทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาหนังฝั่งวีไอพี ความเย็นชาและบรรยากาศอันตรายที่แผ่ออกมารอบตัว ดึงดูดสายตาของบรรดาหญิงสาวในคลับให้หันมองอย่างลุ่มหลง—สลัดคราบ 'ไอ้รัณ' ออกจนหมดสิ้น เหลือเพียง 'ดีแลน' ผู้ล่าชั้นสูง
แจ็คกี้ เจ้าของบาร์หนุ่มชาวฮ่องกงเดินตรงเข้ามาทักทาย ร่างสูงในชุดสูทเรียบหรูยกแก้วบรั่นดีในมือขึ้นทักทายเพื่อนสนิท ก่อนจะเอ่ยปากเย้าด้วยน้ำเสียงอารมณ์ดี
"ไงมึง... วันนี้ไม่ไปนั่งฝั่งเคาน์เตอร์หน่อยเหรอวะ? ไปยืนหล่อๆ เรียกแขกให้กูหน่อย ช่วงนี้บาร์ฝั่งโน้นคนตึงๆ อยู่พอดี"
ดีแลนปัดสายตามองเพื่อนชั่วครู่ รอยยิ้มหยันจุดขึ้นตรงมุมปาก ก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งติดจะขู่เย้าในที
"กำไรที่กูช่วยเรียกแขกให้ มึงเคยหารให้กูสักบาทไหม? เหล้าก็ไม่ได้ดื่มฟรี ยังมีหน้ามาไหว้วานกูอีกนะ"
แจ็คกี้หัวเราะร่าอย่างชอบอกชอบใจกับคำตอบสวนกลับตรงไปตรงมา ชายหนุ่มยกแก้วขึ้นเป็นเชิงยอมจำนน ก่อนจะก้าวลงมานั่งลงบนโซฟาฝั่งตรงข้าม รู้อยู่แก่ใจดีว่าคนอย่างดีแลนไม่ใช่คนที่ใครจะมาสั่งการหรือใช้เป็นเครื่องมือได้ง่ายๆ หากเจ้าตัวไม่ได้รู้สึกอยาก 'เล่นสนุก' ด้วยตัวเอง
"แล้ววันนี้รออะไรอยู่ครับ คุณดีแลน?" แจ็คกี้ถามเย้าพร้อมกับยกแก้วเครื่องดื่มในมือขึ้นจิบ สายตาแพรวพราวเค้นมองเพื่อนสนิทอย่างรู้ทัน
"ปกติมาถึง มึงกวาดสายตาปาดเดียวก็ได้เหยื่อติดมือไปแล้ว แต่นี่ยังนั่งแช่ นิ่งเป็นหิน... มีเป้าหมายใหม่แล้วหรือไง"
ดีแลนไม่ได้ตอบคำถามนั้นทันที เขายกแก้ววิสกี้ขึ้นจรดริมฝีปาก ลิ้มรสความขมที่ปลายลิ้นอย่างใจเย็น สายตาคมกริบล้ำลึกมองผ่านแสงไฟนีออนสลัวไปยังประตูทางเข้า ของคลับ
"ก็แค่นั่งรอเวลา..." น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยตอบเรียบนิ่ง รอยยิ้มหยันจุดขึ้นตรงมุมปากอีกครั้งเมื่อเห็นร่างบางทรงเสน่ห์เดินก้าวเข้ามาในร้าน
เชอร์รี่ ในชุดเดรสรัดรูปสีขาวสะอาดตา ผ้าเนื้อบางเนียบแนบชิดไปกับสัดส่วนเรือนร่างจนดูอันตรายและล่อแหลมต่อสายตาผู้คนรอบข้าง เธอกวาดสายตามองไปรอบๆ คลับด้วยความโหยหา ใบหน้าสวยเฉี่ยวแต่งแต้มมาอย่างตั้งใจ พยายามมองหา 'ตัวพ่อ' ที่เพื่อนสาวอย่างวันวันเพิ่งเอาไปอวดเมื่อเช้า โดยที่ไม่รู้เลยว่า หมาป่าที่กำลังปักหมุดล่าเธอ... นั่งจ้องมองเธออยู่ในระยะเผาขนเรียบร้อยแล้ว
แจ็คกี้มองตามสายตาเพื่อนก่อนจะหัวเราะหึในคอ "อ๋อ... เหยื่อใหม่ซะด้วย ทรงนี้ดูท่าจะเคี้ยวง่าย"
"ยิ่งหิวโหย ยิ่งไร้ความซื่อสัตย์... ยิ่งจัดการง่าย" ดีแลนกระตุกยิ้มเย็นชา นัยน์ตาคมปลาดส่องประกายอันตราย "และคนแบบนี้แหละ ที่ชอบก้าวลงมาติดกับดักเองโดยไม่ต้องเหนื่อยแรงล่า"
ดีแลนจัดการสวมเครื่องป้องกันลงบนแก่นกายแกร่งอย่างคล่องแคล่ว สายตาคมกริบทอดมองเหยื่อสาวที่ถูกพันธนาการอยู่ในท่าทางหมดสิทธิ์ขัดขืน เขาขยับตัวเข้าไปใกล้ ดึงรั้งร่างบางของเชอร์รี่เข้ามาชิดริมเตียงสูง โดยที่ขาทั้งสองข้างยังถูกล็อกกางออกกว้างชายหนุ่มสวมบทบาทลงแส้ไร้ความปรานี เขากดจับเอวบางไว้แน่นแล้วดันแก่นกายแกร่งเข้าใส่ช่องทางรักที่เปียกชุ่มพรวดเดียวในท่ายืน... โดยไม่ได้ถอนเอา 'ไข่สั่น' ที่สอดไว้ออกก่อน"อื้อออ!..." เชอร์รี่แหงนหน้าครางกรีดร้องเสียงหลบ เมื่ออุปกรณ์ทรงกลมด้านในถูกแรงตอกอัดดันไถลลึกเข้าไปจนแทบจะชนเข้ากับผนังมดลูก ความจุกแน่นและตึงตังทวีคูณขึ้นเท่าตัวจนปลายนิ้วเท้าของเธอเกร็งงอดีแลนโหมกระแทกท่อนกายยาวใหญ่ตามเข้าไปจนมิดด้าม ปั๊ก! เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังก้องไปทั่วห้องสวีทสลัว รอยยิ้มร้ายจุดขึ้นตรงมุมปากเขาเอื้อมมือไปหยิบรีโมทคอนโทรลบนโต๊ะข้างเตียง กดเปิดสวิตช์ไข่สั่นภายในช่องทางรักของเธอให้ทำงานที่ 'ระดับแรงสุด' ในทันทีครืนนนน!แรงสั่นสะเทือนระดับสูงสุด ผสานเข้ากับจังหวะที่จงใจกระแทกตอกเน้นย้ำเข้าออกอย่างหนักหน่วงดุดัน ดีแลนโน้มกายลงไปกระซิบชิดใบหูของเชอร์รี่ นัยน์ตาฉายควา
ต่อให้ดีแลนจะเสพติดเซ็กส์และหลงใหลการคุมเกมมากแค่ไหน แต่เขากลับมีกฎเหล็กส่วนตัวสี่ข้อที่สลักลึกและไม่เคยอนุญาตให้ใครก้าวข้าม...ข้อแรก... เขาไม่จูบปาก ไม่ว่าหญิงสาวคนนั้นจะสวยหยดเยิ้มหรือเว้าวอนเพียงใดก็ตาม ไม่มีเหตุผลซับซ้อน เขาแค่ 'ไม่เคยอยากทำ' และริมฝีปากของเขาไม่ได้มีไว้แลกเปลี่ยนสัมผัสลึกซึ้งกับใครข้อที่สอง... เขาไม่ทำคิสมาร์ก และไม่ยอมให้ใครทำคิสมาร์กบนตัวเขา เขาไม่อยากตีตราใครให้เป็นภาระ และที่สำคัญที่สุด... ไม่มีผู้หญิงหน้าไหนในโลกนี้ที่มีสิทธิ์มาทิ้งร่องรอยตีตราบนเรือนร่างของเขาข้อที่สาม... ห้ามแตะต้องตัวเขาโดยไม่ได้รับอนุญาต เขาไม่ชอบให้ใครลูบไล้หรือสัมผัสร่างกายตามใจชอบ หน้าที่ของเหยื่อมีเพียงแค่การสยบยอมอยู่ใต้ร่างและฟังคำสั่งเท่านั้นและข้อสุดท้าย... ใส่ถุงยางอนามัยทุกครั้ง นี่คือเรื่องพื้นฐานที่สุดในการป้องกันและตัดความยุ่งยากทั้งหมดออกไปใครก็ตามที่คิดกล้าดีฝ่าฝืนกฎเหล่านี้ ดีแลนก็มีวิธี 'ลงโทษและจัดการทางกาย' ในรูปแบบที่ต่างกันไป... วิธีที่ดุดัน เจ็บแสบ และทำให้เหยื่อจำไปจนตายและสำหรับเชอร์รี่... ความผิดฐานเสร็จสมโดยไม่ได้คำสั่งอนุญาตจากเขานั้น ก็ถือเป็นจุดเริ่มต้น
เชอร์รี่ขยับกายขยับชิดเข้าไปอีก อกสวยที่มองจากข้างนอกก็ว่าเกินตัว ทว่าสัมผัสที่บดเบียดผ่านท่อนแขนแกร่งของดีแลนกลับยิ่งเด่นชัด นุ่มยืดหยุ่นจนรู้ได้ทันทีว่าเธอใส่เพียงแผ่นปิดจุกไว้ด้านใน ไร้ซึ่งปราการบราใดๆ กั้น ยิ่งทวีความเซ็กซี่อันตรายและจงใจยั่วยวนขึ้นไปอีกหลายเท่า กลิ่นน้ำหอมยั่วยวนลอยฟุ้งโชยเข้าเตะจมูกดีแลนนิ่งเฉย ไม่ได้ขยับหนีและไม่ได้เผลอไผลไปกับเรือนร่างนุ่มนิ่มที่พยายามทอดกายเข้าหา นัยน์ตาคมกริบล้ำลึกจ้องมองใบหน้าสวยเฉี่ยวผ่านความมืดสลัว ก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำเรียบนิ่ง"คุณอยากได้อะไร"คำถามสั้นๆ แต่ตรงประเด็นทำเอาเชอร์รี่ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะแลบลิ้นริมฝีปากสีแดงสด พลางช้อนสายตาฉ่ำปรือขึ้นมองสบตาชายหนุ่มอย่างเปิดเผย ความโลภและความโหยหาทางกายสั่งการให้เธอตอบออกไปโดยไม่คิดปิดบัง"ฉันอยากได้.... คุณ" เชอร์รี่กระซิบเสียงพร่าพลางส่งสายตายั่วเย้า มือเรียวไล้ผ่านท่อนขาของร่างสูงอย่างถือดีแลนฟังแล้วกระตุกยิ้มมุมปาก ให้กับความหิวโหยและความซื่อสัตย์อันกลวงเปล่าของหญิงสาวตรงหน้า เหยื่อรายนี้ประเมิน “เขา” ไว้ต่ำเกินไป"งั้นก็จำเอาไว้..." ดีแลนโน้มกายลงไปกระซิบข้างใบหูของเธอ น
เชอร์รี่กวาดสายตาไปทั่วโซนบาร์อย่างสะเปะสะปะ ร่างเพรียวบางในชุดเดรสรัดรูปสีขาวพากายทรวดทรงงดงามเดินตรงเข้ามาด้านใน จังหวะการก้าวเดินและสายตาที่ฉายความโหยหาอย่างเปิดเผยทำให้ชายหนุ่มหลายคนในคลับต่างมองตามด้วยความสนใจ ทว่าเป้าหมายของเธอไม่ใช่ผู้ชายทั่วไปในบาร์...กลิ่นหอมหรูหราของคลับระดับไฮเอนด์ทำเอาหัวใจดวงน้อยเต้นตึกตัก บาร์แห่งนี้เป็นสถานที่ชั้นสูงที่คนธรรมดาอย่างเธอไม่มีทางย่างกรายเข้ามาได้เลย หากไม่ได้บัตรเมมเบอร์ระดับเอกสิทธิ์จากวันวัน—เพื่อนสาวที่ยอมยกให้เพราะสภาพร่างกายบอบช้ำจนไม่พร้อมออกมาท่องราตรี พร้อมกับให้ยืมชุดเดรสรัดรูปสีขาวสุดเซ็กซี่ตัวนี้มาใส่ข้อมูลเกี่ยวกับ 'ชายหนุ่มปริศนา' ที่เธอพยายามเค้นมาจากวันวันด้วยความยากลำบากเมื่อเช้ายังคงก้องอยู่ในหัวอันที่จริง เธอไม่ได้ขาดแคลนเรื่องความรัก แฟนหนุ่มดีกรีรุ่นพี่วิศวะก็มีอยู่แล้ว แต่พอข้ามคณะไปหาเมื่อเช้า อีกฝ่ายกลับมัวแต่ยุ่งกับการเคลียร์โปรเจกต์จบร่วมกับกลุ่มเพื่อน แม้เธอจะพยายามเข้าใจ แต่ความโหยหาทางกายที่เหือดแห้งมานาน บวกกับกิเลสและเงินค่าขนมจำนวนห้าพันบาทที่วันวันคุยอวดไว้ มันเย้ายวนใจเกินกว่าจะปฏิเสธได้ลง“ผัวที่ดี คือผ
ห้องเรียนเลกเชอร์ขนาดใหญ่ของสาขาวิศวกรรมการบินและอวกาศ (Aerospace Engineering) อัดแน่นไปด้วยบรรยากาศอันเคร่งเครียด ตัวเลขสมการกลศาสตร์การไหลและอานุภาพอากาศยานบนกระดานดำไม่ได้สร้างความกดดันให้ดรัณแม้แต่น้อยร่างสูงในชุดเสื้อเชิ้ตตัวโคร่งเลือกนั่งลงตรงมุมอับท้ายห้อง แถวหลังสุดที่แสงไฟสาดไปไม่ค่อยถึง ชายหนุ่มยกมือขึ้นดันแว่นหนาเตอะ ปรับท่าทางให้ดูโงนเงนเงียบขรึมเหมือนเด็กเนิร์ดอดนอนทั่วๆ ไป ทว่าภายใต้เลนส์แก้วหนานั้น สายตากลับกวาดวิเคราะห์รายละเอียดทุกอย่างในห้องได้อย่างเฉียบคมการเรียนวิศวกรรมการบินสำหรับเขา ไม่ใช่แค่เรื่องของการคำนวณแรงยก แรงฉุด หรือโครงสร้างสร้างเครื่องบิน แต่มันคือศาสตร์ของการ "ควบคุมสภาวะแรงดันและการทรงตัว" ซึ่งไม่ต่างอะไรกับเกมความสัมพันธ์กลางคืนที่เขาเป็นคนคุมกฎ—การรู้ว่าต้องใช้แรงกดเท่าไหร่ ควบคุมทิศทางอย่างไร และปล่อยให้เหยื่อทิ้งตัวลงตามแรงดึงดูดในองศาไหนอาจารย์ประจำวิชาสุ่มถามโจทย์สมการซับซ้อนที่ไม่มีใครในห้องยกมือตอบ ดรัณทำเพียงจดตัวเลขลงบนสมุด ก่อนจะเอ่ยตอบเสียงเบาเบาในคอ แต่ถูกต้องแม่นยำร้อยเปอร์เซ็นต์ จนอาจารย์ต้องพยักหน้ารับอย่างพอใจ แล้วหันไปอธิบายต่อเ
แสงไฟนีออนสลัวสาดผ่านม่านกระจกของห้องพักโรงแรมหรูใจกลางมหานคร กลิ่นไอร้อนชื้นผสมผสานกับแอลกอฮอล์ราคาแพงลอยอวลอยู่ในบรรยากาศที่อัดแน่นไปด้วยแรงปรารถนา ร่างบางที่งดงามเปลือยเปล่า เย้ายวนบิดเร่าอยู่บนฟูกเตียงคิงไซส์ยับยู่ยี่ ผิวเนื้อเนียนละเอียดชื้นเหงื่อสะท้อนกับแสงไฟสลัวจนน่ามองข้อมือทั้งสองข้างถูกตรึงไว้เหนือศีรษะด้วยมือเพียงข้างเดียวของคนที่คร่อมทับอยู่ สัมผัสหนักหน่วงและจังหวะรุกไล่ที่ทั้งดุดันและเอาแต่ใจกำลังปั่นป่วนจนสติของอีกฝ่ายหลุดลอย"อ๊ะ...พี่คะ จูบหน่อย"เสียงหวานครางกระเส่าเว้าวอน ใบหน้าสวยเชิดขึ้นพยายามไขว่คว้าหาริมฝีปากของคนคุมเกม ทว่าปลายนิ้วเรียวยาวกลับกดลงบนกลีบปากสีสดที่เผยอค้างไว้อย่างเย็นชา ออกแรงดันที่คางเพียงนิดก็บังคับให้อีกฝ่ายต้องหันหน้าหนี บังเกิดช่องว่างระยะห่างที่เต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและเด็ดขาด"กฎของผม ไม่จูบปาก ไม่ทิ้งคิสมาร์ค..."น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะแหบพร่ากระซิบชิดใบหู ก่อนจะเว้นจังหวะให้คนใต้ร่างหายใจไม่ทัน แล้วก้มลงซุกขบเม้มความสัมผัสหนักหน่วงลงบนยอดอกเปลือยเปล่า จนร่างน้อยบิดเกร็งสะท้าน พร้อมกับขยับเอวทวีความเร่าร้อนเข้าหากลางลำตัวอย่างไร้ความปราน







